home   |   blog   |   video   |   album   |   club   |   picpost   |   sticker   |   email   |   chat   |   e-card   |   memory   |  
คุณเคยเป็นหรือเปล่าครับ อิจฉาเพื่อนที่หน้าตาดีกว่า ฐานะดีกว่า จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ !

..................พอดีมีเพื่อนคนหนึ่ง มักจะมาบ่นกับผมอยู่เรื่อยๆว่า เขาหน้าตาไม่ดี จีบหญิงยาก อะไรทำนองนั้น ....มีอยู่วันหนึ่ง ผมนึกรำคาญอะไรเพื่อนคนนี้ขึ้นมาก็ไม่รู้ .....ก็เลย พูดอะไรบางอย่างกับเขาไป จนเขาเริ่มคิดได้บ้าง แต่ เนื้อหาสาระ ที่ผม พูดกับ เพื่อนคนนี้ คิดว่า เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก ก็เลย ต้องนำมาเขียนบอกเล่ากันในบอร์ดซะหน่อย ที่สำคัญ สิ่งที่ผมพูดแนะนำเพื่อนคนนี้ มันก็เคย เป็นประสบการณ์ของตัวเองเหมือนกัน .................. ..

...สมัยเรียนอยู่พาณิชย์ ผมเคยได้ชื่อว่าเป็น "ดาว" ของโรงเรียนพาณิชย์ คือประมาณว่า มีคนมาสนใจเยอะว่างั้นเถอะ ......แต่พอ เข้ามหาวิทยาลัย ...........ก็มาเจอ คนที่หน้าตาดีกว่าผมเอามาก แถมแม้แต่เรื่องฐานะการเงิน เรื่องพอร์ตการลงทุนในหุ้น เขาก็ใหญ่กว่าผม แถมเขายังมีที่ปรึกษา เรื่องหุ้นที่เก่งมาก ในขณะที่ผมต้องลงทุนแบบศึกษาเอาเอง ไม่มีที่ปรึกษาดีเหมือนอย่างเขา ..................แน่นอนมันทำให้ผมอิจฉาเพื่อนคนนี้จนกินไม่ได้นอนไม่หลับไปพักนึง ....ว่าทำไม เขาถึงมีดีกว่าเราทุกอย่าง ........................

..............แต่ระหว่างที่ กำลังทุกข์ใจกับเรื่องแบบนี้ ก็บังเอิญไปเจอกับ สิ่งที่ผมคิดว่า มันล้ำค่า มากกว่า รูปร่างหน้าตา หรือ ฐานะทางการเงิน ที่เพื่อนผมมี(มีมากกว่าผม) ซะอีก .............

......................มันคือ หนังสือเล่มเล็กๆขนาดฝ่ามือเล่มหนึ่ง ที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟ ในร้านกาแฟสดที่ผมไปนั่งกินเป็นประจำ .........................เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ ทำให้ผม ได้สติฉุกคิดขึ้นมาว่า ความทุกข์ในใจผมนั้น มันเกิดจาก เราเห็นเพื่อนหน้าตาดีกว่า ทำให้เราเกิดความอยากมี อยากเป็น หรือ อยากเด่นเหมือนอย่างเขา ....
.............มิทันไร ก็มีความคิดอีกอย่างเกิดขึ้นตามมาทันทีอย่างเป็นกระบวนการ คือ ความคิดที่ว่า รูปร่างหน้าตานั้น มันไม่ใช่สิ่งที่คงทนถาวร วันหนึ่งก็ต้องแก่ชรา ต้องมีริ้วรอย ทรุดโทรม และเน่าเปื่อยผุพัง .....................แล้วก็มีอีกความคิดเกิดตามขึ้นมาอีกอย่างต่อเนื่อง ........... คือความคิดที่ว่า คนที่หน้าตาธรรมดาๆ เมื่อแก่ตัวหรืออาจเคราะห์ร้ายประสบอุบัติเหตุอะไรที่ทำให้หน้าตาได้รับบาดเจ็บซะก่อน เขาย่อมไม่ทุกข์กับมันเท่าไหร่ แต่กับ คนที่สวยมากๆ หล่อมากๆ และ เคยภูมิใจกับ รูปร่างหน้าตาตัวเองมากๆ เขาย่อมทุกข์ทรมานกับมันมากกว่า เพราะร่างกาย รูปร่างหน้าตา เป็นสิ่งไม่เที่ยง ไม่คงทนถาวร ไม่อยู่กับเราได้ตลอดไป ...............
..............เมื่อเป็นเช่นนี้ บางที คนที่หน้าตาธรรมดา อาจจะโชคดีกว่าก็ได้น่ะ เพราะไม่ต้องมีอะไรให้ยึดติด และเมื่อไม่มีอะไรให้ยึดติดยึดมั่น ก็ย่อมไม่ทุกข์ เมื่อถึงเวลาที่มันต้องเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ .........................

..............ในเมื่อรู้เช่นนั้นแล้ว เราจะอิจฉาเพื่อน ที่หน้าตาดีกว่า หรือ ดารานักร้อง ไปทำไม จะอยากได้ไปทำไม เพราะวันข้างหน้า เขาอาจจะต้องทุกข์กว่าเราอีกหลายเท่า ....................

...........ขอเฉลยครับ..................หนังสือเล่มที่ผมหยิบมาอ่าน ขณะจิบกาแฟอยู่ในคอฟฟี่ช็อป ก็คือ หนังสือธรรมะนี่เอง ...............และกระบวนการทางความคิดที่อธิบายไปแล้วข้างต้นก็คือ กระบวนการของ "อริยสัจ 4 " .นั่นเอง .............
......................คือ อาการกินไม่ได้นอนไม่หลับที่เห็นเพื่อนมีอะไรดีกว่าตนนั้น คือ "ทุกข์" ..............การระลึกรู้ว่า ทุกข์นั้นเกิดจากความปรารถนา อยากเป็นคนหน้าตาดี อยากมี อยากได้เหมือนเพื่อนนั่นคือ "สมุทัย" (คือสาเหตุของทุกข์) .............ส่วนความคิดที่พยายามระลึกรู้ตามจริงว่า รูปร่างหน้าตาต้องทรุดโทรมชราภาพ เน่าเปื่อย ผุพัง นั่นคือ กระบวนการของ "นิโรธ" ..และการมีความเข้าใจที่ถูกต้องตามความเป็นจริงของกฏธรรมชาติ ว่า รูปร่างหน้าตา นั่นไม่เที่ยง เป็นสาเหตุของทุกข์ ไม่มีอะไรที่ควรยึดติดถือมั่น ทำให้ไม่เกิดความรู้สึกกระวนกระวาย อยากมี อยากได้ สิ่งที่ไม่เที่ยงนั่นอีก .........ก็คือ "มรรค" ในส่วนของ "สัมมาทิฐิ" ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยดับทุกข์นั่นเอง ...............................

................ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตาเท่านั้นนะครับ ที่ไม่เที่ยง .......แม้แต่ฐานะการเงิน โดยเฉพาะในโลกทุนนิยมเสรีปัจจุบันนี้ มนุษย์เราสามารถเคลื่อนย้ายทรัพย์สินเงินทองมหาศาลข้ามทวีปได้ด้วยนิ้วมือเพียงนิ้วเดียว ภายในเวลาเสี้ยวนาที ..........ในยุคปัจจุบันที่มูลค่าทรัพย์สินของคนๆหนึ่ง สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงขึ้นๆลงๆ บนกระดานอิเล็กทรอนิกส์ จนทำให้คนๆหนึ่งสามารถที่จะรวยขึ้นหรือ จนลงภายในเวลาวินาทีต่อวินาที ......................
............เมื่อพิจารณาตามจริงดังนี้ ก็จะเข้าใจว่า ความมั่งคั่งของคนอื่น หรือ ของตัวเองก็ตาม สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงให้รวยขึ้น หรือ จนลงก็ได้ ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยอีกหลายอย่าง ..................นี่แสดงให้เห็นว่า เรื่องทรัพย์สินก็เป็นสิ่งที่ ไม่ยั่งยืน สามารถเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน .........จึงไม่ควรยึดติด ที่ รวยกว่า หรือ จนกว่า ซึ่งเป็น สิ่งปรุงแต่ง เป็นอุปาทาน แต่ ควรจะมุ่งไปให้ความสำคัญที่ว่า "ใครมีความสุข มากกว่ากัน ใครมีปัญญาในธรรมมากกว่ากัน "

............หลังจากที่ได้หนังสือธรรมะช่วยชี้แนะทำให้ดับความทุกข์ร้อนจากการเห็นเพื่อนมีดีกว่าลงได้ ..................

..............เดี๋ยวนี้อย่าว่าแต่เพื่อนเลยครับ .......แม้แต่เห็นดารา นักแสดงหน้าตาสวยๆ พริตตี้ โคโยตี้ พอเกิดความคิดว่าหน้าตาสวยๆนั้น ล้วนเกิดจากการปรุงแต่ง ลองดารานางแบบนั้นไม่ได้ แต่งหน้า ไม่ได้ อาบน้ำซัก 2 - 3 วัน หรือแค่ลบเครื่องสำอางค์ออก มันยังจะสวยแบบนั้นอีกหรือเปล่า .............หรือ ให้ลึกกว่านั้นหน้าตาสวยๆ หล่อๆนั้น ไม่เที่ยง เดี๋ยวก็ต้องแก่ชรา มีรอยย่นผุพัง พอเกิดความคิดเช่นนี้ ผมก็รู้สึกเฉยๆ ลงไปมาก.........(ทั้งที่เมื่อก่อน ผมนี่เป็นเอาหนักถึงขนาดได้ฉายาจากเพื่อนในกลุ่มว่า "ไอ้ขากาม " " ไอ้หน้าหม้อ " ฯลฯ ซะด้วยซ้ำ) ......
...
...........อย่างเมื่อไม่กี่วันมานี่ ก็มีเพื่อนชวนไปดู พริตตี้ งานมอเตอร์เอ็กซ์โป ผมก็รู้สึกเฉยๆ แล้วก็ปฏิเสธไป ...........(ทั้งที่เมื่อก่อน ผมก็ชอบดู อะไรแบบนี้เหมือนกัน) เพราะคิดว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่เป็นแก่นสารสาระดีกว่า ......
..........................ยิ่งนึกไปถึงดาราสาวคนหนึ่งที่ผมเคยแอบชอบเธอมากๆ แต่พอตอนที่เธอประสบอุบัติเหตุ แล้วเห็นภาพหน้าตาที่เต็มไปด้วยแผลของเธอ มันก็ยิ่งตอกย้ำสัจธรรมที่ว่า สังขารนี้ไม่เที่ยง ไม่มีอะไรน่ายึดติดจริงๆ ปัจจุบันผมก็ชอบดาราคนนี้อยู่นะ แต่ชอบความดี แล้วก็เสน่ห์อย่างอื่นของเธอมากกว่าที่จะหลงใหลรูปร่างหน้าตา ......................

...............พูดอีกอย่างหนึ่ง มันก็คือไตรลักษณ์ ก็คือ อนิจจัง คือความไม่เที่ยง ไม่จีรัง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป แต่เมื่อเรายึดติด อยากให้มันอยู่กับเราตลอดไป แต่เมื่อมันเป็นไปไม่ได้เราก็เกิดทุกข์(ทุกขัง) เราจึงต้อง มองว่ามันอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน ไม่เที่ยง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ..................

.....................แม้แต่นามปากกา"จิ้งจอกหน้าหยก" ที่ผมใช้มานาน จนกลายเป็นคนดังในสังคมเว็บบอร์ด แต่ถ้าลองไม่เข้ามาโพสต์ซัก 1 ปี กลับเข้ามาอีกที เดี๋ยวคนก็คงลืมกันหมด ....แม้แต่นามปากกา ก็เป็นสิ่งสมมุติ ไม่ใช่สิ่งที่จีรังให้ยึดติดเช่นกัน

...................ขอแขวะไปเรื่องการเมืองหน่อย ............. ถ้า นักการเมือง ในเมืองไทยเรา บางคน (หรือ หลายๆคน)มัน เข้าใจธรรมะมากกว่านี้ ...... เข้าใจว่า "โลกธรรม 8 " คืออะไร ..............เข้าใจไตรลักษณ์ อย่างถ่องแท้ ...........เข้าใจ ว่าอุปาทานคืออะไร .............. และรู้จักคำว่าปล่อยวาง ..................เข้าใจหลักทศพิธราชธรรม ....... และที่สำคัญ คือ เข้าใจ คำว่า "หิริโอตัปปะ " .............เอาแค่นี้ ....ประเทศชาติบ้านเมือง ก็จะสงบสุขมากกว่านี้เยอะ .........การเมืองจะพัฒนาไปมากกว่านี้เยอะโดยที่ไม่ต้อง สะเออะ ไปพูด อะไรที่มันลึกซึ้ง อย่างพวก "เจโตวิมุติ " ..(แต่ หิริโอตัปปะ ธรรมะพื้นๆที่ผมเคยเรียนมาตั้งแต่อยู่อนุบาลนี่ กลับไม่รู้ )

..........สรุปแล้ว ผมพบว่า สิ่งที่ล้ำค่ามากกว่า รูปร่างหน้าตา ฐานะ ที่เพื่อนผมมีอยู่ ก็คือ "ธรรมะ"ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่นเอง .......เพราะสิ่งนี้สามารถให้ปัญญากับเรา ทำให้เราดับทุกข์ได้จริงอย่างถาวร

.............เวลาที่คนเรามีทุกข์ หรือ มีปัญหาอะไรซักอย่าง การหันหน้าเข้าหาธรรมะ อาจจะช่วยท่านได้นะครับ .................

ไม่เชื่อ ก็ลองดู !

Mr.K.Cheng Gong (จิ้งจอกหน้าหยก เซียวอิงจวิ้น)


แฟชั่น อินเทรน ดารานางแบบ เรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิง

โดย : จิ้งจอกหน้าหยก_เซียวอิงจวิ้น
อีเมล์ : yoknoi16@thaimail.com
วันที่ : 2007-12-14 15:28:21
Tags : จิ้งจอกหน้าหยก    ธรรมะ   


   



 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท

ความคิดเห็นที่ 30
Domain.WS เปิดโอกาสให้คุณแล้ว รับเงินต่อเดือนผ่านทางInternet

ธุรกิจ Online 100% ไม่ต้องประชุม ไม่ต้องเจอหน้ากัน ทุกอย่างทำด้วยคอมพิวเตอร์ เพียงคุณสมัครแล้วทำ
การโปรโมต Domain คุณก็มีรายได้คงทีเป็นเงินเดือนแล้วครับ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.money-online.ws
แล้วพบกันครับ (ปอ)
โดย : poreally     วันที่ :2007-12-26 12:52:17    IP :58.64.70.xx   
ความคิดเห็นที่ 29
.............มิ้นท์.......คห.27 ...................ดูตัวเองซะก่อนนะ ยังเลียก้นทักษิณอยู่แท้ๆ แต่ทะลึ่งมาสอนคนอื่นให้ปล่อยวางการเมือง ......

................อ๋อ กลับไปบอกเจ้านายเอ็งที่ฮ่องกงด้วย ว่า ปล่อยวางเรื่องอำนาจซะบ้างน่ะ อย่ายึดติด ............เพื่อชีวิตจะมีความสุขขึ้นมาบ้าง ..
โดย : เกรียนInw     วันที่ :2007-12-24 16:23:47    IP :58.64.75.xx   
ความคิดเห็นที่ 28
คห27 ก็รู้จัก ปล่อยวาง จาก อำนาจเงินตราของระบอบทักษิณ ด้วยก็ดีน่ะ
โดย : คริก คริก     วันที่ :2007-12-23 16:51:50    IP :58.9.13.xx   
ความคิดเห็นที่ 27
คิดได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว แต่จะดีกว่านี้ ถ้าหัด ปล่อยวางเรื่องการเมืองบ้าง

เพราะเห็นว่าโพส เชลียร์ กะทิเหลือเกิน หวังว่าหนังสือธรรมะ คงทำให้คุณเกิดสติปัญญามากขึ้น และออกจากกะลากะทิได้สักที
โดย : มิ้นท์     วันที่ :2007-12-23 09:04:03    IP :124.120.147.xx   
ความคิดเห็นที่ 26
แหม คห.19 ไปรู้ใจเขาอีก
โดย : แฟนคลับโม     วันที่ :2007-12-22 11:23:11    IP :124.121.2.xx   
ความคิดเห็นที่ 25
สาธุ....
ถึงแม้เราจะได้มันมาเคราก็ต้องทุกข์กับเรื่องอื่นต่อไปอี
เหมือนเราไง สาวมารุมตรึม ทำใจลำบากจัง 555
โดย : GHOs     วันที่ :2007-12-21 16:26:22    IP :202.5.87.xx   
ความคิดเห็นที่ 24
ถูกค่ะ อย่างดิชั้นที่สวยๆแบบนี้ ดิชั้นก็เพียงพอใจในความสวยของตัวเองแล้วค่ะ
โดย : รศ.ดร.สจ.พญ ชะนีดง ณ โดนซอยยิก     วันที่ :2007-12-21 04:58:11    IP :124.120.236.xx   
ความคิดเห็นที่ 23
เคยคิดอิจฉาคนอื่นเหมือนกันน่ะ ทำไมเราไม่ได้อย่างเขา ทำไมเราไม่เปงอย่างเขา แต่พอคิดดูดีๆแล้ว คนที่ด้อยกว่าเราก็มีน่ะ ทำไมเค้าไม่รู้สึกเหมือนเราเรย ก็เพราะเค้าพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น
โดย : NaChi     วันที่ :2007-12-19 19:29:39    IP :124.120.183.xx   
ความคิดเห็นที่ 19
คุณ จิ้งจอกหน้าหยก เซียวอิงจวิ้น ชอบ น้องแตงโม
โดย : pppp     วันที่ :2007-12-16 00:40:37    IP :58.9.96.xx   
ความคิดเห็นที่ 16
เป็นบทความที่ดีครับ ขอสนับสนุน
โดย : นับถือ ๆ     วันที่ :2007-12-15 20:38:38    IP :192.168.0.xx   
ความคิดเห็นที่ 15
สาธุ
โดย : ฟฟฟ     วันที่ :2007-12-15 19:37:17    IP :58.64.55.xx   
ความคิดเห็นที่ 14
ขยันเขียนจัง...

แต่ก็จับใจความได้นะคะ ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ที่มีประโยชน์จ้า
โดย : ป้ามิ้นท์(นางพญา แห่งดงพญาไฟ)     วันที่ :2007-12-15 17:16:01    IP :125.26.86.xx   
ความคิดเห็นที่ 13
ชอบมากครับกับบทความนี้ ทำให้หลาย ๆ คนคิดได้

แต่ถ้าเราจะพูดหลักความจริงแล้ว ใคร ๆ ก็เกิดมาอยากหล่อ อยากสวยทั้งนั้นใช่มั้ยล่ะครับ เข้าใจว่าสักวันเมื่อเราแก่ก็จะต้องเ***่ยวยนไปตามกาลเวลา แต่ถ้าตอนนี้เรายังหนุ่ม ๆ สาว ๆ เราก็อยากสวย อยากหล่อ อยากรวยเป็นธรรมดาใช่มั้ยล่ะครับ ถ้าพูดกันตามเนื้อผ้าจิง ๆ

แต่ก็อย่างว่านะคนเราเนี่ยทุกวันนี้มันไม่เห็นตัวบาปหรอกว่าเป็นยังไง วัน ๆ คอยแต่จะเสือกเรื่องชาวบ้านว่าเค้าหล่อกว่า รวยกว่า มีไอ้นั่น มีไอ้นี่ คนหล่อ ๆ ตอนหนุ่ม ๆ สาว ๆ ก็เข้ามาหากันเป็นเกลียว กับคนหน้าตาไม่ดีไม่มีสาว จะเลือกอย่างไหนล่ะ ทุกคนในที่นี้ก็ต้องเลือกหน้าตาดีไว้ก่อน ไว้ตอนแก่ค่อยว่ากันใช่ป่ะ

แต่ยังไงผมก็ชอบนะกับบทความนี้อะ
โดย : เทเรซา     วันที่ :2007-12-15 12:17:29    IP :125.24.243.xx   
ความคิดเห็นที่ 12
ถ้าถึงขั้นกินไม่ได้ นอนก็ไม่หลับน้น อันนั้นมันเข้าขั้นริษยาเเล้วครับซี่งเป็นอะไรที่น่ากลัวมั่กมากกกก หนังสือธรรมะเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรอ่านครับ ผมเห็นด้วยเต็มร้อย ทุกคนมีความอิจฉาอยู่ในตัวนะ เป็นธรรมดาของมนุษย์โลกครับ เเต่อยู่ที่ว่า เขาคนนั้นจะใช้มันไปในทางสร้างสรรค์หรือทําลาย ถ้าสร้างสรรค์ เราก็จะตั้งใจทําเเต่ในสิ่งดีๆ จะได้มีสิ่งดีๆกลับเข้าตัวบ้าง เเต่ถ้าไปในทางลบ ก็คงจะเป็นเเนวว่า จ้องจะทําลายเขาอย่างเดียว หรือ ถ้าเขาล้มเราต้องซํา ซึ่งคนในสังตมมีเเบบนี้เยอะมาก พูดไปก็น่าเบื่อครับ เอาเป้นว่า พวกเราทําดีกันไว้ดีกว่า เเล้วเสิ่งดีจะเข้าเยี่ยมเยียนเราเองครับ โชคดี เพื่อนผอง
โดย : good luck     วันที่ :2007-12-15 06:50:53    IP :72.229.39.xx   
ความคิดเห็นที่ 5
เห็นด้วยกับจขกท.ทุกประการ อยากให้ประชาชนหันมาสนใจในธรรมะมากขึ้นและรู้จักปล่อยวางด้วยหลักเหตุผล โดยเฉพาะ"นักการเมือง"
โดย : หมวยดอนน่า     วันที่ :2007-12-14 20:33:21    IP :58.9.119.xx   
ความคิดเห็นที่ 4
คุณจิ้งจอกหน้าหยก เขียนได้ดีค่ะ เข้าใจยกตัวอย่าง มาอธิบายให้เห็นภาพ อ่านกระทู้นี้แล้วจะเห็นว่า เรื่องธรรมะ นั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย

อนุโมทนาค่ะ
โดย : ปูไฮโซ     วันที่ :2007-12-14 20:15:18    IP :210.246.80.xx   
ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณที่มาย้ำให้จำเอาไว้อีกรอบค่ะ เคยคิดได้อย่างนี้แหละ แต่พอเวลาผ่านไป มัวยุ่งๆกับ
อย่างอื่น กิเลสก็เข้ามาอีก ได้มาอ่านอีกรอบวันนี้ ช่วยได้มากเลยค่ะ

เป็นการทำบุญ อย่างหนึ่งนะคะ

สาธุ
โดย : xscience     วันที่ :2007-12-14 19:15:35    IP :84.74.122.xx   
ความคิดเห็นที่ 2
คุณจิ้งจอกฯ ก็ยังไม่หนีเรื่องการเมือง....แต่ธรรมะที่คุณเอามาอ้างอิงนั้นถือว่าดีเลย....คนสมัยนี้ขี้อิจฉาแต่ไม่เคยสำนึกเลยว่าทุกอย่างที่เรามีสักวันมันก็สูญสลายไปตามกาลเวลาไม่แม้แต่ร่างกายของเรา....คนมีมากย่อมทุกข์มากเพราะเกิดจากความยึดมั่นถือมั่นนั่นเอง
โดย : ป๊อป     วันที่ :2007-12-14 18:57:35    IP :118.172.35.xx   
ความคิดเห็นที่ 1
ก็จริงอ่ะ คนสวยหล่อเดี๋ยวก็แก่
หล่อสวยรวยก็ไม่ได้มีความสุขเสมอไป
ไม่รู้จักพอก็รู้สึกขาดร่ำไป

บางคนก็สังคมพาไป ทำให้เขายึดติดและไม่รู้จักพอ
โดย : applecider     วันที่ :2007-12-14 16:35:53    IP :125.26.73.xx   

เว็บเพื่อนบ้าน : YenTa4  |  เอ็มไทยเมล์  |  ThaiSecondhand  |  Tarad  |  มูลนิธิ ดร.พิชนี โพธารามิก  |  GossipStar  |  Fwdder  |  ของขวัญ   |  TLC Center
เว็บผู้สนับสนุน : วัน-ทู-คอล!  |  Net Design  |  IT Education   |  Samsung MP3 Player  |  koh chang
mthai service :   blog  |  video  |  album  |  club  |  picpost  |  forums  |  sticker  |  email  |  chat  |  pal  |  e-card  |  memory  |  hotsite  
ข้อความทีท่านได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ

copyright ® MThA!.com all right reserved
all comments are welcome at
webmaster@mthai.com