นานาสาระของเรื่องที่ถูกถามบ่อย
การทำงานปกติของแพทย์ นอกจากการรักษายังรวมไปถึงการให้คำปรึกษา ดังนั้นในการทำงานก็อาจจะเจอการขอคำปรึกษาในเรื่องต่างๆ รวมทั้งการขอคำปรึกษาในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องได้
การขอคำปรึกษา หากมาในเวลาที่ผู้ป่วยไม่มาก ก็ย่อมเป็นเรื่องเบาๆให้แพทย์ได้พักคุย แต่บางครั้งมีการมาขอคำปรึกษาเรื่องพวกนี้ด้วยความอยากรู้เฉยๆและประจวบเหมาะมาในจังหวะที่กำลังยุ่งกับผู้ป่วยที่ป่วยจริงก็จะกลายเป็นความน่ารำคาญไป
เคยเจอครั้งหนึ่งที่เด็กอายุ13-14 มาถามเซ้าซี้ถามปัญหาแบบนี้ในช่วงที่เกิดอุบัติเหตุมีคนเจ็บหนัก3-4คน จำได้ว่ารำคาญไม่น้อย
วันนี้จึงขอนำเอาเรื่องปกติธรรมดาที่คนสงสัย มาตอบไว้ที่นี่ เพื่อที่ว่าจะได้ไม่เอาไปถามแพทย์เวลายุ่งๆครับ
1. เห็นจุดลอยในลูกตา
ถ้ามองไปที่แสงไฟจ้าๆ คุณจะมองเห็นจุดกลมๆเล็กๆลอยไปลอยมา เวลาจะมองตามมันก็จะเลื่อนหนีไปตามทิศทางที่เรากลอกตา จุดพวกนี้ก็คือเศษเซลล์ที่ลอยอยู่ในวุ้นลูกตาครับ เป็นของธรรมชาติที่มีอยู่แล้วไม่ได้มีอันตรายใดๆ แต่หากว่าจากเดิมที่มีน้อยๆจู่ๆกลับมีเจ้าสิ่งนี้ออกมามากๆจนผิดสังเกต ก็ควรไปให้แพทย์ตรวจเพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคจอประสาทตาได้
แต่ถ้ามีน้อยๆไม่มากและเท่าเดิมมาเป็นสิบปี ก็ไม่ต้องไปตกใจกลัวว่าจะเป็นจอประสาทผิดปกติครับ
2. กลัวขากรรไกรหลุด
บางคนจะมีอาการคือเวลาอ้าปากกว้างๆแล้วหุบปาก จะมีเสียงดังที่ข้อต่อขากรรไกรข้างใดข้างหนึ่ง เวลาเป็นมักจะเป็นข้างเดียว อาจจะมีอาการเจ็บได้บ้างถ้าไปฝืนอ้าหุบปากเร็วๆ ส่วนมากเวลามารพ.จะมาเนื่องจากกลัวว่าขากรรไกรจะหลุดหรือขากรรไกรค้าง
ที่จริงแล้วอาการของขากรรไกรค้างนั้นดูง่าย ก็คือเมื่อเป็นแล้วจะหุบปากไม่ได้ จะอ้าปากค้างและเจ็บปวดมาก ส่วนอาการที่มีเสียงเมื่ออ้าหุบปากแต่ว่าไม่เจ็บและยังใช้งานปากได้ตามปกติ ส่วนใหญ่จะนึกถึงโรคกลุ่มTMJ หรือ temporomandibular disorder ซึ่งเกิดจากข้อต่อขากรรไกรมีความแข็งแรงของเอ็นลดลง ทำให้เมื่ออ้าปากสุดจะเกิดการเลื่อนเล็กน้อย(แต่มักไม่ถึงกับหลุด)จะรู้สึกได้ถึงการเลื่อนนี้ถ้าเอานิ้วชี้ใส่รูหูแล้วสัมผัสรูหูฝั่งข้างหน้าจากนั้นลองอ้าปากกว้างแล้วหุบ
อาการของTMJนี้ส่วนมากจะเกิดจากการที่เจ้าของปากมีการใช้ฟันเพียงข้างเดียวในการเคี้ยวหรือมีนิสัยเคี้ยวอาหารด้านเดียว ดังนั้นจึงสามารถแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนมาเคี้ยวอาหารด้วยฟันทั้งสองด้านให้พอๆกันรวมทั้งไม่อ้าปากกว้างจนเกินไป สำหรับผู้ที่เป็นมากจนเจ็บปวดบ่อยๆสามารถปรึกษาทันตแพทย์เพื่อปรึกษาการใส่เครื่องมือไว้ในปากเพื่อแก้ไขอาการนี้ได้
3. มีคราบขึ้นที่ฟัน กลัวจะเป็นเชื้อโรค
หลังกินอาหารหรือตื่นนอน จะสังเกตพบว่าที่ฟันมีคราบสีขาวเหลืองขึ้นที่รอยต่อของฟันกับเหงือกสามารถขูดออกได้ด้วยเล็บและมีลักษณะนิ่มๆ(ถ้าบี้ดมก็จะรู้สึกเหม็นๆ) บางคนเข้าใจว่าเป็นหินปูนก็เลยใช้เล็บขูดออกทุกวัน บางคนเข้าใจว่าเป็นเชื้อโรคก็มารพ.เพื่อต้องการขูดตรวจว่าเป็นเชื้ออะไรจะได้เอายาไปกิน
ข้อแรกมันไม่ใช่หินปูนครับ หินปูนจะอยู่แนบชิดและแข็งกว่านี้ ถ้าจะเรียกให้ใกล้เคียงก็เรียกมันว่าplaqueพลาค น่าจะเข้าท่ากว่า ข้อสอง มันมีส่วนที่เกิดจากแบคทีเรียในช่องปาก (ในปากมีแบคทีเรียเป็นล้าน)ร่วมกับน้ำลายกับอาหารที่กินเข้าไป แต่การรักษาไม่ใช่กินยาครับ
การรักษาคือแปรงฟันอย่างถูกวิธี แค่นี้มันก็หลุดแล้วครับ.... สำหรับใครที่แปรงฟันแล้วไม่หลุดแต่เอาเล็บไปขูดได้ ก็ให้รู้ไว้เลยครับว่าไม่ฟันคุณเกผิดปกติ ก็แปลว่าที่ผ่านมาคุณแปรงฟันผิดวิธี
4. เจอก้อนแข็งๆในคอกลัวจะเป็นมะเร็ง
วันนึงผมเจอเด็กมาด้วยเรื่องจับเจอแผ่นแข็งๆในช่องคอ สิ่งที่บรรยายก็คือเค้าอ้าปากกว้างๆ แล้วเอานิ้วชี้ล้วงเข้าไปในคอให้มากที่สุดก็จะคลำเจอแผ่นแข็งๆ บางครั้งพอส่องกระจกฉายไฟเข้าไปก็จะเห็นเป็นแผ่นสีขาว กลัวจะเป็นมะเร็ง
ในเรื่องเดียวกันนี้บางครั้งผมก็เจอเป็นคนแก่พาหลานมาเนื่องจากใช้ยากวาดคอแล้วไปคลำเจอแผ่นที่ว่านี้ ก็เลยกลัวจะเป็นมะเร็ง
แผ่นที่ว่านี้คือฝาปิดกล่องเสี่ยงครับ epiglottis เป็นของปกติธรรมชาติมีกันทุกคน
5. กินนมแล้วท้องเสีย
เป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนทีไม่เคยกินนมวัวแล้วพอมากินมากๆจะเกิดอาการถ่ายเหลวได้ เนื่องจากในนมมีน้ำตาลชนิดหนึ่งเรียกว่าแลคโตส หากใครก็ตามไม่ได้กินนมเป็นประจำ ก็จะขาดเอนไซม์ที่จะไปย่อยน้ำตาลนี้... ซึ่งน้ำตาลนี้จะดึงน้ำเข้ามาในลำไส้ และถูกแบคทีเรียย่อยสลายเกิดภาวะกรดเพิ่มขึ้น.... เมื่อในลำไส้ใหญ่มีน้ำมากขึ้นมีแก็สและเป็นกรดมากขึ้น ก็สามารถเกิดอาการปวดท้องแล้วถ่ายเหลวได้
วิธีแก้ที่เร็วที่สุดคือหยุดดื่มนม หากอยากดื่มนมก็ปรับไปดื่มนมเปรี้ยวหรือค่อยๆดื่มนมเพิ่มทีละน้อยๆเพื่อให้ร่างกายสร้างเอนไซม์ขึ้นมาครับ
6. กินถั่วแล้วตดมาก
อีกเรื่องที่เจอพอๆกันคือกินถั่วแล้วตดมาก
เกิดจากแบคทีเรียในลำไส้สามารถย่อยเซลล์ของพืชได้(คนเราย่อยเซลลูโลสไม่ได้เหมือนกับที่วัวควายทำได้) เมื่อมีการย่อยสลายแล้วก็จะได้แก็สออกมา จากนั้นก็ตดออกมา
ทั้งเรื่องนมและถั่ว มีข้อสรุปเดียวกันคือ เวลาเป็นแล้วทางแก้คือให้หยุดกินครับ ไม่ใช่มารพ.เพื่อมาเอายาช่วยย่อย
7. รอยช้ำเคลื่อนที่ได้
เวลาคนเราไปกระแทกอะไรแรงๆก็ย่อมเกิดเป็นรอยช้ำสีม่วงบ้างสีเขียวสีน้ำตาลบ้างเรื่องนี้ปกติ รอยพวกนี้เกิดจากเลือดที่ออกมาแทรกในชั้นไขมัน (ถ้าเกิดในชั้นผิวหนัง จะปูดออกมาและสีแดงเรียกว่าห้อเลือด) เลือดพวกนี้เมื่อมาสะสมในชั้นผิวหนังเวลาผ่านไปเม็ดเลือดที่ออกมาก็จะเสื่อมสลายเหลือสารพวกฮีโมโกลบินเอาไว้เป็นสีน้ำตาล และรอวันให้เม็ดเลือดขาวมาจับไปทำลาย
สิ่งหนึ่งที่พบได้คือสารพวกนี้สามารถเคลื่อนไปตามแรงโน้มถ่วงได้ ดังนั้นจึงพบได้ว่าบางครั้งมีรอยช้ำที่หัวไหล่ ผ่านไปสัปดาห์กว่าๆก็เลื่อนลงมาที่รักแร้
ไม่ใช่มะเร็งผิวหนังครับ
8. ทอนซิลมีก้อนเหม็นๆ
บางคนส่องกระจกเข้าไปแล้วพบเม็ดสีขาวนวลอยู่บนทอนซิล หากเอานิ้วไปสะกิดออกมาจะพบว่าเป็นก้อนสีขาวบี้แล้วเหม็นมาก
กาษาไทยไม่มีบัญญัติศัพท์ชัดเจนไว้ แต่เราเรียกมันว่าtonsilolith เกิดจากเศษอาหารเข้าไปสะสมในร่องของทอนซิลแล้วมีเชื้อแบคทีเรียในช่องปากไปย่อยทำให้เกิดเป็นก้อนสีขาวขึ้นมา โดยตัวมันเองไม่ได้มีอันตรายใดๆและไม่ได้ก่อโรคอะไรเป็นพิเศษ
ทางแก้ไขก็คือหลังมื้ออาหารให้บ้วนปากกลั้วคอ ใช้น้ำธรรมดาก็พอเพียงครับ หรืออาจจะแปรงฟันไปเลยก็ดี
9. กินเหล้าแล้วเมา
-_-'' กินเหล้าแล้วเมาเป็นเรื่องปกติที่เป็นกันมา แต่ว่าเรื่องของเรื่องก็คือ การกินเหล้าแล้วเมาไม่ใช่เรื่องที่ต้องมารพ.เพื่อมาขอยากินไม่ให้เมาครับ
ทางแก้คือหยุดกินเหล้า
10. หักนิ้วแล้วมีเสียงดัง
เชื่อว่าหลายคนในที่นี้หักนิ้วจนเป็นประจำเป็นนิสัย เสียงที่เกิดขึ้นนี้เชื่อว่าเกิดจากการที่ฟองอากาศในข้อเคลื่อนที่เวลาที่หักนิ้ว หรือเกิดจากการที่กระดูกอ่อนที่ข้อนิ้วเกิดการเสียดสีกันจนเกิดเป็นเสียงขึ้นมา
การหักนิ้วโดยทั่วไปไม่ได้ทำให้เกิดโรคอะไรตามมานอกเหนือไปจากข้อนิ้วมีลักษณะบวมโตขึ้น... แต่หากกำลังปวดข้อนิ้วจากเหตุใดๆก็ตามแล้วไม่เลิกนิสัยหักข้อนิ้ว ก็อาจจะเกิดอาการปวดมากขึ้นได้
(สำหรับเรื่องนี้สามารถอธิบายไปในเรื่องที่ลุกยืนแล้วหัวเข่ามีเสียงดังได้ครับ)
เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่เจอได้บ่อยๆและเชื่อว่าหลายๆคนที่เคยเป็นคงได้ความกระจ่างกันมาบ้างนะครับ