home   |   blog   |   video   |   album   |   club   |   picpost   |   sticker   |   email   |   chat   |   e-card   |   memory   |  
แพ้ยาชัดๆ ทำไมหมอถึงบอกว่าไม่แพ้ -=Byหมอแมว=-

ผู้ป่วยรายหนึ่ง มาตรวจโรคความดันโลหิตสูงที่โรงพยาบาล หลังจากการตรวจทั่วไปอย่างอื่นเสร็จสิ้น ผมก็ดูประวัติเก่าและพบว่าทุกครั้งที่มาโรงพยาบาล ผู้ป่วยรายนี้มีความดันโลหิตสูงกว่าที่ควรตลอด ดังนั้นจึงได้บอกผู้ป่วยว่าจะทำการเพิ่มตัวยาที่ใช้อีกชนิดหนึ่ง
ผู้ป่วยปฏิเสธในทันทีโดยบอกว่าตนเองแพ้ยาความดันทุกชนิดยกเว้นตัวที่กินอยู่ปัจจุบัน ... แต่เมื่อซักประวัติเพิ่มเติมแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น....

โรคกลัวการแพ้ยาเพิ่มขึ้นมากในปัจจุบัน
ความจริงแล้ว การแพ้ยาเป็นสิ่งที่พบได้ตั้งแต่อดีตแล้ว เป็นภาวะหนึ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะผู้ที่ได้ยา ย่อมเป็นผู้ที่เจ็บป่วยไม่สบายอยู่แล้ว เมื่อเกิดการแพ้ยาขึ้นสมทบก็ยิ่งทำให้เกิดความทุกข์ทับถมพูนทวี
สมัยก่อน ก็มีคนที่เกิดอาการแพ้ยาไม่ได้น้อยไปกว่าปัจจุบัน เพียงแต่ว่าด้วยข่าวสารในปัจจุบันหลายๆด้าน ทำให้เกิดความตื่น(กลัว)ตัวเกี่ยวกับเรื่องแพ้ยากันมากขึ้น
ยิ่งเมื่อหลายปีก่อนที่มีเรื่องการแพ้ยาเกิดขึ้นเป็นข่าวดังไปทั่ว ก็เกิดกระแสความเข้าใจผิดบางอย่างเกิดขึ้นซึ่งผมรับรู้ได้ในชีวิตการทำงานประจำวันกล่าวคือ
เกิดความเข้าใจผิดว่า "หากคนไข้แพ้ยา คือความผิดของผู้รักษา"

แพ้ยาคืออะไร
ร่างกายของเราจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยป้องกันเชื้อโรคสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกร่างกาย ... กระบวนการทำงานเหล่านี้ปกติแล้วถูกคัดเลือกทางธรรมชาติผ่านการวิวัฒนาการให้ได้ประโยชน์ต่อมนุษย์มากที่สุด
หากสิ่งแปลกปลอมมีจำนวนไม่มาก อันตรายไม่มาก ร่างกายก็จะตอบสนองเบาๆ อาจจะเกิดเป็นไข้ ตัวร้อน ผิวหนังบวมแดงเล็กน้อย ดังเช่นเวลาเป็นหวัดธรรมดา
หากสิ่งแปลกปลอมมีจำนวนมากหรือมีความรุนแรง ร่างกายจะตอบสนองโดยการกระตุ้นภูมิคุ้มกันทั่วร่างกายอย่างรุนแรง ปล่อยสารจำนวนมากที่ก่อให้เกิดการอักเสบ เพื่อกำจัดเชื้อโรค ... ซึ่งสารดังกล่าวก็มีผลทำลายเซลล์ปกติของร่างกายด้วย ... ตัวอย่างที่ได้ยินกันบ่อยก็คือ การติดเชื้ออย่างรุนแรงจนเข้าสู่กระแสเลือด
แต่ในบางคน มีลักษณะภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองต่อสารอย่างผิดปกติ... แทนที่เมื่อเจอสารบางชนิดแล้วจะจับทำลาย ร่างกายกลับเข้าใจผิดและตอบสนองอย่างรุนแรงทำให้เกิดกระบวนการอักเสบอย่างมาก ทั้งที่จริงๆ "ไม่มีอะไร"
การอักเสบเกิดในปอด... เกิดหายใจไม่ออก หลอดลมตีบ
การอักเสบเกิดในระบบเลือด ... ความดันเลือดตก เลือดไม่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย สลบเป็นลม
การอักเสบเกิดที่ระบบผิวหนัง ... ผิวหนังแดงเป็นจ้ำ หลุดลอก บางครั้งเกิดการลอกตามปากและดวงตา(ถึงขั้นตาบอด)
ทั้งหมดทั้งสิ้นเกิดจากการที่ร่างกายของเราทำงานผิดปกติ

แพ้ยา กลุ่มโรคที่คาดเดาไม่ได้
ขึ้นชื่อว่าแพ้ยา ... แต่ที่จริงแล้วกระบวนการแพ้สารต่างๆจากภายนอกร่างกาย เป็นกระบวนการที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกัน ... ร่างกายไม่ทราบด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เรากินเข้าไปนั้น มันเป็นยาหรือเป็นอะไรกัน!!!
ดังนั้นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในแนวเดียวกันก็คือการแพ้อาหาร ... เช่นที่บางคนแพ้ขนมปัง แพ้อาหารทะเล แพ้ไข่ ... ซึ่งกลไกในการแพ้ยาและอาหารก็เป็นกลไกที่เกิดจากภูมิคุ้มกันเหมือนกัน
ดังนั้นเช่นเดียวกันกับที่คนที่แพ้อาหาร ... ถ้าคนสักคนแพ้กุ้ง แต่ในชีวิตไม่เคยกินกุ้ง ... เขาจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขาแพ้กุ้งจนกว่าจะไปกินกุ้งเข้า
คนที่แพ้ยา ถ้าไม่มีประวัติแพ้ยาตัวนั้นมาก่อน ไม่เคยได้ยาตัวนั้นมาก่อน ... เขาคนนั้นก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขาแพ้ยาตัวนั้น จนกว่าจะได้มันเข้าไป

แพ้แล้วเป็นอย่างไร
อาการแพ้ยา อาจจะแบ่งง่ายๆเป็นแพ้แบบเบาๆ และแพ้อย่างรุนแรง
แพ้อย่างเบาๆ เช่นมีผื่นขึ้นตามตัว หน้าบวม ตาบวม ทิ้งไว้เดี๋ยวก็หาย
แพ้อย่างกลางๆ อาจจะมีอาการหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก ผื่นขึ้นทั่วตัว บวม+จ้ำขึ้นเต็มตัว (อันนี้อาจถึงตาย)
แพ้อย่างรุนแรง อาจจะมีผื่นพองเหมือนถูกไฟไหม้ กระจกตาลอก ปากลอก ลำไส้ลอกตัวถ่ายเป็นเลือด (อันนี้ก็ .... อาจถึงตาย)
นั่นคือการอธิบายเมื่อเกิดเหตุแล้วมามองย้อนหลัง ... แต่ความจริงมันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นครับ

ความยากและความน่ากลัวของแพ้ยา
ความน่ากลัวแรกของการแพ้ยาคือ "อาการเริ่มต้นไม่จำเพาะ"
ถ้าดูอาการของคนที่อาการรุนแรง หลายๆคนมักจะคิดไปว่ายังไงก็ต้องวินิจฉัยได้
แต่แท้จริงแล้วหากมองย้อนกลับไปตอนต้น คนที่เกิดอาการแพ้ยารุนแรงจะมีอาการเริ่มต้นเหมือนๆกันก็คือ
มีอาการไข้ต่ำๆเจ็บคอเจ็บปากจมูก เจ็บตา ไม่สบายตัว ....... ถ้าไปเปิดตำราอ่านดู หลายๆเล่มก็เขียนไว้ว่าอาการแบบหวัดล่ะครับ
ดังนั้นถ้าคุณเกิดอาการเหล่านี้แล้วไปหาหมอเร็วมาก ... โอกาสวินิจฉัยได้ก็ย่อมต่ำ ... แต่พอไปหาหมออีกสักรอบหรือสองรอบ คราวนี้แหละครับมักจะวินิจฉัยได้แล้วเพราะอาการจะเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ
ที่ทำให้ยากไปกว่านั้นคือ คนที่กินยามักเป็นคนที่ป่วย ... ดังนั้น อาการแพ้ยาในช่วงแรกจะถูกบดบังด้วยอาการของโรค ... จนกระทั่งเวลาผ่านไปอาการของแพ้ยาจึงจะเด่นขึ้นมา

ความน่ากลัวต่อมาของการแพ้ยาคือ"กินแล้วไม่จำเป็นต้องเกิดทันที"
เดือนที่แล้วมีคนไข้มาจากอีกรพ.ด้วยอาการแพ้ยา โดยกินยาฆ่าเชื้อตัวหนึ่งติดต่อกันมา2สัปดาห์ ... และในช่วงปลายสัปดาห์ที่สอง ก็เกิดอาการคันตามตัวขึ้น จากนั้นก็เปลี่ยนรพ.มาพบผม ....
รายนี้ผมก็ให้หยุดยาและทำการรักษาเรื่องแผลพุพองและอาการที่เกิดจากการแพ้ยา ... หลังจากมึนอยู่นานว่าตกลงแพ้ยาอะไรกันแน่เพราะไม่มีประวัติการรักษาอะไรเลย พอถามย้อนกลับไปก็จะไปพบว่ามียาอยู่ตัวหนึ่งที่น่าจะเป็นสาเหตุ เพราะเขาไม่เคยได้ยาตัวนี้มาก่อนและอาการแพ้เข้าได้
... รายนี้ถือว่าโชคดี เพราะว่าเขากินยาอยู่ไม่กี่ตัว แต่บางรายไม่โชคดีอย่างนั้น
ผมเคยต้องปวดหัวกับการที่ผู้ป่วยเปลี่ยนที่รักษา 4-5แห่งในเวลาสองวัน แล้วมารักษาที่ผมเป็นที่สุดท้ายด้วยเรื่องอาการเหมือนแพ้ยา .... เพื่อที่จะให้รู้ว่าแพ้ยาอะไรก็ต้องให้คนไข้ไปถามชื่อยา ... สุดท้ายมีเพียงหมอคลินิกที่บอก ส่วนพวกร้านค้าที่ขายยาชุดไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายาที่ขายเป็นยาอะไร ... รายนี้ก็เลยไม่รู้ว่าแพ้อะไร

อะไรคือแพ้ อะไรไม่ใช่แพ้
ในทางการแพทย์จะมีอาการอีกกลุ่มคือ "ผลไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา" (Adverse Effect) เป็นผลอะไรก็ตามที่ผู้รักษาไม่ได้ต้องการในการรักษานั้นๆ .... คำนี้ภาษาทั่วไปอาจจะเรียกอีกอย่างว่า"ผลข้างเคียงของยา" ซึ่งในทางการแพทย์
ผลไม่พึงประสงค์ เป็นคนละเรื่องเดียวกันกับการ แพ้ยา
การอธิบายเพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ก็ขอยกเป็นตัวอย่างยา
ยาแก้แพ้ คลอเฟนิรามีน CPM .... ปกติเอาไว้แก้อาการแพ้หรือลดน้ำมูก เวลากินแล้วมีอาการง่วงซึมได้ .... ง่วงซึมนี้เป็นสิ่งที่บางคนไม่ต้องการ ก็จะเรียกการง่วงว่าเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ของยา
ยาแอสไพริน บางคนเอาไว้กินแก้ปวด ... แต่มีผลทำให้เกร็ดเลือดไม่ทำงานเวลามีแผลเลือดจะหยุดยากกว่าปกติ ... อาการเลือดออกไม่หยุดก็เป็นอาการไม่พึงประสงค์ของยา
ยาไอบูโพรเฟน หรือยากลุ่ม NSAIDsอื่นๆ กินแก้ปวด ... มีผลทำให้เกิดแผลในกระเพาะได้ง่ายเกิดเลือดออกในกระเพาะได้ ... อาการแผลในกระเพาะก็เป็นอาการไม่พึงประสงค์ของยา
ในทางกลับกัน บางคนกินยาแก้แพ้เพื่อให้ง่วงนอนหลับง่ายๆ หรือบางคนที่เป็นโรคหัวใจ กินยาแอสไพรินเพื่อป้องกันเลือดแข็งตัวในเส้นเลือดหัวใจ ... กลับกลายเป็นผลของยาที่ใช้ในการรักษาไปเสียนั่น
ดังนั้น ในเรื่องของผลไม่พึงประสงค์ของยา ... จึงเป็นเพียงผลที่เราไม่ต้องการจากการใช้ยาตัวนั้น เกิดได้กับ"ทุกคน"ที่ใช้ยานั้นมากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป.... โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแพ้หรือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ส่วนการแพ้นั้นเป็นเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันแท้ๆ เกิดได้กับคนบางคนเป็นส่วนน้อยเท่านั้นครับ

จะรู้ความแตกต่างของการแพ้กับผลข้างเคียงไปทำไม รู้แล้วได้ประโยชน์อะไร
ผู้ป่วยหลายคนไม่สนว่าอาการนั้นเรียกว่าอะไร แต่ตนเองจะเรียกว่าแพ้ไว้ก่อน ... ปัญหานี้ทำให้เกิดความลักหลั่นในการสั่งจ่ายยาในอนาคต
เนื่องจากการที่ผู้ป่วยบอกว่าตนเองแพ้ยานั้นๆ ผู้ป่วยอาจจะหมายความแค่ผลข้างเคียงสามัญของยานั้น แต่ว่าในแง่มุมของแพทย์เภสัช จะไม่อาจบอกได้ว่าตกลงคำว่า"แพ้"นั้นคือผลข้างเคียงหรือแพ้จริงๆ
ถ้าเป็นแพ้ยาจริงๆ แพทย์เภสัชจะพยายามเลี่ยงยาตัวนั้น และยาในกลุ่มเดียวกันที่อาจจะแพ้ข้ามกันได้
ถ้าหากเป็นผลข้างเคียงของยาธรรมดา แพทย์เภสัชจะสามารถชั่งน้ำหนักได้ว่า ยาตัวนั้นมีความคุ้มค่าที่จะใช้หรือไม่ หากมีความคุ้มค่าก็จะใช้
...ยกตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือในภาวะเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง และเชื้อดื้อยาหลายชนิด... บังเอิญเชื้อดันตอบสนองกับยาที่ผู้ป่วยระบุไว้ว่า"แพ้"โดยไม่ได้บอกว่าแพ้ยังไง
ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวไปแล้วเพราะภาวะติดเชื้อรุนแรง จะไม่ให้ยารึ ก็อาจจะตาย .... จะให้ยารึ ก็อาจจะตาย
หรือจากตัวอย่างข้างต้นในภาวะความดันโลหิตสูง ที่โดยปกติแล้วแพทย์มักแนะนำให้ทำการออกกำลังกาย ปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตและการกินอาหาร เนื่องจากยากลุ่มนี้มีผลไม่พึงประสงค์ทุกกลุ่ม
HCTZ มีฤทธิ์ขับปัสสาวะและเกลือ ทำให้เกิดปัสสาวะบ่อย หลายคนไม่ชอบ
Atenolol เป็นยากลุ่มBeta blocker บางคนกินแล้วหัวใจเต้นช้า บางคนกินแล้วเกิดอาการของหอบหืดได้
Amlodipine เป็นยากลุ่มCa channel blocker กินแล้วบางคนหัวใจเต้นเร็ว บางคนกินแล้วแขนขาบวม ... ก็ไม่ชอบกันอีก
Enalapril ยากลุ่ม ACEI กินแล้วไอ
ไม่มีตัวไหนกินแล้วปกติสักตัว แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องกิน เพราะถ้าไม่กินปล่อยให้ความดันสูงก็อาจจะตายจากโรคอื่นๆแทนดังนั้นการรู้ว่าแพ้หรือไม่ จึงมีความสำคัญมากในการรักษาครับ

ในผู้ป่วยรายที่กล่าวไปข้างต้น เมื่อพิจารณาจากประวัติแล้ว ได้คุยกันอีกครั้งนึงก็ได้รู้ว่าผู้ป่วยไม่ชอบอาการข้างเคียงของยาเท่านั้นไม่ใช่แพ้ยาแต่อย่างใด จึงได้สั่งยาลดความดันโลหิตเพิ่มพร้อมกับยาที่ลดอาการข้างเคียงแก่ผู้ป่วยไป

ครั้งหน้าจะมาดูวิธีรับมือและจัดการกับการแพ้ยาครับ

ลุ้นทองกับข่าวฮอตของเหล่าดารา จาก Gossip Star พิมพ์ GE ส่งมาที่ 4825989 สมัครวันนี้ทดลองใช้ฟรี 15 วัน ค่าบริการ 39 บาท/เดือน


แฟชั่น อินเทรน ดารานางแบบ เรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิง

โดย : หมอแมว
อีเมล์ : mor_maew@yahoo.co.uk
วันที่ : 2007-11-25 12:49:05
Tags : หมอแมว    แพ้ยา   


   



 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท



ความคิดเห็นที่ 136
XAN SIAM แผนช็อคโลก แนะนำ 100 คนได้ล้าน/เดือน โอกาสเป็นของคุณแล้ว
สมัครวันนี้ ฟรี เว็บไซต์ ขยายงาน(ทดลองฟรี 15 วัน) http://xanrich.66ghz.com/
Level1 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 1 รายได้ 102 รวม 612
Level2 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 9 รายได้ 612 รวม 1,224
Level3 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 27 รายได้ 1,836 รวม 3,060
Level4 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 81 รายได้ 22,032 รวม 25,092
Level5 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 243 รายได้ 181,764 รวม 206,856
Level6 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 729 รายได้ 49,572 รวม 256,428
Level7 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 2,187 รายได้ 148,716 รวม 405,144
Level8 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 6561 รายได้ 446,148 รวม 851,292
Level9 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 19,683 รายได้ 1,338,444 รวม 2,189,736
Level10 ทุกคนขยายคนละ 3 สาย = 59,049 รายได้ 8,030,664 รวม 1,022,800
โอกาสเป็นของผู้ที่มองเห็น เงินเป็นของคนที่ขว้าโอกาสไว้
สนใจดูข้อมูลเพิ่มเว็บนี้เลย http://xanrich.66ghz.com/
โดย : xan     วันที่ :2008-01-12 22:38:50    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 135
ใหม่!!! YCC วิธีโกยทองเข้ากระเป๋าแบบง่ายๆ จ่ายผลตอบแทน 70% (มากกว่า 400,000 บาท)
บริษัทเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในเรื่องของการให้เช่า Hosting ของอเมริกามาตั้งแต่ ปี 1999 เปิดทำธุรกิจในรูปแบบนี้ เมื่อ ต้นปี 2007 จ่ายผลตอบแทนมากถึง 70%
เป็นระบบที่ช่วยกันทำงาน คุณไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีทีมงาน ไม่จำกัด แค่ 4 สายงาน
นั้นคือคุณสามารถสร้างสายงานได้มากเท่าไรก็ได้(Infinity) โดยระบบจะเริ่มต้นให้คุณ ตามแผน 2x5 จากนั้น เมื่อ 2x5 เต็ม ระบบจะรันแบบ 3x5 ให้
และเมื่อเต็มอีกก็จะรัน 4x5, 5x5 ,6x5 ... Infinity x 5 ซึ่งแผนธุรกิจแบบนี้ ทุกคนจะต้องมีรายได้เกิดขึ้น
การจ่ายผลตอบแทน http://ycc.22web.net
Matrix 2 x 5 = 62 ( คุณจะมีรายได้ $62 - $186 หรือประมาณ 2,170 - 6,510 บาท) / เดือน
Matrix 3 x 5 = 363 ( คุณจะมีรายได้ $363 - $1,089 หรือประมาณ 12,705 - 38,115 บาท) / เดือน
Matrix 4 x 5 = 1364 ( คุณจะมีรายได้ $1,364 - $4,092 หรือประมาณ 47,740 - 143,220 บาท) / เดือน
Matrix 5 x 5 = 3905 ( คุณจะมีรายได้ $3,905 - $11,715 หรือประมาณ 136,675 - 410,025 บาท) / เดือน
...
Matrix Infinity x 5 (รายได้เกินจะบรรยาย) http://ycc.22web.net

ค่าเช่า Hosting $10 USD/เดือน หรือวันละ 12 บาท (จ่ายผ่าน e-gold)
รายได้จ่ายทุกวัน ทันทีที่มีผู้สมัคร Active คุณจะได้เงินทันที
รายได้ $1 ต่อ คน ลึกลงไป 5 ระดับชั้น (คนที่เป็นดาวไลน์จากการแนะนำของอัพไลน์คุณ คือคนอัพไลน์ต่อให้)
รายได้ $3 ต่อ คน ลึกลงไป 5 ระดับชั้น (คนที่เป็นดาวไลน์จากการแนะนำของคุณคุณเอง)
โบนัส $100 ถ้าแนะนำได้ 5 คนขึ้นไป ใน 1 รอบสัปดาห์ (ไม่ต้องซื้อ DVD อะไรทั้งสิ้น)
โบนัส $100 ถ้าแนะนำได้ 5 คนขึ้นไป ใน 1 วัน (ไม่ต้องซื้อ DVD อะไรทั้งสิ้น)
สมัครตอนนี้รับค่าสมัครฟรี $10 เลย (คือสมัครแล้วได้เงิน $10)
คุณสามารถจ่ายเงินได้ภายใน 7 วัน(จ่ายผ่าน e-gold )
ที่สำคัญถ้าภายใน 1 ปีคุณยังไม่มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ $10 ซึ่งเป็นเงิน $120/ปี ที่คุณจ่าย ทางบริษัทยินดีซื้อธุรกิจคืนจากคุณ $125 (คุณได้กำไร $5)
หากสนใจดูข้อมูลเพิ่มที่เว็บนี้ http://ycc.22web.net หรือ MSN: e a r n 2 r i c h @ h o t m a i l.com
โดย : ycc     วันที่ :2007-12-17 19:12:32    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 134
uVme (ยูวีมี) ทำธุรกิจเกมส์ออนไลน์ มีสำนักงานอยู่สี่ทวีปทั่วโลก หลักการของเขา นำเอา 3 สิ่งที่ทรงพลังและเป็นปรากฎการณ์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดบนอินเตอร์เน็ต
นั่น คือ 1 เกมส์ 2 เครือข่ายสังคมออนไลน์ 3 การตลาดแบบเครือข่าย รวมเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจ คุณจะได้เว็บไซต์ส่วนตัว ผู้เล่นเกมส์จากทั่วโลกเล่นบนเว็บไซต์ของคุณ
ทำให้คุณมีรายได้ เปรียบได้กับเซเว่นอีเลฟเว่นที่ดำเนินการ 24 ชั่วโมง คุณคือเจ้าของธุรกิจ คุณไม่จำเป็นต้องเล่นเกมส์
แผนการจ่ายค่าตอบแทน (ตัวอย่างบางข้อ)
Jewel1 0-100 (ผู้เล่น) 25 %
100-125 30 %
250-500 35 %
500+ 41 %
Jewel2 ค่าแนะนำ 100 $ ต่อคน ชั้นที่ 2ได้ 20 $ ต่อคน
Jewel3 เจนเนอร์เรชั่นโบนัส
ชั้นที่ 1st = 3%
2 = 3%
3 = 4%
4 = 4%
5 = 4%
6 = 5%
7 = 5%
Jewel7 แม็ทชิ่งโบนัส สมาชิกในองค์กรคุณแต่ละคนรับเช็คเท่าไร คุณจะได้
ด้วย ตัวอย่าง เดือนนี้คุณมีรายได้ 500 $ สมาชิก 4 คนมีรายได้ 300
$ 450$ 350$ 400$ คุณจะมีรายได้รวม 2,000 $
Jewel9 infinity Bonus
1% -3% จากชั้นที่ 8 ลงไปจนสุดสายองค์กร
ค่าใช้จ่าย
1. ค่าแรกเข้า 200 $ จ่ายครั้งเดียวตลอดไป
2. สำหรับคนที่อยากเล่นเกมส์เพื่อแข่งขันเอารางวัล ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ 65 $ ต่อเดือน ( โบนัสจาก
Jewel4 มาทดแทนจ่ายค่าลิขสิทธิ์) ถ้าสมาชิกเล่นได้ คุณจะได้ด้วย (เสือนอนกินแท้ ๆ)

สรุป
จ่ายเพียงค่าแรกเข้า 200$ (จ่ายตอนบริษัทเปิดตัว) เล่นไม่เป็นหรือไม่ชอบเล่น หรือเล่นเพลิน ๆไม่แข่งขัน (เล่นฟรี ) ก็มีค่าเท่ากัน ก็ไม่ต้องทำอะไรรอรับโบนัส จะเห็นได้ว่ารายได้เกิดจากจำนวนคนไม่ใช่เงินลงทุนมากมาย ดังนั้นจึงต้องสร้างเครือข่ายให้มีสมาชิกมาก ๆ แต่ละคนก็ไม่ได้ลงทุนมาก แต่สามารถมีรายได้มหาศาล ขณะนี้มีบางคนทำมา 2 อาทิตย์ได้ลูกทีม 30 คนแล้ว ถึงวันบริษัทเปิดตัวจะได้เพิ่มอีกเท่าไร รับค่าแนะนำคนละ 100 $ ลองคิดดูว่ารายได้มากมายขนาดไหน มองเห็นกำไรตั้งแต่ยังไม่ลงทุน
สมัครฟรีแล้วได้อะไร
1. ได้เว็บไซต์ส่วนตัวสำหรับ แนะนำสมาชิกและใช้สร้างธุรกิจ
2. ได้โปรแกรมสำหรับประชุมออนไลน์ (conference room events) พร้อมกับ
เครื่องมือจัดการในออฟฟิศส่วนตัว (ประชุม 21.00 – 24.00 น.)
3. ได้โปรแกรม Messenger เพื่อติดต่อสอบถาม วิธีการทำงาน วิธีทำเงิน online
ตลอดครับ อัพไลน์ให้คำแนะนำช่วยเหลือตลอดเวลา
4. Telephone Support (บริษัทสนับสนุน โทรศัพท์ไม่มีค่าใช้จ่าย)
5. รายได้เข้าธนาคารของเราครับ
อย่าลืมว่า ช่วงนี้ก่อนเปิดตัวไม่มีค่าใช้จ่าย ถ้าต้องการดูรายละเอียดเพิ่มดูที่นี่เลย h t t p : / / u v m e - t h a i - e r . b l o g s p o t .c o m (พิมติดกันนะครับ)

ถ้าต้องการสมัครเลยเข้าที่นี่ http://www.uvme.biz/399969WD
ทำความเข้าใจก่อนสมัครครับ
บริษัท uVme จะเมล์ถึงท่าน 2 ฉบับ
1.พอกรอกสมัครเสร็จ ทาง Uvme จะเมล์มาหาท่านฉบับที่ 1 เพื่อยืนยันให้ลิงค์กลับไป
2.รับเมล์ฉบับที่ 2 จาก Uvme แจ้งเว็บไซต์ส่วนตัว, รหัสสมาชิก, และ passsword
โดย : uvme     วันที่ :2007-12-09 03:52:31    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 130
ดีจังเลยคะ ได้ความรู้ อยากให้มีรายการอย่างนี้เยอะๆ เป็นประโยชน์มั่ก มั่ก จะติดตาม ทุกครั้งนะคะ ขอบคุณมากๆ คะ
โดย : รัชนี     วันที่ :2007-12-06 08:13:24    IP :125.24.11.xx   
ความคิดเห็นที่ 128
พวกจบหมอเดี๋ยวนี้โง่จะตาย ไม่เหมาหมด เอาแค่ 98% ที่มันออกเกียรติบัตรให้จบ ๆ ไป มันก็สักแต่บรรจุไป สักแต่รักษาไป ความรับผิดชอบก็ห่วยแตก จรรยาบรรณก็ไม่มี เห็นแก่ตัว งก
พวกพยาบาลบางจังหวัดก็ชอบแย่งผัวชาวบ้าน ไม่ก็บ้าหาผัวเด็ก ที่โง่ ๆ หน่อยก็หลงคารมโดนหลอกฟันแล้วทิ้ง แต่ก็ยังถูกหลอกแบบโง่ ๆ ต่อไป

ถึงได้มีผลงานห่วย ๆ สู่สังคมตามข่าว หรือเห็นกันชัด ๆ แบบทุกวันนี้ไง
โดย : โฉด     วันที่ :2007-12-06 03:32:50    IP :222.123.85.xx   
ความคิดเห็นที่ 121
หมอนิสัยไม่ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โดย : มิซิจัง     วันที่ :2007-12-04 17:11:53    IP :61.91.32.xx   
ความคิดเห็นที่ 109
รพ.คามิลเลี่ยนอะ บอกได้เลยถ้าเป็นประกันสังคมนะ หมอให้บริการห่วยสุดๆ ถ้าไม่มีอาการให้เห็นอย่าหวังจะได้รับการรักษาที่ดี ดีใจมากสิ้นปีซะทีจะได้เปลี่ยนรพ. ทนใช้บริการมาได้ตั้งหลายปี เสียเงินให้(มัน)ไปตั้งเท่าไหร่ แต่ไม่มีจรรยาบรรณของความเป็นหมอ ถ้าเป็นญาติโกโหติกา(มัน)จะรู้สึกงัยที่ไม่มีน้ำใจ ไม่รู้จะมาเป็นหมอทำไมเป็น(หมา)ยังดีกว่า เซ็งงงงงงง
โดย : ae     วันที่ :2007-12-03 16:34:18    IP :124.120.114.xx   
ความคิดเห็นที่ 101
อืม
โดย : name     วันที่ :2007-12-02 16:30:56    IP :58.136.143.xx   
ความคิดเห็นที่ 93
ดีใจจัง รพ. เราจะได้เปลี่ยนหมอแล้ว หมอสร้างภาพว่าเก่งจะลาออกแล้วอะ
โดย : tawan5     วันที่ :2007-12-01 17:02:26    IP :203.172.46.xx   
ความคิดเห็นที่ 92
ดี งับ ดี มี สาระ ได้ ความรู้ๆ
โดย : Ray     วันที่ :2007-12-01 15:25:03    IP :124.157.219.xx   
ความคิดเห็นที่ 90
คห 37
การที่ ทางคลินิก ไม่เขียนชื่อยาลงไป เพราะกลัวว่าคนไข้จะใช้ในการไปหาซื้อยากินเองไงคะ เวลาเราไม่สบายอาจเกิดจากเชื้อต่างชนิดกัน ไม่ใช่ว่ากินยาชนิดนี้แล้วจะฆ่าเชื้อได้ทุกชนิด หรือรักษาได้ทุกโรค ป้องกันไม่ให้ใช้ยาอย่างผิดวิธีค่ะ
ส่วนที่ รพ ต้องระบุชื่อยาอยู่แล้วเพื่อสืบค้นเรื่องของการแพ้ยาได้ง่ายและเพื่อการรักษาที่ต่อเนื่อง ( เช่น ไม่ได้พบหมอท่านเดิมหรือย้ายภูมิลำเนา จะได้รับยาที่รักษาต่อเนื่องค่ะ )
โดย : machin     วันที่ :2007-12-01 10:57:18    IP :192.168.24.xx   
ความคิดเห็นที่ 89
คห 51 + 31
ฟ้าทะลายโจร ปกติ หมอก็เรียกว่าฟ้าทะลายโจรค่ะ ไม่ได้เรียกศัพท์เทคนิคอะไร เพราะเป็นสมุนไพรค่ะ
ส่วนยาที่ทานแล้วแพ้ อาจเป็นยาแก้อักเสบหรือยาอะไรนั้น แนะนำว่าควรไปพบแพทย์ที่ รพ ค่ะ เพราะ จะได้สืบสวนการแพ้ยาและระบุในบัตรให้ เราจะได้หลีกเลี่ยงยาชนิดนั้น แต่หากหาสาเหตุไม่ได้จริง ๆ เราจะค่อย ๆ ให้ยาที่จำเป็นต้องกินไปทีละตัว ถ้าไม่แพ้ก็ค่อยเพิ่มยาอื่น ๆ หากทานตัวไหนแล้วมีอาการอย่างที่คุณว่า เราก็จะระบุได้ค่ะ มันมีแนวทางการสืบค้นตัวที่แพ้ได้อยู่ค่ะ ไม่ต้องกังวล
ส่วนที่ร้านขายยาว่ามันอาจเป็นจากตัวนี้ เพราะ ส่วนใหญ่เป็นจากตัวนี้ ก็ต้องบอกว่า ในความเป็นจริง ไม่มีใครทราบหรอกค่ะ ว่าเราจะแพ้ยาตัวใดบ้าง จนกว่าจะเจอตัวที่แพ้ ฉะนั้นหากมีการแพ้ยามาโดยที่ทานมาหลายตั เราจึงมักนึกถึงตัวที่คนส่วนใหญ่แพ้ เป็นตัวแรกเสมอค่ะ จะว่าเป็นการพิจารณาโดยใช้สถิติก็คงไม่ผิดนักค่ะ
ลองย้อนไปอ่านบทความของคุณหมอแมวอีกครั้ง อาจจะพอเข้าใจมากขึ้นนะคะ
โชคดีค่ะ
โดย : machin     วันที่ :2007-12-01 10:48:47    IP :192.168.24.xx   
ความคิดเห็นที่ 88
คห 51
แต่ละครั้งที่ทาน ทานแต่ พารา ตัวเดียวหรือคะ จริง ๆ แล้วหากทานแล้วเกิดปัญหา ควรรีบไป รพ และแจ้งแก่ แพทย์ + เภสัช เพื่อสอบสวนการแพ้ยา หากแพ้ยาจริงจะได้รับใบระบุการแพ้ยาชนิดนั้น ๆ เพื่อที่เราจะได้สืบค้นยาที่แพ้อย่างแท้จริงและไม่ต้องได้รับยาที่แพ้อีกค่ะ
โดย : machin     วันที่ :2007-12-01 10:21:05    IP :192.168.24.xx   
ความคิดเห็นที่ 87
คห 62
ตามที่ท่าน นพ . จาก อย ให้ข่าวเลยค่ะ ผิวคนเรากำหนดโดยพันธุกรรม ไม่สามารถเปลี่ยนได้อย่างถาวรจากยาค่ะ หากใช้แล้วอาจจะก่อปัญหาการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ( เลือดออกแล้วหยุดยากกว่าปกติ ) มีโอกาสเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่าปกติค่ะ
โดย : machin     วันที่ :2007-12-01 10:16:47    IP :192.168.24.xx   
ความคิดเห็นที่ 86
ขออนุญาตช่วยตอบนะคะ
คห 81 คงเป็นจากยากดประสาทมากกว่าค่ะ เพราะ ยาที่ทานกันแล้วลดความอ้วนเร็ว ๆ เป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 3 เดือนค่ะ และควรใช้เฉพาะในคนไข้โรคอ้วนเท่านั้นค่ะ
ตอนนี้คงต้องรักษาตามที่คุณหมอดูแลอยู่ค่ะ
โดย : machin     วันที่ :2007-12-01 10:09:23    IP :192.168.24.xx   
ความคิดเห็นที่ 81
มีรุ่นน้องทานยาลดความอ้วนแล้วมีปัญหาต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลทางประสาทอาการยังไม่ดีขึ้นเลยหมอบอกว่าแพ้ยาเป็นไปได้ไหมคะหรือว่ายามันกดประสาทกันแน่อยากทราบเป็นข้อมูลคะเพราะมีคนกินยาตัวนี้เยอะมาก
โดย : jp     วันที่ :2007-11-30 18:45:23    IP :158.108.153.xx   
ความคิดเห็นที่ 79
^_^
โดย : pp     วันที่ :2007-11-30 15:09:32    IP :10.41.51.xx   
ความคิดเห็นที่ 62
อยากเรียนถามหมอแมวเกี่ยวกับ สารกลูต้าไธโอน ที่ทำให้ผิวขาวขึ้น

พอดีมีเพื่อน ไปฉีดกันหลายคน ประมาณ 6-7 ครั้งแล้ว ไม่ทราบว่ามีผลข้างเคียงยังไง

รบกวนหมอแมวกรุณาให้ความกระจ่างด้วยค่ะ
โดย : bb     วันที่ :2007-11-29 10:54:20    IP :203.154.79.xx   
ความคิดเห็นที่ 58
most docs are good docs , obviously , some docs are LIARS ! .......!
โดย : kat healer     วันที่ :2007-11-29 05:08:01    IP :192.70.238.xx   
ความคิดเห็นที่ 57
ขอบคุณบทความดีๆค่ะคุณหมอแมว
โดย : ปอ     วันที่ :2007-11-29 02:08:35    IP :124.120.232.xx   
ความคิดเห็นที่ 56
แพ้พาราครับ กินแล้วมันหายปวดหัวก็จริงแต่จะได้หืดหอบจามไม่หยุดเพิ่มมาแทน

ผมสังเกตตัวเอง เมื่อก่อนตอนวัยรุ่น 17-18 ผมมีความเชื่อว่ากินยามันไม่ดี ประกอบกับร่างกายแข็งแรง เลยเว้นวรรค ไม่ได้ทาน พาราไป 3-4 ปี พอวัยทำงาน ร่างกายอ่อนแอ ต้องพึ่งยา ก็เพิ่งรู้ว่าแพ้เนี่ยหละครับ ตอนเด็กๆ เมื่อป่วยจะต้องทานเป็นเซต ซึ่งก็มีพาราด้วยทุกครั้ง

ข้อสังเกตผมคือ แพ้อะไร น่าจะเคยได้สารตัวนั้นมาก่อน แล้วไม่เจออีกนาน จนร่างกายบันทึกผิด ทำให้ต่อต้านผิดนะครับ ไม่ทราบว่ามีใครวิจัยแนวทางนี้บ้างหรือเปล่า
โดย : แพ้พารา     วันที่ :2007-11-29 00:44:21    IP :124.121.148.xx   
ความคิดเห็นที่ 53
ถึงคุณ ค.ห.51 แคปซูลฟ้าเขียว นี่อาจจะเป็น Amoxycillin นะครับ มันเป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียกลุ่มเพนนิซิลลินครับ ยังไงก็น่าจะลองไปถามร้านยาที่มีเภสัชกรดูก่อนนะ
โดย : HO_oH     วันที่ :2007-11-28 19:10:12    IP :161.200.255.xx   
ความคิดเห็นที่ 51
อ้าว..ก็ถามคนขายยาแล้ว ว่ายาตัวนี้ที่ซื้อมาจากร้านนี้
ยาอะไร ให้เขียนลงในกระดาษให้ด้วยว่าชื่อตัวยาที่เค้าเรียกเป็นทางการเลย
จะได้เก็บไว้ เวลาไม่สบายจะได้แจ้งเค้าถูกว่า "ผมแพ้สักตัวใน 4 ตัวนี้"
แต่เจ้าของร้านยาก็ยังยืนยันคำเดิม พร้อมเขียนลงในกระดาษให้ด้วยนะว่า
"ฟ้าทะลายโจร" แล้วจะรู้ไหมเนี้ยะ
(คลินิกก็พอ ๆ กันกับร้านขายยานั่นแหละ)
โดย : ns     วันที่ :2007-11-28 16:16:56    IP :58.10.125.xx   
ความคิดเห็นที่ 45
ลูกสาวไม่สบายพาไปโรงพยาบาลเอกชนค่ะ หมอจ่ายยาแก้อักเสบมาให้ กินแล้วมีผื่นขึ้นที่คอ ที่แขน เลยรีบกลับไปหาคุณหมอ คุณหมอบอกว่าสงสัยแพ้ยาแต่ยังไม่ชัด ให้กลับไปดูอาการถ้าผื่นยังขึ้นไม่หยุด และหน้าบวมแสดงว่าแพ้ให้หยุดยา กลับลูกก็หน้าบวมจริง ๆ เราเลยให้หยุดยา ผื่นก็ค่อย ๆ หายหน้าก็ยุบ เลยจดชื่อยาเอาไว้ แล้วพอต่อมาลูกไปสบายตอนกลางคืนต้องไปที่แผนกฉุกเฉิน เค้าถามว่าเคยแพ้ยาอะไรไม๊เราก็เล่าให้เค้าฟังแล้วเอาชื่อยาที่จดไว้ให้ดู เค้าก็บอกว่าคุณพูดแบบนี้มันไม่ถูกหรอกถ้าแพ้ยาตัวนี้แล้วหมอจะรักษายังไง อ้าวแล้วชั้นจะรู้ไม๊อ่ะ ถามมาชั้นก็ตอบไปชีวิตลูกชั้นทั้งคน เลยไม่รู้ว่าต่อไปจะเอาไงถามมาเราก็บอกไป เราไม่ได้ฟันธงนะว่าลูกเราแพ้ แต่เล่าเหมื่อนอย่างข้างบนนั่นแหละ
โดย : แม่ของลูกค่ะ     วันที่ :2007-11-28 09:19:46    IP :124.120.171.xx   
ความคิดเห็นที่ 43
ขอบคุณความรู้ดี ๆ ที่หมอแมวมีมาให้เสมอ ...
โดย : ANA     วันที่ :2007-11-28 07:50:52    IP :192.168.0.xx   
ความคิดเห็นที่ 37
เวลาไปหาหมอตามคลินิก ทำไมยาที่จ่ายไม่ชอบเขียนชื่อเหมือนอย่างโรงพยาบาลนะ จะได้รู้ว่าเป็ฯยาอะไร อยากให้บอกชื่อยามาด้วยมากว่าบอกสรรพคุณของยา ชอบเขียนบอกแค่ว่า ยาลดไข้ ยาแก้อักเสบ แหมมันมีตั้งหลายชนิด น่าจะบอกชื่อให้ด้วยเกิดแพ้จะได้รู้ว่ายาชื่ออะไรอยู่ในกลุ่มไหน
ทำไมเหรอ บอกไม่ได้เหรอ กลัวคนไข้รู้ว่าจ่ายยาธรรมดาๆให้หรือยังไงนะ หรือกลัวรู้แล้วจะไปซื้อยากินเอง สงสัยนะนี่ย
โดย : ทำไม     วันที่ :2007-11-27 22:15:40    IP :58.9.237.xx   
ความคิดเห็นที่ 33
ชอบคำพูดความเห็นที่ 32น่ะ
"เทผงซักฟอกออกจากซอง แล้วมาถามเราว่า นี่ผงซักฟอกยี่ห้ออะไรนั่นแหละ"

อยากให้นำซองยามาด้วยนะ ก็ยังดี
โดย : หมอยา     วันที่ :2007-11-27 14:56:01    IP :125.26.200.xx   
ความคิดเห็นที่ 32
คนไข้ชอบไปคลินิกหรือร้านยา แล้วเอาเม็ดยามาถามที่ รพ.ว่ายาอะไร มีหรือไม่
บางตัวก็พอจะบอกได้ แต่บอกได้น้อยมากๆ เพราะเหมือนเปรียบกับ เทผงซักฟอกออกจากซอง แล้วมาถามเราว่า นี่ผงซักฟอกยี่ห้ออะไรนั่นแหละ
โดย : หหห     วันที่ :2007-11-27 14:33:24    IP :125.26.245.xx   
ความคิดเห็นที่ 31
แฟนเคยไม่สบายเป็นไข้หวัดค่ะ แม่เค้าเลยไปซื้อยาร้านขายยามาให้กิน
มีอยู่ 4 เม็ด เป็น พาราฯ แล้วก็มีแคปซูลที่ฟ้าเขียว แล้วก็ยาอะไรไม่ทราบอีก 2 เม็ด
แต่เท่าที่ดูลักษณะของเม็ดยาน่าจะเป็นยาลดน้ำมูก กับยาแก้ไอ
พอกินไปได้สัก 2 มื้อ มีอาการเป็นผื่นแดง เราก็บอกแฟนว่าสงสัยจะแพ้ยา
ให้รีบไปหาหมอที่คลินิก แต่สรุปแล้วคุณหมอก็บอกว่า "แพ้ยา"
แต่ไม่ทราบว่าแพ้ตัวไหน แต่แพ้ 1 ใน 4 ตัวนี่แหละ
เค้าก็ดูประวัติการรักษา แล้วบอกว่า "คุณเคยทานยาแก้อักเสบแล้วนี่ เมื่อปีที่แล้ว ในประวัติระบุไว้ เพราะฉะนั้นไม่น่าจะแพ้ยาแก้อักเสบ"
อ้าว...แล้วจะทำไงอ่ะ คุณหมอไม่ตอบ ให้ยาแก้แพ้มา แล้วบอกว่าจ่ายตังค์กลับบ้านได้
แล้วต่อไปนี้แฟนเราจะกินยายังไงล่ะเนี้ยะ เพราะไม่รู้ว่าแพ้ยาตัวไหนใน 4 ตัวนี้
พอเอายาไปให้ร้านขายยาที่ซื้อมาดู อาแปะเจ้าของร้านบอกว่า
อ๋อ..งั้นคงแพ้ตัวนี้ (แคปซูล) ยาฟ้าทะลายโจร (อ้าว..ไม่ใช่ยาแก้อักเสบหรอกหรอ) แล้วทำไมถึงคิดว่าแพ้ตัวนี้ล่ะ เค้าก็บอกว่า ลูกค้าส่วนมากเค้าแพ้ตัวนี้กัน (เวง ดูจากสถิติ) สรุปแล้วทุกวันนี้แฟนไม่สบายก็กินยาไม่ได้เลย เจ็บคอก็กินสเต๊ปซิลแทน
โดย : ns     วันที่ :2007-11-27 14:19:24    IP :58.10.125.xx   
ความคิดเห็นที่ 28
ขอบคุรสำหรับความรู้ดีๆ นะคะหมอแมว บัวเป็นคนนึงค่ะ ที่แพ้ยาแก้ปวดทุกชนิเลย แม้แต่พาราเซตามอล แพ้ทีไรเกือบตายทุกทีเลย หมอที่ร.พ บอกว่า นับว่าคุณโชคร้ายนะที่แพ้ยาแก้ปวด ครั้งต่อไป ถ้าคุรไมสบายหมอคงต้องฉีด มอฟีน ให้คุณแน่ๆ แล้วจะติดมอฟีน มั๊ยวะเรา..เซ็งจริงๆ
โดย : บัว     วันที่ :2007-11-27 13:02:40    IP :58.9.80.xx   
ความคิดเห็นที่ 24
ขอบคุณ ความเห็นที่ 11-12 และ20
หมอปลื้มมากๆ
โดย : หมอหมูหมู     วันที่ :2007-11-27 10:45:36    IP :125.26.200.xx   
ความคิดเห็นที่ 23
ติดตามงานเขียนของหมอแมวมาโดยตลอดครับ

ไว้วันหลังผมจะเขียนอย่างหมอแมวบ้าง หุๆๆ
โดย : นารุซาเมะคุง     วันที่ :2007-11-27 10:21:56    IP :172.17.41.xx   
ความคิดเห็นที่ 20
รักหมอ
โดย : คนไข้     วันที่ :2007-11-27 09:16:11    IP :125.24.63.xx   
ความคิดเห็นที่ 19
เป็นกระทู้ที่ได้ความรู้มากๆ เลยค่ะคุณหมอ เห็นกระทู้คุณหมอทีไรก็เข้ามาอ่านทุกที
แต่เบื่อพวกโฆษณามากกกกกกกกกกกกกก
โดย : มะนาวหวาน     วันที่ :2007-11-27 08:04:37    IP :58.110.229.xx   
ความคิดเห็นที่ 18
กระทู้เป็นแหล่งชุมนุมโฆษณาแล้วค่ะ คุณหมอขา
ถ้าเดี๊ยนเจอคนไข้บอกว่าแพ้ยา เดี๊ยนก็ซักไปเรื่อยๆค่ะ ส่วนใหญ่ก็เข้าใจผิดทั้งนั้น ไม่ค่อยแพ้ยาจริงๆหรอกค่ะ
ดีค่ะ แอบมาอ่านบ้างบ้างหัวข้อ ว่างๆเอามารวมเล่มแจกคนไข้ได้เลยนะคะเนี่ย
โดย : เอ่อ     วันที่ :2007-11-27 07:35:27    IP :125.26.219.xx   
ความคิดเห็นที่ 12
ขอโทษครับคนที่ 5 ไม่ใช่คนที่ 2
โดย : คนข้างล่าง     วันที่ :2007-11-26 22:23:19    IP :121.217.23.xx   
ความคิดเห็นที่ 11
ติดตามมาหลายกระทู้แล้วครับ ได้ความรู้ดีมาก ของอย่างนี้มันเกิดขึ้นได้ทุกคน รู้ไว้ก็ไม่เสียหายครับ ส่วนคนที่ 2 ผมว่าคนอย่างนี้มันแพ้ตีนครับ ต้องโดนไปหลายๆดอกจะได้สำนึก
โดย : ผมเองครับ     วันที่ :2007-11-26 22:21:59    IP :121.217.23.xx   
ความคิดเห็นที่ 6
ตามอ่านข้อความของหมอแมวมาหลายเรื่องแล้ว ขอบคุณมากครับที่ให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ บางคนอาจไม่เชื่อถือข้อความของหมอแมว แต่อย่างไรก็ตาม ข้อความต่างๆเหล่านี้ก็ช่วยเตือนสติให้เราทุกคนได้หันมาสนใจหลายๆประเด็นที่เราอาจไม่เคยฉุกคิดหรือถามตัวเองมาก่อน และให้เราได้พยายามค้นหาคำตอบจากแหล่งข้อมูลอื่นๆที่เราเชื่อถือมากกว่าได้ ยังไงก็ขอขอบคุณมากๆครับ
โดย : ผู้ที่ไม่เคยตอบกระทู้อื่นใด     วันที่ :2007-11-26 17:17:42    IP :210.86.135.xx   
ความคิดเห็นที่ 2
หมอแมวสนใจที่จะนำเรื่องราวที่เขียนลงในเว็ปไปลงหนังสือบ้างหรือเปล่า เพราะคิดว่า คงเป็นประโยชน์ถ้าคนทั่วไปได้อ่าน หลายๆ ครั้งที่มีความไม่เข้าในระหว่างคนไข้-แพทย์

แต่ถ้าเทียบกับประชากรทั้งประเทศ คนที่อ่านหนังสือ ก็ยังน้อยอยู่นะ โดยเฉพาะประชาชนในแถบชนบท
โดย : หมอหมูหมู     วันที่ :2007-11-26 08:48:36    IP :125.26.200.xx   

เว็บเพื่อนบ้าน : YenTa4  |  เอ็มไทยเมล์  |  ThaiSecondhand  |  Tarad  |  มูลนิธิ ดร.พิชนี โพธารามิก  |  GossipStar  |  Fwdder  |  TLC Center
เว็บผู้สนับสนุน : วัน-ทู-คอล!  |  Net Design  |  IT Education (Australia)  |  เสื้อ ของขวัญ เสื้อคู่รัก   |  Samsung MP3 Player  
mthai service :   blog  |  video  |  album  |  club  |  picpost  |  forums  |  sticker  |  email  |  chat  |  pal  |  e-card  |  memory  |  hotsite  
ข้อความทีท่านได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ

copyright ® MThA!.com all right reserved
all comments are welcome at
webmaster@mthai.com