
เก็บปัสสาวะตรวจ เรื่องง่ายๆที่ใครหลายคนทำไม่ได้
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเก็บปัสสาวะเพื่อทำการตรวจกันมาบ้างแล้ว และคงเคยประสบปัญหาในการเก็บบ้าง
บางครั้งอาจจะโดนแพทย์สั่งให้เก็บใหม่ บางครั้งอาจจะโดนติว่าเก็บไม่ถูกต้อง ซึ่งคงจะมีหลายคนสงสัยว่าเก็บกันอย่างไรจึงจะถูกต้อง และจะจ้ำจี้จ้ำไชเก็บให้ถูกต้องไปทำไมกัน
คนที่ไม่เคยเก็บปัสสาวะตรวจน่าจะลองอ่านไว้ครับ เพราะเชื่อว่าไม่วันใดก็วันหนึ่ง คุณต้องมีโอกาสได้ไปเก็บปัสสาวะส่งตรวจเป็นแน่
วิธีการเก็บปัสสาวะที่ถูกวิธี
จริงๆคำอธิบายในการเก็บปัสสาวะนั้นสั้นมากครับ สั้นจนรวบได้เป็นคำสามคำคือ "เก็บ-ช่วง-กลาง" มันมีแค่นี้จริงๆ
แต่จบแค่นี้ก็ไม่สนุกแน่ เพราะเราจะมาอธิบายเป็นขั้นๆไป
อธิบายแบบที่หนึ่ง : ไม่ว่าคุณจะมาหาหมอด้วยเหตุใด เมื่อแพทย์สั่งให้เก็บปัสสาวะส่งตรวจ เจ้าหน้าที่จะนำกล่องหรือกระบอกเล็กๆยื่นให้แล้วอธิบายว่า
วิธีเก็บฉี่นั้นทำโดย "เช็ดทำความสะอาดอวัยวะให้ดีก่อน จากนั้นก็ฉี่ออกมา ฉี่ที่ออกมาในช่วงแรกให้ปล่อยทิ้งไป จากนั้นให้เก็บฉี่ช่วงกลางๆในกระบอก ปิดฝา เสร็จแล้วก็ฉี่ส่วนที่เหลือจนเสร็จ แล้วก็เอากระบอกฉี่มาส่งแพทย์"
.... คำกล่าวข้างบนนี้ เชื่อว่าส่วนใหญ่พอจะเข้าใจ แต่คนใดที่ไม่เข้าใจผมก็จะอธิบายอีกแบบ
อธิบายแบบที่สอง : " ถ้าสมมติว่าคุณใช้เวลาฉี่ 10วินาที พอเริ่มฉี่ก็ให้นับหนึ่ง-สอง-สาม แล้วค่อยเอากระบอกไปรองฉี่ รองจนได้สักครึ่งขวดแล้วก็รีบเอาขวดออก แล้วก็ฉี่จนเสร็จกิจ แล้วก็ค่อยปิดฝาล้างน้ำเอาไปส่งคืน"
อธิบายแบบที่สาม : ถ้ายังไม่เข้าใจอีก ก็ให้ดูตามภาพครับ โซนสีแดง คือฉี่ที่ไม่ควรเก็บให้ปล่อยทิ้งไป โซนสีเขียว คือส่วนที่เก็บเอามาให้หมอตรวจ ... ส่วนจะใช้วิธีไหนในการก็บนั้นก็สุดแท้แต่แล้วกัน
เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ อ่านคำอธิบายทั้งสามแบบนี้แล้วคงต้องเข้าใจสักอันนะครับ ...
ทำไมต้องยุ่งยากขนาดนั้น
ถ้าฟังแล้วไม่เข้าใจเก็บผิดก็แล้วกันไป แต่สิ่งที่ประสบปัญหาในการตรวจก็คือ บางคนรู้และเข้าใจวิธีเก็บที่เจ้าหน้าที่อธิบาย แต่ไม่ใส่ใจที่จะเก็บให้ถูกต้อง
เมื่อเก็บไม่ถูกต้องปัญหาก็ตามมา เสียเวลาทั้งสองฝ่าย และเสียเงินในการตรวจซ้ำ หรืออาจจะทำให้การรักษาหรือการวินิจฉัยเปลี่ยนไป
เพื่อความเข้าใจผมจะยกตัวอย่างให้ฟังแล้วกันครับ
1. ไม่ทำความสะอาดหรือไม่ฉี่ช่วงต้นทิ้งไป
บริเวณอวัยวะที่ใช้ฉี่ จะเป็นส่วนที่อับชื้นและมีเชื้อแบคทีเรียอาศัยประจำมากมาย โดยที่การตรวจฉี่ส่วนใหญ่นักจะเป็นการตรวจดูการอักเสบหรือตรวจหาเชื้อโรค ดังนั้นการที่จะให้ได้ผลที่แม่นยำก็จะต้องเช็ดล้างเชื้อโรคที่อยู่ที่ปากทางออกไปให้มากที่สุด จากนั้นก็ทำการฉี่ช่วงต้น ... ฉี่ช่วงต้นที่ไหลออกมาจะชะล้างเอากลุ่มเชื้อโรคที่อยู่ตรงปากทางท่อปัสสาวะทิ้งไป... เมื่อฉี่ช่วงต้นทิ้งไปแล้วเราก็เก็บเอาตรงกลางซึ่งจะไม่มีการปนเปื้อนของเชื้อทางปากทางไปตรวจได้
ถ้าไม่ทำความสะอาดหรือทำความสะอาดผิดวิธี(วิธีที่ถูก ผู้หญิงต้องเช็ดจากหน้าไปหลัง) ผู้ที่ตรวจฉี่ก็จะเห็นว่ามีเซลล์ผิวหนังและเชื้อโรคปะปนมาก แปลผลไม่ได้ ต้องให้เรากลับไปตรวจฉี่ซ้ำใหม่อีกครั้ง
ถ้าเก็บเอาฉี่ช่วงต้นมา ก็จะพบเชื้อโรคมากกว่าปกติ ซึ่งอาจจะทำให้แปลผลผิดพลาด (จากคนปกติ ไปเข้าใจว่าติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ)
2. เก็บฉี่ช่วงปลายมา
อย่างที่บอกว่าให้เก็บฉี่ช่วงกลาง แต่บางคนก็ชอบที่จะรอให้ฉี่เกือบสุดจึงจะเก็บ
ในช่วงที่ฉี่เกือบสุด กระเพาะปัสสาวะจะมีการหดตัวไล่ฉี่ ดังนั้นอาจจะมีเซลล์บางชนิดที่หลุดออกมา อาจจะมีเม็ดเลือดปนออกมา หรือมีสารบางอย่างปนออกมา
ทำให้การแปลผลผิดไปได้
3. เก็บฉี่ตรวจสมัครงาน
เดี๋ยวนี้มีการเก็บฉี่เพื่อประกอบการสมัครงานหรือการทำประกัน จุดประสงค์เพื่อคัดกรองเอาคนที่อาจจะป่วยออกไปให้มากที่สุด เมื่อทำประกัน หรือต้องไปทำประกันสังคม บริษัทจะได้เสียค่าใช้จ่ายในการดูแลน้อยที่สุด
สิ่งที่บริษัทต่างๆมักจะดูก็คือ การปรากฎของ "Albumin"หรือโปรตีนไข่ขาว , และ เม็ดเลือดแดง ซึ่งจะพบได้ขณะที่เป็นโรคไต เช่นพวก nephrotic - nephritis ต่างๆ
แต่เจ้าสารที่ว่าก็พบได้หากเก็บไม่ถูกวิธี อย่างไข่ขาว ถ้าไปเก็บเอาช่วงต้นมาก็อาจจะปนเปื้อน , เม็ดเลือดแดง ก็พบได้ถ้าไปเก็บช่วงที่มีเมนส์ , การเก็บช่วงปลาย อาจจะเจอเซลล์แปลกๆหลุดติดมาได้ หรือการเก็บช่วงต้นและไม่ได้ทำความสะอาด ก็จะทำให้ปัสสาวะมีลักษณะการติดเชื้อได้
ที่ผมเคยพบ มีบางคนที่เก็บแล้วพบว่าผลผิดปกติ ได้แนะนำให้เก็บตรวจใหม่เพื่อว่าจะได้ดูว่าเป็นแค่สิ่งปนเปื้อนหรือว่าเป็นจากโรคจริง การเก็บก็ไม่ได้เสียเวลาอะไรมากนัก... แต่ว่าผู้มาตรวจไม่ยอมเก็บซ้ำโดยบอกว่ารีบ
ปัญหาก็เกิดตามมาเพราะว่าเมื่อไปสมัครแล้ว ที่ทำงานไม่ยอมรับเข้าทำงาน และเมื่อเขาไปตรวจจากที่อื่นแล้วไปยื่นใหม่ ที่ทำงานก็ไม่ยอมรับสมัครอีกโดยบอกว่าเคยตรวจพบว่าผิดปกติไปแล้ว1ครั้ง
มีคนที่มีปัญหาสมัครงานไม่ได้เนื่องจากผลฉี่ผิดปกติมาแล้วครับ ดังนั้นถ้าตรวจแล้วผิดปกติ ลองตรวจซ้ำอีกครั้งก่อนจะดีกว่า
4. เก็บไม่ดี จะได้โรคโดยไม่จำเป็น
อย่างเช่นเวลาปวดท้องน้อย บางคนชอบไปซื้อยาฆ่าเชื้อแก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบมาทานเอง .... ซึ่งปกติเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะปวดท้องน้อยเป็นได้หลายโรคไม่ใช่แค่โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบแค่อย่างเดียว
เวลาไปเก็บฉี่ตรวจ ถ้าไม่ได้ล้างทำความสะอาดช่องทางออกของปัสสาวะ และไปเก็บเอาฉี่ช่วงต้นมา ก็จะไปเจอเชื้อโรคและเม็ดเลือดขาวปนเปื้อนมา ทำให้แปลผลผิดพลาดไปว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และได้ยามากิน
ดังนั้น นอกจากจะได้ยามาโดยไม่จำเป็น ก็ยังจะรักษาอาการปวดท้องไม่หายด้วยครับ
อย่างที่บอกครับว่าการเก็บฉี่นั้น
ตัวอย่างที่ยกมาคร่าวๆ อยากจะให้ทุกท่านทราบครับว่า แค่การเก็บสิ่งส่งตรวจที่ดูแสนง่ายอย่างนี้ สามารถมีผลต่อการรักษาได้ มีผลต่อชีวิตของคุณได้
ดังนั้นอยากจะให้ทำความเข้าใจกับวิธีการเก็บ เพื่อว่าวันใดวันนึงที่คุณต้องไปเก็บฉี่ตรวจจริงๆ จะได้ไม่มีปัญหากับมัน
===========================
Editor Note:
อาหารติดคอ อุ๊กส์ -=By หมอแมว=- 29 เมษายน 50
หมอให้ยาผิด.....หรือเปล่า -=Byหมอแมว=- 13 เม.ย. 50
อาหาร"เสริม"เบาหวาน -=Byหมอแมว=- 7 เม.ย. 50
ผิดๆถูกๆกับการออกกำลังกาย -=By หมอแมว=- 2 เม.ย. 50
เมื่อโรงพยาบาลไม่ต่างอะไรกับโรงเก็บยา -=Byหมอแมว=- 24 มี.ค. 50
สั่น...ไม่ได้มีแต่พาร์กินสัน -=Byหมอแมว=- 17 มี.ค. 50
การแพทย์ทางเลือก ดูอย่างไรว่าน่าเชื่อถือ -=Byหมอแมว=- 11 มี.ค. 50
ชื่อยานั้นสำคัญไฉน -=Byหมอแมว=- 5 มี.ค. 50
รวมบทความของหมอแมว (อัพเดต 25 มีนาคม 50 )