เพื่อไม่ให้ดูเหมือนเป็นบทความชวนต่อตี ผมขอตอบไว้ตรงนี้เลยว่าการแพทย์ทางเลือกที่เราเห็นกันในปัจจุบัน"เชื่อถือได้" แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของวิจารณญาณในการตัดสินและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
เมื่อเปรียบเทียบกับการแพทย์แผนปัจจุบัน(หรือตะวันตก ตามแต่ใครจะเรียก)การแพทย์แผนปัจจุบัน ยึดหลักการวิทยาศาสตร์ที่สำคัญคือมีการทดลอง ผลการทดลองต้องได้รับการยืนยันทางสถิติ และที่สำคัญ ต้องทดลองซ้ำแล้วได้ผลดังเดิม(ถ้าไม่ได้ผลดังเดิมจะเอาไปรักษาได้อย่างไร)... สำหรับการแพทย์ทางเลือกอื่นๆหลายอย่างก็ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าได้ผลจริงกับหลายๆโรค เช่นการฝังเข็ม โภชนบำบัด สมุนไพร การนวด โยคะฯลฯ
วันนี้ผมจึงจะมาพูดถึงสิ่งที่ท่านผู้อ่านสามารถนำไปใช้ในการประกอบวิจารณญาณในการตัดสิน เพื่อจะได้รู้เท่าทันข่าวสารที่เข้ามาและไม่ถูกลวงด้วยการโฆษณาชวนเชื่อจนเห็นของผิดเป็นถูกเห็นของถูกเป็นผิด ผมขอยกตัวอย่างเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ
เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเหตุสมมติ สมมติว่ามีพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง กล่าวถึงหมอวิเศษ สามารถใช้สมุนไพรรักษาโรคที่แพทย์แผนตะวันตกไม่สามารถรักษาได้
"นาย น. ประกาศว่าสามารถใช้สมุนไพรรักษาโรคหัวใจได้เป็นผลสำเร็จ โดยมีการทดลองกับคน300คน ผลการทดลองผู้ป่วยทุกรายหายจากโรคหัวใจ ทั้งนี้มีวิธีการทดลองผลการทดลองและประวัติผู้ป่วยที่ชัดเจนถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ มีนักวิจัยต่างประเทศสนใจมากมาย แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้รับความสนใจจากกระทรวงสาธารณสุขและมหาวิทยาลัยของรัฐ จึงอยากให้นักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องเปิดใจรับบ้าง"
วิธีและแนวคิดในการตัดสินใจ"เชื่อ"หรือ"ไม่เชื่อ"
1. ใครเป็นผู้ทำการทดลอง
หากนาย น. เป็นผู้ที่เคยมีประวัติการทำการทดลองที่ไม่ถูกต้องหรือปลอมผลการทดลองในอดีต ก็ย่อมมีผลต่อความน่าเชื่อถือว่าจะเชื่อดีหรือไม่
หากนาย น. เป็นนักนิวเคลียร์ฟิสิกส์ที่ไม่เคยจับงานด้านสุขภาพเลยแม้แต่ครั้งเดียว จู่ๆมาทำงานเรื่องนี้ ก็อาจจะต้องดูว่าวิธีการทดลองและการแปลผลการทดลองของเขาเป็นไปได้อย่างถูกต้องหรือไม่
หากนาย น. เป็นแพทย์ เรื่องการวินิจฉัยอาจจะเชื่อถือได้ แต่การเตรียมเรื่องยาเรื่องสมุนไพรทำกันยังไง ทำยาเป็นจริงหรือเปล่า มีคนช่วยเรื่องผลิตยาไหม
ดังนั้นอาจจะสำคัญบ้างนิดหน่อย
2. โรคนั้นใครเป็นผู้วินิจฉัย วินิจฉัยอย่างไร
มีการกล่าวอ้างว่าผู้ป่วยเป็นโรคต่างๆแล้วไปรักษาจนหาย ตอนหายไปตรวจที่รพ.ก็พบว่าปกติดี แบบนี้เจอได้บ่อยจนต้องระวัง
บางครั้งผู้ป่วยไม่ได้ป่วยจริง ยังไม่ได้ตรวจอะไรด้วยซ้ำแต่มีอาการที่ทำให้กังวลไปเอง ... พอไปรักษาก็ต้องเป็นปกติ(ก็ไม่ได้ป่วยแต่ต้น)
บางครั้งผู้ป่วยไปพบแพทย์และได้วินิจฉัยเบื้องต้นว่าอาจจะเป็นโรคนั้นโรคนี้ ต้องตรวจเพิ่ม ผู้ป่วยไม่ได้ตรวจเพิ่มแต่ไปทึกทักว่าเป็น
บางครั้งไปเจาะเลือด แล้วพบค่าเกินกว่าค่าปกติเล็กน้อย ก็ตกใจคิดว่าเป็นแน่ๆ ไม่ตรวจกับแพทย์ให้ถี่ถ้วนก่อนก็ไปรักษา
ที่ร้ายที่สุด บางครั้งผู้ป่วยมีภาวะบางอย่างจริงแต่เป็นภาวะที่ไม่มีอาการ...แต่อาการที่เป็นเกิดจากเหตุอื่น อย่างเช่นมีลิ้นหัวใจรั่วไม่มีอาการ เป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดไม่มีอาการ (เช่นPVCที่เจอในประชากรทั่วไป10%) มีอาการกังวลเครียด ... พอรักษากับแพทย์รู้สึกว่าไม่ดีขึ้น...แต่พอไปรักษากับหมอตามบ้านบางแห่งได้ยานอนหลับมากินก็หาย-_-''
ดังนั้นสิ่งที่ต้องระวังก่อนจะฟังหรือเชื่อ ไม่ได้อยู่ที่ว่าหายจากโรคจริงหรือไม่เท่านั้น หากแต่ยังอยู่ที่ว่า "ตอนแรกเป็นโรคจริงหรือเปล่า"
3. วิธีการทดลองเป็นอย่างไร
ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ การทดลองวิจัยมีหลายแบบด้วยกัน โดยมีลักษณะรูปแบบการทดลอง เครื่องมือเครื่องใช้ แนวคิดในการทดลองต่างๆกัน
รูปแบบการทดลองที่น่าเชื่อถือ ต้องออกแบบการทดลองให้ทั้งคนได้ยาและผู้วิจัย ไม่ทราบว่าคนไหนได้ยาอะไรไป, มีการเปรียบเทียบด้วยวิธีการทางสถิติว่าเชื่อถือได้หรือไม่
เครื่องมือที่ใช้ ก็ต้องดูว่าน่าเชื่อถิอแค่ไหน อย่างเช่น การวัดอุณหภูมิ ถ้าใช้วิธี ถามจากคนไข้(ว่าตัวร้อนหรือเปล่า) วัดด้วยมือ วัดด้วยปรอทติดหน้าผาก กับวัดด้วยเครื่องวัดจากแก้วหู... แต่ละอย่างก็น่าเชื่อถือไม่เท่ากัน
จากตัวอย่างข้างบนสุด การบอกว่าคนไข้หายจากโรคหัวใจ ก็ต้องดูว่า วัดจาก "ถามอาการบอกเล่า" "วัดจากกิจกรรมที่ทำได้" หรือ"ใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์"ในการวัด
4. กลไกการรักษานั้นเป็นอย่างไร
อาจจะไม่สำคัญมากนัก เพราะว่าการรักษาโรคหลายชนิดไม่สามารถอธิบายเป็นกลไกที่ชัดเจน(เพราะเทคโนโลยีและความรู้ยังไม่พอ) แต่ขอเพียงอย่าขัดกับหลักการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์จนเกินไป
5. เมื่อบอกว่ารักษาหาย บอกจากอะไรว่าหาย
ในทางการแพทย์มีลักษณะนึงที่เรียกกันว่าplacebo effectเป็นเรื่องของการที่คนไข้ได้ยาหลอกแล้วมีอาการดีขึ้นชัดเจน ดังนั้นจึงเป็นจุดที่การวิจัยทางการแพทย์ต้องระมัดระวังในเรื่องการวัดผลทั้งก่อนและหลังการทดลอง ซึ่งจะใช้อาการของผู้ป่วยเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน และที่สำคัญต้องมีการพิสูจน์ตามหลักการทางวิชาสถิติว่าผลการทำลองนั้นมีผลที่มีนัยสำคัญทางสถิติจริง
6. บอกว่ามีการรับรอง ใครเป็นผู้รับรอง
ผู้ที่รับรองการทดลองต่างๆ จริงๆแล้วไม่ค่อยสำคัญมากนัก เพราะงานวิจัยต่างๆ ย่อมมีคุณค่าในตัวของมันดีอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะต้องระมัดระวังในกรณีงานวิจัยบางชิ้นที่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือหรือยังมีข้อกังขาซึ่งมักอ้างจากสถาบันที่มีชื่อเสียง... อาจจะยากสักนิดที่จะสังเกต แต่อาจสังเกตได้จากว่า การทดลองวิจัยนั้นๆหากเป็นการทดลองในสาขาใดๆ ก็ควรอยู๋ในมหาวิทยาลัยที่มีสาขานั้นๆเช่น
ทดลองเรื่องสมุนไพร แต่อ้างว่างานวิจัยได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยต่างชาติซึ่งไม่มีคณะที่เกี่ยวกับสุขภาพ(ไม่ว่าจะด้านเคมี เภสัช หรือวิทยาศาสตร์การแพทย์เลย)
ทดลองเรื่องเทคโนโลยีก่อสร้างอันอัศจรรย์ แต่รับรองโดยมหาวิทยาลัยที่มีแต่สาขาบริหารธุรกิจ
วิจัยเรื่อง"การเพาะพันธุ์ส้มโอให้ลูกโต50กิโลกรัม) แต่รับรองด้วย"แมวเหมียววิทยาลัย"
บางครั้งก็ต้องดูครับ หรือบางครั้งอาจจะต้องดูไปถึงว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในฐานะผู้สนับสนุนหรือรับรองเป็นใคร ... อาหารเสริมบางอย่างของต่างประเทศ เวลาไปค้นจะเจอว่า ทั้งสถาบันที่รับรอง คนรับรอง คนวิจัย งานวิจัยที่อ้างกันไปอ้างกันมา มันกระจุกตัวในกลุ่มคนไม่กี่คน
7. การทำซ้ำ
การทดลองวิจัยทางการแพทย์ กว่าจะมาเป็นการรักษาในปัจจุบัน ต้องได้รับการวิจัยหลายๆครั้ง ต้องมีการยืนยันจากการวิจัยซ้ำๆว่าได้ผลจริง
ถ้าให้สังเกตง่ายๆ งานวิจัยที่บางครั้งดูยิ่งใหญ่ แต่ไม่มีใครทำซ้ำได้เลยนอกจากผู้วิจัยรายแรก ... หรือหากมีการให้ผู้วิจัยรายแรกทำซ้ำโดยเปิดเผยหรือมีผู้ตรวจสอบจะปรากฎว่าทำซ้ำไม่ได้(หรือไม่ยอมทำ)
อย่างกรณีที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลก ก็คือกรณีนักวิจัยเรื่องเทคนิกstem cellแบบใหม่ที่เคยฮือฮากันระดับโลก(นายHwang Woo-sukชาวเกาหลีใต้) ที่เมื่อมีการทดลองซ้ำหลายๆครั้งก็ปรากฎว่าทำไม่ได้ และเมื่อให้เค้าพิสูจน์จริงๆ ก็ทำไม่ได้จนภายหลังต้องยอมรับว่าแต่งข้อมูลขึ้นเอง
...
ผมได้แนะนำแนวทางที่ทุกท่านจะได้นำไปใช้ในการพิจารณางานวิจัยต่างๆแล้ว โดยมีจุดมุ่งหมายให้นำเอาไปใช้โดยเฉพาะในยุคที่อาหารเสริมสุขภาพและการแพทย์ทางเลือกโผล่ขึ้นมาเต็มเป็นดอกเห็ดหรือมีผลประโยชน์แอบแฝง ... หากใครจะนำไปใช้ในการตัดสินใจเชื่อหรือไม่เชื่องานวิจัย ไม่ว่าจะเป็นในทางการแพทย์แผนปัจจุบันหรือการแพทย์ทางเลือก ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีครับ
มิฉะนั้นเราจะถูกชักจูงให้เชื่อในสิ่งที่เค้าต้องการให้เราเชื่อโดยไม่รู้ตัว
ปล.เรื่องนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะการแพทย์ทางเลือกนะครับ แต่ยังสามารถใช้ได้แม้กับสิ่งที่อ้างว่าเป็นการแพทย์แผนปัจจุบันบางตัวเช่นกัน
===========================
Editor Note:
ชื่อยานั้นสำคัญไฉน -=Byหมอแมว=- 5 มี.ค. 50
กรดไหลย้อน -=Byหมอแมว=- 21 ก.พ. 50
ภาษาพาฉงน # น้ำท่วมปอด -=Byหมอแมว=- 13 ก.พ. 50
บาดทะยัก! -=Byหมอแมว=- 5 ก.พ. 50
10เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อ -=Byหมอแมว=- 30 ม.ค. 50
ใช้ถุงยางอย่างไรถึงได้ท้อง -=Byหมอแมว=- 24 ม.ค. 50
ไอ้นั่น -=Byหมอแมว=- 15 มกรา 50
ตรวจก่อนแต่ง มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด -=Byหมอแมว=- 9 มกรา 50
คุมแล้วยังจะท้องไม๊หมอ -=Byหมอแมว=- 4 มกรา 50
รวมบทความของหมอแมว (อัพเดต 8 มกราคม 50 )
บทความหมอแมว ตั้งแต่ พฤษภาคม 48 - ธันวาคม 49 รวมได้ 100 บทความแล้วครับ
โดย :
หมอแมว
อีเมล์ : mor_maew@yahoo.co.uk
วันที่ : 2007-03-11 22:42:32
![]() |
| ความคิดเห็นที่ 2 | |
โดย :
รบกวนถามหน่อยค่ะ
วันที่ :2007-06-06 22:19:25 IP :218.242.83.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 1 | |
โดย :
mapui
วันที่ :2007-05-02 12:20:48 IP :125.24.39.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 112 | |
โดย :
nut
วันที่ :2007-04-02 07:34:25 IP :125.24.11.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 111 | |
โดย :
คนใจดี
วันที่ :2007-03-30 11:42:19 IP :125.24.245.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 110 | |
โดย :
x175
วันที่ :2007-03-29 14:54:58 IP :203.148.162.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 95 | |
โดย :
หมอโอ๊ต
วันที่ :2007-03-16 22:30:09 IP :125.24.186.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 89 | |
โดย :
Poo
วันที่ :2007-03-16 13:27:14 IP :58.10.158.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 88 | |
โดย :
Poo
วันที่ :2007-03-16 13:23:57 IP :58.10.158.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 81 | |
โดย :
มู่หลาน
วันที่ :2007-03-16 08:42:08 IP :203.188.3.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 65 | |
โดย :
LiquidSnake
วันที่ :2007-03-15 02:25:14 IP :58.8.117.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 50 | |
โดย :
MawMew
วันที่ :2007-03-14 11:46:19 IP :203.107.168.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 49 | |
โดย :
บิ๊ก
วันที่ :2007-03-14 09:17:02 IP :68.33.24.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 34 | |
โดย :
ข้องใจ
วันที่ :2007-03-13 16:54:42 IP :203.188.18.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 27 | |
โดย :
คนไข้
วันที่ :2007-03-13 11:03:02 IP :61.90.131.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 25 | |
โดย :
9473
วันที่ :2007-03-13 10:51:10 IP :192.168.84.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 19 | |
โดย :
pick18
วันที่ :2007-03-13 05:20:12 IP :125.27.23.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 5 | |
โดย :
ลิงน้อย ^^
วันที่ :2007-03-12 10:09:17 IP :58.9.96.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 2 | |
โดย :
Leon
วันที่ :2007-03-12 09:08:32 IP :61.7.132.xx |
|
| เว็บเพื่อนบ้าน : | YenTa4 | เอ็มไทยเมล์ | ThaiSecondhand | Tarad | มูลนิธิ ดร.พิชนี โพธารามิก | GossipStar | Mono2U | Monoplanet | Passionasia | hotelsthailand |
| เว็บผู้สนับสนุน : | วัน-ทู-คอล! | Net Design | IT Education (Australia) | IT Education (England) | Samsung MP3 Player |
| mthai service : | blog | video | album | club | picpost | forums | sticker | email | chat | pal | e-card | memory | hotsite |
| ข้อความทีท่านได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ |
|
copyright ® MThA!.com all right reserved all comments are welcome at webmaster@mthai.com |
|