home   |   blog   |   video   |   album   |   club   |   picpost   |   sticker   |   email   |   chat   |   e-card   |   memory   |  
แพ้ยาแล้วเอาไงดี -=By หมอแมว=-

ครั้งที่แล้วเราได้คุยกันเรื่องการแพ้ยาไปแล้วคร่าวๆ แต่บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่าถ้าหากเกิดการแพ้ขึ้นมาจริงๆแล้วจะทำอย่างไรดี ผมจึงเรียบเรียงเป็นข้อๆให้ดูกันครับว่าเมื่อเกิดการแพ้ยาแล้ว เราจะทำอย่างไร รวมทั้งเมื่อแพ้ไปแล้วควรจะทำอะไรเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดแพ้ยาซ้ำขึ้นมาอีก
0) ไม่ใช้ยาโดยไม่จำเป็น
สังเกตว่าในการจ่ายยาในโรงพยาบาลหลายๆครั้งนั้นแพทย์จะสั่งจ่ายยาให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการหลีกเลี่ยงการแพ้ยาที่ดีที่สุดก็คือการใช้ยาให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
เนื่องจากเราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าเราจะแพ้ยาตัวใด การได้รับยามากๆโดยไม่จำเป็นก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการแพ้ยาให้สูงขึ้นไปอีก
อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เมื่อเกิดการแพ้ยาขึ้นมา หากผู้ป่วยได้รับยาใหม่ๆหลายชนิดพร้อมๆกัน เราก็มักจะไม่สามารถหาได้ชัดเจนว่าผู้ป่วยแพ้ยาอะไร

1) รู้จักชื่อยาที่ได้รับ
ปัญหาสำคัญในเรื่องการแพ้ยาก็คือการที่ไม่รู้จักชื่อยาที่ได้รับซึ่งจะมีผลทำให้ ประการหนึ่งเมื่อเกิดการแพ้ยาแล้วไม่รู้ว่าแพ้ยาใด ... และอีกประการหนึ่งคือต่อให้รู้ว่าแพ้ยาอะไรอยู่แล้วก็จะไม่ทราบว่ายาที่ตนได้มาใหม่นั้นมียาที่ตนแพ้อยู่ด้วยหรือไม่
ดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เมื่อคุณได้รับยามา ไม่ว่าจะจากแพทย์ พยาบาล เภสัชกร หรือคนขายยาตามร้านค้า คุณควรจะถามชื่อยาอีกครั้ง
ในกรณีที่คุณไม่ได้ถามชื่อยามาตั้งแต่ต้น หากเกิดการแพ้ยาขึ้นมาหรือสงสัยว่าจะเกิดการแพ้ยา สิ่งที่ควรทำในอันดับต้นๆคือกลับไปหาผู้ที่ให้ยานั้นและสอบถามชื่อยามาเพื่อจะได้ประเมินเรื่องการแพ้ยาได้อย่างถูกต้อง
ส่วนปัญหาเรื่องการจ่ายยาโดยไม่ได้บอกชื่อของยา เป็นปัญหาที่มีมุมมองหลายด้านครับ แม้แต่แพทย์หรือเภสัชกรจำนวนมากก็ยังไม่นิยมการเขียนชื่อยาลงไปตั้งแต่ต้น ... แต่เรื่องนี้คงจะไม่ถกเถียงกันในครั้งนี้

2) ถ้ากินยาแล้วผิดปกติ ก็ควรไปกลับไปตรวจอีกครั้ง
อย่างที่บอกไว้แล้วครับว่าอาการของการแพ้ยานั้นแยกได้ยาก ... การที่ไปตรวจรักษาแล้วพบว่าครั้งแรกไม่ได้มีอะไรผิดปกติมาก แต่เมื่อกลับมาที่บ้านแล้วปรากฎว่าอาการไม่ดีขึ้นซ้ำยังแย่ลงไปกว่าเดิมมาก ก็ควรจะต้องกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง เนื่องจากอาจจะเป็นไปได้ที่ว่าไม่ได้แพ้ยาแต่เป็นโรคที่รุนแรง , โรคมีการกำเริบขชึ้นเกินกว่ายาที่ให้ไป , หรือแม้กระทั่งแพ้ยา
จริงๆแล้วหากอาการไม่ดีขึ้นและทรุดหนักลง ก็ควรกลับไปตรวจกับแพทย์อีกครั้งอยู่แล้วโดยไม่ต้องรอจนกระทั่งเป็นหนักครับ

3) ถ้าสงสัยว่าแพ้ยาควรไปพบแพทย์และเภสัชกร
อีกปัญหาที่พบได้บ่อยก็คือไม่ทราบว่าตกลงแล้วผู้ป่วยแพ้ยานั้นจริงหรือเปล่า
ในหลายๆครั้งผู้ที่มาโรงพยาบาลก็จะบอกว่าตนเองแพ้ยาโดยไม่เคยได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์หรือเภสัชกรมาก่อนว่าแพ้จริงไหม .... หลายคนตั้งคำถามว่าดูเองก็รู้แล้วว่าแพ้ทำไมต้องให่แพทย์ตรวจอีก
คำตอบก็คือ พบได้บ่อยทีเดียวที่ว่าผู้ป่วยไม่ได้แพ้ยานั้นจริง แต่มีอาการที่อาจจะเป็นผลข้างเคียงปรกติของยาหรือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากตัวโรค
ตัวอย่างที่พบได้อย่างเช่น ผู้ป่วยยืนยันว่าแพ้ยากลุ่ม เพนนิซิลลิน โดยมีผื่นขึ้น ... แต่เมื่อสืบค้นประวัติกลับไป ปรากฎว่าผู้ป่วยเป็นไข้เลือดออกวินิจฉัยแล้วที่โรงพยาบาล แต่ไปซื้อยาเพนนิซิลลินมากินเอง เมื่อไข้ลงก็เกิดผื่นส่าไข้ขึ้นตามปรกติของไข้เลือดออก ...
หรือบางครั้งเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดไปอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างเช่นผู้ป่วยบอกว่าแพ้ยา.. กินแล้วเกิดอาการร้อนใน ... แต่เมื่อซักถามกลับพบว่ายาตัวดังกล่าวกินไปแล้ว1ปี!!! วันนี้มามีแผลพุพองในปาก ก็เลยเชื่อว่าเป็นผลของการแพ้ยาที่กินไปเมื่อ1ปีก่อน!!!
การแพ้ยานั้นเป็นภาวะที่จำเป็นต้องได้รับการประเมินอย่างถูกต้องนะครับ เป็นสิ่งที่ประเมินยากพอควร แม้แต่แพทย์หรือเภสัชกรก็ยังต้องพบกับความลำบากในการประเมินอยู่เสมอๆ
แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องประเมิน เนื่องจากการประเมินว่าแพ้ยาตัวใด จะช่วยให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัยในการใช้ยาในอนาคต

4) ควรจำว่าเมื่อแพ้ยาแล้วมีอาการอย่างไร
หลายครั้งที่เกิดอาการที่ผิดปกติขึ้น ผู้ป่วยไม่สามารถไปพบแพทย์เพื่อทำการประเมินได้ ... ปัญหาที่ตามมาคือ เมื่อครั้งต่อไปจะได้รับยา ก็จะบอกหมอไปว่าเคยแพ้ยาแต่ไม่รู้ว่าแพ้อย่างไร (เผลอๆบอกว่าไม่รู้แพ้ยาอะไรด้วยซ้ำ)
นี่ก็เป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เพราะว่าในการแพ้ยาบางรูปแบบ เป็นการแพ้ที่ไม่รุนแรง สามารถใช้ยานั้นซ้ำได้หากจำเป็นจริงๆ
ในทางกลับกัน หากเป็นการแพ้ยาแบบที่รุนแรง แพทย์ก็จะได้หลีกเลี่ยงการสั่งจ่ายยาในกลุ่มนั้นไปเลย
หากไปยืนยันว่าแพ้ยาโดยที่ไม่ทราบว่าแพ้ยาอะไร บางครั้งจะทำให้หมดโอกาสที่จะใช้ยาในกลุ่มนั้น ทั้งที่จริงๆอาจจะใช้ได้ ....
ยกตัวอย่าง
ผู้ป่วยคนนึงมาที่โรงพยาบาล พอถามว่าแพ้ยาอะไรมาก่อนไหม ผู้ป่วยบอกว่าแพ้ยาเพนนิซิลลิน ร๊อคซิโทรมัยซิน และเตตราซัยคลิน แต่จำไม่ได้ว่าแพ้อย่างไร ... เภสัชกรลองซักแล้วก็บอกว่าไม่สามารถบอกได้ว่าผู้ป่วยแพ้ยาจริงหรือไม่ แต่แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ยาอื่นที่ไม่ใช่ยาในสามกลุ่มนี้ ...
ในรพ.ทั่วๆไป : ยากลุ่มเพนนิซิลลิน มียาอีกเป็นสิบๆตัวที่แพ้ร่วมกันได้ อีกสองชนิดก็กินกลุ่มยาไปอีก5-6ชนิด
เรียกได้ว่าผู้ป่วยพูดแบบนี้ ก็อดใช้ยาไปเลยครึ่งโรงพยาบาล

5) ควรมีบัตรแพ้ยาติดตัว
ด้วยเหตุผลที่ว่า เมื่อมีการแพ้ยาและได้ทำการประเมินแล้ว ก็ควรมีการบันทึกติดตัวผู้ป่วยไว้เลย ... เพราะการเจ็บป่วยไม่สามารถเลือกเวลาและสถานที่ได้ บางครั้งอาจจะเกิดการเจ็บป่วยที่รุนแรงและเราไม่สามารถให้ประวัติแก่ผู้อื่นได้ หากมีบัตรแพ้ยาอยู่ ก็จะเป็นประโยชน์ทั้งกันลืมและเพิ่มความอุ่นใจในยามฉุกเฉินครับ

6) ถ้ามีประวัติแพ้มาก่อนและสงสัยว่าได้ยาที่อาจจะแพ้ อย่าเพิ่งกิน กลับไปถามก่อน
หลายครั้งหลายคราวที่ผมได้รับการบอกเล่าจากผู้ป่วยว่า "ไปหาหมอ ได้ยาที่เคยแพ้มากิน พอกินเข้าไปแล้วยิ่งหนักกว่าเดิม" ... แต่เมื่อซักไปแล้วเป็นความสับสนเข้าใจผิดไปเอง ... น้อยครั้งที่จะเจอว่าได้ยาที่แพ้ไปจริงๆ ... ส่วนอาการที่เป็นเกิดจากตัวโรคที่หนักขึ้นเอง
แต่พอมารพ. หรือเอาไปเล่าให้คนอื่นฟัง ก็กล่าวเรียบร้อยไปแล้วว่า "แพ้ยาที่รพ.ให้ไป"
ดังนั้นเพื่อให้เกิดความกระจ่าง และเป็นการให้ความยุติธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย หากพบว่ายาที่ได้ไปสงสัยว่าจะเป็นตัวที่เคยแพ้ ก็ควรกลับไปสอบถามครับ อย่าได้กินเข้าไป

7) ถ้ารู้ว่าตนเองแพ้ยาโปรดบอกด้วยครับ
เป็นป้ายที่ปัจจุบันจะเห็นในสถานที่ที่มีการจ่ายยา ... ดูเผินๆน่ารำคาญ แต่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ
ผมเองยังเคยเจอหลายครั้ง กับการที่ถามอย่างชัดเจนผู้ป่วยก็บอกว่าไม่แพ้ยา เปิดประวัติก็ไม่มี เภสัชกรถามก็บอกว่าไม่แพ้ ... แต่พอจ่ายยาเสร็จเอายากลับมาบอกว่าเคยกินแล้วแพ้ยา หนังลอกปากลอกพองทั้งตัว !!! (ตัวอย่างที่ดีของการสื่อสารที่ล้มเหลว)

ปกติแล้วการแพ้ยาอย่างรุนแรง หากเกิดขึ้นกับใครแล้วก็ควรจะจดจำไว้เลยว่าตนเองแพ้ยา ... หากต้องไปซื้อยา หรือไปพบแพทย์ ก็ควรบอกเสมอว่าตนเองแพ้ยาใด
ผู้ป่วยบางคนไม่บอก ... แต่คิดเอาว่าแค่ดูชื่อยาที่จ่ายมาก็พอ
จริงๆไม่พอครับ เพราะว่าข้อแรก ยามีหลายยี่ห้อ ... บางครั้งอาจจะไปเจอยาที่เขียนชื่อยี่ห้อ ... แล้วเผลอไปกินยาตัวเดิมที่แพ้(แต่คนละยี่ห้อ)ก็ได้
และอีกข้อหนึ่ง ยาบางตัวมีการแพ้ข้ามกลุ่มได้ ... อย่างเช่นยาปฎิชีวนะกลุ่มซัลฟา ... ที่หากเกิดการแพ้อย่างรุนแรงมาแล้ว จะต้องระวังการใช้ยากลุ่มซัลฟาตัวอื่นๆไว้ด้วย

ดังนั้นต้องจำไว้เลยครับว่า หากคุณเคยแพ้ยา ไปรับยาครั้งต่อไปต้องบอกเป็นอัตโนมัติเสมอว่า แพ้ยาตัวใด

เพื่อความปลอดภัยของคุณเองครับ


แฟชั่น อินเทรน ดารานางแบบ เรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิง

โดย : หมอแมว
อีเมล์ : mor_maew@yahoo.co.uk
วันที่ : 2007-12-05 18:28:57
Tags : แพ้ยา   


   



 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท

ความคิดเห็นที่ 104
XAN SIAM แผนช็อคโลก แนะนำ 100 คนได้ล้าน/เดือน โอกาสเป็นของคุณแล้ว
สมัครวันนี้ ฟรี เว็บไซต์ ขยายงาน(ทดลองฟรี 15 วัน) http://xanrich.66ghz.com/
Level1 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 1 รายได้ 102 รวม 612
Level2 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 9 รายได้ 612 รวม 1,224
Level3 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 27 รายได้ 1,836 รวม 3,060
Level4 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 81 รายได้ 22,032 รวม 25,092
Level5 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 243 รายได้ 181,764 รวม 206,856
Level6 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 729 รายได้ 49,572 รวม 256,428
Level7 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 2,187 รายได้ 148,716 รวม 405,144
Level8 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 6561 รายได้ 446,148 รวม 851,292
Level9 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 19,683 รายได้ 1,338,444 รวม 2,189,736
Level10 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 59,049 รายได้ 8,030,664 รวม 1,022,800
โอกาสเป็นของผู้ที่มองเห็น เงินเป็นของคนที่ขว้าโอกาสไว้
สนใจดูข้อมูลเพิ่มเว็บนี้เลย http://xanrich.66ghz.com/
โดย : xan     วันที่ :2008-01-12 22:40:08    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 103
ใหม่!!! YCC วิธีโกยทองเข้ากระเป๋าแบบง่ายๆ จ่ายผลตอบแทน 70% (มากกว่า 400,000 บาท)
บริษัทเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในเรื่องของการให้เช่า Hosting ของอเมริกามาตั้งแต่ ปี 1999 เปิดทำธุรกิจในรูปแบบนี้ เมื่อ ต้นปี 2007 จ่ายผลตอบแทนมากถึง 70%
เป็นระบบที่ช่วยกันทำงาน คุณไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีทีมงาน ไม่จำกัด แค่ 4 สายงาน
นั้นคือคุณสามารถสร้างสายงานได้มากเท่าไรก็ได้(Infinity) โดยระบบจะเริ่มต้นให้คุณ ตามแผน 2x5 จากนั้น เมื่อ 2x5 เต็ม ระบบจะรันแบบ 3x5 ให้
และเมื่อเต็มอีกก็จะรัน 4x5, 5x5 ,6x5 ... Infinity x 5 ซึ่งแผนธุรกิจแบบนี้ ทุกคนจะต้องมีรายได้เกิดขึ้น
การจ่ายผลตอบแทน http://ycc.22web.net
Matrix 2 x 5 = 62 ( คุณจะมีรายได้ $62 - $186 หรือประมาณ 2,170 - 6,510 บาท) / เดือน
Matrix 3 x 5 = 363 ( คุณจะมีรายได้ $363 - $1,089 หรือประมาณ 12,705 - 38,115 บาท) / เดือน
Matrix 4 x 5 = 1364 ( คุณจะมีรายได้ $1,364 - $4,092 หรือประมาณ 47,740 - 143,220 บาท) / เดือน
Matrix 5 x 5 = 3905 ( คุณจะมีรายได้ $3,905 - $11,715 หรือประมาณ 136,675 - 410,025 บาท) / เดือน
...
Matrix Infinity x 5 (รายได้เกินจะบรรยาย) http://ycc.22web.net

ค่าเช่า Hosting $10 USD/เดือน หรือวันละ 12 บาท (จ่ายผ่าน e-gold)
รายได้จ่ายทุกวัน ทันทีที่มีผู้สมัคร Active คุณจะได้เงินทันที
รายได้ $1 ต่อ คน ลึกลงไป 5 ระดับชั้น (คนที่เป็นดาวไลน์จากการแนะนำของอัพไลน์คุณ คือคนอัพไลน์ต่อให้)
รายได้ $3 ต่อ คน ลึกลงไป 5 ระดับชั้น (คนที่เป็นดาวไลน์จากการแนะนำของคุณคุณเอง)
โบนัส $100 ถ้าแนะนำได้ 5 คนขึ้นไป ใน 1 รอบสัปดาห์ (ไม่ต้องซื้อ DVD อะไรทั้งสิ้น)
โบนัส $100 ถ้าแนะนำได้ 5 คนขึ้นไป ใน 1 วัน (ไม่ต้องซื้อ DVD อะไรทั้งสิ้น)
สมัครตอนนี้รับค่าสมัครฟรี $10 เลย (คือสมัครแล้วได้เงิน $10)
คุณสามารถจ่ายเงินได้ภายใน 7 วัน(จ่ายผ่าน e-gold )
ที่สำคัญถ้าภายใน 1 ปีคุณยังไม่มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ $10 ซึ่งเป็นเงิน $120/ปี ที่คุณจ่าย ทางบริษัทยินดีซื้อธุรกิจคืนจากคุณ $125 (คุณได้กำไร $5)
หากสนใจดูข้อมูลเพิ่มที่เว็บนี้ http://ycc.22web.net หรือ MSN: e a r n 2 r i c h @ h o t m a i l.com
โดย : ycc     วันที่ :2007-12-17 19:13:30    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 102
เตยไปหาหมอรักษาสิว ได้ยาในกลุ่มซัลฟามาทาน ทานเป็นเดือนก็ไม่เกิดอาการ แค่รู้สึกว่าหน้าบวมๆ แต่คิดว่าคิดไปเองเลยไม่ใส่ใจ ทานต่อไปเรื่อยๆแล้วเกิดอาการเป็นไข้ หน้าบวม ตัวแดง แล้วก็คันในกระดูก ไปหาหมอบอกหมอว่าสงสัยแพ้ยา หมอบอกว่าเป็นไข้ธรรมดา เราก็ทานยาแก้ไข้จนอาการดีขึ้น แล้วก็กลับไปทานยาแก้สิวเหมือนเดิม คราวนี้ออกฤทธิ๋ทันที แทบตายแหนะ เป็นสองอาทิตย์นำหนักลดไปเจ็ดกิโล กินอะไรไม่ได้เลย อาเจียนออกมาหมด เลยย้ายหมอ หมออีกที่เลยบอกว่าแพ้ยา หยุดกินน่ะถึงหาย แต่งงว่าทำไมกินตั้งนาน ไม่เห็นมีอาการ เพราะก่อนหน้านี้สักปีก็เคยกินแต่ไม่มีอาการ
โดย : ปอ     วันที่ :2007-12-17 17:36:35    IP :210.86.222.xx   
ความคิดเห็นที่ 91
เพื่อน ๆ เรามีเรื่องน่าตื่นเต้นจะมาบอก พี่สาวเราไปเจอสถาบันลดความอ้วนทาง net มา เจอคนลดได้เยอะแยะเลย ยิ่งรู้ว่า ไม่ใช่ยา แถมผ่าน อย. ตั้ง 64 ประเทศแน่ะ ทั้งยังรับประกันคืนเงินอีก เลยตัดสินใจเข้าโปรแกรม เดือนแรกลดได้ 5 กก. แล้ว แถมสุขภาพก็ดีขึ้นมาก ง่ายด้วย ทำจาก.ที่บ้านได้เลย ใครอยากรู้ข้อมูล ลองเข้าไปดูนะที่ nice. true. ws ก็อปไปให้ติดกันนะ
โดย : น้องดาว     วันที่ :2007-12-14 17:17:05    IP :125.25.129.xx   
ความคิดเห็นที่ 83
ถึงคุณ คห.ที่ 22

เราอ่านกระทู้นายแล้วดีใจจัง เพราะเคยนึกว่าเราเป็นคนเดียวในโลกที่แพ้พาราเหมือนกัน ตอนแรกๆที่รู้สึกว่าตัวเองแพ้อ่ะบอกใครเค้าก้อทำหน้าไม่เชื่อ
จนเราเสียความมั่นใจว่า ..เอ๊ะ..เราคิดไปเองรึเปล่าหว่า??..

อาการก้อคล้ายๆกันคือรู้สึกระคายเหมือนมีฝุ่นอยู่ในโพรงจมูกและลำคอ ซักพักก็
จะน้ำมูกไหลเป็นหวัดตามมาทันที
ก้อต้องอาศัยกินแอสไพรินหรือนูโรเฟนแทนเหมือนกันจ้ะ
โดย : หมูตูน     วันที่ :2007-12-12 18:16:06    IP :203.150.115.xx   
ความคิดเห็นที่ 78
คนเดียวกับในเวบฟอนต์ล่ะ
โดย : อิอิ     วันที่ :2007-12-12 09:18:59    IP :125.24.128.xx   
ความคิดเห็นที่ 77
เบื่อพวกโฆษณาข้างล่างเจงๆ -_-"
โดย : nath     วันที่ :2007-12-12 08:26:14    IP :10.22.20.xx   
ความคิดเห็นที่ 70
กินนํ้าเยอะๆๆออกกําลังกายทุกวัน
เดี๋ยวก็หาย
โดย : หมอไทย     วันที่ :2007-12-11 16:34:03    IP :125.25.50.xx   
ความคิดเห็นที่ 60
สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โดย : bb_kitty     วันที่ :2007-12-10 11:57:10    IP :58.8.102.xx   
ความคิดเห็นที่ 57
การแพ้ยานี่รุนแรงมากเลย
ตอนแรกๆๆยังไม่ออกอาการพอหลายวันเข้าตัวจะเริ่มบวม แล้วมีจ้ำๆๆคล้ายไข้เลือดออก ต้องไปหาหมอ หมอบางคนวินิจฉัยโรคผิด บอกเป็นไข้เลือดออก ฉีดยา ให้ยาไข้เลือดออกมากิน พอกินแล้วยิ่งตัวแดงกว่าเดิม บวมกว่าเดิมอีก....ต้องรีบไปหาหมอที่เก่งๆๆรักษา เค้ามองมีนึงรู้เลยว่าแพ้ยา....อย่าให้อาการนี้ เป็นนานๆๆแล้วมารักษา เพราะว่ามันจะกินถึงลูกตา แล้วทำให้ตาบอด...จะบอกว่าเรื่องแบบนี้ร้ายแรงมากเลย หมอที่ไม่เก่งจะบอกว่าเราเป็นไข้เลือดออก ....... เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับแม่เรามาแล้ว แม่เป็นไข้ธรรมดา แล้วไปซื้อยาร้านขายยากิน ทำให้ตัวบวม แล้วเป็นผื่นแดงเต็มตัวเลย ...ใครเป็นแบบนี้อย่าไปรักษามั่วๆๆนะค่ะ
โดย : เจเจ     วันที่ :2007-12-10 11:29:06    IP :58.9.70.xx   
ความคิดเห็นที่ 52
ต้องสู้นะครับ อย่าแพ้
โดย : harmonix     วันที่ :2007-12-10 00:52:40    IP :58.8.6.xx   
ความคิดเห็นที่ 49
ว่าแต่หมอแมวนี่ใช่คนเดียวกันกะหมอแมวในเว็บฟอนต์รึเปล่าเนี่ย
โดย : blueday     วันที่ :2007-12-09 16:45:38    IP :124.120.38.xx   
ความคิดเห็นที่ 48
น่าจะมีลิ้งค์รวมบทความหมอแมวตั้งแต่ตอนแรกถึงเดือนธันวานี้นะ อยากตามอ่านแต่ไม่มีให้ดูเลย

ชอบที่หมอแมวเขียนค่ะ ติดตามอ่านมาพอสมควรแล้ว น่าจะเอาไปรวมเป็นหนังสือ จะมีประโยชน์มากเลยเป็น
โดย : blueday     วันที่ :2007-12-09 16:40:10    IP :124.120.38.xx   
ความคิดเห็นที่ 35
ผมแพ้แก้อักเสบ แต่ไม่รู้ตัวไหน แล้วบางทีกินก็แพ้บ้างไม่แพ้บ้าง งง ไม่รู้จะทำยังไง สงสัยต้องลองกินไปเรื่อยๆ
โดย : จิง     วันที่ :2007-12-08 20:35:16    IP :58.9.53.xx   
ความคิดเห็นที่ 22
เป็นไปได้ครับ(ประสพการณ์ตรง)

ไม่เคยแพ้แล้วมาแพ้เอาทีหลัง ก็ตัวผมนั่นเอง
เมื่อก่อนตอนเด็กถึงตอนวัยรุ่น เป็นหวัดทีไรก็ทานพาราทุกที

แต่ช่วงวัยรุ่นแข็งแรงมาก เลยไม่ได้ทานมา 3-4 ปี
พอทำงานร่างกายอ่อนแอ ต้องทานพารา ก็ได้อาการหอบหืดและจามมาด้วย(สงสัยอยู่นาน)
2-3 ครั้งเลยรู้เลยว่า ตัวเองมีอาการแพ้พาราเซตามอนทุกยี่ห้อเลยครับ

ต้องทานพวก แอสไพริน หรือ นิวโรเฟน แทนเวลาปวดหัว

ไปหาหมอทีไร หมอต้องถามซ่อกแซก ประหนึ่งไม่เชื่อเรื่อยเลยว่าเราแพ้ พารา
โดย : แพ้พารา     วันที่ :2007-12-08 05:07:44    IP :124.121.148.xx   
ความคิดเห็นที่ 11
ขอบคุณ มากๆนะคะ คุณหมอแมว ที่ให้ความรู้แก่ ดิฉัน ขอให้หมอแมวมึสุขภาพภารานามัยแข็งแรง ให้ความรู้แก่คนทั่วไปนานๆ ตลวดไป รักเคารพ
จาก หวาน
โดย : หวาน     วันที่ :2007-12-07 09:34:52    IP :125.24.1.xx   
ความคิดเห็นที่ 3
วันนี้ได้อ่านกระทู้ของหมอแมวคนแรกๆเลยแฮะ ^^" ว่าแต่กระทู้นี้ไม่เอาการ์ตูนมายกตัวอย่างเหรอครับ คริ คริ
โดย : KamuiShirou     วันที่ :2007-12-06 16:40:11    IP :203.144.240.xx   
ความคิดเห็นที่ 2
ไม่เคยแพ้ยาตัวนีมาก่อน แต่มาหลังๆมาเกิดอาการแพ้เป็นไปได้ไหมครับ
โดย : แว่น     วันที่ :2007-12-06 14:51:57    IP :61.7.160.xx   
ความคิดเห็นที่ 1
ความรู้ดีๆ มาอีกแล้ว
โดย : หมอหมูหมู     วันที่ :2007-12-06 14:47:23    IP :125.26.200.xx   

เว็บเพื่อนบ้าน : YenTa4  |  เอ็มไทยเมล์  |  ThaiSecondhand  |  Tarad  |  มูลนิธิ ดร.พิชนี โพธารามิก  |  GossipStar  |  Fwdder  |  TLC Center
เว็บผู้สนับสนุน : วัน-ทู-คอล!  |  Net Design  |  IT Education   |  Samsung MP3 Player  |  koh chang
mthai service :   blog  |  video  |  album  |  club  |  picpost  |  forums  |  sticker  |  email  |  chat  |  pal  |  e-card  |  memory  |  hotsite  
ข้อความทีท่านได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ

copyright ® MThA!.com all right reserved
all comments are welcome at
webmaster@mthai.com