home   |   blog   |   video   |   album   |   club   |   picpost   |   sticker   |   email   |   chat   |   e-card   |   memory   |  
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ แนะนำเคล็ดลับ ในการเรียนเก่ง

ตัดตอนมาจากหนังสือ "เดอะท็อปซีเคร็ต"

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ พยายามจะอธิบายความลับสุดยอดนี้ เขาย้ำว่า การค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ทุกอย่างของเขา มาจากจินตนาการ และถ้าจะเทียบระหว่างความรู้ กับ จินตนาการ เขาบอกว่า จินตนาการสำคัญกว่า จินตนาการเป็นเชาว์ปัญญาขั้นสูงสุด และมันจะนำไปสู่การค้นพบสิ่งใหม่ๆได้อย่างไม่สิ้นสุด ขณะที่มีชีวิตอยู่ เขาย้ำนักย้ำหนาหลายต่อหลายครั้งกับนักศึกษาที่เขาสอน และต่อที่ประชุมนักวิทยาศาสตร์อยู่บ่อยๆว่า “จินตนาการ สำคัญมากกว่าความรู้” แต่เขาก็ไม่อธิบายต่อว่า เพราะอะไร จินตนาการจึงสำคัญกว่าความรู้

ภาพในจินตนาการที่จะมีพลังดึงดูดให้ประสบความสำเร็จจะต้องใส่ความรู้สึกเข้าไปด้วย เช่น นักเรียนสองคน สามารถจินตนาการภาพ F=ma ได้ แต่คนหนึ่งใส่ความรู้สึกเข้าไปว่า ....อ้อ F มันเป็นแรงนะ เราเคยรู้สึกตอนถูกผลัก m เป็นมวล รู้สึกได้เลยเพื่อนที่ตัวใหญ่มวลจะมาก ส่วนความเร่ง a เคยรู้สึกตอนเล่นรถไฟเหาะ ฯลฯ ซึ่งความรู้สึกที่ใส่เข้าไป จะต่างกันไปตามประสบการณ์ และความสามารถในการบิ๊วด์ความรู้สึกของแต่ละคน เทคนิคนี้สามารถนำไปใช้ได้ในทุกสาขาวิชาไม่ว่า จะเป็นฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ฯลฯ ( ในหนังสือเดอะท็อปซีเคร็ต ใช้คำว่า "ภาพแห่งความรู้สึก”)

นักเรียนที่เรียนเก่ง ก็ค้นพบความลับนี้ เขาจะกลับมานั่งคิดและจินตนาการต่อที่บ้านเสมอ นักเรียนทุกคนในห้อง เรียนกับอาจารย์คนเดียวกัน บรรยากาศเดียวกัน แต่ความสามารถในการจินตนาการต่างกัน สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันในหมู่เด็กที่เรียนเก่งคือ จะมีจินตนาการสูงมาก ความลับนี้เขาไม่ได้บอกใคร อาจเพราะไม่อยากบอก หรือ ไม่รู้ว่าจะบอกอย่างไร เด็กที่เรียนเก่งทุกคนจะมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ คือเมื่อเห็นภาพปุ๊บ เขาจะใส่ความรู้สึกเข้าไปปั๊บ เกิดขึ้นเกือบจะพร้อมๆกัน โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ด้วยว่าทำไม แต่สิ่งเหล่านี้สามารถฝึกได้


ประสบการณ์ที่เหมือนกันเปี๊ยบระหว่างคนสองคน จึงส่งอิทธิพลต่อวิถีชีวิตได้ไม่เท่ากัน เพราะความสามารถในการจินตนาการต่างกัน แน่นอนว่า อุปนิสัย ความชอบ ความสนใจ ความถนัด ฯลฯ เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้มีพลังแห่งจินตนาการสูงขึ้นหลังจากได้พบกับประสบการณ์จริง พวกเขาจะเห็นภาพแห่งความสำเร็จในเรื่องที่ตนเองชอบหรือถนัด ชัดเจนกว่าคนอื่น จึงมีโอกาสบรรลุเป้าหมายได้ง่ายกว่า

ประสบการณ์จากชีวิตจริง จะประทับลงในจิตใต้สำนึกได้ ต้องมีจินตนาการ เราอาจจะเคยตีแบดมินตัน แต่ผ่านแล้วก็ผ่านเลยไป ไม่เคยจินตนาการต่ออีก ประสบการณ์ในครั้งนั้นก็สูญเปล่า การตีในครั้งต่อไปเราจะไม่เก่งขึ้น เพราะจิตใต้สำนึกจะเข้าใจภาพแห่งจินตนาการเท่านั้น มันไม่มีส่วนเชื่อมต่อโดยตรงกับทวารทางกายทั้งห้า เหมือนอย่างจิตสำนึก

อัจฉริยะของโลกทุกคน ทุกสาขา ค้นพบความลับสุดยอดนี้แล้ว นักศึกษาแพทย์ที่เก่งๆ จะจินตนาการลักษณะของเส้นเลือดร่างกายแต่ละระบบ พยายามบิวด์ความรู้สึกเขาไป แล้วค่อยไปเรียนรู้ลักษณะย่อยของเส้นเลือดแต่ละเส้นในระบบนั้น นิสิตวิศวกรรมที่เก่งๆ สามารถพิสูจน์สมการทางแคลคูลัสได้ โดยคิดย้อนจากคำตอบขึ้นมา ทำให้ไม่ว่าอาจารย์จะกำหนดสมการแบบไหนมา เขาก็ตอบถูกเสมอ เพราะเอาคำถามของอาจารย์นั่นแหละ เป็นตัวตั้งคิดย้อนขึ้นไปพิสูจน์ ทั้งหลายเหล่านี้ไม่ใช่เพราะพวกเขามีมันสมองที่ใหญ่กว่าคนอี่น แต่เพราะพวกเขาพบความลับนี้ อาจจะด้วยพรสวรรค์ หรือ การเรียนรู้ แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ ไม่มีใครที่สามารถเปิดเผยความลับนี้ให้คนอื่นได้รับรู้

ถ้าเราไปถามศิลปินนักวาดภาพที่เก่งๆ ว่าทำไมถึงวาดภาพได้ขนาดนี้ เขาจะตอบไม่ได้ ทั้งๆที่ ภาพนั้นฝังอยู่ในใจตั้งแต่แรกแล้ว มือเขาเพียงแต่วาดไปตามความรู้สึกเท่านั้นเอง ศิลปินระดับนี้ จึงต้องบิวด์อารมณ์ก่อนทำงานเสมอ เพราะอารมณ์จะทำให้ภาพในใจชัดเจนยิ่งขึ้น วันไหนไม่มีอารมณ์ จะทำงานไม่ได้เลย

สมองคนเราถูกออกแบบมาให้มีโครงสร้างไม่แตกต่างกัน สิ่งที่ต่างกันคือความสามารถในการจินตนาการ ไอน์สไตน์ จึงบอกว่า จินตนาการสำคัญมากกว่าความรู้ จงพยายามจินตนาการไปแล้วอย่าลืมใส่ความรู้สึกเข้าไปด้วย ในที่สุดมันจะมีพลังมหัศจรรย์จากจิตใต้สำนึก มาขับดันให้คุณเกิดการหยั่งรู้โดยอัตโนมัติ


โดย : nyeb
อีเมล์ : asomeone@thaimail.com
วันที่ : 2008-03-20 23:15:43
Tags : การเรียน   


   



 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท

ความคิดเห็นที่ 278
ไอสไตร์ ก็ยังผลิตไฟ ให้พวกคนโง่ทุกคนใช้ละกันน่ะ เค้าเก่งของเค้า ตัวเองไม่เก่งก็ไปว่าเค้า ซะงั้น อ่ะค่ะ
โดย : actor     วันที่ :2008-05-07 23:26:40    IP :125.27.120.xx   
ความคิดเห็นที่ 277
ok เยี่ยมมาก
โดย : modX     วันที่ :2008-04-25 15:26:04    IP :10.10.11.xx   
ความคิดเห็นที่ 276
สวัสดีครับ เราคือ ธุรกิจกิฟฟารีนบนโลกออนไลน์ www.g-skyline.com
ซึ่งเป็นวิวัฒนาการของธุรกิจขายตรง เข้าสู่ยุคที่ สามแล้ว คือ ยุคของ E-Commerce
โดยยุคแรกเป็นยุคของ Direct Sell ยุคสองเป็นยุคของ Marketing Network
ซึ่งเราเป็นทีมงานกิฟฟารีน บนโลกออนไลน์ ที่ใหญ่ที่สุด ( Dimond Online Team )

Giffarine ไม่ใช่งานขาย ถ้าอยากรู้ให้เข้ามาศึกษาดู ไม่เสียเวลานักหรอก

โดย ทางเรา มีโปรโมชั่น ต่อสายให้ 1 สายงาน และ การแจกเว็บไซร์ขยายงานให้ฟรีครับ
และเรายินดีที่จะลงภาคสนาม เพื่อช่วยท่าน ในการขยายทีมงาน ที่ มากกว่า สายที่เราต่อให้ครับ

ถ้าท่านมาศึกษาธุรกิจกับเราแล้วไม่ทำ เราไม่ว่า
แต่ถ้า ยังไม่มาลองศึกษาแล้วไม่ทำผมเสียดาย
เพราะงานนี้ไม่มีขาดทุน เพราะมันไม่ต้องลงทุน

ส่วนลายละเอียดเกี่ยวกับแนวคิดธุรกิจ และข้อมูลต่าง ๆ
และตัวอย่างผู้ที่ประสบความสำเร็จเข้ามาชมได้ที่ Blog นี้ครับ
www.giffarineskyline.wordpress.com

ส่วนลายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ก็เข้ามาได้ที่ Blog นี้ครับ
www.ideahealth.wordpress.com

ส่วนเว็บบอร์ดของกลุ่มเรา ก็เข้ามาได้ที่นี่ครับ
http://www.yimwhan.com/board/board.php?user=giffarine

ส่วนเว็บไซร์ขยายงานหลัก ก็เข้ามาได้ที่
www.g-skyline.com

หาก post ฉบับนี้ส่งมารบกวนท่าน ทางเราก็ขอโทษไว้ ณ ที่นี้ด้วย g-skyline.com

จาก g-skyline.com
โดย : g-skyline     วันที่ :2008-04-22 18:28:02    IP :203.131.212.xx   
ความคิดเห็นที่ 275
ดีมากจะ
โดย : หมี     วันที่ :2008-04-20 08:38:29    IP :202.91.19.xx   
ความคิดเห็นที่ 274
ดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โดย : อดุยล์     วันที่ :2008-04-17 20:58:22    IP :124.122.136.xx   
ความคิดเห็นที่ 273
เก่งๆกันทั้งนั้นเหมือนโต้วาทีเลย
ได้ความรู้จากพวกคุณมากๆๆๆ ชอบๆๆๆฮาดี55555555555555
โดย : ลินลี่     วันที่ :2008-04-14 11:42:48    IP :58.8.116.xx   
ความคิดเห็นที่ 272
ความรู้มาจากการเรียนรู้และไม่ว่าใครก็สามารถเรียนรู้ได้ แต่จินตนาการมาจากตัวของคุณเอง คนฉลาดกับคนโง่ที่เราเข้าใจนั้นจริงๆแล้วแตกต่างกันเพียงนิดเดียวแค่ใครจะเข้าใจช้าเร็วกว่ากันก็แค่นั้นจริงๆๆแล้วถ้าลองนึกดูดีๆๆการที่เราจะเข้าใจอะไรก็ตามก็ต้องมาจากการนึกคิดหรือจินตนาการตามสิ่งที่เราต้องการที่จะรู้ ซึ่งมันก็พอจะสมเหตุสมผลกับสิ่งที่ไอน์สไตน์พยายามบอก
โดย : meen     วันที่ :2008-04-14 10:56:21    IP :58.8.116.xx   
ความคิดเห็นที่ 270
To.. You Wa Shock..!!

ผมอ่านความคิดเห็นของคุณแล้ว ถ้าไม่ทำความเข้าใจให้ดีๆ คงหลงทางจากสิ่งที่คุณต้องการสื่อไปไกลเลยนะครับ

ผมเข้าใจคุณนะ เพราะผมก็มีแนวความคิดคล้ายๆกับคุณ

ตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งปัจจุบัน ผมบอกตรงๆไม่ได้ใส่กับศาสนาเท่าใดนัก เพราะอะไรที่เกินหลักความเป็นจริงของเหตุและผล ผมถือว่านั่นเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่ควรค่าแก่การใส่ใจหรอกครับ ชีวิตหนึ่งเกิดมา รอวันแก่ตายเท่านั้นเอง

และผมรู้อย่างหนึ่งว่า มนุษย์จะดี หรือไม่ดี ไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่จะเข้าไปตัดสิน หรือจะตีค่าจากศาสนาใดๆได้ แต่สิ่งที่จะตัดสินคนคนนั้นได้ คือตัวของเค้าเอง จิตใจของเค้าเอง ว่าสิ่งที่ทำอยู่ ควร หรือไม่ควร ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เป็นจริง และสามารถเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง ^ ^

ส่วนเรียนเก่ง หรือ อยากจะประสบความสำเร็จ ต้องทำอย่างไร มีเคล็ดลับอย่างไร ผมก็ไม่ได้สนใจเช่นกัน เพราะผมถือคติที่ว่า เกิดมาต้องตาย อยู่อย่างพอเพียง ไม่เบียดเบียน ไม่ละโมบ รู้จักพอ เพราะมันไม่มีอะไรที่ ดีที่สุด หรือ ตกต่ำที่สุด

กฏข้อที่หนึ่ง คือ ไม่มีอะไรแน่นอน
กฏข้อที่สอง เป็นไปตามกฏข้อที่หนึ่ง

โดย : erase     วันที่ :2008-04-14 06:18:54    IP :118.174.38.xx   
ความคิดเห็นที่ 268
คุณ เชษฐ์ วิศวะ สร้างงานต้องยอมรับคำวิจารณ์
ยิ่งเขียนลึกซึ้ง เรื่องสูง ถ้าเขียนเรื่องรูปแบบนี้แล้ววนไปวนมาอย่าเขียนดีกว่า
ถ้าเขียนเรื่อง นินทาดาราก็พอได้
ผมว่าชาติที่จะพัฒนา ไอ้คำแบบว่า "ครับคนไทยมันก็แบบนี้แหละครับมองคนอื่นไม่ดีไปหมด"
อย่าลืมว่าแม่คุณก็เป็นคนไทย ถ้าอยากพัฒนา อย่าพูดเลยครับ
โดย : วิน     วันที่ :2008-03-29 18:08:42    IP :125.26.0.xx   
ความคิดเห็นที่ 267
หนูไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจินตนาการนั้นสำคัญมากกว่าความรู้ รู้อย่างเดียวว่าความรู้นั้นสำคัญมากหนูจะลองนำมันมาปฎิบัติในการเรียน
โดย : เจน     วันที่ :2008-03-28 22:14:07    IP :61.19.67.xx   
ความคิดเห็นที่ 266
หนูไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจินตนาการนั้นสำคัญมากกว่าความรู้ รู้อย่างเดียวว่าความรู้นั้นสำคัญมากหนูจะลองนำมันมาปฎิบัติในการเรียน
โดย : เจน     วันที่ :2008-03-28 22:14:06    IP :61.19.67.xx   
ความคิดเห็นที่ 265
ล ด น้ำ ห นั ก – เ พิ่ ม น้ำ ห นั ก ลองอ่านทางนี้ ง่ายๆ ไม่ต้องอด ไม่ต้องออก ดูที่ http://ZapMeTo.com?slim
โดย : Fish Can     วันที่ :2008-03-28 18:46:12    IP :125.25.254.xx   
ความคิดเห็นที่ 264
-------- }}} โ ร ค แ ก่ ก่ อ น วั ย รั ก ษ า ได้

-------- }}} ค.ศ.1994 Dr.Daniel Rudman M.D ลงในวารสาร ก ารแพ ท ย์ New England Jaurnal of medicin e ราย งาน ว่า "ผ ลการใช้ HGH สามารถ
***** ชะลอความแก่ได้
หลังจากการใช้ติดต่อกัน 6 เดือน
*****ช่วยให้ดู เป็นหนุ่ม สาว ขึ้น 10-20 ปี
*****สังเกตุจาก ผิวที่ขาว ใส ขึ้น รอยตีนการดลง
*****และ สมรรถภาพทางเพศ ที่เพิ่มขึ้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ -------- }}} www.dfew.browser.ti

เปลี่ยน ti เป็น to
โดย : dsxcz     วันที่ :2008-03-28 18:22:35    IP :58.64.56.xx   
ความคิดเห็นที่ 263
แนะนำเว็บทำเงินน้องใหม่มาแรง

สร้างรายได้มากถึง 4 แสนบาท (มากกว่าที่อื่นๆ) ด้วยระบบ Affiliate 5X5
- ทำธุรกิจง่าย ระบบเข้าใจง่าย สร้างรายได้ง่ายๆ
- ระบบจะทำการวางดาวน์ไลน์ติดตัวคุณเพียง 5 รหัสเท่านั้น ที่เกินจะถูกส่งต่อไปให้ดาวน์ไลน์ของคุณลึกลงไป 5 ชั้น (ซึ่งคุณก็ยังคงได้รับรายได้เช่นกัน)
- หากคุณแนะนำคนมาสมัครเอง คุณจะได้รับ 100 บาทต่อหนึ่งคนที่ Active
- หากอัพไลน์แนะนำคนมาให้ คุณจะได้รับ 75 บาทต่อหนึ่งคนที่ Active
- สร้างรายได้มากสุดถึง 390,500 บาท
- สินค้า/บริการของเรา คือ พื้นที่เว็บไซต์ (Hosting) มีระบบเว็บไซต์สำเร็จรูป ที่คุณสามารถสร้างเว็บไซต์ได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องพึ่งโปรแกรมเมอร์

รีบสมัครวันนี้ เป็นต้นสาย 100% เปิดตัววันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551 แน่นอน
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
h t t p : / / w w w . h e l l o m y s i t e . c o m / ? r = j e a n i y a _ j e a n

ต้องทำให้ตัวหนังสือชิดกันก่อน ถึงจะเปิดดูได้
โดย : ...     วันที่ :2008-03-28 12:09:45    IP :222.123.234.xx   
ความคิดเห็นที่ 262
เสริมนิดนึงน่ะคับ พวกวิทยาศาสตร์ยอมรับศาสนาพุทธเราเป็นหลักวิทยาศาสตร์น่ะคับ เพราะหาเหตุผลได้ มีเหตุผลรองรับที่คำกล่าวสอนน่ะคับอย่าลืม ศาสนาพุทธสอนให้คิดแล้วทำ ไม่ใช่ทำแล้วค่อยคิด
โดย : SDmini     วันที่ :2008-03-28 08:41:39    IP :125.24.9.xx   
ความคิดเห็นที่ 261
ตอบ Four ถึง คห ที่ 241 คุณนั้นไม่เข้าใจ พระพุทธศาสนา
ที่ 241 บอกว่า

ความคิดเห็นที่ 241
เพราะคนไทยไปดูถูกวิทยาศาสตร์ หาว่าวิทยาศาสตร์ต่ำต้อยกว่าศาสนาพุทธ เทพเจ้าแห่งวิทยาศาสตร์เลยเกิดความพิโรธ ลงโทษให้ทีมไทยแพ้ทีมโอมาน1-0 สมน้ำหน้า เสือกรู้จักแต่พระพุทธเจ้าแต่ไม่รู้จักเทพเจ้าแห่งวิทยาศาสตร์ เทพพเจ้าแห่งวิทยาศาสตร์ยิ่งใหญ่ไม่แพ้พระพุทธเจ้า แต่ถ้าเอาทางพุทธเข้าว่าก็ต้องพูดว่าแพ้คือพระ ชนะคือมาร ฟุตบอลแพ้โอมานไม่เป็นไร ธรรมดากีฬาย่อมมีแพ้ชนะ อะไรจะเกิดย่อมต้องเกิด ทำใจให้สงบเถิดโยม จงปล่อยวางเถอะนะ แต่วิทยาศาสตร์บอกปล่อยวางไม่ได้ ให้ทุ่มเทต่อไป ให้จ้างโค้ทเก่งๆเข้ามา ให้หาสาเหตุว่าเกิดจากความบกพร่องที่ส่วนไหน ให้ปรับปรุงใหม่ แล้วเดินหน้าเต็มตัว วิทยาศาสตร์เข้าไปแก้ไข เข้าไปกระทำ แต่พุทธให้ปลง ให้มองในแง่ดี ให้อดทน มันก็ดีทั้งสองอย่าง แต่วิทยาศาสตร์ดูถูกไม่ได้ ถ้าเราเอาแต่พุทธแล้วทิ้งวิทยาศาสตร์ เราตายแน่ๆ อย่าหลงบ้าแต่พุทธเถอะนะ รู้จักบูชาวิทยาศาสตร์มั่ง เทพเจ้าแห่งวิทยาศาสตร์จะคุ้มครองเรา สาธุ
โดย : Four วันที่ :2008-03-26 20:42:19 IP :58.10.99.xx
//////////////////////////////////////////////////////////

ผมจะตอบให้ว่าคห 241 ให้ว่า คห241 พยายามจะพูดเพื่อให้ วิทยาศาสตร์นั้น ดูดีกว่า พุทธศาสนาเท่านั้นเอง โดยพูดอ้างเหตุผลมั่วๆ เพียงเพื่อ อยากจะพูด ให้ วิทยาศาสตร์ ดูดี ไปกว่า พุทธศาสนา ซึ่งเรื่องบอลไทย ผมจะบอก ให้นะครับ ว่าเนื้อหาแท้ของพระพุทธศาสนาสอนไว้ว่าอย่างไร ดังนั้นเมื่ออ่านจบแล้ว หวังว่า คนอย่าง คห 241 จะเลิกมั่ว สักที นะครับ

การที่บอลไทยแพ้ โอมาน ทางพระพุทธศานา ตอบโจทย์และแก้ปัญหาข้อนี้ได้โดย อิทธิบาท 4 คือ บาทฐานแห่งความสำเร็จ หมายถึง สิ่งซึ่งมีคุณธรรม เครื่องให้ลุถึงความสำเร็จตามที่ตนประสงค์
มี 4 อย่าง ดังนี้
1.ฉันทะ 2. วิริยะ 3.จิตตะ 4.วิมังสา
นาย..คห ที่ 241 ยกประเดนบอลไทยขึ้นมาใช่ไหม ดังนั้นเราสามารถ ใช้หลักธรรมข้อนี้อธิบายได้ ถ้าเราอยากไปบอลโลก ทางพุทธ สอนให้ปฏิบัติดังนี้

1. ฉันทะ คือความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น |||||| ก็คือ หาก เราเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ เราต้องพอใจ และรักที่เป็นนักฟุตบอลทีมชาติ
2.วิริยะ คือความพากเพียร หมายถึง การการะทำที่ติดต่อ ไม่ขาดตอน เป็นระยะยาว จนประสบ ความสำเร็จ |||||| ดังนั้น นักฟุตบอลทีมชาติ ต้องหมั่นฝึกซ้อม อย่างจริงจัง พัฒนา ทักษะ เป็นระยะยาว ต่อเนื่องไม่ขาดตอน คือ ไม่ใช่ซ้อม วันนึง อีกวัน นอนกระดิกเท้า ไปเที่ยว ไปแดกเหล้า แบบนี้ ทำให้ขาดตอน ไม่ต่อเนื่อง ทางพุทธ จึงสอน วิริยะ คือ ฝึกให้จริงจัง ต่อเนื่อง อย่า ละทิ้ง ต้องมุ่งมั่น มีวินัย

3.จิตตะ หมายถึงความไม่ทอดทิ้ง สิ่งนั้น ไปจากความรู้สึก ของตัว ทำสิ่งซึ่งเป็น วัตถุประสงค์ นั้นให้เด่นชัด อยู่ในใจเสมอ |||||| ก็คือ มีจินตนาการ อยู่เสมอว่าจะเราต้องไปบอลโลกนะ เราจะได้ไปบอลโลกนะ ...คิดอยู่ในจิต จินตนาการ ไว้ให้เด่นชัด อยู่ในใจเสมอๆ ซึ่งก็คือ มีสมาธิจิต จดต่อ อยู่กลับเรื่องที่เราจะต้องไปบอลโลกให้ได้นะ...อย่าวอกแวก อย่าละเลย

4. วิมังสา หมายถึงความสอดส่องใน เหตุและผล แห่งความสำเร็จ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดเวลา คำนี้ รวมความหมาย ของคำว่า ปัญญา ไว้อย่างเต็มที่ |||||| ก็คือ เราต้อง หาเหตุผลดู ว่าทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จได้ เราจะไปบอลโลกได้อย่างไร ซึ่งเราอาจจะ มองดู ประเทศ ที่เขาได้ไปบอลโลก เขาไปได้ยังไง มีเหตุผล ตัวแปรใด ที่ทำให้เขาสำเร็จ เราต้องศึกษา ใช้ปัญญา ให้ลึกซึ้ง แล้วเราก็มองดูตัวเรา ประเทศของเราบ้างว่า ทำไมถึงยังไม่สำเร็จสักที เรานั้น ขาดตก บกพร่อง ตรงใหน เราก็จะพบความความจริง ที่จะนำมาแก้ไขและปรับปรุง เพื่อให้เราประสบความสำเร็จ ในการไปบอลโลกได้
นี่คือทางพุทธที่แท้จริงครับ ... ที่คนอย่างคห 241 ไม่เข้าใจ

ดังนั้น หากใครไม่รู้และได้ไป อ่าน ข้อความของ คห 241 ก็อาจจะทำ คนอื่นเข้าใจพระพุทธศาสนาผิดไป ....นี่คือตัวอย่างของ การที่ มีการส่งสาร และรับสาร ที่ผิดพลาดครับ ... ปัจจุบัน ศาสนาเรา ถูกเพิ่มเติม ปรับแต่งจากผู้ที่ไม่เข้าใจแท้จริง ไงครับ ซึ่งเนื้อแท้ของศาสนา นั้นประเสริฐมากๆ ดังนั้น ขอให้ คนอ่านแยกแยะ กันให้ออก

ส่วนเรื่องการปล่อยวาง เราก็อาจนำไปใช้ในเรื่อง ของการปล่อยวาง ที่ว่า ร่างกายของเรานั้น ไม่เที่ยง ไม่จีรัง สักวันก็ต้องเน่าเปื่อย พุพังไป อย่าไปยึดติด ให้ปล่อยวาง ว่ามีการ เกิด แก่ เจ็บตาย เป็น ของธรรมชาติ ที่หลีกเลี่ยงไม่ไป เราจะได้ไม่ทุกใจ ในสังขาร ของตน นี่คือ สิ่งที่ทางพุทธ สอนไว้

ดังนั้น หากเราจะนำหลักธรรมไหน มาประยุกต์ใช้กับเรื่องไหน ขอให้นำมาใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม กับเรื่องนั้นๆ หลักธรรมทางพุทธ มีอีกมากมายนับไม่ถ้วน และนำมาประยุกต์ใช้ได้กับทุกๆเรื่อง ได้อย่างหมดจด และทันสมัยอยู่ตลอดเวลา เพราะพุทธศาสนาเป็นเรื่องที่อธิบายธรรมชาติ ไม่ว่า เวลาจะเปลี่ยนแปลงไป เนิ่นนาน เท่าได คำสอน สิ่งที่พระพุทธเจ้า สอนไว้ ยังเป็นจริงอยู่เสมอๆ ไปศึกษากันเอาเองนะครับ
และหวังว่า คห. อย่าง 241 คงจะเข้าใจ และทำตัวให้เหมาะสมด้วย
โดย : แมนยู_ต้นตำรับ3แชมป์_ใบใหญ่     วันที่ :2008-03-28 01:03:50    IP :58.136.126.xx   
ความคิดเห็นที่ 260
หวายยยย You Wa Shock..!! นี่ขนาดจบป.โทแล้วนะเนี่ย
สวนกุหลาบ, ธรรมศาสตร์ แต่ละที่ก็เรียนมาดีๆทั้งนั้นนี่
การศึกษาไม่ได้ขัดเกลาจิตใจนายบ้างเลยเหรอ
ไม่เคารพ ไม่ศรัทธา แล้วไงอ่ะ ก็ไม่ต้องไปว่าเค้าสิ
แหม่ ดูถูกเหยียดหยามใหญ่เลย อวดตัวเองใหญ่เลย
มันเป็นความเชื่อของแต่ละคนอยู่แล้ว นายจะนับถือวิทยาศาสตร์มันก็เรื่องของนาย
ละนี่อะไรอ่ะ มาด่าศาสนาคนนู้นคนนี้เสียๆหายๆ
ดูคำพูดที่นายใช้ด่าเค้าดิ โอ้โห! ป.โท สุดยอดไปเลย
อย่าใช้แต่อารมณ์สิ สติปัญญา สมาธิ ที่เรียนจบสูงๆมาอ่ะ มันไปไหนหมด
เรื่องของความเชื่ออ่ะนาย มันก็ขึ้นอยู่กับบุคคลอยู่แล้ว
ใครจะเชื่ออะไรมันก็เป็นสิทธ์ของเค้า เหมือนที่นายเชื่อวิทยาศาสตร์น่ะแหละ
คนต่างศาสนา ต่างความเชื่อน่ะอยู่ในสังคมเดียวกันได้อยู่แล้ว
ถ้าเราไม่ไปเบียดเบียน ไม่มีอคติต่อคนอื่นน่ะ

ปล. โชคดีนะ อนาคตดอกเตอร์ You Wa Shock..!!
โดย : Skaman_T     วันที่ :2008-03-28 00:51:17    IP :125.24.52.xx   
ความคิดเห็นที่ 259
ทำไมถึงลบไปอะ ก็เลยไม่รู้เลยว่า ค.ห ที่ 1เขาบอกว่าอะไรถ้าลบไปอย่างนี้คนที่มาทีหลังก็จะไม่รู้
โดย : vovo     วันที่ :2008-03-27 15:55:51    IP :158.108.51.xx   
ความคิดเห็นที่ 258
สมัยนี้คนเรานับถือศาสนาแต่เพียงเปลือกนอกเท่านั้น ส่วนมากบ้าในเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์งมงาย มีไอ้เชี่ยคนนึง ชื่อไอ้วิศวกรเอ๋ แต่ก่อนชอบโพสท์ในเวป thaiengineering.com มากๆ แม่งบ้าศาสนาพุทธขนาดหนัก บ้าทำบุญ บ้าฟังธรรม บ้าอ่านหนังสือธรรมะ บ้าเข้าวัด หลวงพ่อหลวงปู่องค์ไหนที่ว่าดังๆมันเข้าไปเป็นศิษย์หมด แต่ความคิดมันว่าไงรู้มั้ย มันว่าตัวจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า มันว่ามันเป็นผู้ปรานาพุทธภูมิ มันว่าตัวมันมีอิทธิฤทธิ์ต่างๆนานา และเคยเกิดเป็นเทพเป็นเทวดาเป็นพระอินทร์พระพรหมเป็นไอ้โน่นไอ้นี่มาเยอะแยะแล้ว และกำลังจะได้เกิดเป็นพระพุทธเจ้าต่อไป ใครไปทักท้วงมันก็ไม่ได้นะ มันจะด่าเค้าแหลกเลย โอ้โห..เอากะมันสิครับ นี่น่ะเหรอคนที่ศรัทราพุทธศาสนาจริงๆ ผมว่าตัวบ่อนทำลายศาสนามากกว่า สิ่งที่ไอ้คนพวกนี้ทำคือเรื่องงมงายทุกชนิด แต่แก่นแท้ของศาสนา คือทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว พวกมันไม่เคยทำเลย ไอ้วิศวกรเอ๋คนนี้ ใครๆในเวปต่างรู้ดีว่ามันเป็นเกย์ บ้าดาราชายเป็นที่สุด โดยเฉพาะ มอส, ดีทูบี, เวียร์ ฯลฯ มันชอบกินเหล้าและเที่ยวกลางคืนด้วย คิดเอาเองละกันว่า สิ่งที่พวกมึ งๆทั้งหลายกำลังทำน่ะ มันใช่หลักคำสอนของพุทธจริงหรือ ดูไอ้วิศวกรเอ๋คนนี้เป็นตัวอย่างก็ได้ แล้วจะขอแฉอีกเรื่องนะว่าพระชั้นผู้ใหญ่ดังๆทั้งหลายน่ะ ไม่ต้องไปนับถือแม่งมากหรอก มีเมียทั้งนั้น มีองค์นึงกูกล้าประจานแบบไม่ต้องกลัวโดนฟ้องเลยว่า ชื่อพระปลัดสามารถ ธมฺมธโร อยู่วัดไล่ขิง ไอ้นี่ลูกศิษย์ลูกหาเยอะโดยเฉพาะสาวๆเพราะมันเป็นพระรูปหล่อ แม่งมีเมีย แล้วขี้เงี่ยนเป็นที่สุด เห็นสาวๆไม่ได้ มันจับมาฟันหมด ที่รู้ก็เพราะคนเสียหายเป็นคนรู้จักเอง มันนั่งแทกซี่มาปี้ถึงบ้านเลย ชอบเล่นเอ็มส่งเมล์จีบสาวด้วย เคยโทรไปแจ้งรายการทีวีรายการนึงจำไม่ได้แล้วว่ารายการอะไร ประมาณถอดรหัสอะไรงี้มั้ง ให้ไปจับมัน แต่เรื่องก็เงียบหายไปไม่มีความคืบหน้า นี่ล่ะครับศาสนาพุทธของเมืองไทยมันเป็นแบบนี้ นับถือกันแต่เปลือกนอกทั้งนั้น ส่วนความดีน่ะเหรอ คนไทยเลิกทำกันไปนานแล้ว
โดย : You Wa Shock..!!     วันที่ :2008-03-27 15:32:38    IP :202.129.59.xx   
ความคิดเห็นที่ 257
ก็หลาย คห นะ ที่บอก ไอสไตน์เป็นพุทธมั่ง นับถือมั่ง ชมเชย มั่ง คุณรู้กันได้ยังไง เค้าเป็นยิวก็รู้ ๆอยู่ ยิวไม่ยอมรับศาสนาไหนง่าย ๆหลอก อย่าพยายามงมงายเกินไป
โดย : ไอแซค นิวตัน     วันที่ :2008-03-27 15:10:13    IP :124.120.129.xx   
ความคิดเห็นที่ 256
ศาสนาพุทธจะอยู่ซักกี่ปีไม่มีใครรู้หรอก ที่ทำนายๆทั้งหลายน่ะเดาส่งทั้งนั้น เลิกโง่กันได้แล้ว หันมาทำความดีดีกว่า จะไปสนใจทำห่าอะไรกับคำนาย จะอยู่อีกพันปีหรืออีกแค่ร้อยปี พวกมึ งทั้งหลายก็ไม่มีวันได้อยู่ดูอยู่ดี ทำไมไม่เลิกสนใจเรื่องไร้สาระพวกนี้แล้วหันมาทำความดีกันจริงๆจังๆ ให้สมกับที่พระพุทธเจ้าหวังไว้ดีกว่า ส่วนไอ้เรื่องคำทำนายห่าเหวอะไรนั่น มันไม่ใช่แก่นแท้ของศาสนาเลยแม้แต่น้อย แก่นแท้ของศาสนาจริงๆมีแค่ ทำความดีละเว้นความชั่วทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้วแค่นั้นเอง ถ้าอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์มันมีจริงพระพุทธเจ้าของไม่เลิกบำเพ็ญทุกขรกริยาแบบพราหมแล้วหันมาดำเนินชีวิตตามทางสายกลางหรอก เพราะพวกศาสนาพราหมมันนั่งสมาธิฝึกญาณวิเศษมาก่อนพุทธเป็นพันปี มันยังไม่เห็นจะสำเร็จห่าอะไรเลย เพราะฉะนั้นเลิกใส่ใจเรื่องเหลวไหลพวกนี้ได้แล้ว ไอ้พวกโง่ เบื่อจริง คำก็คำทำนาย สองคำก็คำทำนาย อยากรู้มีโคตรพ่อโคตรแม่พวกมึ งซักตัวมั้ยจะอยู่ถึงไอ้วันที่พวกมึ งทำนายแบบเดาส่งกันน่ะ เหรี้ยเอ้ย อ่านแล้วจี๊ดว่ะ
โดย : You Wa Shock..!!     วันที่ :2008-03-27 14:42:10    IP :202.129.59.xx   
ความคิดเห็นที่ 255
-------- }}} โ ร ค แ ก่ ก่ อ น วั ย รั ก ษ า ได้

-------- }}} ค.ศ.1994 Dr.Daniel Rudman M.D ลงในวารสาร ก ารแพ ท ย์ New England Jaurnal of medicin e ราย งาน ว่า "ผ ลการใช้ HGH สามารถ
***** ชะลอความแก่ได้
หลังจากการใช้ติดต่อกัน 6 เดือน
*****ช่วยให้ดู เป็นหนุ่ม สาว ขึ้น 10-20 ปี
*****สังเกตุจาก ผิวที่ขาว ใส ขึ้น รอยตีนการดลง
*****และ สมรรถภาพทางเพศ ที่เพิ่มขึ้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ -------- }}} www.dfew.browser.ti

เปลี่ยน ti เป็น to
โดย : dfcdv     วันที่ :2008-03-27 14:38:36    IP :58.64.56.xx   
ความคิดเห็นที่ 254
เอาตัวรอดได้ก็พอดีแล้วได้เกรดสองก็ดี เรดสูงก็เครียดต้องกระวนกระวาย ตำก็จะตายไปไม่รอด ความพอดีคือทางสายกลาง สบายๆ
โดย : จร     วันที่ :2008-03-27 13:13:14    IP :118.172.58.xx   
ความคิดเห็นที่ 253
ดิฉันควบคุมน้ำหนักได้ 14 kg. ในระยะเวลา 2 เดือนอย่างปลอดภัย อยากทราบเชิญคลิ๊กค่ะ เคยใช้วิธีควบคุมน้ำหนักหลายวิธี เช่น อดอาหาร, กินยาลดน้ำหนัก ฯลฯ ซึ่งไม่ได้ผล แถมได้สุขภาพ ที่ทรุดโทรม ตามมา จึงหันมาศึกษาอย่างจริงจัง หาวิธีควบคุมน้ำหนักที่ถูกต้อง ซึ่งก็คือ ทานอาหาร ที่มีแคลอรี่ต่ำ ปลอดภัยได้ อ.ย.ก่อนด้วยและที่สำคัญไม่แพงซึ่งทุก อย่างรวมอยู่ ในผลิตภัณฑ์ อาหาร ซึ่งทำมาจาก สมุนไพร 100% ทานง่าย พกพาสะดวกนำไปได้ทุก ๆ ที่รสชาติอร่อย ได้ อ.ย.ด้วย ไม่ใช่แค่ประเทศไทยนะ ได้ตั้ง 58 ประเทศ ไม่แพงอีกตะหากราคาเริ่มต้น คิดเฉลี่ยต่อมื้อ แล้ว ประมาณ 35-40 บาทเก็บตังค์เป็นค่าขนมได้ ตั้งเยอะ แถมผิวพรรณดีตามมาด้วยค่ะ ตอนนี้ทาน ต่อเนื่องมา 1 ปีเต็มแล้วค่ะ เมื่อน้ำหนักลดจนพอใจ แล้ว จึงหันมา สู่โปรแกรมรักษาสุขภาพต่อเลย น้ำหนักไม่เคยขึ้นไปอีกเลย มีแต่ผู้คนทักถามสนใจ ผลิตภัณฑ์นี้เป็น จำนวนมาก สนใจติดต่อสั่งซื้อ หรือสอบถามวิธีการ รับประทานได้ค่ะที่ ยินดีให้คำปรึกษาฟรีนะคะ ++ ++ที่
s u r a c ha t e . t r e n d y c a r e . c o m
ปล. พิมพ์ติดกันเลยนะคะ ไม่ต้องพิมพ์ VV . VV . VV . นะคะ
โดย : VV     วันที่ :2008-03-27 10:58:45    IP :117.47.45.xx   
ความคิดเห็นที่ 252
ฮา ความคิดเห็นที่ 251
เหอๆ 555+
โดย : 555+     วันที่ :2008-03-27 09:02:58    IP :202.29.60.xx   
ความคิดเห็นที่ 251
เรานอนกับแฟนก็จินตนาการว่าแฟนเป็นดาราสิ เราต้องใช้จินตนาการให้เป็นประโยชน์
โดย : a     วันที่ :2008-03-27 07:11:12    IP :58.8.169.xx   
ความคิดเห็นที่ 250
คุณ 249 เจ้าของบทความเขาเขียนมาให้อ่าน ผมว่ามันก็ดีนะครับ แล้วคุณ249หละลองหาบทความดีๆซักอันมาให้อ่านหน่อยนะครับคนไทยมันก็แบบนี้แหละครับมองคนอื่นไม่ดีไปหมดลืมมองตัวเองหรือเปล่าว่าดีกว่าคนอื่นตรงไหน???ลองเอาไปคิดนะครับ เพื่ออะไรๆจะพัฒนามากกว่านี้
โดย : เชษฐ์ วิศวะ     วันที่ :2008-03-27 04:35:18    IP :124.121.182.xx   
ความคิดเห็นที่ 249
ผมอ่านกระทู้แล้วเหมือน
คนเขียนปัญญาอ่อน วนไปวนมากับคำว่า "จินตนาการ" คำเดียว

น้องๆ
หลักการทำให้เก่งมันมีหลายอย่าง
อยู่ที่ว่า คำว่าเก่ง คุณวัดผลแบบไหน
ถ้าสอบผ่านหรือเรียนจบ
ใช้สมองส่วนความจำก็ได้

"จินตนาการ" คนเขียนดูยังไม่มีจินตนาการเอาซะเลย
โดย : วิน     วันที่ :2008-03-27 01:07:05    IP :125.26.3.xx   
ความคิดเห็นที่ 248
พระพุทธเจ้าคาดคะเนอย่างแม่นยำแล้วว่าศาสนาพุทธจะรุ่งโรจน์ได้แค่2500ปี หลังจากนั้นจะค่อยๆเสื่อมลง ก็เพราะความต้องการของมนุษย์มีแค่นั้น แต่มีพวกกระโหลกหนาปัญญาอ่อนบอกอยากให้อยู่นานๆ จะเอานานๆทำไม เอาหมื่นปีเลยก็ได้ แต่กว่าจะถึงหมื่นปี พระไตรปิฏกก็ต้องเอาไว้สอนพวกลิงเชมเปนซี จะมีใครเม่งโง่นานถึงหมื่นปี อีกแค่สามร้อยปีคนก็น่าจะรู้หลักสัธรรมจากใจตัวเองแล้ว ศาสนายิ่งอยู่นาน ยิ่งแสดงว่าคนโง่นาน คนพัฒนาการช้า นึกว่าอยู่นานๆจะดี ก็คนมันโง่มันก็คิดแบบนั้น
โดย : Four     วันที่ :2008-03-26 23:07:55    IP :58.10.99.xx   
ความคิดเห็นที่ 247
เรื่องของศาสนาพุทธ มีคำทำนายมาแต่ทีแรกว่าพระพุทธเจ้าทำนายไว้ที่2500ปี หลังจากนั้นจะค่อยๆเสื่อมลง แม้เหล่าสาวกจะเสียดายและขอให้เพิ่มให้ยาวนานมากปีขึ้น แต่พระพุทธเจ้าก็ปฏิเสธ ทำนองว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อะไรจะเป็นก็ต้องเป็น ในเมื่อมันมีความรุ่งโรจน์แค่2500ปี ถ้ามันได้แค่นี้ มันก็ต้องได้แค่นี้ แม้ต่อมามีพวกบ้าศาสนาพยายามทักว่าศาสนาพุทธจะคงสภาพไปอีกจนถึง5000ปี แต่ก็ไม่ใช่ เพราะผลของมันออกมาแล้วว่า พระพุทธเจ้าคาดคะเนได้แม่นยำมาก พอถึงพุทธศักราชที่2495 ประเทศจีน เกาหลีเหนือ เวียตนาม กลายเป็นคอมมิวนีสย์ ศาสนาพุทธที่เดิมทีมีคนนับถือมากที่สุดในโลก กลับกลายเป็นศาสนาเล็กๆที่มีคนนับถือมากเป็นอันดับสาม ต่อมาลาวและเขมรกลายเป็นคอมมิวนีสย์อีก พุทธศาสนิกชนยิ่งลดน้อยลง ช่วง50ปีที่ผ่านมา โลกเจริญขึ้นมาก คนรุ่นใหม่ๆในญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร ไต้หวัน กลายเป็นคนไม่ยึดถือศาสนา ยิ่งทำให้คนนับถือพุทธน้อยลง ถามว่าศาสนาพุทธจะอยู่ไปจนครบ5000ปีไหม จะอยู่กี่ปีมันไม่สำคัญ สำคัญว่าพุทธจะมีความหมายไปได้นานแค่ไหน ถ้ามนุษย์ยังต้องพึ่งพาพุทธ พุทธก็ยังอยู่ ถ้ามนุษย์เลิกเรียกหาพุทธ พุทธก็ค่อยๆเลือนหายไป คนที่ต้องการให้พุทธอยู่นานๆ ก็คือคนที่ยังต้องพึ่งพุทธไปอีกนานๆ แต่พวกที่ค่อยๆตรัสรู้ด้วยตัวเอง แม้จะได้ทีละน้อย แต่ก็เข้าใกล้สัจธรรมมากขึ้นทุกที คงไม่ต้องรออีก2500ปีนะ อีกแค่สอง สามร้อยปี คนส่วนใหญ่ก็น่าจะยืนบนขาตัวเองได้ ถ้าต้องรออีก2500ปีค่อยหลุดพ้นมันกโง่.เป็นควาย
โดย : Four     วันที่ :2008-03-26 22:52:31    IP :58.10.99.xx   
ความคิดเห็นที่ 246
คนฉลาด หากเป็นคนเลว ก็สู้ไม่มีเลยจะดีกว่า

ก็เปรียบเหมือนนักวิทยาศาสตร์ ที่ฉลาดหลักแหลม ที่นำไปใช้ในทางที่ผิดล่ะครับ

แต่หากจะโง่ดักดาน แต่เป็นคนคลั่งศาสนา นั่นก็พอๆกัน เพราะมันแทบจะไม่มีความพัฒนาเลย

ลองคิดเล่นหาก มนุษย์เรายึดหลัก เหมือนคนในสมัยก่อนมาใช้ นำเอาหลักวิทยาศาสตร์มาใช้ดำรงชีวิต ให้เหมาะสม

คิดๆเอานะครับ โลกมันอาจจะไม่ไปเร็วอย่างทุกวันนี้ บางทีอาจจะได้เล่นแค่ msn แค่ เวอร์แรกสุดก็ได้ แต่อย่างน้อยๆ

น้ำมันก็ไม่แพง สังคมก็ไม่ทราม รถก็ไม่เยอะ ความเครียดโดยรวมก็แทบไม่มี ไม่มีใครมองว่า เราล้าหลังหรอกครับ ในเมื่อเวลาปัจจุบัน มันคือใหม่ล่าสุดเสมอไป

เราก็มองไปอย่างเดียวคือ เราในตอนนี้ทันสมัยแล้ว

อ้อ อีกอย่างนะครับ คุณ 236 พระพุทธเจ้า ไม่เคยสร้างอะไรแทนตัวท่านเองครับ ท่านไม่เคยสอนให้เชื่อตัวท่านเองด้วยครับ มีแต่คำสอน แต่จะเชื่อคำสอนรึไม่ก็พิสูจน์เองว่า จริงรึเปล่า

แล้วก็ไม่ได้ปรินิพพาน มา 2551 ปี ครับ หากจะสวนก็ศึกษาข้อมูลสักหน่อยนะครับ แล้วไอน์สไตล์ ก็พูดถึงเกี่ยวกับเรื่องจิตเช่นกันครับ

ผมไม่ทราบว่าไอนสไตล์ ศึกษาศาสนาพุทธหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ไอน์สไตล์ ชอบศาสนาพุทธมากที่สุดแล้ว ... เอ๊ะ ไม่ได้ศึกษาแล้วมาชอบได้ไงหว่า
แถมกล่าวอีกด้วยว่า เป็นศาสนาเดียวที่ควรจะเป็น ศาสนาสากล ของโลก เพราะอิงกับ เรื่องของการพิสูจน์ แทบจะอย่างเดียว

ผมไม่ถึงกับคลั่งศาสนา แต่ผมมองเห็นว่า คำสอนนี้ มันไม่มีทางผิดได้เลย ไม่ว่าจะอีกกี่ระยะเวลา

ฝรั่งหลายๆคน ที่ไม่ได้สนใจศาสนาใดๆเป็นพิเศษ ยังมาสะดุดที่ศาสนาพุทธเลย ก็เพราะตรงนี้แหล่ะครับ ไม่เคยสอนให้คนไปนับถือตน

ไม่รู้ว่าคุณคิดเอาเองรึเปล่านะครับ
โดย : - -     วันที่ :2008-03-26 22:08:13    IP :58.10.99.xx   
ความคิดเห็นที่ 245
ไม่ว่าใครที่หนักไปทางไหน มันก็ต้องส่งผลลบอยู่แล้วครับ

เรื่องวิทยาศาสตร์ เนี่ยดูยังไงในปัจจุบัน มันก็กำลังทำลายโลกเราอยู่ เพราะมนษย์ไม่รู้จัก ใช้วิทยาศาสตร์ที่เหมาะสม

เหมือนที่ผมยกตัวย่าง อาณาจักรที่รุ่งเรืองในสมัยก่อน ซึ่งมันเป็นเพียงแต่หมู่บ้าน ธรรมดา แต่ว่ามันไม่เหมือนหมู่บ้านธรรมดานี่ดิ

เพราะเวลามันย้อนไปเป็นพันๆปี แต่กลับมีความคิดบางอย่างที่ คิดได้พอๆกับคนเราในปัจจุบัน บางทีเหนือกว่าด้วยซ้ำ แต่ว่ามันถูกลืม ด้วยบางสาเหตุ

แค่คนไทยในสมัยก่อน ที่สร้างบ้านแบบยกตัวบ้าน ลอยเหนือพื้นดิน นั่นก็คือการใช้หลักวิทยาศาสตร์ขั้นต้นแล้วนะครับ ในสมัยก่อนคนไทยก็ใช้กันเยอะด้วย แต่ไม่มีใครยักจะรู้กันเอง

ยิ่งพัฒนามา คนไทยยิ่งรับแต่ของนอก บางอย่างในไทยดีกว่าเค้าซะอีก ถึงจะส่วนน้อยก็ตาม แต่ไม่รู้จักดู ร้จักหากันเอง

จนโดน พวกยุ่น มาเสาะหาสอบถาม ความรู้จากพวกชาวบ้าน หรือคนถิ่น แล้วไปจนลิขสิทธิ์จนเกือบจะหมดแล้ว

เป็นไงล่ะครับ รู้สึกเสียดายความเขลบ้างรึยัง

มันรักแต่จะสบายๆๆ โดยไม่มองผลลัพธ์

มันไม่ต่างอะไรกับที่ สารพิษมันกำลังจะกลืนโลก

ไอโรคร้ายทั้งหลาย มันเกิดมาจากอะไรล่ะครับ โรคเอดส์ โรคมะเร็ง โรคอะไรต่อมิอะไรร้ายแรง

มันก็จากความโลภของมนุษย์ทั้งนั้น มันอาจจะมีมานานแล้ว แต่ไม่ถึงกับขั้น ระบาดหนัก หรอกครับธรรมชาติมันสมดุลมาให้อยู่แล้ว ไม่ยังงั้นโลกคงเละเฟะ ไปตั้งแต่ ไม่ถึงล้านปีหรอกครับ ไม่มีมาให้คุณเหยียบกันหรอก

แต่พอมนุษย์ เริ่มเข้าสู่ยุคใหม่ แล้วเป็นยังไงล่ะ ? มันเร็วเหลือเกิน มองว่ามันเร็วนะครับ

ในรุ่นของเรา มันอาจจะไม่ชัดเจน แต่ผลัดไปอีก 100 ปี ความไม่รู้จักพอ และความเขลาของนักวิทยาศาสตร์ที่ ใช่วิทยาศาสตร์ไม่เป็น เมื่อเทียบกับมนุษย์ยุคก่อนๆ

มันจะทำลาย โลกส่วนรวม ไม่ว่าจะขนเอาขยะสารพิษจาก ฝรั่งเศสมา ที่ฝั่งไทยแล้วปิดบริษัทหนี หรือ จะเอาของเสียไปทิ้งที่ห่างไกลจากบ้านตัวเอง

สุดท้ายแล้ว โลกมันกลมอยู่ดีครับ ต่อให้มันตายเป็นคนสุดท้ายของโลก แล้วมันแปลว่าตายไหม?

ผมจึงขอแย้งมากครับ กับพวกยกวิทยาศาสตร์เหนือหัว

คนที่ใช้เป็นเท่านั้น มันจึงควรจะเป็นศาสตร์ที่น่าหลงใหล อะไรที่มันพิสูจน์แล้ว ผลออกมายังไงก็ลบ จะไปพิสูจน์ทำไม สงครามแค่นี้ก็เยอะพอแล้ว

มันจะต้องควบคู่ไปด้วยกันไงครับ
โดย : - -     วันที่ :2008-03-26 21:56:25    IP :58.10.99.xx   
ความคิดเห็นที่ 244
ถ้าเรามีเทพเจ้าแห่งวิทยาศาสตร์อยู่ในใจ มันก็มิได้หนักใจอะไร เงินทองก็ไม่ต้องเสีย ท่านไม่ต้องการของเซ่นไหว้บูชา อาหารก็ไม่ต้อง ท่านอิ่มทิพย์ ไม่ออกบิลฑบาตร ไม่ต้องการเรี่ยไรเงินทองอะไรทั้งนั้น ท่านอยู่กับลมห่มกับฟ้า ณที่แห่งใดที่มีสายลม แสงแดด มีคนอยู่ได้ ท่านก็อยู่ด้วย ท่านไม่เคยจุกจิกกวนใจ ท่านคุ้มครองและรักเราเสมอ แต่เราจะมีใจให้ท่านได้แค่ไหน ท่ายอยู่นานมากกว่า5000ปีแน่นอน 55555555555
โดย : Four     วันที่ :2008-03-26 21:06:54    IP :58.10.99.xx   
ความคิดเห็นที่ 243
เทพเจ้าแห่งวิทยาศาสตร์สุดประเสริฐ ขอให้เรามีใจรักท่าน ไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าดอกไม้ธูปเทียน ขอให้เราขยันศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ ข้อสำคัญมีข้อเดียว คืออย่าไปดูถูกว่าท่านต่ำต้อยกว่าพระพุทธเจ้า ท่านเป็นพระสหายของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ท่านไม่มีรูปร่าง ใครอย่าอุตริไปทำรูปปั้นท่านมาบูชานะ ท่านโกรธจะลงโทษเอา ให้โง่ดักดานไปเป็นพวกรากหญ้า
โดย : Four     วันที่ :2008-03-26 20:58:37    IP :58.10.99.xx   
ความคิดเห็นที่ 242
บ้านเมืองเราแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ ฟุตบอลเราก็แพ้แล้วแพ้อีก ถามว่าถ้าเราเอาธรรมะเข้าข่ม อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด แพ้ชนะเรื่องธรรมดา ดีไหม ก็ดีนะซิ สบายดี ไม่ต้องทำอะไร เอาธรรมะเข้าข่มแล้วเราก็ไปนอนเล่น ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น ถ้าใครด่าว่าคนไทยโง่ ขี้เกียจ เราก็ท้าต่อยเม่งเลย มวยไทยเป็นสุดยอดศิลปการป้องกันตัว บรรพบุรุษเราให้มา 5555555555
โดย : Four     วันที่ :2008-03-26 20:51:44    IP :58.10.99.xx   
ความคิดเห็นที่ 241
เพราะคนไทยไปดูถูกวิทยาศาสตร์ หาว่าวิทยาศาสตร์ต่ำต้อยกว่าศาสนาพุทธ เทพเจ้าแห่งวิทยาศาสตร์เลยเกิดความพิโรธ ลงโทษให้ทีมไทยแพ้ทีมโอมาน1-0 สมน้ำหน้า เสือกรู้จักแต่พระพุทธเจ้าแต่ไม่รู้จักเทพเจ้าแห่งวิทยาศาสตร์ เทพพเจ้าแห่งวิทยาศาสตร์ยิ่งใหญ่ไม่แพ้พระพุทธเจ้า แต่ถ้าเอาทางพุทธเข้าว่าก็ต้องพูดว่าแพ้คือพระ ชนะคือมาร ฟุตบอลแพ้โอมานไม่เป็นไร ธรรมดากีฬาย่อมมีแพ้ชนะ อะไรจะเกิดย่อมต้องเกิด ทำใจให้สงบเถิดโยม จงปล่อยวางเถอะนะ แต่วิทยาศาสตร์บอกปล่อยวางไม่ได้ ให้ทุ่มเทต่อไป ให้จ้างโค้ทเก่งๆเข้ามา ให้หาสาเหตุว่าเกิดจากความบกพร่องที่ส่วนไหน ให้ปรับปรุงใหม่ แล้วเดินหน้าเต็มตัว วิทยาศาสตร์เข้าไปแก้ไข เข้าไปกระทำ แต่พุทธให้ปลง ให้มองในแง่ดี ให้อดทน มันก็ดีทั้งสองอย่าง แต่วิทยาศาสตร์ดูถูกไม่ได้ ถ้าเราเอาแต่พุทธแล้วทิ้งวิทยาศาสตร์ เราตายแน่ๆ อย่าหลงบ้าแต่พุทธเถอะนะ รู้จักบูชาวิทยาศาสตร์มั่ง เทพเจ้าแห่งวิทยาศาสตร์จะคุ้มครองเรา สาธุ
โดย : Four     วันที่ :2008-03-26 20:42:19    IP :58.10.99.xx   
ความคิดเห็นที่ 238
ถ้าจะจินตนาการให้ดี ต้องฟังเพลงคลาสสิคไปด้วย เหมื่อนกับไอน์สไตน์
โดย : หมุน     วันที่ :2008-03-26 13:14:10    IP :192.168.7.xx   
ความคิดเห็นที่ 237
คุณคห. 236 จายเยนๆ เราเข้าใจที่คุณพูด คิดเหมือนกัน แต่ใจเย็นๆน๊า ค่อยๆพูดค่อยๆจา นะจ๊ะ ^_^ เดี๋ยวมันจะงึดทั้งวันนะ
โดย : แมงปอ     วันที่ :2008-03-26 12:39:28    IP :58.147.40.xx   
ความคิดเห็นที่ 236
อ่านคนข้างล่างแล้วงึดอีกแล้ว อุตส่าจะไม่พูดแล้วนะแต่มันอดไม่ได้ พวกคุณจะไปคิดทำไมให้ปวดกะบาลครับเนี่ย ทุกวันนี้ทำความดีอะไรกันมั่งหรือยัง หรือมัวแต่บ้าเรื่องกัปป์เรื่องกัลย์ เรื่องนรกสวรรค์อยู่ได้ พระพุทธเจ้าจะเกิดมาแล้วกี่แสนล้านปีก็ช่างแ ม่งประไร แต่ที่แน่ๆตายห่ าไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกมา 2,551ปีแล้ว แล้วถ้าเชื่อว่าพระพุทธเจ้าดับขรรภ์ปรินิพพานแล้วล่ะก็ แสดงว่าพระพุทธเจ้าไม่มีวิญญาณมาสิงในพระพุทธรูปเพื่อหลอกหลอกหรือมาดลบันดาลอะไรให้ใครได้อีกแล้ว ดังนั้นเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธเจ้าถือว่าสิ้นสุด ไม่มีอีกต่อไปแล้วเพราะนิพพานไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังเหลืออยู่คือหลักธรรมคำสั่งสอนของท่านต่างหากที่ยังสำคัญอยู่ ปฏิบัติตามกันมั่งหรือเปล่า หรือมัวแต่ศึกษาเชิงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์บ้าบออยู่ได้ ความดีน่ะหัดทำซะบ้าง ศีล ทาน ภาวนา หัดทำหัดรักษาซะมั่ง ไม่ใช่มัวแต่มานั่งคิดแต่เรื่องอิทธิฤทธิ์ของพระพุทธเจ้าว่าเป็นยังงั้นยังงี้ มันจะได้ประโยชน์ห่ าอะไรขึ้นมาวะ ไอ้เ ปรตเอ้ย
โดย : You Wa Shock..!!     วันที่ :2008-03-26 12:06:16    IP :202.129.59.xx   
ความคิดเห็นที่ 235
เพื่อสนองความต้องการของตนเอง คิดกันจนปวดหัวถึงขนาดที่จะพยายามเดินทางออกนอกอวกาศ สำรวจดาวเคราะห็เพื่อนบ้าน สำรวจกาแล็คซี่ สำรวจเอกภพ ซื่งในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าโลกที่เราอยู่และเข้าใจนั้นไม่ได้มีแค่เอกภพเดียว แต่ยังมีอีกหลายๆเอกภพ นี่ก็แค่ตัวอย่างของวิทยาศาสตร์(ทั้งหมดนี้พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้เป็นพันๆปีแล้วทั้งสิ้น)......ทำไม?พระพุทธเจ้าทรงรู้ได้ไง?สมัยนั้นมันยุคที่มีแต่คนโง่ ไม่มีความรู้วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เหรอ เครื่องบินก็ไม่มี ยานอวกาศก๊ไม่มี ดวงจันทร์ก็ไม่ได้ไป อย่างว่าแต่ข้ามเอกภพเลย แค่ข้ามแกแล็กซี่ก็ต้องใช้เวลาเป็นหมื่นล้านปี แล้วท่านตรัสออกมาได้อย่างไร?เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านทรงใช้จิตเดินทางงง(เกิน 3 มิติแล้ว) ท่านทรงสามารถกำหนดจิตได้ และสามารถคุมจิตได้จากการที่ท่านนั่งสมาธิกำหนดจิตละทิ้งสิ่งที่ยึดติดในทุกๆมิติทั้งทางกายและทางใจ(จิตเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เชื่อว่าสามารุเร็วกว่าแสงได้ ซึ่งไอสไตน์ท่านก็ยอมรับในเรื่องนี้) ดังนั้นท่านจึงทรงไปมาหมดแล้วทั้งสิ้นไม่ว่าจะนรก สวรรค์ ดาวโน้น ดาวนี้ เอกภพอื่นๆ หรือเอกภพไหนๆก็ตาม ด้วยจิตที่มั่นคงของพระพุทธเจ้า ท่านทรงสามารถกำหนดจิตจนเห็นถึงการเกิดดับของมัน ท่านจึงระลึกชาติได้ บรรลุทุกความจริงของธรรมชาติ
โดย : ยุงบินชุม     วันที่ :2008-03-26 11:23:46    IP :203.170.137.xx   
ความคิดเห็นที่ 231
ข้อแก้ไข คุณ คห.ที่225นิดนึง บุคคนที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านั้น จะต้อง เป็นพระโพธิสัตว์ บำเพ๊ญเพียรบารมีมาเปนแสนๆกัปส์ กัปส์ คือ ช่วงเวลาที่เกิดไฟล้างจักวาล1ครั้งนั่นเอง หรือ Bigbang 1กัปส์=10ยกกำลัง140 มีหน่อยเป็นปีครับ ดังนั้น พระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ หากต้องการจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านั้น ต้องสั่งสมบารมีนานมากๆ ครับ ไม่ใช่10ชาติ
โดย : james     วันที่ :2008-03-26 09:41:14    IP :124.120.164.xx   
ความคิดเห็นที่ 229
งั้นจะพูดเรื่องจินตนาการก็ได้ตามที่