home   |   blog   |   video   |   album   |   club   |   picpost   |   sticker   |   email   |   chat   |   e-card   |   memory   |  
การแพทย์ทางเลือก ดูอย่างไรว่าน่าเชื่อถือ -=Byหมอแมว=-

เพื่อไม่ให้ดูเหมือนเป็นบทความชวนต่อตี ผมขอตอบไว้ตรงนี้เลยว่าการแพทย์ทางเลือกที่เราเห็นกันในปัจจุบัน"เชื่อถือได้" แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของวิจารณญาณในการตัดสินและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
เมื่อเปรียบเทียบกับการแพทย์แผนปัจจุบัน(หรือตะวันตก ตามแต่ใครจะเรียก)การแพทย์แผนปัจจุบัน ยึดหลักการวิทยาศาสตร์ที่สำคัญคือมีการทดลอง ผลการทดลองต้องได้รับการยืนยันทางสถิติ และที่สำคัญ ต้องทดลองซ้ำแล้วได้ผลดังเดิม(ถ้าไม่ได้ผลดังเดิมจะเอาไปรักษาได้อย่างไร)... สำหรับการแพทย์ทางเลือกอื่นๆหลายอย่างก็ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าได้ผลจริงกับหลายๆโรค เช่นการฝังเข็ม โภชนบำบัด สมุนไพร การนวด โยคะฯลฯ

วันนี้ผมจึงจะมาพูดถึงสิ่งที่ท่านผู้อ่านสามารถนำไปใช้ในการประกอบวิจารณญาณในการตัดสิน เพื่อจะได้รู้เท่าทันข่าวสารที่เข้ามาและไม่ถูกลวงด้วยการโฆษณาชวนเชื่อจนเห็นของผิดเป็นถูกเห็นของถูกเป็นผิด ผมขอยกตัวอย่างเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ

เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเหตุสมมติ สมมติว่ามีพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง กล่าวถึงหมอวิเศษ สามารถใช้สมุนไพรรักษาโรคที่แพทย์แผนตะวันตกไม่สามารถรักษาได้

"นาย น. ประกาศว่าสามารถใช้สมุนไพรรักษาโรคหัวใจได้เป็นผลสำเร็จ โดยมีการทดลองกับคน300คน ผลการทดลองผู้ป่วยทุกรายหายจากโรคหัวใจ ทั้งนี้มีวิธีการทดลองผลการทดลองและประวัติผู้ป่วยที่ชัดเจนถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ มีนักวิจัยต่างประเทศสนใจมากมาย แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้รับความสนใจจากกระทรวงสาธารณสุขและมหาวิทยาลัยของรัฐ จึงอยากให้นักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องเปิดใจรับบ้าง"
วิธีและแนวคิดในการตัดสินใจ"เชื่อ"หรือ"ไม่เชื่อ"


1. ใครเป็นผู้ทำการทดลอง
หากนาย น. เป็นผู้ที่เคยมีประวัติการทำการทดลองที่ไม่ถูกต้องหรือปลอมผลการทดลองในอดีต ก็ย่อมมีผลต่อความน่าเชื่อถือว่าจะเชื่อดีหรือไม่

หากนาย น. เป็นนักนิวเคลียร์ฟิสิกส์ที่ไม่เคยจับงานด้านสุขภาพเลยแม้แต่ครั้งเดียว จู่ๆมาทำงานเรื่องนี้ ก็อาจจะต้องดูว่าวิธีการทดลองและการแปลผลการทดลองของเขาเป็นไปได้อย่างถูกต้องหรือไม่
หากนาย น. เป็นแพทย์ เรื่องการวินิจฉัยอาจจะเชื่อถือได้ แต่การเตรียมเรื่องยาเรื่องสมุนไพรทำกันยังไง ทำยาเป็นจริงหรือเปล่า มีคนช่วยเรื่องผลิตยาไหม
ดังนั้นอาจจะสำคัญบ้างนิดหน่อย


2. โรคนั้นใครเป็นผู้วินิจฉัย วินิจฉัยอย่างไร
มีการกล่าวอ้างว่าผู้ป่วยเป็นโรคต่างๆแล้วไปรักษาจนหาย ตอนหายไปตรวจที่รพ.ก็พบว่าปกติดี แบบนี้เจอได้บ่อยจนต้องระวัง

บางครั้งผู้ป่วยไม่ได้ป่วยจริง ยังไม่ได้ตรวจอะไรด้วยซ้ำแต่มีอาการที่ทำให้กังวลไปเอง ... พอไปรักษาก็ต้องเป็นปกติ(ก็ไม่ได้ป่วยแต่ต้น)

บางครั้งผู้ป่วยไปพบแพทย์และได้วินิจฉัยเบื้องต้นว่าอาจจะเป็นโรคนั้นโรคนี้ ต้องตรวจเพิ่ม ผู้ป่วยไม่ได้ตรวจเพิ่มแต่ไปทึกทักว่าเป็น

บางครั้งไปเจาะเลือด แล้วพบค่าเกินกว่าค่าปกติเล็กน้อย ก็ตกใจคิดว่าเป็นแน่ๆ ไม่ตรวจกับแพทย์ให้ถี่ถ้วนก่อนก็ไปรักษา

ที่ร้ายที่สุด บางครั้งผู้ป่วยมีภาวะบางอย่างจริงแต่เป็นภาวะที่ไม่มีอาการ...แต่อาการที่เป็นเกิดจากเหตุอื่น อย่างเช่นมีลิ้นหัวใจรั่วไม่มีอาการ เป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดไม่มีอาการ (เช่นPVCที่เจอในประชากรทั่วไป10%) มีอาการกังวลเครียด ... พอรักษากับแพทย์รู้สึกว่าไม่ดีขึ้น...แต่พอไปรักษากับหมอตามบ้านบางแห่งได้ยานอนหลับมากินก็หาย-_-''

ดังนั้นสิ่งที่ต้องระวังก่อนจะฟังหรือเชื่อ ไม่ได้อยู่ที่ว่าหายจากโรคจริงหรือไม่เท่านั้น หากแต่ยังอยู่ที่ว่า "ตอนแรกเป็นโรคจริงหรือเปล่า"

3. วิธีการทดลองเป็นอย่างไร
ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ การทดลองวิจัยมีหลายแบบด้วยกัน โดยมีลักษณะรูปแบบการทดลอง เครื่องมือเครื่องใช้ แนวคิดในการทดลองต่างๆกัน

รูปแบบการทดลองที่น่าเชื่อถือ ต้องออกแบบการทดลองให้ทั้งคนได้ยาและผู้วิจัย ไม่ทราบว่าคนไหนได้ยาอะไรไป, มีการเปรียบเทียบด้วยวิธีการทางสถิติว่าเชื่อถือได้หรือไม่

เครื่องมือที่ใช้ ก็ต้องดูว่าน่าเชื่อถิอแค่ไหน อย่างเช่น การวัดอุณหภูมิ ถ้าใช้วิธี ถามจากคนไข้(ว่าตัวร้อนหรือเปล่า) วัดด้วยมือ วัดด้วยปรอทติดหน้าผาก กับวัดด้วยเครื่องวัดจากแก้วหู... แต่ละอย่างก็น่าเชื่อถือไม่เท่ากัน

จากตัวอย่างข้างบนสุด การบอกว่าคนไข้หายจากโรคหัวใจ ก็ต้องดูว่า วัดจาก "ถามอาการบอกเล่า" "วัดจากกิจกรรมที่ทำได้" หรือ"ใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์"ในการวัด

4. กลไกการรักษานั้นเป็นอย่างไร
อาจจะไม่สำคัญมากนัก เพราะว่าการรักษาโรคหลายชนิดไม่สามารถอธิบายเป็นกลไกที่ชัดเจน(เพราะเทคโนโลยีและความรู้ยังไม่พอ) แต่ขอเพียงอย่าขัดกับหลักการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์จนเกินไป

5. เมื่อบอกว่ารักษาหาย บอกจากอะไรว่าหาย
ในทางการแพทย์มีลักษณะนึงที่เรียกกันว่าplacebo effectเป็นเรื่องของการที่คนไข้ได้ยาหลอกแล้วมีอาการดีขึ้นชัดเจน ดังนั้นจึงเป็นจุดที่การวิจัยทางการแพทย์ต้องระมัดระวังในเรื่องการวัดผลทั้งก่อนและหลังการทดลอง ซึ่งจะใช้อาการของผู้ป่วยเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน และที่สำคัญต้องมีการพิสูจน์ตามหลักการทางวิชาสถิติว่าผลการทำลองนั้นมีผลที่มีนัยสำคัญทางสถิติจริง

6. บอกว่ามีการรับรอง ใครเป็นผู้รับรอง
ผู้ที่รับรองการทดลองต่างๆ จริงๆแล้วไม่ค่อยสำคัญมากนัก เพราะงานวิจัยต่างๆ ย่อมมีคุณค่าในตัวของมันดีอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะต้องระมัดระวังในกรณีงานวิจัยบางชิ้นที่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือหรือยังมีข้อกังขาซึ่งมักอ้างจากสถาบันที่มีชื่อเสียง... อาจจะยากสักนิดที่จะสังเกต แต่อาจสังเกตได้จากว่า การทดลองวิจัยนั้นๆหากเป็นการทดลองในสาขาใดๆ ก็ควรอยู๋ในมหาวิทยาลัยที่มีสาขานั้นๆเช่น
ทดลองเรื่องสมุนไพร แต่อ้างว่างานวิจัยได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยต่างชาติซึ่งไม่มีคณะที่เกี่ยวกับสุขภาพ(ไม่ว่าจะด้านเคมี เภสัช หรือวิทยาศาสตร์การแพทย์เลย)

ทดลองเรื่องเทคโนโลยีก่อสร้างอันอัศจรรย์ แต่รับรองโดยมหาวิทยาลัยที่มีแต่สาขาบริหารธุรกิจ
วิจัยเรื่อง"การเพาะพันธุ์ส้มโอให้ลูกโต50กิโลกรัม) แต่รับรองด้วย"แมวเหมียววิทยาลัย"

บางครั้งก็ต้องดูครับ หรือบางครั้งอาจจะต้องดูไปถึงว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในฐานะผู้สนับสนุนหรือรับรองเป็นใคร ... อาหารเสริมบางอย่างของต่างประเทศ เวลาไปค้นจะเจอว่า ทั้งสถาบันที่รับรอง คนรับรอง คนวิจัย งานวิจัยที่อ้างกันไปอ้างกันมา มันกระจุกตัวในกลุ่มคนไม่กี่คน

7. การทำซ้ำ
การทดลองวิจัยทางการแพทย์ กว่าจะมาเป็นการรักษาในปัจจุบัน ต้องได้รับการวิจัยหลายๆครั้ง ต้องมีการยืนยันจากการวิจัยซ้ำๆว่าได้ผลจริง

ถ้าให้สังเกตง่ายๆ งานวิจัยที่บางครั้งดูยิ่งใหญ่ แต่ไม่มีใครทำซ้ำได้เลยนอกจากผู้วิจัยรายแรก ... หรือหากมีการให้ผู้วิจัยรายแรกทำซ้ำโดยเปิดเผยหรือมีผู้ตรวจสอบจะปรากฎว่าทำซ้ำไม่ได้(หรือไม่ยอมทำ)
อย่างกรณีที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลก ก็คือกรณีนักวิจัยเรื่องเทคนิกstem cellแบบใหม่ที่เคยฮือฮากันระดับโลก(นายHwang Woo-sukชาวเกาหลีใต้) ที่เมื่อมีการทดลองซ้ำหลายๆครั้งก็ปรากฎว่าทำไม่ได้ และเมื่อให้เค้าพิสูจน์จริงๆ ก็ทำไม่ได้จนภายหลังต้องยอมรับว่าแต่งข้อมูลขึ้นเอง

...
ผมได้แนะนำแนวทางที่ทุกท่านจะได้นำไปใช้ในการพิจารณางานวิจัยต่างๆแล้ว โดยมีจุดมุ่งหมายให้นำเอาไปใช้โดยเฉพาะในยุคที่อาหารเสริมสุขภาพและการแพทย์ทางเลือกโผล่ขึ้นมาเต็มเป็นดอกเห็ดหรือมีผลประโยชน์แอบแฝง ... หากใครจะนำไปใช้ในการตัดสินใจเชื่อหรือไม่เชื่องานวิจัย ไม่ว่าจะเป็นในทางการแพทย์แผนปัจจุบันหรือการแพทย์ทางเลือก ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีครับ
มิฉะนั้นเราจะถูกชักจูงให้เชื่อในสิ่งที่เค้าต้องการให้เราเชื่อโดยไม่รู้ตัว

ปล.เรื่องนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะการแพทย์ทางเลือกนะครับ แต่ยังสามารถใช้ได้แม้กับสิ่งที่อ้างว่าเป็นการแพทย์แผนปัจจุบันบางตัวเช่นกัน

===========================
Editor Note:

ชื่อยานั้นสำคัญไฉน -=Byหมอแมว=-  5 มี.ค. 50
กรดไหลย้อน -=Byหมอแมว=-   21 ก.พ. 50
ภาษาพาฉงน # น้ำท่วมปอด -=Byหมอแมว=-   13 ก.พ. 50
บาดทะยัก! -=Byหมอแมว=-  5 ก.พ. 50
10เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อ -=Byหมอแมว=- 30 ม.ค. 50
ใช้ถุงยางอย่างไรถึงได้ท้อง -=Byหมอแมว=-  24 ม.ค. 50
ไอ้นั่น -=Byหมอแมว=-   15 มกรา 50
ตรวจก่อนแต่ง มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด -=Byหมอแมว=-   9 มกรา 50
คุมแล้วยังจะท้องไม๊หมอ -=Byหมอแมว=-   4 มกรา 50
รวมบทความของหมอแมว  (อัพเดต 8 มกราคม 50 )
บทความหมอแมว ตั้งแต่ พฤษภาคม 48 - ธันวาคม 49 รวมได้ 100 บทความแล้วครับ

โดย : หมอแมว
อีเมล์ : mor_maew@yahoo.co.uk
วันที่ : 2007-03-11 22:42:32


   



 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท



ความคิดเห็นที่ 2
เป็นสิวที่หลัง เม็ดใหญ่ ไม่ค่อยคล้ายสิวเท่าไหร่ เหมือนอักเสบ มากกว่า มีหนอง ตุ่มใหญ่ ทำไงดีคะ
โดย : รบกวนถามหน่อยค่ะ     วันที่ :2007-06-06 22:19:25    IP :218.242.83.xx   
ความคิดเห็นที่ 1
• เลิกอ้วววววววนนน กันเถอะพวกเรามันอันตรายทำให้เกิดโรคมากมายน๊า....วิธีง่ายๆอยู่ที่บ้านสนใจเข้ามาดูได้เล้ย www.healthclub2u.com ก๊อปปี้ไปวางได้เลยจ้า
โดย : mapui     วันที่ :2007-05-02 12:20:48    IP :125.24.39.xx   
ความคิดเห็นที่ 112
** รา ย..ได้ 5000-20000บาท/เดือน**
ไม่ใช่พนักงานขาย
มีระบบการทำงานและการฝึกอบรม
เป็นงานระยะยาวและมั่นคง
สามารถทำงานที่บ้านได้
>>> thaijob24.eu.tt
โดย : nut     วันที่ :2007-04-02 07:34:25    IP :125.24.11.xx   
ความคิดเห็นที่ 111
ถ้าตอนนี้เพื่อนๆกำลังอยากมีเงินใช้ มาทางนี้เลยได้เงินไปใช้เยอะด้วยนะ =>> go2business*true*ws อย่าลืมเปลี่ยน (*) เป็น (.) ด้วยนะคะ...
โดย : คนใจดี     วันที่ :2007-03-30 11:42:19    IP :125.24.245.xx   
ความคิดเห็นที่ 110
ลงทุนแสน ได้กลับมา เป็นล้าน กับไม้กฤษณา

การลงทุนกับไม้กฤษณา

บริษัท ทัชวู๊ด ฟอร์เรสตรี้ จำกัด ร่วมกับศาสตราจารย์ โรเบิร์ด เอ พลันเซตต์ และ โจเอล เจอร์เกนท์ จากมหาวิทยาลัยมินิโซต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกและชักนำสารในไม้กฤษณาประสบการณ์กว่า 10 ปี เข้าร่วมวิจัยการชักนำสารกฤษณาในแปลงปลูกที่ จังหวัด ปราจีนบุรี
บริษัทฯ ของเราเป็นองค์กรที่ได้ริเริ่มปูเส้นทางการลงทุนของไม้หอมกฤษณา เป็นรายแรกในประเทศไทย นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้รับการส่งเสริมการลงทุน BOI ประเภท กิจการปลูกป่า
ปัจจุบันบริษัทมีสำนักงาน 9 ประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา ดูไบ ฮ่องกง ไทยแลนด์ การ์ต้า มาเลเซีย เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย จีน

ไม้กฤษณา + เทคโนโลยีระดับโลก = ผลกำไรของคุณ

www.touchwood.com

สนใจร่วมลงทุนกับเรา
น.ส. วรวรรณ คงมีธรรม Sales Executive
Tel . 085-9920303, 086-5353207
โดย : x175     วันที่ :2007-03-29 14:54:58    IP :203.148.162.xx   
ความคิดเห็นที่ 95
อยากรู้จักดีเทลยาที่สวยที่สุด ใครคิดว่าดีเทลที่คุณรู้จักสวยสุดยกมือขึ้น
โดย : หมอโอ๊ต     วันที่ :2007-03-16 22:30:09    IP :125.24.186.xx   
ความคิดเห็นที่ 89
โทษทีค่ะ ตอนเข้ามาทีแรกเป็นสีขาว+เทาอ่ะ พออ่านเสร็จกลับเป็นปกติทีเดียว เขินนะเนี่ย ไปแว๊ววว
โดย : Poo     วันที่ :2007-03-16 13:27:14    IP :58.10.158.xx   
ความคิดเห็นที่ 88
หมอแมวขา พื้นสีนี้อาจยากมาก ๆ สีแดงเหมือนเดิมจะดีกว่าไม๊ ปวดหัวแล้วเนี่ย แบบต้องเพ่งสายตามั่ก.มั่ก
โดย : Poo     วันที่ :2007-03-16 13:23:57    IP :58.10.158.xx   
ความคิดเห็นที่ 81
ทางเลือกที่จะกลบทุกข์ของคน
โดย : มู่หลาน     วันที่ :2007-03-16 08:42:08    IP :203.188.3.xx   
ความคิดเห็นที่ 65
ใช่แล้วครับ วิทยาศาสตร์ เชื่อในการทำซ้ำ หรือ การ repeatable
ไม่ใช่ การ random แต่ อาจจะต้องหวังผลการทดลองที่มีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งก็แล้วแต่ วิธีทดลอง
หากว่า สมมุติฐานอะไรที่ทำซ้ำได้ กี่ครั้งก็ได้ โดยใครก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ แล้วได้ผลลัพท์เหมือนเดิม (โดยมีตัวแปรควบคุม ให้อยู่ในสภาวะเดียวกัน)
สมมุติฐาน นั้นก็ถือว่าเป็น ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ (scienctific facts) จนกว่าใครจะหาเหตุผลที่ฟังดูน่าเชื่อถือกว่ามาหักล้างได้

แต่ สำหรับการแพทย์ทางเลือก ในการนำไปใช้
ในความเห็นผม ผมคิดว่า ในการรักษาโรคใดๆก็ตาม เราไม่จำเป็นที่จะหวังให้ใช้การรักษาแบบใดแบบนึง เพื่อให้เป็น mono-therapy ในการรักษา ยิ่งในโรคที่รักษาด้วยการรักษาแบบใดแบบนึง (อาจจะการแพทย์แผนปัจจุบัน) แล้ว ให้ผลการการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร

แต่ อาจใช้รักษาด้วย การแพทย์ทางเลือก ควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อให้ ได้ผลการรักษาดียิ่งขึ้น

เช่น หลังการรักษาด้วยการผ่าตัด ที่เป็นการรักษาหลัก
อาจจะ ใช้ hydrotherapy (ว่ายน้ำ) หรือ ฝังเข็ม ร่วมกับ การกายภาพบำบัด แบบปกติ
เพื่อให้ ผลการรักษาด้วยการผ่าตัด ออกมาดียิ่งขึ้น
ผมคิดว่า สำหรับการนำการแพทย์ทางเลือกไปใช้ น่าจะ เล็งให้ใช้ การแพทย์ทางเลือก ร่วมกับ การแพทย์ แผนปัจจุบัน เพื่อให้ผลการรักษาที่ดีขึ้น มากกว่า การใช้ วิธีใดวิธีนึงเป็น mono-therapy

ถ้า มันอยู่บนพื้นฐานการทดลองพิสูจน์ ด้วย กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่เชื่อถือการทำซ้ำ เราก็ควรเปิดใจให้กว้าง ว่า สิ่งที่เราไม่เคยได้ยิน ไม่เคยรับรู้มาก่อน เป็น ขอบเขตความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด นะครับ

แล้ว ยาต้านมะเร็ง เช่น vincristin ที่สังเคราะห์มาจากพืชละครับ
มันก็ มีอยู่จริงใช่มั้ยละครับ
อย่าล้อเล่นเชียว
โดย : LiquidSnake     วันที่ :2007-03-15 02:25:14    IP :58.8.117.xx   
ความคิดเห็นที่ 50
ขอบคุณหมอแมวค่ะ
ดิฉันคิดว่าปัญหาหลักๆ ของคนไทยอาจเป็นเพราะการศึกษาน้อย ทำให้ตกเป็นเครื่องมือหรือถูกมอมเมาได้ง่าย และนี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ไม่ได้ต้องการโจมตีใคร หากมีคนอื่นคิดเห็นไม่ตรงกับดิฉันก็ไม่เป็นไร เพราะอาจมีที่อื่นที่ดิฉันไม่เคยเห็นหรือไม่เคยรู้มาก่อน ก็ต้องขออภัยสำหรับแพทย์ทางเลือกอื่นๆ ด้วยค่ะ

ขอยกตัวอย่างที่พบเห็นได้มากในสังคมเราก็คือการรักษาโรคกับพระ (ต้องขอประทานโทษอย่างสูงสำหรับวงสงฆ์ค่ะ)
เช่น มีการบอกกล่าวปากต่อปากว่าสมุนไพรของพระที่วัดนู่น นี่ นั้น สามารถรักษาโรคมะเร็ง เบาหวาน ความดัน และสารพัดโรคได้ ด้วยสมุนไพรตัวเดียวกัน ถ้าว่ากันตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วไม่มีทางเป็นไปได้เลย เนื่องจากแต่ละโรคล้วนมีที่มาของโรคและอาการแตกต่างกันไป แต่คนส่วนใหญ่ก็หอบเงินดั้นด้นพากันไปรักษา อาจมีหายบ้าง ไม่หายบ้าง ตายไปบ้าง เป็นต้น
คำถามที่คาใจก็คือ
1. พระมีความรู้พอที่จะรักษาคนไข้ได้จริงหรือ ถ้าเป็นพระไม่สามารถถูกเนื้อต้องตัวหญิงได้ แล้วเวลารักษาคนไข้หญิงพระทำอย่างไร หรือไม่ผิด ถ้าพระมีความรู้ความสามารถจริงทำไมไม่สึกออกไปเพื่อทำคุณประโยชน์หรือศึกษาหาความรู้หรือให้การรักษาอย่างจริงจัง หรือเกรงว่าความน่าเชื่อถือจะลดลง
2. กรรมวิธีการต้มยาสมุนไพร มีความสะอาดเพียงพอไหม สมุนไพรที่ได้นั้นมีสารอื่นตกค้างหรือไม่
3. ราคาค่ารักษาไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับโรคที่เป็น แล้วยาที่ต้มรวมกันเหมือนๆ กันมันต่างกันตรงไหน
ไม่ใช่ดิฉันไม่เชื่อว่าสมุนไพรสามารถรักษาโรคได้ แต่อยากให้มีการวิจัยและศึกษากันอย่างจริงจัง สมุนไพรมีมากมายที่มีคุณประโยชน์แต่ก็มีโทษอยู่ในตัวของมันเองด้วย แล้วผลระยะสั้นก็คือรักษาโรคที่เป็นอยู่ได้ และระยะยาวจะมีโรคอื่นแทรกซ้อนขึ้นมาใหม่หรือไม่
โดย : MawMew     วันที่ :2007-03-14 11:46:19    IP :203.107.168.xx   
ความคิดเห็นที่ 49
ขอถามผู้รู้หน่อยนะครับ ผมไปซื้อยาให้หมาที่บ้านอ่ะครับ เป็นยาแก้พยาธิของหมาอ่ะนะ ไปซื้อที่ร้านแห่งหนึ่งเปิดเป้นคลีนิคเล็ก ๆ ผมเอาขวดเก่าจาก รพ.ไปด้วยอ่ะนะ เค้าก้หยิบให้ และบอกว่าราคา 550 บาท เราก้เห็นว่าเป็นชนิดเดียวกันก้เลยกลับบ้าน ถึงบ้านเห็นฉลากติดบอกวัน เดือน ปี อยู่ 04/08 แต่เห็นติดซ้อนกันสองแผ่นเราก้เลยแกะออกดู ปรากฏว่าเป็นวันเดือนปี ผลิตของเก่า คือ วันผลิต 04/04 หมดอายุ 04/07 เราก็เลย รีบไปถามที่ร้านขาย เค้าบอกว่า ทาง อย.ต่ออายุให้อีก 1 ปี ทางร้านไม่ได้ติดเอง แต่เราก้ไม่อยากเชื่อ เลยขอคืน เอาเงินคืน อ่ะครับ
อยากถามว่า...เป้นไปได้เหรอที่ อย. จะต่ออายุยาได้อีก ครับ
โดย : บิ๊ก     วันที่ :2007-03-14 09:17:02    IP :68.33.24.xx   
ความคิดเห็นที่ 34
ดิฉันเป็นตกขาวค่ะ มีกลิ่น และมีสีด้วยแต่ไม่กล้าไปหาหมอ ค่ะช่วยหน่อยได้ไหมค่ะ
โดย : ข้องใจ     วันที่ :2007-03-13 16:54:42    IP :203.188.18.xx   
ความคิดเห็นที่ 27
เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เค้าบอกวงการเหล้าบุหรีร้ายแล้ว วงการยายิ่งกว่านั้นอีกมากเลย
เค้าบอกว่าแพทย์ทางเลือกไม่สามารถก้าวขึ้นมาเทียบแผนปัจจุบันได้ก็เนื่องจากกลไกตลาด
เค้าพูดจนถึงคนที่ทำงานอยู่ในศูนย์วิจัย ต่าง ๆ เอฟดีเอก็ดี และสื่อก็ดี ถูกมอมเมาโดยเม็ดเงินของบริษัทยากันมากมาย ยาบางตัวทั้งที่ทราบว่ามีผลข้างเคียงสูงมาก แต่ก็ต้องรีบออกเพื่อให้บริษัทยาได้เงิน
และในที่สุดเมือทำเงินก็ต้องถอดออกจากตลาด การฟ้องร้องทำได้แต่ได้มากกว่าเสีย
เลยต้องรีบโกยเงิน
ตัวยาทางเลือกหลายตัวเหมือนเส้นผมบังภูเขาบริษัทยักษ์ใหญ่เลยซื้อสูตรเก็บไว้ซะ
เพราะถ้าออกมาแล้วก็เป็นอันว่าเค้าทำกำไรมากไม่ได้

เรื่องเศร้ามากมายเราอยู่กันในระบบทุนนิยมกันจนลืมแพทย์ทางเลือกกันหมด โรคหลายโรคจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อเพื่อผลทางการค้าและการจดลิขสิทธ์
ของบริษัทยา

ท่านใดสนใจกรุณาหาอ่านได้ที่อเมซอน หรือ คิโนคุนิยะน่าจะมีมั้ง
ี่Natural Cures "They" Don''t Want You To Know About (Hardcover)
by Kevin Trudeau (Author)
(2321 customer reviews)

โดย : คนไข้     วันที่ :2007-03-13 11:03:02    IP :61.90.131.xx   
ความคิดเห็นที่ 25
ขอบคุณหมอครับ
โดย : 9473     วันที่ :2007-03-13 10:51:10    IP :192.168.84.xx   
ความคิดเห็นที่ 19
ขอขอบพระคุณหมอแมวม๊าก ๆ มาก ที่ลงโพลต์นี้มาเตือนสติพวกหลงเชื่อคำโฆษณา โดยไม่ลืมหูลืมตา แต่แพทย์ทางเลือกบางอย่างก็เชื่อได้ เช่น การนวดไทยและการประคบสมุนไพร และสมุนไพรบางตัว ก้อสกัดนำมาเป็นยาแผนปัจจุบันให้เรา ท่าน รักษา กันเหมือนกัน แต่นั้นเขาก้อมีการทดลองและทดสอบแล้ว ในฐานะที่เราอยู่วงการแพทย์เหมือนกัน จะบอกให้ว่า ซื้อยาทุกชนิด ต้องมีเภสัชกรหรือแพทย์เป็นคนนำดีกว่า
ปล. อยากให้กรมแพทย์ทางเลือก จัดสอบใบประกอบโรคศิลป์เสียที่
โดย : pick18     วันที่ :2007-03-13 05:20:12    IP :125.27.23.xx   
ความคิดเห็นที่ 5
เป็นช๊อคโกแลตซีสอะ อายุ 18 อันตรายมั้ยค่ะ

หมอบอกให้อุลตร้าซาวทุกๆ 6 เดือนอะ ......

หมอให้ยาแก้ปวดท้องเมน 6 เดือนเลยเม็ดเหลืองๆอะ โตโต
โดย : ลิงน้อย ^^     วันที่ :2007-03-12 10:09:17    IP :58.9.96.xx   
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณมากครับ หมอแมว...
โดย : Leon     วันที่ :2007-03-12 09:08:32    IP :61.7.132.xx   

เว็บเพื่อนบ้าน : YenTa4  |  เอ็มไทยเมล์  |  ThaiSecondhand  |  Tarad  |  มูลนิธิ ดร.พิชนี โพธารามิก  |  GossipStar  |  Mono2U  |  Monoplanet  |  Passionasia  |  hotelsthailand  
เว็บผู้สนับสนุน : วัน-ทู-คอล!  |  Net Design  |  IT Education (Australia)  |  IT Education (England)  |  Samsung MP3 Player  
mthai service :   blog  |  video  |  album  |  club  |  picpost  |  forums  |  sticker  |  email  |  chat  |  pal  |  e-card  |  memory  |  hotsite  
ข้อความทีท่านได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ

copyright ® MThA!.com all right reserved
all comments are welcome at
webmaster@mthai.com