home   |   sticker   |   picpost   |   memory   |   music   |   mtravel   |   chat   |   email   |  
ไส้ติ่ง โรคง่ายๆที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด #2 -=by หมอแมว=-

ความเดิม ผมเขียนเอาไว้ในหัวข้อที่แล้ว เกี่ยวกับเรื่องเด่นประเด็นไส้ติ่งต่างๆนานา มาต่อกันดีกว่า

ความเชื่อ : หมอปล่อยให้แตกไม่พอ ยังลืมถุงมือไว้ในท้อง
ความจริง : เวลาผ่าตัดไส้ติ่งแตกเสร็จ จะมีการล้างช่องท้อง และวางสายระบายไว้จากในท้องเพื่อระบายหนองจากช่องท้องที่อาจเกิดตามมาให้ไหลออกมาข้างนอก จะได้ป้องกันการติดเชื้อและเกิดฝีในช่องท้อง ลักษณะสายระบายคือเป็นแผ่นยางสีขาวเหลืองยาวๆ รูปร่างเหมือนท่อแฟบๆ ซึ่งหมอมักจะเย็บติดกับผิวหนัง เมื่อเริ่มไม่มีหนองออกมา ก็จะค่อยๆถอยสายท่อนี้ออกมา (โดยติดเข็มกลัดป้องกันการผลุบเข้าท้อง)
กรณีคนไข้ไส้ติ่งแตกวางสายระบายไว้ แล้วญาติที่ไม่เข้าใจหรือไม่เชื่อ ดึงสายนี้ออกเอง นอกจากจะเสี่ยงต่ออันตรายระหว่างดึง ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อภายหลังได้อีก
อีกอย่างครับ เวลาผ่าตัดเสร็จ เขาจึงจะถอดถุงมือ ไม่มีใครเขาถอดถุงมือก่อนหรอกครับ ลองคิดง่ายๆว่าจะมาถอดให้เปื้อนมือทำไม

ความเชื่อ หมอปล่อยให้แตกไม่พอ ถุงมือก็ลืมคาไว้ แถมยังลืมเย็บท้องอีก
ความจริง : ไส้ติ่งแตก จะมีหนองในช่องท้องที่ทะลักออกมาระหว่างการผ่าตัด
เนื่องจากเนื้อเยื่อไขมันเป็นเนื้อเยื่อที่มีเลือดมาเลี้ยงน้อยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หลังการผ่าตัดจึงมักมีการปล่อยเนื้อเยื่อเหล่านี้ไว้ก่อน เพราะว่าเชื้อในลำไส้(ไส้ติ่งที่แตก)เป็นเชื้อที่ไม่ชอบออกซิเจนเท่าไหร่ พอไปพักตากอากาศก็มักจะไม่โตแล้วก็ตายกรอบไปเอง
เมื่อทิ้งไว้ระยะหนึ่งจนเนื้อดูแดงดี ก็จะเย็บปิดเข้าหากันอีกครั้ง

ความเชื่อ : เอาเถอะ แล้วทำไมหมอไม่บอกว่าคนไข้เป็นอะไร
ความจริง : จากประสบการณ์ในการเป็นแพทย์ ช่วงที่เคยผ่าไส้ติ่ง พบว่า เกิน80%ของการผ่าตัดไส้ติ่ง มีญาติเข้ามาต่อว่าหรือเข้ามาถามว่า ทำไมผมไม่บอกว่าคนไข้เป็นอะไร ไม่บอกอาการกับญาติ ไม่บอกอะไรเลย&^$@
แต่ในชีวิตที่เคยผ่าตัดมา ถ้าคนไข้มีญาติมา ผมอธิบายทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดให้ทั้งญาติและคนไข้ฟังเป็นจำนวน100% ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับศัลยแพทย์ที่ผมเคยรู้จักมาทุกคน
สาเหตุเนื่องมาจาก ญาติที่ไม่พอใจห่วงใยญาติของตนมาก แต่เวลามาเฝ้าญาติ ไม่ได้ถามคนที่เฝ้าอยู่ก่อนว่าหมอบอกอะไรไปบ้าง คนที่เฝ้าก่อนก็ไม่ถ่ายทอดสิ่งที่หมอบอกให้คนที่มาใหม่ฟัง
ดังนั้น ก่อนที่จะแสดงความไม่พอใจออกมาในเรื่องนี้ สมควรที่จะถามคนที่เฝ้าก่อนๆรวมทั้งตัวคนไข้เองว่า "หมอบอกอะไรบ้างหรือยัง"

ความเชื่อ : ไส้ติ่งเป็นการผ่าตัดที่ง่ายที่สุด
ความจริง : การผ่าตัดทางช่องท้อง ไส้ติ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่ไม่ซับซ้อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะง่ายเสมอไป เพราะในช่องท้องจะมีอะไรอยู่ภายในหรือจะเกิดอะไรในนั้น ไม่สามารถคาดเดาได้
ไส้ติ่งที่ผ่าง่ายๆ ผ่าโดยหมอจบใหม่ อาจใช้เวลาเพียง15นาที
ไส้ติ่งที่ผ่ายากๆ ผ่าโดยศัลยแพทย์เชี่ยวชาญที่ผ่าตัดเป็นนิจทุกๆวัน อาจใช้เวลาถึง6ชั่วโมง!!!
ไส้ติ่งอักเสบที่คนไข้มาด้วยอาการไส้ติ่งแตกความดันตกไม่รู้สึกตัว มาเจอพยาบาลกับนิสิตแพทย์ปีสุดท้าย อาจจะกลับบ้านได้อย่างสบายดี
ไส้ติ่งอักเสบที่คนไข้เดินมารพ.ได้ มาเจอกับอาจารย์ศัลยแพทย์ผู้เปี่ยมด้วยความละเอียดรอบคอบเอาใจใส่ อาจจะตายโดยที่ยังไม่ทันได้ผ่าตัดด้วยซ้ำ
เรื่องมันมีเหตุผล ไปดูข้างล่างโน่นครับ

ความไม่พอใจ : ผ่าแล้วทำไมไม่ใช่ไส้ติ่งอักเสบ
ความจริง : การวินิจฉัยไส้ติ่งอักเสบที่ดีโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ มีอัตราการผ่าไปเจอเป็นไส้ติ่งอักเสบ70-80%ในขณะที่อีก20%เป็นไส้ติ่งปกติ นั่นคือไม่ว่าคุณจะมีอาการ ผลเลือด ผลตรวจต่างๆที่ตรวจออกมาจะเหมือนไส้ติ่งแค่ไหนก็ตาม พอเอาไปผ่าก็มีโอกาสที่ออกมาจะกลายเป็นไส้ติ่งปกติ20%-30%
ถ้าหากหมอคนไหน มีความสามารถวินิจฉัยไส้ติ่งได้ถูกต้อง100% ก็อาจจะต้องไปดูหน่อยว่าผ่าไปแล้วแตกเยอะหรือไม่ เพราะเป็นไปได้ว่าปล่อยคนไข้ให้อาการเป็นต่อเนื่องจนใกล้แตก (ตอนใกล้แตก อาการมักจะชัดเจน วินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น) อันนี้แย่ตรงคนไข้มีโอกาสเสี่ยงจากการติดเชื้อในช่องท้องจากการที่ไส้ติ่งแตกได้มาก
หรือหมอคนไหนก็ตาม กลัวไส้ติ่งแตก ก็เลยผ่าเร็วขึ้น อัตราการวินิจฉัยถูกอยู่ที่40%-50% ก็แสดงว่าคนไข้ปลอดภัยจากไส้ติ่งแตกมากขึ้นแต่เสี่ยงต่อความเสี่ยงในการผ่าตัดและดมยามากขึ้นโดยไม่จำเป็น
หากมองในมุมกลับกัน ผมมองเรื่องนี้ว่าเป็นตัวสะท้อนชุมชนที่โรงพยาบาลนั้นๆตั้งอยู่
ชุมชนใดที่ญาติคนไข้มีปัญหาเวลาผ่าแล้วไม่ได้เป็นไส้ติ่งอักเสบมาก หรือเคยมีปัญหากดดันให้หมอต้องรับผิดชอบหากผ่าแล้วไม่ใช่ไส้ติ่ง ที่นั้นๆก็มักมีแนวโน้มการรอดูอาการนานขึ้นเพื่อให้อาการชัดเจน
ชุมชนใดที่ญาติคนไข้หรือคนไข้มีปัญหากดดันหมอให้รีบผ่า ไม่ต้องการดูอาการนาน(เห็นคนไข้ร้อง1ครั้ง ก็ไปด่าพยาบาล) ก็มีแนวโน้มที่หมอจะผ่าเร็วขึ้นและผ่าไปแล้วไม่ใช่ไส้ติ่งมากขึ้น
แพทย์ในสมัยก่อนสามารถทำงานตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และหลักการได้มาก ในขณะที่แพทย์รุ่นหลังๆมีแนวโน้มที่อาจจะต้องเคลื่อนไหวไปตามความต้องการของญาติและผู้ป่วยมากขึ้น ในยุคที่การทำงานที่ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจก็สามารถถูกร้องเรียนได้


ความไม่พอใจ : ผ่าคลอดแล้วหมอไม่ยอมผ่าไส้ติ่งให้
เคยมีคนไข้ที่ผมวินิจฉัยว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ มีแผลคลอดที่หน้าท้อง ก็เลยลองถามว่าเคยผ่าไส้ติ่งไหม คำตอบคือ ไม่ได้ผ่า ... และแถมว่า ไม่ค่อยพอใจที่หมอที่ผ่าคลอดครั้งที่แล้วไม่ยอมผ่าไส้ติ่งให้ทั้งที่เธอรักษาในเอกชน
ความจริง : การผ่าคลอด จัดเป็นการผ่าตัดที่สะอาดพอสมควร เนื่องจากเป็นการผ่าเด็กออกมาจากมดลูกที่ถือว่าค่อนข้างสะอาดมาก การติดเชื้อมีต่ำ ในขณะที่การผ่าไส้ติ่ง เป็นการตัดผ่านลำไส้บางส่วน มีโอกาสที่จะปนเปื้อนติดเชื้อหลังการผ่าตัดสูงกว่า สูติแพทย์จำนวนหนึ่งจึงไม่นิยมผ่าไส้ติ่งพร้อมผ่าคลอดแม้คนไข้จะขอ เพราะเกรงว่าหากมีการติดเชื้อขึ้นมา จะมีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่าปกติหลายเท่า
อีกกรณีหนึ่งที่อยากให้รู้ไว้ คนไข้บางคนไม่พอใจเมื่อรู้ว่าหมอผ่าไส้ติ่งไปโดยที่ตนเองยังไม่ทันได้ขอ.... บางราย(ส่วนน้อย)ไม่พอใจทันทีหลังผ่าตัด หลายราย(ส่วนใหญ่)ไม่พอใจหลังจากผ่านไปหลายปีแล้วตนเองมีอาการของโรคอื่นๆเช่นเหนื่อยง่าย อ้วน ปวดหัว ปวดหลัง เป็นโรคติดเชื้อต่างๆ โดยอ้างว่าหลังจากตัดไส้ติ่งแล้วจึงเกิดโรคเหล่านี้ตามมา................

ความไม่พอใจ : ทำไมต้องล้วงก้น ทำไมต้องตรวจภายใน
ความจริง : การตรวจทางทวารหนัก เป็นการตรวจที่มีประโยชน์ในการตรวจร่างกายในผู้ที่สงสัยไส้ติ่งอักเสบ โดยยึดหลักว่า การกดท้อง เป็นการกดผ่าชั้นไขมัน ซึ่งหนา โอกาสตรวจได้ไม่ชัดเจนมีสูง แต่หากตรวจทางทวารหนัก ก็สามารถตรวจได้ใกล้ชิดกับไส้ติ่งโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น
การตรวจทางทวารหนักนี้ ในบางสถาบันถือเป็นการตรวจที่ “ต้องทำ” เนื่องจากสามารถช่วยให้การตัดสินวินิจฉัยโรคแม่นยำยิ่งขึ้น
การตรวจภายใน ทำในผู้หญิง ในกรณีที่สงสัยว่าอาจจะเป็นโรคอื่นที่มีอาการคล้ายไส้ติ่งเช่น โรคติดเชื้อปีกมดลูก หรือท้องนอกมดลูก ซึ่งการกดทางหน้าท้องจะตรวจได้เหมือนกับไส้ติ่งอักเสบอย่างมาก(ๆ)



อาการของไส้ติ่ง และไส้ติ่งที่น่ากลัว
อาการของไส้ติ่งอักเสบแบบมาตรฐานก็คือ เริ่มจากอาการปวดที่บริเวณสะดือหาจุดเจ็บไม่ชัด หลังจากนั้นอาการปวดจะย้ายไปทางท้องน้อยด้านขวา หากอาการดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จะเริ่มมีไข้ขึ้นและปวดเพิ่มขึ้น จนสุดท้ายเมื่อไส้ติ่งแตก ก็จะปวดลามไปทั่วๆท้อง เกิดอาการท้องแข็งขึ้น
สาเหตุมาจากลักษณะระบบประสาทและลำไส้ ซึ่งลำไส้เองไม่มีระบบประสาทรับความเจ็บปวด โดยช่วงแรกการอักเสบอยู่เฉพาะที่ไส้ติ่งซึ่งมีเส้นประสาทแยกมาจากกลุ่มระบบประสาทตรงกลางท้อง ตอนแรกที่อักเสบไม่มากก็จะปวดตรงกลางตื้อๆแบบทั่วไป เมื่อการอักเสบมากขึ้นก็จะลามไปยังอวัยวะข้างเคียงคือลำไส้และผนังช่องท้อง ซึ่งผนังช่องท้องจะรับความเจ็บได้ดีกว่า ดังนั้นจะเจ็บมากขึ้นที่ตำแหน่งของไส้ติ่ง หลังจากนั้นเมื่อการอักเสบดำเนินต่อไปอีก เชื้อโรคก็จะเริ่มรั่วกระจายออกมา เกิดอาการของไข้ขึ้น และตามมาด้วยการแตกของไส้ติ่ง ซึ่งจะทำให้หนองกระจายออกมา
ไส้ติ่งทั่วไปที่อาการแบบนี้ไม่น่ากลัว เพราะว่าหมอจะวินิจฉัยได้ง่าย และมักจะผ่าได้ตั้งแต่ก่อนที่จะแตก
แต่ไส้ติ่งที่น่ากลัว คือไส้ติ่งที่อาการไม่ได้เป็นแบบธรรมดา คือ

1. ไส้ติ่งไม่อยู่ในที่ๆควรอยู่
ไส้ติ่งปกติจะอยู่ด้านข้างหรือด้านหน้าลำไส้ แต่มีส่วนหนึ่งที่ไส้ติ่งไปอยู่หลังลำไส้ ดังนั้นเมื่อการอักเสบดำเนินต่อไปมากขึ้น บางคนจึงมีอาการปวดลดลงหรือไม่ได้ปวดที่บริเวณท้องน้อยด้านขวา แต่ปวดตรงกลางหรือไปปวดทางด้านหลังซะ

2. ไส้ติ่งเด็กๆ
เด็กๆมักจะบอกอาการได้ไม่ชัด อาการที่ได้แม้ว่าเด็กจะรู้สึกปวดทางด้านขวา แต่เด็กก็มักจะชี้ที่สะดือตลอดเวลา การตรวจร่างกายก็มักจะไม่ได้รับความร่วมมืออย่างเพียงพอ ดังนั้น ไส้ติ่งอักเสบในเด็กจึงมีโอกาสแตกได้มากกว่าไส้ติ่งอักเสบในผู้ใหญ่ อีกทั้งการตอบสนองของเม็ดเลือดขาวก็อาจแตกต่างจากผู้ใหญ่ได้ จึงทำให้การวินิจฉัยด้วยการเจาะเลือด(ซึ่งเป็นการตรวจพิเศษที่มีในเกือบทุกรพ.)ทำได้ยากขึ้น

3. ไส้ติ่งแก่ๆ
ผู้สูงอายุ คล้ายกับเด็กที่การตอบสนองของเม็ดเลือดขาวไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ รวมทั้งอวัยวะและกล้ามเนื้อที่ไม่แข็งแรง ทำให้อาการบางอย่างที่ควรจะมีกลับเป็นไม่มี เช่นเมื่อไส้ติ่งแตก ผู้สูงอายุอาจบอกเพียงว่าปวดท้องเล็กน้อย กดท้องก็ไม่ค่อยเจ็บ ไม่มีไข้ บางรายอาจมีอาการเพียงถ่ายเหลวหรือท้องผูกเท่านั้น
และที่น่ากลัวคือ ผู้สูงอายุที่เป็นไส้ติ่ง มักจะมาเมื่อมีอาการมานานกว่าผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ (พูดง่ายๆ มีเวลาให้หมอดูสักพักก่อนแตก)
นอกจากนี้ผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัวหลายอย่างที่ทำให้ต้องระมัดระวังการนำไปผ่าตัดโดยไม่จำเป็น

4. มีโรคหรืออาการบางอย่างที่ทำให้ตัดสินใจได้ยากขึ้น
เบาหวาน โดยตัวโรคนี้สามารถทำให้เส้นประสาทเสื่อมลงและไม่ค่อยเจ็บเท่าที่ควร หมอก็จะตรวจได้แม่นยำลดลง
ท้องเสียธรรมดาในเด็ก บางครั้งท้องเสียธรรมดาในเด็กก็มีอาการคล้ายไส้ติ่งมากเสียจนหมอลังเลว่าตกลงเป็นไส้ติ่งหรือไม่ใช่ไส้ติ่งกันแน่
ลำไส้อักเสบ เวลาเป็นที่อื่นๆก็เฉยๆ แต่เวลาใดที่มาเป็นที่ท้องน้อยด้านขวาล่ะก็ หมอที่ดูจะปวดหัวอย่างยิ่ง เพราะอาการหลายอย่างแยกแทบไม่ออกจากไส้ติ่งอักเสบเลย
ต่อมน้ำเหลืองในท้องโต พบมากในเด็กๆ เกิดตามการติดเชื้อเช่นเจ็บคอหรือหวัด ซึ่งไปกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองตามที่ต่างๆรวมทั้งต่อมน้ำเหลืองในลำไส้ให้โตขึ้น จะเกิดอาการปวดท้องโดยเฉพาะท้องน้อยด้านขวาได้
ไข้เลือดออก ในเด็ก อาการอย่างหนึ่งของไข้เลือดออกก็คือ ปวดท้องน้อยด้านขวาที่เหมือนกับลักษณะปวดไส้ติ่งมาตรฐาน.... ซึ่งหากผ่าเข้าไปแล้วปรากฎว่าเป็นการปวดของไข้เลือดออกล่ะก็ มีโอกาสตกเลือดหลังการผ่าตัดได้สูงมาก (ที่จริงแยกกันได้ด้วยประวัติ เพราะไข้เลือดออกจะมีไข้มากก่อน ในขณะที่ไส้ติ่งไม่ควรมีไข้มากก่อน เป็นเหตุที่ผมเคยเน้นว่าถ้าไม่รู้ประวัติก็อย่ามั่ว)

5.ไส้ติ่งหญิงสาว
ผู้หญิงมีปีกมดลูก มีโรคที่เกิดบริเวณนี้สองโรคก็คือ โรคติดเชื้อที่ปีกมดลูกและท้องนอกมดลูก ซึ่งสามารถเกิดที่บริเวณนี้และมีอาการคล้ายคลึงกับไส้ติ่งอักเสบ จึงเป็นเหตุให้ต้องมีการซักประวัติเรื่องประจำเดือน เพศสัมพันธุ์ (+/-ตรวจภายใน) และตรวจการตั้งครรภ์ในผู้ป่วยหญิง

6. ไส้ติ่งที่กินยามาก่อน
การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาไส้ติ่ง เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยนิยมกัน เนื่องจากพบว่าโอกาสที่จะเกิดการอักเสบซ้ำในช่วงไม่กี่เดือนมีสูง และมักจะทำให้การผ่าตัดยากมากขึ้น
ปัญหาก็คือ อาการหนึ่งของไส้ติ่งอักเสบคือท้องเสีย ปวดมวนท้อง ซึ่งหากไปร้านขายยาในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มักจะสอบถามอาการและลักษณะอุจจาระแล้วให้ยามาเลย... ซึ่งยาที่ให้จะฆ่าเชื้อบางส่วน และส่งผลให้อาการเปลี่ยนแปลงไปและวินิจฉัยได้ยากขึ้นกว่าเดิม...แตกง่าย ผ่ายาก เชื้อดื้อยา
ผมเองเวลาคนไข้มาหาด้วยอาการท้องเสีย ก็ไม่ลืมที่จะเดินเข้าไปกดท้องคนไข้เสมอ อย่างน้อยก็เพื่อดูว่ามีการปวดเฉพาะจุดที่ท้องน้อยด้านขวาหรือไม่
ดังนั้นอย่าแปลกใจครับ หากมีอาการท้องเสียธรรมดาๆ ไปซื้อยาหรือไปคลินิก แล้วหมอหรือเภสัชกรจะตรวจร่างกายหรือกดท้อง

ความเชื่อ(ปิดท้าย) : ถ้างั้น ผมกลัวเป็นไส้ติ่งแตก ผมไปขอหมอผ่าตัดไส้ติ่งทิ้งได้ไหมครับ
ความจริง : ก็ได้ครับ แต่ขอให้รู้ก่อนว่าความเสี่ยงของคุณมีอะไรบ้าง
ความเสี่ยงแรก คุณมีโอกาสที่จะได้อันตรายจากการทำให้สลบระหว่างผ่าตัดเสมอ เป็นความเสี่ยงที่บางอย่างป้องกันได้ บางอย่างป้องกันได้ยากมาก แต่สรุปก็คือเสี่ยง
ความเสี่ยงที่สอง หลังผ่าตัด มีโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อในช่องท้องได้เสมอ และหากติดเชื้อ ก็มีโอกาสที่จะถึงชีวิตได้
ความเสี่ยงที่สาม ขณะผ่าตัด การผ่าอะไรก็ตามมีโอกาสตกเลือด คุณพร้อมหรือยัง
ความเสี่ยงที่สี่ เลือดที่ไหลออกมาแม้แต่1หยด ผุ่นผงเล็กน้อย เศษเนื้อหรือไขมันที่ตกลงไปบนลำไส้ จะก่อให้เกิดผังผืดขึ้นในช่องท้อง ซึ่งผังผืดเหล่านี้จะทำให้คุณเสี่ยงที่จะเกิดโรค “ ลำไส้อุดกั้น” ซึ่งถือเป็นโรคที่อาจจะต้องผ่าตัดเนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดลำไส้เน่า และที่สำคัญ หากคิดคำนวณแล้วคนเรามีโอกาสเกิดไส้ติ่งอักเสบไม่มาก แต่หากทำการผ่าตัดไปแม้แต่ครั้งเดียวก็จะต้องเกิดผังผืดแน่นอน....

การรักษาไส้ติ่งอักเสบ ไม่ใช่เรื่องที่เริ่มต้นและจบที่ห้องผ่าตัด หากแต่เป็นโรคที่การรักษาเริ่มตั้งแต่การตรวจครั้งแรก ประวัติ ตรวจร่างกาย เรื่อยไปจนถึงการผ่าตัด จนกระทั่งไปสิ้นสุดการรักษาเมื่อสามารถออกจากรพ. ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จและผลลัพท์ของการรักษา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของหมอ หากแต่ยังขึ้นอยู่กับการให้ประวัติ การตรวจ สภาพร่างกายของผู้ป่วย และความร่วมมือของผู้ป่วยหลังการผ่าตัด
เนื่องจากเรื่องเด่นประเด็นไส้ติ่ง เป็นเรื่องการผ่าตัดที่มีขึ้นบ่อย ความสงสัยคงไม่จบลงเพียงแค่บทความนี้ หากต่อไปมีโอกาสได้รับรู้ข้อสงสัยอื่นๆเกี่ยวกับไส้ติ่งอักเสบอีก ก็คงได้มีโอกาสเขียนตอนต่อๆไปออกมาครับ
หมอแมว

====================
Editor Note:

ไส้ติ่ง โรคง่ายๆที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด -=by หมอแมว=-  25 ม.ค. 49
พูดจาภาษาหมอ #2 by =หมอแมว=   22 ม.ค. 49
สเตียรอยด์ ใช้ยามั่ว ไม่กลัวตาย -=byหมอแมว=-  17 ม.ค. 49
ปัญหาปวดหัวในการรักษาโรคหอบหืด by-=หมอแมว=-  9 ม.ค. 49
หอบหืด รักษาไม่หายแต่ควบคุมได้(จริงๆนะ)-=byหมอแมว=-  5 ม.ค. 49
รวมบทความของหมอแมว 

โดย : หมอแมว
อีเมล์ : mor_kaew@hotmail.com
วันที่ : 2006-01-30 03:04:38

 


 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท
ความคิดเห็นที่ 2
ส ว ยได้ใน 9 0 วัน ส ุ ด ยอ ด!
o พี่สาว ผ ม ล ดน้ำ ห น ักได้ 12 กก.ใน 3 เดือน
o เดือ นแ รกล ด ได ้ 5 กก. เดือนที่ส องล ดได้ 8 กก.
o เดือ นที่ส ามล ดได้ 12 ก ก.
o ปัจจุ บัน ผ ิว สว ยเ ป็ นส ีช มพู หน้ าใสไร้ฝ้า สุ ขภ าพดี ม ีรา ยได ้เ สริ ม 200,000-320,000 ท ุก เดือน
อย ากเ ป็น เหมือน พี่ผม คลิ๊กที่น ี่ด่วน
w w w . o w o w 4 u . c o m / w i n s s
โดย : bee     วันที่ :2007-09-12 02:56:10    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 1
โกยเงินดอลล่าร์($)เข้ากระเป๋า วิธีหารายได้จากการโพสเวปบอร์ด และส่งอีเมล (บริษัทนี้มี intel เป็นหุ้นส่วน)
รายได้พิเศษ รายได้เสริม งานเสริม งานพิเศษ งาน parttime ของจริงไม่หลอกลวงแน่นอน
w w w . r i c h 2 u . t h . g s
ด่วน!!!! แค่คุณรับ--ส่งอีเมลล์หรือโพสเว็บ เป็นก็มีรายได้ทุกสัปดาห์แบบไม่มีขีดจำกัด บอกต่อรับ $1/คน /เดือน ทุกๆเดือน
บอกต่อ 100 คน ก็รับเดือนละ $1 ใครอยู่ใต้คุณ ไม่ว่าจะเป็นลูกคุณ ลูกของลูก ลูกของลูกของลูก ก็ได้ $1ทั้งหมด
ถ้ามีคนสมัครต่อคนละ 5 คน ก็จะมีรายได้ $3900 ต่อเดือน (136,500 บาท) จริงๆ ไม่ได้พูดเล่น

ถ้าหาได้ 5 คนในอาทิตย์เดียวก็รับโบนัสเลย $100 USD ผมเริ่มลองได้อาทิตย์เดียว ชื่อผมก็ขึ้นบอร์ดรายชื่อผู้มีสิทธิรับโบนัสแล้วครับไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะมีงานอะไรทำง่ายขนาดนี้มา ก่อน เพราะผมไม่ชอบงานขาย คุยไม่เก่ง ชวนคนไม่เป็น
และงานนี้ไม่มีการรักษา ยอดใดๆ ทั้งสิ้น เขาไม่ได้ชวนเราไปขายสินค้าใดๆ เลย แต่งานนี้รับส่ง-เมลล์เป็น
และตามโพสต์กระทู้-เวปบอร์ดเป็นก็ได้ตังค์แล้วครับ รีบสมัครด่วนนะครับ มาก่อนมี สิทธิก่อนครับ รวยก่อนนะครับ

รายละเอียด
1. แค่รับ-ส่ง email เป็น โพสเวปบอร์ดเป็น คุณก็สามารถร่วมงานกับเราได้ ผู้สนใจต้องสมัครสมาชิกก่อน
2. ได้เวปเป็นของตัวเอง เอาไปใช้โพสประกาศ
3. ไม่ต้องซื้อสินค้า ไม่ต้องรักษายอดใด ๆ
4. ค่าตอบแทนคิดตามผลงาน จ่ายผ่านบัญชีทุกสัปดาห์ ไม่จำกัดรายได้ ขยันมาก ได้เงินมาก
5. สามารถใช้คอมฯที่ใด ๆ ทำงานก็ได้
6. การันตีรายได้ 20,000 บาท/เดือน ถ้าทำตามคำแนะนำ (ทำทุกวัน 2-3 ชม.หลังเลิกงานก็ดี)

ที่สำคัญ คุณทำได้แน่นอน
ทำเล่นๆ - ไม่ได้ตังค์
ทำตั้งใจ - สัปดาห์ละ $100 USD
ทำจริงจัง-สัปดาห์ละมากกว่า $200 USD+++ มากเท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีจำกัด
ถึงตรงจุดนี้คุณคงจะเข้าใจแล้วนะครับ เรื่องการรับเงิน จ่ายเงินก็ไม่ใช่เรื่องยาก ทางผมจะแนะนำให้ในทุกขึ้นตอน เพียงคุณพร้อมที่จะทำ เท่านั้นเอง
หากคุณต้องการสมัคร หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ให้คุณเข้าไปที่เวปไซต์ หรือคุณสามารถคุยกับผมได้ตลอดผ่านทาง Msn :g d i r i c h 2 @ h o t m a i l . c o m สุดท้ายขอให้ทุกท่านโชคดี มีเงินใช้ครับ เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
w w w . r i c h 2 u . t h . g s
หรือ
h t t p : / / t i n y u r l . c o m / 2 o u 8 y d
โดย : bee     วันที่ :2007-09-10 21:35:27    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 100
เสียวแทนเลยค่ะ รักษาตัวนานป่ะอ่ะ
โดย : บีบี     วันที่ :2006-09-16 10:14:21    IP :203.113.77.xx   
ความคิดเห็นที่ 99
เราไม่เจ็บเลยหลับปุ๊ยๆๆๆ
โดย : pee     วันที่ :2006-08-13 09:00:24    IP :61.47.69.xx   
ความคิดเห็นที่ 98
ถ้าคุณตัดสินใจรับโอกาสครั้งนี้ มันคงไม่เป็นการยากที่จะศึกษา
อีกสักหน่อยเพื่อเพิ่มโอกาสให้ตัวเราเองท่านว่าใช่หรือไม่ คงไม่เสียหาย
ที่จะเรียนเพิ่มอีกอย่างสองอย่างหากการเรียนนั้นไม่ได้นำตัวเราสู้ทางตัน
ของชีวิตหรืออาจเป็นอีกโอกาสที่จะสร้างสรรค์แนวทางใหม่ให้ชีวิต
อย่าปิดกั้นหนทางของตนเอง
หากคุณเป็นคนหนึ่งทีต้องการหารายได้พิเศษ
หรือต้องการทำธุรกิจส่วนตัว นี่เป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุดแล้วค่ะ
ไม่ต้องเป็นลูกจ้างอีกต่อไป เบื่อไหม? กับการทำงานให้คนอื่น
รายได้...ของคุณตอนนี้ เพียงพอหรือ?
คุณมีเวลาให้ครอบครัว และตัวเองมากแค่ไหน?
คุณยังคิดว่า... คุณยังสามารถทำให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่านี้ได้ใช่ไหม?
แล้วคุณ.... ยังรออะไรอยู่อีก
โอกาสดี! สำหรับผู้ที่สนใจ และมีความตั้งใจจริง
ใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมงต่อวัน หรือมากกว่า
คำตอบคือ
"พร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนแปลง"
ลองเข้ามามองภาพดังกล่าวที่
http://t i n y u rl.com/jjyz5
: ถ้าคุณตัดสินใจรับโอกาสครั้งนี้ มันคงไม่เป็นการยากที่จะศึกษา
โดย : ถ้าคุณตัดสินใจรับโอกาสครั้งนี้     วันที่ :2006-06-21 10:54:36    IP :58.8.150.xx   
ความคิดเห็นที่ 97
โดย : 123     วันที่ :2006-05-21 16:58:57    IP :203.188.56.xx   
ความคิดเห็นที่ 96

เ พ ร า ะ เ ป็ น > จากธรรมชาติ # # # # #
((( สำหรับผู้ที่ต้องการ ล ด + น้ำ ห นั ก ) ) ) หรือ (( มี ปั ญ ห า -สุ ขภาพ)))))
มี ส า ร อาหารหลักครบ 5 ห มู่ทั้ง แ ร่ ธ าตุ วิ ต ามินที่ ร่างกายเราต้องการ
(ไม่ ต้ อง อ ด อ า ห า ร ) ( ไม่ทำอ่อนเพลีย) ( ห งุ ด ห งิ ด เมื่ อทา นผลิตภัณฑ์ของเรา)
((ช่ วยแก้ ปัญหา ภู มิ แ พ้ ไม เ ก รน คว ามดัน เ บ าห ว าน เก็ าต์))
>
มี ค น ใช้แล้ วเห็นผลใน 62 ประเทศทั่วโลก (ประเทศที่ 63 จะตามมาเร็ว เร็วนี้)^i^
รั บ ป ร ะ กั น คื น เ งิ น ไ ด้ ภ าย ใ น 3 0 วั น สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ
((( ( ( http://2ch2.net/.l?=Xa1j ) ) )))
*** ( อ ย่ า ลั ง เ ล ที่ จ ะรั กษ า หุ่ น เ ล ย ค่ะ)xxxxx
ถ้าคลิ๊กไม่ได้ ให้ COPY ไปไว้ที่ address ได้เลย
โดย : ascha     วันที่ :2006-05-02 00:41:48    IP :58.9.38.xx   
ความคิดเห็นที่ 95
เราก็เคยเป็นไส้ติ่งมาเมื่อ่ปี ที่ แล้วเอง ผ่าตัดไปแล้ว ของเรามีอาการ .3 วันเลย ไม่ค่อยเหมือนคนอื่นที่เค้าเป็นโรคนี้กันอะ ตอนแรก เราปวดท้องตอนที่หลับไปแล้วตอนกลางคืน ท้องบวมขึ้นมามากๆๆๆ นึกว่าท้องอืดเลยทายาหม่องทั่วท้อง แล้วซักพักมันก้อหาย แต่ตอนที่ปวดมันปวด มาก ๆ เลยนะ แทบตจะทนไม่ไหว แต่คืนสอง ก็ เหมือนเดิมแหละ กินยาแก้ท้องอืด เลยไป หาหมอตอนอีกวันรุ่งขึ้นตอนเย็นแล้วตอนตรวจปัสสาวะก็หาไม่เจอ อัลตร้าซาวก็ไ ม่เจอ แต่หมอกดไปตรวจุดที่เป็นไส้ติ่งกลับปวดมาก หมอวิเคราะห์ว่าน่าจะเป็น ไส้ติ่งอักเสบแต่ยังไม่รุนแรงเค้าให้ยามากินเราก็กินยาไปคืนนั้น ตื่นมาวันรุ่งขึ้นไม่เป็นไรเลยตอนเช้าแต่พอบ่ายเราเริ่มปวดท้องอีกเลยไปโรงพยาบาลแล้วก็ ตอนเย็น 6โมงหมดผ่าตัดเลย เพราะอาการมันเริ่มออกอย่างรุนแรงแล้ว สรุปตอนผ่าตัดเสร็จ ฟื้นขึ้นมาได้โห ทรมานมากปวดแผลสุดยอดมากๆๆ ไม่เคยทรมานไรเท่านี้มาก่อน สุดยอดจริงๆ ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 6เดือนได้ แผลเป็นยังเป็นอยู่เลยแต่มันไม่ยาวมาก แล้วก็ จางลงเยอะแล้ว หวังว่ามันคงจะหายไปซักที
โดย : tan     วันที่ :2006-02-09 12:00:17    IP :168.120.102.xx   
ความคิดเห็นที่ 94
ขอบคุณมากกกกกก ..
บางทีการให้ความรู้กับคนทั่วไป ที่ไม่ใช่คนไข้
ดีมากน่ะค่ะ...คุณหมออย่าเพิ่งเหนือ่ยจนเลิกทำหล่ะ...
โดย : คนแข็งแรง     วันที่ :2006-02-09 11:45:24    IP :202.183.243.xx   
ความคิดเห็นที่ 91
อยากให้คุณหมอให้ความรู้เกี่ยวกับ ไวรัสตับอักเสบบี ด้วยเป็นอยู่ จักขอบคุณมาก
โดย : บ้านนอก     วันที่ :2006-02-08 20:24:15    IP :203.113.71.xx   
ความคิดเห็นที่ 90
อ่านหมดปวดตา
โดย : นุ่ม     วันที่ :2006-02-08 14:19:37    IP :61.91.116.xx   
ความคิดเห็นที่ 89
ดูน่ากลัวจังเลย โลกแบบนี่
โดย : อุตราแมน     วันที่ :2006-02-08 12:24:11    IP :203.146.157.xx   
ความคิดเห็นที่ 82
มีวิธีรักษาแผลเป็นที่เกิดจากการผ่าตัดไส้ติ่งบ้างหรือไม่ เคยผ่าไปแล้วประมาณ 1 ปีตอนนี้สามารถที่จะยกของหนักได้หรือยัง และผังผืดต้องเกิดขึ้นกับทุกคนที่เคยผ่าหรือเปล่าคะ ช่วยตอบด้วยตอนนี้รู้สึกกังวลมาก
โดย : พีพี     วันที่ :2006-02-07 13:47:49    IP :125.24.0.xx   
ความคิดเห็นที่ 79
ผมคิดไปเองหรือเปล่าไม่รู้นะ ตอนผมอ่านผมเกิดคำถามว่าทำไมหมอแมวทำเหมือนอธิบายไปด่าญาติคนไข้ไป คนเขาไม่มีความรู้แต่ก็เป็นห่วงคนไข้ หมอรู้หมอก็น่าจะบอกเค้าดีๆดีกว่าไหมครับ คนไข้พูดอะไรผิดไปหมอก็ยิ้มๆแล้วอธิบายเค้าจะน่ารักมาเลยครับ

สิ่งที่หมอทำเป็นประโยชน์ต่อสังคมและให้ความรู้แก่เยาชนได้ดีมากครับ ขอชื่นชมจริงๆที่หมออุสาห์ยอมเสียสละเวลาอันมีค่าของหมอมาทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
โดย : ปรีดา     วันที่ :2006-02-07 05:15:20    IP :134.214.207.xx   
ความคิดเห็นที่ 77
หมอแมว
เมื่อไรจะมีเพศมาแนะนำบ้าง
โดย : ณัฐพงษ์ เทพทองพูล     วันที่ :2006-02-06 12:36:15    IP :125.24.86.xx   
ความคิดเห็นที่ 76
หมอแมวขา เมื่อไรจะมีเรื่องใหม่ๆมาอีกคะ รออยู่ค่ะ
โดย : เพื่อนคนไม่ชอบป่วย     วันที่ :2006-02-06 10:24:23    IP :58.10.152.xx   
ความคิดเห็นที่ 68
อยากทราบเรื่องเม็ดเลือด เช่นโรค G6 PD ค่ะ
โดย : joy     วันที่ :2006-02-04 23:33:02    IP :203.188.35.xx   
ความคิดเห็นที่ 67
ผมเป็นไส้เลือนจะผ่าตัดจะเป็นอย่างไรบ้างขอความเห็นด้วยครับ
โดย : mos     วันที่ :2006-02-04 19:55:17    IP :203.113.45.xx   
ความคิดเห็นที่ 66
คุณ 58 คุณยังเล็กน้อยไปคุณรู้ไหมว่าคุณเชื่อไหมว่าไส้ติ่งเรานะแตกตั้ง 2 รอบแน่ะ เรื่องมันมีอยู่ว่าเราปวดท้องทั้งวันเลยปวดมากแต่ก็ทนทำงานทั้งวันนะตกตอนเย็นก็ไปหาหมอหมอวินิจฉัยคนแรกบอกว่าเป็นใส้ติ่งผ่าตัดได้เลยแต่พอมานอนที่ห้องก็มีหมออีกคนหนึ่งมาตรวจคนแรกเป็นผู้หญิงบอกว่ามดลูกอักเสบเราต้องนอนเติมน้ำเกลือกับยาฆ่าเชื้อ(เนื่องจากหาว่าเป็นมดลูกอักเสบ)ถึง 2 วัน 2 คืนพอเช้าวันจันทร์เราจำแม่นมากๆ ไส้ติ่งเราแตก 6 โมงเช้า ฉีดยาตรวจเลือดแล้วถึงบอกว่าไส้ติ่งแตก หมอมาตรวจ 9 โมงเช้า เอาเราไปผ่าตัด บ่าย 2 โมง เราไม่ตายก็บุญแล้วผ่าตัดเสร์จรู้ทั้งรู้ว่าไส้ติ่งเราแตกยังไม่มีการใส่ท่อระบายหนองอะไรเลยเย็บปิดแผลเลยอยู่โรงพยาบาลต่ออีก 10วันเพราะมีไข้ตลอด พอไข้ลดวันที่11 ก็ให้เรากลับบ้าน นัดเราอีก 2 วันให้มาถอดไหม กลับไปนอนที่บ้านได้ 1 คืน ระหว่าง10วันเราก็หัดเดินตลอด(ลืมไปว่าเราผ่ามีแผลกลางหน้าท้องเลยใหญ่มากยาวจากใต้สะดือจนเกือบถึงสันเลย) วันที่กลับบ้านยังไม่ทันข้ามวันเลยเรานั่งหัดนั่งหลังตรงได้สักประมาณ30 นาทีก็มีทั้งน้ำเลือดและน้ำเหลืองไหลออกมาเลอะเต็มหน้าตกเราจนเราเกือบจะเป็นลมพ่อเรารีบพากลับไปที่เดิมเราต้องตัดไหมด่วนแยกแผลออกใหม่หมดแล้วล้างแผลทำความสะอาดหนองให้แห้งรอจนกว่าแผลแดงแล้วค่อยเย็บใหม่คิดดูซิว่าระหว่างเปิดแผลล้างทุกวันนั้นมันทรมานแค่ไหนเราล้างแผลอยู่14 วัน ตอนเย็บรอบ 2 เย็บสดด้วยน่ะแต่ฉีดยาชาตรงที่แผลแค่คิดตอนนี้เราก็เจ็บมากผ่านมาได้ 3 เดือนแล้วเรายังเจ็บแผลอยู่เลยแผลเรายาวมากๆ รวมแล้วเราอยู่โรงพยาบาล 28 วันรักษาตัวอีก 1 อาทิตย์ หมอเงินไป 100000 กว่าบาท ทรมาณมากทุกวันนี้ยังปวดแผลอยู่เลยเนื่องจากแผลกว้างและยาวมาก ๆ (โรงพยาบาลที่เราไปรักษาเป็นเอกชนนะเราจะไม่ไปอีกเลย จากเด็กเชียงใหม่
โดย : จีราภรณ์     วันที่ :2006-02-04 16:46:41    IP :58.64.126.xx   
ความคิดเห็นที่ 65
หมอแมวน่ารักจัง เขียนแต่ละบทความให้สาระทั้งนั้น ขอบคุณค่ะ เวลาอ่านก็อ่านสบาย ๆ สำนวนง่าย ๆไม่ต้องเป็นแบบภาษาราชการแบบที่เค้าถ่ายทอดความรู้ทั่วไปซึ่งมันน่ารู้แต่ก็น่าเบื่อด้วย ชอบแนวของหมอแมวจัง หุ หุ แอบขำอยู่ค่ะ อ่านไปขำไป
"ไส้ติ่งเด็ก ๆ กะ ไส้ติ่งแก่ ๆ" แทนที่ ไส้ติ่งที่พบในเด็ก หรือไส้สิ่งที่พบในผู้สูงอายุ
โดย : ดีค่ะ     วันที่ :2006-02-04 04:25:53    IP :24.45.67.xx   
ความคิดเห็นที่ 62
อีกอย่าง ไส้ติ่งแตกไม่ตายครับ


ผมนี่หละไส้ติ่งแตก

เอ๊ะ หรือว่าตัวเองตายไปแล้วหว่ะ ???
โดย : อันนี้ผมเป้นเองครับ     วันที่ :2006-02-03 20:14:03    IP :61.19.202.xx   
ความคิดเห็นที่ 61
อ้างอิงถึง คห. 58 ครับ ไข้ไทฟอยด์ ไม่ได้สูญพันธ์ไปครับ

ยังมีอยู่ครับ

http://www.siamhealth.net/Disease/infectious/typhoid_fever.htm

http://www.thaiclinic.com/medbible/typhoid.html


ไปอ่านกันครับ เพิ่มความรู้
โดย : เพื่อนเป็นอ่ะครับ     วันที่ :2006-02-03 20:12:14    IP :61.19.202.xx   
ความคิดเห็นที่ 60
เป็นบทความที่ดีมาก ผมชอบอ่านของหมอแมวทุกตอน เพราะให้ประโยชน์มากๆ
ขอให้อยู่ไปนานนะครับ
ขอบคุณที่นำความรู้ดีๆมาให้
โดย : 001     วันที่ :2006-02-03 16:41:00    IP :203.188.60.xx   
ความคิดเห็นที่ 59
ถ้าเป้นไส้ติ่งแต่ไม่อยากผ่าตัดจะมีวิธีการอย่างไรบ้าง ช่วยแนะนำด้วย ขอบคุณสำหรับความรู้ในเนื้อหาข้างต้นคะ
โดย : พิมพ์     วันที่ :2006-02-03 15:45:48    IP :203.154.97.xx   
ความคิดเห็นที่ 58
คืออยากเล่าให้ฟังเป็นอุธทาหรณ์ว่า ตัวเองเคยเจอปัญหาโรคแตกเกี่ยวกับโรคไส้ติ่งอักเสบและแตก เรื่องมันมีอยู่ว่าเราปวดท้อง จุกเสียด เหมือนอาหารไม่ย่อย ปวดไม่มากปวดน้อยน้อยแต่ปวดทั่วท้อง วันแรกไปหาหมอที่ ร.พ.แห่งหนึ่ง หมอเขาก็กดกดจับจับ แล้วบอกว่า เป็นโรคกระเพาะให้ยามากินแล้วกลับบ้านได้ พอกลับถึงบ้านเริ่มท้องเสีย ถ่ายท้องทุก 20 นาที รุ่งเช้ามีอาการอาเจียรร่วมด้วย ท้องก็ยังปวดไม่มากเหมือนเดิม แต่ยังถ่ายท้องตลอดเวลา กลับไปหาหมอที่ ร.พ.เดิม ที่นี้หมอกดท้องใหม่ก็ปวดไม่มาก ล้วงทวารเขี่ยลำไส้ใหญ่ ก็ไม่รู้สึกอะไร ตรวจเลือดหมอบอกว่าผลเลือดน่าสงสัยนิดหน่อยเท่านั้น (เน้นว่านิดหน่อยเท่านั้น) อัลตร้าซาวด์ก็ไม่พบอะไร สรุปหมอบอกให้นอน ร.พ. แล้วให้น้ำเกลือกับยาฆ่าเชื้อ ตลอดเวลา 4 คืนที่นอนที่ ร.พ. ถ่ายท้อง สลับกับอาเจียรตลอด ยังปวดท้องน้อย ๆ เหมือนเดิม ตรวจอึ ตรวจเลือด ตรวจฉี่ ไม่พบอะไร หมอบอกสงสัยเป็นไข้ไทฟอยด์ (โรคนี้ความจริงสูญพันธ์ไปแล้ว) อัลตร้าซาวด์อีกครั้ง กลับพบว่าปีกมดลูกข้างหนึ่งใหญ่มาก เป็นโรคอะไรอีกละเนี่ย หมอเริ่มสงสัย เนื้องอกหรืออะไร น้ำตาไหลแล้วเรา ทนไม่ไหวแล้วเราเป็นอะไรเนี่ย ทำงัยดีหมอเริ่มงง ในที่สุดก็เฉลยว่า ที่ปีกมดลูกใหญ่ข้างหนึ่งนั้น คือ เราเป็นประจำเดือนมาในตอนเย็นวันนั้น ก็คลายกังวลไปหนึ่งเรื่อง วันวันมีแต่หมอมาดูหลายคนมาก มาคลำคลำ จับจับ ยกยก แต่ไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นอะไร พ่อเราบอกขอให้ทำ SCAN ให้ ซึ่งกว่าจะทำได้วิธีมันแสนจะทรมานมากต้องกินสารทึบแสงที่คล้ายน้ำแดง รสชาดบอกไม่ถูก ต้องอุดทวาร แล้วเราก็ท้องเสียอยู่ด้วยลำบากที่สุด
ระหว่างรอผล SCAN เขาเชิญหมอจากศิริราชมาดู หมอเจอหน้าเราแล้วบอกเราว่า เป็นไส้ติ่ง เห็นหน้าก็รู้แล้ว ดูสิท้องน้อยคุณสูงขึ้นมามาก และพอผลSCAN มาก็รู้ว่าไส้ติ่งแตกแล้ว เรางงมากเลย เรายังกระโดดให้หมอดูว่าเนี่ยนะไส้ติ่งแตกไม่ปวดท้องเลย กระโดดได้แล้ว แต่ยังงัยก็ต้องผ่า หมอบอกว่าถ้าไม่ผ่าก็เตรียมตัวตายได้เลย สรุปเราได้ผ่าตัดในคืนวันที่ 5 ที่เราอยู่ ร.พ. โดยการบล็อคหลัง หลังการผ่าถึงได้รู้ว่า ว่าทำไม่โรคเราหมอวินิจไม่ได้เพราะ 1. ไส้ติ่งเราอยู่กลางท้อง ไม่ได้อยู่ด้านขวา โดยมีลำไส้เล็กพันไว้อย่างหนาแน่น 2. ไส้ติ่งเราแตกตั้งแต่ที่เราเริ่มท้องเสียแล้วเนื่องจากลำไส้ใหญ่ติดเชื้อเลยทำให้ท้องเสีย 3. สิ่งที่ทำให้หมอไม่รู้ว่าไส้ติ่งแตกคือเพราะลำไส้เล็กมันสร้างกระเปาะหุ้มหนองที่แตกไว้ ทำให้เชื้อโรคไม่กระจาย ตอนผ่าตัดหมอถ่ายรูปโพลาลอยด์แล้วให้ดูตอนนั้นเลย เราเห็นไส้ติ่งเราเหมือนไส้กรอกอิสานที่ยังไม่ได้ปิ้งยังงัยยังงั้น สรุปเรานอน ร.พ.อยู่ 10 วัน เสียเงินไป 80,000 กว่าบาท ก็เลยอยากเล่าไว้เป็นอุทธาหรณ์
โดย : วรรณ     วันที่ :2006-02-03 15:37:25    IP :202.28.180.xx   
ความคิดเห็นที่ 53
ขอบคุณที่ให้ความรู้ความเข้าใจในการดูเเลสุขภาพ
โดย : ศีลธรรมปัญญา     วันที่ :2006-02-02 15:35:17    IP :202.28.35.xx   
ความคิดเห็นที่ 50
ขอบคุณสำหรับความรู้นะครับ ผมจะติดตามและเป็นกำลังใจให้หมอแมวต่อไป ว่าแต่ไส้ติ่งนิมันอยู่ด้านในของท้องน้อย ด้านขวาตัวของผมหรือขวาของหมอกันแน่เนี่ย ชักงง
โดย : ์Sup     วันที่ :2006-02-02 13:45:07    IP :203.188.22.xx   
ความคิดเห็นที่ 49
อยากรู้วิธีการรักษา
โดย : fah     วันที่ :2006-02-02 12:56:56    IP :202.143.178.xx   
ความคิดเห็นที่ 48
ขอบคุณนะคะ อ๋อมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
โดย : Dia     วันที่ :2006-02-02 11:59:40    IP :203.113.61.xx   
ความคิดเห็นที่ 45
สาธุ พ่อคุณ พ่อมหาจำเริญ ขอคุณพระช่วยปกปักรักษาให้เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ เงินทอง ธนสาร ด้วยน๊า
โดย : หมอแมวจ๋า     วันที่ :2006-02-02 02:26:58    IP :24.6.212.xx   
ความคิดเห็นที่ 44
พึ่งผ่ามาสดๆร้อนเลย วันนี้พึ่งกลับบ้านวันแรก
โดย : kujo jotaro     วันที่ :2006-02-01 22:55:50    IP :58.8.96.xx   
ความคิดเห็นที่ 42
ขอบคุณ ค่ะ คือ อยาก ทราบ เรื่อง ท้อง นอก มดลูก จริงๆ ค่ะ ช่วย ตอบ ด้วย
อาการ ต่าง กับ ท้อง ปกติ ยัง ไง ค่ะ
ขอ ความกรุณาด้วย ค่ะ
โดย : 000000     วันที่ :2006-02-01 16:23:45    IP :203.155.14.xx   
ความคิดเห็นที่ 41
อธิบาย เรื่อง ท้อง นอก มดลูก ให้ หน่อย ค่ะ อยาก ทราบ
โดย : 000000     วันที่ :2006-02-01 16:20:15    IP :203.155.14.xx   
ความคิดเห็นที่ 39
เรียน คุณหมอแมวค่ะ
รบกวนสอบถามน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าอาการที่เรียกว่า การตั้งครรภ์นอกมดลูกผู้หญิงเราจะยังคงมีประจำเดือนอยู่ตามปกติหรือคะ แล้ว/หรือ จะมีการทดสอบในเบื้องต้นว่าเป็นการท้องนอกมดลูกได้หรือไม่ สามารถตรวจสอบอย่างไรได้บ้าง นอกจากซื้อน้ำยาทดสอบการตั้งครรภ์ และมีแนวทางในการรักษาอย่างไรคะ ขอบพระคุณมากค่ะ
(ปล. หากมีท่านใดที่พอมีความรู้จะแนะนำให้ทราบกัน ก็ได้ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ)
โดย : *     วันที่ :2006-02-01 14:28:01    IP :61.90.147.xx   
ความคิดเห็นที่ 36
ผมก็เคยเป็นดีน้าไม่แตก...ตอนนี้ร่างกายเลยไม่ครบ 32 เพราะไม่มีไส้ติ่งแย้ว...(โดนล้วงเหมือนกัน ฮือๆพรมจรรย์ขาดสบั้น) ....
โดย : Aotz     วันที่ :2006-02-01 11:50:02    IP :58.11.96.xx   
ความคิดเห็นที่ 32
ใช่ๆ โดนหมอเอานิ้วแหย่ตูดด้วย เลยโดนเพื่อนล้อเลย
โดย : 55     วันที่ :2006-02-01 09:23:41    IP :61.90.85.xx   
ความคิดเห็นที่ 31
หมอแมว เหมียวเหมียว .. ได้ประโยชน์มากคะ เหมี๊ยวๆๆๆๆ
โดย : 1 เจเปน     วันที่ :2006-02-01 08:57:14    IP :222.228.11.xx   
ความคิดเห็นที่ 30
อยากให้หมอแมวนำเรื่องมะเร็งลำไส้มาบอกกันบ้าง ตอนนี้ยังกังวลอยู่ค่ะ เท่าๆที่หาความรู้มาก็ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง แต่ยังไม่มีเวลาไปตรวจนะคะ ยุ่งมากกก
โดย : ขี้กังวล     วันที่ :2006-02-01 08:25:41    IP :202.28.27.xx   
ความคิดเห็นที่ 27
หมอแมวให้ความรู้ดีจังอ้ะ น่าจะทำงานอยู่ สปสช.นะ แฮ่ แฮ่
โดย : คนไม่ชอบป่วย     วันที่ :2006-01-31 22:33:28    IP :58.10.153.xx   
ความคิดเห็นที่ 24
หมอแมวชื่อจริงชื่อปรีดาหรือเปล่า เพื่อนฝากถามอ้ะ
ไม่ตอบครับ
โดย : หมอแมว     วันที่ :2006-01-31 16:38:23    IP :125.25.1.xx   
ความคิดเห็นที่ 23
ขอเป็นไส้ติ่งในลำไส้เธอ ได้ไหมเล่าเออหากลำไส้เธอยังว่างงงงงง
โดย : ไส้อั่ว     วันที่ :2006-01-31 16:19:56    IP :58.11.72.xx   
ความคิดเห็นที่ 22
หมอแมวชื่อจริงชื่อปรีดาหรือเปล่า เพื่อนฝากถามอ้ะ
โดย : คนไม่ชอบป่วย     วันที่ :2006-01-31 15:38:55    IP :61.90.103.xx   
ความคิดเห็นที่ 21
ถึง คห 10 ไส้ติ่ง = Vermiform appendix ครับ
โดย : เด็กแพทย์     วันที่ :2006-01-31 12:41:03    IP :202.28.27.xx   
ความคิดเห็นที่ 20
ถึง คห 10 ไส้ติ่ง = Vermiform appendix ครับ
โดย : เด็กแพทย์     วันที่ :2006-01-31 12:41:01    IP :202.28.27.xx   
ความคิดเห็นที่ 19
มันมีความคล้ายกับโรค ไทด์ฟอย มั้ยครับ

ช่วงปวดท้อง ตัวร้อนแรกๆ ไปหาหมอที่หัวเฉียว

ท่านวินิจฉัยว่าเป็น ไทด์ฟอย จับฉีดยา1เข็มและให้ยามากิน

นอนปวดเกือบอาทิตย์ พอดีที่บ้านจะไปเที่ยวเชียงใหม่

ก็ต้องไปด้วยทั้งๆที่ปวดอยู่อย่างงั้น สุดท้ายขี้แตกกระจายบนรถทัวร์

สลบไปเลย คนขับต้องพาไปโรงพยาบาลแทน

ตื่นมาอีกทีมีรอยผ่ายาวตั้งแต่ใต้สะดือลงไป + สายยาง2ข้างโผล่ออกมาจากท้อง +ถุงพลาสติกใสมีเส้นพรุนๆสีดำแช่น้ำวางไว้ข้างหัวเตียง

กว่าจะเดินได้เพราะเจ็บแผลก็เกือบเดือน

พอไปโรงเรียนอีกที อาจารย์ถามไปทำอะไรมา บอกว่าผ่าตัดไส้ติ่ง

มันดันหาว่าโกหก พ่อมันผ่าไส้ติ่ง3วันก็กลับบ้านได้แล้ว

พออธิบายว่าไส้ติ่งแตก มันก็ยิ่งหาว่าโกหก บอกว่าถ้าแตกก็ต้องตายแล้ว

กลายเป็นสมรักษ์ไปโดยปริยาย
โดย : Spell     วันที่ :2006-01-31 10:59:00    IP :221.128.101.xx   
ความคิดเห็นที่ 18
ได้ความรู้เยอะแยะมากมาย ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ
โดย : น้ำแข็งปิ้ง     วันที่ :2006-01-31 10:51:01    IP :125.24.34.xx   
ความคิดเห็นที่ 17
โอ้ว สลบเลย น่ากลัวมากๆ แต่บอกสาเหตุของไส้ติ่งอักเสบก็ดีนะครับ จะได้ป้องกัน
โดย : คิม     วันที่ :2006-01-31 09:34:29    IP :125.24.30.xx   
ความคิดเห็นที่ 15

ความคิดเห็นที่ 10
รอบกวนสอบถามค่ะ...ไส้ติ่ง ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไรคะ เวลาไปหาหมอจะได้บอกเค้าถูก...แบบว่าอ่านแล้วกลัวไส้ติ่งแตกหรือมีปัญหาตอนอยู่ต่างประเทศจัง


ตอบ


ไส้ติ่งอักเสบ=appendicitis แบ่รๆ
โดย : นพ.มัมมี่     วันที่ :2006-01-31 07:55:16    IP :125.24.1.xx   
ความคิดเห็นที่ 12
อยากเสนอให้คุณหมอนำโรครีดสีดวงทวารหนักมาด้วยครับ ขอบคุณคุณหมอนะคราบ
โดย : ขอบคุณครับคุณหมอ     วันที่ :2006-01-31 00:38:34    IP :125.25.8.xx   
ความคิดเห็นที่ 11
*_* กำเจงนะคนเรามีเเต่โรค
โดย : 123     วันที่ :2006-01-30 21:46:46    IP :61.47.120.xx   
ความคิดเห็นที่ 10