พูดจาภาษาหมอ #2 -=byหมอแมว=-
หลังจากที่ได้เขียน พูดจาภาษาหมอ 1 ไปเมื่อครึ่งปีที่ผ่านมา คิดว่าคำศัพท์ที่น่าจะกำกวมน่าจะหมดไปแล้ว แต่ปรากฎว่ายังมีอีกหลายคำที่มีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันอีกเยอะ ผมเองเวลาไปเจอคนไข้ที่เขากล้าถามกลับมาในเรื่องคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจก็มักอธิบายให้ แล้วก็ไม่ลืมที่จะจดบันทึกกลับมาเป็น มุข ของตนเองในการเขียน
1. คำศัพท์ว่าด้วยบุคคลต่างๆ
หมอ
หลายคนที่อ่านอยู่คงงงว่าคำพื้นๆนี้มีคนไม่เข้าใจด้วยหรือ ไม่ต้องงงครับ มีคนไม่เข้าใจจริงๆ
เมื่อสมัยที่จบมาใหม่ๆ เคยไปตรวจคนไข้ พอคนไข้มาผมก็ตรวจไปตามปกติซึ่งเวลาตรวจเสร็จผมชอบพูดว่า เดี๋ยวหมอสั่งยาให้คุณไปทาน....blar blar blar แล้วก็เคยปรากฎคนไข้หลายคนไม่ยอมไปรับยา กลับนั่งอยู่อย่างเดิม...
สำหรับในหลายๆพื้นที่ คำว่าหมอหมายถึง ใครก็ได้มาทำการรักษา โดยมากมักเป็นคำเรียกพยาบาล เภสัชมากกว่า ส่วนแพทย์ปริญญา คนส่วนใหญ่เรียกว่าหมอใหญ่
ตอนนั้นคนไข้มักมองหมอผู้ชายผิดเป็นบุรุษพยาบาล เช่นเดียวกับในกรณีผมที่พอตรวจเสร็จ คนไข้ก็นั่งรอหมอใหญ่ต่อไป (ผมคงดูไม่มีราศีเท่าไหร่ แต่ก็ไม่แปลกเพราะเข้ากรุงเทพทีไร แท็กซี่ชอบเข้าใจว่าผมเป็นคนทำงานโรงงานทุกที)
แพทย์เฉพาะทาง แพทย์ใช้ทุน แพทย์ทั่วไป
การเรียนแพทย์มีการเรียนทั้งสิ้น6ปี โดยเมื่อจบมาก็จะมีสัญญาใช้ทุน 3ปี ต้องทำงานในโรงพยาบาลรัฐบาล ในฐานะ แพทย์ใช้ทุน หลังจากนั้นแล้วใครใคร่เรียนอก็ไปสมัครเรียน ใครใคร่ทำงานต่อก็ทำไป
คนที่ไปเรียนต่อเฉพาะสาขา อย่างเช่นเรียนผ่าตัด เด็ก อายุรกรรม สูตินรีเวช ก็เรียนไปเป็นเวลาสามปีสี่ปี จากนั้นก็จะจบมาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสาขานั้นๆ เรียกกันทั่วไปว่าแพทย์เฉพาะทาง
ส่วนใครที่ไม่ได้เรียนต่อหลังใช้ทุน ก็จะถูกเรียกว่า แพทย์ทั่วไป
บางครั้งเวลาคุณอยู่ในโรงพยาบาลอาจจะได้ยินคำเหล่านี้ หรือคำซึ่งเป็นภาษาอังกฤษก็ได้เช่น
แพทย์เฉพาะทาง มีคำเรียกอื่นเช่น บอร์ด(board) สเปเชี่ยลลิส(specialist)
แพทย์ใช้ทุน = อินเทอร์น (intern)
แพทย์ทั่วไป = จีพี (GP ย่อมาจาก General practice)
โดยกว้างๆก็คืออย่างนี้แหละครับ เพียงแต่อาจต่างในบางรายละเอียด
เวรเปล
คนที่ทำหน้าที่เข็นเปล ต้องบอกไว้ เพราะบางทีมีคนไม่รู้จริงๆ
2. คำศัพท์ว่าด้วยโรค
- เนื้อร้าย เนื้อดี มะเร็ง เนื้องอก ........หมี่โฟน้ำเนื้องอก.... มุขนี้เข้าท่า อืมอืม
ในทางการแพทย์ตะวันตก มีคำว่า tumor และ cancer โดยถือว่า
Tumor (tumour)เป็นเนื้ออะไรก็ได้ที่งอกขึ้นมาในที่ๆมันไม่ควรจะมี
แบ่งเป็นBenign และMalignant โดย Benign คือ เนื้องอกที่งอกขึ้นมาจ๊ะเอ๋แล้วก็งอกใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆที่เดิม
ส่วนMalignant คือ งอกเสร็จแล้วเกิดความรู้สึกเผื่อแผ่อยากกระจายไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย พอกระจายไปแล้วก็ทำลายระบบร่างกายทำให้เจ้าของร่างตาย แทนที่จะเขียนยาวๆว่าmalignant tumor ก็มีอีกชื่อว่าCancer (ปู นั่นแหละ)
ในภาษาไทยเรียกทับศัพท์คำTumorว่า ก้อนทูม ..... ตั้งแต่เข้าเรียนหมอตราบจนปัจจุบัน ไม่เคยเห็นหมอคนไหนใช้คำนี้เลย แต่มักเรียกชื่อรองว่า เนื้องอก
และเนื้องอกพวกนี้จะสร้างความตุ๊มๆต่อมๆให้หมอและคนไข้มาก ดังนั้นเมื่อปรากฎว่าเป็นพวก benign คือตัดแล้วหาย ก็จะรู้สึกโล่งอก ก็เลยมักเรียกว่า เนื้อดีทั้งที่มันไม่ได้ดีอะไรหรอก แต่ก็ยังดีกว่าเป็น Malignantซึ่งพอตัดไปแล้ว ก็ตัดไม่หมด เพราะมันกระจายไปตามที่ต่างๆของร่างกายเรียบร้อยแล้ว.... การรักษาตามแพทย์แผนปัจจุบันต้องใช้การรักษาทางยาทางรังสีและการผ่าตัดร่วมกัน ลำบากเจียนตายกว่าจะหาย หรือไม่ก็ตายไปซะก่อน ก็เลยเรียกมันว่าเนื้อร้าย
มาดูกันที่ภาษาไทยบ้าง
คำว่า เนื้องอก ของไทย หมายถึงเนื้อที่งอกในที่ๆไม่ควรมีอยู่...โดยดูจากตาคลำด้วยมือเป็นหลัก ดังนั้นก็มักจะรวมเอาก้อนบางอย่างที่เป็นก้อนจากภาวะอื่นๆเช่นการอักเสบการติดเชื้อไปด้วย .... ดังนั้นเรื่องภาษา เนื้องอกไทย ก็ไม่เหมือนกับ เนื้องอกฝรั่ง
มะเร็งไทย ในความหมายจริงๆ ก็คือแผลเรื้อรัง (chronic ulcer)ของแพทย์ตะวันตก ไม่ใช่cancer
ปัญหาของคำว่ามะเร็ง
ก่อนอื่นต้องบอกว่าปัญหาของคำว่าเนื้อดี มีน้อย เพราะในเมื่อไม่ถึงตาย รักษาหายง่าย เข้าใจผิดก็ไม่มีปัญหานักปัญหามาตกกับคำว่าเนื้อร้ายหรือมะเร็งได้แก่
1.หลายคน ไม่รู้จักคำว่ามะเร็ง พอๆกับที่หลายๆคนไม่รู้จักคำว่าเนื้อร้าย
แต่ว่าเวลาเป็นหมอต้องบอก เพราะถ้าไม่บอกคนไข้จะไม่ยอมรักษาต่อเนื่อง
ปัญหาอยู่ที่ว่าจะบอกอย่างไร เพราะมะเร็งมักเป็นในคนสูงอายุ บางคนบอกว่าเป็นอะไรปุ๊บ ก็ตายในสามสี่วัน.. ไม่ว่าจะตายเพราะอะไรก็ตาม คนก็มักบอกว่า ตายเพราะตกใจกลัวหรือหมดกำลังใจ ดังนั้นจึงมีอยู่ช่วงหนึ่งที่หมอนิยมบอกว่าเป็นเนื้อร้าย
จนมีกรณี(ที่เล่ากันมา)ว่า มีหมอบอกคนไข้และญาติว่าเป็นเนื้อร้าย ต้องรักษาต่อเนื่อง ญาติและคนไข้ก็รับฟังดีและบอกว่าเข้าใจ จากนั้นก็หายไป..... กลับมาอีกที เหลือแต่ญาติ โดยบอกว่า หมอไปบอกว่าเขาไม่ได้เป็นมะเร็งทำให้สูญเสียโอกาสการรักษา...สอบทานไปมาก็ได้ความว่า เขาคิดว่าเนื้อร้ายไม่มีอันตราย ไม่จำเป็นต้องรักษาต่อเนื่องอย่างที่หมอบอกก็ได้...
ปัจจุบัน หมอเริ่มนิยมกลับมาพูดว่า คุณเป็นมะเร็ง เข้าใจง่ายดี
2.ในหนังสือการแพทย์ไทยเก่าๆ กล่าวถึงการรักษามะเร็งด้วยสมุนไพรหลายชนิด ทำให้คนที่เป็นมะเร็งด้วยการวินิจฉัยจากการแพทย์แผนปัจจุบันบางคนหลงไปรักษา Cancerหรือมะเร็ง ด้วยยารักษา Chronic Ulcerหรือยารักษาแผลเรื้อรัง ... อย่าลืมนะครับ คำว่ามะเร็งในภาษาไทย รวมทั้งตำรับยาทั้งหลายนั้น มีมาตั้งแต่ก่อนฝรั่งจะรู้จักcancerเสียอีก
- เบาหวาน เบาจืด
เบา แปลว่า ปัสสาวะ
เบาหวาน แปลว่าปัสสาวะหวาน เบาจืด แปลว่าปัสสาวะจืด
ปัญหามีอยู่เล็กๆ ที่คนทั่วไปเข้าใจว่า
เบาหวานต้องมีปัสสาวะหวาน ซึ่ง ก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็น เพราะบางคนเป็นเบาหวาน ก็ไม่ได้มีน้ำตาลหลุดออกมา
และก็เข้าใจผิดว่า การมีปัสสาวะมาก แปลว่าเป็นโรคเบาจืด
เคยมีคนไข้เถียงกับผมเรื่องการวินิจฉัยโรค เพราะผมไปบอกว่าแกเป็นเบาหวาน(เพราะมีอาการปัสสาวะบ่อย และไปเจาะเลือดพบน้ำตาลขึ้นสูง) ในขณะที่แกเข้าใจว่ามีปัสสาวะมากต้องเป็นเบาจืดเท่านั้น
สรุปเอาเป็นว่า หมอไม่ได้วินิจฉัยโดยตรงจากรสชาติและปริมาณของปัสสาวะครับ
- ผลเป็นบวก positive
คำว่าผลเป็นบวก เป็นคำกว้างๆ หมายถึงการตรวจแล้วได้ผลดังประสงค์
ถ้าประสงค์หาว่าเป็นโรคแหงๆ ตรวจเจอโรคก็ต้องเรียกว่า ผลเป็นบวก
ถ้าประสงค์ว่าอย่าเป็นนะเฟ้ย อย่าเป็น ตรวจพบว่าเป็นโรค ก็เรียกว่าผลเป็นลบ
ดังนั้น คำว่า บวก ไม่ได้บอกอะไรเลยสักอย่าง ไม่ได้บอกว่าเป็นโรค ไม่ได้บอกว่าไม่เป็นโรค โดยปกติทั่วไปพอหมอบอกว่าผลเป็น บวก ก็จะบอกต่อไปเลยว่าเป็นอะไร
แต่กระนั้นก็มีปัญหาเนื่องจากคำว่า ผลเป็นบวก เข้าถึงหูประชาชนก็ในช่วงที่มีการระบาดของเอดส์ ดังนั้นก็จะมีคนอยู่บางกลุ่มที่ฝังใจกับคำว่า บวก และ positive ว่า หมายถึงเป็นเอดส์ ซึ่งคนกลุ่มนี้จะตื่นตัวในทันทีที่ได้ยินคำว่าบวกในรพ. และเชื่อว่าหมอพูดถึง เอดส์.... ทั้งที่จริงไม่มีหมอคนไหนที่สติยังดีจะบ้าพอที่จะไปป่าวประกาศให้คนไข้อื่นๆรู้ว่าใครเป็นเอดส์
ยกตัวอย่าง หมอเดินไปที่เตียงเบอร์หนึ่งและคุยกันเรื่องผลการตรวจต่างๆ (ในวงเล็บคือความคิดของคนที่แอบฟัง)
คุณมีกลุ่มเลือด โอบวก (อ๊ะ หมู่เลือดโอ เอดส์)
มีผลบวกของภูมิคุ้มกันตับอักเสบ และไม่พบเชื้อ แปลว่าไม่ต้องฉีดวัคซีนแล้ว (โอ้ เอดส์ลงตับเชียว)
ปัสสาวะเจอไข่ขาว 1บวก ก็เจอไข่ขาวนิดหน่อยครับ เดี๋ยวจะให้ลองเก็บตรวจใหม่ (โอ้ว ลงไตแล้วด้วย) -_-
ผ่านไปอีกวัน ข่าวผิดๆว่าคนไข้เตียงหนึ่งเป็นเอดส์ก็กระจายไปทั่วทั้งห้อง
หรือตัวอย่างเช่น คนไข้เป็นพาร์กินสัน หมอตรวจดูก็เห็นว่ามีลักษณะของพาร์กินสัน ก็พูดกับหมออีกคนว่า Pakinsons sign เป็นบวก ต่อมาคนไข้ก็กังวลว่าตนเองอาจจะเป็นเอดส์และก็กังวลว่าคนอื่นจะรู้ ภรรยาจะรู้ไหม คนข้างๆจะรู้ไหม หมอพูดออกดัง ฯลฯ ....คิดไปไหนต่อไหนไม่รู้ ทั้งที่หมอก็ไม่ได้พูดกับตัวเอง แต่หมอพูดจากับผู้ร่วมงาน ว่าแล้วก็พาลโกรธหมอว่า หมอหาว่าเป็นเอดส์
สรุปได้ว่า ถ้าคุณไม่รู้ว่าคำว่าบวกที่หมอพูดคืออะไร ก็ให้ลองสังเกตว่าคำใกล้เคียงกับคำว่าบวกคือชื่อของโรคหรืออาการอะไร หรือไม่ง่ายที่สุด ถามหมอไปเลยครับว่าบวกน่ะคืออะไร
- โรคทางระบบประสาท
หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า ประสาทในความหมายต่างๆทั้งในทางบวกและทางลบ
ระบบประสาท Neuro หมายถึงระบบที่ใช้ในการสั่งการทำงานของร่างกายโดยมีสมองเป็นที่สั่งการและมีเส้นประสาทเป็นเหมือนสายไฟสั่งการ
โรคทางระบบประสาท คือโรคใดๆที่ระบบประสาทผิดปกติไป ทำให้ร่างกายแสดงออกมาอย่างผิดปกติ เช่น โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต พาร์กินสัน อัลไซเมอร์เป็นต้น
แต่ในคำพูดของคนทั่วไป มีอีกคำหนึ่งที่คล้ายกันคือ โรคประสาท แต่ไปมีความหมายไปเป็นโรคจิต ไม่สมประกอบ เป็นบ้าไปซะงั้น
ดังนั้นถ้ามีคนบอกให้คุณไปหาหมอระบบประสาท ก็หมายถึงหมอที่มีความรู้ด้านสมองและเส้นประสาท
ส่วนโรคจิต ต้องไปพบจิตแพทย์ครับ
3. ศัพท์ว่าด้วยสถานที่ในรพ.
- ห้องหัตถการ : หัตถการก็คือ การกระทำที่ใช้มือกระทำต่อคนไข้.....(ห้ามคิดลึก! ) การทำแผล ฉีดยา ใส่เฝือก
ต้องมาทำที่ห้องนี้ครับ
- ห้องICU ย่อมาจาก Intensive Care Unit คือห้องที่ใช้ดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิด ใช้กรณีที่คนไข้มีอาการหนักมาก
- ห้อง CCU ย่อมาจาก Cardiac intensive Care Unit คือห้องที่ใช้ดูแลคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจต่างๆที่มีอาการรุนแรง ที่แยกจากICUก็เพราะเครื่องมือที่ใช้มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก
- ห้องNICU ย่อมาจาก Neonatal Intensive Care Unit คือห้องที่ใช้ดูแลเด็กแรกเกิดที่มีอาการหนัก
-ห้องน้ำ ??????
ไปฉี่ดีกว่า .... ไปล่ะครับ
====================
Editor Note:
สเตียรอยด์ ใช้ยามั่ว ไม่กลัวตาย -=byหมอแมว=- 17 ม.ค. 49
ปัญหาปวดหัวในการรักษาโรคหอบหืด by-=หมอแมว=- 9 ม.ค. 49
หอบหืด รักษาไม่หายแต่ควบคุมได้(จริงๆนะ)-=byหมอแมว=- 5 ม.ค. 49
สมุดสุขภาพ รู้หรือไม่ ว่าคุณป่วยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ -=by หมอแมว=- 23 ธ.ค. 48
ผงถ่านกัมมันต์ ยอดยาถอนพิษแห่งยุทธภพ -=by หมอแมว=- 20 ธ.ค. 48
จะไปโรงพยาบาล ทำอะไรบ้าง Vol#1 -=by หมอแมว=- 16 ธ.ค. 48
อาหารเพื่อสุขภาพ อย่ากินจนทุกข์สภาพ #1 -=by หมอแมว=- 12 ธ.ค. 48
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคของชีวิตที่รีบเร่ง -=by หมอแมว=- 8 ธ.ค. 48
การป้องกันครอบจักรวาล คืออะไร ทำไมต้องรู้ -=by หมอแมว=- 6 ธ.ค. 48
รู้ไว้ก่อนไปทะเล -=by หมอแมว=- 2 ธ.ค. 48
รวมบทความของหมอแมว