home   |   sticker   |   picpost   |   memory   |   music   |   mtravel   |   chat   |   email   |  
กาลเทศะในโรงพยาบาล -=byหมอแมว=-

โรงพยาบาลรัฐบาลเป็นสถานที่สาธารณะทางสาธารณสุข มีคนเข้าออกมากมายไม่จำกัดชนชั้นเพศวัย เนื่องจากมีคนทั่วไปและมีผู้ที่เจ็บป่วยเข้าออกมากมาย ดังนั้นจึงมีกติกาที่ตั้งขึ้นมาร่วมกัน เพื่อจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข

แต่ปัจจุบันเกิดสิ่งที่เรียกได้ว่า "ผิดกาลเทศะ" เกิดขึ้นภายในรพ. บางอย่างเห็นผลในทันที บางอย่างแฝงอยู่ในรูปความไม่พอใจและก่อให้เกิดความเครียดมากขึ้น ก่อให้เกิดการกระทบกระทั่งง่ายขึ้น วันนี้จะมาบอกเล่าตีแผ่สิ่งที่เรียกได้ว่า ผิดที่ผิดทางภายในรพ.

1.บุหรี่
ได้ยินมาว่าปัจจุบันมีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในรพ. ถ้าใครฝ่าฝืนจะต้องโดนจับปรับ ทั้งในรพ.ก็มีโปสเตอร์เรื่องการสูบบุหรี่ว่าเป็นโทษต่อร่างกายของตนเองและคนรอบข้าง มีโปสเตอร์สัตว์ประหลาดที่ประกอบจากร่างกายผู้สูบบุหรี่ฯลฯ แต่ปัจจุบันนี้ วันไหนที่ผมไม่ได้เห็นคนสูบบุหรี่ในโรงพยาบาลแล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องผิดปกติ

ในการตรวจผู้ป่วยใน มีผู้ป่วยหลายคนมานอนป่วยในรพ.ด้วยเรื่องถุงลมโป่งพองเกิดอาการกำเริบ อย่างเช่นวันนี้ก็มีพระองค์หนึ่ง มานอนรพ.ด้วยเรื่องหอบ นอนอยู่หลายวันอาการก็ดีขึ้นบ้างแต่ยังไม่หายดี....... วันนี้ตอนไปตรวจ ก็เจอซองบุหรี่พร้อมทั้งไฟแช๊ก วางอยู่บนโต๊ะ... เป็นของลูกศิษย์ที่มาเฝ้านั่นเอง หรือบางครั้ง มาด้วยเรื่องหอบเหนื่อยจนแทบต้องใส่ท่อช่วยหายใจ แต่พออาการดีขึ้นก็เดินออกไปนอนตึกแล้วไปนั่งสูบบุหรี่จนหืดจับ แล้วก็กลับเข้ามาขอพ่นยา
เช่นเดียวกัน ญาติผู้ป่วยที่มาเฝ้าไข้ หลายคนสูบบุหรี่จัดและเลิกไม่ได้ เคยมีประสบการณ์กำลังตรวจอยู่ก็มีสิงห์อมควันสองคนพ่นควันปู้ดปู้ดที่นอกหอผู้ป่วย (ผมแพ้ควันบุหรี่) ระหว่างนั้นมีคนไข้หลายคนที่ไอขึ้นมา รวมทั้งผมเองที่เดินตรวจอยู่ก็เริ่มไอมากขึ้นชักจะไม่ไหว เลยรบกวนญาติคนไข้ให้ไปบอก ปรากฎว่าคำตอบที่ได้คือ "เรื่องของ.... .....ยุ่งอะไรด้วย"
การสูบบุหรี่ในโรงพยาบาล ถือว่าผิดกฎหมายครับ .. แม้ว่าปัญหาที่พบคือ ในต่างจังหวัดตำรวจไม่ค่อยอยากจับปรับเพราะว่าก็รู้จักกันทั้งนั้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องกาลเทศะที่ต้องใช้จิตสำนึกที่ว่า ไม่รักตนเองก็กรุณานึกถึงคนอื่นบ้าง
(โปรดใส่คำว่า “ผม”และ “คุณ”ลงในช่องว่าง ^-^ )

2.จอดรถผิดที่
รพ.เป็นที่ๆมีคนมากันมากมายและต้องใช้เวลา ดังนั้นการจอดรถจึงเป็นเรื่องที่ต้องจัดการให้ลงตัว อย่างไรก็ตามก็มีการจอดรถที่ผิดที่ผิดทางและก่อให้เกิดผลเสียตามมา
- จอดรถในที่ของเจ้าหน้าที่ ปกติที่จอดรถในรพ. มักจะมีที่จอดรถบางที่ ที่กำหนดให้บุคลากร เพราะว่าถ้าไม่ทำไว้ให้ก็จะทำให้ขลุกขลักและส่งผลต่อการทำงาน(ต้องมาเสียเวลาควานหาที่จอดรถ) บางครั้งคนที่มารับบริการก็ลักไก่ไปจอดในที่จอดรถของเจ้าหน้าที่เพราะเห็นว่าสะดวกและมีหลังคา(มีเพราะว่าเจ้าหน้าที่ต้องทำงานทั้งวัน) พอเจ้าของที่มา ก็เข้าจอดไม่ได้ต้องไปหาที่จอดอื่น เสียเวลากันไปใหญ่ ..... ผมเองก็เคยมีตอนที่มารพ.ตอนเช้าแล้วเจอรถคนไข้จอดในที่จอดข้างบ้านพักตนเองเหมือนกัน
- จอดในที่ไม่ควรจอด เข้าใจอยู่ว่าบางครั้งรีบกัน แต่ว่าควรจะดูด้วยว่าที่ๆจอดนั้นสมควรหรือไม่ บางครั้งมากันหลายคนพาคนไข้มาคนเดียว พอจอดรถที่หน้าตึกฉุกเฉินก็ลงจากรถกันทั้งหมด ทิ้งรถไว้ให้ขวางทางเข้าออก ร้ายไปกว่านั้นบางคนรีบมาหาญาติ ก็จอดรถทิ้งไว้กลางถนนหน้าห้องฉุกเฉินแล้วเข้ามาถาม หลังจากนั้นก็ทิ้งรถไว้เลย..... การทิ้งรถให้กีดขวางทางในรพ.ที่เป็นที่สาธารณะถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าทำเพราะถ้าคุณทิ้งไว้ในจุดที่สำคัญบางจุด จะมีผลต่อคนไข้อื่นที่อาจจะฉุกเฉินและรอช้าไม่ได้

3.พาเด็กเล็กมารพ.
ถ้าพาเด็กมาตรวจก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การพาเด็กเล็กมารพ.โดยไม่จำเป็นเช่นพามาเยี่ยมญาติ หรือพาติดมาด้วยเฉยๆ เป็นสิ่งที่ไม่น่าทำ เพราะว่าอย่างที่รู้กันว่ารพ.เป็นที่ๆมีเชื้อโรคมากมาย มีแต่สิ่งที่ไม่ค่อยน่าดูสำหรับเด็ก รวมทั้งการพาเด็กมารพ.แล้วปล่อยเด็กให้วิ่งเล่นซน นอกจากจะเสี่ยงต่อการหลง เด็กยังอาจจะไปเล่นกับอุปกรณ์การแพทย์ทำให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายถึงแก่ชีวิตผู้อื่นได้
ปรากฎอยู่เนืองๆ ที่พาเด็กมารพ.แล้วปล่อยให้เด็กวิ่งเล่นในตึกผู้ป่วย ปัญหาที่ตามมาคือหากพยาบาลไปตำหนิ ก็มักจะเกิดการกระทบกระทั่ง(หรือแม้แต่มีบัตรสนเท่ห์) ,หรือถ้าไม่ได้ไปยุ่ง แล้วเด็กไปปรับน้ำเกลือเล่น ไปปรับเครื่องช่วยหายใจเล่น จนก็ทำให้คนที่นอนอยู่ถึงตายได้ (ซึ่งคนที่รับผิดชอบคนไม่พ้นแพทย์พยาบาลที่อยู่ประจำในฐานที่ปล่อยให้เด็กวิ่งเล่น)

อีกอย่างหนึ่งก็คือ เรื่องการทำข้าวของเสียหาย เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์หลายชนิดมีราคาแพง(เครื่องช่วยหายใจเครื่องเขียวๆ ราคาเป็นแสน เครื่องจับออกซิเจนปลายนิ้วเฉพาะสายราคาเหยียบหมื่น) ผมเคยพบเจอมาหลายแบบทั้งดึงสายขาด วิ่งเล่นปีนป่ายชนเครื่องช่วยหายใจล้ม ปีนเตียงคนไข้แล้วกระโดนจนแกนเตียงหัก (เตียงละ2หมื่น) ขอกล่าวตรงๆเลยว่าเกือบ100% เวลาบอกราคาค่าเสียหายไป คำแรกๆที่ออกมาจากปากผู้ปกครองถ้าไม่ใช่ "แพงเกินเหตุ" ก็คือ "ทำไมหมอพยาบาลไม่ดูแลปล่อยให้เด็กวิ่งเล่น ไม่รู้จักดูแล"
ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นโปรดอย่าพาเด็กเล็กมาโรงพยาบาลเลยครับ

4.ด่วนไม่ด่วน
ดังเคยกล่าวไว้ในตอน รู้ไว้ก่อนไปรพ.#1 ว่ามีการแบ่งความเร่งด่วนเป็นระดับต่างๆ คือ
- รีบด่วนที่สุด ถ้าไม่ช่วยก็อาจตายได้ในเวลาอันใกล้
-รีบด่วน ถ้าไม่ช่วย อาจส่งผลเสียและอาจถึงขั้นเสียชีวิต
-รอตรวจได้ แต่ต้องรักษา
-รอได้
และในหลายๆครั้ง การมองด้วยตาของญาติหรือจากอาการบางอย่างที่มองด้วยสายตาของคนที่ไม่มีความรู้ด้านร่างกาย มักจะผิดจากความเร่งด่วนจริงๆ
เมื่อไม่กี่วันนี้ ผมโดนแม่ผู้ป่วยท้องเสีย(ถ่าย3ครั้งแต่ปวดท้อง) พูดเสียงดังอย่างจงใจว่า "หมอมัวแต่นั่งเล่นไม่ยอมทำงาน" ในขณะที่ผมกำลังดูคนไข้ที่สงสัยว่าเส้นเลือดในสมองอาจจะแตกที่นอนสงบนิ่งไม่พูดไม่จาอยู่บนเตียง
หรือขณะที่กำลังตรวจดูอาการของคนไข้ติดเชื้อในกระแสเลือดจนไม่รู้สึกตัวความดันต่ำ ก็โดนญาติของผู้ป่วยอีกคน(ที่ผมตรวจไปแล้วและเชื่อว่าน่าจะเป็นโรคเครียด..!)หาว่ามัวแต่ไปดูคนไข้เบา
ที่จริง ที่ถึงขั้นขัดขวางการทำงานยังไม่เกิดกับผม(เพราะเมื่อเข้ามารุ่มร่ามจะให้ไปดูคนไข้ที่เบามากๆ ผมจะไล่ไป) แต่ที่เกิดแน่นอนคือ ทำลายความต่อเนื่องในการรักษา ซึ่งหลายๆครั้ง มีผลต่อชีวิตของคนไข้
ดังนั้น
1.หากรู้ว่ามีโรคอะไรอยู่เดิม หรือรู้ว่าผู้ป่วยมีอาการแบบนี้ทุกครั้งที่เกิดภาวะเร่งด่วน ก็ให้รีบบอกออกไป
2. หากไม่รู้อะไรเลย หมอมาตรวจแล้ว หรือมีพยาบาลมาตรวจแล้วไม่ได้รีบมาก ก็แนะว่าน่าจะรอไปก่อน

5.รพ.ไม่ใช่ที่ชุมนุม
เวลาผู้ป่วยมารพ. ย่อมมีญาติ
ที่ห้องฉุกเฉินก็มีญาติที่ตามมาจากบ้าน อาจจะมีเพื่อนบ้าน เพื่อน หรือแม้กระทั่งผู้เห็นเหตุการณ์ตามมา
ถ้ามีคนไข้สามสี่คนน่ะ ไม่เท่าไหร่
แต่หลังยุคสามสิบบาท ห้องฉุกเฉินไม่ว่าที่ไหนต่างก็มีคนไข้ทั้งที่ด่วนและไม่ด่วน(และคนไม่ป่วย)เพิ่มขึ้น
เมื่อเอาคนไข้และญาติทั้งหมดมารวมกัน ก็จะมีคนในห้องฉุกเฉินอาจจะร่วม50-100คน
จำนวนคนที่มากขึ้นย่อมก่อให้เกิดปัญหาหลายๆอย่างตามมา
"เสียง" เสียงที่ดังขึ้นก็ทำให้การสื่อสารทำได้ยากขึ้น เป็นปัญหาในการซักประวัติตรวจร่างกายคนไข้ นอกจากนี้จะทำให้เกิดภาวะเครียดมากขึ้น คนไข้และญาติจะรู้สึกว่ารอนานขึ้น อย่างผมเองเวลาเหตุการณ์อยู่ในภาวะบรรยากาศมาคุเริ่มมีเสียงแข็งทั้งญาติทั้งหมอ ส่วนใหญ่ก็เกิดเวลาคนมากๆ
"ชน" คนมากๆ บางทีจะยืนจะเดินก็ลำบาก การทำงานก็ยากขึ้น
"มือบอน" ทั้งด้วยความคึกคะนอง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ อย่างเช่นเตรียมยาเสร็จแล้วเดินไปหยิบยามาดูแล้ววางไว้ที่อื่น กดปุ่มอุปกรณ์บางอย่างเล่น(เช่นเดินมาเล่นเครื่องช๊อตหัวใจ) ปรับน้ำเกลือเล่น เอาฟิล์มx-rayไปดูแล้ววางไว้ผิดที่ เรื่องพวกนี้มักเกิดขึ้นเวลามีคนมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายถึงชีวิตคนไข้ (แต่ความรับผิดชอบมักตกกับคนที่ทำงาน)
"สงสัย" ญาติหรือเพื่อนที่มาทีหลัง มักเดินเข้ามาถามหมอถึงสิ่งที่หมอพูดไปหมดแล้ว... โดยปกติผมเองจะให้ญาติรอภายนอก เมื่อตรวจรักษาแล้วหรือต้องการบอกอะไร ก็จะเรียกมาพูดคุยทีเดียว... ในกรณีที่มีคนเข้ามาอยู่กันมากๆ ก็มักเรียกคนมาได้ไม่ครบ หรือไม่ก็ได้คนที่ไม่เกี่ยวข้องมาคุย.............. บางครั้งคุยเสร็จ ปรากฎว่าญาติไม่ได้ฟัง ส่วนคนมาฟังไม่มีสักคนที่เป็นญาติ

คราวหน้ามาต่ออีก5ข้อ
ปล. ลักษณะนามของพระภิกษุ = รูป , องค์
ปอ. สำหรับใครที่ให้ผมเขียนเรื่องหมาแมวในรพ.ว่าผิดที่ผิดทางไหม ผมไม่เขียน
ปฮ. หลังวอร์ดมีแมวอยู่6ตัว กำลังน่ารัก

====================
Editor Note:

เกาท์ .. คิดว่าเรื่องอาหารสำคัญที่สุดล่ะสิ -=byหมอแมว=-  20 ก.พ. 49
โรคเกาท์ เอากะเขาสิ -=by หมอแมว=-  14 ก.พ. 49
โรคที่มากับแมว by-=หมอแมว=-   8 ก.พ. 49
ไส้ติ่ง โรคง่ายๆที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด #2 -=by หมอแมว=-  30 ม.ค. 49
ไส้ติ่ง โรคง่ายๆที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด -=by หมอแมว=-  25 ม.ค. 49
พูดจาภาษาหมอ #2 by =หมอแมว=   22 ม.ค. 49
สเตียรอยด์ ใช้ยามั่ว ไม่กลัวตาย -=byหมอแมว=-  17 ม.ค. 49
ปัญหาปวดหัวในการรักษาโรคหอบหืด by-=หมอแมว=-  9 ม.ค. 49
หอบหืด รักษาไม่หายแต่ควบคุมได้(จริงๆนะ)-=byหมอแมว=-  5 ม.ค. 49
รวมบทความของหมอแมว 

โดย : หมอแมว
อีเมล์ : mor_kaew@hotmail.com
วันที่ : 2006-02-24 17:32:42

 


 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท



ความคิดเห็นที่ 140
indeed goood =)[url=http://gooogle.com/]gooogle[/url]
โดย :     วันที่ :2006-11-05 23:32:19    IP :64.92.167.xx   
ความคิดเห็นที่ 139
indeed goood =)[url=http://gooogle.com/]gooogle[/url]
โดย :     วันที่ :2006-11-05 23:32:12    IP :209.67.212.xx   
ความคิดเห็นที่ 138
ถ้าคุณตัดสินใจรับโอกาสครั้งนี้ มันคงไม่เป็นการยากที่จะศึกษา
อีกสักหน่อยเพื่อเพิ่มโอกาสให้ตัวเราเองท่านว่าใช่หรือไม่ คงไม่เสียหาย
ที่จะเรียนเพิ่มอีกอย่างสองอย่างหากการเรียนนั้นไม่ได้นำตัวเราสู้ทางตัน
ของชีวิตหรืออาจเป็นอีกโอกาสที่จะสร้างสรรค์แนวทางใหม่ให้ชีวิต
อย่าปิดกั้นหนทางของตนเอง
หากคุณเป็นคนหนึ่งทีต้องการหารายได้พิเศษ
หรือต้องการทำธุรกิจส่วนตัว นี่เป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุดแล้วค่ะ
ไม่ต้องเป็นลูกจ้างอีกต่อไป เบื่อไหม? กับการทำงานให้คนอื่น
รายได้...ของคุณตอนนี้ เพียงพอหรือ?
คุณมีเวลาให้ครอบครัว และตัวเองมากแค่ไหน?
คุณยังคิดว่า... คุณยังสามารถทำให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่านี้ได้ใช่ไหม?
แล้วคุณ.... ยังรออะไรอยู่อีก
โอกาสดี! สำหรับผู้ที่สนใจ และมีความตั้งใจจริง
ใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมงต่อวัน หรือมากกว่า
คำตอบคือ
"พร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนแปลง"
ลองเข้ามามองภาพดังกล่าวที่
http://t i n y u rl.com/jjyz5
: ถ้าคุณตัดสินใจรับโอกาสครั้งนี้ มันคงไม่เป็นการยากที่จะศึกษา
โดย : ถ้าคุณตัดสินใจรับโอกาสครั้งนี้     วันที่ :2006-06-21 10:53:35    IP :58.8.150.xx   
ความคิดเห็นที่ 137
คุณหมอคะถ้าเราขอเบอร์คุณหมอที่คอยดูแลเรานี่เค้าจะให้เบอร์คนไข้ได้รึป่าวคะช่วยบอกหน่อยนะคะบางทีก็ไปพบคุณหมอไม่ได้นะคะเพราะติดเรียนอาจจะมีปัญหาอะไรต้องถามคุณหมอเค้านะคะ
โดย : am     วันที่ :2006-06-09 22:41:12    IP :61.47.113.xx   
ความคิดเห็นที่ 136
ดีท๊อกซ์ล้างสารพิษ ด้วยไฟเบอร์ ไม่ต้องสวนทวาร เพียง 250 บาท

Phyto Fiber สินค้าดีท๊อกซ์ ล้างลำไส้ด้วยใยอาหาร ผลิตจากธรรมชาติ 100%

ถ้าท่านมีปัญหาเหล่านี้ ? ทำไมต้องดีท๊อกซ์ ?
- ไม่ขับถ่ายหรือมีเศษอาหารหลงเหลือในลำไส้เป็นเวลานาน
- ท้องผูกเรื้อรัง ต้องใช้ยาระบายประจำ
- มีกลิ่นปาก ,ลมหายใจไม่สดชื่น ,มีกลิ่นตัว
- หิวบ่อย ,เป็นโรคอ้วน
- มีโรคภัยไข้เจ็บเรื้อรังเป็นเวลานาน


การล้างสารพิษคือขบวนการเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพ
คุณสมบัติของ Phyto Fiber
Phyto Fiber เป็นไฟเบอร์ที่มีคุณสมบัติจับเกาะไขมันได้ดี
จะทำหน้าที่เข้าไปดักจับไขมันและสารพิษที่เกาะติดอยู่ในผนังลำไส้
และระบบทางเดินอาหาร

โรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกาย มีสาเหตุจากลำไส้ใหญ่ถึง 80%
- อุจจาระที่ติดอยู่ที่ผนังลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียจะทำการย่อยสลาย เป็นผลให้เกิดสารพิษ
- อาหารต่าง ๆ ที่เรารับประทานประมาณ 40% จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย อีก 60%
จะถูกขับออกจากร่างกาย
- สารพิษจะถูกสะสมอยู่ที่ผนังลำไส้ใหญ่ และจะถูกลำไส้ใหญ่ดูดกลับเข้าสู่ร่างกาย
- ผลของสารพิษในลำไส้ใหญ่ต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

มีผลต่อระบบการทำงานของหัวใจ
- ทำให้ผิวหน้าเกิดสิวฝ้า หมองคล้ำ
- ทำให้ลมหายใจมีกลิ่น และทำให้ปอดเกิดการระคายเคือง
- ทำให้จิตใจเศร้าหมองเกิดความเบื่อหน่าย
- เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ
- ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้ง่าย
- ทำให้แก่ก่อนวัยอันควร
นอกจากนี้ น้ำดี ที่ผลิตออกมาจากตับ เช่น โคลิคแอซิด (Cholic acid) ดีอ๊อกซี โคลิคแอซิด
(Deoxycholic acid) เมื่อผ่านไปที่ลำไส้ใหญ่ จะถูกแบคทีเรียเปลี่ยนเป็นสารเคมีที่เป็น
สาเหตุก่อให้เกิดมะเร็งในร่างกายคือ แอพโคลิคแอซิด และ 3-เมทิล-โคแลนทรีน ตามลำดับ
ดังนั้น ถ้าสารเหล่านี้อยู่ในร่างกายนานเท่าใดลำไส้ใหญ่ก็จะดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น
ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดมะเร็งได้

บรรณาธิการวารสารการแพทย์ THE LANCET (2533) ได้กล่าวไว้ว่า การขับถ่ายเป็นปกติช่วยลดการเกิดโรคต่างๆ เนื่องจากได้กำจัดของเสียออกจากร่างกาย

ถึงเวลารียังค่ะที่จะกลับมาสนใจสุขภาพของตัวเองตั้งแต่วันนี้ ง่ายๆ เพียง 250 บาท

ติดต่อสั่งซี้อและขอรายละเอียดเพิ่มเติมที่ได้ที่
เว็บไซต์: www.thai4health.com
หรือติดต่อ คุณธนพร โทร : 09-1415846
โดย : คุณธนพร     วันที่ :2006-05-19 13:37:33    IP :60.50.196.xx   
ความคิดเห็นที่ 135

เ พ ร า ะ เ ป็ น > จากธรรมชาติ # # # # #
((( สำหรับผู้ที่ต้องการ ล ด + น้ำ ห นั ก ) ) ) หรือ (( มี ปั ญ ห า -สุ ขภาพ)))))
มี ส า ร อาหารหลักครบ 5 ห มู่ทั้ง แ ร่ ธ าตุ วิ ต ามินที่ ร่างกายเราต้องการ
(ไม่ ต้ อง อ ด อ า ห า ร ) ( ไม่ทำอ่อนเพลีย) ( ห งุ ด ห งิ ด เมื่ อทา นผลิตภัณฑ์ของเรา)
((ช่ วยแก้ ปัญหา ภู มิ แ พ้ ไม เ ก รน คว ามดัน เ บ าห ว าน เก็ าต์))
>
มี ค น ใช้แล้ วเห็นผลใน 62 ประเทศทั่วโลก (ประเทศที่ 63 จะตามมาเร็ว เร็วนี้)^i^
รั บ ป ร ะ กั น คื น เ งิ น ไ ด้ ภ าย ใ น 3 0 วั น สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ
((( ( ( http://2ch2.net/.l?=Xa1j ) ) )))
*** ( อ ย่ า ลั ง เ ล ที่ จ ะรั กษ า หุ่ น เ ล ย ค่ะ)xxxxx
ถ้าคลิ๊กไม่ได้ ให้ COPY ไปไว้ที่ address ได้เลย
โดย : ascha     วันที่ :2006-05-02 00:41:29    IP :58.9.38.xx   
ความคิดเห็นที่ 134
ไม่ชอบบุหรี่ หายใจไม่ออก รักแมวม๊ากก เลยขอรักหมอแมวด้วยคนนะคะ...ที่สำคัญ.. รักเพื่อน ๆ ร่วมบอร์ดนี้ด้วยค่า..
โดย : นุ่นค่ะ     วันที่ :2006-03-16 21:22:08    IP :164.161.40.xx   
ความคิดเห็นที่ 133
ดุเดือดกันจังเยย หมอแมว ห้ามท้อนะคะ
โดย : น้องโอ่ง     วันที่ :2006-03-10 22:45:04    IP :61.91.166.xx   
ความคิดเห็นที่ 132
อ่านแล้วสงสารหมอ
โดย : ..     วันที่ :2006-03-03 01:17:36    IP :203.188.45.xx   
ความคิดเห็นที่ 131
รักหมอแมวจัง
ปฮ. รักแมวเหมือนกัน
โดย : ช่วง ช่วง     วันที่ :2006-03-02 14:04:58    IP :210.1.7.xx   
ความคิดเห็นที่ 124
ขอแจมด้วยคนนะคะเวลา อยากพูดมานานแล้วเข้าห้องพิเศษ+เป็นคนใข้ฝากพิเศษแพทย์ อยากขอทำความเข้าใจกับคุณท่านทั้งหลายว่า ถ้าคุณต้องการจะเรียกร้อง ความพิเศษอย่างอื่นนอกเหนือจากการให้การพยาบาลตามคำสั่งแพทย์แล้ว จนท พยาบาลไม่ได้มีหน้าที่จะต้องมาคอยรองรับอารมณ์หรือรับใช้พวกคุณ นะคะ เช่นเวลาญาติมาเยี่ยม จนทไม่มีหน้าที่มาชงกาแฟหรือเสริพเครื่องดืมให้ค่ะ ถ้าอยากได้บริการเช่นนั้นกรุณา บอกแพทย์ ที่พวกคุณฝากพิเศษทำให้ค่ะ อยากพุดมานานแล้วและถึงจะฟ้องแพทย์ เราไม่แคร์ค่ะ
โดย : no-c     วันที่ :2006-03-01 22:49:25    IP :61.90.235.xx   
ความคิดเห็นที่ 122
ผลงาน 5 ปีที่ทักษิณจะไม่ยอมแถลงการณ์ ในวันที่ 9นี้
1. ปตท ที่เคยเป็นของรัฐบาล ตอนนี้เหลือไม่ถึงครึ่ง อีกหลายเปอร์เซ็นต์ที่ถือโดยตัวแทนของนักลงทุนที่ประเทศสิงคโปร์ โดยไม่มีการเปิดเผยชื่ออีกแล้ว

2. กิจการดาวเทียม ที่อาศัยวงโคจร ซึ่งเป็นโควต้าที่ประเทศได้รับจากการจัดสรรของนานาชาติ ถูกสิงคโปร์ซื้อไปแล้ว ทั้งที่สิงคโปร์ควรจะไปใช้โควต้าของตนเอง

3.กิจการสายการบินในประเทศ แอร์เอเชีย ถือหุ้นโดยต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ ทักษิณรู้ว่าผิดกฏหมาย ก็ยังขายให้สิงคโปร์ เพียงเพื่อเงินเท่านั้น

4.สถานีโทรทัศน์ ไอทีวี ที่เกิดขึ้น ภายหลังจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ คนไทยไม่ได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน ต้องออกไปค้นหาความจริงและนำไปสู่ความตายที่ราชดำเนิน เขายังเลือดเย็นขายสัญลักษณ์อันหนึ่งของพฤษภาทมิฬให้กับสิงคโปร์ ซึ่งคอยใช้สื่อของเขาประจานความเสียหายของไทยอยู่ตลอดเวลา

5.ตึงสูงๆในกรุงเทพ โครงการอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ๆ ค่อยกลายร่างเป็นสิงคโปร์ไปทีละรายสองราย ตอนนี้ทักษิณกำลังจะผลักดันให้ต่างชาติซื้อที่ดินได้ 100 เปอร์เซ็นต์

6 สิงคโปร์กำลังเข้าฮุบกิจการโรงพยาบาลของไทย กลุ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่กำลังเป็นของสิงคโปร์ โครงการณ์ 30 บาท รักษาทุกโรค จะทำให้โรงพยาบาลของรัฐมีภาระและจมทุน จนไม่มีศักยภาพที่จะคิดพัฒนาการรักษาของตนเอง ส่วนโรงพยาบาลเอกชนจะเติบโตด้วยการรักษาที่แพง แต่เราต้องใช้ เพราะ 30 บาท รักษาทุกโรคไม่ได้

7. ธนาคารไทยแทบทุกแห่งถือหุ้นโดยสิงคโปร์ ซึ่งเท่ากับว่าสิงคโปร์ ควบคุม 3 กลไกสำคัญของประเทศ คือ ระบบการเงิน ระบบสื่อสารโทรคมนาคม
และระบบขนส่ง

ซึ่งทั้ง 3 ระบบนี้ เมื่อถูกต่างชาติยึดครอง ก็เท่ากับเราตกเป็นเมืองขึ้นของสิงคโปร์แล้ว คนจีนเข้าสอนว่า ถ้าเป็นลูกน้องเขาไม่มีทางรวย การขายกิจการที่เกี่ยวข้องสัมปทานและความมั่นคงต่างๆ ของเราไปขนาดนี้ ต่อไปปลาใหญ่ก็จะค่อยๆ กินปลาเล็ก มันจะรุกรามจาก ธุรกิจธนาคารที่เปรียบเสมือนนายทุน จะเลือกปล่อยกู้ให้แก่โครงการใหญ่จากประเทศสิงคโปร์ ธุรกิจของคนไทยจะเป็นแค่เอสเอ็มอี

หนึ่งตำบลหนึ่งหนึ่งผลิตภัณท์ไม่มีทางยืนหยัดในสังคมโลกได้อย่างสง่างาม
ผมอยากให้คนที่อ่านพิจารณากันเอง
ว่าข้อความนี้จริงหรือไม่
คนที่เข้ามาเล่นเนต ผมขอเดาว่า
พวกคุณเบื่อหน่ายกับข่าว 3 5 7 9 11
ที่เหมือนกันหมดราวกับใช้ต้นฉบับเดียวกัน
ส่วนคุณจะทำอะไรต่อไป
ผมไม่ทราบ ผมรู้เพียงว่า
ผมสู้....ไม่ได้สู้กับทักษิณ
แต่สู้กับการครอบงำกิจการของต่างชาติ
โดยมี.....เป็นนายหน้าครับ
thailandeer

ขอเสริมนิดนึงนะว่า
(ถ้าใครไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องส่งต่อนะ)
แต่ถ้ายังอยากให้ประเทศไทยที่บรรพบุรุษ
ของพวกเราสร้างและกอบกู้ไว้ให้
พวกเราที่ได้อยู่กันทุกนี้ตกเป็น
"ทาส"
ของชาติใดเลยมาตั้ง2000กว่าปี จะให้มันจบ
แค่คนรุ่นเราหรือยังไง(ด้วยฝีมือของคนคนนึงที่เห็นแก่ตัว
และไม่คิดถึงผู้อื่น
ปากบอกว่าเป็นห่วงทุกคนเห็นใจทุกคน แต่การกระทำมันกลับต่างจากคำพูดโดยสิ้น...พวกท่านรู้หรือไม่ว่าที่ท่านกำลังเห็นดีเห็นงามอยู่กับเขาคนนั้นนะ...
ขอถามท่านสักนิดว่าท่านรับประกันได้ไหมว่า...เขาคนนั้นของท่านๆจะไม่ทรยศในเวลาไม่ช้านี้)

ไม่คิดจะเก็บแผ่นดินทองแห่งนี้ ไว้ให้ลูก หลาน
ของพวกเราบ้างหรือยังไงกัน*************************

ป.ล.ไม่ได้คิดอยากต่อต้านอะไรเลยนะแต่ใจมันบอกว่ามันไม่ถูกเลยอยากพูดบ้าง
แต่เราก็แค่คนตัวเล็กๆๆที่ไม่มีอำนาจหน้าทีอะไรที่จะไปสู้รบปรบมือกับใคร
และก็ไม่ได้อยู่ฝ่ายใด้ฝ่ายหนึ่งเลย แค่อยากแสดงความคิดเห็นบ้างก็เท่านั้น
โดย : xxx     วันที่ :2006-03-01 19:07:57    IP :203.118.52.xx   
ความคิดเห็นที่ 121
ลักษณะนามพระภิกษุไม่ใช่ รูป อย่างเดียวหรอ
พระพุทธรูปถึงเป็น องค์
โดย : TaTeeMan     วันที่ :2006-03-01 19:02:14    IP :58.11.0.xx   
ความคิดเห็นที่ 119
อยากรู้เรื่องไข้ทับฤดู อะ
โดย : Bar bar     วันที่ :2006-03-01 18:03:47    IP :203.188.56.xx   
ความคิดเห็นที่ 118
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่แพ้ควันบุหรี่มากๆ แม้แต่กลิ่นตัวของคนที่สูบบุหรี่อยู่ใกล้ๆ ก็มึนหัวแล้ว ครั้งหนึ่งดิฉันแพ้ควันบุหรี่จนเป็นลม มึนหัวและอาเจียน (สาเหตุเพราะ เจ้านาย สูบบุหรี่ในห้องแอร์ เครื่องฟอกอากาศก็ไม่มี ) ตั้งแต่ครั้งนั้น ดิฉันเลยได้กลิ่นบุหรี่ไม่ได้เลย ...จะเกิดอาการมึนหัวตลอด โชคดีที่สามีไม่สูบบุหรี่ คนใกล้ชิด เช่น ญาติ และ เพื่อน ถ้ามีดิฉันอยู่ด้วย เค้าก็จะไม่สูบกัน แต่จริงๆ แล้วหลีกไม่พ้นเลยกับคนที่สูบบุหรี่ ต้องอยู่ให้ห่างๆ เข้าไว้ ยากที่จะแก้ไขให้กลุ่มคนเหล่านี้รับผิดชอบต่อสังคม เพราะตัวเค้าเองเค้าก็ยังไม่รัก คงต้องปลูกฝังจิตสำนึกและความรับผิดชอบให้กับเด็กๆ ดีกว่า .....
โดย : nina     วันที่ :2006-03-01 16:07:54    IP :203.147.33.xx   
ความคิดเห็นที่ 117
เรารักทักษิณ เรารักทักษิณ ไม่มีรัฐบาลไหนหลอกที่จะสามารถพัฒนาประเทศชาติได้ดีขนาดนี้ ปัญหาบ้านเมืองต่างๆก็ลดน้อยลงไป ตรงข้ามกับพวกที่เสียผลประโยชน์มันไม่รู้ตัวเองเลยว่ามันกำลังจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติมันกำลังสร้างสถานการณ์ให้เลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ
แต่ถึงอย่างไรเราแหละคนนึงที่จะไปเป็นกำลังใจให้นายกในวันที่ 3 นี้
ไปคนเดียวไม่พออะ จะชวนเพื่อนๆลูกน้องทั้งหลายไปมากแน่ๆทักษิณต้องชนะ
เรารักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เช่นเดียวกับนายกครับ
โดย : เรารักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย     วันที่ :2006-03-01 16:04:30    IP :58.11.110.xx   
ความคิดเห็นที่ 116
เรื่องที่จอดรถ คุณเคยไปโรงพยาบาลรึปล่าว แผนกฉุกเฉิน น่ะ เค้ามีที่จอดส่งถึงที่แล้วจะมีเวรเปลมาคอยรับ ส่งเสร็จแล้วคุณก็ไปหาที่จอดรถสิ จะตามไปหา บิดา มารดา ไปทำไม คุณช่วยคนเจ็บได้เหรอ ถึงยังไงคุณก็ต้องรอข้างนอกอยู่ดี สุดท้ายมันก็คำแก้ตัวของพวกมักง่ายอยู่ดี
โดย : เฮ้อ     วันที่ :2006-03-01 12:57:48    IP :210.86.223.xx   
ความคิดเห็นที่ 115
ขอบคุณมากเลยครับ
คุณ โชกโชนชีวิต
ขอบคุณที่รู้ตัวว่าอยู่ในสังคมไม่ได้ เหมาะแก่การใช้ชีวิตแต่เพียงผู้เดียวเป็นอย่างยิ่ง

ขอบคุณอีกครั้งที่กราบลา (คห.66)
โดย : F     วันที่ :2006-03-01 08:20:35    IP :221.128.74.xx   
ความคิดเห็นที่ 113
to 97 ไม่ควรบริจาค แค่จะเอาเลือดไว้ใช้เองก็จะไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวเลือดจางจะกระตุ้นให้เจ็บหน้าอก หัวใจขาดเลือดได้ เก็บไว้เถอะ ขอบคุ๕มากครับ
โดย : Dr. J     วันที่ :2006-02-28 22:31:04    IP :58.136.95.xx   
ความคิดเห็นที่ 112
ความคิดเห็นที่ 29
คุณเจ้าของกระทู้ใช้มุมมองของทางโรงพยาบาล ผมขอใช้มุมมองของคนไข้ละกัน

คุณคิดว่ามีใครอยากมาโรงพยาบาลกันครับ ก็เพราะมันไม่ใช่สถานที่ที่ต้องมาเป็นประจำ
ดังนั้นเรื่องความเหมาะสมในการปฏิบัติตัวในโรงพยาบาล ใครเขาจะมาให้ความสนใจ
ถึงขนาดจะต้องมาหาความรู้ใส่ตัวก่อนไปโรงพยาบาล

(ก็เพราะมันไม่ใช่สถานที่ที่ต้องมาเป็นประจำไง มารยาทที่ดีหรือการวางตัวที่ดีน่ะรู้จักไหม)


เฮ้ยเดี๋ยวไปเยี่ยมไอ้เอที่รพ. ช่วยไปหาความรู้เบื้องต้นในการวางตัวในรพ.มาอ่านก่อนไปนะ มีมั้ยครับ

ใช่มั้ยครับ มันไม่มีหรอก

ที่สำคัญพื้นฐานการอบรมของคนแต่ละคนมันไม่เท่ากัน ทางโรงพยาบาลจะมากะเกณฑ์
ให้คนที่เข้ามาในรพ.ทุกคนต้องเป็นคนที่มีความรู้ มีความสำนึกรับผิดชอบสูงๆกันทุกคน มันเป็นไปไม่ได้ (ใช่เป็นไปไม่ได้ แต่สามัญสำนึกที่ดีคุณคงไม่มีเหลือแล้วใช่ไหม)
อย่างเรื่องบุหรี่ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่นะ (ใช่ สำหรับคุณมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แล้วคนอื่นล่ะ) บางครั้งถ้าห้ามไม่ได้จริงๆ
ก็ควรแนะนำเขาไปสูบนอกอาคาร ในบริเวณที่ไม่มีคน แค่นี้ก็จบ (จะจบได้ยังไง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ "ญาติผู้ป่วยที่มาเฝ้าไข้ หลายคนสูบบุหรี่จัดและเลิกไม่ได้ เคยมีประสบการณ์กำลังตรวจอยู่ก็มีสิงห์อมควันสองคนพ่นควันปู้ดปู้ดที่นอกหอผู้ป่วย (ผมแพ้ควันบุหรี่) ระหว่างนั้นมีคนไข้หลายคนที่ไอขึ้นมา รวมทั้งผมเองที่เดินตรวจอยู่ก็เริ่มไอมากขึ้นชักจะไม่ไหว เลยรบกวนญาติคนไข้ให้ไปบอก ปรากฎว่าคำตอบที่ได้คือ "เรื่องของ.... .....ยุ่งอะไรด้วย" ")

การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง ถ้าไม่มีคนรอบข้างมันจะไปมีปัญหาอะไร (มันก็เหมือนคนผายลมไว้ในห้อง แล้วคุณมาเจอไง คุณคงชอบใช่ไหม)


เรื่องจอดรถผิดที่ ผมอยากให้ทางรพ.ดูที่เจตนาในการจอด ถ้าทิ้งรถกลางถนนเพราะพ่อกำลังจะตาย
แบบนั้นคุณคิดว่าไงครับ?
ส่วนประเภทจอดในที่จอดของบุคคลากรในรพ. แบบนั้นต้องโทษยามล่ะครับดูแลยังไงให้คนนอกเข้ามาจอดได้ (ที่จอดรถของบุคคลากรโดยทั่วไปไม่มียามเฝ้า มีป้ายตัวโตๆเขียนบอกไว้แทน คุณอ่านออกแต่ไม่เข้าใจล่ะสิ ยามทั้งหลายเขาไปอำนวยความสะดวกให้คุณไง)



เรื่องเด็กเล็ก...คนส่วนใหญ่ก็คิดล่ะครับ แต่ทุกคนไม่คิดว่ามันจะมีผลร้ายแรงอะไรกับเด็ก
ดังนั้นหมอหรือพยาบาลควรต้องตักเตือนชี้แจงเองตรงๆครับ
อย่าปล่อยให้เกิดเรื่องแล้วค่อยมาล้อมคอกกันทีหลัง (ใช่ครับอย่าปล่อยให้เกิดเรื่องแล้วค่อยมาล้อมคอกกันทีหลัง พาลูกไปได้ก็ควรดูแลเองได้นะครับ ลูกของคุณแท้ๆนะครับ อย่าไปรบกวนคนอื่นเลยครับ หมอกับพยาบาลพวกเขามีงานล้นมืออยู่แล้วครับ)


ส่วนเรื่องด่วน 4 ข้อ
ผมเห็นว่าควรติดป้ายบอกทุกแผนก อย่าติดแต่บางแห่งคนไข้ส่วนใหญ่เขาไม่เข้าใจ
เพราะทุกคนมีความเข้าใจเหมือนๆกันว่ามาก่อนต้องได้ก่อน มันเป็นธรรมเนียมสากล
ดังนั้นถ้าทางรพ.ไม่อยากให้คนไข้ด่า เวลามีคนป่วยลัดคิวมาก็ควรแจ้งให้คนป่วยอื่นๆรู้ด้วย
ถ้ามันจำเป็นจริงๆ ไม่มีใครว่าหรอกครับ เท่าที่เห็นหมอหรือพยาบาลก็ทำหน้าที่ของตัวเองถ่ายเดียว
ไม่เคยออกมาบอกกล่าวให้คนป่วยรับรู้ พอคนป่วยรอนานหงุดหงิดก็เริ่มมาอารมณ์
ถามหมอถามพยาบาลก็ไม่มีใครตอบได้ว่าทำไมถึงรอคิวนาน
ฝ่ายหมอกับพยาบาลเองก็เหนื่อย คนเจ็บคนป่วยมาไม่ขาดระยะ ไหนจะต้องมาทนฟังผู้ป่วยด่าอีก
สุดท้ายก็ทะเลาะกันเสียความรู้สึกกันเปล่าๆ... (ผมสนับสนุนครับ)
ดังนั้นเรื่องนี้คุณคิดว่าควรแก้ที่ไหนล่ะครับ แจกคู่มือให้คนป่วยคนละเล่มเลยเป็นไง
ส่วนคนมาเยี่ยมก็ให้ท่องจำคำแนะนำในคู่มือให้ได้ ใครจำไม่ได้ก็ห้ามเข้า ดีมั้ยครับ (ดีครับ)




ดังนั้นแล้วผมคิดว่าปัญหาเหล่านี้ ทางโรงพยาบาลควรเป็นที่ผู้ที่จะต้องลงมือแก้เอง
พบเห็นอะไรที่ไม่เหมาะสม ก็ควรแจ้งให้ผู้ป่วยและคนที่มาเยี่ยมให้เขารู้และเข้าใจ
พูดจาข้อร้องอย่างสุภาพและชี้แจงเหตุผลให้เข้าใจง่ายๆชัดเจน (ก็กำลังทำอยู่นี่ไงครับ)

ตบมือข้างเดียวมันไม่ดัง จะให้คนไข้ปฏิรูปตัวเองฝ่ายเดียวมันแก้ไม่ได้
ทางรพ.เองก็ต้อง เปลี่ยนพฤติกรรมการสื่อสารกับคนนอกด้วยครับ
โดย : โชกโชนชีวิต วันที่ :2006-02-25 12:24:02 IP :203.113.35.xx
โดย : we     วันที่ :2006-02-28 21:29:05    IP :58.11.38.xx   
ความคิดเห็นที่ 111
กาละเทศะในโรงพยาบาลควรรู้ไว้ก็ดีเหมือนกันนะค่ะ
จะได้ทำตัวได้ถูกต้องและก็ไม่เป็นการรบกวนผู้ป่วย คุณหมอและบุคลกรในโรงพยาบาลมากนัก

ขอบคุณสำหรับเนื้อหาที่นำมาให้อ่านกันนะค่ะ
บางทีเราๆเองก็ทราบนะ ในเรื่องของกาลเทศะในโรงพยาบาลบางอย่าง แต่ถ้าไม่บอกไป บางทีก็ไม่ทราบเหมือนกันในบางเรื่อง
ไว้จะมาอ่านบทความใน เอ็มไทย ที่คุณหมอมาฝากบ่อยๆละกันค่ะ
โดย : ปู     วันที่ :2006-02-28 15:47:02    IP :202.12.74.xx   
ความคิดเห็นที่ 108
คืออยากรบกวนคุณหมอแมวนะค่ะว่าพอจะทราบมั้ยว่ามีโรงพยาบาลที่ใหนที่รักษาเกี่ยวกับสมองเก่งๆบ้างมัยค่ะคือพี่ชายหนูนะค่ะเค้าโดนกระบะชนแล้วสลบ1อาทิตย์ถึงฟี้นพอฟี้นมาเค้าจำได้หมดทุกคนแต่จะด่าหมดทุกคนหงุดหงิดและจะกินตลอดเวลาพอพักฟี้นอืกแค่อาทิตย์เดี่ยวหมอบอกให้กลับบ้านใด้ทั้งที่อาการยังเป็นแบบนี้อยู่เค้าบอกว่าถึงจะอยู่ที่นี่หมอก็ไม่ใด้ไม่ให้ยาอะไรแล้วหนูควรจะทำอย่างไรดีค่ะพี่หนูอายุ19ค่ะจะกลับมาอยู่ก็กลัวจะเป็นหนักขึ้น
โดย : sukanya     วันที่ :2006-02-28 11:13:41    IP :203.149.47.xx   
ความคิดเห็นที่ 101
เอาใจเขามาใส่ใจเรา บ้างถูกใจ บ้างผิดใจ ไม่มีผู้ใดได้อย่างใจหวังไปเสียทุกสิ่ง หากเปลี่ยนเราไปเป็นเขา และเขามาเป็นเรา ก็คงจะเข้าใจ ฮึ ฮึ เมื่อวานไปโรงพยาบาลมาเหมือนกัน หมอเหนื่อย พยาบาลก็เหนื่อย เห็นใจเค้าบ้างเถอะ
โดย : ho ho ho     วันที่ :2006-02-28 08:30:13    IP :58.136.66.xx   
ความคิดเห็นที่ 100
ก็แล้วแต่มุมมอง มันขึ้นอยู่กับว่าใครได้ หรือเสียประโยชน์มากกว่า แต่ก็ต้องอยู่บนกฎเกณฑ์ขั้นพื้นฐานนะครับ
โดย : med.std.     วันที่ :2006-02-28 00:00:09    IP :210.246.175.xx   
ความคิดเห็นที่ 99
คุณค.ห.96 ถ้าเกิดคนรักผมประสบอุบัติเหตุมาเลือดท่วมพะงาบๆมาเลย อย่างที่คุณว่า แต่มาถึงก่อนคุณซึ่งคนรักพะงาบๆเหมือนกันสักสามนาทีเนี่ย อยากรู้ว่าคุณจะให้ผมเอารถจอดขวางคุณช่ายป่าว
โดย :     วันที่ :2006-02-27 22:35:56    IP :58.10.160.xx   
ความคิดเห็นที่ 97
คุณหมอแมว ที่นับถือ,
ผมเป็นโรคหัวใจ เคยทำบอลลูน ๔ จุด เมื่อสองปีที่แล้ว และตอนนี้กินยา หลายอย่าง รวมทั้ง Aspirin ด้วย อยากทราบว่าจะบริจากโลหิตได้หรือไม่ครับ
โดย : อนศ     วันที่ :2006-02-27 22:25:45    IP :82.194.62.xx   
ความคิดเห็นที่ 96
อย่างเรื่องจอดรถผิดที่ผิดทาง ถ้าเกิดคนรักคุณประสบอุบัติเหตุมาเลือดท่วมพะงาบๆมาเลย
คุณจะมัวมานั่งคิดถึงเรื่องจอดรถมั้ยครับว่า ที่ไหนจอดได้ไม่ได้...


แบบนี้ไม่เท่าไหร่

ตรงไหนว่างเป็นเข้าไปจอด อันนี้น่าเกลียดไหมครับ

โดย :     วันที่ :2006-02-27 21:16:01    IP :202.12.74.xx   
ความคิดเห็นที่ 95
จริง ๆ เด็กกดลิฟท์เล่นอ่ะ เห็นแล้วอย่างสั่งสอนผู้ปกครองมาก ๆ
ไม่โทษเด็กเลย โทษผู้ปกครองนี่แหละ ตัวเองชินกับความซนของเด็ก
แต่คนอื่นไม่ชินนะคะ
โดย : โจ้     วันที่ :2006-02-27 21:03:43    IP :210.246.64.xx   
ความคิดเห็นที่ 94
ของผมก็รอมานานเหมือนกัน บางทีหมอก็ทำให้พวกที่มาหลังเราก่อน แล้วผมองรอนาน บางทีก็ลัดคิว เช่น สมมุติว่าผมได้บัตรคิวเลข 30 พวกมาหลังที่ได้บัตร31ขึ้นไป แล้วทีนี้พอพยาบาลเรียก ก็เรียก ขอเชิญหมายเลข 29 มาเข้าได้เลยค่ะ แล้วสักพักนึง ขอเชิญหมายเลข 31 มาเข้าตรวจได้เลยค่ะ ผมก็รู้สึกเบื่อมาก หลายครั้งที่ผมเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยความเหนื่อย เพราะพยาบาลชอบเรียกลัดคิว ผมก็โดนมาหลายครั้ง จนเบื่อ ผมเลยไม่ค่อยชอบพยาบาลคนนั้น อยากให้พยาบาลคนที่ดีๆ มาเรียกบัตรคิว น่าเบื่อจิง พยาบาลแบบนี้
โดย : มัง     วันที่ :2006-02-27 20:03:27    IP :58.147.24.xx   
ความคิดเห็นที่ 93
เห็นแก่ตัวชิบหายความเห็นที่ 29
โดย : หมอแนน     วันที่ :2006-02-27 19:51:19    IP :61.91.140.xx   
ความคิดเห็นที่ 92
คุณหมอครับ พระภิกษุ เรียกเป็นรูป ส่วนพระพุทธรูป เรียกเป็น องค์ครับ
โดย : เฉินหลง     วันที่ :2006-02-27 19:15:37    IP :202.12.74.xx   
ความคิดเห็นที่ 91
คุณหมอของคห.90 คงจะหงุดหงิดกับญาติที่ ตื๊อขอนอนรพ.มาหน่ะครับ

ยอมรับว่าเคยพูดแบบนั้นกับคนไข้เหมือนกัน
แต่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่คนไข้ขอ

ครั้งแรกจะบอกไปว่าทำไมถึงไม่ต้องนอน เหตุผลอะไรถึงต้องนอน
แต่ถ้าสามสี่ครั้งยังพูดไม่รู้เรื่องและวันนั้นเหนื่อยมากๆ
ก็อาจจะมีบ้างที่ตอบแบบนั้น

ผมไม่ใช่หมอที่ดีที่สุด แต่ผมก็จะทำดี

คำตอบของพวกคุณในวันนี้
ผมจะพยายามเก็บไว้เพื่อปรับปรุงการบริการต่อไป


แต่อย่ายัดเยียดเลยครับ ว่ารพ.ไหนไม่ดี
รพ.มันก็ตั้งอยู่อย่างนั้น

คนต่างหากครับ ที่เป็นตัวแปร

ถามว่าคนในรพ.เท่านั้นหรือเปล่า...ไม่ครับ

ถ้าวันหนึ่ง มีคนเดินเข้ามารับบริการจากคุณ
โดยที่พูดจาภาษาก้อนหิน(ไม่ใช่ภาษาดอกไม้) ว่า

คุณเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ คุณรับเงินเดือนภาษีจากฉัน
ฉันต้องการแบบนี้ คุณต้องทำให้ฉันเดี๋ยวนี้

....ฉันเคยไปที่นั่นมานะ เขาทำให้ฉันแบบนี้
ที่นี่ก็ต้องทำแบบนั้นด้วยสิ...



แล้วผมจะต้องทนกับคนแบบนี้ตลอดไปหรือเปล่าครับ...


คงไม่มั้งครับ(คนทำงานบริการคงเข้าใจ)
โดย : หมอที่คุณเรียกว่าหมา     วันที่ :2006-02-27 17:14:45    IP :61.19.202.xx   
ความคิดเห็นที่ 90
ชอบความเห็นของ 72 อยากจะระบายบ้าง ครับ หมอดีๆก้อมี หมอแย่ๆก้อมี เคยเจอมาเยอะ ส่วนมากไม่ค่อยดี ไม่รุ้เป็นไร เช่นเคยพาคุณแม่ไป รพ. (สมุทรปราการ) เจ้าเดิมนี่แหละ แม่เป็นความดัน เป็นบ่อยไปหาหมอบ่อย มาก เผอิญวันนั้นผมไปด้วย เห็นแม่ตรวจเสร็จแล้ว (1 นาที) ก้ออยากจะรู้ว่า คืออยากให้แม่แอดมิท ก็เลยขอพยาบาลเข้าไปถามหมอดูว่า แม่เป็นไง ค้างดูอาการได้ไหม แค่นี้แหละ รู้ไหมว่าได้รับคำตอบ กึ่งๆรำคาญ นิดๆ ว่าเอ่อ ..นี่ไม่ใช่ รร.นะค่ะ เตียงมีน้อย ไม่ใช่ รร. จะได้มีไว้ให้ใครต่อใครนอนได้ง่าย...ฯลฯ โห ขนาดผมเป็นข้าราชการเหมือนกันน่ะนี่ เป็นหมอญ. อายุไม่น่าเกิน 30 น่ะ ดูเด็กๆ ...ที่จริงแค่บอกว่า คุณแม่ของคุณอาการปกติ ยังไม่จำเป็น้องพักรักษาตัวที่ รพ.น่ะคะ ก้อจบ..เข้าใจแล้ว อธาบายซะยาว เฮ้อ .. นี่แหละหมอ รพ.นี้แหละ ไว้วันหลังยังมีเรื่องอีกหลายเรื่อง สมกับที่เค้าขนามนามว่า รพ.ฆ่าสัตว์อ่ะ...(ขอโทษสำหรับคุณหมอที่ดีๆ ที่น่าจะมีน่ะครับ)..
โดย : คน สป.     วันที่ :2006-02-27 15:51:57    IP :202.143.169.xx   
ความคิดเห็นที่ 89
ค.ห. 43 น่าจะไป ร.พ. นะ ดูเหมือนคุณจะเครียดเกินกว่าเหตุ ไปขอยาแก้เครียดหน่อยดีมั้ง
โดย : k     วันที่ :2006-02-27 14:43:02    IP :61.19.52.xx   
ความคิดเห็นที่ 86
คอบ คห. 29 เรื่องการสูบบุหรี่

คนที่สูบบุหรี่ถ้าเขามีสำนึก เขาจะออกไปสูบข้างนอก รพ. เองครับ ไม่ต้องรอให้หมอ พยาบาลมาบอก

และผมคิดว่า เรื่องบุหรี่เป็นเรื่องใหญ่มากครับ จึงใครขอความกรุณาผู้สูบบุหรี่ทุกคนสูบเฉพาะในที่โล่งแจ้ง และในที่จัดให้สูบเท่านั้น ถ้าจะให้ดีไปสูบกลางถนนก็ได้ครับ แล้วจะได้รับรู้ว่าคนที่ต้องสูดอากาศ/ควัน ที่เป็นมลพิษที่ตัวเองไม่ได้ก่อขึ้นมานั้นจะรู้สึกอย่างไร
โดย : sttail     วันที่ :2006-02-27 11:49:09    IP :203.157.72.xx   
ความคิดเห็นที่ 85
ไปสอนพยาบาลตาม รพ.รัฐด้วยล่ะ ว่ามารยาทที่ควรปฏิบัติต่อญาติคนไข้และญาติเป็นยังงัย สมัยนี้พยาบาลกับหมอไม่ใช่เจ้าคนนายคนนะ อยากด่าก็ด่า พ่อเราป่วยพาไปหาหมอที่ไหนก็ไม่หายเจอแต่หมอหิวเงิน โชคดีที่มีคนแนะนำ หมอดี ๆ คนนึงอยู่ รพ.รัฐ รักษาแล้วดีขึ้น เมื่อพ่อป่วยอีกครอบครัวจึงพาไปหาหมอคนเดิมแต่ พยาบาลทำตัวแย่มาก ขอบอก
โดย : ตาวาว     วันที่ :2006-02-27 11:32:46    IP :203.158.4.xx   
ความคิดเห็นที่ 84
หมอหลายๆ คนให้การรักษาอย่างขอไปที
จะถามอะไรก็ไม่อยากตอบซักเท่าไหร่
ข้อมูลที่เราต้องการบอกก็ไม่ค่อยอยากฟัง
เหมือนกลัวเสียเวลากับเรามากมาย
โดย : นี่เหรอหมอ     วันที่ :2006-02-27 11:17:28    IP :203.118.125.xx   
ความคิดเห็นที่ 83
ที่จอดรถ ปัญหาใหญ่ของกรุงเทพ จะไปติดต่อที่ไหนๆ ก็ไม่พ้นปัญหาเรื่องที่จอดรถ
โดย : เบื่อ     วันที่ :2006-02-27 11:12:32    IP :203.118.125.xx   
ความคิดเห็นที่ 81
สวัสดีสำหรับคนเป็นมะเร๊งหรือมีญาติที่เป็นไม่ว่าจะระยะแรกหรือสุดท้าย ขอให้ทำใจเลยว่าตายแน่นอนแต่จะเร็วหรือช้า ที่ดิฉันกล้าที่จะพูดเพราะว่าดิฉันมีประสบการณ์อย่างใกล้ชิดซึ่งเป็นแม่ของดิฉันเองยิ่งหาหมอยิ่งตายเร็วเพราะไม่มียาที่จะรักษาให้ทุเลาดีแต่ให้เคมี ฉายแสง ฝังแร่ ซึ่งเป็นการทรมานคนไข้มากกว่าในเมื่อหาหมอก็ตายไม่หาก็ตาย(ช้า)ดิฉันจึงเสนอทางออกให้คุณทำดีทุกอย่างกับคนไข้เค้าอยากได้อะไรอยากทานอะไรอยากพูดอะไรให้ทำตามใจเถอะเพราะโรคบ้านี่มันปุ๊บปั๊บวันนี้ยังดีๆอยู่แต่พรุ่งนี้อาจพูดไม่ได้กินไม่ได้ขับถ่ายเองก็ไม่ได้ ตัวคนไข้เองก็ไม่อยากให้ลูกๆหลานๆมาเป็นห่วง พยายามทำทุกอย่างที่คุณหมอบอกเพื่อที่จะได้หายจากโรคร้ายซึ่งญาติทุกคนก็หวัง แต่ไม่มีทาง มันกับแย่มันวิ่งไปตับไปสมองค้องผ่าตัดอีกมาถึงตอนนี้คนไข้ไม่รูสึกตัวแล้วช่วยตัวเองก็ไม่ได้แขนขาขยับไม่ได้ไม่มีแรง ต้องคอยใส่คอยเปลี่ยนแพมเพิททุกชั่วโมงเรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับแม่ของดิฉันเองและตอนนี้ท่านก็เสียไปแล้ว หนูรักแม่คะ ขอบคุณที่อ่านคะ
โดย : อุดมลักษณ์     วันที่ :2006-02-27 10:56:21    IP :203.118.81.xx   
ความคิดเห็นที่ 79
เห็นด้วยกับหมอแมวค่ะ อยากให้ผู้อ่านเข้าใจว่าหมอแมวหมายถึงกรณีทั่วๆไป แน่นอนว่าอาจมีกรณีนอกเหนือจากนี้ ซึ่งอันนั้นก็ควรใช้วิจารณญาณกันเองว่าควรปฎิบติตัวกันอย่างไร
กฎทุกกฎ ย่อมมีข้อยกเว้น ถ้าคุณมีเหตุผลพอ ก็มีคนรับฟังและเข้าใจค่ะ
เป็นกำลังให้หมอแมวเสมอ
See u tomorrow.
โดย : Dr. Kaew     วันที่ :2006-02-27 10:38:02    IP :58.147.120.xx   
ความคิดเห็นที่ 77
ขอบคุณครับ
โดย : ...     วันที่ :2006-02-27 08:36:32    IP :203.147.18.xx   
ความคิดเห็นที่ 76
แล้วอีกอย่างสิ่งที่หมอเค้าพูดเนี๊ยมันก็คือมารยาททางสังคมที่ทุกคนควรจะรู้บ้าง ถ้าเกิดมันฉุกเฉินจิงๆ ก็ไม่เป็นไร หมอเค้าไม่ได้หมายถึงทุกคนต้องทำอย่างนี้ แต่เค้าหมายถึงโดยรวมๆทั้งหมด
โดย : วายุ     วันที่ :2006-02-27 08:28:07    IP :61.19.52.xx   
ความคิดเห็นที่ 75
สงสารหมอว่ะ อุสาเอาอะไรดีดีมาให้อ่านดันมีพวกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำอีก ร.พ มันก็มีทั้งดีทั้งไม่ดีแหละ หมอก็มีทั้งดีทั้งไม่ดี จะเอาอะไรกันมากมาย อ่านแล้วเอาไปประมวลในสมองนิดนึง ถ้าตัวเราเป็นแบบนั้นจะได้เปลี่ยนพฟติกรรมบ้าง แต่ถ้าเราคิดว่าเราทำดีแล้วก็ไม่เห็นต้องเดือดร้อนอะไรเลยนิหว่า
โดย : วายุ     วันที่ :2006-02-27 08:24:27    IP :61.19.52.xx   
ความคิดเห็นที่ 73
ถามหน่อย


แล้ว มี บทความ เรื่อง " กาละเทศะ ของหมอ ต่อคนไข้ " บ้างไม้

อย่างเช่น

1.คนไข้ถามหมอถึงโรคที่เป็นอยู่
หมอตอบว่า จะรู้ไปทำไม....

2.พวกหมอหน้าเงิน ที่รักษาคนไข้ แบบขอไปที ถ้าเห็นเป็นคนจน

3.พวกหมอที่ทำงานโรงพยาบาลรัฐ แล้ว เวลาคนไข้มาหาเวลาปรกติ มักจะไล่ให้เค้ามาใหม่ในนอกเวลาราชการ เพื่อหวังเงินนอกเวลา(เงินพิเศษ)

4.พวกหมอที่ รับจ๊อบนอก ตามคลีนิค แล้ว พอคนไข้มาหาในโรงพยาบาลรัฐ แล้วมักแจกนามบัตรนัดให้ไปหาที่คลีนิคของตัวเอง หรือคลีนิคที่ตัวเองทำงานอยู่ โดยให้เป็นคนไข้ส่วนตัวของตัวเอง กินเงินพิเศษจากคลีนิค

5.พวกหมอที่ไม่สนใจคนไข้ วันๆ เอาแต่อ่านหนังสือต่อโท หรือไม่ก็เฉพาะทาง ไม่ดูแลเคส
โดย : แฟร๊งค์     วันที่ :2006-02-27 04:07:43    IP :202.133.139.xx   
ความคิดเห็นที่ 72
ถามหน่อย


แล้ว มี บทความ เรื่อง " กาละเทศะ ของหมอ ต่อคนไข้ " บ้างไม้

อย่างเช่น

1.คนไข้ถามหมอถึงโรคที่เป็นอยู่
หมอตอบว่า จะรู้ไปทำไม....

2.พวกหมอหน้าเงิน ที่รักษาคนไข้ แบบขอไปที ถ้าเห็นเป็นคนจน

3.พวกหมอที่ทำงานโรงพยาบาลรัฐ แล้ว เวลาคนไข้มาหาเวลาปรกติ มักจะไล่ให้เค้ามาใหม่ในนอกเวลาราชการ เพื่อหวังเงินนอกเวลา(เงินพิเศษ)

4.พวกหมอที่ รับจ๊อบนอก ตามคลีนิค แล้ว พอคนไข้มาหาในโรงพยาบาลรัฐ แล้วมักแจกนามบัตรนัดให้ไปหาที่คลีนิคของตัวเอง หรือคลีนิคที่ตัวเองทำงานอยู่ โดยให้เป็นคนไข้ส่วนตัวของตัวเอง กินเงินพิเศษจากคลีนิค

5.พวกหมอที่ไม่สนใจคนไข้ วันๆ เอาแต่อ่านหนังสือต่อโท หรือไม่ก็เฉพาะทาง ไม่ดูแลเคส
โดย : แฟร๊งค์     วันที่ :2006-02-27 04:07:42    IP :202.133.139.xx   
ความคิดเห็นที่ 67
1215
โดย : 54     วันที่ :2006-02-27 03:55:33    IP :202.133.139.xx   
ความคิดเห็นที่ 66
เฮ้อ ไม่รู้แต่ละคนผ่านวิชาภาษาไทยมาได้อย่างไรกัน
การอ่านจับใจความ หาประเด็นของข้อความน่ะ สงสัยไม่เคยเรียนกันมาเลยมั้ง

อย่างเรื่องจอดรถผิดที่ผิดทาง ถ้าเกิดคนรักคุณประสบอุบัติเหตุมาเลือดท่วมพะงาบๆมาเลย
คุณจะมัวมานั่งคิดถึงเรื่องจอดรถมั้ยครับว่า ที่ไหนจอดได้ไม่ได้...

ใช่ครับ ที่ผมยกตัวอย่างมาน่ะ ไม่ได้หมายความว่าผมสนับสนุนให้จอดรถเกะกะได้ตามฉัน
ผมหมายถึง.....กรุณาอย่าเหมาว่ารถที่จอดผิดที่ผิดทางทุกคัน ต้องถูกตำหนิเสมอไปมันก็แค่นั้น
นี่แต่ละคนตีความไปไหนกันครับ..............เวรกรรม


ที่เหลือผมไม่อธิบายล่ะ เพราะถ้าแต่ละคนอ่านแค่สองบรรทัดแล้วรีบพิมพ์ตอบ ผมคงโดนด่าอีกบาน
ดังนั้นไม่เอาดีกว่า เมื่อแต่ละคนพอใจจะรับสารแต่ด้านเดียว ผมก็ไม่ขัดศรัทธา

เชิญตามสบายครับ ผมกราบลาล่ะ
โดย : โชกโชนชีวิต(ความเห็นที่ 29)     วันที่ :2006-02-27 02:02:32    IP :203.113.34.xx   
ความคิดเห็นที่ 65
ได้ยินได้เจอพวกคนที่หมอแมวเจอมาเยอะ คนนี้มีแบ่งได้เป็นหลายประเภท เช่น
1.คนเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเอง
2.คนไม่มีการศึกษาหรือการศึกษาต่ำ
3.คนที่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ฟังความเห็นคนอื่นๆ
4.คนไม่มีความรับผิดชอบ คนปัดความรับผิดชอบ

พวกคุณๆที่เถียงโน่นเถึยงนี่ ลองดูตัวเองสิว่าเป็นคนแบบไหน
โดย : สรุป     วันที่ :2006-02-26 21:45:15    IP :218.176.160.xx   
ความคิดเห็นที่ 64