หากความรักเกิดในความฝัน... -=Byหมอแมว=-
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีโอกาสฟังเพลงที่คุ้นเคยเพลงหนึ่งจากคลื่นวิทยุ เป็นเพลง"ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ"ของ"อพาร์ตเมนต์คุณป้า" ที่ถูกนำมาเรียบเรียงและร้องใหม่
"หากความรักเกิดในความฝัน เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน ปฏิทินไม่บอกคืนและวัน ดั่งที่ฉันไม่เคยต้องการ
อยากให้เธอได้พบกับฉัน เราสมรสโดยไม่มองหน้ากัน จูบเพื่อร่ำลาในความสัมพันธ์ ก่อนที่ฉันจะปล่อยให้เธอหายไปโดยไม่รู้จักเธอ"
ว่ากันว่าเพลงนั้น เพียงแต่เปลี่ยนท่วงทำนองก็สามารถสร้างความรู้สึกใหม่ๆได้ ... เพลงนี้ก็เช่นกัน เมื่อฟังอีกครั้งในอีกVersionก็ได้ความรู้สึกที่คุ้นเคยบางอย่าง
คุณเคยมีความรู้สึกแบบนี้บ้างไหมครับ
คุณกลับมาถึงบ้านเตรียมไปอาบน้ำ แวะไปเอนหลังลงนอนที่โซฟาหลังจากทำงานเหนื่อยๆมาทั้งวัน ขณะที่กำลังเคลิ้มๆอยู่นั้นฉับพลันคุณก็รู้สึกว่าเตียงนอนข้างๆยวบลงพร้อมๆกับมีกระแสความอบอุ่นความสุขเกิดขึ้น กลิ่นหอมๆลอยมาแตะที่จมูก
คุณไม่ได้เห็นหน้า ไม่รู้จักหน้าตา ในตอนนั้นคุณเกิดความรู้สึกอย่างแรงกล้าทันทีว่า คนที่นั่งข้างๆนี้แหละ คือคนที่คุณรอมาแสนนาน
แล้วคุณก็ลุกขึ้น พบว่าไม่ได้มีใครนั่งอยู่ข้างๆตัวคุณเลย ... แต่คุณรู้สึกยังรู้สึกและจำได้แม่นว่าเมื่อสักครู่ไม่ได้ฝันไป
สั้นๆเรื่องการหลับ
การหลับของคนเรา มีการแบ่งไว้หลายรูปแบบ
แบบหนึ่ง แบ่งตามลักษณะการเคลื่อนไหวของตา เรียกว่า REM และ NonREM
NonREM คือช่วงที่ตาไม่มีการเคลื่อนไหว REMคือช่วงที่ตามีการเคลื่อนไหว
อีกแบบหนึ่ง แบ่งตามลักษณะคลื่นสมอง แบ่งเป็น4ระดับ 1-4 แบบที่1หลับตื้นๆ แบบที่4หลับลึกๆ
คนเราเวลานอน จะเริ่มจากช่วงที่ยังตื่น คลื่นสมองจะเป็นลักษณะที่เรียกว่า อัลฟ่า... เบต้า
เมื่อเริ่มเข้าสู่ระดับที่1 คลื่นสมองจะเปลี่ยนเป็นแบบ "ธีต้า" ช่วงนี้ถ้าไปดูจะเห็นว่าหลับไปแล้ว พอเข้าสู่ระดับที่2 คลื่นสมองจะเป็นรูปเข็มและเกิดลักษณะ K-complex เมื่อเข้าสู่ระยะที่3 คลื่นสมองจะตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ .... แต่ทั้งสามระดับนี้ปลุกก็ยังตื่นขึ้นมาได้ ถ้าระดับ1หลับตื้นๆก็ปลุกง่ายหน่อย ถ้าระดับ3ตื่นมาก็งัวเงียหน่อย
พอเข้าสู่ระดับที่4 คลื่นสมองจะเปลี่ยนเป็นลักษณะที่เรียกว่า "เดลต้า" ช่วงนี้คลื่นสมองจะตัวใหญ่มาก เป็นภาวะหลับลึก ช่วงนี้ไปเขย่าตัวแรงๆก็อาจจะไม่ตื่น
ทั้งสี่ระดับนี้เป็นช่วงที่อยู่ในnon REM(ตาไม่เคลื่อนไหว) เป็นช่วงที่อาจจะมีความฝันได้ แต่เวลาตื่นจะลืมเอาง่ายๆถ้าไม่ได้จดไว้
พอพ้นระดับสี่ คลื่นสมองจะเด้งกลับมาเป็นเหมือนคนตื่นนอน ลูกตาจะเคลื่อนไหว (REM) เป็นช่วงที่คนเรากำลังฝัน(แบบที่จำความฝันได้) ช่วงนี้ถ้าหากปลุกก็มักจะตื่นและรู้สึกสดชื่นอย่างกับได้นอนมาเต็มอิ่ม
แต่ความรู้สึกที่ว่ามันไม่ใช่ความฝันนะ ยังไม่ได้หลับเลย
ปัญหาในเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีประสบการณ์แปลกๆเกิดขึ้นมากมาย เพราะหลายๆคนที่เกิดปรากฎการณ์นี้ขึ้นกับตนเองจะรู้สึกว่าไม่ได้หลับ .... ถ้าหลับ จะไปเกิดเป็นความฝันซึ่งเจ้าตัวมักจะรู้ว่าฝันแน่ๆ
แต่บางคนแค่นั่งพักหลับตาเท่านั้นเองก็รับรู้ความรู้สึกแปลกๆเหล่านั้นได้แล้ว ... บางคนก็รับรู้เสียง สัมผัส กลิ่น รส หรือแม้แต่เห็นภาพ!!! ซึ่งไม่น้อยทีเดียวที่โยงไปกับเรื่องผีวิญญาณและความเชื่อ
ผมเองเคยมีโอกาสสัมผัสแบบจังๆและจำได้แม่น คือเมื่อ7-8ปีก่อน ตอนนั้นกำลังนั่งฟัง90Shock ของคุณกพล ทองพลับอยู่บนเตียง ระหว่างกำลังอยู่ในระหว่างโฆษณานั้นเองก็รู้สึกว่าเสียงวิทยุเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็มีเสียงผู้ชายแหบพร่าพูดออกมาจากวิทยุว่า
"ไม่ง่วงอีกเหรอ"
จังหวะที่ได้ยินเสียงนั้นรู้สึกได้ว่ายังเห็นภาพ ... ยังมองเห็นรอบๆห้อง ... ที่สำคัญ เกิดความกลัวอย่างที่ไม่เคยกลัวมาก่อนอย่างสูงสุด แล้วผมก็กระพริบตาถี่ๆ เห็นภาพรอบๆชัดเจนขึ้น ลุกขึ้นยืน ... เสียงวิทยุเป็นเสียงพี่ป๋อง กำลังพูดอยู่ (ตะกี้เงียบนี่หว่า)
ว่าแล้วก็วิ่งออกไปนอกห้อง ไปนั่งดูทีวีกับพ่อแม่อยู่5นาที10นาที แล้วก็กลับมานั่งฟังต่อ ....
ถ้าเป็นทั่วๆไปก็คงเรียกว่าเจอผี ... แต่ทำไมไม่มาแบบเห็นจะ หรือได้ยินเวลากำลังเดินอยู่ นั่งทำงานอยู่ล่ะ ทำไมต้องมีลักษณะเหมือนตัดภาพนิดนึง ทำไมต้องเป็นเวลานอน
วิทยาศาสตร์เรียกมันว่าอะไร
ในทางวิทยาศาสตร์ เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า Hypnagogia ค้นพบมาตั้งแต่เกือบ100ปีก่อน ปัจจุบันมีความพยายามศึกษาเรื่องพวกนี้หลายชิ้นและพบว่าส่วนใหญ่ ช่วงที่เรียกกันว่าครึ่งหลับครึ่งตื่นนี่แหละจะเป็นช่วงที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้มากที่สุด โดยจะเกิดในช่วงหลับระดับที่1-2ในช่วงNonREM
ที่เจอได้บ่อยมากๆ คือความรู้สึกตกจากที่สูง (จนตกใจตื่น) รู้สึกขากระตุก(ซึ่งบางทีก็กระตุกจริงๆ) ... เจอบ่อยมากๆจนบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดขึ้นเพราะบางคนจะเป็นความรู้สึกช่วงสัปหงก
ที่เจอได้พอประมาณคือ ความรู้สึกแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกเหมือนมีอะไรมาทับ (กุมาร!?!) ความกลัวอย่างที่สุด เสียงคนพูดหรือเสียงอื่นๆ 'เห็น'หรือรู้สึกว่ามีคนเดินไปเดินมารอบๆ
ที่พอจะเจอได้บ้างประปรายคือ รู้สึกว่าล่องลอยออกไปนอกร่างกาย โดนดึงขาดึงแขนจะตกเตียง(บางทีไม่มีเตียงแต่เหมือนโดนดึงจากข้างล่าง!) ได้กลิ่นต่างๆ
โชคดีหรือโชคร้ายไม่รู้ จะพบว่าไม่ว่าความรู้สึกที่ว่าจะดีหรือไม่ดี จะเกิดความรู้สึกกลัวหรือความรู้สึกมีความสุข ภาพหน้าคนที่คุณเห็นจะไม่ค่อยชัดเจนและตื่นมาจะจำไม่ได้ (บ๊ะ ตรงกับเพลงเลย ... เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน)
มีงานวิจัยหลายชิ้นครับที่พยายามหาว่าช่วงความรู้สึกนี้อยู่ตรงจุดใดของการนอน โดยเริ่มการทดลองจากการสังเกตว่าคนเราจะเกิดอาการเหล่านี้ได้บ่อยเมื่อการนอนถูกรบกวน เช่น
- มีความเครียดมากๆ
- นอนไม่เป็นเวลา
- เปลี่ยนสถานที่นอน
- นอนในท่าที่ไม่เหมาะสม
- กินยาหรือสารที่ก่อให้เกิดการนอนผิดปกติ (คาเฟอีน ยานอนหลับ ยาแก้แพ้)
ที่เห็นในการทดลองคือให้อาสาสมัครอดนอนแล้วนอนในท่านั่งโดยไม่ทำการพยุงหัว จากนั้นก็รอ ซึ่งสภาวะแบบนี้แหละที่จะเกิดHypnagogiaได้ง่าย ซึ่งจากงานวิจัยบางชิ้นก็ระบุว่ามันมักเกิดในช่วงสามระดับแรกของการนอนโดยเฉพาะในช่วง2
ที่เค้าวิจัยกันก็ไม่ใช่ทำไปเล่นๆ แต่เพราะว่ามีโรคหลายโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะที่ว่านี้เช่นภาวะ "ผีอำ" และโรค"Narcolepsy"(หลับไม่เป็นที่ไม่เป็นเวลา)
"Narcolepsy" เป็นโรคที่คนเป็นจะหลับแบบที่ไม่ได้ง่วง เวลาหลับจะเลือกไม่ได้และต่อต้านความง่วงนั้นไม่ได้ การรู้ถึงสัญญาณเตือนว่าใกล้จะหลับอย่างเช่นการเห็นแสงหรือได้ยินเสียง จะเป็นตัวบอกให้คนๆนั้นรีบหาตำแหน่งที่ปลอดภัยในการนอน หรือไม่ก็ใช้ในการปรับยา
โรคนี้อาจจะไม่ค่อยรู้จักในไทยนัก ... ในการ์ตูนเรื่องคินดะอิจิ-คดีฆาตกรรมปริศนา ฉบับการ์ตูนทีวี กล่าวถึงโรคนี้ครั้งหนึ่งในตอนคดีฆาตกรรมกัปตันวิญญาณ (รู้สึกจะไม่มีในหนังสือการ์ตูน)
"ผีอำ" เป็นภาวะที่เกิดกล้ามเนื้อทั่วร่างกายขยับไม่ได้(อาจจะยกเว้นลูกตา) ร่วมกับสมองรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆตัว ถ้าผีอำธรรมดา คนมักจะไม่กลัวเพราะไม่อะไร ... บางครั้งตื่นมาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผีอำ
แต่ความน่ากลัวอันหฤหรรษ์อันดับที่1ของผีอำอยู่ที่ การเกิดร่วมกับภาวะ Hypnagogia
นั่นคือเกิดภาวะร่างกายขยับตัวไม่ได้ หายใจไม่ออก เหมือนโดนอะไรมานั่งทับ ได้ยินเสียงแปลกๆ เห็นภาพแปลกๆ และที่สำคัญ "เกิดความกลัวอย่างไม่รู้จะเอาอะไรมาเปรียบ"
นั่นยังไม่พอ... เนื่องจากภาวะที่ว่านี้มักจะเกิดในช่วงการหลับไปได้20-30นาที ร่วมกับคนที่จะเกิดมักเป็นคนที่มีปัญหาการนอน(เช่นเปลี่ยนสถานที่นอนหรือเครียด) ... ดังนั้น พอเกิดขึ้นแล้วหลุดจากภาวะ"ผีอำ" ก็ลุกไปปลุกคนที่นอนใกล้ๆหรือเพื่อนๆ
จะเจอความน่ากลัวอันหฤหรรษ์อันดับที่2คือ เพื่อนๆปลุกไม่ตื่นกันสักคน!!! ..................................... (เพราะเพื่อนๆหลับไปก่อนแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงหลับลึกที่สุดคือระดับที่4)
ผมเองเจอภาวะที่เรียกว่าผีอำบ่อยพอสมควร โดยเฉพาะช่วงที่เรียนแพทย์ปี4-5-6และจบมาใช้ทุนได้ปีแรก เรียกได้ว่าเจอทุกสัปดาห์ ช่วงที่เจอเยอะๆ เจอวันละครั้งหรือคืนละหลายรอบ
เกือบทุกครั้งที่เจอจะมีเสียงสูงๆดังแสบแก้วหู จากนั้นจะตามมาด้วยแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก และความกลัวเอามากๆ .... ล่าสุดเพิ่งเจอไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ....
รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นสิ่งปกติทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็ยังบังคับไม่ได้ ... ก็แปลกดีเหมือนกัน แถมถ้าหากคิดถึงมันมากๆตั้งใจว่าคืนนี้จะไม่ให้เกิดขึ้น มันก็ชอบเกิด ....
ดังนั้นคืนนี้ใครนอนก็ระวังไว้หน่อยนะครับ อาจจะเจอโดยไม่อยากเจอ หุหุหุ
ปล. บางคนอาจจะสงสัย อ้าวไหนชื่อเรื่องเมื่อความรักเกิดในความฝัน ... จริงๆแล้วเรื่องที่ว่ามันหมดไปตั้งแต่ย่อหน้าที่สองแล้วครับ 555 (แต่เนื้อหาที่เหลือก็อธิบายนะว่าเกิดจากยังไง)
ปอ. ถ้าผมใช้ชื่อเรื่องว่า ฝันเสมือนจริง เรื่องจริงจากการนอน หรือ Hypnagogia คงงงล่ะครับว่าเรื่องอะไร
ปฮ. แต่เพลงของอพาร์ตเมนต์คุณป้าเพราะจริงๆนะครับ ฟังแล้วนึกถึงความฝันครั้งนั้นเลย
แบบมีรูปภาพประกอบ ดูได้ที่ http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X5901112/X5901112.html
แฟชั่น อินเทรน ดารานางแบบ เรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิง
โดย :
หมอแมว
อีเมล์ : mor_maew@yahoo.co.uk
วันที่ : 2007-10-09 22:50:28
Tags :
ความฝัน
หมอแมว