สมุดสุขภาพ รู้หรือไม่ ว่าคุณป่วยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
เคยมีคนบอกว่าการทำงานด้านสุขภาพนั้นง่ายมาก เพียงแค่เปิดตำราก็สามารถรักษาได้แล้ว
ที่จริงการรักษานั้นไม่ยาก หากผู้รักษาได้ข้อมูลมาครบถ้วนเพื่อนำมาใช้ในการวินิจฉัยโรคและวางแผนการรักษา ซึ่งเหตุผลหลักเหตุหนึ่งในการได้ข้อมูลมาไม่ครบก็คือ การลืมข้อมูลของเจ้าของประวัติเอง
xความสำคัญของข้อมูลสุขภาพx
ในการวินิจฉัยและตรวจรักษา มีการได้มาของข้อมูล3ทางคือ ประวัติ ตรวจร่างกาย และ แลป หากขาดซึ่งประวัติไปอย่างหนึ่ง ก็ขาดข้อมูลไปกว่าครึ่ง นี่ยังไม่รวมถึงอีกหลายๆโรคที่ถ้าหากขาดซึ่งข้อมูลไปแล้วอาจทำให้รักษาได้ยากขึ้นหรือรักษาไม่ได้ทีเดียว
ตัวอย่างเช่น
ผู้ป่วยถูกสุนัขกัดมารพ. และไม่มั่นใจว่าสุนัขบ้าหรือไม่ ก็ต้องฉีดวัคซีนจำนวน5ครั้ง และฉีด เซรุ่ม ป้องกันอีกหนึ่งครั้ง แต่หากว่ามีประวัติว่าฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้ามาแล้วในอดีตอย่างน้อย3เข็ม ครั้งนี้ก็เพียงฉีดวัคซีน3ครั้งก็เพียงพอ
หรือหากมีอาการปวดท้องน้อยปัสสาวะแสบขัดไม่มีไข้ ตรวจพบเชื้อและเม็ดเลือดขาวในทางเดินปัสสาวะ หมอวินิจฉัยว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ถามว่าเคยเป็นไหมบอกว่าไม่เป็น แต่จริงๆเคยเป็นและรักษามา4-5ครั้ง ยาที่ได้ไปก็จะได้ไม่ถึงขนาดซึ่งอาจจะไม่หาย ทำให้เชื้อดื้อยา รวมทั้งทำให้หมอไม่ได้ส่งตรวจหาสาเหตุของการเป็นซ้ำหลายครั้งด้วย
เนื่องจากการรักษาสามารถพลิกเปลี่ยนไปได้ตามข้อมูลบางอย่างทั้งที่เป็นโรคเดียวกัน ประวัติจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่สามารถตัดสินการรักษาได้ทีเดียว
xประวัติเราเอง เราเองรู้ดีที่สุดx
สัดส่วนของแพทย์และประชากรเมืองไทย ยังจัดว่าไม่สมดุลกันมาก การตรวจในแต่ละวันอาจจะต้องตรวจผู้ป่วยนับร้อยในเวลาไม่กี่ชั่วโมง (ตรวจเร็วโดนด่าตรวจช้าโดนบ่น) บางครั้งทำให้การถามประวัติบางอย่างถูกข้ามไปอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น
*ประวัติการแพ้ยา และประวัติการใช้ยาแล้วทนผลข้างเคียงของยาไม่ได้*
ประวัติข้างต้น คนทั่วไปมักจะเรียกรวมกันว่าแพ้ยา(แต่ความจริงไม่เหมือนกัน)
ที่จริงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเพราะถือว่าอันตรายมาก ซึ่งถ้าหากประวัตินี้คนไข้ หมอ และเภสัชกร ลืมนึกถึงพร้อมๆกันล่ะก็.....เสร็จ...
ในเรื่องการแพ้ยา ปัญหาที่พบบ่อยคือ มีการแพ้ยาหรือเกิดอาการไม่พึงประสงค์โดยไม่ทราบหรือจำไม่ได้ว่าแพ้ยาอะไร บางครั้งจำชื่ยาได้ แต่จำอาการไม่ได้(อาการบางอย่างไม่ใช่แพ้ยา แต่เข้าใจไปเองว่าเป็น อย่างเช่นกินยาแก้แพ้แล้วง่วง คนไข้หลายคนก็เหมาว่าแพ้ยา) ที่ร้ายที่สุดคือ จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากรูปลักษณะของยา
มีผู้ป่วยคนหนึ่งมาด้วยเรื่องมีแผลฝีหนองอักเสบ หลังจากได้กรีดเปิดแผลระบายหนองและสั่งจ่ายยาไป ผู้ป่วยเดินกลับมาแล้วบอกว่าเพิ่งคิดได้ว่าเคยกินยาเป็นแคปซูลแล้วแพ้โดยมีอาการวิงเวียนคลื่นไส้ เมื่อถามว่าชื่อยาอะไร สีอะไร กินแก้อะไร ได้จากที่ไหน คนไข้ก็จำไม่ได้ ยืนกรานว่าต้องการยาที่ไม่ใช่แคปซูล ซึ่งทั้งหมอทั้งเภสัชก็ลำบากใจ เพราะคนไข้เองมีความเชื่อว่าอาการวิงเวียนเป็นอาการแพ้ยาแน่นอน และก็ไม่ต้องการยาที่เป็นแคปซูล ในขณะที่ยาที่น่าจะเหมาะสมที่สุดก็ดันเป็นรูปแคปซูลซะอีก
กรณีนี้หากผู้ป่วยเองใส่ใจเก็บข้อมูลไว้ ก็จะรู้ว่าจริงๆแล้วตนเองแพ้ยาอะไร(หรือแพ้จริงหรือไม่) ซึ่งจะเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับตนเอง
*กรณีรักษาหลายแห่ง หมอไม่รู้กับคุณหรอก*
เมื่อสามชั่วโมงก่อนการพิมพ์นี้เอง ผมเจอคนไข้หญิงอายุสัก50กว่าๆมารพ.ด้วยเรื่องไข้หวัด มีประวัติรักษาที่โรงพยาบาลครั้งสุดท้ายเมื่อ3-4ปีก่อน หลังจากตรวจเรื่องไข้หวัดเสร็จและผมให้ใบสั่งยาไป แกก็เอ่ยปากอย่างโมโหว่าผมไม่รอบคอบเลย ทำไมไม่ให้ยาเดิมด้วย ผมก็งงเป็นรอบแรก เพราะว่าประวัติเดิมไม่ได้มีโรคอะไร ตรวจร่างกายไม่เจอผิดปกติ ถามว่ามีโรคประจำตัวอะไรหรือเปล่าก็บอกว่าไม่มี .....อีกสักพัก แกก็บอกว่าเป็นความดันเบาหวานและหอบหืด ...และ ขอยาเดิมด้วย พอผมถามว่าได้ยาอะไรยังไง แกกลับตอบว่า ไม่รู้ หมอจัดมาก็แล้วกัน เอาให้ตรงโรค.....สรุปแล้วผมก็ไม่ให้และไล่ให้ไปเอาประวัติเดิมมาก่อนว่าเดิมได้ยาอะไรมาแล้วบ้าง
หรือมีกรณีที่พบบ่อยๆเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ที่เวลามารพ.แล้วรักษาเรื่องความดันโลหิตสูง รักษาดีมาตลอดหลายปีแต่จู่ๆก็มารพ.ด้วยเรื่องความดันสูงมาก... พอถามก็ได้คำตอบว่าแกลองไปวัดความดันที่อนามัยแล้วลองถามที่อนามัยว่าเป็นความดันสูงไหม ที่อนามัยเห็นว่าความดันไม่ได้สูงอะไร(เพราะกินยาควบคุมอยู่)ก็เลยบอกว่าปกติ หลังจากนั้นแกก็เลยเอายาความดันไปทิ้งหมดเพราะคิดว่าไม่ได้เป็นอะไรแล้ว.......เรื่องทำนองเดียวกันนี้ยังพบได้อีกในเรื่องเบาหวานและไขมันสูง
xจำอย่างเดียวไม่พอ จดและพกติดตัวเป็นดีที่สุดx
หลายคนคิดว่าถ้าอย่างนั้นถ้าจำได้ก็พอใช่ไหม ผมก็ต้องบอกว่าไม่พอ
ผมเองทำงานในห้องฉุกเฉินมานานพอที่จะเห็นว่า ส่วนหนึ่งของคนที่มีอาการหนักๆมาที่ห้องฉุกเฉิน ไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะให้ประวัติใดๆได้ หลายๆคนแค่ได้ชื่อหรือเหลือบัตรประชาชนมาก็นับว่าบุญแล้ว .... บางคนอาจคิดว่าถ้าอย่างนั้นก็ให้ญาติเป็นคนบอกประวัติสิ มา ผมจะเล่าให้ฟัง
ผู้ชายวัยกลางคน มาเยี่ยมญาติที่รพ. และเกิดอาการเดินเซล้มพับลงใกล้ๆห้องฉุกเฉิน หลังจากซักถามอาการที่เป็นและตรวจร่างกาย ผมก็ลงความเห็นว่าเป็นโรคเส้นเลือดสมอง ก็เลยถามจากภรรยาผู้ป่วยว่า ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวอะไรบ้าง หรือเป็นอะไรมีอาการผิดปกติอะไรในช่วงนี้หรือไม่... คำตอบ..ไม่สิ จริงๆเธอยิงคำถามกลับมาถามผมโดยไม่ได้ตอบคำถามเลยว่า แถวนี้มีธูปหรือเปล่า จะเอาไปไหว้เจ้าที่ ...... หรือจนกระทั่งผมบอกตัวภรรยาและญาติอีกคนว่าผู้ชายคนนี้เป็นโรคเส้นเลือดสมองต้องส่งไปx-rayคอมพิวเตอร์ พูดจบตัวภรรยาก็ยังโทรไปตามญาติๆและบอกว่า หมอก็ไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไร สงสัยว่าจะโดนของ ......
ฟังดูอาจจะไม่น่าเชื่อ แต่ในภาวะฉุกเฉินหรือหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ญาติของคนไข้หนักมักจะเป็นแบบนี้กัน คือจำอะไรไม่ได้ และมักทำเรื่องที่แปลกๆกัน .... ดังนั้นการคิดฝากชีวิตของตนเองทั้งหมดกับญาติสนิทนั้นน่าจะลองคิดดูใหม่ได้แล้ว
กรณีที่ผมเคยเห็นถึงประโยชน์ของสมุดประจำตัว ก็มีตอนสมัยเรียน.. เป็นเรื่องของคุณยายคนนึงที่ชักที่บริเวณใกล้ห้องฉุกเฉินอายุรกรรม พอคนไข้เข้ามา แพทย์ประจำบ้านก็สั่งนักศึกษาแพทย์ให้ ไปหาข้อมูล ระหว่างที่กำลังทำการแทงเส้นเลือดเตรียมให้ยากันชัก นักศึกษาแพทย์ก็ค้นเจอสมุดผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งทำให้เปลี่ยนแนวการรักษาขั้นต้นที่การพยายามแทงเส้นให้ยาระงับชักเป็ฯมาเจาะระดับน้ำตาลทันทีและตามด้วยการให้น้ำตาลกลูโคส ...สรุปว่ายายเป็นเบาหวานและมีภาวะน้ำตาลต่ำเกิดขึ้นซึ่งแสดงอาการคล้ายอาการชัก ซึ่งหากยายไม่ได้มีสมุดประจำตัวติดไว้หรือไม่มีใครไปค้น การรักษาแรกที่จะได้อาจจะกลายเป็นได้ยาระงับชัก ตามด้วยการเจาะน้ำตาลแล้วมาเจอว่าน้ำตาลต่ำทีหลังก็ได้
xข้อมูลใดที่ควรใส่ลงไปx
พูดมาแต่ต้นแล้วถึงความสำคัญของสมุดสุขภาพประจำตัว สิ่งที่ผมต้องการไม่ใช่ว่าให้ไปซื้อสมุดบันทึกราคาแพงแบบของต่างประเทศที่เขาทำกัน แต่ว่าเอาแค่สมุดบันทึกเล็กๆก็ได้ สมุดที่คุณอาจจะสามารถพกพาไปได้หรือถ้าไม่เช่นนั้นก็สามารถเก็บเอาไว้ในบ้านในที่ๆคนในบ้านรู้จักซึ่งถ้าจำเป็นก็สามารถโทรไปถามคนที่บ้านแล้วให้หยิบเอามาอ่านได้ทันที
ข้อมูลที่ผมอยากให้ท่านลองนึกดู ถ้าจำได้ก็ให้ใส่ลงไป กฎง่ายๆคือ อะไรถ้าจำได้ เขียนลงไป อะไรจำได้ไม่ชัดก็ไม่ต้องเขียน *ห้ามมั่ว* เหตุผลก็เพราะข้อมูลบางอย่างหากผิดไปจากความจริง แทนที่จะช่วยชีวิตก็อาจจะกลับตรงข้ามคือตอกฝาโลงให้ตายไปเลยก็ได้
1. ชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ของคนใกล้ชิด เอาไว้เผื่อๆเป็นอะไรไปจะได้มีคนรู้ แต่หากใครรู้สึกว่ามันส่วนตัวเกินไปหรือกลัวทำตก ไม่เขียนก็ได้
2. หมู่เลือด อันนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง เพียงแต่ว่าขอให้เป็นหมู่เลือดที่ท่านรู้มาจากการบริจาคเลือดหรือการไปตรวจที่โรงพยาบาล หากเป็นหมู่เลือดที่รู้มาจากการตรวจสุขภาพนอกสถานที่ก็ให้เขียนย่อๆไว้ด้วยว่ารู้มาจากการออกหน่วยตรวจสุขภาพ และที่สำคัญคือถ้าไม่รู้ก็บอกไปเลยว่าไม่รู้
3. ประวัติวัคซีน ที่สำคัญๆคือเรื่องบาดทะยักและโรคพิษสุนัขบ้า โดยให้จดวันเดือนปีที่ฉีดไว้ด้วย ส่วนวัคซีนที่เหลือ ถ้าจำได้ก็ควรจดลงไปโดยไม่ลืมวันเดือนปีที่ฉีดด้วย
4. ประวัติโรคประจำตัว ในที่นี้หมายถึงโรคที่เป็นติดตัว เรื้อรัง และไม่หายเพียงแต่ไม่มีอาการ เอาเป็นว่าพวกโรค เบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดหัวใจ โรคหอบหืด ถ้ามีก็ใส่ลงไปได้เลยครับ
5. ประวัติการแพ้ยา โดยควรบันทึกในเรื่อง ชื่อยา รูปแบบการให้ และอาการที่เป็น และโรคที่เป็นในขณะนั้น(ถ้าจำได้) ... ถ้ามีแต่ชื่อยาหรือแค่รูปร่างยาโดยไม่มีอาการ ก็อาจจะบอกยากว่าเป็นแพ้ยาจริงหรือไม่แค่ไหน
นอกจากนี้อาจบันทึกถึงชื่อยาที่ใช้เป็นประจำติดต่อกันเป็นเวลานานๆ
6. ประวัติการเข้ารักษาในโรงพยาบาล โดยบันทึกไว้ถึงวันเดือนปีที่นอนรพ. โรคที่เป็น และ ชื่อสถานพยาบาลที่ไปพักรักษาอยู่ เพราะในบางกรณีอาจจะต้องมีการติดต่อขอประวัติหรือขอข้อมูลบางอย่างจากที่นั่น
7. ประวัติการผ่าตัด โดยทั่วไปอาจไม่มีความสำคัญมากนัก แต่ว่าในหลายๆกรณีประวัติการผ่าตัดบางอย่างอาจบ่งชี้ถึงบางโรคหรือตัดบางโรคทิ้งไปได้ (อย่างตัดไส้ติ่งแล้ว คงไม่สงสัยไส้ติ่งอีก)
8. ประวัติโรคที่เคยเป็นที่สำคัญๆ โรคบางโรคเวลาเป็นแล้วหายได้ ไม่ถือว่าเป็นโรคประจำตัว แต่ก็มีแง่ความสำคัญในด้าน การเป็นซ้ำๆหลายหน หรือความเกี่ยวข้องกับโรคที่อาจจะเป็นในอนาคต
9. ผลตรวจทางห้องปฎิบัติการบางอย่าง เช่นผลเลือดครบ ผลเลือดการทำงานเกี่ยวกับตับไต ไขมัน น้ำตาล
ทำได้เท่านี้ ก็เพิ่มความสมบูรณ์ความปลอดภัยให้กับสุขภาพและชีวิตของท่านเพิ่มขึ้น(อีกนิด)แล้วครับ
(ตอนแรกคิดว่าจะเอามาลงวันพรุ่งนี้ แต่ผมอยู่เวรตั้งแต่หกโมงเย็นวันนี้แล้วลงเวรอีกทีสามทุ่มพรุ่งนี้ คงไม่ว่างมาลง ลงเร็วไปวันนึงแล้วกันนะครับ)
====================
Editor Note:
ผงถ่านกัมมันต์ ยอดยาถอนพิษแห่งยุทธภพ -=by หมอแมว=- 20 ธ.ค. 48
จะไปโรงพยาบาล ทำอะไรบ้าง Vol#1 -=by หมอแมว=- 16 ธ.ค. 48
อาหารเพื่อสุขภาพ อย่ากินจนทุกข์สภาพ #1 -=by หมอแมว=- 12 ธ.ค. 48
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคของชีวิตที่รีบเร่ง -=by หมอแมว=- 8 ธ.ค. 48
การป้องกันครอบจักรวาล คืออะไร ทำไมต้องรู้ -=by หมอแมว=- 6 ธ.ค. 48
รู้ไว้ก่อนไปทะเล -=by หมอแมว=- 2 ธ.ค. 48
รวมบทความของหมอแมว