ระวัง! แน่ใจหรือว่าแผลที่เห็นเป็นแมงมุมกัด -=Byหมอแมว=-
ช่วง2-3เดือนที่ผ่านมา มีผู้นำเอาforward mail มาถามผมเกี่ยวกับโรคๆหนึ่ง ในภาพเป็นลักษณะมือที่มีการติดเชื้อจากแรกเริ่มที่เป็นแผลเล็กๆ จนต่อมาลุกลามขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นแผลขนาดใหญ่เน่าทั่วทั้งมือ
ในภาพดังกล่าวได้กล่าวไว้ว่าเป็นอาการที่เกิดจากแมงมุมกัด ซึ่งที่น่ากลัวก็คือ ขนาดได้รับการรักษาแล้วยังมีการลุกลามออกไปไม่ยอมหยุดเป็นแผลเน่าเฟะทั่วทั้งมือ
ในครั้งนั้นผมตอบไม่ได้ว่าเชื้อนั้นคือเชื้ออะไร ได้แต่คาดเดาไปตามหลักการที่เรียนมา จนกระทั่งมาเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน ผมต้องไปบรรยายเรื่องโรคติดเชื้อให้แก่บุคลากรในโรงพยาบาล จึงได้จัดเตรียมข้อมูลและก็ได้พบข้อมูลที่น่าสนใจเข้า
ข้อมูลแรก ได้ทราบว่า แผลในFwd เป็นแผลจากการโดนแมงมุมที่ชื่อว่า Brown recluse กัดเข้าซึ่งผมหาไม่เจอว่ามีเจ้าแมงมุมนี้ในไทยด้วยหรือ ?
แต่ข้อมูลที่2ที่ย่าสนใจกว่าเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับแผลติดเชื้อที่รักษาไม่หายและเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นแมงมุมกัด ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเกิดจากเชื้อโรคชนิดนึง
มันคือเชื้อ "MRSA"
MRSA คืออะไร
MRSA ย่อมาจาก Methicillin resistance Staphylococcus aureus แปลว่า เชื้อS.aureus ที่ดื้อต่อยาmethicillin
ต้องย้อนความก่อนว่าเจ้าเชื้อ Staphylococcus aureus (ซึ่งต่อไปผมจะเรียกย่อๆว่า S. aureus) ตามปกติแล้ว มันคือเชื้อโรคซึ่งอยู่ตามผิวหนังและช่องจมูกของคนเราตามปกติธรรมชาติอยู่แล้ว และหากเราเกิดแผลที่ตามผิวหนัง มีรอยขีดข่วนเล็กๆเกิดขึ้น เชื้อนี้ก็จะไปก่อให้เกิดฝี หนอง ขึ้นมา ... จริงๆมันเป็นเชื้อที่พบในทุกคนและก่อเรื่องเล็กๆน้อยๆอยู่บ่อยๆอยู่แล้ว
หลังจากมนุษย์สร้างยาปฏิชีวนะขึ้นมา เจ้าเชื้อนี้ก็เริ่มการดื้อต่อยา ... จนในช่วง 1970 ก็ได้มีการค้นพบเชื้อนี้ที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะและได้ให้ชื่อว่า MRSA
เจ้าMRSAที่พบสมัยนั้น มีความน่ากลัวมากทีเดียว เนื่องจากว่าเมื่อมันก่อโรคหรือติดเชื้อไปแล้ว มนุษย์ยังไม่มียาที่จะมาฆ่ามันได้ ดังนั้นการดูแลผู้ที่ติดเชื้อนี้ คือการดูแลด้านอื่นๆที่ไม่ใช้ยา ไม่ว่าจะดูแลเรื่องการทำแผลอย่างดี การรักษาแบบประคับประคอง จากนั้นก็วัดดวงกันว่าใครจะอยู่ใครจะไประหว่างคนไข้กับเชื้อโรค
แม้แต่ในการ์ตูนเรื่อง Super Dr. K ยังมีการยกเอาเรื่องMRSAมาพูดถึง ในชื่อที่ว่าเป็นโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล เนื่องจากว่าในยุคนั้นเชื้อที่จะเจอยาจนกลายร่างเป็น MRSA ได้ ต้องเป็นเชื้อที่เจอยามามากๆซึ่งเจอได้ในโรงพยาบาล
ปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวเปลี่ยนไป ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงยาได้ง่ายขึ้น เป็นไข้เจ็บคอก็ไปซื้อยาแก้อักเสบได้ทันที ปวดท้องท้องเสียก็ซื้อยาฆ่าเชื้อมากินได้ทันที โดยไม่ต้องตรวจหรือพิจารณาก่อนว่าสมควรได้รับยาปฏิชีวนะหรือไม่
ดังนั้นเมื่อการเข้าถึงยาเปลี่ยนไป เชื้อโรคก็ปรับตัวตาม ... เชื้อMRSA ที่แต่เดิมเคยเจอในโรงพยาบาลเท่านั้น ก็เปลี่ยนมาเจอในชุมชนทั่วไป
เราเรียกมันว่า CA-MRSA หรือเชื้อMRSAในชุมชน
ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เจ้าเชื้อตัวนี้ได้มีโอกาสได้ลงในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ แต่ว่าน่าเสียดายเหลือเกินทั้งที่เรื่องนี้ไม่ดังเท่าที่ควร ต่างจากโรคภัยไข้เจ็บที่หายากไม่ได้เจอบ่อยๆกลับอยู่ในความสนใจของประชาชนมากกว่า
อะไรที่ทำให้มันน่ากลัว
ไม่ว่าจะเป็นเชื้อ MRSA ในโรงพยาบาล หรือจะเป็น MRSA ในชุมชน ... หรือแม้แต่S. aureus ธรรมดา ... ความสามารถในการก่อโรคก็ใกล้เคียงกัน
คุณจะเป็นฝีหนองพุพองจากเชื้อตัวใดก็ตาม ผลออกมาก็คล้ายๆกันคือถ้าเป็นไม่มาก มันก็หายของมันเอง (จากภูมิต้านทานของร่างกาย)
มันจะน่ากลัวก็ต่อเมื่อร่างกายเอาไม่ไหว จนกระทั่งต้องพึ่งยาจากภายนอก
ลองนึกภาพว่าถ้าเป็นฝีหนองธรรมดาขนาดครึ่งซม.ที่มือ คุณเดินไปร้านขายยาบอกว่าเป็นแผลมีหนองจะซื้อยา ... ยาที่จะได้มาทันทีก็คงหนีไม่พ้นยากลุ่มDicloxacillin (หรือยาCloxacillin)
แต่ปรากฎว่าเมื่อกินยาแล้ว แผลกลับไม่หาย ยังเป็นต่อเนื่องลุกลามขึ้นอีก
ไปหาหมอที่โรงพยาบาลได้ยามากิน ก็ไม่หายอีก ... หมอจับนอนโรงพยาบาล ปรากฎว่าให้ยาทางเส้นเลือดก็ไม่หาย แผลลุกลามไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว ผ่านไปสัปดาห์เดียวแผลลามไปถึงข้อศอก
จากตัวอย่างที่เห็น ถ้าหากเป็นเชื้อธรรมดา ถ้าดูแลแผลดีๆ กินยาสองสามวันแรกก็มักจะหาย
แต่ว่าถ้าหากมันเป็นเชื้อดื้อยา กินยาฉีดยาก็ไม่หาย กว่าหมอจะเพาะเชื้อแล้วออกผลมาได้ ก็มักมีการลุกลามไปมากแล้ว รักษาครั้งนึงอาจจะนานเป็นเดือนๆ ยาที่ใช้ได้ผลก็มักมีราคาสูงมาก
ใครที่ได้รับผลกระทบบ้าง
เชื้อS.aureus บางส่วนจะอาศัยอยู่บนผิวหนัง และมีอีกส่วนหนึ่งที่อาศัยในรูจมูก ดังนั้นในผู้ที่มีเชื้อS.aureusดื้อยา หรือ MRSA ก็จะมีเชื้อMRSAที่จมูกและผิวหนังเช่นกัน
ผลต่อตนเองก็คือ หากผิวหนังเกิดเป็นแผล ก็อาจเกิดฝีหนองได้
ถ้าหากโชคร้าย เยื่อบุจมูกเป็นแผล เชื้อกระจายเข้าเส้นเลือด แล้วบังเอิญช่วงนั้นเป็นช่วงที่ร่างกายอ่อนแอพอดี ... ก็อาจจะเกิดปอดบวม หรือติดเชื้อในกระแสเลือดได้
ผลต่อคนใกล้เคียงคือ หากผู้ที่มีเชื้อนี้ไปใกล้ชิดกับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ก็มีความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อดื้อยาอันตรายตัวนี้ให้คนใกล้ชิดได้
การป้องกัน
มีคนเคยถามว่า ถ้าเช่นนั้น เราจัดการรักษาโดยการให้ยาฆ่าเชื้อได้หรือไม่ คำตอบในขณะนี้คือ ไม่ได้ ... เนื่องจากเมื่อให้ยาไป เชื้อบางส่วนก็จะดื้อยาเพิ่มเติมขึ้นไปอีกไม่รู้จักจบสิ้น
ปัจจุบันเรามียาที่พอจะใช้ได้ตัวนึงชื่อ Vancomycin (ข้อด้อยคือ ต้องฉีด กำจัดเชื้อได้ช้า ผลข้างเคียงสูง แพง) แต่เชื้อก็ดิ้นรนจนได้เชื้อกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า VRSA ซึ่งดื้อต่อยาตัวนี้ไปอีก
ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือ ป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อMRSAขึ้นมาตั้งแต่ต้น
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็น
อย่างที่ผมพูดในเรื่อง "ยาแก้อักเสบยิ่งแรงยิ่งดี" http://webboard.mthai.com/7/2006-10-25/277002.html การใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็น มีแต่จะทำให้เกิดผลเสียก่อกำเนิดเชื้อดื้อยา ดังนั้นหนทางป้องกันแรกก็คือการป้องกันร่างกายเราไม่ให้ก่อกำเนิดเชื้อนี้ขึ้นในร่างกาย
- ป้องกันการเกิดแผล เมื่อเกิดแผลต้องรักษา
ในเมื่อเราไม่รู้ว่าเชื้อMRSAนี้อยู่กับตัวใคร ทางที่ดีที่สุดคือป้องกันไม่ให้เชื้อมันโตในแผลได้ เมื่อเกิดแผลเราก็ต้องทำตามสุขนิสัยเบื้องต้นตามหนังสือเด็กประถม กล่าวคือ รักษาแผลให้สะอาด หาของสะอาดมาปิดแผล และทำแผลให้แห้ง ...
ปัญหาที่เจอบ่อยคือคนไข้หลายคนเวลามาหาผม แผลมักจะไม่ค่อยดี อาจจะเปียกหรือสกปรก ... ผู้ป่วยหลายคนจะอ้างเหตุจำเป็นของแต่ละคน คำตอบที่ผมมักจะให้กลับคืนไปก็คือ "หมอรับทราบเหตุผล แต่เชื้อโรคมันไม่รับรู้ด้วย" ... สั้นๆง่ายๆ ร่างกายเป็นของตัวเองครับ
- อย่าใช้ของร่วมกัน
ค่ายลูกเสือ ค่ายทหาร โรงเรียน มักจะสอนให้รู้จักเอื้อเฟื้อของร่วมกัน ... แต่ว่าโรคที่เราค้นพบกันเดี๋ยวนี้ติดต่อได้หลายทาง ดังนั้นเครื่องใช้ที่ส่วนตัวจริงๆก็แยกใช้เฉพาะคนดีกว่าครับ
กางเกงใน ผ้าเช็ดตัว มีดโกน ไม่ต้องใช้ร่วมกันก็ได้ครับ -_-'
- ถ้ารักษาแผลไม่หายควรไปพบแพทย์
รวมทั้งไปถามจากคนที่ขายยาให้ว่าเอายาอะไรมาให้กิน ... บทเรียนจากการรักษาผู้ป่วยแผลติดเชื้อรุนแรงหลายคนบอกให้รู้ว่า ผู้ป่วยส่วนมากไปรักษาแล้วไม่รู้ว่าตนได้ยาอะไรมากินและ"ไม่ถามว่ายาที่ได้มากินเป็นยาอะไร" ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาในการตัดสินใจในการให้ยาที่เหมาะสม ซึ่งก่อให้เกิดความล่าช้าในการรักษาตามมา
ยินดีต้อนรับทุกท่านเช้าสู่ยุคเชื้อโรคดื้อยาครับ
ปล. ภาพแผลจากแมงมุม สามารถชมได้ตามLINK นี้
http://images.google.co.th/images?q=Brown+recluse+bite+&hl=th&client=firefox-a&rls=org.mozilla:en-US:official&hs=e5t&um=1&ie=UTF-8&sa=X&oi=images&ct=title
ปอ. ภาพแผลจากเชื้อ MRSA ดูได้จากที่นี่http://images.google.co.th/images?q=mrsa%20infection&ie=UTF-8&oe=UTF-8&rls=org.mozilla:en-US:official&client=firefox-a&um=1&sa=N&tab=wi
ปฮ. กรุณาอย่ากินข้าวก่อนดู
แฟชั่น อินเทรน ดารานางแบบ เรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิง
โดย :
หมอแมว
อีเมล์ : mor_maew@yahoo.co.uk
วันที่ : 2007-09-17 23:54:28
Tags :
แมงมุม
หมอแมว
MRSA