home   |   sticker   |   picpost   |   memory   |   music   |   mtravel   |   chat   |   email   |  
คุณคิดอย่างไร ในเมื่อเพื่อนร่วมงานเอาลูกมาเลื้ยง ในที่ทํางาน

พวกคุณเคยได้เห็นเพื่อนร่วมงานของคุณ เอาลูกเขาเลื้ยงหรือ เอามาที่ทํางาน ปล่อยให้เด็กมาทําลายสมาธิในการทํางานของพวกคุณไหม คุณคิดว่ามันจะเป็นการสมควรไหม ที่เอาเด็กมาที่ทํางานกับแม่เขานะครับ

โดย : หนี่งหน่อง  
อีเมล์ : theccr@mthai.com
วันที่ : 2006-08-08 19:56:16


   


 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท



ความคิดเห็นที่ 65
คนเราถ้าไม่มีความจำเป็นคงไม่เอาลูกมาที่ทำงานหรอก นึกถึงสถานการณ์ที่ไม่มีคนคอยเลี้ยงเด็กดูบ้างซิ เขาเอาเด็กมาทั้งปีเลยหรือยังไง เปิดใจให้กว้างนิดหนึ่งนะ ถ้าเขามีที่ให้เด็กอยู่หรือมีคนคอยเลี้ยงดูเขาคงไม่เอามาทำงานหรอก เขาเอามาทำงานด้วยก็ปวดหัวอยู่แล้ว เพราะเขาเกรงผู้ร่วมงานอยู่แล้ว ที่ทำงานเราเขาก็เอาลูกมากันนะตอนช่วงปิดเทอม ถ้าพ่อแม่สอนดีเด็กก็คนไม่ซนหรอก
โดย : f     วันที่ :2006-08-11 14:21:26    IP :210.1.61.xx   
ความคิดเห็นที่ 64
ชอบความเห็นที่ 60 มาก ยอมรับว่าเป็นดีจริงๆ
โดย : taas       วันที่ :2006-08-11 12:04:28    IP :203.118.114.xx   
ความคิดเห็นที่ 63
คห. 61 ว่าไงครับ คุณ หยดดดด....ย้วยยยยย..
โดย : Blue     วันที่ :2006-08-11 12:00:30    IP :202.183.244.xx   
ความคิดเห็นที่ 62
แต่ละองค์กรมีวินัยระเบียบกันอยู่แล้ว ตามมารยาทไม่ควรทำเป็นการให้เกียรติที่
ทำงานค่ะ และเคารพสถานที่ที่ทำงาน แต่ผู้บังคับบัญชาละเลยไปก็จะดูไม่สวยงาม
โดย : มารยาท     วันที่ :2006-08-11 10:46:25    IP :203.149.16.xx   
ความคิดเห็นที่ 61
คุณ blue????????????????????????????
โดย : หยดย้อย     วันที่ :2006-08-11 09:51:32    IP :124.121.123.xx   
ความคิดเห็นที่ 60
มันไม่ถูกต้องอยู่แล้วที่จะเอาลูกมาเลี้ยงในที่ทำงาน ซึ้งตัวคุณแม่เอง
ก็รู้อยู่แก่ใจดี และพนักงานหรือเพื่อนๆในที่ทำงานก็รู้ แต่ก็ต้องทำใจยอมรับ
เพราะรู้ว่า ถ้าไม่จำเป็นจริงๆคุณแม่ท่านนั้นเค้าคงไม่เอามาด้วยหรอก
ซึ้งความจำเป็นของเค้าจะด้วยอดีตหรือปัจุบันของชีวิตที่เป็นเช่นไรนั้นอย่าไปรู้เลย
ปัญหามันมี108 การแก้ปัญหาของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
เมือเค้าเลือกแก้ปัญหาโดยวิธีนี้ คือเอาลูกมาในที่ทำงาน ปัญหามันก็มากระทบ
ตัวคุณแล้วคุณแก้ด้วยวิธีใหนละครับ คุณจะด่าว่าเธอ ตำหนิเธอที่ไม่วางแผน
ชีวิตให้ดี หรือจะให้กำลังใจแก่เธอ แต่ถ้าเป็นผมก็คงสนุกไปกับเหตุการณ์ละครับ
มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ สักพักเธอคงจัดการได้ แล้วเมื่อมันผ่านไปมันจะเป็นความ
ทรงจำที่ดีในที่ทำงาน เอาไว้เล่าแซวกันในวันหลัง พอเบื่อๆเซงๆก็นึกในใจว่า
เธอคงเหนื่อยกว่าเราหลายเท่า อะนะเราก็ช่วยได้แค่นี้ แค่ ทำใจ หรือจะให้เป็น
พ่อเด็กปัญหาจะได้จบๆให้เธอเอาลูกไปเลี้ยงที่บ้านเรา อื่ม....
โดย : สนุกไปกับมันสักพัก     วันที่ :2006-08-10 22:01:55    IP :58.9.96.xx   
ความคิดเห็นที่ 59
คุณ blue คห 54
ไปถามแม่มารึยัง ไม่ค่อยอยากฟังนายตอบเท่าไหร่เลยรู้สึกว่าโลกแคบลงแคบลงตอนอ่านข้อความนาย

คนขยันไม่มีขัดสน จริงเหรอ ในสังคมทุกวันนี้รายได้ที่ได้น้อยแบบนี้ ค่าครองชีพสูงขนาดนี้ คนขยันก็ขัดสนค่ะ แพมเพิร์สอันละเกือบ 10 บาทหรู้ไหม เราใช้เวลาจำเป็น ก็ต้องมีให้ลูกใส่ นมป๋องละ 230 บาท ลูกกินได้ 4 วัน อันนี้ไม่ได้เรียกว่าเป็นสิ่งจำเป็นแต่ต้องมีให้ลูกกินไม่ขาด เสื้อผ้าลูกก็ต้อซื้อให้ใส่ พ่อเราเป็นโรคหัวใจเดินไม่ได้ แม่ก็แก่แล้วต้องดูแลพ่อ จะเอาลูกไปให้แม่เลี้ยงได้ยังไงในเมื่อแม่ต้องดูแลพ่อตลอด 24 ชั่วโมง

เออนะ คุณก็ดูเข้าใจโลกเหมือนกัน แต่ไม่ถ่องแท้ อย่าต่อความยาวเลยคุณ เราอาจไม่โชคดีมีเงินถุงเงินถังหรือมีชีวิตสบายในตอนนี้ แต่เราก็พอใจกับสิ่งที่มีอยู่และหากมีทางเลือกอื่นให้ทำเราก็คงไม่เอาลูกไปเลี้ยงที่ทำงาน ที่พูดมาหลายรอบเนี่ย แค่คิดว่าคุณจะเข้าใจว่าคนที่ไม่มีทางเลือกอื่นมันก็จำเป็นที่จะต้องหน้าด้าน ยอมโดนคนอื่นว่า

จบเหอะนะ เบื่อฟังเบื่ออธบาย เหมือนครูนั่งสอนเด็กน่ะ คงต้องรอให้เด็กเจอกับประสบการณ์จริง ถึงจะเข้าใจ

เราขอจบนะไม่ตอบแล้ว
โดย : คห.เดิม     วันที่ :2006-08-10 20:45:28    IP :60.234.245.xx   
ความคิดเห็นที่ 58
อันดับแรกต้องเชกดูก่อนนะว่าลูกน่ารักไหม
ถ้าน่ารักก็พอโอเค แต่ถ้าไม่น่ารักก็ไม่ต้องพามา
บางคนนะเด็กตัวดำ ๆ หน้าตาก็ขี้เหร่แถยังโครตซนเลย
เจออย่างนี้เรารีบกลับบ้านเลย ปล่อยมันอยู่ไป
แต่ยังไงก็ไม่สมควรนะ มันน่ารำคาญ เล่นเกมส์ก็เสียงดัง
แถมยังทำเลอะแล้วก็วิ่งซนข้าวของเสียหาย มีปัญญารับผิดชอบหรือเปล่าหล่ะ
โดย : อย่าเอามันมาเลยพวกเด็กเวร     วันที่ :2006-08-10 19:23:03    IP :58.136.93.xx   
ความคิดเห็นที่ 57
เราเคยไปฝึกงานแล้วเห็นพี่คนนึงเอาลูกมาด้วย ทีแรกเราก็ไม่ค่อยชอบ รวมถึงอ.ที่โรงเรียนเก่า เพราะเด็กเสียงดัง ชอบเล่นชอบซนก็เป็นธรรมดาเด็กเขา แต่พอเวลาผ่านไปเราก็เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องเอามาเลี้ยงที่ทำงานหรือที่โรงเรียนน่ะ ถ้ายังไม่พร้อมก็อย่าเพิ่งมีลูกเลยนะถ้าคนยังไม่พร้อมน่ะ ผู้หญิงบางคนนะที่เขาต้องไปทำแท้งเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะมีลูกก็เข้าใจนะ ถึงใคร ๆ ว่าจะใจร้ายก็เถอะ ลองคิดดูนะว่าถ้าบางคนมีแล้วยังไม่พร้อมแล้วมีโดยที่ไม่ตั้งใจแล้วต้องไปทำแท้งโดยที่ใคร ๆ ก็ว่า ๆ ใจร้าย แม่อำมหิต ลองมองดูดี ๆ นะ ว่าจะมีใครไปช่วยเหลือเขามั้ย ไปเลี้ยงลูกให้เขามั้ย จะช่วยออกเงินออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้มั้ย จะหาคนมาดูแลให้มั้ยมันก็ไม่ใช่ธุระอะไรที่เราเข้าไปยุ่งเพราะมันเป็นเรื่องของเขางาย
โดย : ก็ไม่ได้รังเกียจอะไรหรอกเข้าใจ     วันที่ :2006-08-10 17:46:40    IP :125.25.136.xx   
ความคิดเห็นที่ 56
แม่ของเขาก็ดูแลดีนี่นา ไม่เห็นค่อยมาวุ่นวายกับเพื่อนร่วมงานและก็กับเราเท่าไหร่ บางที เขาก็ไม่นั่งเล่นเกมส์ของเขา พอเราเรียกมาคุยด้วย เขาถึงจะมา และบางครั้ง แม่เขาก็จะเกรงใจเพื่อนร่วมงาน จะคอยห้ามปรามไม่ให้เสียงดังรบกวนใคร ๆ เราว่าลูก ๆ เขาก็น่ารักดีออก เอาไว้เล่นยามว่าง ๆ
โดย : แกอำ     วันที่ :2006-08-10 15:00:37    IP :61.19.224.xx   
ความคิดเห็นที่ 55
ปากกัด ...นทีบคับ คงไม่มีใครอยากเหนื่อย ทำทั้ง 2 อย่างในเวลาเดียวกันหรอกคับ
แต่ทั้งนี้นั้นก็อย่าบ่อยคับ อย่าคิดว่าคนอื่นเข้าใจหมดคับ เกรงใจๆๆสมบัติผู้ดีบ้างคับ
โดย : aman     วันที่ :2006-08-10 14:58:57    IP :124.121.193.xx   
ความคิดเห็นที่ 54
คห. 21,41... ถึงผมจาไม่เคยมีลูก แต่ปัญหาแบบน้ ทำไมจาไม่เคยเจอ เอ แต่ในเมื่อคุณบอกว่ายอมทำทุกอย่างบากหน้า ก็ท่าทางคุณจะเป็นคนขยันหนักเอาเบาสู้อยู่นะ ถ้าขยัจริงและทำได้ทุกอย่างขณาดนั้นก็ไม่น่าจะขัดสน จนต้องลำบากลำบนหอบลูกมาที่ทำงานน่าจาหาใครเลี้ยงได้

คุณท่าจะเป็นคนรักลุกมาก ๆ เด็ก ๆ น่ะ ใครๆ ก็รักครับ หรือคุณจะหวงลูกไม่ใจคนเลี้ยงถึงขณาด คนที่จาเลี้ยงเป็นพี่น้อง หรือพ่อแม่คุณเชียวเหรอ ก็แค่ให้เขาเลี้ยงตอนคุณอยู่ที่ทำงานสิ ไม่ใช่เลี้ยงตลอด และคนอื่นๆ เค้ายังหาคนเลี้ยงดี ๆ ได้มีถมไป หลายความคิดเห็นก็คัดค้านครับ นั่นก็แสดงว่า.........แล้วไอ้เรื่องขัดสนเงินทองนี่ ทุกคนก็เจอละครับผมคนนึงล่ะ แต่ก็ย่อมมีทางออกครับ ทุกวันนี้ รายได้ผมก็ไม่พอใช้ งานบริษัท ทำ 8 ชม. วันนึงมีตั้ง 24 ชม. หลังเลิกงาน ผมยังเอาเวลามาทำรายได้ได้อีกเพราะฉะนั้นความที่ว่าไม่มีตังค์กินน่ะใช้ไม่ได้กับคนขยันหรอกครับ...อ้อ..วางแผนที่ดี..คิดทบทวน..ลงมือกระทำ(สิ่งที่ดีที่ถูกต้อง) ความผิดพลาดหรือปัญหาลำบากที่ตามมาไม่มีครับ ถึงมีก็น้อย
โดย : Blue     วันที่ :2006-08-10 11:22:59    IP :202.183.244.xx   
ความคิดเห็นที่ 53
ดีซะอีกเราว่า ให้เด็กได้อยู่ใกล้ผู้ปกครองในช่วงหนึ่งของเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วในวันหนึ่งๆ เรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนอื่น (ผู้ใหญ่) แบบว่าเค้าทำงาน เราควรทำตัวแบบไหน แรกพวกซนหน่อยก็เสียงดัง วิ่งไปมา พอสักระยะเค้าก็เรียนรู้ได้นะ ที่ทำงานเค้าก็เอาลูกมา แรกแบบที่บอก เดี๋ยวนี้ดีขึ้น แถมดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นด้วยซ้ำทั้งๆ ที่ยังไม่ถึง 10 ขวบเลย บางคนก็ได้เพื่อนเพิ่ม ... ความจริงถ้าเด็กเสียงดังพ่อแม่เค้ามักต้องปรามๆ บ้างอยู่แล้ว คุณก็สามารถบอกเค้าได้ ..บอกนะ ไม่ต้องใส่อารมณ์หรอก .. เพียงแต่บางครั้งคนอื่นนอกบริษัทมองดูเหมือนไม่ค่อยดี แต่เราสอนเค้าได้
โดย :     วันที่ :2006-08-10 11:22:55    IP :58.10.143.xx   
ความคิดเห็นที่ 52
เราว่ามันอยู่ที่พื้นฐานของจิตใจคนมากกว่านะ เรายังไม่มีลูกนะ แต่เราไปบริษัทย่าเราตั้งแต่เราเด็กๆ จนเราโต ปิดเทอมก็ไปทุกวัน ก็ไม่เห็นคนอื่นเค้าทำงานไม่ได้ แถมคนอื่นเค้ายังพาลูกมาเล่นกับเราอีกตะหาก มันไม่ได้ไปทำความเดือดร้อนให้ผู้ร่วมงานคนอื่นเลยสักนิด
โดย : GiBza     วันที่ :2006-08-10 11:11:45    IP :124.120.222.xx   
ความคิดเห็นที่ 51
ถ้าไม่ได้พามาบ่อยๆก็ Ok นะ ปล่อยๆเค้าไปเถอะค่ะ แต่ถ้าพามาบ่อยซะจนรบกวนการทำงานของคนอื่น มันก็ไม่ไหวเหมือนกัน อย่าง office เราก็มีนะ เวลาลูกค้าโทรมาติดต่อ เสียงเด็กร้อง งอแงเหมือนไม่ใช่ที่ทำงาน คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องเลย จะว่าก็เกรงใจ
โดย : Cheese Cake     วันที่ :2006-08-10 11:01:44    IP :203.149.41.xx   
ความคิดเห็นที่ 50
พี่ที่ทำงานก็มีเอาลูกมานะ เป็นเด็กขี้โวยวายด้วย แต่ก็ไม่เห็นมีใครบ่นซักคน

บางทีคุณเจ้าของกระทู้ต้องเปิดใจให้กว้างซักนิดนะ บางบ้านเขามีกันแค่พ่อแม่ลูก เงินเดือนไม่ได้มากพอจะจ้างใครมาดูลูกให้ ต่อให้เงินมากพอแต่ถ้าคนที่จะมาเลี้ยงลูกคุณสอนให้ลูกคุณพูดภาษาถิ่นได้ก่อนภาษากลางล่ะ หรือคุณแน่ใจเหรอ ว่าคนที่มาเลี้ยงลูกคุณจะไม่เอาอะไรแปลกๆ มาใส่ให้ลูกคุณหัดจำแต่เล็กแต่น้อย

ที่ทำงานหัวหน้าเขาเข้าใจเรื่องพวกนี้ ถ้าไม่มีใครอยู่บ้านเอาลูกมาเลี้ยงได้ เพราะการเลี้ยงเด็กเล็กๆ น่ะ มันลำบากสุดๆ เลย ลองคุณมีลูกแล้วก็จะรู้เอง

อ้อ ไม่ใช่ว่ามีลูกแล้วโยนให้เมียรับผิดชอบแต่คนเดียวล่ะ อันนั้นก็น่าเกลียดเกินไป ไร้รับผิดชอบสิ้นดี
โดย : AAA     วันที่ :2006-08-10 11:01:34    IP :58.136.74.xx   
ความคิดเห็นที่ 48
เจ้าของกระทู้ช่วย print กระทู้นี้เก็บไว้ด้วยนะครับ
เผื่อวันข้างหน้า คุณมีลูก คุณจะได้เอาที่คุณ print ไว้มาอ่านครับ
โดย : นะครับ     วันที่ :2006-08-10 08:31:38    IP :61.7.152.xx   
ความคิดเห็นที่ 47
พวกมืงทำงานห่วยกันเองอย่ามาโทษเด็กเลยว่ะ
โดย : จอน     วันที่ :2006-08-10 08:06:05    IP :58.9.108.xx   
ความคิดเห็นที่ 46
ใจเขาใจเรา
โดย : ทั้งสองคน     วันที่ :2006-08-10 02:23:48    IP :124.120.129.xx   
ความคิดเห็นที่ 45
ที่ทำงานไม่ใช่สถานที่เลี้ยงเด็ก อย่าหาว่าใจแคบใจดำเลย
เคยเจอบางคน เอามาก็ต้องมาฝากพวกเราเลี้ยง แล้วตัวเองก็ไปธุระข้างนอก
แล้วจะเอามาทำไมวะ ในเมื่อ ตอนเมิงเอากัน ก็ไม่ได้ให้กุไปนั่งดูด้วย
แล้วพอมีลูก ก็จะมาให้กุช่วยเลี้ยง บ้าป่าววะ
โดย : ตังกวย     วันที่ :2006-08-10 02:12:35    IP :58.9.158.xx   
ความคิดเห็นที่ 44
เห็นใจหัวอกคนเป็นแม่บ้างเขาคงลำบากใจ อึดอัดใจ ไม่มีใครเขาอยากเอามาหรอก
โดย : mami alex     วันที่ :2006-08-10 00:57:47    IP :89.48.245.xx   
ความคิดเห็นที่ 43
อ้าว คนอย่างเจ้าของกระทู้ ตั้งกระทู้นี้เสร็จ อ่านที่เพื่อนๆลงความคิดเห็นกันไปบ้างแล้ว
ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับคุณ
เสร็จแล้ว ลองเข้าไปอ่านกระทู้นี้ดูนะค่ะ เผื่อจะรู้สึกดีขึ้น

http://webboard.mthai.com/10/2006-08-09/257837.html
โดย :     วันที่ :2006-08-09 21:58:14    IP :86.200.159.xx   
ความคิดเห็นที่ 42
ต้องเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่บ้างนะ... เขาคงจำเป็น บางทีลูกปิดเทอม อะไรงี้... (แต่ทุกวันไม่ไหวนะ และคงไม่มีใครเอาลูกไปด้วยทุกวันมั้ง)

ดูเรื่องซุปเปอร์แมน ภาคล่าสุดนี้ป่าว นางเอกยังเอาลูกไปที่ทำงานด้วยเลย
โดย : 000     วันที่ :2006-08-09 20:44:56    IP :161.246.1.xx   
ความคิดเห็นที่ 41
ความคิดเห็นที่ 24
คห. 21 ถามจริงเหรอที่บอกว่าไม่มีเงินจ้าง นั่นเป็นเพราะว่าคุณไม่รู้จักวางแผนมากกว่า วิธีแก้ปัญหาคุณก็แบบนี้ แบบว่าไม่รู้จักแยกแยะแบ่งเวลา แต่นับถือคุณจริง ๆ ที่บอกว่า
เราไม่สะเทือนเลยนะหากคุณจะมองว่าเราเป็นพนักงานที่ย่ำแย่เอาลูกมาทำงานน่ะ คนเป้นแม่น่ะ หน้าหนาทั้งนั้นแหละ หากเจ้านายทนไม่ไหวจริงๆ จะไล่ออกก็ได้ บอกมา จะไปหางานอื่น

พูดเหมือนคนไม่คิดอะไรนอกจากความจำเป็นของคุณคนเดียว คุณอื่นเขาก็มีลูกเหมือนกันทุกคนมีความขัดสนกันทั้งนั้นล่ะแต่เขาก็ต้องหาทางแก้ใขได้

**************************************************

นี่ ขอโทษนะจ๊ะคห 24 ฉันท้องก่อนแต่งอ่ะ พลากน่ะเข้าใจไหม ป้องกันแล้วแต่หลุด นายพูดไม่ผิดเลยที่ฉันไม่ได้วางแผนชีวิตตัวเอง ขอโทษทีพอดีท้อง แต่ยังมีจิตใจเก็บลูกไว้เฟ้ย ไอ้คนพูดน่ะ เอาให้ชัวร์ว่าไม่ได้ทำใครเค้าท้องแล้วไปทำแท้งละกัน หากทำก็ขอให้กรรมติดจรวดมิดไซด์เลย

นี่จะบอกให้นะ มองโลกให้มันกว้างกว่าที่ตัวเองอยู่หน่อย ลองดูคนที่เค้ามีปัญหาดูบ้าง คนมีปัญหาต่างกัน การติดสินและการแก้ไขปัญหาต่างกัน ไม่มีใครอยากโดนด่าหรอก ไม่มีใครเอาลูกไปทำงานเพราะว่าสนุกสนานหรอก เอาใจเค้ามาใส่ใจเราบ้าง ที่เราพูดว่าเราไม่แคร์หากเค้าจะไล่เราออกเพราะว่าเราไม่มีทางอื่น ให้เสียตังค์จ้างคนมาเลี้ยงแพงก็ยอมอ่ะนะ แต่บางทีเนี่ย หากที่บ้านไม่มีตังค์กินเลยล่ะ หากแฟนเราโดนไล่ออกล่ะ หากคนที่มาเลี้ยงลูกให้ไม่น่าไว้ใจล่ะ นายคิดถึงความจำเป้นข้อนี้บ้างไหม เราเองเคยมีตังค์เหลือในกระเป่าแค่ 20 บาทนะ ก็ซื้อนมให้ลูกหมดเลย ซื้อเผื่อไว้ก่อน มันคือความรักของแม่ที่ต้องยอมทนทำทุกอย่าง บากหน้าแม้ใครจะมองว่าเลวอ่ะนะ

อย่าเอาแต่คิดดูถูก นั่นเพราะคุณไม่เคยประสบกับปัญหาแบบนี้ อยากถามนิดนึงว่า คุณเคยมีปัญหาที่แก้ไม่ตกบ้างไหม หากคุณมีปัญหาแบบนั้นแล้วมีคนดูถูกคุณ มีคนว่าคุณ คนที่ไม่มีลูกอาจจะท้อถอยได้ แต่แม่ท้อไม่ได้ ถามแม่สิ กลับไปถามแม่ก่อนแล้วค่อยมาตอบเรานะ

**************************ถึง คห. 25
เราเห็นด้วยว่าหากรู้ว่าลูกไม่สามารถสงบเสงี่ยมได้ไม่ควรไปดูหนัง เราไม่ได้ดูมา 1ปีแล้ว เกรงใจคนอื่นเค้า แล้วก็หาคนรับฝาหลูกไม่ได้ ก็ไม่ไป มีจิตใจดีพอ
โดย : คห 21เฟ้ย ไอ้คห24     วันที่ :2006-08-09 19:30:52    IP :60.234.245.xx   
ความคิดเห็นที่ 40
ที่ทำงานเราส่วนใหญ่เวลาเค้าเอาลูกมา ลูกมักจะเอาหนังสือมาอ่านหรือเอาสมุดมาวาดรูประบายสี
ไม่กวนคนอื่นนะ เราก็ไม่เดือดร้อนอะไร ว่างๆพักกลางวันยังคุยเล่นกับเด็ก
ก็ทำให้หายเครียดจากงานได้นะ
โดย : รักเด็ก     วันที่ :2006-08-09 19:06:45    IP :124.120.129.xx   
ความคิดเห็นที่ 39
ตัวเองไม่มีสมาธิ โทษเด็กก็ยังทำได้ น่าเกลียดทุเรศที่สุด ทำยังกะตัวเองไม่เคยเป็นเด็ก หรือว่าออกมาจากท้องพ่อท้องแม่แล้วแก่เลย ชัวร์เลย คนแบบนี้
โดย : ดดด     วันที่ :2006-08-09 17:54:38    IP :58.136.169.xx   
ความคิดเห็นที่ 38
กกก
โดย : กกก     วันที่ :2006-08-09 17:53:20    IP :58.136.169.xx   
ความคิดเห็นที่ 37
เฉยๆ นะ ได้แกล้งเด็กด้วย หนุกดี
ก็่ช่วยไม่ได้อ่ะนะ พ่อแม่เขาก็ทำงานที่เดียวกับเรา ปู่ ย่า ตา ยาย ก็อยู่ ตจว. กันหมด มันจำเป็น วันเสาร์ที่ลูกไม่ได้ไปโรงเรียนเขาก็ต้องพามา เราก็ต้องเข้าใจเขาด้วย
โดย : ขอนิดนึง     วันที่ :2006-08-09 17:42:54    IP :58.9.184.xx   
ความคิดเห็นที่ 36
เห็นด้วยกะ ความเห็นที่ 21 นะคะ
ไอ้คนแบบพวกเจ้าของกระทู้ มันเป็นพว กใจแคบ ใจดำ ขนาดเด็กไร้เดียงสา มันยังไม่เว้น
ไม่คิดถึงใจเค้าใจเรา ใครจะอยากเอาลุกมาที่ทำงาน ถ้าไม่จำเป็นจิงๆ
มีลูกเหมือนกันคะ เข้าใจ ตอนนี้ก็จ้างคนเลี้ยง แสนแพง จะเกินครึ่งของเงินเดือนอยู่แล้ว แต่จะทำไงได้ เพื่อลูก ก็ทำได้ทุกอย่าง ดีที่ยังมีคุณยายคอยช่วยออกค่าใช้จ่าย (ยายก็ต้องทำงานเหมือนกัน)
จะลองดูซิ ถ้ามันมีลูก แล้วมันจะทำยังไงงงงง.....
โดย : เกลียดพวกใจแคบ     วันที่ :2006-08-09 17:24:45    IP :210.213.20.xx   
ความคิดเห็นที่ 35
เราเฉย ๆ นะ เพลินดี ทำงานไป ฟังน้องคุยอะไรก็ไม่รู้ไป ไม่เสียสมาธิการทำงานนะ สมมุติว่าน้องมาขี่คอเราเวลาทำงานก็ว่าไปอย่าง ใช่ป่ะ
โดย : pook     วันที่ :2006-08-09 16:42:35    IP :203.156.83.xx   
ความคิดเห็นที่ 34
เห็นใจที่คุณแม่ไม่มีคนดูแลลูกให้ นี่เป็นปัญหาสำคัญมาก ๆ สำหรับคนเป็นแม่ จะหยุดงานมาดูลูกบ่อย ๆ ก็คงโดนไล่ออกจากงาน เอาลูกมาเลี้ยงที่ทำงานก็ไม่เหมาะ เกรงใจเพื่อนร่วมงาน นายจ้างก็จะตำหนิได้ ลำบากใจจริง ๆ
โดย : kan     วันที่ :2006-08-09 15:59:53    IP :203.170.142.xx   
ความคิดเห็นที่ 33
สำหรับตัวเองแล้ว เฉยๆ เรามีงานเราก็ทำของเราไป ไม่เป็นไร เห็นใจคนมีลูกคงเหนื่อยน่าดูทั้งทำงานทั้งเลี้ยงลูก
โดย : คนโสดไม่เคยมีลูก     วันที่ :2006-08-09 15:18:04    IP :203.114.107.xx   
ความคิดเห็นที่ 32
สำหรับตัวเองแล้ว เฉยๆ เรามีงานเราก็ทำของเราไป ไม่เป็นไร เห็นใจคนมีลูกคงเหนื่อยน่าดูทั้งทำงานทั้งเลี้ยงลูก
โดย : คนโสดไม่เคยมีลูก     วันที่ :2006-08-09 15:17:23    IP :203.114.107.xx   
ความคิดเห็นที่ 31
ก็ยังดีกว่าเอาเมียมาทำงานด้วย เหมือนที่ออฟฟิตเราล่ะ
โดย : ..     วันที่ :2006-08-09 15:11:26    IP :58.8.47.xx   
ความคิดเห็นที่ 30
เราก็เคยเอาลูกไปเลี้ยงที่ทำงานนะ แต่ห้องทำงานเป็นห้องส่วนตัวเลยไม่มีปัญหาเท่าไร นอกจากคนที่ไม่ชอบเห็นเราดีกว่าก็นินทาว่าร้ายไป แต่ไม่ใช่ว่าเอาไปทุกวันมันก็เกินไป ก็พกไปด้วย(ของเล่นมั๊ยเนี่ย) ตอน ร.ร.น้องเขาหยุดแต่เราไม่ได้หยุดเท่านั้น แต่โดยส่วนใหญ่ที่ทำงานเขาก็เข้าใจนะค่ะ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็พยายามไม่ให้ลูกไปกวนใจคนอื่น ถ้าเสียงดังก็พาไปข้างนอกสักพักแล้วค่อยเข้ามาทำงานใหม่ ใจเย็น ๆ ค่ะ หากวันหนึ่งเมื่อคุณมีลูกคุณจะเข้าใจค่ะว่าทำไม?
โดย : mmm     วันที่ :2006-08-09 15:06:01    IP :203.131.212.xx   
ความคิดเห็นที่ 29
สงสารทั้งแม่และเด็กอ่ะ คงเหนื่อยและอึดอัดพอดู เราเหนใจอ่ะ
โดย : o     วันที่ :2006-08-09 15:01:20    IP :124.121.58.xx   
ความคิดเห็นที่ 28
เราว่าเค้าคงมีเหตุผลจริงๆนะ สมัยนี้ค่าครองชีพสูง จะไปจ้างคนมาเลี้ยงคงไม่ไหวหรอก ถ้าไม่รวยอะ
โดย : umm     วันที่ :2006-08-09 13:50:23    IP :202.44.8.xx   
ความคิดเห็นที่ 27
คห. 25 แยกแยะหน่อยค่ะ ที่ทำงานกะโรงหนังเอามาปนกันได้ไง ...เวลาจะด่าอย่าเหมารวมค่ะ
โดย : june     วันที่ :2006-08-09 13:45:52    IP :202.183.244.xx   
ความคิดเห็นที่ 26


เอาใจเขามาใส่ใจเราค่ะ

โดย : แพศยามารยาพิษ     วันที่ :2006-08-09 13:43:00    IP :58.136.74.xx   
ความคิดเห็นที่ 25
พอกับไอ้กระทู้เอาลูกเข้าไปสร้างความวุ่นวายเดือดร้อนให้คนอื่นในโรงหนังเลย ไอ้พวกมีลูกแล้วก็บอกไม่ผิด ไอ้พวกยังไม่มีลูกก็บอกผิด สรุปว่า สังคม แม่งมีแต่คนเห็นแก่ตัว ความเห็นส่วนตัว ทำเชี่ยไรก็แล้วแต่ ถ้าคนอื่นเดือดร้อน ไม่มีความสุข จากที่เป็นอยู่ ถือเป็นการทำเลวทั้งนั้น การอ้างว่าแล้วจะทำยังไง ถ้าไม่พาลูกไปแล้วใครจะเลี้ยง อะไรอย่างนี้ถือเป็นการเห็นแก่ตัวทั้งสิ้น ทางแก้คือไม่ควรทำการใด ๆ ที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนแม้ขี้เล็บเลย การมีลูกแล้วทำให้ควรอื่นเดือดร้อนควรคิดให้ดีก่อนที่จะมีลูก คิดเผื่อด้วยว่าคนอื่นจะเดือดร้อนเพราะเรา หรือคนในครอบครัวเราหรือไม่ ถ้าเดือดร้อน ก็อย่าเพิ่งให้เกิด ถ้าให้เกิดนั่นคือการเห็นแก่ตัว อาจจะเลว มาตั้งแต่บรรพบุรุษแล้วก็ได้
โดย : ใคร จัน รณ     วันที่ :2006-08-09 13:26:40    IP :125.24.109.xx   
ความคิดเห็นที่ 24
คห. 21 ถามจริงเหรอที่บอกว่าไม่มีเงินจ้าง นั่นเป็นเพราะว่าคุณไม่รู้จักวางแผนมากกว่า วิธีแก้ปัญหาคุณก็แบบนี้ แบบว่าไม่รู้จักแยกแยะแบ่งเวลา แต่นับถือคุณจริง ๆ ที่บอกว่า
เราไม่สะเทือนเลยนะหากคุณจะมองว่าเราเป็นพนักงานที่ย่ำแย่เอาลูกมาทำงานน่ะ คนเป้นแม่น่ะ หน้าหนาทั้งนั้นแหละ หากเจ้านายทนไม่ไหวจริงๆ จะไล่ออกก็ได้ บอกมา จะไปหางานอื่น

พูดเหมือนคนไม่คิดอะไรนอกจากความจำเป็นของคุณคนเดียว คุณอื่นเขาก็มีลูกเหมือนกันทุกคนมีความขัดสนกันทั้งนั้นล่ะแต่เขาก็ต้องหาทางแก้ใขได้
โดย : Blue     วันที่ :2006-08-09 13:18:55    IP :202.183.244.xx   
ความคิดเห็นที่ 23
เคยเห็นเพื่อนร่วมงานเอาลูกมาเลี้ยง หรือเอามาที่ทำงานนะ แต่ไม่ได้ซีเรียส เด็กๆ ก็เล่นตามประสาเด็ก ช่างถามตามประสา ถ้าเขาเห็นเรายุ่งกับงาน เขาก็ไม่เข้ามาวุ่นวาย เราว่า...แล้วแต่มุมมองนะ อยากให้อยู่ในสายกลาง หากให้เขาลาหรือหายแว๊บไป แล้วทิ้งงานให้เป็นภาระกับเพื่อนร่วมงาน กับแบบนี้ จะเลือกแบบไหน อีกอย่างแต่ละคนชีวิตไม่เหมือนกัน บางคนพร้อมมีลูกก็มีคนดูแลมีคนเลี้ยง บางคนก็ไม่มี สุดท้ายเราคิดว่าคนที่เป็นพ่อแม่เด็ก หากเด็กไปทำลายสมาธิคนอื่น เขาก็คงเอ็ดและลงโทษ นะ ... หรือไม่คุณก็บอกคนเป็นพ่อแม่ ..ให้เบรคเด็กๆ ไม่ให้ทำลายสมาธิคุณ...หรือคนอื่นๆ ...เพื่อนร่วมงานคุยกันได้นะ.....
โดย : คนโสดเหมือนกัน     วันที่ :2006-08-09 13:11:35    IP :203.113.0.xx   
ความคิดเห็นที่ 22
ตอนนี้เรากำลังจะมีลูก,ไม่มีคนช่วยเลี้ยง,เงินเดือนน้อย,พ่อของลูกไม่อยู่แล้ว
จะให้ทำยังไงกับลูกที่จะเกิดดีค่ะ
โดย : jung     วันที่ :2006-08-09 12:57:54    IP :61.47.65.xx   
ความคิดเห็นที่ 21
ขอถามนิด ไอ้พวกที่ด่าๆเนี่ยไม่มีลูกใช่ไหม ลองมีซักคนสิ หรือกลับบ้านไปถามแม่ซักนึดนึงว่ากว่าจะโตมาเป็นคนได้น่ะแม่ต้องลำบากอะไรบ้าง

*** อย่างน้อยก็ต้องยอมหน้าด้านให้ไอ้คนไร้จิตใจที่ทำงานมันด่าเอาว่าเอาลูกมาทำงาน***

แต่ก่อนเราไม่มีลูกนะก็ไม่เข้าใจหรอกเห็นคนท้องยังน่ารำคาญเลย

พอมีเองเท่านั้นแหละ เห็นคนท้องทำไรนี่เราหยุดรถเลย แล้วก็มองด้วยว่าเค้าอยู่ในอาการที่ต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่าแรงดีหรือเปล่า

เราเองท้อง แพ้ท้องจนอาเจียนทั้งวัน น้ำหนักลดไป 5กิโลแค่2เดือน กินอะไรไม่ได้ นั่งรถก็รู้สึกกระเทือนเจ็บไปหมด กว่าจะคลอดได้กลายเป็นว่าพอลูกเกิดมาลำบากกว่าตอนท้องอีกเพราะว่าต้องดูแลเค้าตลอด

พอคลอดลกมา สามีป่วยเลี้ยงลูกให้ไม่ได้ก็ต้องเอาลูกไปที่ทำงาน วันไหนสามีมีธุระจำเป็นก็ต้องเอาลูกไปที่ทำงาน เพราะไม่มีคนอื่นเลี้ยงให้ พอเอาลูกไป ไอ้คนที่รักเราก็คุยดี เล่นกับลูกเป็นอย่างดี แต่คนที่เกลียดเราก็คงจะมานั่งคิดแบบเจ้าของกระทู้นี่แหละ

ขอบอกว่าเราไม่สะเทือนเลยนะหากคุณจะมองว่าเราเป็นพนักงานที่ย่ำแย่เอาลูกมาทำงานน่ะ คนเป้นแม่น่ะ หน้าหนาทั้งนั้นแหละจอบอกให้เพราะว่าความที่รักลูกแล้วจะต้องเลี้ยงดูลูกไง คนอื่นว่ายังไงมองยังไงทนไม่ได้ก็ต้องพยยามอดทน หากเจ้านายทนไม่ไหวจริงๆ จะไล่ออกก็ได้ บอกมา จะไปหางานอื่น แต่ว่าในใจเราน่ะสาบแช่ว่ะ จะสาบส่งไอ้คนใจโหด ไม่ได้มีความโอบอ้อมอารีย์กับคนที่เค้าไม่ค่อยมีเงินแล้วก็ต้องมาทำงาน แต่เราก็สงสารคนประเภทนี้นะ เพราะว่าเกิดมาคงยังไม่เคยมีโอกาสเป็นแม่คน หรือหากเป็นแม่คนแล้วมีความคิดแคบๆอย่างนี้ก็สงสารลูกอ่ะ

หากรวยนะ จ้างพี่เลี้ยงเด็กแล้วล่ะแต่นี่มันไม่มีกะตังค์ไว้ย

จะให้บริษัทมาจัดเป็นสัดส่วนเค้าก็คงไม่มาทำให้หรอกต้องมีค่าใช้จ่ายตั้งเยอะ เมืองนอกน่ะบางแห่งเค้ามีจริงแต่เพราะว่าเมืองนอกเค้าคิดว่าหากลูกมาที่นี่แม่ก็ไม่ต้องก่วงมากและอาจเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแม่เพราะไม่ต้องกังวลเรื่อง รับ ลูก ส่งลูก จะได้ทำงานให้เค้าเต็มที่ ตราบไดที่เมืองไทยยังไม่เห็นความสำคัญของเด็กล่ะก็มีมีแบบนั้นหรอกไม่ต้องหวัง

พอไม่มีแม่ก็เลยต้องเอาลูกมาที่ทำงานแบบเนี้ย ยอมหน้าด้านแบบเนี้ย บ่นกันไปเหอะเพราะว่าแม่ก็ทำอยู่ดี เพราะว่าแม่เลือกที่จะเลี้ยงลูก และที่สำคัญ งานกับลูก แม่เลือกลูกอยู่แล้ว

กลับไปถามแม่แม่กันนะว่าเคยยอมทนหน้าด้านให้คนอื่นเค้าด่าเพราะว่าแม่รักลูกหรือเปล่า

โดย : เอาเข้าไป     วันที่ :2006-08-09 12:36:58    IP :60.234.245.xx   
ความคิดเห็นที่ 20
ไม่มีใครเขาเอาลูกมาเลี้ยงที่ทำงานกันทุกคนหรอก มันอาจจะมีความจำเป็นจริงๆ เช่น ลูกไม่สบายไม่ได้ไปโรงเรียน ที่บ้านก็ไม่มีคนเลี้ยง ไม่มีใครเขาอยากจะเอาลูกไปเลี้ยงที่ทำงานโดยไม่จำเป็นหรอกนะ
โดย : แม่คนหนึ่งในโลกใบนี้     วันที่ :2006-08-09 12:09:23    IP :125.25.8.xx   
ความคิดเห็นที่ 19
ตอนเด็กๆ แม่เราก็พาเราไปที่ทำงาน วันเสาร์อ้ะ เพราะไม่มีใครดูแลเรา แต่พี่ๆเลขาแม่ใจดีมากๆและชอบมาเล่นกับเรา เจ้านายแม่ก็ไม่ว่าอะไรเพราะแม่เราเป็นผู้จักการใหญ่ เจ้านายเป็นชาวต่างชาติ ไว้วางใจให้แม่เราตัดสินใจแทนทุกอย่าง

เวลาง่วงเราก็นอนไต้โต๊ะทำงานแม่ บางทีลูกค้ามาคุยงาน เราเดินออกมาจากไต้โต๊ะลูกค้าก็ไม่ว่าอะไรนะ เค้าคงเข้าใจว่าแม่เลี้ยงลูกคนเดียว... และแม่เราก็เป็นผู้หญิงเก่งมากๆในสายตาเราหล่ะ
โดย : 785     วันที่ :2006-08-09 12:07:44    IP :203.149.29.xx   
ความคิดเห็นที่ 18
เราว่าเอามาก็จัดให้นั่งเป็นสัดส่วนอย่ารบกวนการทำงานนะ

เห็นใจหน่อย ไม่ใช่อ้างว่า แหม อีกหน่อยมีลูกก็มาตั้งกระทู้ดิ พูดเห็นแก่ตัวแบบนี้ แบบนี้ก็อยากบอกเหมือนกันว่าถ้าคุณเอาเด็กมาแบบไม่เห็นแก่ตัว ใครเขาจะด่าล่ะ

เราเจอนะประเภท เด็กประถมพี่น้อง(พ่อแม่เดียวกัน และคนละพ่อแม่) เข้ามาห้องทำงาน (ไม่ไปเล่นห้องอื่นที่เป็นห้องพักเพราะไม่มันส์) เล่นไปเล่นมาเสียงดังมากๆๆๆๆๆถึงมากสุด อยู่ๆเด็กก็กรี๊ดดดดด แล้วร้องไห้ ทีนี้แม่มันจะทำไงก็ไม่หยุด อีกคนที่เป็นคู่กรณีก็ร้องไห้ๆๆๆ

พวกแม่มีลูกที่ไม่โตพอ เห็นใจเพื่อนร่วมงานบ้างนะ

อีกแบบนึงคือพวกอ้างว่าเดี๋ยวขอแวบไปรับลูกขอกลับเร็ว เดี๋ยวขอออกไปทำธุระให้ครอบครัว ไม่รู้อ้างหรือเปล่า แวบบ่อยมากๆๆๆๆๆๆ อย่างนี้ตายเลย เพื่อนร่วมงานก็ได้ค่าจ้างเท่ากันแต่ทำงานให้แทนนะ แย่ๆๆๆๆๆๆ

เห็นด้วยคะ คห 15 เคยอ่านเจอเหมือนกัน เขาแยกเป็นสัดส่วน และทำกับแค่เด็กเล็ก ฝรั่งเขามีวินัยนะ ไม่ใช่ทำได้ตามใจคือไทยแท้
โดย : เซ็ง     วันที่ :2006-08-09 11:47:09    IP :161.200.40.xx   
ความคิดเห็นที่ 17
ไม่เห็นด้วย ทำให้ทำงานไม่เต็มที่
โดย : cnnew39     วันที่ :2006-08-09 11:42:38    IP :202.28.244.xx   
ความคิดเห็นที่ 16
คุณ คห. 15 เยี่ยมมากค่ะ คุณแม่บ้านที่ทำงานและชอบพาลูกมา น่าจะได้อ่านด้วย โดยเฉพาะ คุณ ๆ ที่เอามาจนเป็นนิสัยนะ
โดย : Blue     วันที่ :2006-08-09 11:27:04    IP :202.183.244.xx   
ความคิดเห็นที่ 15
มันก็ต้องขึ้นอยู่กับระเบียบขององค์กร แต่ถ้าเป็นแบบนั้น ไม่ควรมาอยู่ในบริเวณสำนักงานควรมีสถานที่แยกไว้เพราะสถานที่ทำงานก็บอกแล้วว่า ใช้ทำงาน ไม่ใช่เลี้ยงลูก ถ้าจะเลี้ยงก็เอาไปเลี้ยงที่บ้าน

ถึงจะมีการบอกว่า เมืองนอกก็ทำแบบนี้ แต่นี่คือเมืองไทยไม่ใช่เมืองนอก และถึงเป็ฯเมืองนอก เค้าก็ไม่ได้เอามาปะปนอยู่ในออฟฟิศ แต่เค้าจะแยกเป็นห้อง Nusery Room ไปเลย

จะเอาอย่างเค้าก็ต้องเอากฏระเบียบเค้ามาด้วย ไม่ใช่จะมาทำง่ายๆ แบบนี้ แถมฝรั่งเค้าก็ไม่ได้ทำแบบว่า 2 ชั่วโมงเดินมาเล่นกะลูก งานการไม่ได้ทำกัน เค้าจ้างคนดูแลลูกเค้าเลย เพียงแต่ว่า มันใกล้ชิดแม่ เวลาพักก็มาดูได้ เวลามีอะไรเกิดขึ้นก็มาดูแลได้ทันที
โดย : กระพรวน     วันที่ :2006-08-09 11:17:33    IP :203.147.3.xx   
ความคิดเห็นที่ 14
ใจกว้างนิดนึงนะ เค้าอาจมึเหตุจำเป็นจริงๆ
โดย : เจ้านาย     วันที่ :2006-08-09 11:15:31    IP :203.150.64.xx   
ความคิดเห็นที่ 13
จำเป็นจริง ๆ แล้วเอามาเลี้ยงพอรับได้ค่ะ แต่เราเคยไปฝึกงานที่หน่วยงานราชการมาค่ะ คุณพี่ ๆ แกนอกจากเอาเวลาทำงานแว้บไปรับลูกที่โรงเรียนแล้วยังเอามาที่ทำงานทุกเย็นเลยค่ะ ไม่ใช่เอามาธรรมดานะคะ เด็กก็น่ารักอยู่หรอกค่ะ แต่ว่าเรื่องอุปกรณ์สำนักงานนี่ก็กระไร เงินภาษีของชาวบ้านทั้งนั้น เขาเอามาประเคนคุณหนู ๆ กัน ใหนจะเล่นเกมส์ในคอมพิวเตอร์ รบกวนสมาธิคนอื่น คุณแม่ และคุณเพื่อนร่วมงานก็พลอยสนุกสนานไปด้วย งานเอกสารต่าง ๆ ที่แต่ละอำเภอ แต่ละหมู่บ้านที่ส่งมาก็ค้าง ๆ คา ๆ ผลัดวันประกันรุ่ง พอเขาโทรมาทวงทีก็ผลัดวันประกันรุ่ง ... ผ.อ ของหน่วยงานนั้นเขาก็เห็นแต่ไม่ได้เดือดร้อน ค่ะ แต่ก็อย่างว่าละลูก ๆ หลาน ๆ กัน เราก้แค่เด็กฝึกงาน จะไปจุ้นจ้านก็ใช่ที่เพราะก็เห็นเพื่อน ๆ ที่ไปด้วยกันเหมือนจายินดีมากกับองค์กรนั้น..

3 ปีผ่านมาแล้วค่ะ เราทั้ง 5 คนที่ฝึกงานที่นั่น 4 คนได้เข้าทำงานในหน่วยงานราชการเพราะสอบได้หรือพอกพ้องาติ ๆ เขาฝากฝังให้ พวกเขาให้เหตุผลว่ะ ง่าย สบาย มีเกียรติ ทำอะไรก็มีสิทธิพิเศษฝากลูกฝากหลานหางานก็ง่าย มีฉันคนเดียวค่ะที่เลือกทำงานบริษัทเอกชน อย่าให้เล่าถึงเหตุผลเลยค่ะ เพราะถ้าคุณเป็นคนที่รักคนไทยด้วยกันคุณคงจาเข้าใจ
โดย : shiny     วันที่ :2006-08-09 11:10:57