ปวดขากรรไกรเวลาเคี้ยว แต่หมอดันตรวจตำแหน่งอื่น-=By หมอแมว=-
มีแม่เด็กคนหนึ่งพาลูกมาตรวจ เด็กเป็นเด็กอายุประมาณวัยประถมต้น ... โดยบอกกับผมว่าเด็กมีอาการปวดขากรรไกรเนื่องจากเคี้ยวน้ำแข็งมาก อยากจะให้ช่วยเอกซ์เรย์ดูว่ามีกระดูกผิดปกติหรือไม่
ผมมองหน้าเด็ก ถามซักอาการอยู่พักนึง ก่อนที่จะหยิบที่ส่องหูออกมาดู จากนั้นก็ให้เด็กอ้าปากคลำที่กราม ส่องดูคอ ซึ่งในระหว่างตรวจมารดาก็พยายามติงอยู่ว่าเด็กเป็นที่ขากรรไกรอย่างเดียวไม่ได้เป็นที่อื่นๆ
"เด็กเป็นรูหูอักเสบครับ" ผมบอกหลังจากเห็นว่าลักษณะรูหูภายในแดงและตีบแคบ มีลักษณะอักเสบเข้าได้กับโรคหูชั้นนอกอักเสบ แม่เด็กทำท่างงๆแล้วก็ให้ลูกชี้ว่าเจ็บตรงไหน ซึ่งเด็กก็จับไปที่บริเวณหู(ซึ่งก็จับครอบคลุมตั้งแต่ท้ายทอยเรื่อยมาจนถึงกรามและใบหู) สรุปแล้วมารดาก็ขอให้ฉายเอกซ์เรย์
ผมจำไม่ได้ว่าครั้งนั้นผมสั่งเอกซ์เรย์ตามความต้องการหรือไม่ แต่เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยๆจนเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว สำหรับอาการที่ผู้ป่วยเชื่อว่าเกิดที่ตำแหน่งหนึ่งแต่ที่จริงแล้วสาเหตุเกิดมาจากอีกตำแหน่งหนึ่ง
วันนี้เราจะเข้ามาดูเรื่องการปวดขากรรไกรครับ ว่าแค่ตำแหน่งเล็กๆแห่งนี้เกิดจากอะไรได้บ้าง และพื้นที่เล็กๆบนใบหน้านี้ก่อปัญหางุนงงอะไรได้บ้าง
ปัญหาแรก ชื่อเรียกไม่ตรงกัน
ขากรรไกร เป็นอวัยวะที่อยู่ตรงตำแหน่งข้างหน้ารูหู เป็นส่วนของข้อต่อที่เชื่อมกระดูกใบหน้าเข้ากับกระดูกขากรรไกรล่าง ... ทีนี้ก็มีหลายครั้งหลายคราวที่หมอก็จะโดนติงว่า ตรงข้อต่อนั้นไม่ได้เรียกว่าขากรรไกร แต่เรียกว่า "กราม"
มีคนไม่น้อยที่มาที่รพ.บอกว่าปวดกราม แล้วก็จะเถียงว่าขากรรไกรคือส่วนของปากด้านล่าง(แนวกระดูกฟันล่างและคาง)
ที่จริงแล้ว ชื่อไหนจะถูกจะผิดก็แล้วแต่ แต่ในเรื่องนี้ ผมเรียกชื่อขากรรไกรตามแบบลักษณะชื่อมันครับคือส่วนที่เป็นข้อเหมือนข้อของกรรไกร
ยังไงก็ตาม เรื่องนี้คนเรียกไม่ตรงกันเยอะ กรามค้างกับขากรรไกรค้างก็ใช้สลับกันไปมา ... เอาเป็นว่าปวดตรงไหนชี้เอาจะง่ายกว่าครับจะได้ไม่ต้องเถียงกัน
ปัญหาที่สอง ปวดตรงไหนไม่จำเป็นต้องเป็นโรคตรงนั้น
หลายครั้งทีเดียวที่เวลาผุ้ป่วยมารพ.แล้วมั่นอกมั่นใจมากว่าเป็นการเจ็บอักเสบที่ขากรรไกรแน่ๆ พอหมอจะตรวจส่วนอื่นๆก็อาจจะไม่ร่วมมือให้ตรวจนักเพราะรู้สึกว่าหมอกำลังตรวจเกินความจำเป็น
ที่จริงแล้ว ตำแหน่งของขากรรไกร เป็นตำแหน่งที่อยู่ใกล้อวัยวะหลายๆอย่าง และมีเส้นประสาทหลายเส้นที่พาดผ่านบริเวณนี้ ดังนั้นการปวดจึงอาจจะไม่ตรงไปตรงมา
อาการเจ็บจากอวัยวะส่วนหนึ่งอาจจะเจ็บแล้วลามไปยังอวัยวะข้างเคียงซึ่งเป็นบริเวณข้อขากรรไกร ทำให้อาการปวดจะเป็นมากเวลาเคี้ยว ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นอาการเจ็บของขากรรไกรได้ครับ
ปัญหาที่สาม โรคของการปวดข้อขากรรไกรนี้ ตกลงมีอะไรได้บ้าง
ปวดข้อขากรรไกรเวลาเคี้ยวนี้ ต้องดูจากตำแหน่งของมันครับว่ามันมีอวัยวะอะไรที่อยู่ใกล้ชิดบ้าง ...
- หู
รูหูเป็นอวัยวะที่อยู่ข้างหลังต่อข้อขากรรไกร ลองเอานิ้วก้อยแหย่เข้าไปในรูหูทั้งสองข้างแล้วขยับปากเคี้ยวสิครับ จะรู้สึกได้เลยว่ามีอะไรกำลังขยับอยู่ทางด้านหน้ารูหู
ดังนั้นหากเกิดโรคที่เกิดการอักเสบภายในหูขึ้นมา เวลาเราเคี้ยวก็จะเกิดการขยับของเนื้อเยื่อของรูหู เกิดอาการเจ็บเวลาเคี้ยวได้
โรคที่เจอได้บ่อยๆคือโรคหูชั้นนอกและหูชั้นกลางอักเสบครับ
- ต่อมน้ำลาย
ตรงบริเวณที่อยู่ระหว่างแก้มและใบหู จะเป็นบริเวณของต่อมน้ำลายที่มีชื่อเรียกว่าParotid หากเกิดการอักเสบติดเชื้อขึ้นมา ก็จะทำให้เกิดอาการเจ็บได้ ... และเนื่องจากมันมีตำแหน่งอยู่ทับบนข้อขากรรไกร ดังนั้นเวลาเคี้ยวอาการตรงนี้ก็จะเจ็บขึ้นมาก ในรายที่เป็นมากๆอาจจะเป็นถึงขนาดมีไข้ได้เลย
- ฟัน
ฟันเป็นอวัยวะที่มีโอกาสเกิดการอักเสบได้บ่อยๆจากสองเรื่องก็คือ ฟันผุ และ ฟันคุด ... ทั้งสองอย่างนี้เวลาเกิดการอักเสบขึ้น ก็จะเกิดอาการเจ็บเวลาเคี้ยวได้เช่นกัน
- โรคของข้อขากรรไกร
มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Temporomandibular joint disorder (TMJ) เป็นความผิดปกติของข้อกรรไกรที่ทำให้เกิดความผิดปกติเวลาขยับปากจะเคี้ยว ปากครั้งจะเกิดอาการเจ็บ บางครั้งจะเกิดอาการเหมือนข้อขากรรไกรหลวมๆทำท่าจะหลุด ซึ่งอาการจะเป็นมากขึ้นหากเคี้ยวอาหารเหนียวๆหรือเคี้ยวเป็นเวลานานๆ ... อันนี้แหละครับ ปวดขากรรไกรของจริง
ตกลงแล้วถ้าปวดจะไปหาหมอไหนดี
ปกติแล้วผมเข้าไปในพันทิป นั่งอ่านเรื่องที่มีคนถามบ้าง ... อย่างกรณีนี้ เวลานั่งอ่านว่ามีใครแนะนำอย่างไร จะเห็นจำนวนไม่น้อยที่แนะนำว่าเป็นโรคTMJ ให้ไปหาหมอฟัน
ส่วนในชีวิตจริง ผมก็จะเจอคนที่ไปหาหมอฟันเพราะมีผู้หวังดีบอกว่าเป็นโรคTMJ ให้ไปหาหมอฟัน จากนั้นหมอฟันก็ไล่ให้มาหาหมอ เพราะว่าเป็นอย่างอื่น
ลองนึกสภาพคนที่ลางานไปหาหมอฟันวันนึง รอคิวยาวเหยียด จากนั้นหมอฟันตรวจแล้วปรากฎว่าไม่เกี่ยวกับโรคทางทันตกรรม ... ให้ไปตรวจกับหมอ .... จากนั้นต้องทนปวดไปนั่งรอคิวยาวเหยียดตรวจกับหมออีกรอบสิครับ ... หึหึ
... ดังนั้นอ่านมาตั้งนานแล้ว หลังจากนี้คือสิ่งที่ผมอยากให้ได้กลับไปครับว่า ตกลงแล้วถ้าปวดที่ขากรรไกรเวลาเคี้ยวมากๆเข้า จะรู้ได้ยังไงว่าจะไปหาหมอไหน
มาเริ่มกันเลยครับ
1. อยู่เฉยๆปวดไหม
ปัญหาที่ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าตนเองปวดขากรรไกรหรือปวดบริเวณอื่นก็เนื่องมาจากการเคี้ยวทำให้ปวดมากขึ้น ทำให้ไปมัวแต่เคี้ยว ... พอเคี้ยวมากๆก็เลยรู้สึกว่าน่าจะเป็นที่ข้อขากรรไกร หรือไม่ก็ยิ่งระบมเสียจนบอกไม่ได้ว่าปวดตรงไหนกันแน่
ดังนั้นหากปวดแล้ว ก็ควรจะลองอยู่นิ่งๆครับ แล้วสังเกตว่ามีอาการปวดหรือไม่ ... ถ้าหากปวดก็ลองอยู่นิ่งๆแล้วสังเกตว่าอาการปวดนั้นมันไปรวมกันแถวไหนมากที่สุด
2. ตรวจหู
ลองสังเกตดูครับว่ามีอาการผิดปกติจากหูหรือไม่ ... อย่างเช่นมีอาการหูอื้อหรือไม่ เพราะผมเจอได้บ่อยเหมือนกันที่ผู้ป่วยที่หูอักเสบจนตันไปแล้วหรือกระทั่งแก้วหูทะลุน้ำหนองไหล ... มารู้ตัวว่าหูอื้อก็ตอนที่ผมถามว่าได้ยินชัดหรือไม่
ต่อมาการจะดูว่าการอักเสบมีจุดที่เกิดจากหูหรือไม่ ก็อาจจะทำโดนเอามือดึงใบหูไปทางด้านหลังเบาๆครับ ถ้าหากเกิดจากรูหรูอักเสบ ก็มักจะเจ็บมากขึ้นอย่างชัดเจน
3.ตรวจต่อมน้ำลาย
ตรวจกันซื่อๆเลยครับ ... เอามือกดนวดเบาๆไปที่หน้าใบหูและแก้ม ถ้าปวดขึ้นมากๆก็ใช่เลย หรือไม่ก็สังเกตจากอาการข้างเคียงของมันโดยการหาของเปรี้ยวๆมาวางไว้ให้น้ำลายสอ ... หากเกิดอาการเจ็บขึ้นพร้อมกับเวลาน้ำลายไหล อันนี้ก็ให้สงสัยเช่นกันครับ
4. ตรวจฟัน
จริงๆปวดฟันนี่น่าจะเป็นอะไรที่รู้ได้โดยไม่ยาก แต่ก็พบว่าหลายคนทีเดียวครับที่ปวดฟัน แต่ไม่รู้ว่าที่ตนปวดอยู่เป็นการปวดฟัน
การตรวจฟันก็ทำได้ง่ายๆครับ ไปยืนอ้าปากส่องกระจกแล้วเอาด้ามช้อนเคาะไปบนฟันแต่ละซี่ ... หรือถ้าหากการอ้าปากหน้ากระจกทำให้เจ็บจนจับตำแหน่งไม่ได้ ก็อาจจะเอานิ้วของตนเองล้วงเข้าไปแล้วกดๆตามฟันก็ได้ครับ ถ้าหากมีฟันซี่ใดซี่หนึ่งหรือแนวของเหงือกที่กดไปแล้วปรากฎว่าเจ็บชัดเจนก็น่าจะแปลว่าปวดฟันครับ
บางคนคิดว่าปวดบนใบหน้าตำแหน่งเล็กๆแค่3-4ซม. ไม่น่าจะยุ่งยากหรือเป็นได้หลากหลายโรคขนาดนี้ แต่สำหรับการแพทย์และทางร่างกายแล้วนี่เป็นเรื่องปกติครับ เพราะเรื่องพวกนี้บางทีมันไม่ได้ตรงไปตรงมาเหมือนเปิดหนังสือรักษา
สุดท้ายเข้าใจว่าบางคนคงรู้คำตอบแล้วว่าจะไปหาหมอคนไหน
note : รูปประกอบจาก
http://www.tmjscale.com
แฟชั่น อินเทรน ดารานางแบบ เรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิง
โดย :
หมอแมว
อีเมล์ : mor_maew@yahoo.co.uk
วันที่ : 2007-12-15 18:40:25
Tags :
หมอแมว
ปวดกราม
ขากรรไกร