ความรัก อิลสาม เตาบัตฮ ความจริงที่ควรรู้ก่อนรักข้ามศาสนา
ก่อนอ่านรึตอบอะไรขอให้เปิดใจ นั่งนิ่งๆ ว่างๆ แล้วค่อยๆอ่าน ทำความเข้าใจ
นี่ไม่ใช่เรื่องการดูหมิ่นศาสนาใดๆ ทั้งสิ้น อ่านกันให้ดีๆ อย่าหลงประเด็นนะครับ
นี่คือเหตุการณ์จริง ดังนั้นก่อนตอบอะไรขอให้ใช้วิจารณ์ญาณ และสติ กันซักนิดนะครับ
................................................
คืนหนึ่งกลางผับใหญ่ เหล่าหญิงชายร่ายรำอย่างไร้สติไปกับเสียงดนตรี
ชายหญิงคู่หนึ่งกอดรัดฟัดกันอย่างเมามันกับเรือนร่างเร้าโลกีย์ของอีกฝ่าย
ใช่ ผมเองกับ กิ๊กใหม่ในคืนนั้น น้องแหม่มมุสลิมสาวหลงกรุงร่างระหงส์
ในหอที่มหาลัย สองร่างนอนทอดกายคนละฝากฝั่งสาย สนทนาปัญหาทั่วไป
กับการทำความรู้จักชีวิตของอีกฝ่าย ทำความเข้าใจผูกใจกันและกัน
ใช่ ผมเองกับ สาวที่รุ้จักมากว่าปี น้องนาสาวมุสลิมชาวใต้ร่างอวบเกินพิกัด
......
ยามกระตุกกายตามจังหวะเร่งเร้า ความเร่าร้อนในกาย ทำให้ต้องดับกระหายด้วยสุรา
"แหม่ม เป็นมุสลิมเหรอ กินได้เหรอครับ"
"ไม่เป็นไรพี่ เดี๊ยวก็ขอโทษอัลลอฮได้ กลับใจได้เสมอ" เธอตอบกลับมาด้วยสายตากรุ้มกริ่ม
สองชายหญิงเดินคู่กัน กระหนุงกนะหนิง หน้าพิงไหล่ ก้าวเข้าร้านสเต็กกลางกรุง
" น้องครับ ขอสเต็กเนื้อสองที่นะ พอดีแฟนพี่เค้าเป็นมุสลิม"
" อ๊ะไม่ได้หรอก ไม่รู้ว่าเนื้อวัวนี่ฆ่าถูกต้องรึเปล่า นาขอเป็นปลานะค๊ะ" เธอพูดด้วยสายตาใสซื่อ
....
"เออ แหม่ม คืนวันศุกเนี่ยแล้วไปมัสยิตมาก่อนมาเที่ยวดิ่ ถึงได้มาช้า"
"ป่าวพี่ไปกับกิ๊กอีกคนนึงอ่ะ"
"อ่าวแล้วแบบนี้ศาสนาไม่ห้ามเหรอ" ผมถามด้วยความสงสัยในมุสลิมสาวคนนี้
"อ๊อพี่ ถ้าพวกพี่ไม่ใช่มุสลิมนะ ไม่เป็นไรหรอก กลับบ้านหาผู้ชายโง่ๆ ที่ไหนก็ได้ ไม่ผิด"
"เฮ่ยยย ได้ไงอ่ะ ผู้ชายมุสลิมเค้าไม่ถือเรื่องนี้เหรอ"
"ไม่เป็นไรศาสนาหนูส่งเสริม" แหม่มตอบด้วยความมั่นใจ
"อือ ว่างๆ ก็หยิบหนังสือศาสนาเยอะๆนะ" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงละเหี่ยใจ
"เออ นาไปไหนมาละ เห็นรับโทรศัพย์ช้า "
"ละหมาดอยู่น่ะ เลยรับไม่ได้ "
"เคร่งศาสนาแบบนี้ถ้ามีอะไรกับผมทำไงเนี่ย"
"ไม่ได้หรอก อิสลามห้ามขาดไม่ว่าจะมีกับใคร ไม่มีผู้ชายมุสลิมดีๆ ที่ไหนเค้ารับได้หรอก ผิดมาก"
"มุสลิมเค้าเน้นเรื่องนี้มากเหรอ"
"ใช่ไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่สามีภรรยา" เธอตอบด้วยความมั่นใจ
"ดีแล้ว ว่างๆ ก็หยิบหนังสือศาสนามาอ่านเพิ่มอีกนะ" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงชื่นใจ
...
"พี่คืนนี้เหงาแหม่มกลับด้วยนะ หากิ๊กไม่ได้เอาพี่แก้ขัดไปก่อนนะ" แหม่มพูดพลางเกาะแขนผมพลาง
"เฮ้ยย.. จะดีเหรอ ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ"
"บอกแล้วไง หุ่นหนูยังดีหน้าตาสวย กลับบ้านไปขี้คร้านพวกผู้ชายแถวบ้านจะวิ่งเข้ามาขอ ศาสนาหนูส่งเสริม ยังเป็นคนดี"
ว่าแล้วเธอก้าวขึ้นรถอย่างไม่สะทกสะท้าน
"เดี๊ยวนาขึ้นไปหาที่ กรุงเทพ แต่แยกที่นอนกันนะ "เสียงใสๆ จากปลายสายฝั่งใต้สุดดังมา
"อ่า ไม่นอนด้วยกันเหรอ คิดถึงอยากนอนกอด"
"ไม่ได้หรอก ถึงจะมีหน้ามีตาในสังคมยังไง แต่ถ้าพลาดไป ไม่มีผู้ชายดีๆที่ไหนมาขอแน่ ศาสนาห้าม เป็นคนเลวมาก"
ว่แล้วเธอก็จุ๊บผ่านสายโทรศัพย์มาอีกที
..
ในกล่องกระจกเงาใบใหญ่ เธอเร่าร้อนเร่งเร้า สองร่างประสานจังหวะกันไป เหงื่อโทรมกาย
เหมือนไฟโลกันตร์แผดเผา รุมเร้าจนต้องกรีดร้อง จนจบด้วยหยาดน้ำกรดรดกระหน่ำลงมา
ทรุดกายลงประคองกอด
"ผ่านคืนนี้ไปเราจะเป็นไงกันต่อนะเนี่ยแหม่ม"
"โอ๊ยพี่คิดมาก คิ๊กๆ พี่มันพวกนอกศาสนา หนูจะมีแบบนี้อีกกี่คนก็ได้ สุดท้ายก็ขออภัยในบาปนี้ได้" แหม่มตอบด้วยความมั่นใจ
"ในอาคีย์เราะฮที่อยู่เป็นนิรันด์นะ น่าเบื่อจะตายถ้าต้องใช้ชีวิตกับผู้ชายคนเดียว ยังไงผู้ชายมุสลิมเห็นแก่ได้มีเยอะพี่"
"แน่ใจนะไม่บาปอ่ะ สาบานซิ" ผมถาม
"โอ๊ยไม่สาบานหรอกพี่อัลลอฮนะ แต่รับรองไม่เป็นไร"
ผมมองเธอด้วยสายตาสงสัย ว่าทำแบบนี้แล้วยังได้ไปสวรรค์อีกเหรอ และผู้ชายที่ได้เธอไปจะรู้สึกอย่างไร
ในห้องเย็นยะเยือก เธอดั่งสายธาร สองร่างร่วมประสานกายถึงกายใจถึงใจ ทำนองหลั่งไหลดั่งสายน้ำ
เหมือนอยู่ท่ามกลางน้ำตกใหญ่ จนต้องครวญครางด้วยความฉ่ำใจ จนสุดท้ายได้สายฝนห่าใหญ่สาดเทลงมา
นอนแนบประคองกอดกันไว้
"ผ่านคืนนี้ไปเราจะเป็นไงกันต่อนะเนี่ยนา"
"ต้องแต่งงานกันนะ ถึงพี่จะนอกศาสนาแต่ว่า อิสลามเน้นความมั่นคงในคู่ครอง ไม่มีทางที่จะขออภัยได้ในบาปนี้" นาตอบด้วยความมั่นใจ
"ในอาคีย์เราะฮที่อยู่เป็นนิรันด์นะ คงสุขที่เราได้อยู่ด้วยกันตลอดไป ยังไงไม่มีผู้ชายมุสลิมที่มีศักศรีคนไหนรับนาได้อีกแล้ว"
"มั่นใจในความคิดแบบนั้นเหรอ" ผมถาม
"สาบานต่ออัลลอฮได้เลยค๊ะ ว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป "
ผมมองเธอด้วยความมั่นใจ เราจะต้องได้ไปอยู่ในสวรรค์ด้วยกัน ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นผมเท่านั้น
.
หนึ่งคืนผ่านไป
ห้าปีผ่านไป
.
.
"พี่หนูจะแต่งงานแล้วนะ กับคนมุสลิมด้วยกัน เจอหน้ากันจริงๆ ครึ่งชั่วโมงได้
แต่ศาสนาห้ามกับคนนอกศาสนา บาปที่เคยมีอะไรกับคนนอกศาสนา
อิสลามส่งเสริมไว้หากชายมุสลิมใดแต่งงานกับหนู
ก็ได้บุญและเป็นศักดิ์ศรีแก่ชายคนนั้นด้วย
พ่อแม่ อิหม่ามและครอบครัวสองฝ่ายยินดี พวกเค้าบอกว่า นี่เป็นทางที่ถูกต้องกว่า
เราทั้งหมดนี้คือผู้พัฒนาผืนดิน แค่มาทำเตาบัตฮก็แก้ได้ ได้โอกาศขึ้นสวรรค์แล้ว
ผู้ชายมุสลิมนะแสนดีและยินดีรับศักดิ์ศรีนี้ทุกคน "
หนึ่งนั้นมีไม่เลือก แล้วเลือกที่จะมี เลือกที่จะหยุด เพราะมีทาง
หนึ่งนั้นเลือกที่จะมี แล้วมีไม่เลือก เลือกที่จะทิ้ง เพราะทางถูก
สองคนคำตอบเดียวกัน
หึหึ เอาเหอะ
เชื่อมั่นเถอะว่า ไม่มีศาสนาใดสอนให้รึเปิดทางให้ การกระทำผิดศีลธรรมจริยธรรมเป็นเรื่องดีหรอก
!!!! ก่อนจะตอบคำถามใดๆ พึงระลึกไว้ว่านี่เหตุการณ์จริง มีตัวละครจริงๆ ทั้งหมด !!!!
เพียงแต่เปลี่ยนชื่อตัวละคร เพื่อไม่ให้กระทบผู้ใดเท่านั้น และไม่ได้เป็นการดูหมิ่นในตัวศาสนาใดๆ
ผมทราบดีก่อนโพสกระทู้นี้ว่าคงมีกระแสต่อว่าผมเป็นจำนวนมาก แต่ขอให้อ่านให้ดีๆ ถึงเจตนา
เชื่อว่าในมุมกลับสลับด้านของเรื่องนี้ อาจจะมี ผู้หญิงต่างศรัทธาก็โดนอะไรที่มีปัญหาแบบนี้เช่นกัน
เพราะศาสนาที่มาจากภูมิประเทศที่แตกต่าง ซึ่งจริงๆ แล้วผู้ชายมุสลิมก็โดนบังคับด้วยกฎนี้เช่นกัน
เพียงแต่เราไม่เคยรู้ ถึงได้มีเป็นจำนวนมากที่หลงเข้าใจผิดกันไป จะหญิงรึชายผิดซินาร์ด้วยกันทั้งคู่
เพียงแต่สถานะผู้ชายจะได้เปรียบ
ก็เป็นอุทาหรณ์สอนสาวๆ ไว้ว่า
สำหรับคนที่ไปแล้ว ก็ขออย่าให้ไปเป็นมุนาฟิกแล้วกันครับ ศึกษาดีๆ เรื่องศรัทธา และจุดมุ่งหมาย
หากคุณยังเชื่อเรื่องผี ท่านเป็นมุสลิมไม่ได้แน่นอน พุทธรึเปล่าไม่รู้
หากคุณคิดว่าการพ้นทุกข์ทั้งโลกนี้และโลกหน้า ดีกว่าสวรรค์ที่เราอาจจะทำผิดจนกลับมากันอีก
หากคุณยังคิดว่า เวลาบิดามารดาเสียไปจะกราบเท้าท่านวันสุดท้ายไม่ได้
ก็คิดดีๆ ว่าการเปลี่ยนศาสนานั้นสมควรรึไม่?
แฟชั่น อินเทรน ดารานางแบบ เรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิง
โดย :
itoursab
อีเมล์ : iamunknow@hotmail.com
วันที่ : 2007-12-01 20:23:40
Tags :
อิสลาม
อภัย
ผู้หญิง