กทช.อุ้มผู้ใช้มือถือเติมเงิน วันหมด-เงินไม่หมด ห้ามตัดสัญญาณ
คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เล่นงานบริษัทมือถือ ออกประกาศห้ามตัดสัญญาณของลูกค้าระบบเติมเงิน หรือ "พรีเพด" หากจำนวนวันหมดแต่วงเงินยังเหลือ แฉผู้ให้บริการเอาเปรียบผู้ใช้บริการมานานแล้ว ด้าน"ทรู-ดีแทค" ค้านแหลก อ้างจะทำให้ระบบไม่พัฒนา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)ได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะร่างประกาศ กทช.ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบริการในกิจการโทรคมนาคม และร่างประกาศ กทช.เรื่องมาตรฐานของสัญญา ให้บริการโทรคมนาคมกับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีผู้เกี่ยวข้องในวงการโทรคมนาคม อาทิ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ ผู้ทรงคุณวุฒิ และประชาชนร่วมรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว
นายสุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการ กทช. กล่าวว่า การประกาศของ กทช. เรื่องมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม จะทำให้สัญญาระหว่างผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการโทรคมนาคม เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่จะต้องเปลี่ยนมาใช้สัญญามาตรฐานที่เหมือนกันทั้งหมด จากปัจจุบันเป็นสัญญาโดยปริยายเมื่อมีการขอใช้บริการ โดยผู้ให้บริการจะต้องชี้แจงรายละเอียดของสัญญาให้แก่ผู้ใช้บริการรับทราบ และสัญญามาตรฐานหากเป็นผู้ให้บริการในเครือเดียวกัน รายละเอียดของสัญญาต้องเหมือนกัน แต่หากเป็นผู้ให้บริการต่างเครือข่าย รายละเอียดของสัญญาอาจแตกต่างกันได้
นอกจากนี้ในประกาศ กทช.ข้อที่ 23 ได้กำหนดว่า ผู้ให้บริการจะต้องคืนเงินให้แก่ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน หากมีเงินเหลือและไม่ได้ใช้ โดยจะไม่สามารถตัดสัญญาณได้ เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจของ กทช. ดังนั้นการตัดสัญญาณได้จะต้องได้รับอนุมัติจาก กทช. ซึ่งปัจจุบันผู้ให้บริการทำผิดกฎหมายอยู่ ขณะเดียวกัน เมื่อผู้บริโภคยังมีวงเงินเหลืออยู่ จะต้องมีวิธีการคืนเงินส่วนที่เหลือให้ผู้บริโภคด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน อาจกำหนดค่ารักษาเลขหมายได้ เช่นเดียวกับค่ารักษาบัญชีเงินฝากของธนาคาร ซึ่งการคิดค่ารักษาเลขหมาย ทั่วโลกมีการกำหนดเช่นกัน
สำหรับประกาศของ กทช.ข้อที่ 23 ระบุว่า ในกรณีข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ให้บริการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการเกินกว่าจำนวนที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการจริง ผู้ให้บริการจะต้องคืนเงินส่วนต่างของค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่เรียก เก็บเกินแก่ผู้ใช้บริการภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ข้อเท็จจริงยุติ และผู้ให้บริการต้องชำระดอกเบี้ยในส่วนต่าง ในอัตราเท่ากับที่ได้เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการกรณีผิดนัด เว้นแต่ผู้ใช้บริการจะได้ตกลงเลือกให้ดำเนินการคืนเงินส่วนต่างที่เรียกเก็บ เกินเป็นอย่างอื่น ทั้งการคืนเงินส่วนต่างให้ผู้ใช้บริการ อาจคืนด้วยเงินสด เช็ค หรือนำเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ใช้บริการหรือตามวิธีการที่ผู้ใช้บริการแจ้ง ความประสงค์
"ปัจจุบันยังไม่มีหลักเกณฑ์มาควบคุมดูแลผู้ใช้บริการสื่อสารโทรคมนาคม จึงส่งผลให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบจากผู้ให้บริการ เมื่อมีร่างประกาศทั้ง 2 ร่างนี้แล้ว เชื่อว่าประชาชนจะได้รับบริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันมากยิ่งขึ้น ขณะที่อัตรา ค่าบริการก็จะมีแนวโน้มที่ถูกลง บนพื้นฐานการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม ซึ่งคาดว่าจะสามารถประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาได้อีกประมาณ 1 เดือน"
นายอนุภาพ ถิรลาภ ผู้อำนวยการสถาบันการบริหารสื่อสารไทย กล่าวว่า การกำหนดร่างดังกล่าว เพื่อให้เกิดโทรคมนาคมพอเพียง และโทรคมนาคมเพื่อคนยากจน โดยเฉพาะเรื่องของโทรศัพท์บัตรเติมเงิน(พรีเพด) ที่เป็นบริการเอาเปรียบผู้บริโภคซึ่งเป็นคนยากจน เพราะมีการกำหนดวันหมดอายุในบัตรเติมเงิน ร่างนี้จึงไม่ให้ผู้ประกอบการกำหนดวันหมดอายุการใช้งานลงไปในบัตรอีก โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้งานจนกว่าวงเงินจะหมด เช่น เติมเงิน 50 บาท ก็สามารถใช้บริการได้จนกว่าจำนวนเงินในบัตรจะหมด โดยไม่กำหนดว่าใช้ได้กี่วัน เป็นต้น ส่วนต้นทุนที่มีอยู่ก็สามารถเรียกเก็บจากลูกค้าในรูปแบบของการเก็บค่ารักษา เลขหมายก็ได้
"ตอนนี้มีลูกค้าหลายคนที่ใช้มือถือพรีเพด โดยที่วงเงินยังเหลืออยู่แต่หมดวันไปแล้วก็จะต้องโดนตัด ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค เพราะที่จริงแล้วมือถือในระบบพรีเพดมีหนี้เสียน้อยมากเพียง 2% เท่านั้น ไม่ต้องมีระบบบิลลิ่ง จึงไม่ต้องจ่าย 50 บาท/ฉบับ/เดือน และยังได้ประโยชน์จากฐานลูกค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดด้วย"ด้านนายอธึก อัศวนันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านกฎหมาย บริษัททรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวแย้งในร่าง ประกาศฯกทช.ฉบับนี้ว่า กรณีที่ห้ามให้ผู้ประกอบการ กำหนดวันหมดอายุ ของบัตรเติมเงินนั้นจะทำได้ หากแต่กทช.จะต้องออกประกาศค่า เชื่อมโยงโครงข่าย หรืออินเตอร์คอนเนคชั่น ชาร์จให้เห็นเป็นรูปธรรมเสียก่อน และต้องกำหนดให้ มีการเสียค่าธรรมเนียมในการใช้เครือข่ายที่ชัดเจนกว่านี้ หากยังทำไม่ได้เช่นนั้น กทช.ก็ยังไม่ควรออกร่างประกาศฯ ฉบับนี้ หากว่าลูกค้าไม่ยอมเติมเงิน ก็จะทำให้ผู้ประกอบการ เสียรายได้ ที่จะนำไปพัฒนาโครงข่ายให้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ผลประโยชน์จะตกอยู่ทางกทช .เอง เนื่องจากกทช.จะได้ค่าธรรมเนียมเลขหมายเบอร์ละ 1 บาท
อีกทั้งกรณีดังกล่าว จะทำให้เกิดการใช้เลขหมายที่สิ้นเปลือง และเลขหมายที่ใช้ก็จะไม่เกิดการหมุนเวียนอย่างทั่วถึง และการแข่งขันก็จะไม่เป็นแบบเสรี สำหรับกรณีที่ให้ผู้ประกอบการ แสดงโครงสร้างต้นทุนและแผนโปรโมชั่นล่วงหน้าก่อน 14 วัน ก่อนนำไปทำโฆษณา ให้ผู้บริโภครับทราบตนก็คิดว่า ไม่น่าจะทำได้เนื่องจากผู้ประกอบการแต่ละรายมีโครงสร้างต้นทุนไม่เท่ากัน โดยผู้ประกอบการรายใหญ่มีต้น ทุนต่ำกว่าผู้ประกอบการรายเล็กอยู่แล้ว ในส่วนของการเสนอแผนโปรโมชั่น ให้กทช.ทราบ จะเป็นการทำให้เกิดการทำโปรโมชั่นตัดหน้ากัน ซึ่งก็จะเกิดปัญหา การทำสงครามราคาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ก็จะนำไปสู่การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและเสรีอย่างแท้จริง
ด้านนายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดีแทค กล่าวว่า ร่างประกาศฯ กทช.ที่จะออกมานั้น ทาง กทช.ก็ สามารถทำได้เพราะเป็นผู้กำกับดูแลโดยตรง แต่ในกรณีที่ห้ามกำหนดวันหมดอายุของบัตรเติมเงิน ต้องดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย เพราะหากมี การห้ามการหมดอายุของบัตรเติมงินแล้ว จำเป็นต้องมีเลขหมายจำนวนมาก เอาไว้รองรับลูกค้า ที่จะสามารถซื้อเบอร์ใหม่เปลี่ยนได้ตลอด โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งเลขหมายที่จะต้องเตรียมไว้รองรับ อาจจะต้องมีมากถึง 100 ล้านเลขหมาย ดังนั้นอยู่ที่กทช.เองว่า จะสามารถเตรียมเลข หมายได้จำนวนเท่านั้นหรือไม่
ทั้งนี้นายธนายังกล่าวอีกว่า หากเกิดร่างประกาศกทช.นี้ จะทำให้เกิดการ ผูกขาดจากผู้ประกอบการรายใหญ่ของระบบ เพราะต้นทุนปัจจุบัน ผู้ประกอบการรายใหญ่ จะมีต้นทุนต่ำกว่าตามแนวทางตลาดอยู่แล้ว ฉะนั้นหากเกิดร่างประกาศฯ กทช.นี้ ก็จะเป็นการเอื้อประโยชน์ แก่ผู้ประกอบการรายใหญ่ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภาระ ด้านต้นทุน ในการจัดทำเลขหมายและตามเก็บเลขหมาย ที่ยังไม่รู้แน่ว่า เลขหมายดัง กล่าวมีผู้ใช้อยู่หรือเปล่า ก็จะทำให้เกิดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการรายเล็ก ที่ไม่สามารถแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ต้องออกนอกระบบการแข่งขันโดยปริยาย
"หากจะทำเช่นนี้ได้ กทช. ควรระบุมาด้วยว่า หากเลขหมายนี้ไม่มีการโทรเข้าโทรออกภายในกี่เดือน เราจะสามารถตัดสิทธิ์การใช้ได้ หรือมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม เดือนละ5-10 บาทก็ยังดี เพราะหากลูกค้าเปิดเบอร์ และไม่ใช้เลย เบอร์นั้นก็จะเสียไปเปล่าๆ ซึ่งเป็นการเสีย ทรัพยากรโดยใช่เหตุ ดังนั้นหาก กทช. จะห้ามไม่ให้กำหนดวันหมดอายุของบัตรเติมเงิน ก็ควรกำหนดรายได้ที่จะทดแทนให้ผู้ประกอบการ ด้วยเช่นกัน"นายธนากล่าว
ที่มาจากหนังสือพิมพ์
โดย :
tyler_durden
อีเมล์ :
วันที่ : 2006-05-26 15:40:28