เมื่อสัตว์เลี้ยงของคุณ แพร่โรค! -=By หมอแมว=-
เป็นเวลาเย็นแล้ว เมื่อเด็กคนหนึ่งถูกมารดาพามาตรวจที่ห้องฉุกเฉิน เด็กคนนี้ถูกมาด้วยเรื่องว่ามีเห็บสุนัขไต่เข้าหูซึ่งเมื่อสองวันก่อน ต้องการให้เอาออกด่วนเพราะกลัวว่าจะเข้าไปทำรังในสมอง
หลังจากพยายามซักอยู่ครู่หนึ่ง จึงได้ความใหม่ว่า เด็กคนนี้เมื่อสองสามวันก่อนไปเล่นสุนัข หลังจากนั้นก็ชี้เข้าไปในรูหูบ่อยๆ ยายก็เลยพยายามเอาไม้แคะหูแคะบางสิ่งบางอย่างที่สีดำๆออกมาแต่ว่าเอาไม่ออก หลังจากนั้นมีเลือดไหลเลยกลัวว่าที่เลือดไหลจะมาจากเห็บหมาที่กัดแก้วหูทะลุ
พอตรวจดู เจอรอยเลือดออกที่ผนังหูด้านนอกๆ ส่วนของดำๆที่ยายเห็นก็คือขี้หูแห้งๆ แก้วหูก็ปกติดีไม่มีอะไร จึงได้บอกพ่อแม่เด็กไปตามจริงว่าเด็กเป็นหูชั้นนอกอักเสบ โดยแก้วหูปกติดี ในรูหูไม่เห็นตัวแมลงใดๆ ส่วนรอบเลือดออกก็น่าจะเกิดจากการแคะหูหลายๆครั้ง
เรื่องข้างต้นเข้าใจว่าเป็นหนึ่งในกระแสกลัวเห็บเข้าสมอง ที่เกิดมาเกือบสิบปีจากรายการชมรมขนหัวลุก(ตอนเปิดตัว) ซึ่งเป็นเรื่องความกลัวที่เกินความจริงไปหน่อย เนื่องจากยังไม่เคยปรากฎในวงการแพทย์ว่าเห็บมันจะเข้าไปทำรังออกลูกหลานในสมองได้
แต่โรคที่มาจากสัตว์เลี้ยงนั้น เป็นของที่มีอยู่จริงๆครับ และบางครั้งใกล้ตัวมากจนเราอาจจะนึกไม่ถึง
ใกล้ตัวหรือไกลตัว
จริงๆแล้วพวกโรคติดต่อต่างๆต้องการพาหะที่จะนำโรค เชื้อโรคก็เป็นสิ่งมีชีวิตแบบนึงดังนั้นมันต้องอยู่ในแหล่งที่มันจะอาศัยอยู่ได้พักนึงก่อนที่จะแพร่เชื้อให้แก่มนุษย์ แหล่งที่เจอได้คือพวกสิ่งที่มาจากธรรมชาติ ... แน่นอนว่าคงไม่มีใครไปคลุกคลีกับเศษขยะในถัง หรือเอาปล่อยให้อุจจาระแห้งบนพื้น ... แต่เชื่อแน่ว่า ต้องมีคนที่เอาสัตว์เลี้ยงไปนอนด้วยและคงมีคนที่เอากระบะทรายสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้านโดยเฉพาะในสังคมเมือง ดังนั้นโรคต่างๆจึงสามารถติดต่อกันได้โดยง่ายโดยที่เจ้าของอาจจะไม่รู้ตัว
อันตรายแค่ไหน
โรคติดต่อที่มาจากสัตว์เลี้ยง โดยส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะมีอันตรายครับ แม้จะมีบางอันที่ถึงตายแต่ก็ไม่ได้เจอมาก ปัญหาที่เจอก็คือการก่อความรำคาญ วินิจฉัยยากและรักษาลำบาก
แต่เรื่องของเรื่องคือ เกือบทุกโรคมันเป็นโรคที่ป้องกันได้ครับ !!! แล้วเรื่องอะไรที่เราจะเอาชีวิตไปเสี่ยงไว้กับเรื่องที่ป้องกันได้ (เพราะบางอันถึงตาย)
กลากเกลื้อน Dermatophytosis
โรคติดเชื้อทางผิวหนังในกลุ่มกลากเกลื้อน เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดโรคหนึ่งในหมู่คนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงกลุ่มแมวและหมา ... โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แมว มีเชื้อพวกนี้เป็นเชื้อประจำผิวกายเลยทีเดียว
หากทำการคลุกคลีกับหมาแมวโดยเฉพาะการนำสัตว์เลี้ยงพวกนี้มาไว้บนเตียงร่วมกับเจ้าของ ก็จะทำให้เราสัมผัสกับเชื้อเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นและมีโอกาสเป็นได้ง่ายขึ้น (ถ้าหากจะบอกให้ใกล้ตัวอีกนิด ชันนะตุกับสังคัง ก็เป็นกลากแบบนึงนะครับ)
พยาธิไชผิวหนัง Cutaneous Larva Migrans
ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่เราจะรู้จักพยาธิตัวจี๊ดว่าเป็นพยาธิที่ไชไปตามตัวคน ... นี่เป็นพยาธิคนละชนิด
พยาธิตัวนี้เป็นพยาธิปากขอของแมวและหมา !!! วงจรชีวิตของพยาธิปากขอทั่วโลกจะต้องไชจากพื้นดินเข้าสู่ผิวหนัง จากนั้นก็แหวกว่ายหาทางไปจนกระทั่งเข้าไปสู่ทางเดินอาหารของสัตว์ ... แต่ถ้าบังเอิญพยาธิโชคร้าย ดันไชเข้ามาในผิวหนังแล้วดันมาพบว่า "ตรูไชเข้าผิดตัว" มันก็จะเกิดอาการไชเข้าร่างกายไม่ได้ ได้แต่ไชอยู่ในผิวหนัง
ฟังดูดีนะครับไม่เข้าร่างกาย แต่ความแย่ของมันก็คือ มันจะ"อภิมหาคัน"
มันจะเลื้อยไขไปเรื่อยๆตามผิวหนัง ก่อให้เกิดรอยแดงขึ้นพร้อมๆกับความคัน และใช้เวลาประมาณ1เดือน ก่อนที่จะขาดอาหารตายไปเอง
การรักษาปกติจะใช้ยารักษาพยาธิของสัตว์ได้ผลดี(แต่รู้สึกเมืองไทยยังไม่ให้ใช้ในคน) ยาถ่ายพยาธิทั่วๆไปก็อาจจะพอรักษาได้บ้างแต่ก็มักไม่ได้ผลดี ... ดังนั้นส่วนมากก็ต้องรอจนกว่ามันจะหายไปเอง (ลองนึกดูว่าต้องนั่งคันทุกๆคืน)
บางคนคิดเอามีดกรีด ... แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะรอยแดงที่ปรากฎ จะเกิดหลังจากพยาธิไชผ่านไปได้สักวันสองวัน ดังนั้น กรีดยังไงก็เอาตัวออกไม่ได้
ถึงตรงนี้ลองไปดูที่นี่ครับ เรื่องราวของผู้ที่ประสบเหตุการณ์จริง
http://iannnnn.com/2006/146
เชื้อก่อโรคท้องเสีย
ในกลุ่มที่เลี้ยงสัตว์เลื้อยคลาน ไก่ รวมทั้งสุนัขและแมว จะมีเชื้อโรคที่เรียกว่า Samonella และ campylobacter เป็นเชื้อที่ก่อโรคติดเชื้อในลำไส้ จะก่อให้เกิดอาการท้องเสียได้ ... จริงๆแล้วฟังดูเหมือนธรรมดา แต่ที่จริงแล้ว ความรุนแรงของเชื้อกลุ่มนี้มีตั้งแต่ท้องเสียเล็กน้อย เรื่อยไปจนถึงเกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรงจนถึงตายได้!!!
ที่แย่ก็คือ ปัจจุบัน การเลี้ยงสัตว์และการให้อาหารสัตว์ในรูปแบบปัจจุบัน ทำให้เกิดเชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเชื้อกลุ่มนี้ปกติแล้วในคนที่รักษาจนหายก็มักจะไม่แพร่เชื้อที่ดื้อยา ... แต่ในสัตว์ เชื้อพวกนี้สามารถอยู่ได้เรื่อยๆแม้ไม่มีอาการ ดังนั้นจึงทำให้สัตว์ตัวนั้นสามารถเป็นตัวแพร่เชื้อได้อย่างดี และสามารถเกิดเชื้อดื้อยาได้ง่ายเสียยิ่งกว่าในคน
นอกจากเชื้อสองตัวนี้ ยังมีเชื้ออีกหลายชนิด เช่น cryptosporidia และ giardia ซึ่งก็เจอในพวกแมว หมา และหนู ... เพียงแต่ไม่ค่อยรุนแรงนัก
Toxoplasma ภัยเงียบสำหรับคนท้อง
เชื้อตัวนี้ไม่มีชื่อภาษาไทยเพราะๆ ดังนั้นก็ใช้ทับศัพท์ไปว่าท๊อกโซพลาสมาแล้วกัน
เชื้อที่ว่านี้เป็นพยาธิแบบนึงที่อาศัยในลำไส้ของแมว โดยปกติแล้วจะติดต่อกับคนได้จากการที่เราเผลอได้รับเชื้อที่ปะปนในอุจจาระแมวไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง เวลาเป็นโดยส่วนใหญ่จะมีอาการเหมือนเวลาเป็นไข้หวัด
ฟังดูเหมือนไม่มีอะไรมาก
แต่สำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์ ในช่วง3เดือนแรกของการตั้งครรภ์ หากได้รับเชื้อนี้เข้าไปและเกิดการติดเชื้อ เชื้อจะเข้าไปทำอันตรายต่อเด็กในท้องจนเกิดความพิการได้ (Congenital toxoplasmosis)
ฟังดูไม่ใช่อะไรที่ดูยาก เพราะว่าแค่หลีกเลี่ยงในช่วงที่ตั้งครรภ์ก็พอ ...
แต่อย่าลืมนะครับว่าคนเราจะรู้ว่าท้องได้ ประจำเดือนต้องขาดหายไปก่อน ตอนที่รู้ตัวนั่นน่ะ อายุครรภ์ได้1เดือนแล้ว!!! (ส่วนใหญ่คนที่มาตรวจที่โรงพยาบาลผม ส่วนมากก็เริ่ม3เดือนกันไปแล้วครับกว่าจะรู้ว่าตนเองท้อง)
โรคพิษสุนัขบ้า
พวกนี้มีปัญหาคือ คนเลี้ยงไม่ได้เอาไปฉีดวัคซีน และบางคนประมาทเห็นว่าเป็นลูกหมาลูกแมว ก็เลยไม่ระวัง พอโดนกัดก็ไม่ได้ไปฉีดยา
คาดว่าเกินครึ่งของคนที่ตายจากโรคนี้ เกิดจากการรับเชื้อจากลูกหมาหรือลูกแมว
ที่จริงโรคคิดว่าคงรู้จักกันดีจึงไม่ต้องอธิบายมาก ข้าม! ข้าม! ข้าม!
ความน่ากลัวอีกอย่างของโรคกลุ่มนี้
ในคนทั่วๆไป โรคที่ผมยกตัวอย่างมาให้นั้นเป็นโรคที่ไม่ได้มีอะไรมากมายนอกไปจากความเจ็บป่วยเล็กน้อย หรือความรำคาญนิดหน่อย
แต่ในกลุ่มผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่กินยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่เป็นมะเร็ง ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องแบบต่างๆ กลุ่มนี้เมื่อได้รับเชื้อแล้ว หลายๆตัวสามารถก่อให้เกิดโรคที่อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ...
ปัญหาที่สำคัญอีกอย่างคือ เรื่องภูมิคุ้มกัน ใครแข็งแรง ใครอ่อนแอ เป็นสิ่งที่ดูไม่ได้ด้วยตา ... และในบ้านปัจจุบัน ก็มักประกอบไปด้วยผู้สูงอายุและเด็กๆอยู่กันทั้งนั้น
ดังนั้นหากคิดว่าโรคพวกนี้เป็นสิ่งจิ๊บจ๊อยคงต้องคิดใหม่
ป้องกันอย่างไรดี
อ่านมาได้ถึงแถวนี้ บางคนอาจจะกลัวอยากจะเอาสัตว์เลี้ยงไปปล่อย แต่บอกได้เลยว่าหยุดก่อนครับ!
เพราะหนทางในการป้องกันนั้น จริงๆง่ายนิดเดียว ใครๆก็ทำได้
1. ฉีดวัคซีนหรือให้ยาสัตว์เลี้ยงตามกำหนด : โรคของสัตว์เลี้ยงหลายๆชนิด มียาป้องกันครับ ซึ่งสามารถป้องกันสัตว์และยังป้องกันไม่ให้แพร่มายังเจ้าของได้ด้วย
2. จัดการกับอุจจาระสัตว์ให้ดี : ควรมีถุงทิ้งอย่างมิดชิด ให้อากาศถ่ายเท และระวังฝุ่นที่เกิดจากอุจจาระแห้งๆ เพราะเชื้อในบทนี้ ส่วนใหญ่ติดต่อทางอุจจาระ
การจัดการนี้ รวมไปถึงการทิ้งอุจจาระด้วย เพราะว่าการทิ้งอุจจาระไม่เป็นที่ จะทำให้เชื้อเกิดการแพร่กระจายไปในสิ่งแวดล้อม และจากนั้นจะย้อนกลับเข้ามาสู่เราได้อีก เช่นหากทิ้งอุจจาระแมวหมาไว้
- พยาธิออกอยู่ตามพื้นดิน พอเดินออกหน้าบ้านก็ไชเข้าเท้า
-ทิ้งไม่ดี แมวหมาในบ้านไปนอนคลุกดินทรายที่ปนเปื้อน เอากลับมานอนบนเตียงเราอีก
3. อาบน้ำสัตว์เป็นระยะ : ในสุนัขและแมว การอาบน้ำจะช่วยลดเชื้อได้หลายชนิด และยังลดหมัด(ซึ่งเป็ฯตัวแพร่เชื้ออีกชนิด) การรักษาความสะอาดของสัตว์เลี้ยง ก็จะช่วยป้องกันการสะสมเชื้อได้ครับ
4. ระวังอาหารการกิน : ล้างมือทุกครั้งก่อนกินครับ เพราะว่าตราบใดที่มีสัตว์เลี้ยงในบ้าน แทบทุกที่ก็คงต้องสัมผัสกับฝุ่นหรือสิ่งที่มาจากสัตว์เลี้ยง ... นอกจากนี้ก็ต้องระวังทำอาหารให้สุกเสมอเพื่อฆ่าเชื้อโรคที่มีโอกาสปนเปื้อนเข้าไป
5. ไม่เอาสัตว์เลี้ยงไปไว้ในห้องนอน : เพราะเป็นที่ซึ่งมีโอกาสติดเชื้อได้บ่อยที่สุด (แต่ข้อนี้ผมทำไม่ได้แหละ)
เพียงเท่านี้ก็หลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงแสนรักได้แล้วครับ
แฟชั่น อินเทรน ดารานางแบบ เรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิง
โดย :
หมอแมว
อีเมล์ : mor_maew@yahoo.co.uk
วันที่ : 2007-11-07 22:22:45
Tags :
หมอแมว
สัตว์เลี้ยง