-= ล้วงตับ Forward mail ลวงโลกที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ # 2=-
ผมได้พูดถึงฟอร์เวิร์ดที่สร้างความเข้าใจผิดขึ้นและได้กล่าวชี้แจงเหตุออกมา ... ซึ่ง5อันที่ผ่านมาเป็นลักษณะฟอร์เวิร์ดเมล์ผิดๆที่เนื้อหาไม่ได้มีอะไรแอบแฝงนอกจากการหลอกลวงปิดบังข้อมูลบางอย่าง ... จะเห็นได้ว่าหลายอันพูดออกไปแล้ว หลายท่านในที่นี้ก็สามารถสืบค้นข้อมมูลและยืนยันได้เลยว่าจริง
แต่ฟอร์เวิร์ดเมล์ที่จะนำเสนอในวันนี้จะมีลักษณะดังต่อไปนี้
- เนื้อหาจะมีเรื่องที่เป็นเรื่องโกหกปนกับเรื่องจริง
- เนื้อหาที่ผิดปกติ คนที่จะจับโกหกได้มักจะเป็นคนที่ทำงานใกล้เคียงในสาขานั้นโดยตรงหรือเป็นคนที่สามารถสืบค้นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ได้ ซึ่งมีจำนวนไม่มาก
- เนื้อหาจะชี้นำให้รู้สึกว่ามีเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง ดังนั้นใครที่เข้ามาค้านอาจจะเป็นผู้เสียผลประโยชน์
- ดังนั้นหากมีคนมาอธิบาย คนที่ได้รับการอธิบายอาจจะรู้สึกว่าไม่รู้จะเชื่อได้ดีไหม ... เอาเป็นว่าเชื่อไว้ก่อนคงไม่เสียหาย น่าจะปลอดภัยกว่า
การที่mailเหล่านี้ใช้เรื่องผลประโยชน์เข้ามา ทำให้หลายคนที่รู้ความจริงไม่อยากอธิบายครับ
บางครั้งอธิบายไปแล้วจะโดนคนเข้ามาโพสต่อว่าว่าไปรับเงินมา
เนื้อหาในนั้นบางครั้งจุดประเด็นอื่นขึ้นมา ทำให้กระทู้ถูกเบี่ยงเบนประเด็น
ดังนั้นเรามาดูกันต่อเลยครับ
6. โค้ก เป็นสิ่งอันตรายมาก (ทำให้กระดูกผุ)
ตัวอย่าง FWD http://www.maama.com/reading/view.php?id=001590
เนื้อหาของFWD >
- ถ้าตามเข้าไปดูในข้อมูลต่างๆในนั้น จะเห็นว่าเป็นข้อมูลที่ดูแล้วทำให้โค้กเป็นวัสดุกัดกร่อนที่มีฤทธิ์รุนแรง สามารถกัดกร่อนสิ่งต่างๆได้ การใช้งานก็ดูน่ากลัวสำหรับของที่จะเอามากิน
- (ปัจจัยในเวบบอร์ดต่างๆ และความเชื่อสมัยก่อน บอกว่าการดื่มน้ำอัดลมทุกชนิดทำให้กระดูกผุ เพราะกรดในน้ำอัดลมจะไปละลายกระดูก)
- โค้กมีpH ที่ประมาณ2.5 อันนี้ก็จริง ... แต่
- น้ำมะนาวมีpH 2-2.5 ส่วนกรดในกระเพาะอาหาร มีpH 1.5-2 กัดกร่อนยิ่งกว่าโค้กเสียอีก เรื่องคุณสมบัติที่ว่านั้นหากเอาน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูไปแทนที่ก็ทำได้เหมือนกัน (แต่Apple cider vinegarดันบอกว่าดีต่อสุขภาพ ทำไมไม่บอกว่ากัดกระดูกล่ะ)
- ในต่างประเทศของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมีราคาแพง ในขณะที่โค้กมีราคาถูกมากและมีแพร่หลายทุกพื้นที่ ก็ไม่แปลกนักที่ชาวต่างชาติเขาจะใช้โค้กในการทำความสะอาดหรือใช้งานกันแปลกๆ (ก็มันประหยัด)
- เรื่องฤทธิ์กัดกร่อนกระดูกนั้น ที่จริงทางการแพทย์เคยเชื่อกันมานานและแนะนำอย่างนี้กันมานาน แต่ว่าในระยะหลังๆเริ่มมีงานวิจัยออกมาคัดค้าน เพราะว่ามีข้อสังเกตว่า กรดฟอสฟอริกที่เคยเชื่อว่าทำลายกระดูกก็มีในอาหารหลายชนิด แต่ว่าไม่ปรากฎว่าจะทำให้เกิดกระดูกพรุนได้
- งานวิจัยล่าสุดเมื่อปีที่แล้วในชุด The Framingham Osteoporosis Study ระบุถึงความเกี่ยวข้องของน้ำอัดลมต่อมวลกระดูก ก็บอกว่ามีโค้ก (แต่ไม่รวมถึงน้ำอัดลมแบบอื่นๆ)ที่ทำให้เกิดมวลกระดูกลดลง (แถมเกิดเฉพาะในผู้หญิง) http://www.ajcn.org/cgi/content/abstract/84/4/936 ... เลยทำให้ต้องกลับไปดูกันอีกว่า ตกลงแล้วน้ำอัดลมทำให้กระดูกพรุนได้อย่างที่เคยเชื่อจริงหรือ
- ข้อมูลที่บอกว่าดื่มน้ำป้องกันมะเร็งได้ อันนี้ไม่มีหลักฐานการวิจัยที่สนับสนุนชัดเจน
ดังนั้นเมื่อดูจากข้อมูลแล้วถ้าดูเผินๆจะไม่มีอะไร แต่มันสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าใจผิดว่าการดื่มน้ำอัดลมก่อให้เกิดการกัดกร่อนในกระเพาะ(โรคกระเพาะ ?) และก่อโรคกระดูกพรุน ซึ่งจริงๆไม่เกี่ยวข้องกัน ..... และความไม่มีอะไรและการที่ความเชื่อเรื่องน้ำอัดลม"กัดกระดูก"มันเป็นควาเชื่อมานาน พอมีคนออกมาคัดค้านก็อาจจะโดนมองว่าไม่น่าเชื่อถือ
ข้อมูลเพิ่มเติม
- แต่การดื่มน้ำอัดลมกลุ่มที่มีน้ำตาล ก่อให้เกิดโรคอ้วนและเบาหวานชัดเจน
- การดื่มน้ำอัดลมที่ใส่สารทดแทนความหวาน ก็ก่อความเสี่ยงเรื่องโรคอ้วนและเบาหวานได้เช่นกัน
7. Cravit ยาอันตรายที่ต้องระวัง
ตัวอย่าง FWD http://www.fwdder.com/topic/11326
เนื้อหาของFWD > เรื่องนี้คนที่สร้างFWDน่าจะเป็นคนไทย ซึ่งขอแยกประเด็นเป็นดังนี้ครับ
- เรื่องการสั่งยาโดยไม่จำเป็น ... การให้ยาCravit โดยไม่จำเป็น ถามว่ามีไหมก็คงจะมี แต่เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังในการวิจารณ์ เนื่องจากผมเองเป็นหมอเอง เอายาที่หมอหรือเภสัชกรจ่ายให้คนไข้มาดู ก็ไม่อาจจะบอกได้ว่ายานั้นเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้นเรื่องที่ว่าจำเป็นหรือไม่ต้องไปดูกันเป็นรายๆไป (ดังนั้นประเด็นนี้ไม่วิจารณ์ เพราะถ้าวิจารณ์จะเกิดการโต้เถียง) และเรื่องค่าคอมมิชชั่น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้
จะเห็นว่าเรื่องนี้จับเอาคนสองฝ่ายมาชนกันในFWD คือ หมอและเภสัชกร ... ซึ่งถ้าเถียงไปเถียงมา อาจจะเกิดกระทบกระทั่งกันเองได้ (ดังนั้นเรื่องผลประโยชน์ผมว่าคุยกันวันหลังดีกว่านะครับ)
-ในFWDบอกว่ามันเป็นยาแก้ปวดแต่ที่จริง Cravit เป็นตัวยาที่มีชื่อว่า Levofloxacin เป็นยาปฏิชีวนะ ที่มักใช้ในการรักษาโรคในระบบทางเดินหายใจและปัสสาวะ ... ในเมืองไทยการจ่ายยาตัวนี้แบบมีข้อบ่งชี้ ก็คือ การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่คาดว่าเชื้อจะดื้อยา ปอดบวม และ กรวยไตอักเสบ (แต่ปกติไม่ได้ใช้เป็นตัวแรกเพราะมันมีผลข้างเคียง)
- ข้อดีของยาตัวนี้ที่ทำให้นิยมในรพ.เอกชนคือ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และ ไม่ต้องฉีดยา
- อาการที่ในFWD กล่าวถึงผู้หญิงฝ่ายMarketing พิสูจน์ไม่ได้ว่าเกิดจากยาหรือเกิดจากโรค เพราะสมมุติว่าคนนั้นเป็นกรวยไตอักเสบ อาการของกรวยไตอักเสบก็สามารถทำให้อาการหนักจนเข้าโรงพยาบาลได้เช่นกัน
- ถ้ายามันมีผลเสียจนมากเกินผลดีจริงๆ ในอเมิรกาคงมีการฟ้องกันวุ่นวายแล้ว
- และถ้ามีผลเสียต่อสุขภาพถึงขนาดเป็นยาอันตรายที่ไม่ควรกิน ประโยชน์มากกว่าโทษ FDA เขาตัดทิ้งครับ ... เผลอๆบริษัทแม่เอาออกจากตลาดเอง เพราะว่าถ้าบริษัทเหล่านั้นโดนฟ้อง เขาถือว่าไม่คุ้มกัน
โดยสรุปแล้ว หากใครได้รับยานี้จากแพทย์ และคุณคิดว่าไม่มีความจำเป็น(แพง)หรือไม่อยากกิน(กลัว) ให้บอกกับแพทย์ตรงนั้นไปเลยครับ เพราะว่าถ้าคุณเกิดจำเป็นต้องกินยานั้นขึ้นมาแล้วคุณไม่กิน อาจจะเกิดอันตรายจากการติดเชื้อได้ ... หรือถ้าหากกินยาแล้วไม่ดีขึ้นแทนที่จะไปโทษว่ายาเป็นสาเหตุน่าจะต้องระวังเรื่องการติดเชื้อที่รุนแรงเกินกว่ายาจะรับมือไหวดีกว่าครับ
ปล. ยาตัวนี้ผมก็เคยกิน
8. ขวดน้ำPETไม่ควรใช้ซ้ำ เพราะว่ามีสารก่อมะเร็ง
เนื้อหาของFWD > เมล์นี้เป็นเมล์แรกๆที่ผมพยายามค้นหาคำตอบ เพราะปกติจะใช้ขวดน้ำซ้ำๆ
- FDA หรืออย.อเมริกาถือว่าขวดPETปลอดภัยในการใส่อาหาร
- งานวิจัยที่บอกว่าขวดPET มีสาร DEHA คือ http://www.riskworld.com/Abstract/2001/SRAam01/ab01aa189.htm ซึ่งเป็น Thesis ของนักศึกษาปริญญาโทหรือเอกนี่แหละ ... ซึ่งจากข้อมูลหลายที่ระบุว่าเกิดความเข้าใจผิดในชื่อย่อของสาร และการปนเปื้อนสารในการทดลองมากกว่า
- สารDEHAในเมล์ไม่ว่าของไทยหรือฝรั่ง จะลงชื่อว่า diethylhydroxylamine ... แต่ว่าสารที่ใช้ในการทำขวด PET คือDiethylhexyl adipate
- ข้อมูลในIARC http://www.inchem.org/documents/iarc/vol77/77-02.html ของสารDI(2-ETHYLHEXYL) ADIPATE สรุปสั้นๆด้านล่างว่า "not classifiable as to its carcinogenicity to humans "
- การระบุว่าขวดต่างๆให้ใช้ครั้งเดียวทิ้ง... เป็นมาตรการเดียวกันกับที่เขียนไว้ที่หนังสือการ์ตูนว่า "เฉพาะสำหรับอ่าน" (ห้ามเอาไปเช็ดก้น) ผู้ผลิตมุ่งเรื่องป้องกันการนำไปใช้ซ้ำแล้วล้างไม่สะอาดทิ้งไว้จนอาจจะเกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียได้ครับ
9. ดื่มน้ำเย็นหลังอาหาร ทำให้เป็นมะเร็ง
ตัวอย่าง FWD http://bbs.srp.ac.th/showthread.php?t=2902
เนื้อหาของFWD > เอ่อ......-_-' อ่านดูเหมือนจะดี แต่ไร้สาระครับ
- ต่อให้กินอาหารที่เป็นมันๆลงไปแล้วดื่มน้ำเย็นตามจนเกิดไขมันจับเป็นลิ่มๆในท้องจริง แต่ท้องเราอยู่ในลำตัว ดังนั้นสักพักอุณหภูมิจะเปลี่ยนกลับเป็น 37องศาอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวมันก็กลายเป็นน้ำมันอยู่ดี
- ในชีวิตจริง เรากินมันหลายชนิดที่เป็นก้อนๆอยู่แล้ว ดังนั้นไขมันบางตัวจะไม่ละลายตั้งแต่ต้น
- กระบวนการย่อยไขมันใช้น้ำย่อย ... เป็นปฏิกริยาทางเคมี ต่อให้มันเป็นก้อนก็ย่อยสลายอยู่ดี
- สมมุติยังกลัวว่ามันจะไปจับลำไส้จริง ลำไส้คนเรามีการผลัดเซลล์เป็นระยะ ดังนั้นมันจับได้จับไป เดี๋ยวก็หลุดออกมาเอง
- ที่สำคัญที่สุด *** การเป็นมะเร็งในลำไส้ไม่ได้เกี่ยวกับน้ำเย็นครับ ... ถ้าจะเกี่ยวก็เกี่ยวกับการกินไขมันเยอะน้ำตาลเยอะกินกากใยน้อย ดังนั้นแก้ปัญหาผิดจุดเอามากๆ ***
จริงๆเป็นหนึ่งในฟอร์เวิร์ดที่ไร้สาระจนอาจจะไม่มีค่าควรเอามาไว้ แต่มันมีเหตุผลบางอย่างครับที่ทำให้ผมต้องเอามาใส่ไว้ ... ถ้าเจ้าตัวบังเอิญผ่านมาเห็นรบกวนอ่านด้วยแล้วกันครับ
10 ระวังแมงมุมใต้ห้องน้ำเครื่องบิน / ระวังแมงมุมเทลาโมเนีย
ตัวอย่าง FWD http://www.saranair.com/article.php?sid=9292 ภาษาไทย
http://www.health2know.com/killer-spider-on-the-loose-the-twostriped-telamonia ภาษาอังกฤษ พร้อมรูป
เนื้อหาของFWD > เรื่องนี้สืบค้นยากหน่อยนึง เพราะว่าเป็นภาษาไทยหมดโดยถูกแปลมาอีกที แต่เมื่อค้นจากชื่อแมงมุมกลับเป็นภาษาอังกฤษ เรื่องราวก็กระจ่าง
- แมงมุมเทลาโมเนีย เป็นแมงมุมกระโดดครับ (ไอ้ตัวเล็กๆที่โดดไปมาตามพื้นนี่แหละ) กัดคนได้ยังไงยังน่าสงสัยอยู่
- เมล์แบบนี้มีหลายversionมากๆๆๆ เพียงแต่เปลี่ยนชื่อแมงมุม เปลี่ยนสถานที่เกิดเหตุ ... อันแรกๆอยู่ในอเมริกา จากนั้นก็เปลี่ยนที่ไปมาจนกระทั่ง เปลี่ยนที่เป็นเกิดเหตุในกัวลาลัมเปอร์ ก็ได้มีคนแปลเป็นภาษาไทยเนื่องด้วยเห็นว่าอยู่ใกล้เมืองไทย !!!
- พวกนี้มันจะอาศัยในเครื่องบินได้ยังไงครับ (หรือว่าเครื่องบินมีหนอนกะหล่ำให้มันกิน)
สรุปแล้ว ความหวังดีของผู้ที่ได้รับเมล์แล้วแปลออกมา ก็ทำให้เกิดความตื่นกลัวแมงมุมขึ้นมา(อีกครั้ง)
หลังจากได้ค้นข้อมูลมาจากการฟอร์เวิร์ดในที่ต่างๆ ได้เห็นผลกระทบของฟอร์เวิร์ดเมล์พวกนี้ที่มีต่อสังคมครับ
ยุคนี้ข่าวสารต้องเร็ว โดยเฉพาะข่าวร้าย
คุณลักษณะสำคัญของเรื่องราวในFWDเหล่านี้ในระยะหลังคือ (อย่าเอาไปทำนะครับ)
- เนื้อหาเป็นเรื่องลักษณะไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ลองทำดูระมัดระวังดูไม่เสียหาย
- ชอบพูดถึงชื่อโรคที่เป็นอันตราย คนรู้จักกันดี แต่น้อยคนจะรู้ความจริงของโรคนั้นๆ (มะเร็ง สารพิษ)
- ใส่ความจริงครึ่งเดียว เพื่อเวลาไปหาข้อมูลจะได้มีส่วนที่จริงๆบ้าง
- ถ้าเรื่องใดมีคนบางอาชีพบางกลุ่มพิสูจน์ได้ ให้แต่งเรื่องให้มีผลประโยชน์ทับซ้อน (เวลาคนกลุ่มนี้มาอธิบายความจริง จะได้เกิดความขัดแย้ง)
ความจริง กระทู้ FWD เคยจัดอยู๋ในลักษณะของไร้สาระ เป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่น่ามีพิษภัยอะไร แต่ในระยะหลายปีมานี้ผมก็เริ่มเห็นผลกระทบของมันแล้ว ...
- คนไข้บางคนเชื่อสิ่งที่นักข่าวเอามาอ่านในทีวี จากนั้นก็มารพ.ด้วยความกังวล ... พอผมอธิบายให้ฟังก็ไม่เชื่อ บ้างก็ไม่พอใจหรือโวยวายใส่ผม
- นึกถึงสภาพคนที่ได้แต่FWD เตือนภัยการเป็นมะเร็งจากสาเหตุนั้นสาเหตุนี้ ซึ่งก่อให้เกิดโรคกลัวมะเร็งขึ้นสมองอย่างที่เราเห็นๆกันอยู่ในปัจจุบัน
- ก่อให้เกิดการมองโลกในแง่ร้าย ยิ่งทำให้คนๆนั้นจะต้องเปิดอ่านFWDเพิ่มด้วยกลัวว่าอาจจะมีโรคบางอย่างที่มีการเตือนภัยมาแล้วตนจะตกข่าว
ดังนั้น เรามาร่วมมือกันขจัดฟอร์เวิร์ดไร้สาระให้หมดไปจากสังคมกันเถอะครับ
===========================
Editor Note:
ตีแผ่ Forward Mailสุขภาพที่หลายคนเข้าใจผิด -=Byหมอแมว=- 18 ต.ค. 50
หากความรักเกิดในความฝัน... -=Byหมอแมว=- 9 ต.ค. 50
เหล้าทำอะไรกับตับของคุณบ้าง -=Byหมอแมว=- 1 ต.ค. 50
ระวัง! แน่ใจหรือว่าแผลที่เห็นเป็นแมงมุมกัด -=Byหมอแมว=- 17 ก.ย. 50
แอสไพรินกับการรักษาสิว -=Byหมอแมว=- 9 ก.ย. 50
ต้อนี้ต้ออะไร -=byหมอแมว=- 31 ส.ค. 50 *
เจาะเลือดหามะเร็ง ระวังจะเซ็งไม่รู้ตัว -=Byหมอแมว=- 20 ส.ค. 50
หมอ อย่างนี้เป็นไทรอยด์ใช่ไหม -=Byหมอแมว=- 6 ส.ค. 50
รวมบทความของหมอแมว (อัพเดต 4 กรกฏาคม 50 )
แฟชั่น อินเทรน ดารานางแบบ เรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิง
โดย :
หมอแมว
อีเมล์ : mor_maew@yahoo.co.uk
วันที่ : 2007-10-26 16:36:11
Tags :
หมอแมว
FWD