home   |   sticker   |   picpost   |   memory   |   music   |   mtravel   |   chat   |   email   |  
ปัญหาปวดหัวในการรักษาโรคหอบหืด by-=หมอแมว=-


ปัญหาที่พบได้ในการรักษาโรคหอบหืด by-=หมอแมว=-
ถึงแม้ว่าการรักษาหอบหืดจะมีการพัฒนาไปอย่างมากในเวลาหลายปีที่ผ่านมา แต่ว่าการรักษาให้ได้ผลก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายๆ และยังมีปัญหาอีกมากมายทั้งที่มีสาระและไร้สาระ

- ยาเดิมก็ดีอยู่แล้ว จะไปใช้ยาใหม่ทำไม
เป็นปัญหาโลกแตกที่มีมานานแล้ว เพราะคนไข้ที่เป็นโรคหอบมักติดกับการรักษาแบบเดิมๆที่เคยใช้ได้ผลมา และมักไม่ยอมเปลี่ยนไปใช้วิธีใหม่ ไม่ว่าวิธีใหม่จะเป็นวิธีที่ได้ผลดีกว่าแค่ไหนก็ตาม
ภายในโรงพยาบาลเองก็ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการรักษาแบบเดิมๆ ก็คือการใช้ยาแก้หอบชนิดกิน เพราะทางเภสัชกรจะบอกเสมอว่า ไม่มีประโยชน์รวมทั้งสิ้นเปลือง เนื่องจากราคาแพงกว่าแบบพ่นและยังได้ผลแย่กว่า ในขณะที่ทางหมอเองก็รู้เรื่องนี้ดี โดยเฉพาะหมอรุ่นที่จบมาใหม่ๆหลายๆคนที่เรียนจบมาโดยไม่รู้จักการใช้ยาแก้หอบแบบเม็ดด้วยซ้ำ แต่เมื่อออกมาทำงานจริงหมอรุ่นใหม่หลายคนกลับต้องงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อพบว่าในชีวิตจริงต้องมาหัดใช้ยาเหล่านี้ และหมอก็ต้องยอมรับอยู่กลายๆว่าหมอเองนั่นแหละที่ต้องทำตัวต่ำกว่ามาตรฐานในการรักษาหอบในเมืองไทย ยกตัวอย่างเช่น
ผู้หญิงอายุ30กว่าปีเป็นหอบหืดใช้ยากินมาตลอด มีความเชื่อฝังหัวมาว่าการออกฤทธิ์ที่ได้ผลของยาก็คือต้องใช้แล้วใจสั่น(ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของยากิน) พอเปลี่ยนไปใช้ยาพ่นแล้วกลับไม่มีอาการใจสั่นก็เลยไม่ชอบเพราะคิดว่ายาใช้ไม่ได้ผล สุดท้ายก็บอกกับหมอว่าไม่ต้องการยาพ่น

คนสูงอายุ ผมสอนให้ใช้ยาพ่น หลังจากนั้นก็ให้ไปรับยากับเภสัชกรของรพ. หลังจากนั้นกลับมาติดตามผลก็พบว่าคนไข้ไม่ใช้ยาพ่น แต่กลับใช้ยากินต่อ ผมจะให้หยุดยากินก็หยุดไม่ได้(เพราะยากิน กินแล้วใจเต้นเร็วซึ่งไม่ดีในคนสูงอายุที่เสี่ยงเป็นโรคหัวใจขาดเลือดและความดันสูง) ส่วนบางครั้งสั่งยากินไปโดยไม่มียาพ่น(เพราะคนไข้หัดยังไงก็ไม่เป็น) ถูกทางห้องยาตีกลับมาแนะนำให้ใช้ยาพ่น ... ถึงจะสั่งยาพ่นไปแล้วให้คนอื่นไปลองหัดสอนให้ดูบ้าง(ก็ผมสอนแล้วยังไม่ได้ผล) กลับมาอีกทีตอนยากินหมด ยาพ่นก็ยังเหลืออีกจมแถมยังใช้ผิดๆถูกอยู่อีก
ความจริงมีเครื่องเสริมช่วยพ่น แต่เชื่อเถอะครับ จนาดมีเครื่องช่วย หลายๆคนก็ยึดติดและไม่ยอมเปลี่ยนมาใช้ยาพ่นอยู่ดี

อีกสาเหตุนึงนอกจากเรื่องการสอนให้พ่นยาเป็น ยังมีเรื่องราคา เพราะคนจำนวนมากเชื่อว่ายาพ่นแพงกว่า เพราะว่ายาแต่ละหลอดมีราคาหลักร้อย (พ่นได้สองร้อยครั้ง) แต่หากมานับเทียบกันแล้ว ยาเม็ดซึ่งราคาตกเม็ดละบาทกว่าๆ เทียบกันแล้ว ยาเม็ดอย่างไรก็มีราคาแพงกว่าอยู่ดีเมื่อเทียบการใช้ต่อครั้งต่อวัน

ที่จริงผมเองก็เคยลองสั่งยาพ่นโดยไม่ให้ยากินคนไข้กลับบ้าน แต่คนไข้ที่ไม่ได้ยากิน ก็จะไปหาซื้อยาเหล่านี้จากร้านขายยาใกล้รพ.อยู่ดี ดังนั้นตราบใดที่คนไข้ยังไม่เปลี่ยนไปใช้ยาพ่นและตราบใดที่มียากินในบัญชียาหลักแห่งชาติ(และมีคนสั่งเข้ารพ.) ผมก็ยังสั่งให้คนไข้อยู่ดี

- ยาสเตียรอยด์พ่น พ่นไปทำไม ไม่เห็นได้ผลเลย
โดยปกติหมอจะเริ่มให้ยาพ่นขยายหลอดลมเพื่อระงับอาการเป็นครั้งคราว และในคนไข้บางราย หมอก็จะให้ยาสเตียรอยด์พ่นเพื่อทำการ"รักษา"ในรายที่เป็นพอสมควร แต่ในความเข้าใจของคนไข้(แม้จะอธิบายแล้วอย่างดี)ก็คือ
"ยาหลักคือยาขยายหลอดลม(เพราะพ่นแล้วหายเหนื่อย) ยารองคือสเตียรอยด์(เพราะพ่นแล้วไม่หายเหนื่อย)"

ความจริงโรคหอบหืดเป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบในระดับหลอดลมฝอยทำให้มีหลอดลมบวมตีบ ยาขยายหลอดลมเพียงไปบังคับให้หลอดลมขยายตัวขึ้นแต่ว่าไม่ได้ลดการอักเสบ ในขณะที่ยาสเตียรอยด์พ่นจะลดการอักเสบของหลอดลมทำให้เกิดการอักเสบลดลง ถือเป็นการรักษาสาเหตุอย่างแท้จริงแต่จะเห็นผลก็เมื่อผ่านไปเป็นเวลาหลายๆเดือน ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุที่คนไข้หลายคนไม่ชอบและไม่เชื่อว่ามันได้ผล

คนไข้คนหนึ่งอายุมากแล้ว เป็นหอบหืดเรื้อรังมา30-40ปี ใช้ยากินมาตลอด เมื่อเริ่มมียาพ่นขยายหลอดลมมาใช้ ก็ถึงกับบอกว่าดีมาก แต่ก็ยังมีอาการทุกวันทำงานหนักหรือออกกำลังกายยังไม่ได้ พอมีการใช้ยาพ่นสเตียรอยด์มาใช้หมอที่ดูแลก็แนะนำให้ลองใช้ คนไข้รายนี้ใช้เพียงระยะหนึ่งก็เลิกเพราะไม่เห็นประโยชน์,อาการก็ยังกำเริบทุกคืนจนกระทั่งทนหมอรบเร้าไม่ไหวก็ยอมทนใช้ ในที่สุดอาการก็ดีขึ้น สามารถออกกำลังกายได้ อาการที่เคยกำเริบทุกคืนก็หายไปเป็นก็นานๆครั้ง ถึงกับบอกว่าเสียดายที่ไม่ได้ยาสเตียรอยด์พ่นตั้งแต่ต้น
(ข้อความที่ว่ามาข้างต้นดูเหมือนโฆษณาขายยา แต่ว่าผมถอดความมาจากหนังสือทางโรคทรวงอกของสมาคม.. ก็ตามแต่จะเชื่อครับ)

-รักษามาหลายขนาน ทำไมไม่หายเสียที
คนไข้หลายๆคนบ่นว่ารักษามานานหลายเดือน อาการไม่ดีขึ้นอย่างที่หมอบอก หรือไม่ดีขึ้นเหมือนที่อ่านเจอ บางคนถึงกับเชื่อว่าหมอเลี้ยงไข้หรือสงสัยว่าจ่ายยาด้อยมาตรฐานมาให้
แต่ก่อนที่จะบอกว่าหมอเลี้ยงไข้(หมอรพ.รัฐจะเลี้ยงไข้ไว้ทำไมให้ตัวเองงานยุ่ง แปลกจริง) หรือกล่าวหาว่ายาด้อยมาตรฐานทั้งที่หลายๆคนใช้ได้ผลดีรวมทั้งหมอที่เป็นหอบหืด
เรามาลองดูปัญหาอื่นๆกัน

1. ยาพ่นไม่ใช่ยากิน ที่พบบ่อยคือถึงจะสอนพ่นดีเพียงใด แต่คนไข้หลายคนก็ยังพ่นยาไม่เป็น ไม่สามารถหัดจังหวะการหายใจกับการกดยาให้ตรงกันได้ ยาก็ไม่ถึงปอดและไม่ออกฤทธิ์ ลงกระเพาะไปหมด
2. ไม่หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น จากประสบการณ์ มีทั้งคนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และคนที่รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังไม่คิดจะหลีกเลี่ยง ที่พบเจอได้บ้างก็คือการสูบบุหรี่ ที่คนสูบบางคนไม่ยอมเลิกพร้อมกับไม่พอใจหมอเนื่องจากคิดว่ามียาที่สามารถทำให้หายหอบทั้งที่ยังสูบบุหรี่ได้
3.ไม่ออกกำลังกาย ไม่รักษาสุขภาพ ทั้งที่สองอย่างนี้ได้มีการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ว่าทำให้อาการดีขึ้น

- ภูมิปัญญาชาวบ้าน ทำไมแพทย์แผนปัจจุบันถึงดูถูก
มีคนไข้หลายคนที่มาบอกผมว่า หยุดยารพ.แล้วไปใช้ยาพระ ยาสมุนไพร ยาโบราณ แล้วอาการหอบดีขึ้น อ้วนท้วนสมบูรณ์ อาการหอบปวดข้อปวดเข่าหายไปเป็นปลิดทิ้ง คนไข้หลายคนหาว่าผมและแพทย์แผนปัจจุบันมีอคติกับยาแผนโบราณ

แต่จากที่เคยพบมา ยาแผนโบราณหรือยาลูกกลอนที่รักษาได้อย่างครอบจักรวาลเกือบ100% มีการผสมสเตียรอยด์แทบทั้งสิ้น ซึ่งยาสเตียรอยด์กินก็สามารถใช้รักษาหอบหืดได้ แต่ว่าแพทย์แผนปัจจุบันไม่ใช้เนื่องจากผลข้างเคียงของมันมีมากกว่าประโยชน์ หรือจะใช้ก็ใช้ในเวลาอันสั้นเท่านั้น
เท่าที่พบมา การใช้ยาลูกกลอนหรือยาโบราณ นานๆและได้สเตียรอยด์ไปนานๆ จะได้รับผลเสียที่คาดไม่ถึงและมากมายจนบอกไม่หมดซึ่งผมจะเอาเรื่องสเตียรอยด์มาพูดในครั้งต่อๆไปครับ
ดังนั้น คุณๆที่เคยรักษาโรคหอบหืดด้วยยาแผนโบราณ ลองถามตัวเองดูนะครับว่ายาเหล่านั้น ปราศจากสเตียรอยด์แน่หรือไม่

หากคุณคนใดได้ปรุงยานั้นด้วยตนเองจากสมุนไพร(ไม่ว่าพืชสัตว์แร่ธาตุใดๆ)และมั่นใจว่าได้ผลดีราคาถูกกว่ายานำเข้า ก็โปรดให้เป็นวิทยาทานเถิดครับ ผมมั่นใจว่าหมอทั่วประเทศจะโมทนาสาธุอย่างดีแน่นอน
(สูตรมะขามเปียกพันจิ้งจกตายก็น่าสน จะลองไปเปิดตำราดูว่ามีใครเคยพูดถึงไหม)

สรุป
-โรคหอบเป็นโรคที่รักษาไม่มีทางหาย แต่สามารถควบคุมอาการได้
- ยาที่ใช้ในโรคนี้มีสองกลุ่มหลักๆ คือ ยาขยายหลอดลมพ่น ใช้ควบคุมอาการเป็นพักๆในระยะสั้น และยาพ่นสเตียรอยด์ ที่ใช้รักษาควบคุมอาการในระยะยาว ยากินไม่ว่าจะชนิดใหม่ๆแค่ไหน ในขณะนี้ยังถือเป็นยาเสริมทั้งสิ้น
- สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การใช้ยาก็คือ การหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น การดูแลสุขภาพ และการออกกำลังกาย
- ส่วนอุปกรณ์ เครื่องมือ item แร่ธาตุ ของขลัง ขอให้ทำหรือหามาหลังจากที่คุณได้ลองทำอย่างที่แนะนำข้างต้นให้หมดก่อนครับ ประหยัดกว่ากันเยอะ

ปล. การกินแมวแบบเพลงผู้บ่าวกินแมว ไม่ช่วยให้หายหอบหืด ไม่ใช่วัฒนธรรมไทย และไม่ใช่วัฒนธรรมพื้นบ้านชาวอีสาน

====================
Editor Note:

หอบหืด รักษาไม่หายแต่ควบคุมได้(จริงๆนะ)-=byหมอแมว=-  5 ม.ค. 49
สมุดสุขภาพ รู้หรือไม่ ว่าคุณป่วยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ -=by หมอแมว=- 23 ธ.ค. 48
ผงถ่านกัมมันต์ ยอดยาถอนพิษแห่งยุทธภพ -=by หมอแมว=-   20 ธ.ค. 48
จะไปโรงพยาบาล ทำอะไรบ้าง Vol#1 -=by หมอแมว=-  16 ธ.ค. 48
อาหารเพื่อสุขภาพ อย่ากินจนทุกข์สภาพ #1 -=by หมอแมว=-  12 ธ.ค. 48
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคของชีวิตที่รีบเร่ง -=by หมอแมว=-  8 ธ.ค. 48
การป้องกันครอบจักรวาล คืออะไร ทำไมต้องรู้ -=by หมอแมว=-  6 ธ.ค. 48
รู้ไว้ก่อนไปทะเล -=by หมอแมว=-  2 ธ.ค. 48
รวมบทความของหมอแมว 

โดย : หมอแมว  
อีเมล์ : mor_kaew@hotmail.com
วันที่ : 2006-01-09 23:00:54

 


 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท
ความคิดเห็นที่ 2
ส ว ยได้ใน 9 0 วัน ส ุ ด ยอ ด!
o พี่สาว ผ ม ล ดน้ำ ห น ักได้ 12 กก.ใน 3 เดือน
o เดือ นแ รกล ด ได ้ 5 กก. เดือนที่ส องล ดได้ 8 กก.
o เดือ นที่ส ามล ดได้ 12 ก ก.
o ปัจจุ บัน ผ ิว สว ยเ ป็ นส ีช มพู หน้ าใสไร้ฝ้า สุ ขภ าพดี ม ีรา ยได ้เ สริ ม 200,000-320,000 ท ุก เดือน
อย ากเ ป็น เหมือน พี่ผม คลิ๊กที่น ี่ด่วน
w w w . o w o w 4 u . c o m / w i n s s
โดย : bee     วันที่ :2007-09-12 02:46:07    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 1
โกยเงินดอลล่าร์($)เข้ากระเป๋า วิธีหารายได้จากการโพสเวปบอร์ด และส่งอีเมล (บริษัทนี้มี intel เป็นหุ้นส่วน)
รายได้พิเศษ รายได้เสริม งานเสริม งานพิเศษ งาน parttime ของจริงไม่หลอกลวงแน่นอน
w w w . r i c h 2 u . t h . g s
ด่วน!!!! แค่คุณรับ--ส่งอีเมลล์หรือโพสเว็บ เป็นก็มีรายได้ทุกสัปดาห์แบบไม่มีขีดจำกัด บอกต่อรับ $1/คน /เดือน ทุกๆเดือน
บอกต่อ 100 คน ก็รับเดือนละ $1 ใครอยู่ใต้คุณ ไม่ว่าจะเป็นลูกคุณ ลูกของลูก ลูกของลูกของลูก ก็ได้ $1ทั้งหมด
ถ้ามีคนสมัครต่อคนละ 5 คน ก็จะมีรายได้ $3900 ต่อเดือน (136,500 บาท) จริงๆ ไม่ได้พูดเล่น

ถ้าหาได้ 5 คนในอาทิตย์เดียวก็รับโบนัสเลย $100 USD ผมเริ่มลองได้อาทิตย์เดียว ชื่อผมก็ขึ้นบอร์ดรายชื่อผู้มีสิทธิรับโบนัสแล้วครับไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะมีงานอะไรทำง่ายขนาดนี้มา ก่อน เพราะผมไม่ชอบงานขาย คุยไม่เก่ง ชวนคนไม่เป็น
และงานนี้ไม่มีการรักษา ยอดใดๆ ทั้งสิ้น เขาไม่ได้ชวนเราไปขายสินค้าใดๆ เลย แต่งานนี้รับส่ง-เมลล์เป็น
และตามโพสต์กระทู้-เวปบอร์ดเป็นก็ได้ตังค์แล้วครับ รีบสมัครด่วนนะครับ มาก่อนมี สิทธิก่อนครับ รวยก่อนนะครับ

รายละเอียด
1. แค่รับ-ส่ง email เป็น โพสเวปบอร์ดเป็น คุณก็สามารถร่วมงานกับเราได้ ผู้สนใจต้องสมัครสมาชิกก่อน
2. ได้เวปเป็นของตัวเอง เอาไปใช้โพสประกาศ
3. ไม่ต้องซื้อสินค้า ไม่ต้องรักษายอดใด ๆ
4. ค่าตอบแทนคิดตามผลงาน จ่ายผ่านบัญชีทุกสัปดาห์ ไม่จำกัดรายได้ ขยันมาก ได้เงินมาก
5. สามารถใช้คอมฯที่ใด ๆ ทำงานก็ได้
6. การันตีรายได้ 20,000 บาท/เดือน ถ้าทำตามคำแนะนำ (ทำทุกวัน 2-3 ชม.หลังเลิกงานก็ดี)

ที่สำคัญ คุณทำได้แน่นอน
ทำเล่นๆ - ไม่ได้ตังค์
ทำตั้งใจ - สัปดาห์ละ $100 USD
ทำจริงจัง-สัปดาห์ละมากกว่า $200 USD+++ มากเท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีจำกัด
ถึงตรงจุดนี้คุณคงจะเข้าใจแล้วนะครับ เรื่องการรับเงิน จ่ายเงินก็ไม่ใช่เรื่องยาก ทางผมจะแนะนำให้ในทุกขึ้นตอน เพียงคุณพร้อมที่จะทำ เท่านั้นเอง
หากคุณต้องการสมัคร หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ให้คุณเข้าไปที่เวปไซต์ หรือคุณสามารถคุยกับผมได้ตลอดผ่านทาง Msn :g d i r i c h 2 @ h o t m a i l . c o m สุดท้ายขอให้ทุกท่านโชคดี มีเงินใช้ครับ เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
w w w . r i c h 2 u . t h . g s
หรือ
h t t p : / / t i n y u r l . c o m / 2 o u 8 y d
โดย : bee     วันที่ :2007-09-10 21:20:51    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 141
indeed goood =)[url=http://gooogle.com/]gooogle[/url]
โดย :     วันที่ :2006-11-05 22:49:34    IP :209.67.212.xx   
ความคิดเห็นที่ 140
indeed goood =)[url=http://gooogle.com/]gooogle[/url]
โดย :     วันที่ :2006-11-05 22:49:10    IP :209.67.212.xx   
ความคิดเห็นที่ 139
เมื่อก่อนน้องชายเราก็เป็นโรค หอบ ไปเจอลุงคนจีน คนนึง แกทำยาสมุนไพรให้กิน
ไม่มีส่วนผสมของเสตียรอยด์เลย เพราะเราไปหาของที่แกสั่งมากับมือ แล้วนั่งรอแกบดๆๆ ยา น้องเรากิน ไปไม่มีกี่ครั้ง หายแลยค่ะ ที่สำคัญแกไม่คิดเงินด้วย ใจดีมากๆ
โดย : อรจ๋า     วันที่ :2006-07-31 10:18:20    IP :125.24.96.xx   
ความคิดเห็นที่ 138
หลานก็เป็นอยู่ ตอนนี้อายุ 5 ขวบแล้ว เลือดกำเดาออกบ่อยมาก เวลาหอบน่าสงสารมากๆ ต้องนอนโรงพยาบาล
อยากหาข้อมูลที่หลังคุณหมอแมวช่วยเขียนสั้นๆเข้าใจง่ายๆหน่อยจะได้มั้ยเจ้าคะ
โดย : lakkai       วันที่ :2006-05-25 23:51:52    IP :202.133.143.xx   
ความคิดเห็นที่ 137

เ พ ร า ะ เ ป็ น > จากธรรมชาติ # # # # #
((( สำหรับผู้ที่ต้องการ ล ด + น้ำ ห นั ก ) ) ) หรือ (( มี ปั ญ ห า -สุ ขภาพ)))))
มี ส า ร อาหารหลักครบ 5 ห มู่ทั้ง แ ร่ ธ าตุ วิ ต ามินที่ ร่างกายเราต้องการ
(ไม่ ต้ อง อ ด อ า ห า ร ) ( ไม่ทำอ่อนเพลีย) ( ห งุ ด ห งิ ด เมื่ อทา นผลิตภัณฑ์ของเรา)
((ช่ วยแก้ ปัญหา ภู มิ แ พ้ ไม เ ก รน คว ามดัน เ บ าห ว าน เก็ าต์))
>
มี ค น ใช้แล้ วเห็นผลใน 62 ประเทศทั่วโลก (ประเทศที่ 63 จะตามมาเร็ว เร็วนี้)^i^
รั บ ป ร ะ กั น คื น เ งิ น ไ ด้ ภ าย ใ น 3 0 วั น สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ
((( ( ( http://2ch2.net/.l?=Xa1j ) ) )))
*** ( อ ย่ า ลั ง เ ล ที่ จ ะรั กษ า หุ่ น เ ล ย ค่ะ)xxxxx
ถ้าคลิ๊กไม่ได้ ให้ COPY ไปไว้ที่ address ได้เลย
โดย : ascha     วันที่ :2006-05-02 00:43:32    IP :58.9.38.xx   
ความคิดเห็นที่ 136
ความจริงโรคหอบหืดเป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบในระดับหลอดลมฝอยทำให้มีหลอดลมบวมตีบ
ขอถามหน่อยแล้วหลอดลมฝอยอักเสบจากสาเหตุอะไร
ความเชื่อบางอย่างของคุณก็ไม่ได้ถูกต้องไปหมดหรอกครับ
ผมขอค้านเรื่องไม่สามารถรักษาให้หายได้
กระดูกหักหรือแก้วแตกความจริงไม่สามารถทำให้มันกลับมาเหมือนเดินได้ร้อยเปอร์เซ็น
โรคบางโรคไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิดเกิดขึ้นในภายหลังและไม่ได้มีล่องรอยที่ไม่สามารถลบหรือรักษาให้หายกลับมาเหมือนเดิมได้ครับ
ขอแนะนำว่าถ้าคุณไม่รู้จริงอย่าฟันธงได้ไหม
การเสนอข้อมูลทางการแพทย์ออกมาเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งผมก็เห็นด้วย แต่การด่วนสรุปของคุณว่าต้องเป็นอย่างที่คุณรู้มา ไม่แน่นอนว่าจะถูกต้องเสมอไป
โดย : เป็นไปได้ไหมถ้าไม่สรุป     วันที่ :2006-01-20 11:22:45    IP :203.114.120.xx   
ความคิดเห็นที่ 135
เออ ที่เขาพูดกันว่า ถ้าโตขึ้นแล้วไม่เป็นโรคนี้ ก็แสดงว่าหายแล้วเนี่ย ไม่ทราบว่าจริงหรือเปล่า เพราะว่าเคยเป็นโรคนี้ตั้งแต่เล็ก ๆ จนก่อนจะอายุ 15 ปี
โดย : magic     วันที่ :2006-01-19 16:05:40    IP :61.90.25.xx   
ความคิดเห็นที่ 134
การใช้ยามีหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งยากิน ยาทา ยาพ่น ยาฉีด ยาเหน็บ
แต่ละชนิดมีประโยชน์ ในคนไข้ แต่ละราย ๆ ไป
ไม่มียาตัวไหนที่ดีที่สุด สำหรับ คนทั้งประเทศ

แพทย์ จบมา ได้ใบประกอบโรคศิลป์นะคับ ไม่ใช่ได้แค่ใบปริญญาจบแพทย์
การรักษา นอกจากมีความรู้ แล้วยังต้องมีศิลปะ ต้องเข้าใจสังคม เข้าใจค่านิยม
โดยตั้งอยู่บนพื้นฐาน ความรู้ ที่ถูกต้อง เรียนเพื่อรู้ เพื่อคิด ไม่ได้แปลว่าต้องทำตามหนังสือหมดทุกตัว
การเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ไม่ใช่จะเปลี่ยนได้ในข้ามคืน แต่ถ้าทำได้ก็คงดี..มั้ง


กรณี คนไข้มีอาการมาก ไม่สามารถรับฟังคำอธิบายการรับยาพ่นได้ ยาฉีดอาจดีที่สุด ณ เวลานั้น
กรณี คนไข้เอายาพ่นไป แต่ใช้ไม่เป็น ผิดวิธี ก็ไม่ได้ฤทธิ์ เสียยาฟรี อย่างนี้ ยากินยังดีซะกว่า
กรณีหลอดลมตีบมาก บางครั้งฟังปอดไม่ได้เสียงวีด ไม่ได้แปลว่าเป็นน้อย แต่กลับแปลว่าเป็นมากจนลมเข้าไปไม่ถึง อย่างนี้ยาพ่นก็ไปไม่ถึงแน่นอน ฉีดเอาดีกว่าไวกว่า


ป.ล. แค่ความคิดเห็นที่แตกต่าง ไม่ได้ต่อต้านหมอแมว ซึ่งเป็นหมอที่คอยให้ความรู้กับเวปคับ อย่าเข้าใจผิด ( ข้อมูลที่ผ่านมา เห็นด้วยกับหมอแมว > 80 % )
โดย : A     วันที่ :2006-01-18 10:45:28    IP :58.147.49.xx   
ความคิดเห็นที่ 133
วันนี้ท่านสามารถสร้างเงินจากรายจ่าย ค่า สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม ผงซักฟอก ปุ๋ยใส่ต้นไม้ บัตรเติมเงิน บัตรดูหนัง ฯลฯ ให้เป็นรายได้ กลับมาได้
ดูรายละเอียดที่ http://www.freethailand.com/?username=Get_Rich_Team
โดย : 1     วันที่ :2006-01-17 16:43:35    IP :202.28.180.xx   
ความคิดเห็นที่ 132
ลดล้างสต๊อกพิเศษ ชุดที่นอนสุดหรูส่งออกครบชุด (5 ชิ้น/ 8 ชิ้น) เพียง 400 บาทเท่านั้น
http://classified.sanook.com/realestate/item.php?id=882129
โดย : 1700     วันที่ :2006-01-17 16:26:13    IP :58.8.67.xx   
ความคิดเห็นที่ 117
เปฌนโรคหอบเหมือนกันคะ เเต่เวลาเป็นนอกจากจะหายใจไม่ออกเเล้วยังบ่า ต้นคอ จนถึงกลางหลังอีกด้วย เเละรู้สึกมีก้อนเหมือนเสมหะ(เเต่พยายาม อืม อืม เเล้วไม่มีอะไร) รบกวนช่วยตอบหนูหน่อยคะ หนูมักเป็นในตอนเย็นเเละหัวคํ่า Nongnin20@hotmail.com
โดย : v     วันที่ :2006-01-17 01:51:35    IP :61.90.250.xx   
ความคิดเห็นที่ 108
หมอคะ asthma อย่างเดียวใช่ไหมคะที่หมอบอก ไม่ได้รวมถึง COPD อืม ปกติก็ไม่ใช้อยู่แล้วอยู่นิคะ อ้อ หนูงง งงอ่ะคะ
โดย : ลูกแมวคะ     วันที่ :2006-01-16 13:36:11    IP :203.156.133.xx   
ความคิดเห็นที่ 107
หมอคะ asthma อย่างเดียวใช่ไหมคะที่หมอบอก ไม่ได้รวมถึง COPD อืม ปกติก็ไม่ใช้อยู่แล้วอยู่นิคะ อ้อ หนูงง งงอ่ะคะ
โดย : ลูกแมวคะ     วันที่ :2006-01-16 13:35:50    IP :203.156.133.xx   
ความคิดเห็นที่ 105
คห.ที่ 102 ผมว่านะเป็นอาการของคนอกหักหรือเปล่าครับ อิอิ ล้อเล่นนะครับ ผมว่าเกิดจากการเส้นทางเดินเลือดที่เลี้ยงหัวใจมีปัญหานะครับ ลองไปเช็คตามโรงพยาบาลว่าคุณมีอาการโรคหัวใจหรือเปล่าครับ
โดย : คนทั่วไป     วันที่ :2006-01-16 12:47:55    IP :58.11.67.xx   
ความคิดเห็นที่ 102
เรียนถามคุณหมอหน่อยนะครับ
คืออยู่ดีดี ก็เกิดอาการเจ็บแปล๊บที่บริเวณหัวใจ เหมือนมีเข็มมาจ้ม สักพักนึงก็หายไป ไม่ทราบว่าเป็นออาการของโรคอะไร SKHIRIN@HOTMAIL.COM
โดย : เอ     วันที่ :2006-01-16 10:36:49    IP :202.28.62.xx   
ความคิดเห็นที่ 101
คห.93 สวดแค่นั้นเองเหรอ เห็นมันสั้นจัง แต่จะลองสวดดู
เราเป็นกรรมพันธุ์จากแม่ ตัวเราเองเป็นไม่ว่า ห่วงแต่ว่าในอนาคตถ้ามีลูก ไม่อยากให้ลูกเป็นกรรมพันธุ์ด้วยเลย
โดย : v     วันที่ :2006-01-16 10:13:40    IP :61.19.205.xx   
ความคิดเห็นที่ 98
ไอ้ตี๋ ชอบแกล้งเพื่อน
แต่เราก้อชอบดูมันแกล้งนะ หนุกดี ลามกมาก แต่ก้อหนุกนะ
เจ้าตัวที่ถูกแกล้งก้อชอบ หุ หุ
โดย : ต้น     วันที่ :2006-01-16 02:10:09    IP :221.128.103.xx   
ความคิดเห็นที่ 97
เลิกงานมาถึงบ้านแระ
เจ้าเพื่อนซี้นอนกรนคร่อกๆสนั่นเลยอ่า

ฮิฮิ เดี๋ยวต้องใช้วิธีเดิม
ช่วยไม่ให้เขานอนกรน ........
โดย : ตี๋     วันที่ :2006-01-16 02:08:05    IP :221.128.103.xx   
ความคิดเห็นที่ 93
โรคหืดหอบเป็นโรคกรรมครับ มีหมอคนหนึ่งคนไข้มาหาก็ฉีดยาให้3-5 วันครั้งหมอเลยบอกว่าอย่าคอยเสียเงินอยู่เลย หมอจึงแนะนำให้สวด -นัมเมียว โฮเร็ง เงเคียว -คนไข้เชื่อและปฏิบัติสวดมนต์นี้นาทีละ 50 ครั้งเช้า 30 นาที เย็น 30นาที ผลปรากฏว่าคนไข้ห่างไปเดือนหนึ่งมาที และต่อมาก็ไม่มาให้หมอฉีดยาอีกเลย นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว คือ นมะ สัทธรรมปุณฑริกสูตร สัทธรรมปุณฑริกสูตรเป็นพระสูตรคำสอนสูงสุดของพระพุทธเจ้าศากยมุนี โรคกรรมต้องให้พระพุทธเจ้าช่วยครับ
โดย : kontrong     วันที่ :2006-01-15 21:17:35    IP :203.113.32.xx   
ความคิดเห็นที่ 84
เพื่อนซี้ชอบนอนกรน กรนก้อดังสนั่นเลย ไม่รู้ว่าเป็นหอบหรือป่าวนะ
แต่เรามีวิธีแก้ หุหุ ......เวลาที่เขากรนดัง เราจะล้วงเข้าไปในกางเกงนอนเขา คลึงเล่นจนแข็งปั่งซักพัก
พอเขารู้ตัวก็จะเอียงตัว เอาขาพาดตัวเรา แขนกอดเรา เราเลยจับเล่นต่อไม่ได้
เขาก้อหยุดกรน ฮิฮิ ..............ก้อดันตัวใหญ่เบ่อเริ่ม เรากระดุกระดิกมะไหวจริงๆ ต้องยอมทุกที
เฮ้อ แกล้งเรานะ จำไว้เลย
โดย : ต้น     วันที่ :2006-01-15 03:23:14    IP :61.47.114.xx   
ความคิดเห็นที่ 83
เราโชคดีค่ะ ที่ไม่ได้เป็นหนักขนาดเข้าโรงพยาบาลไปปั๊มหัวใจทำนองนั้น เราใช้ยาพ่นอยู่น่ะค่ะ แท่งสีน้ำเงินๆเทาๆ นั่นล่ะค่ะ อยากรู้ว่ามันดีรึเปล่าเหมือนกัน และ พ่นได้วันละไม่เกินเท่าไรน่ะค่ะ เราหอบมากที่สุดก็หน้าหนาวง่ะ แล้วก็มีทีนึงเล่นบาสวิ่งพล่านไปหน่อย หอบเกือบตาย ไม่มียาพ่นด้วย ตั้งนานกว่าจะหายใจได้ปกติ เพื่อนดูแลตัวเองนะคะ อยากหายเหมือนกัน ทรมานจริงๆ ตอนหน้าหนาวยิ่งเราเรียนที่เชียงใหม่ หน้าหนาวตอนกลางคืน เรานอนแทบไม่ได้เลย หายใจไม่ออก แถมเป็นหวัดอีก อยากหายจริงๆ
โดย : qq     วันที่ :2006-01-15 00:49:22    IP :202.28.27.xx   
ความคิดเห็นที่ 80
ก็เป็นโรคนี้มาตั้งแต่จำความได้น่ะ ยังไม่ได้เข้าเรียนอนุบาลด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้มันหายไปไหนแล้ว สงสัยอากาศใน กทม. ร้อนมั้ง เลยไม่เป็น ที่บ้านอากาศจะชื้นถ้าไม่ทำให้ร่างกายอบอุ่นก็จะเป็น
โดย : กดห     วันที่ :2006-01-14 23:07:05    IP :61.91.86.xx   
ความคิดเห็นที่ 78
ปัจจุบัน การใช้ยากินขยายหลอดลมแบบออกฤทธิ์ยาว ก็ยังถือว่าไม่ได้เป็นมาตรฐานแนะนำครับ
ใช้เป็นทางเลือกมากกว่า
โดย : หมอแมว     วันที่ :2006-01-14 18:27:06    IP :125.25.8.xx   
ความคิดเห็นที่ 77
หมอคะ อีกนิดนะคะ ยาพ่นดี๊ ดี คะเวลาเกิด acute broncospasm แต่ยังงัยหนูก็ยังอยากกินยาเพื่อควบคุมภาวะหลอดลมตีบคะหมอ อีกอย่าง หมอว่ามันไม่ได้ผลเลยสักนิดเลยเหรอคะยากินเนี่ยะ อีกอย่างหมอจบใหม่ไม่รู้จัก oral broncodilator จริงๆน่ะเหรอคะหมอ อิอิอิอิ ตาหลกคะ
โดย : ลูกแมว     วันที่ :2006-01-14 16:42:30    IP :203.156.133.xx   
ความคิดเห็นที่ 76
ขอเรียนคุยคุณหมอแมวหน่อยนะก๊า ในฐานะที่เป็นลูกแมวน้อย อิอิ
1.ลูกแมวเข้าใจว่ากลไกการตอบสนองมีการปล่อย mediator หลายชนิดจาก mast call และจากเซลล์อื่น ซึ่งทำให้หลอดลมบวมและหลอดลมตีบ(หนูก็พอเข้าใจว่าทำไมต้องมีการให้ corticosteroid แบบพ่น ซึ่งใช้ได้ผลดีทั้งในหอบหืดระยะหอบรุนแรง เช่นพวก status asthmaticus หรือในการรักษาระยะยาว วึ่งแบบพ่นจะดีกว่าในกรณีที่ลด dose ในหนูซาบซึ้งกับหมอม๊าก มาก)
2.หนูเข้าใจว่ามีการเปลี่ยนแปลงการควบคุมประสาทอัตโนมัติซึ่งมีหน้าที่ในการหลั่งเมือก และการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบของหลอดลม ในผู้ป่วยหอบหืด การทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเธติคจเด่นกว่าประสาทซิมพาเทติค หนูก็เลยพอจะเข้าใจว่าทำไมคุณหมออยากให้ พวก broncodiator แบบพ่นม๊าก มาก อ่ะโห ดีนะหมอว่าออกฤทธิ์ได้จำเพาะจาะจงมากขึ้น สามารถใช้ในขนาดต่ำ ผลค้างเคียงน้อย ออกฤทธิ์ได้เร็ว แต่คุณหมอขา ฮือๆๆๆ
หนูเห็นว่าการรับประทานแบบ sustain release ก็คุมอาการหนูได้นะคะหมอ ซึ่งหนูก็ยังคิดว่ายังดีกว่าหอบแล้วค่อยตื่นมาพ่นกลางดึกค่ะ(กลัวผี อิอิ) ทำให้ลดความถี่ของการหอบได้นิ๊ดนึงอ่ะคะ ไม่ต้องมาพ่นบ่อย เข้าจายยนะคะว่ายาพ่นออกฤทธิ์เร็ว แต่ก็หมดฤทธิ์ด้วยอ่ะคะ อย่างน้อยถึงแม้ว่าฤทธิ์จะต่ำ แต่ก็มีการพัฒนารูปแบบยาที่ดีขึ้นหมอคะ หนูกลัวๆๆคะหนูว่าถ้าหนูไม่กินยาควบคุมอาการไว้ กลางคืนดึกๆเกิดการระบายอากาศเข้าออกปอดน้อย แล้วหนูหมดสติไป หนูจะทำไงคะ หนูคงไม่ได้มีโอกาสตื่นขึ้นมาพ่นยาของคุณหมอแน่เลย แล้วหนูก็ขอเลือกใช้ยาชนิดพ่น ร่วมกับยาชนิดรับประทานดีกว่าคะหมอ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โดย : ลูกแมวน้อย     วันที่ :2006-01-14 16:19:34    IP :203.156.133.xx   
ความคิดเห็นที่ 71
ดิฉันเป็นโรคหอบหืดมาตั้งแต่อยู่ประถม 4 เคยหายเพราะกินยาจีนเมื่ออายุประมาณ 15 หายไปประมาณ 12-13 ปี แล้วก็กลับมาเป็นอีก พอกลับไปหาหมอจีนแกก็เสียไปแล้ว ตอนอายุประมาณ 32 เคยหอบมากจนเมื่อไปถึงหมอ ก็หยุดหายใจแล้ว หมอก็ช่วยไว้ได้ทันแบบฉิวเฉียด หลังจากนั้นก็เป็นหนักมาเรื่อย ๆ ไปทำงานก็ไม่เต็มที่หยุดงานบ่อย พอเวลาไม่หอบไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นทีเฉียดตาย ทั้ง ๆ ที่ใช้ยาพ่นขยายหลอดลม เวลาหอบพูดไม่ได้เลยใจจะขาด เคยไปเที่ยวดอยอินทนนท์เดินขึ้นไปบนเจดีย์ที่สูง ๆ เกิดอาการหอบขึ้นมาเพราะเป็นหวัดอยู่แล้ว เกือบแย่เลย ในใจคิดบนเจ้าป่าเจ้าเขาขอให้หลอดลมขยายเร็ว ๆ กลัวจะต้องไปตายบนดอนอินทนนท์ พอดีได้ไปนั่งพักตรงข้างล่างทางขึ้นเจดีย์เขามีร้านแกแฟ ก็ไปนั่งกินน้ำร้อน กินยาขยายหลอดลม พ่นยา พ่น พ่น พ่นหายใจลึก ๆ พยายามใจเย็นคิดว่าเราต้องไม่หอบ ถ้าเราหอบเราจะตาย เราจะไม่หอบ เราจะไม่ตาย จนค่อยยังชั่ว จากนั้นจนอายุประมาณ 45 ได้ไปพบคุณหมอที่ รพ.จุฬา ชื่อคุณหมอ ฉันชาย คุณหมอให้ยาสเตียรอยด์ ยาแก้แพ้ ยาพ่นขยายหลอดลม คุณหมอให้กินยาอะไรก็พยายามกิน คุณหมอให้ยาแปลก ๆ เป็นตลับสีม่วง เราก็เลยรู้ว่าเอกเดี๋ยวนี้เขามียาใหม่ ๆ ที่ทันสมัยสำหรับโรคหอบหืดที่เราไม่รู้จัก ก็พยายามเชื่อคุณหมอ ปฏิบัติตัวตามที่คุณหมอบอก กินยาตามที่คุณหมอสั่ง จนอาการก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ พอคราวหลังกลับไปเที่ยวดอยอินทนนท์อีก ก็บอกคุณหมอ คุณหมอก็รักษาให้เราเตรียมตัวก่อนไปเที่ยว คราวต่อมาไม่มีอาการอีก แต่ก็ไม่กล้าขึ้นเจดีย์อีกไม่กล้าเสี่ยง แต่ตอนนี้ไม่เคยหอบมาประมาณ 4-6 ปีแล้ว ยาพ่นคอก็แทบไม่ได้พ่นเลย นาน ๆ ครั้งถ้าหัวเราะมาก ๆ หรือเป็นหวัดมาก ๆ ถึงจะมีอาการบ้างเล็กน้อย ชีวิตมีความสุขขึ้นมาก อยากให้คนที่เป็นเหมือนดิฉันหายเหมือนดิฉันบ้าง ใครที่เป็นอยู่ขอให้หายเร็ว ๆ นะคะ อยากให้ทราบว่าโรคหอบหืดเดี๋ยวนี้รักษาได้ ควบคุมได้ ทำให้ชีวิตเรามีความสุข สุขภาพจิตดีขึ้นมากเลยค่ะ ลืมบอกไปว่าลูกสาวก็เป็นเหมือนกัน ตอนนี้เขาไม่ต้องพกยาพ่นคอเลย เหมือนไม่เคยเป็นหืดมาก่อนเลย
โดย : ต้อย     วันที่ :2006-01-13 18:22:24    IP :161.200.255.xx   
ความคิดเห็นที่ 69
แม่หนูเนหืดหอบหลายปีแล้วเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น เปลี่ยนหมอหลายคนแล้วไม่หายสักทีหนูสงสารแม่ หนูอยากรู้วิธีดูแลตัวเองหลีกเลี่ยงการเป็นหอบคะ
โดย : ดา     วันที่ :2006-01-13 11:51:03    IP :202.28.64.xx   
ความคิดเห็นที่ 66
ตอนเด็กๆผมเป็นโรคหอบหืด ก็ได้รักษากับหมอแผนปัจจุบัน แต่ก็ไม่หายสักที จนกระทั่งแม่ผมได้พาไปรักษากับหมอจีน โดยใช้วิธีการจับชีพจรหรือที่เรียกว่า การแมะ แล้วหมอเค้าก็จะจัดยาสมุนไพรให้มาต้มกิน พอกินไปเรื่อยๆอาการก็ดีขึ้น แล้วผมต้องไปเรียนที่ต่างจ. หมอเค้าก็ทำเป็นยาลูกกลอนให้ทาน ก็ทานมาเรื่อยๆ จนกระทั่งไม่มีอาการหอบหืดอีกแล้ว ผมจึงสนใจในด้านการแพทย์แผนโบราณทั้งไทยและจีน จึงอยากจะบอกว่าถ้าหมอแผนโบราณที่เค้าเป็นหมอจริงๆอะครับ เค้าไม่ได้ใช้สเตียรอยด์มาผสมในยาครับ เพราะสมุนไพรที่ได้ผลดีๆก็มีอีกมากมาย ส่วนในกรณีที่หอบหืดนั้น ทางการแพทย์แผนโบราณจีนเค้าถือว่าเกิดจาก ปอดนั้นไม่ได้สมดุลจึงต้องให้ยาสมุนไพรไปปรับ แต่ด้านรายละเอียดของยานั้นผมยังไม่ลึกซึ้งพอ เพราะเนื่องจากไม่มีอาจารย์หมอแผนโบราณท่านไหนที่ได้ถ่ายทอด แต่เท่าที่ทราบมาเกี่ยวกับอาการไอ มีเสมหะนั้น ในปัจจุบันจะเห็นว่าพอคนเป็นแล้วไปหาหมอ มักไม่ค่อยหายสักที เนื่องจากแพทย์แผนปัจจุบันจะมองแบบมุ่งเน้นไปทางการติดเชื้อ ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นแค่ปลายเหตุครับ มัวแต่ไปใช้ยาปฏิชีวนะ ทั้งที่ร่างกายนั้นไม่ได้สมดุล ลองสังเกตุดูสิครับว่า บางคนทานอาหารทอด หรือของหวานจัดๆก็จะทำให้เกิดอาการเจ็บคอ หรือไอ มีเสมหะขึ้นมา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับแต่ละบุคคลเพราะคนเราเกิดมามีความสมดุลของธาตุในร่างกายไม่เหมือนกัน ส่วนผมเองเวลาไอ เจ็บคอ ผมจะใช้ยาแผนโบราณยี่ห้อหนึ่ง อันนี้ไม่ได้โฆษณาให้เค้านะครับ แต่ก็อยากแนะนำให้คนทั่วไปทราบไว้ เพราะเมื่อก่อนผมเป็นแล้วไปหาหมอไม่หายก็ทรมานไอ จนเจ็บอก ยาที่ผมใช้นี้ชื่อ ยาบรรเทาอาการไอ ตรา เอ ครับ เป็นกล่องสีเหลืองไล่ไปสีขาว เท่าที่ผมดูจากตัวยาของเค้าก็จะเป็นยาสมุนไพรจีนครับ แล้วสำหรับคนที่มีอาการไอ ควรจะเลี่ยงอาหารจำพวกของมัน ของทอด นะครับ เพราะอาการเหล่านี้เกิดจากสมดุลของร่างกาย
โดย : คนเคยป่วย     วันที่ :2006-01-12 23:14:00    IP :203.151.140.xx   
ความคิดเห็นที่ 65
มีทางที่จะทำให้โรคนี้หายขาดมั๊ยค่ะ เป็นโรคหอบมาหลายปีแล้ว อยากหายขาดอะ
โดย : เด็กม.4     วันที่ :2006-01-12 21:40:00    IP :203.113.77.xx   
ความคิดเห็นที่ 64
ไม่ทราบว่ายาขยายหลอกลมเนี่ย เค้าสามารถซื้อได้ตามร้านทั่วไปไหมคะ รึว่าต้องไปเอาที่โรงบาลอย่งเดียว
โดย : นัทค่ะ     วันที่ :2006-01-12 19:33:16    IP :125.24.25.xx   
ความคิดเห็นที่ 63
ตอนที่ดิฉันอยู่เมืองไทย ก็เป็นนิดๆ แต่หมอให้ยามาทานก็ไม่ดี เพราะว่าทานทีไรหายใจไม่ออกค่ะ แล้วตอนนี้มาอยู่ต่างแดนก็เป็นมากขึ้นเพราะว่าอายุเราด้วยค่ะ แต่ที่นี่หรือ หมอที่นี่น่ะคะ ไม่เคยให้ยาทานเลยสักเม็ดเดียวค่ะ มีแต่ยาพ่นนั่นและค่ะ แต่แตกต่างชนิดที่ในรูปที่หัวข้อกระทู้ค่ะ เป็นยาเหมือนดูดเข้าไปแรงๆ น่ะ ให้เต็มปอดว่างั้นเถอะค่ะ แต่ก็ไม่มีปัญหาค่ะ แล้วดิฉันก็ไม่ได้เป็นมากมายค่ะ เรียกว่าใช้เวลาหน้าหนาวเท่านั้นค่ะ ส่วนหน้าร้อนแทบจะไม่มีปัญหาเลยค่ะ เพราะฉะนั้นอยากบอกจริงๆค่ะ ยาพ่นดีที่สุดค่ะ ว่าแต่แรงขนาดไหน หมอเขาดูอาการว่าเราเป็นมากแค่ไหนค่ะ ก็จะได้อย่างน้อย หรือ อย่างเข้มข้นน่ะ รุ้สึกเป็น มิลลิกรัมด้วยค่ะ
โดย : ขิงดิ้น     วันที่ :2006-01-12 18:29:59    IP :219.88.57.xx   
ความคิดเห็นที่ 60
ผมไม่เถียงแล้วครับ EBM EBM EBM
ถ้ารักษาโดยไม่ยึดEBM หรือให้คำแนะนำโดยไม่ยึดEBM ยึดแต่ expert opinion หรือ individual experience ก็จะรักษาไม่ได้ประสิทธิภาพเต็มที่
คงบอกเท่านี้แหละครับ ของทุกอย่างมีที่มาที่ไป ไม่ได้ใช้เพียงการดู"dramatic case" แล้วเล่าเท่านั้น
โดย : หมอแมว     วันที่ :2006-01-12 11:02:58    IP :125.25.8.xx   
ความคิดเห็นที่ 59
เป็นคนหนึ่งที่รู้จักโรคนี้เป็นอย่างดีเพราะเคยเป็นถึงขนาดเข้าICUมาแล้ว คุณหมอลองเข้ามาอ่านซักนิดก็ดีนะคะ ไว้เป็นแนวทางเพราะตอนนี้ ยากินไม่ต้อง ยาพ่นพกไว้เป็นกำลังใจ นานๆ ทีถึงจะได้ใช้

เป็นโรคนี้ตั้งแต่อายุ 3 เดือนค่ะ เข้าโรงพยาบาลตั้งแต่ 1 ขวบ เข้ารพ.ทุกปีปีละหลายครั้ง อยู่ครั้งละ 7 วัน การรักษาก็กินยา ฉีดยาเข้าน้ำเกลือ ฉีดยา พ่นยา เป็นจนอายุ18 ตั้งแต่เด็กจนโต ก็ต้องกินยา 3 เวลาหลังอาหาร(ยา 3 ตัว)และก่อนนอน ไปไหนคือต้องพกยาตลอดค่ะ เคยไปรักษาภูมิแพ้ไปเทสมาแพ้หลายอย่าง แพ้ไข่แดง แพ้เกสรดอกไม้ แพ้หลายสิบตัวค่ะ

รักษามาจนเกือบอายุ 20 แล้วก็เลยเปลี่ยนวิธีใหม่ มันเหมือนไม่ใช่วิธีการรักษาที่แท้จริง มันแค่ป้องกันไม่ให้เป็นหรือเป็นน้อยลงถ้ายังทานยาหรือใช้ยาอยู่

เลยมารักษาโดยวิธีฝังเข็มกับหมอคนจีน(อันนี้เขาเรียนตั้งแต่เด็กค่ะจนตอนที่รักษาเขาน่าจะอายุประมาณ40กว่าๆแล้ว ) มียาให้ทานค่ะคล้ายๆ ลูกกรค่ะ แต่ไม่ใช่(เพราะเคยกินยาลูกกรมาก่อน) กินมื้อละ 10 เม็ด วันละ 3 มือ แต่จริงๆกินแค่วันละ 1-2 มื้อเนื่องจากปัจจัยรอบตัวไม่เอื้ออำนวยค่ะ เพราะตอนนั้นหมอจีนบอกว่าปอดร้อน เลยให้กินยาเพื่อให้ปอดไม่ร้อน แล้วก็ไปฝังเข็มทุกอาทิตย์ ทำอย่างนี้มา 3 ปีค่ะ แต่เลิกมาก่อนเพราะมันแพงและไกลมาก

จากคนที่ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อยก็หอบตลอด ทำอะไรได้ไม่เท่าคนอื่นเลย เก็บกดมาก ตอนนี้ทำได้ทุกอย่างแบบที่คนธรรมดาเค้าทำกันแต่อาจจะไม่เท่าเขา แต่ก็ถือว่าเยี่ยมมากแล้ว สามารถวิ่งได้ กระโดดได้อย่างเมามัน เล่นกีฬาได้ จากที่กินยาทุกวัน วันนี้ไม่ต้องแล้ว อย่างมากก็แค่ยาขยายหลอดลม(จะใช้เฉพาะเวลาเป็นหวัดเท่านั้น) ยาพ่นก็ไม่ค่อยได้ใช่เลย ส่วนใหญ่จะใช้ช่วงหน้าฝนค่ะ ช่วงหน้าร้อนนี่ แทบจะลืมไปได้เลย 3 เดือนไม่เคยเป็นเลยก็มีนะคะ ไม่น่าเชื่อนะคะ แต่ก็เป็นไปแล้ว อาการหอบแบบรุนแรงขนาดยาพ่น ยากิน ก็เอาไม่อยู่แบบที่เมื่อก่อนเป็น ไม่ได้เป็นมาเกือบ 10 ปีแล้วค่ะ

คุณหมอไม่ลองศึกษาด้านนี้ดูบ้างล่ะคะ เพื่อจะได้นำมารักษาคนไข้บ้าง ว่ามันมีผลข้างเคียงยังไงบ้าง
โดย : แนะนำด้วยคน     วันที่ :2006-01-12 10:20:29    IP :61.91.225.xx   
ความคิดเห็นที่ 57
โรคหอบหืดถ้าไม่รักษาอาการเฉพาะหน้าก็เท่ากับปล่อยให้คนไข้ตายสิครับ

วารสารการแพทย์หรือ website การแพทย์ต่าง ๆ ก็มีการอัพเดทข้อมูลใหม่ ๆ ตามกาลเวลา ซึ่งแพทย์ส่วนใหญ่ก็ต้องค้นคว้าหาความรู้อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วครับ

หากขณะนี้โรคหอบหืดสามารถรักษาให้หายขาดได้จริง วงการแพทย์น่าจะฮือฮาพอสมควรแล้ว เพราะมันอาจจะเป็นการเปลี่ยนวิธีการรักษาใหม่หมด

ผมอ่านดูไม่เห็นจะเป็นการโฆษณายาพ่นตรงไหน คนที่เป็นหอบหืดไม่คิดจะใช้ยาพ่นก็ไม่เป็นไรครับ แต่ไม่ต้องกลับไปหาหมอตอนอาการกำเริบก็พอ (ดีไม่ดีก็ตายไปอยู่ตรงนั้นแหละ)

ป.ล. ผมไม่ใช่หมอ และไม่ใช้สาวกหมอแมว
ป.ล.2 การที่ผู้ป่วยหลาย ๆ รายอาการกำเริบซ้ำ หรือหนักขึ้น มาก และบ่อยกว่าปกติ กรุณาโทษตัวเองก่อนที่จะโทษหมอนะครับ ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงของตัวท่านเองน่ะแหละ
โดย : sttail     วันที่ :2006-01-12 08:34:04    IP :203.157.72.xx   
ความคิดเห็นที่ 56
ผมก็เป็นคนไขโรคหอบหืดคนหนึ่ง สนใจอ่านกระทู้นี้แต่พออ่านจบก็ไม่เป็นที่โดนใจเท่าไหร่ เพราะคุณหมอพูดและแนะนำในจำกัดความรู้และประสพการณ์แคบเกินไปซ้ำยังย้ำโฆษณาขายยาพ่น แต่เพื่อนๆครับ โดยเฉพาะคนที่(เคย)เป็นโรคหอบหืดอย่างแสนทรมานอย่างผม ขอแนะนำให้ซื้อ"สาหร่ายสไปรูลิน่า"มาทานนะครับ เพราะผมทาน"อาหารเสริม"ชนิดนี้แล้วทำให้โรคหอบหืดผมหายเหมือนปลิดทิ้ง ผมเคยใช้ยามาหลายขนานทั้งโบราณและแผนปัจจุบันรวมทั้งยาพ่นด้วย แต่ส่วนมากเป็นการรักษาที่ปลายเหตุทำให้ไม่หายจริงมันเหมือนหมอเลี้ยงโรคอย่างว่า ต้องคอยซื้อยาพ่นและพกติดตัวตลอดและไม่เคยทำให้หายอย่างเด็ดขาด ประมาณปีกว่าๆที่ผ่านมาโรคหอบหืดผมกำเริบหนักเป็นเกือบตายเพราะหายใจไม่ได้คือไม่มีออกซิเจนเข้าถึงปอดแม้จะพยามหายใจยังไงก็แล้ว จนต้องไปถึงโรงบาลแห่งหนึ่งในลอนดอน (ผมอยู่ที่อังกฤษสามปีแล้ว) แต่ฝรั่งเขาก็ให้แค่ยาพ่นแต่นำมาใช้อยู่หลายเดือนแต่ไม่ค่อยเป็นผล เป็นๆหายๆอยู่อย่างนั้น จนต่อมาได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับสาหร่าย (ซึ่งเป็นสมุนไพรที่กำลังนิยมทั่วโลก สำหรับเสริมสุขภาพให้เกิดภูมิต้านทานภูมิแพ้ต่างๆรวมถึงหอบหืด) ผมก็ลองซื้อมาทานประกฏว่าได้ผลจริงๆครับ แต่ที่อังกฤษมันแพงมาก ที่เป็นแบบแคปซูลกระปุกละร้อยแคปซูลเขาขายประมาณสิบห้าปอนด์หรือพันบาท แต่ที่เมืองไทยแค่ประปุกละประมาณสองร้อยบาท ผมเลยสั่งซื้อจากเมืองไทยเอามาไว้ทานเป็นประจำ ไม่ได้โฆษณานะครับแต่ใครที่เป็นโรคนี้รู้ว่ามันทรมานก็อยากให้เจอยาดีๆที่ทานแล้วไม่มีผลข้างเคียงและทำให้ทุเลาจนหายขาดได้ อย่างสาหร่ายธรรมชาตินี้แหละครับที่ผมรู้สึกขอบคุณธรรมชาติบางชนิดที่ทำให้ผมกลับมามีความสุขจากการทุเลาเบาบางลงของโรคหอบหืดที่เคยเป็นอย่างสุดทรมานเกือบตาย อย่างไม่เคยลืม ลองดูก็ได้นะครับถ้าไม่เชื่ออย่าเพิ่งตำหนิในใจนะครับ
โดย : แนะนำยาดี     วันที่ :2006-01-12 03:52:45    IP :86.139.184.xx   
ความคิดเห็นที่ 55
คนเราก็แปลกมีความรู้ดีๆๆ มาให้อ่านก็ไม่รู้จักเห็นประโยชน์

ตินู๊น ตินี่ เค้าให้อ่านประดับความรู้ในสมอง

ไม่ต้องแสดงความโง่ออกมาบอกอะไร

เผื่อวันใดเป็นแล้วจะได้ไม่โง่จำไว้ ไอ้ความคิดเห็นที่45
โดย : บีม     วันที่ :2006-01-12 00:45:14    IP :125.24.8.xx   
ความคิดเห็นที่ 53
ผมแนะนำพ่น 0.9%nss ให้กับคนไข้ที่ไม่ response ต่อ ventolin หรือ ipatropium จะได้ทั้งผลทางจิตใจและเภสัชวิทยา หรือไม่ก็ลองพ่น furosemide ดูสิครับอาจจะหายก็ได้ แต่ยังงัยลองค้น journal เพิ่มนะครับ ฮิๆ
โดย : sunshineman     วันที่ :2006-01-11 23:11:39    IP :58.147.63.xx   
ความคิดเห็นที่ 51
ตอนเด็กผมเป็นปอดบวมจากนั้นก็มีอาการหอบหืดตามมาช่วงที่อากาศเปลี่ยนจะเป็นบ่อยเคยลองทานยาฝรั่งและยาไทยก็ไม่หาย ฉีดยาเข็มละ800 เมื่อประมาณ20ปีก่อนทั้งหมด12 เข็ม(แพงมาก)หมอบอกว่าจะหายหายจริงๆครับแต่เป็นเงินที่หายจากกระเป๋าคุณแม่ ตอนนี้ผมไม่มีอาการหอบหืดแล้วคุณรู้ไหมเพราะอะไรตัวผมเองก็ไม่ทราบแต่หลังจากที่เริ่มเล่นกีฬา(แบดมินตันตอนอายุ13 ขวบ)อาการดังกล่าวเริ่มทิ้งช่วงที่เป็นห่างขึ้น และครังสุดท้ายที่เป็นคือเมื่อ10 ปีที่แล้ว ปัจจุบันไม่มีอาการหอบหืดแต่เป็นภูมิแพ้แทน อยากให้คนที่เป็นลองออกกำงลังกายดูบ้างเริ่มทีละน้อยครับ
โดย : คนเคยเป็น     วันที่ :2006-01-11 18:04:00    IP :61.90.104.xx   
ความคิดเห็นที่ 50
ถามว่าสิ่งที่คนไทยต้องการได้รับจากแพทย์คือเข็มฉีดยา การผ่าตัด เคมี หรือยาหรือ? ผมว่าคนไทยทุกคนอยากทราบวิธีการป้องกันตนเองไม่ให้เป็นมากกว่านะครับ คุณหมออย่าบอกผมนะว่า หมอก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรค ผมอยากจะแนะนำคุณหมอให้ลองเปิด google แล้วลอง search Asthma ดูนะครับ หรือลองอ่านรายงานการวิจัยของต่างประเทศดูบ้าง จะได้รู้ว่าโลกนี้ยังมีอะไรที่เรายังไม่รู้อีกมาก และเรื่องที่เราเคยคิดว่าถูกต้องในอดีต อาจไม่ถูกต้องในปัจจุบันหรืออนาคตก็เป็นไปได้นะครับ
โดย : ....     วันที่ :2006-01-11 17:48:55    IP :58.147.76.xx   
ความคิดเห็นที่ 49
พวกแพทย์จะแปลกกันอีกอย่างนะครับ
1. ชอบคิดว่าโรคไม่ติดต่อเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาหายได้ ต้องกินยาและพบแพทย์(เพื่อจ่ายสตางค์ให้ผมไปเรื่อย ๆ)
2. คุณหมอรู้ได้ยังไงว่าไม่สามารถรักษาหายได้แน่ใจแบบนั้นจริง ๆ เหรอครับ หรือว่าถ้าวันนี้คุณหมอยังไม่ทราบก็น่าจะใช้คำว่า "ความรู้ในหัวผมที่มีตอนนี้ทราบว่าโรคหอบหืดใครเป็นแล้วไม่สามารถหายได้ แต่อาจจะมีวิธีการรักษาหรือวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ในภายภาคหน้า)
******จุดออ่นของพวกแพทย์คือชอบคิดว่าความรู้เดิม ๆๆๆ ใช้ได้ตลอดชาติ******
โดย : ....     วันที่ :2006-01-11 17:42:22    IP :58.147.76.xx   
ความคิดเห็นที่ 48
เห็นด้วยกับความเห็นข้างล่าง

โรคหอบหืดสามารถรักษาได้ด้วยวิธีอื่น ไม่ใช่ใช้ยาขยายหลอดลมเพียงอย่างเดียว ถ้าเรารู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของโรคหอบหืดก็จะมีทางรักษา

และที่สำคัญโรคหอบหืดสามารถรักษาให้หายขาดได้ครับ
โดย : puresoul       วันที่ :2006-01-11 17:39:29    IP :61.91.144.xx   
ความคิดเห็นที่ 47
แพทย์ส่วนใหญ่ในเมืองไทยคิดเพียงแต่ว่าความรู้ที่ตนเองได้รับมาจากในโรงเรียนคือเรื่องถูกต้องและยากที่จะปรับเปลี่ยนความเชื่อนี้ คิดเพียงแต่ว่าตนเองถูกและสังคมไทยก็จะแปลกด้วยนะครับ เชื่อว่าสิ่งที่แพทย์พูดนั้นถูกต้องเสมอ ทำให้หลายครั้ง หลาย ๆ หนที่คนไทยมีสภาวะไม่ต่างไปจากหนูทดลองยาของพวกหมอ แพทย์เชื่อว่าคนไข้จะหายป่วยได้คึอ ต้องกินยา ฉีดยา ผ่าตัด แต่ในขณะเดียวกัน ไม่เคยคิดจะศึกษาว่าอะไรคือต้นเหตุ ทุกวันนี้เพียงรักษาไปตามอาการที่เกิดขึ้น เป็นอะไร ก็จ่ายยาแก้กันไป อะไรไม่ดีก็ตัดทิ้ง
โดย : ....     วันที่ :2006-01-11 17:29:14    IP :58.147.76.xx   
ความคิดเห็นที่ 45
คุณหมอแมวแน่ใจเหรอครับว่า การเป็นหอบหืด ต้องใช้ยาในการรักษาและไม่มีทางหายขาด ไม่ทราบว่าข้อมูลที่คุณหมอแมวได้เรียนมานั้นอาจจะหลายปีและแล้วกระมัง หรือไม่เคยศึกษาอะไรเพิ่มเติม แพทย์ส่วนใหญ่ในเมืองไทยใช้ความรู้เดิม ๆๆ ที่ได้รับมาจากโรงเรียนแพทย์ กับใช้ยาตามข้อมูลที่ได้จากเซลล์ขายยา ผลก็คือคนไข้คือหนูทดลอง ไม่เคยศึกษาข้อมูลใหม่ ๆๆ มาปรับความรู้ตนเอง คิดแต่เพียงเงินอย่างเดียว
โดย : ....     วันที่ :2006-01-11 17:23:55    IP :58.147.76.xx   
ความคิดเห็นที่ 44
อ้าว.... คห.41 โทษทีครับ
โดย : หมอแมว     วันที่ :2006-01-11 16:20:45    IP :125.25.8.xx   
ความคิดเห็นที่ 43
แง่ม แง่ม อ่านคห.42แล้วอยากให้ลองอ่านใหม่ โดยเฉพาะที่สรุป
ผมเขียนให้อ่านชัดๆแล้วกันครับ
1. หอบหืดไม่หายขาด แต่คุมได้
2. คุมได้โดย ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น และรักษาสุขภาพ
3. คนที่เป็นอยู่ จำเป็นต้องใช้ยาพ่น ยาพ่นมีสองชนิด
4. ยาพ่นชนิดแรก พ่นให้หายเหนื่อยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
5. ยาพ่นสเตียรอยด์ พ่นแล้วไม่หายเหนื่อย แต่ในระยะยาวจะช่วยให้อาการไม่กำเริบ(ก็คล้ายๆหายขาดแหละ)

"แล้วไม่คิดถึงโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่หรือคิดแต่จะรักษาอาการ(เฉพาะหน้า)หรือค่ะ"

เฉพาะหน้า : ventolinพ่น
ระยะยาว โรคที่เป็นอยู่ ยั่งยืน (หรืออะไรตามแต่จะเรียก) : steroidพ่น ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น และรักษาสุขภาพ (เขียนไว้ตั้งแต่แรกแล้วครับ แต่ทำไมมีตั้งหลายคนทักว่าผมไม่บอกวิธีรักษาระยะยาวนะ)
เฮ้อ......ฟิ้ว
โดย : หมอแมว     วันที่ :2006-01-11 16:20:10    IP :125.25.8.xx   
ความคิดเห็นที่ 42
มีอาการไอแห้งๆมาเป็นเดือนแล้วหลังจากเป็นหวัด ไม่หายสักที ยิ่งเวลาเจออาการเย็นๆจะไอมากขึ้น จะทำไงดีค่ะหมอแมว
โดย : แก้ม     วันที่ :2006-01-11 15:05:37    IP :158.108.52.xx   
ความคิดเห็นที่ 41
อ่านกระทู้ดูแล้วราวกับเป็นกระทู้โฆษณาขายยาพ่นจริงๆนั่นแหล่ะค่ะ
แล้วก็เป็นแหล่งรวมพลของคนที่รักคุณหมอแมว
.....ใช้ยาพ่นก็เหมือนการรักษาแบบ supportiveนั่นแหล่ะค่ะ เมื่อมีอาการก็ใช้ยาพ่น พ่นถูกก็หาย(จากอาการหอบ) พ่นไม่ถูกก็ยังหอบเหนื่อยอยู่
แล้วไม่คิดถึงโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่หรือ คิดแต่จะรักษาอาการ(เฉพาะหน้า)หรือค่ะ
เราก็ต้องรักษาโรคเค้าด้วย ไม่หายขาดแต่ก็ต้องควบคุมอาการเค้าไม่ให้กำเริบ
ให้เค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดี ใช้ชีวิตได้อย่างปกติตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องคอยแต่พกยาพ่น พ่นๆๆๆอยู่ทั้งวัน
โดย : floggy     วันที่ :2006-01-11 14:45:35    IP :203.156.145.xx   
ความคิดเห็นที่ 40
ลูกชายอายุ 8 ปี เป็นหวัด ไอ ไปพบแพทย์ หมอบอกว่าเป็นภูมิแพ้
หอบหืด หมอบอกว่าคุณแม่ลองเอาหูแนบฟังดู เวลาเป็นตรงลิ้นปี่จะมีเสียงวีดๆ
และคุณหมอพ่นยาให้ 1ครั้ง (ทุกครั้งจะให้เป็นยาทาน ขยายหลอดลม)
แต่ครั้งนี้พ่น ดิฉันไม่ได้ถามว่าเป็นยาชนิดไหน เพราะไม่ทราบว่ามี 2 ชนิด
และได้ยากลับมาทานต่อ ตามอาการหวัด แต่มียาที่ไม่เคยทานมาก่อนอีกชนิด
คือยาฆ่าเชื้อ ชื่อยา Ibelex ชนิดแคปซูล ไปพบแพทย์ตอนเย็น

พอกลับมาบ้านก็ทานยา แล้วนอน ประมาณ 5ทุ่มกว่าเป็นลมพิษขึ้นทั้งตัว-ทั้งหน้า
ก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไรแต่ไม่คิดถึงยา จนเช้ามาก็ทานอีก1ชุด
คราวลมพิษแต่ละอันกว้างกว่าฝ่ามือเราอีกแล้วยังปูดขึ้นมาน่ากลัวมาก
ต้องไปนอน รพ.ให้นําเกลือ แพทย์ก็เดาไม่ออกก็ให้หยุดยาทั้งหมดแล้วให้ยาใหม่

แต่บอกว่าน้องไม่ได้เป็นหอบหืด แต่เป็นหวัด
อยากถามคุณหมอแมวว่า น่าจะแพ้ยาตัวไหน ระหว่างยาพ่น หรือยา Ibelex
เพราะทุกวันนี้เวลาไปพบแพทย์ จะแจ้งว่าแพ้ยา Ibelex
แต่ก็ยังสงสัยในยาพ่นอยู่ ขอบคุณค่ะ
โดย : ฟ้า     วันที่ :2006-01-11 14:36:11    IP :58.8.107.xx   
ความคิดเห็นที่ 39
มีประโยชน์มาก ติดตามผลงานของหมอแมวอยู่เป็นประจำเหมือนกันคะ โชคดีที่แข็งแรงดีคะ
โดย :     วันที่ :2006-01-11 14:25:25    IP :203.146.57.xx   
ความคิดเห็นที่ 38
ขอบคุณหมอครับ
โดย : milo     วันที่ :2006-01-11 13:54:03    IP :203.144.230.xx   
ความคิดเห็นที่ 37
ปีใหม่แล้วก็ขอให้เพื่อนๆเอ็มไทยอย่าเป็นโรคพวกนี้เลย หากใครเป็นอยู่แล้วก็ขอให้หายไวๆกันทุกคนนะ และหากคนที่ต้องการเรื่องธรรมชาติบำบัด เป็นการแพทย์ทางเลือก ก็แนะนำให้ลองเข้าไปศึกษาเรื่อง สมุนไพร ใน http://www.nco-project.com ขอให้เพื่อนๆได้ใช้ปรโยชน์จากการหาความรู้ในเว็บ ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง และญาติพี่น้องด้วย
โดย : ธรรมชาติบำบัด     วันที่ :2006-01-11 12:53:01    IP :61.91.227.xx   
ความคิดเห็นที่ 36
ผมคนนึงที่เป็นหอบหืด ตอนเด็กเป็นบ่อยมากเข้าโรงบาลเป็นว่าเล่นอาการหนักด้วย เรื่อยๆจนโตปรมาณ ม. 1 ก็ได้กินยาแผนโบราณของหมอปรีชาที่โคราชเป็นกระปุกเล็กๆกินตอนกลางคืนดึกๆแล้วตามดว้ยยาถ่าย ถ่ายทั้งคืนเป็นมูก กินไป 2 กระปุกหายเป็นปลิดทิ้งเลยกินต่อ อีก 2 กระปุก ร่างกายแข็งแรงสุดๆไม่เป็นอีกเลยจนจบมหาลัย แต่ชว่งหลังไปทำงานที่ต่างประเทศเจอฝุ่นเคมีเป็นปีๆตอนนี้เร่มกลับมาเป็นอีกกลับไปหาหมอปรีชาไม่อยู่แล้ว ตอนนี้ต้องพ่นยาเวลามีอาการ ท่านใดมียาดีช่วยบอกดวยครับ จะอนุโมทนาจริงๆ
โดย : rx     วันที่ :2006-01-11 12:51:11    IP :58.10.160.xx   
ความคิดเห็นที่ 34
ขอบคุณหมอครับ ติดตามทุกกระทู้
โดย : ...     วันที่ :2006-01-11 11:55:41    IP :203.147.18.xx   
ความคิดเห็นที่ 33
de de
โดย : sawittree     วันที่ :2006-01-11 11:39:23    IP :61.19.145.xx   
ความคิดเห็นที่ 32

หมอแมว ศรี เอ็มไทย

ขอบคุณค่ะ
โดย : อ้อมใจ     วันที่ :2006-01-11 11:26:45    IP :210.1.7.xx   
ความคิดเห็นที่ 31
เราก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นโรคหอบหืด แบบว่าเป็นโดยไม่ตั้งใจ ไม่ได้เป็นตั้งแต่กำเนิด เป็นเพราะไปทำงานโรงงานรองเท้า แล้วสูดกาวทารองเท้าทุกวัน ก็เลยหายใจไม่ออก ไม่ใช่สิหายใจไม่เข้าต่างหาก ไปหาหมอ หมอก็ให้พ่นยา แล้วให้ยาละลายเสมหะกับยาขยายหลอดลมมา ทุกวันนี้ก็กินยาสองอย่างนี้มาตลอด แต่กินเฉพาะเวลาที่เกิดอาการเท่านั้น แต่เราคิดว่าน่าจะใช้ยาพ่นตามที่หมอแมวแนะนำนะ
โดย : aoy     วันที่ :2006-01-11 11:26:35    IP :203.151.215.xx   
ความคิดเห็นที่ 30
ถ้าบอกว่า ยาพ่น สเตอรอยด์ เป็นยาป้องกัน อาจจะทำให้คนไข้ทนรอได้ดีกว่า บอกว่า เป็นยารักษาในระยะยาว ซึ่งไม่รู้ว่ายาวแค่ไหนถึงจะสรุปได้ว่า ได้ผลหรือไม่ แต่ถ้าป้องกันคือให้ไปเรื่อยๆ แล้วเขาจะเห็นผลเอง
ภาษาก็อาจเป็นเหตุ ที่ว่าหืดทำให้หลอดลมบวมตีบ ในความรู้สึกน่าจะบวมแล้วขยาย คนที่จินตนาการเก่งเท่านั้นจึงเดาได้ว่า หมายถึงเยื่อบุภายในหลอดลมบวม โดยตัวหลอดลมไม่ขยาย ผลคือขนาดรูภายในแคบลง
ความเชื่อมีผลต่อการรักษา หืดเป็นผลจากหลายปัจจัยรวมทั้งอารมณ์ด้วย อะไรที่ทำให้ผู้ป่วยสบายใจจึงไม่ควรมองข้าม เขาชอบยากินเราไปขวางเขา ผู้ป่วยหืดย่อมตระหนักได้ดีว่าอะไรที่ทำให้เขาได้รับผลดีที่สุด หมออาจจะต้องหัดฟังผู้ป่วยบ้าง หมอรู้ทฤษฎีมากกว่าคนป่วย ไม่มีใครเถียง แต่ผู้ป่วยเป็นผู้มีประสบการณ์ตรง
โดย : สมชาย     วันที่ :2006-01-11 09:47:26    IP :203.188.11.xx   
ความคิดเห็นที่ 29
ขอแนะนำเพิ่มเติมการใช้ยาน่ะค่ะ มันไม่ยากแต่มันต้องสัมพันธ์กันน่ะค่ะ ตอนที่เราพ่นยาเข้าไปในปาก แล้วจังหวะนั้นเราต้องสูดตัวยาผ่านลงไปในลำคอสูดลงไปลึกลึกค่ะ แล้วอย่างเพิ่งเปิดปากน่ะค่ะเพราะยาจะถูกพ่นออกมากับลมหายใจ อย่างนี้แหละค่ะถึงจะพ่นยาแบบได้ผลจริงๆ
โดย : pond     วันที่ :2006-01-11 09:32:43    IP :210.86.142.xx   
ความคิดเห็นที่ 28
ดิฉันก็เป็นหนึ่งในจำนวนคนไข้ที่เป็นหืดหอบโดยไม่รู้ตัว ไม่ได้เป็นแต่กำเนิด เกี่ยวกับแพ้อากาศแล้วไปทำงานที่จังหวัดสมุทรปราการ แถวนั้นโรงงานเยอะมากมลพิษ เริ่มเป็นหนักเลย ตอนแรกก็รู้สุกเหนื่อยและหายใจไม่ทัน แล้วก็ไอ ยิ่งไอก็เหมือนยิ่งจะขาดใจ ไปหาหมอหมอให้ยาแบบเม็ดไว้ทาน เป็นยาขยายหลอดลม แต่ไม่ทานทุกวันเฉพาะเวลามีอาการเท่านั้น ตอนนั้นท้องด้วย แล้วมีครั้งหนึ่งเป็นไข้หวัดแล้วไอ ทีนี้เกือบตายเลยค่ะยิ่งไอยิ่งเหนื่อย แฟนรีบนำส่งโรงพยาบาลหมอให้เข้าห้องฉุกเฉินใช้ยาครอบจมูก เหมือนกับให้ออกซิเย่น แต่มียาเพื่อให้เราสูดเข้าไป อาการดีมากเลย หมอเลยแนะนำว่ายาแบบเม็ดออกผลช้ามากไม่ทันการก็เลยแนะนำแบบพ่นให้ค่ะ ตอนนี้ไปไหนมาไหนต้องติดยาพ่นไว้ตลอดเลยค่ะ อาการหอบมันจะมาเมื่อไหรไม่รู้ยากที่จะเดาค่ะ แต่เป็นโรคที่ทรมานมากที่สุดค่ะ คุณแม่บอกว่าสมัยก่อนคนโบราณเป็นกันก็ส่วนมากจะเสียชีวิตเลย เพราะวงการแพทย์ยังไม่เก่งเหมือนสมัยนี้ สาเหตุที่ไม่ให้เลี้ยงแมวเพราะว่าเวลาเราแพ้ขนแมวจะจามมีน้ำมูกแล้วส่งผลมาที่ภาวะหลอดลมไม่ขยายก็เลยหอบ ขอเอาใจช่วยกับคนไข้กลุ่มนี้ค่ะ เราพยายามทำตัวให้ชินกับโรคที่เป็นอยู่เพราะมันรักษาไม่หาย แต่เราจะทำอย่างไรอยู่กับมันเหมือนเพื่อนค่ะ เพราะมันป้องกันได้
โดย : pond     วันที่ :2006-01-11 09:26:36    IP :210.86.142.xx   
ความคิดเห็นที่ 26
ถามคุณหมอแมวหน่อยว่าอาการของภูมอแพ้ หอบ และหืดต่างกันยังไง มีวิธีดูแลตัวเองต่างกันไหม (หมายถึงใช้ยาน้อยที่สุด หรือไม่ต้องพึ่งยาเลย) ขอบคุณหมอแมวมากค่ะสำหรับบทความดีๆ
โดย : ตา     วันที่ :2006-01-10 22:44:01    IP :203.188.23.xx   
ความคิดเห็นที่ 24
เรียนคุณ coco
ผมเคยใช้ventolinพ่นครับ เพราะเป็นหอบหืดเอง
และปัญหาในการสอนพ่น ทั้งผมทั้งเภสัชต่างก็มีปัญหาในการสอนพ่นคนไข้เหมือนๆกัน
อยากให้มีspacerราคาถูกๆให้คนแก่ใช้บ้างครับ...(มีคนสอนให้ทำเองก็ทำเป็น แต่ว่าคนไข้ไม่ค่อยเชื่อถือแล้วก็ไม่ใช้อยู่ดี)
โดย : หมอแมว     วันที่ :2006-01-10 22:00:31    IP :125.25.8.xx   
ความคิดเห็นที่ 23
ไม่ทราบว่ามีคุณหมอที่เชี่ยวชาญโรคหอบหืด แนะนำบ้างมั๊ยคะ

โดย : คนป่วย     วันที่ :2006-01-10 21:10:55    IP :203.156.91.xx   
ความคิดเห็นที่ 22
thx maxๆ
โดย : กกน     วันที่ :2006-01-10 20:53:41    IP :58.8.250.xx   
ความคิดเห็นที่ 20
หมอแมวคะ ช่วยออกกนะทู้เกี่ยวกับคนที่เหนื่อยง่ายๆ การพักผ่อนแบบนี้หน่อนค่ะ แบบว่าสุขภาพไม่ค่อยดีอ่าคะ
โดย : รศ.ดร.พญ สายสวรรค์ ขยันโดนเย้ด     วันที่ :2006-01-10 20:09:05    IP :203.113.80.xx   
ความคิดเห็นที่ 19
สวัสดีหมอแมว คราวนี้ผมมาก็มีเรื่องจะแย้งเล็กๆ(คนที่รักหมอแมวอย่าพึ่งว่านะครับ) ผมอยากถามว่าหมอแมวสอนคนไข้น่ะ เคยลองพ่นเองมั้ย ที่ที่ผมจบมาเค้าจะสอนนะ ตอนที่ผมไปดูเภสัชเค้าให้คำปรึกษาก็ได้ฝึก ถ้าลองพ่นดูเองจะรู้ว่ามันไม่ง่ายเลยนะครับ ขนาดผมเองก็รู้หลักการทุกอย่างในการพ่น ยังต้องใช้เวลาในการหัดพ่นอยู่หลายวัน กว่าจะไม่มีควันยาออกมาจากปากได้เนี่ย แต่พอพ่นได้แล้วทีนี้เราก็สอนคนไข้ได้ดีขึ้นเพราะเข้าใจว่ามันต้องกดตอนไหน หายใจยังไง งานนี้ต้องขอบคุณคุณเภสัชที่ๆผมฝึกมากเพราะเค้าเอา placebo มาให้ผมซะหลายอันเลย แต่ผมก็อยากจะบอกว่า ถ้าไม่ลองเองมันไม่รู้หรอกครับ ถ้าหมอแมวอยากรู้ว่ามันพ่นยากยังไงก็ลองไปติดต่อห้องยาดูนะคัรบ ผมว่าเค้าก็คงให้ความร่วมมือดี ถ้าพ่นได้แล้วจะรู้ครับว่าควรสอนยังไง
โดย : coco     วันที่ :2006-01-10 19:57:58    IP :203.188.4.xx   
ความคิดเห็นที่ 18
เราว่าคนสอนใช้ยาพ่นไม่ใช่หมอนะ แต่เป็นเภสัชกรมากกว่า ตอนที่เราเข้าคลินิกหอบหืด คนสอนเป็นเภสัชกร คนที่มาเรียนยังมีหมอมาเรียนเลย หมอบอกว่ารู้แต่ทฤษฏีคร่าวๆ ปฏิบัติทำไม่เป็นเพราะไม่ได้เรียน
โดย : jj     วันที่ :2006-01-10 19:05:44    IP :58.147.15.xx   
ความคิดเห็นที่ 17
เราก็เป็นหอบ เหมือนกันใช่ เวลากินยาใจสะสั่น มากๆๆ เลยหล่ะ ไม่อยากกินยา แต่กินก้อหายไวน่ะ แต่มือนี้สั่นไปหมดเลยหล่ะ เลยต้องใช้ยาพ้นเนอะ เหมือนคนเกิดมามีเวรมีกรรม เป็นแล้วไม่มีทางรักษาหายอีกต่างหาก ไม่ดีเลยอ่ะ
โดย : เป็นหอบ เหมือนกัน...     วันที่ :2006-01-10 18:09:49    IP :202.28.21.xx   
ความคิดเห็นที่ 16
ตั้งกระทู้สเตียรอยด์ไวๆนะครับ รอดูอยู่
โดย : Cm     วันที่ :2006-01-10 17:42:16    IP :202.8.86.xx   
ความคิดเห็นที่ 15
ขอบคุณมากครับได้ความรู้มากเลย พ่อผมก็เป็นหอบมา20ปีแล้ว เวลาอาการกำเริบ ผมใจเสียทุกครั้งเลย
โดย : ขวัญ     วันที่ :2006-01-10 17:25:36    IP :58.11.42.xx   
ความคิดเห็นที่ 14
กินกระเพาะเม่นสิ หายชัว

แต่แพงนิดนึง กระเพาะนึงก็หลายพันอยู่หน่ะ
โดย : 11111     วันที่ :2006-01-10 17:11:28    IP :203.188.8.xx   
ความคิดเห็นที่ 13
ตอบ
คห.12 - ผมเขียนไว้ที่ตรงสรุปครับ หรือถ้าสงสัยอยากรู้มากกว่านั้นก็ใช้คุณลุงกูเกิลหาคำว่า "หอบหืด" ได้ครับ (ผมว่าชัดเจนนะ ไม่ได้หวังพึ่งยา)
คห. 11 เรื่องหวัดเรื้อรัง ภูมิแพ้ ติดเชื้อทางเดินหายใจ ก็ทำให้เป็นง่ายขึ้นครับ
คห. 6 อย่างที่ คห.10บอกไว้ครับ หมอที่ให้มักมัเหตุผล แต่ว่าลองปรึกษาดูกับหมอคนที่รักษาประจำครับว่าระดับคุณใช้ยาประมาณไหนดี
โดย : หมอแมว     วันที่ :2006-01-10 17:03:11    IP :125.25.8.xx   
ความคิดเห็นที่ 12
คนไทยส่วนใหญ่แปลกดีนะครับ
คนอ้วน----- หายาลดความอ้วน
คนผอม ------หายาบำรุง
คนเป็นความดันโลหิตสูง ------- หายาลดความดัน
คนมีไขมันในเส้นเลือด -------- หายาละลายไขมัน
คนเป็นภูมิแพ้-------หายาแก้แพ้
ทำไมเราไม่หาสาเหตุที่แท้จริงแล้วแก้ไขปัญหาตรงนั้น แพทย์ในเมืองไทยส่วนใหญ่ได้ผลประโยชน์จากการขายยา/จ่ายยา ความรู้ที่ได้รับ ได้มาจาก เซลล์ขายยาคิดถึงแต่ประโยชน์ของตนเองและสิ่งที่ได้รับจากโรงเรียนแพทย์คือ การใช้ยารักษาที่ปลายเหตุ หรือการตัดเอาอวัยวะที่เป็นปัญหาทิ้งไป จนลืมนึกไปว่า....... อาจจะมีวิธีการรักษาโดยไม่ต้องใช้ยาก็เป็นไปได้ หรือ อาจรักษาโดยควบคู่กับการใช้ยาเท่าที่จำเป็น ทำไมคนที่มีความรู้ในด้านการแพทย์ ไม่มาโพสต์ว่า จะมีวิธีการป้องกันตัวเอง ดูแลสุขภาพตนเองอย่างไร โรคหลายโรคที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ มาจากพฤติกรรมการบริโภค รูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นส่วนใหญ่

โดย : ...     วันที่ :2006-01-10 16:29:25    IP :203.113.81.xx   
ความคิดเห็นที่ 11
หมอแมวครับ ผมใช้ ventolin อยู่ ตอนผมไปอยู่อเมริกา 5 ปี มีครั้งเดียวที่เกิดอาการถึงขั้นใช้ยาพ่น แต่พอกลับมาเมืองไทยกลับมีอาการกำเริบอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดตอนนี้ก็พก ventolin มาหลอดที่ 2 แล้ว เหตุเกิดจากไอเรื้อรังมาตั้งแต่อากาศหนาวช่วงปลายปี ไอ หรือ จามแรงๆ ก็เป็นทันที
สงสัยว่า ทำไมอยู่อเมริกาถึง ไม่มีอาการเลยครับ เป็นเพราะสภาพอากาศรึเปล่า และที่เมืองไทยนอกจากอากาศไม่ดี เรื่องความชื้นในอากาศมีผลทำให้มันกำเริบรึเปล่าครับ
โดย : a     วันที่ :2006-01-10 16:04:06    IP :58.8.92.xx   
ความคิดเห็นที่ 10
คห6 หลอดสีฟ้าคือ ventolin
หลอดแดงน่าจะเป็น inflammide
การรักษาต้องแบ่งตามความรุนแรงของโรคหอบหืด
ในระดับความรุนแรงที่สูงขึ้นมาอาจจำเป็นต้องให้ยากินเสริมเพื่อช่วนลด อาการ ไ
โดย : หมอสุดหล่อ     วันที่ :2006-01-10 14:28:14    IP :203.151.141.xx   
ความคิดเห็นที่ 9
ผมเตะบอลประจำตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังไม่หาย แต่ก็ดีขึ้นนะ
โดย :     วันที่ :2006-01-10 14:24:17    IP :203.170.228.xx   
ความคิดเห็นที่ 8
would u answer and give some advice?
โดย : b     วันที่ :2006-01-10 14:17:09    IP :196.41.30.xx   
ความคิดเห็นที่ 7
i about to buy a small dag for my kid but afraid of its hair.is dog''s hair is better than cat''sone?
โดย : b     วันที่ :2006-01-10 14:15:49    IP :196.41.30.xx   
ความคิดเห็นที่ 6
ถามหมอแมวครับ

ปัจจุบันผมใช้ยาพ่นอยู่ 2 แบบ
1. แบบหลอดสีฟ้า ตัวนี้ใช้ขยายหลอดลม เอาไว้ใช้เวลาเหนื่อย
2. แบบหลอดสีแดง ตัวนี้เอาไว้ใช้ป้องกันไม่ให้เกิดอาการหรือช่วยให้เกิดน้อยลง

ที่หมอให้ผมใช้แบบนี้อยากทราบว่ามันจะมีผลดีผลเสียอย่างไรครับ

ปล.ไปโรงพยาบาล แล้วเจอหมอชอบให้ยากินมาด้วยผมก็บอกว่าไม่ได้กินมานานแล้ว เขาก็ยังให้มา (แต่ไม่เคยกิน)
โดย : Dad     วันที่ :2006-01-10 13:36:14    IP :203.156.48.xx   
ความคิดเห็นที่ 5
Many thanks...ka
โดย : PA     วันที่ :2006-01-10 12:59:32    IP :58.11.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 4
ดีจริงๆๆ ข้อให้มี กะทู้ แบบนี้อีกมากๆๆนะครับ
โดย : ดีมากเลย     วันที่ :2006-01-10 12:16:27    IP :221.128.98.xx   
ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณหมอแมวค่ะ ถึงแม้จะไม่ได้เป็น แต่ก็เข้าใจโรคนี้ขึ้นเยอะเลย
โดย : S|Gn     วันที่ :2006-01-10 11:18:47    IP :58.9.7.xx   
ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณหมอแมวมากนะคะ ดิช้นได้อ่นแล้วเพิ่มเติมความเข้าใจในโรคนี้เยอะเลยค่ะ ดิชั้นก็เป็นหอบมาตั้งแต่เกิด ติดมาจากพ่อค่ะ เป็นกรรมพันธุ์ใช่ไหมคะ ไม่แน่ใจ แต่ตอนเด็กๆเป็นบ่อย และเป็นหนักค่ะ เข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ ไม่ชอบเลยค่ะเวลาหอบ ทรมานมาก นอนราบไม่ได้เลย ตั้งหาหมอนหนุนคอให้สูงๆถึงจะนอนหลับได้

แต่ตั้งแต่ดิชั้นโตขึ้นไม่ค่อยเป็นแล้วค่ะ เพราะว่าดูแลสุขภาพดีขึ้น ดิชั้นจะเป็นหอบก็ต่อเมื่อเป็นหวัด คล้ายกับว่าทางเดินหายใจมันตีบลงนิดหน่อย แต่ยังไม่เคยใช้ยาพ่นเลยค่ะ เคยใช้แต่ยากิน และยาฉีด และที่ไม่ชอบเลยคือหัวใจเต้นแรงมาก ทรมานค่ะ จำความรู้สึกนั้นได้ดี นี่ถ้าไม่ได้มาอ่านคงไม่รู้ว่าตอนนี้เค้าพัฒนาไปถึงไหนแล้ว ยาฉีดก็คงไม่ต้องแล้ว ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ ดิชั้นจะเก็บไว้อ่านเป็นคู่มือให้ตัวเองด้วยค่ะ
โดย : เป็นพระคุณยิ่ง     วันที่ :2006-01-10 08:56:20    IP :203.130.141.xx   

เว็บเพื่อนบ้าน : YenTa4  |  เอ็มไทยเมล์  |  ThaiSecondhand  |  Tarad  |  มูลนิธิ ดร.พิชนี โพธารามิก  |  GossipStar  |  Mono2U  |  Monoplanet  |  Passionasia  |  Hotel2thailand  
เว็บผู้สนับสนุน : วัน-ทู-คอล!  |  Net Design  |  IT Education (Australia)  |  IT Education (England)  |  Samsung MP3 Player  
ข้อความทีท่านได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ

copyright ® MThA!.com all right reserved
all comments are welcome at
webmaster@mthai.com
home   |   sticker   |   picpost   |   memory
  |   music   |   chat   |   email