home   |   sticker   |   picpost   |   memory   |   music   |   mtravel   |   chat   |   email   |  
จะไปโรงพยาบาล ทำอะไรบ้าง Vol#1 -=by หมอแมว=-

จะไปโรงพยาบาล ทำอะไรบ้าง Vol#1 by-หมอแมว-
Volume 1 ห้องฉุกเฉิน

โรงพยาบาลคงเป็นสถานที่ที่หลายๆคนไม่เคยไปและคงไม่อยากไปกัน แต่อาจลืมไปว่าในเวลาจำเป็นเจ็บป่วยขึ้นมาแล้ว ยังไงก็ต้องไป เช่นในกรณีฉุกเฉิน
ที่จริงประเทศไทยได้รับเอาระบบประกันสุขภาพมาจากต่างประเทศเป็นบางส่วน โดยมีพื้นฐานอยู่ที่ว่าคนเราควรรับการรักษาขั้นพื้นฐานในสถานพยาบาลขนาดเล็ก และไล่ระดับตามความรุนแรงของโรค ดังเช่นเมื่อใช้ระบบนี้ในหลายๆประเทศ(ยกเว้นไทย)จะพบว่าประชาชนมีการปรับตัวไปในทางที่ดูแลตนเองมากขึ้น เลือกที่จะดูแลตนเองและไปพบแพทย์เฉพาะเมื่อโรคที่เป็นน่าเป็นห่วงจริงๆ
ดังนั้นในนิยามของสากล ห้องฉุกเฉินก็ย่อมเป็นห้องที่พร้อมสำหรับการดูแลผู้ป่วยที่ป่วยในระดับที่มาก และมีความรุนแรงของโรคในระดับที่เป็นอันตรายได้สูงถ้าไม่ได้รับการรักษาโดยเร็ว
แต่ในสารฃัณฑ์แลนท์แดนหรรษา มีความแตกต่างกันออกไป หลังจากเปลี่ยนระบบเป็นสามสิบบาทรักษาทุกโรค(ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นสามสิบบาทช่วยคนไทยห่างไกลโรค ก็ดูชัดเจนดีว่าไม่ได้รักษาทุกโรค) หลังจากการเปลี่ยน ก็พบว่าลักษณะของผู้ป่วยเปลี่ยนไปบ้าง จากที่เดิมต้องมีปัญหาจริงๆจึงจะมาแต่เดี๋ยวนี้เพิ่มกลุ่มที่ไม่มีความจำเป็นแต่มีความต้องการบางอย่างก็จะมาด้วย เนื่องจากเราอยู่ในประเทศไทยผมก็จะพูดในลักษณะการทำงานแบบห้องฉุกเฉินในไทยและข้อสงสัยที่ผู้ป่วยและญาติชอบถาม(หรือร้องเรียน)ครับ

FAQ
1. ทำไมรอนานจัง
เนื่องจากห้องฉุกเฉิน มีหน้าที่หนึ่งก็คือ ช่วยผู้ป่วยที่อาการหนักมากๆให้รอดชีวิตให้ดีที่สุด แต่ว่าเมืองไทยจะมีคนที่สบายดีจนกระทั่งป่วยหนัก(หรือแม้แต่ตายก่อนมารพ.)เข้าตรงมาที่ห้องนี้ ดังนั้นจึงจะมีการจัดเรียงคิว "ตามความหนักเบาของอาการ"อย่างเหมาะสม
ซึ่งปัจจุบันแบ่งเป็นใหญ่ๆคือ พวกที่รอไม่ได้ ไม่ทำอะไรตายแน่นอน คนที่ยังไม่แน่ว่ารอได้ไหม กับคนที่รอได้

พูดอย่างนี้ทุกคนก็คงคิดว่าเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ลองดูกรณีนี้หน่อยครับ
ผู้ชายนั่งอยู่สามคน คนนึงหัวแตกนั่งเลือดชุ่มเสื้อและแขนขวาถูกฟันเห็นเนื้อตั้งแต่ไหล่ลงมาจนถึงศอกกระดูกโผล่ คนนึงนั่งหน้าซีดหอบเหนื่อยเหงื่อแตกญาติบอกว่าไปกินเหล้ากับเพื่อนมาสามวัน อีกคนอุ้มเด็กทารกมีไข้น้ำลายยืดอยู่

ถ้าผมจะบอกว่า กรณีนี้ คนที่สองหนักที่สุด(ตายหลังจากเข้ามาได้ครึ่งชั่วโมง) เด็กทารกเป็นรายที่สองต้องพ่นยาทันที ถ้าไม่พ่นอาจจะตาย... ส่วนคนที่เลือดท่วมหลังห้ามเลือดก็นอนรอผ่าตัดได้อีกระยะหนึ่ง

อาจจะเถียงว่าเป็นโจทย์ที่ผมตั้ง... แต่ที่จริงผมเปลี่ยนแค่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ก็สามารถเอาคนทั้งสามมาจัดลำดับความรีบด่วนใหม่ได้ครับ ซึ่งโดยทั่วไปถ้าไม่ได้ทำงานเห็นบ่อยๆหรือไม่รู้ข้อมูลบางอย่างของผู้ป่วย(เช่นอุณหภูมิ ความดัน ชีพจร)ก็เรียงความรีบด่วนผิดไปได้

ยิ่งในชีวิตจริงถ้าคุณไปดูที่ห้องฉุกเฉินจะพบว่ามีคนที่ป่วยมาหลากหลายแบบ แต่ว่าแทบทุกคนคิดว่าตนเองด่วนที่สุด(หรือเกือบที่สุด) และคนที่มารอไม่ได้รู้ข้อมูลอย่างที่คนที่กำลังทำงานในห้องนั้นรู้
ดังนั้นขอให้เชื่อเถอะครับว่าการทำงานในห้องฉุกเฉินนั้นเป็นไปตามความรีบด่วนจริงๆ ไม่มีใครคิดแกล้งหรอก

และสำหรับผู้ป่วยในกลุ่มที่อยู่ในกลุ่มรอได้แน่ๆ อย่างเช่นรักสุขภาพมากมีน้ำมูกไหลไม่คัดจมูกไม่มีไข้ จะมาขอยาลดน้ำมูกสามสี่แผง , จะขอใบรับรองแพทย์ไปสมัครงานวันพรุ่งนี้ , กินเหล้าแฮงค์ขอใบรับรองแพทย์ลางานสักสี่ห้าวัน , หรือกินกาแฟแล้วตาค้างนอนไม่หลับจะขอยานอนหลับ.... กรุณารอสักครู่(ใหญ่ๆมากๆ)ครับ

2. รถชนมา มีบัตร30บาททำไมต้องเสียเงิน
หลายครั้งมีกรณีร้องเรียนว่าทางโรงพยาบาลเรียกเก็บเงินทั้งที่ยื่นบัตรสามสิบบาทไป แถมพอผลออกมาอย่างเป็นทางการว่าทางโรงพยาบาลทำถูกต้องตามกฎหมาย ก็ยังมีการเอาไปลงwebอีก
ต้องเข้าใจว่าสิทธิการรักษาระบบปัจจุบัน มีหลายอย่างที่ต้องสำรองจ่าย ... การสำรองจ่ายคือ คนไข้หรือญาติจ่ายเงินไปก่อนแล้วเอาใบเสร็จไปยื่นขอเบิกเงินได้
กรณีที่พบบ่อยมากที่สุดคือ กรณีอุบัติเหตุทางรถชนิดต่างๆ
หลักการมีอยู่ว่าถ้าคุณได้รับบาดเจ็บจากยานพาหนะที่กฎหมายสั่งให้มีการทำประกันภัย ต้องจ่ายเงินไปก่อน แล้วไปแจ้งความ แล้วก็ใบแจ้งความ ใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์เอาไปเคลมประกัน
แต่ส่วนใหญ่มีปัญหาว่า ไม่ชอบแจ้งความ และ ไม่ได้ทำประกันเอาไว้(ตามกฎหมายเท่าที่เคยรู้ ก็ต้องจ่ายเองไม่มีสิทธิใช้30บาท)

อาจจะมีบางคนเป็นกังวลว่า แล้วจะมีผลต่อการรักษาหรือไม่ เพราะกลัวว่าถ้ารถคว่ำปางตายเข้ามาแล้วจะไม่ได้รับการรักษาที่สมควร
ก็ตอบได้อย่างมั่นใจว่า ไม่มีปัญหา เพราะว่า พยาบาลและหมอไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องการเงินอยู่แล้ว(ใครคิดว่าเกี่ยวก็ลองไปนึกให้ดีว่าจริงเหรอ คิดสักสามรอบ) แถม
- สุดท้ายพอรอด หายดีแล้ว การเก็บเงินก็เป็นไปตามกฎหมาย ถ้าไม่ได้ทำประกัน ก็ต้องจ่ายเอง
- ไม่มีจ่าย ไม่ทำประกัน เมาแล้วขับ(เอาเงินไปซื้อรถแต่งรถซื้อน้ำมันจนเงินหมด) สุดท้าย ก็เป็นหนี้เสียของโรงพยาบาล
- สุดท้ายโรงพยาบาลไม่มียา ไม่มีอุปกรณ์ สาธารณูปโภคก็แย่ลง ผลเสียก็ตกอยู่กับคนในชุมชนเอง

3. ทำไมไม่ให้ญาติเฝ้า(หลายคน)
ห้องฉุกเฉินโดยทั่วไปจะให้ญาติเข้ามา1-2คน ที่เหลือจะให้นั่งรอข้างนอกเนื่องจากหลายๆสาเหตุ

- คนไข้ที่ฉุกเฉินมากๆๆๆๆๆๆ ถึงตาย การช่วยเหลือจะทำอย่างมีแบบแผนใช้คนช่วย3-4คน น้อยกว่านั้นก็วิ่งกันวุ่น แต่มากไปก็ขัดขากันเอง ดังนั้นพอมีญาติเพิ่มมาอีกคนอาจจะทำให้อัตราการรอดของคนไข้ลดลง
กรณีที่ชัดเจนมากก็คือ ผู้ป่วยวัยกลางคนติดเครื่องตรวจไฟฟ้าหัวใจในICUแล้วจู่ๆหมดสติ โดยที่คลื่นไฟฟ้าเป็นชนิดที่ช่วยได้ด้วยการช๊อตไฟฟ้า แต่เมื่อแพทย์พยาบาลเข้าไปถึงและจะช่วย ญาติกลับเขย่าตัวผู้ป่วยไม่ยอมปล่อย ถึงแม้จะอธิบายจะดึงจะดันจะด่าก็ไม่ยอมปล่อย ทำให้ไม่สามารถช๊อตไฟฟ้าหรือปั้มหัวใจได้ พอเอาตัวออกได้ คลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วยก็เปลี่ยนเป็นชนิดที่ช๊อตไฟฟ้าไม่ได้แล้ว (จากโอกาสรอดเดิม80%เหลือราวๆ10%) รวมถึงการที่กว่าจะเข้าไปปั้มหัวใจได้ใช้เวลาดึงญาติเป็นนาทีๆ (ลดอัตรารอดลงไปอีกโข) ผู้ป่วยรายนั้นก็เลยต้องตายไปอย่างไม่น่าตาย

- สับสน .. หากใครเคยไปห้องฉุกเฉินเวลา1-2ทุ่ม จะรู้ว่าหนาแน่นมาก ผู้ป่วยจริงครึ่งนึง ญาติอีกเกินครึ่ง
เมื่อไม่กี่วันมานี้ (วันจันทร์ที่ผ่านมาขณะที่ผมนั่งพิมพ์นี่แหละ) กำลังยุ่งๆอยู่ผมก็ถามคนที่นั่งที่ที่นั่งรอตรวจว่าป่วยเป็นอะไรมา ก็ฟังประวัติเล่าอาการ ตรวจร่างกาย ก็ปกติดี.... ก็เลยบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่ต้องกินยาด้วยซ้ำ.... ปรากฎว่าคนที่ผมเสียเวลาตรวจไป มาเป็นเพื่อนญาติที่นอนป่วยอยู่ตัวเองไม่ได้เป็นอะไร......(หัวเสียเพราะมีคนรอตรวจอีกยี่สิบกว่าคน แต่พอผมเรียกชื่อคนไข้คนถัดไป หมอนี่กลับเดินมานั่งให้ผมตรวจ... พอคนที่โดนแซงคิวไปว่าหมอนี่ก็บอกว่าผมเรียกเขาไปตรวจเอง... กลายเป็นว่าผมผิด)
หรือตอนนั้นมีคนขาหักจากรถคว่ำส่งมาจากอีกโรงพยาบาล คนเจ็บมีคนเดียว แต่ว่าคนอื่นที่บาดเจ็บเล็กน้อย ตรวจรักษามาจากอีกโรงพยาบาลแล้วยืนยันจะขอตรวจใหม่ บางคนขอยาเพิ่มทั้งที่ได้ยามาแล้ว....(แขนถลอก แต่จะขอยาแก้ไอไปเก็บไว้ที่บ้าน....)

- เสียงดัง มากคนมากความ เครียด ลดประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วย ขัดขวางการทำงาน....... ฯลฯ

4. ทำไมเอาแต่ถามโน่นถามนี่ ไม่เจาะเลือด เอกซ์เรย์ไปเลย
วันนี้ได้อ่านข้อความที่คนส่งไปว่าหมอในรายการช่อง''อีทีไว'' ว่า เกลียดหมอมั่วๆที่แค่ถามอาการก็วินิจฉัยโรคได้
โรคจำนวนมาก วินิจฉัยได้จากการถามประวัติ ตรวจร่างกาย .... การส่งเจาะเลือด x-ray ส่งตรวจอะไรต่างๆนานา มักเป็นส่วนเสริมเท่านั้น

โรคส่วนมาก สามารถรักษาชีวิตในภาวะฉุกเฉินได้ จากประวัติ ตรวจร่างกาย โดยที่การส่งทำโน่นทำนี่ไม่ได้ช่วยอะไรในช่วงแรกเลย
โรคหลายโรค การซักประวัติ ช่วยให้รู้ว่าเราจะส่งตรวจอะไรต่อเพื่อเอามาใช้ช่วยชีวิตคนไข้ได้เร็วขึ้น
โรคบางโรค วินิฉัยและรักษาได้ด้วยการซักประวัติอย่างเดียว
ผมไม่ได้บอกว่า แค่ตรวจร่างกายกับถามประวัติ จะวิเศษขนาดบอกได้หมดว่าใครเป็นอะไร แต่อยากบอกว่ามันมีความสำคัญไม่แพ้....และอาจจะมากกว่าการส่งตรวจlabต่างๆ
และจะบอกว่า ถ้าผมกำลังจะหัวใจหยุดเต้นในอีกหนึ่งนาทีข้างหน้าจากโรคอะไรสักอย่าง ผมคงเลือกที่จะรีบบอกอาการที่เป็นอยู่ให้มากที่สุดมากกว่าจะพึงใจกับการส่งตรวจต่างๆนานาหว่านแหลงไป

5. แล้วจะให้ทำอย่างไรล่ะ..... --> ไปหัวข้อต่อไปครับ

สิ่งที่ควรทำเมื่อต้องไปห้องฉุกเฉิน
0. ก่อนจะมาต้องคิดให้แน่ใจว่าจำเป็นหรือน่าจะมาจริงๆ โรคบางโรคที่มั่นใจว่าไม่ฉุกเฉินแน่ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องมาตอนกลางคืน เพราะว่านอกจากจะต้องนั่งรอนานแล้ว ยังอาจจะพบว่าไม่มียาที่ใช้รักษาโรคนั้น.... เพราะว่าห้องยาฉุกเฉินในโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะเก็บเฉพาะยาที่จำเป็นต้องใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น
1. เมื่อเดินทางมา ถ้าไม่ฉุกเฉินมากก็ค้นเอายาเดิมมาด้วย ทั้งยาเดิมของโรคประจำตัว และยาที่อาจจะเพิ่งได้รับมาไม่นาน โดยเฉพาะถ้าคุณไปรักษาตัวกับหมอหลายคน(หรือซื้อยากินเองจากร้านขายยา)
2. ถ้ามีญาติคนไข้มาด้วยสองคนจะคล่องตัวขึ้น เพราะเมื่อมาถึง ให้คนนึงไปกับคนไข้ อีกคนไปที่ห้องบัตรเพื่อแจ้งชื่อนามสกุลคนไข้แล้วเอาประวัติเดิมมา
3. คนที่ไปกับคนไข้ ควรเป็นคนที่รู้ประวัติหรืออาการของผู้ป่วยดีที่สุด
4. เวลาเล่าประวัติอาการหรือสิ่งที่เกิดขึ้น ควรเล่าเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นจริง การบอกมากเกินไปหรือบอกน้อยเกินกว่าความจริง อาจก่อผลเสียได้ ****ห้ามบอกสิ่งที่ไม่ได้เป็นจริงเด็ดขาด****
5. อะไรที่ไม่รู้ ก็คือไม่รู้ อะไรที่รู้ก็คือรู้ อะไรที่ไม่แน่ใจก็คือไม่แน่ใจ การตอบว่ามั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้นหรือบอกอาการมั่วๆไปทั้งที่ไม่รู้สามารถก่อผลเสียถึงชีวิตได้
6. หากไม่มั่นใจสงสัยอะไร ควรยิงคำถามไปเลย(ดูกาลเทศะด้วย)...และเมื่อได้รับคำตอบแล้วควรบอกเล่าให้ญาติคนอื่นๆได้รับรู้กันเพื่อจะได้ไม่ต้องถามซ้ำ
7. หลังจากได้รับการรักษาแล้ว ผู้ป่วยและผู้ที่จะอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยควรร่วมฟังคำแนะนำ+จำด้วย บ่อยครั้งของการให้คำแนะนำกลับบ้านไปแล้วไม่ได้ปฏิบัติตามทำให้ต้องกลับมาอีก
8. ควรจำชื่อผู้ป่วยและสาเหตุนำส่งให้ได้ .. ในกรณีที่รู้เพียงชื่อเล่นและเวลามาโรงพยาบาลโดยคร่าวๆ ไม่สามารถบอกได้ว่าผู้ป่วยไปอยู่ที่ตึกใด

แม้ว่าหลายครั้งอาจจะเกิดความรู้สึกไม่เข้าใจกันขึ้นมา ก็ให้เข้าใจไว้ว่า ทั้งคนที่ทำงานและญาติ ต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือต้องการให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสม ดังนั้นควรจะหันหน้าเข้าหากันและทำหน้าที่ในส่วนของตนให้ดีที่สุดครับ

ปล. ขอให้อย่ามาเจอะเจอผมที่ห้องฉุกเฉินเป็นดีที่สุดนะครับ

====================
Editor Note:

อาหารเพื่อสุขภาพ อย่ากินจนทุกข์สภาพ #1 -=by หมอแมว=-  12 ธ.ค. 48
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคของชีวิตที่รีบเร่ง -=by หมอแมว=-  8 ธ.ค. 48
การป้องกันครอบจักรวาล คืออะไร ทำไมต้องรู้ -=by หมอแมว=-  6 ธ.ค. 48
รู้ไว้ก่อนไปทะเล -=by หมอแมว=-  2 ธ.ค. 48
รวมบทความของหมอแมว

โดย : หมอแมว  
อีเมล์ : mor_kaew@hotmail.com
วันที่ : 2005-12-16 12:31:16

 


 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท
ความคิดเห็นที่ 2
ส ว ยได้ใน 9 0 วัน ส ุ ด ยอ ด!
o พี่สาว ผ ม ล ดน้ำ ห น ักได้ 12 กก.ใน 3 เดือน
o เดือ นแ รกล ด ได ้ 5 กก. เดือนที่ส องล ดได้ 8 กก.
o เดือ นที่ส ามล ดได้ 12 ก ก.
o ปัจจุ บัน ผ ิว สว ยเ ป็ นส ีช มพู หน้ าใสไร้ฝ้า สุ ขภ าพดี ม ีรา ยได ้เ สริ ม 200,000-320,000 ท ุก เดือน
อย ากเ ป็น เหมือน พี่ผม คลิ๊กที่น ี่ด่วน
w w w . o w o w 4 u . c o m / w i n s s
โดย : bee     วันที่ :2007-09-12 02:34:08    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 1
โกยเงินดอลล่าร์($)เข้ากระเป๋า วิธีหารายได้จากการโพสเวปบอร์ด และส่งอีเมล (บริษัทนี้มี intel เป็นหุ้นส่วน)
รายได้พิเศษ รายได้เสริม งานเสริม งานพิเศษ งาน parttime ของจริงไม่หลอกลวงแน่นอน
w w w . r i c h 2 u . t h . g s
ด่วน!!!! แค่คุณรับ--ส่งอีเมลล์หรือโพสเว็บ เป็นก็มีรายได้ทุกสัปดาห์แบบไม่มีขีดจำกัด บอกต่อรับ $1/คน /เดือน ทุกๆเดือน
บอกต่อ 100 คน ก็รับเดือนละ $1 ใครอยู่ใต้คุณ ไม่ว่าจะเป็นลูกคุณ ลูกของลูก ลูกของลูกของลูก ก็ได้ $1ทั้งหมด
ถ้ามีคนสมัครต่อคนละ 5 คน ก็จะมีรายได้ $3900 ต่อเดือน (136,500 บาท) จริงๆ ไม่ได้พูดเล่น

ถ้าหาได้ 5 คนในอาทิตย์เดียวก็รับโบนัสเลย $100 USD ผมเริ่มลองได้อาทิตย์เดียว ชื่อผมก็ขึ้นบอร์ดรายชื่อผู้มีสิทธิรับโบนัสแล้วครับไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะมีงานอะไรทำง่ายขนาดนี้มา ก่อน เพราะผมไม่ชอบงานขาย คุยไม่เก่ง ชวนคนไม่เป็น
และงานนี้ไม่มีการรักษา ยอดใดๆ ทั้งสิ้น เขาไม่ได้ชวนเราไปขายสินค้าใดๆ เลย แต่งานนี้รับส่ง-เมลล์เป็น
และตามโพสต์กระทู้-เวปบอร์ดเป็นก็ได้ตังค์แล้วครับ รีบสมัครด่วนนะครับ มาก่อนมี สิทธิก่อนครับ รวยก่อนนะครับ

รายละเอียด
1. แค่รับ-ส่ง email เป็น โพสเวปบอร์ดเป็น คุณก็สามารถร่วมงานกับเราได้ ผู้สนใจต้องสมัครสมาชิกก่อน
2. ได้เวปเป็นของตัวเอง เอาไปใช้โพสประกาศ
3. ไม่ต้องซื้อสินค้า ไม่ต้องรักษายอดใด ๆ
4. ค่าตอบแทนคิดตามผลงาน จ่ายผ่านบัญชีทุกสัปดาห์ ไม่จำกัดรายได้ ขยันมาก ได้เงินมาก
5. สามารถใช้คอมฯที่ใด ๆ ทำงานก็ได้
6. การันตีรายได้ 20,000 บาท/เดือน ถ้าทำตามคำแนะนำ (ทำทุกวัน 2-3 ชม.หลังเลิกงานก็ดี)

ที่สำคัญ คุณทำได้แน่นอน
ทำเล่นๆ - ไม่ได้ตังค์
ทำตั้งใจ - สัปดาห์ละ $100 USD
ทำจริงจัง-สัปดาห์ละมากกว่า $200 USD+++ มากเท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีจำกัด
ถึงตรงจุดนี้คุณคงจะเข้าใจแล้วนะครับ เรื่องการรับเงิน จ่ายเงินก็ไม่ใช่เรื่องยาก ทางผมจะแนะนำให้ในทุกขึ้นตอน เพียงคุณพร้อมที่จะทำ เท่านั้นเอง
หากคุณต้องการสมัคร หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ให้คุณเข้าไปที่เวปไซต์ หรือคุณสามารถคุยกับผมได้ตลอดผ่านทาง Msn :g d i r i c h 2 @ h o t m a i l . c o m สุดท้ายขอให้ทุกท่านโชคดี มีเงินใช้ครับ เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
w w w . r i c h 2 u . t h . g s
หรือ
h t t p : / / t i n y u r l . c o m / 2 o u 8 y d
โดย : bee     วันที่ :2007-09-10 21:05:12    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 89
indeed goood =)[url=http://gooogle.com/]gooogle[/url]
โดย :     วันที่ :2006-11-05 23:21:56    IP :64.92.167.xx   
ความคิดเห็นที่ 88
ถ้าคุณตัดสินใจรับโอกาสครั้งนี้ มันคงไม่เป็นการยากที่จะศึกษา
อีกสักหน่อยเพื่อเพิ่มโอกาสให้ตัวเราเองท่านว่าใช่หรือไม่ คงไม่เสียหาย
ที่จะเรียนเพิ่มอีกอย่างสองอย่างหากการเรียนนั้นไม่ได้นำตัวเราสู้ทางตัน
ของชีวิตหรืออาจเป็นอีกโอกาสที่จะสร้างสรรค์แนวทางใหม่ให้ชีวิต
อย่าปิดกั้นหนทางของตนเอง
หากคุณเป็นคนหนึ่งทีต้องการหารายได้พิเศษ
หรือต้องการทำธุรกิจส่วนตัว นี่เป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุดแล้วค่ะ
ไม่ต้องเป็นลูกจ้างอีกต่อไป เบื่อไหม? กับการทำงานให้คนอื่น
รายได้...ของคุณตอนนี้ เพียงพอหรือ?
คุณมีเวลาให้ครอบครัว และตัวเองมากแค่ไหน?
คุณยังคิดว่า... คุณยังสามารถทำให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่านี้ได้ใช่ไหม?
แล้วคุณ.... ยังรออะไรอยู่อีก
โอกาสดี! สำหรับผู้ที่สนใจ และมีความตั้งใจจริง
ใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมงต่อวัน หรือมากกว่า
คำตอบคือ
"พร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนแปลง"
ลองเข้ามามองภาพดังกล่าวที่
http://t i n y u rl.com/jjyz5
: ถ้าคุณตัดสินใจรับโอกาสครั้งนี้ มันคงไม่เป็นการยากที่จะศึกษา
โดย : ถ้าคุณตัดสินใจรับโอกาสครั้งนี้     วันที่ :2006-06-21 11:05:02    IP :58.8.150.xx   
ความคิดเห็นที่ 87

เ พ ร า ะ เ ป็ น > จากธรรมชาติ # # # # #
((( สำหรับผู้ที่ต้องการ ล ด + น้ำ ห นั ก ) ) ) หรือ (( มี ปั ญ ห า -สุ ขภาพ)))))
มี ส า ร อาหารหลักครบ 5 ห มู่ทั้ง แ ร่ ธ าตุ วิ ต ามินที่ ร่างกายเราต้องการ
(ไม่ ต้ อง อ ด อ า ห า ร ) ( ไม่ทำอ่อนเพลีย) ( ห งุ ด ห งิ ด เมื่ อทา นผลิตภัณฑ์ของเรา)
((ช่ วยแก้ ปัญหา ภู มิ แ พ้ ไม เ ก รน คว ามดัน เ บ าห ว าน เก็ าต์))
>
มี ค น ใช้แล้ วเห็นผลใน 62 ประเทศทั่วโลก (ประเทศที่ 63 จะตามมาเร็ว เร็วนี้)^i^
รั บ ป ร ะ กั น คื น เ งิ น ไ ด้ ภ าย ใ น 3 0 วั น สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ
((( ( ( http://2ch2.net/.l?=Xa1j ) ) )))
*** ( อ ย่ า ลั ง เ ล ที่ จ ะรั กษ า หุ่ น เ ล ย ค่ะ)xxxxx
ถ้าคลิ๊กไม่ได้ ให้ COPY ไปไว้ที่ address ได้เลย
โดย : ascha     วันที่ :2006-05-02 00:45:27    IP :58.9.38.xx   
ความคิดเห็นที่ 86
คห.64 อ่ะ ใครหว่า! ใช้ชื่อเรา post ด้วย เดี๊ยะโดน วันที่ 19 (วันอาทิตย์) วันหยุดเนี่ยนะ งงนะเนี่ย!!!!
โดย : Poo     วันที่ :2006-02-20 19:44:35    IP :58.11.86.xx   
ความคิดเห็นที่ 85
คห 64. คนละ poo นะแต่รักหมอแมวเหมื่อนกันอ่ะ 555
โดย : Poo     วันที่ :2006-02-20 19:31:47    IP :58.11.86.xx   
ความคิดเห็นที่ 84
โบคะ เหงาๆโทรคุยกันได้ 09-9881256
โดย : bo     วันที่ :2006-02-15 11:18:02    IP :61.7.141.xx   
ความคิดเห็นที่ 83
หมอแมวน่ารักที่สุดเลยค่า
โดย : ,     วันที่ :2006-02-14 16:32:00    IP :61.19.219.xx   
ความคิดเห็นที่ 82

ขอบคุณค่าคุณหมอแมว น่ารักจังเลยนะคะ

อยากรู้ประวัติของหมอจังเลยค่า
โดย : Issy     วันที่ :2006-01-21 22:38:49    IP :203.213.7.xx   
ความคิดเห็นที่ 81
เราเคยใช้บัตรประกันสังคมของคลีนิคนวมินทร์ เป็นกระเพาะปัสสวะอักเสบได้ยาเม็ดสีขาว ๆ มาอย่างเดียว กินได้อาทิตย์เดียว พอได้ยามาน้องสาวเรารีบโทรไปถามเพื่อนที่เป็นหมอว่าได้ยามาแค่นี้เอง เพื่อนน้องเราที่เป็นหมอยังบอกว่า "เขาไม่ได้ให้ยาแก้ปวดมาด้วยเหรอ" เนี่ยขนาดหมดด้วยกันยังพูดเลย เซ็ง! เสียประกันสังคมให้แม่งทุกเดือน เดือนละตั้งเยอะ
โดย : เจ้าหญิงผู้สูงวัย     วันที่ :2005-12-20 16:24:13    IP :161.246.1.xx   
ความคิดเห็นที่ 80
ความคิดเห็นที่ 74

ถ้าเลือกได้จะมีสักกี่คนที่จะยอมจ่ายเงินเข้าประกันสังคม

ตอนนี้สนง.ประกันสังคมมีเงินเป็นแสนล้านแล้วครับ

เห็นว่า นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลจะเอาเงิน ที่เก็บมานี้มาลงทุน

ลงทุนที่ เป็นกองทุนของธนาคารต่างๆ มั้ง.....
(พวกนี้มีความเสียงอยู่ตามที่ คนมีความรู้เรื่องการเงิน หุ้น เข้าใจน่ะ)


...เอออ.... ทำไมไม่เอาเงิน บางส่วนนี้ไปซื้อ กฟผ นะ เห็นว่ากำไรเยอะนิ
โดย : ชอบอ่าน หมอแมวมาก     วันที่ :2005-12-20 16:10:43    IP :210.246.68.xx   
ความคิดเห็นที่ 78
ชอบหัวข้อเรื่องนี้มากกว่าหัวข้อที่ผ่านๆมามากๆจ้า
โดย : me     วันที่ :2005-12-20 13:55:55    IP :61.7.139.xx   
ความคิดเห็นที่ 75
เราจ่ายเงินสมทบประกันสังคมเดือนละพันกว่าบาท
แต่ไม่ประทับใจกับการบริการของพยาบาลและแพทย์แผนกประกันสังคมเลย
มันช่างต่างจากการไปหาหมอแล้วจ่ายตังค์เองเป็นอย่างมาก
เราเคยปวดท้องมากๆ หมอสงสัยว่าเป็นโรคกระเพาะ บอกว่าจะให้ยาเคลือบกระเพาะ
แต่พอไปรับยาจริง ไม่มียาเคลือบกระเพาะให้ มีแต่ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขวดละ 20 บาท ทุเรศเกินทน อย่างนี้จะให้ทำประกันสังคมไปทำไม เอาเงินเก็บไว้จ่ายค่ารักษาแทนยังดีซะกว่า
โดย : รังเกียจ     วันที่ :2005-12-20 11:52:20    IP :203.118.125.xx   
ความคิดเห็นที่ 74
ขอถามคนที่เคยใช้ประกันสังคมหน่อยเหอะ ว่าเป็นเหมือนกันหรือป่าว เราไม่สบาย อยู่ ๆ ก็มีผื่นขึ้น แต่ไม่มีอาการคัน ก็เลยไปหาหมอ ร.พ.เพชรเวช ที่ใกล้ ๆ กับคลองตัน พอไปถึงประชาสัมพันธ์บอกคนที่ใช้บัตรประกันสังคนไปชั้น 3 เออ เราก็ไป พอไปถึง เห็นคนนั่งรอกันมาก ประมาณ 30 คนได้ แล้วผู้ช่วยหมอ ก็บอกให้เราขึ้นชั่นน้ำหนัก แต่หล่อนไม่ได้ดูอะไรเลย แล้วหล่อนก็มาถามเราว่าน้ำหนักที่ชั่งเมื่อกี้เท่าไร โห นึกในใจอะไรกันเนี่ยะ แล้วก็เลยมองไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเขานั่งเอามือกุมตาเอาไว้ เขาคงจะปวดตามาก แล้วเขาก็เดินไปเดินมา ไปถามหมอว่าเมื่อไรเขาจะได้เข้ารักษา เพราะเขารอนานแล้ว หมอบอกว่าเตียงสำหรับคนไข้ประกันสังคมยังไม่ว่าง ต้องรอก่อน เราเห็นแล้วอนาตใจจังเลย ทุกคนที่ใช้ประกันสังคมเขาเสียเงินจ่ายประกันสังคมเดือนหนึ่ง ๆ ไม่ใช่น้อย แต่เวลาที่ให้บริการเขาเหมือนกับเขาเป็นคนไข้อนาถาเลย อยากรู้จังเลยว่าคนที่มีส่วนรับผิดชอบหรือดูแลในส่วนของคนไข้ประกันสังคม คุณเคยรับรู้ความเดือดร้อยของประชาชนที่เขาใช้ประกันสังคมกันบ้างใหม อย่ามัวแต่ก้มหน้ามองดินอยู่เลย ช่วยเงยหน้ามองขึ้นบนฝ้ากันหน่อยเหอะ สังคมจะได้ดีขึ้น (ใครเคยเจออย่างเราบ้าง)
โดย : คนใช้ประกันสังคม     วันที่ :2005-12-20 10:34:21    IP :203.209.30.xx   
ความคิดเห็นที่ 67
คุณหมอแมวน่ารักดี คอยแนะนำให้ความรู้เสมอเน้อ
โดย : n12     วันที่ :2005-12-19 16:29:58    IP :61.19.41.xx   
ความคิดเห็นที่ 64
เราหายไปนานเหมือนกันนะ จาก mthai แวะเข้ามาเจอบทความของหมอแมว ดีใจมากเลยยยยยย
โดย : poo     วันที่ :2005-12-19 13:47:07    IP :58.11.86.xx   
ความคิดเห็นที่ 63
ข้อคิด ดี ๆ วันละนิด นะครับ

=====================================
ชีวิตของพวกคุณมีจำกัดครับ

จงอย่าเสียเวลาใช้ชีวิตอยู่บนชีวิตของคนอื่น

อย่าตกอยู่ในหลุมพรางของความเชื่ออะไรบางอย่าง
=====================================

(^-^)...โย่...(^0^)
โดย : -jedi-     วันที่ :2005-12-19 12:37:53    IP :203.151.141.xx   
ความคิดเห็นที่ 62
ขอบคุณค่ะ
จะรวมเล่มบทความหมอแมวแล้วนะ
โดย : minnie     วันที่ :2005-12-19 11:13:03    IP :61.19.196.xx   
ความคิดเห็นที่ 61
เสียดาย ไอ้เคนทาโร่ มันไม่อยู่แล้ว น่าจะบอกมันหน่อยว่าจะดูข้อมูลที่ไหน
โดย : ''''     วันที่ :2005-12-19 11:07:03    IP :203.156.52.xx   
ความคิดเห็นที่ 60
แหม มันก็ต่างคนต่างความคิดร้อยพ่อพันแม่ คิดไม่เหมือนกัน คิดในแง่ดีเข้าไว้ หมอพยาบาลเค้าก็เหนื่อยเหมือนกัน อยากให้ผู้ป่วยหาย อยากช่วยให้ทันเวลา เข้าใจญาติผู้ป่วย และผู้ป่วยทุกคนแต่เราก็ขอให้กำลังใจหมอทุกคนนะเพราะชอบหมอมาก แต่อาจเป็นเพราะเราไปเจอแต่หมอดีๆมั้งๆ
โดย : yun     วันที่ :2005-12-19 10:50:10    IP :203.151.140.xx   
ความคิดเห็นที่ 58
ถึง คห 54,55 นะครับ เรื่องกระดูก

http://www.mthai.com/webboard/7/135199.html
http://www.mthai.com/webboard/7/135859.html
โดย : sailomsaengdaed      วันที่ :2005-12-19 09:44:32    IP :202.12.74.xx   
ความคิดเห็นที่ 57
ที่สำคัญคืออาการแพ้ยา

ดังนั้นจึงต้องมการซักประวัติ
โดย : sailomsaengdaed      วันที่ :2005-12-19 09:42:54    IP :202.12.74.xx   
ความคิดเห็นที่ 55
ต่อจากความคิดเห็น 54 โรงพยาบาลเดียวกัน เพื่อนผมขับรถชนสุนัขรถล้ม ไปหาหมอ ปรากฎว่ากระดูกไหปลาร้าหัก หมอให้ยาพารากับยาแก้อักเสบกลับบ้าน เป็นการรักษาที่เยี่ยมมากที่สุดเท่าที่เคยพบมา เฝือกก็ไม่ใส่ สุดยอด
โดย : เคนทาโร่       วันที่ :2005-12-19 04:48:03    IP :202.47.224.xx   
ความคิดเห็นที่ 54
เคยเข้าโรงพยาบาลอยู่โรงพยาบาลหนึ่ง คนรู้จักเกิดอุบัติเหตุรถชนกับวัยรุ่นขับรถซิ่ง ตอนกลางคืนประมาณ 4 ทุ่ม ซึ่งคนรู้จักก็เมามาด้วย พอพาเข้าโรงพยาบาลคนเจ็บพูดอะไรไม่รู้เรื่องโวยวายไม่เป็นภาษาคน พยาบาลกับหมอเวรจับคนเจ็บผูกแขนผูกขาแล้วปล่อยทิ้งไว้ บอกผมกับญาติว่าคนเจ็บเมาอาละวาด ให้ผูกทิ้งไว้อย่างนี้แหละ พอเราทักท้วงว่าไม่ตรวจให้ดีก่อนเหรอเค้าไม่สนใจเลย รอจน 05.00 น. หมอใหญ่มาตรวจบอกเลือดคลั่งในสมองให้รีบเข้าห้องผ่าตัดด่วน อยากรู้ว่าถ้าคนไข้เสียชีวิตใครจะรับผิดชอบ
โดย : เคนทาโร่       วันที่ :2005-12-19 04:43:28    IP :202.47.224.xx   
ความคิดเห็นที่ 49
ขอบคุณ ครับ
โดย : หมาเฟีย     วันที่ :2005-12-18 16:05:08    IP :61.90.63.xx   
ความคิดเห็นที่ 48
เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมชาติ ความรับผิดชอบอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข
ผู้มีอำนาจควรใส่ใจหน่อย ถ้าคุณเจ็บเมื่อไรคุณจะต้องรู้ว่ากระทรวงไหนรักคุณจริง
โดย : pp     วันที่ :2005-12-18 09:56:39    IP :221.128.114.xx   
ความคิดเห็นที่ 43
คุณรู้ไหมไม่ว่าจะหนักแค่ไหน ต้องทำประวัติคนไข้นะค่ะ โดยเฉพาะที่เป็นประวัติใหม่ เพราะประวัติคนไข้จะทำเป็นแฟ้มประวัติเพื่อให้หมอได้ใช้แฟ้มในการลงบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ด้วย เราเป็นคนทำประวัติคนไข้บางทีก็เห็นใจนะค่ะว่าเป็นห่วงญาติที่เจ็บ แต่ถ้าไม่มีแฟ้ม พ.ก็ไม่รู้จะลงประวัติยังไง จะลงการรักษายังไง ถ้ารีบจริง ๆ ของชื่อ-นามสกุล อายุ เบอร์โทรติดต่อก่อนก็ได้ค่ะ อ้อ ที่สำคัญ มีเบิกประกันอะไรต่าง ๆ กรุณาแจ้ง(จะให้ดีก็นำบัตรมาด้วยถ้านำมาได้)นะค่ะ จะได้ทำเรื่องการเบิกให้ได้สะดวกขึ้นค่ะ ญาติ หรือผู้ป่วยจะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวกับค่ะ
โดย : RC     วันที่ :2005-12-18 02:29:32    IP :61.90.9.xx   
ความคิดเห็นที่ 41
No hospital is scary
โดย : aa     วันที่ :2005-12-17 23:36:11    IP :125.25.2.xx   
ความคิดเห็นที่ 40
ใครจะรู้บ้างนะว่าไปถึงโรงพยาบาลจะมีใครดูและหรือทำอะไรกับคนที่เรารัก บางโรงพยาบาลนะ ทำกับเด็กที่ใช้โครงการประกันสังคมแย่มาก น่าจะมีใครไปตรวจสอบบ้างนะ เราสงสารเด็กจังเลย
โดย : มี     วันที่ :2005-12-17 22:49:03    IP :210.246.66.xx   
ความคิดเห็นที่ 39
ขอประชาสัมพันธ์อีกว่า ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หรือมีเหตุฉุกเฉิน (จริง ๆ ) ที่เรียกว่าถ้าหากได้รับการรักษาช้า อาจถึงแก่ชีวิตได้ เช่น โรคหัวใจ หอบหืด หรือลมชัก หมดสติ ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ในเขตภูมิภาค ให้โทรแจ้ง ศูนย์กู้ชีพนเรนทร เบอร์ 1669 ในเขต กทม. (เขตเมืองทั้งหมด ไม่รวมปริมณฑล) แจ้งได้ที่ ศูนย์หัวเฉียวพิทักษ์ชีพ 02-2231774 หรือศูนย์กู้ชีพนเรนทร 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับและอาการเบื้องต้น (เท่าที่เห็น)และสถานที่หรือตำแหน่งที่เกิดเหตุที่ชัดเจน ให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบ เพื่อนสะดวกในการประสานงานหรือจัดรถพยาบาลไปยังที่เกิดเหตุ โดยหากเป็นการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ดังต่อไปนี้ มีอาการทางกระดูก (กระดูกผิดรูป กระดูกโผล่ มีอาการบาดเจ็บทีกระดูกรุนแรง) มีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ บาดเจ็บที่คอ มีอาการหมดสติ มีเลือดไหลจำนวนมากแล้วไม่สามารถห้ามเลือดได้ ชัก ถาม-ตอบไม่รู้เรื่อง ห้ามเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเด็ดขาด โดยเฉพาะห้ามนำขึ้นรถแท็กซี่ สามล้อ หรือรถประเภทอื่น เด็ดขาด เนื่องจากหากผู้บาดเจ็บมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ จะทำให้มีโอกาสถึงขั้นเสียชีวิตได้ เนื่องจากมีอุปกรณ์หรือการเคลื่อนย้ายที่ไม่ถูกวิธี ซึ่งในกรณีนี้มีผู้เสียชีวิตมาหลายรายแล้ว และประการสุดท้ายคือ ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการที่รถพยาบาลออกมาช่วยเหลือ เพราะเป็นบริการตามกฎหมายที่ให้แก่ประชาชน ฉะนั้นจึงบริการฟรี และจัดส่งผู้บาดเจ็บโดยไม่เจาะจงโรงพยาบาล (ให้ผู้บาดเจ็บหรือญาติ แจ้งแก่เจ้าหน้าทีประจำรถได้ว่า จะไม่โรงพยาบาลใด หากไม่ปฏิบัติตามสามารถร้องเรียนได้) และเมื่องได้แจ้งเจ้าหน้าที่แล้ว ให้รออยู่ในที่เกิดเหตุซึ่งจะต้องอยู่ในที่ที่สามารถสังเกตได้ง่าย อย่าหลบเข้ามุมหรือซอกตึก แต่หากทีเกิดเหตุอยู่ริมถนน ให้ยืนอยู่ริมถนน แล้วส่งสัญญาณเมื่อเห็นรถพยาบาล แต่หากอยู่ในซอยที่คับแคม ให้ยืนรอในบริเวณที่รถสามารถเข้าถึงได้ ขอประชาสัมพันธ์ประชาชนทั่วไปได้รับทราบด้วย
โดย : ศูนย์กู้ชีพ     วันที่ :2005-12-17 22:02:14    IP :58.64.103.xx   
ความคิดเห็นที่ 37
ขออนุญาติ นำข้อความไปจัดบอร์ด หน้า ER ได้ป่าวคะ
โดย : m     วันที่ :2005-12-17 19:29:39    IP :58.147.20.xx   
ความคิดเห็นที่ 36
อ้อ ขอเอาหัวข้อด้วยนะครับ จะไปโรงพยาบาล ทำอะไรบ้าง
โดย : ตตรา     วันที่ :2005-12-17 19:13:29    IP :203.146.191.xx   
ความคิดเห็นที่ 35
เขียนแลวสบายใจขึ้นไหมครับ ผมชอบข้อ ถ มากเลย ว่าจะขอ ก๊อบปี้ไปทำโบรชัวร์ไว้แจกญาติจะว่าอะไรไหมครับ หัวขอ้ การเตรียมตัวก่อน มา รพ
โดย : ตรา     วันที่ :2005-12-17 19:10:10    IP :203.146.191.xx   
ความคิดเห็นที่ 34
เพิ่งไปหาหมอที่รพ. เอกชนแห่งหนึ่งมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ไม่เคยคิดจะไปห้อง ER เลย(สยอง) แต่เจ้าหน้าที่ รพ. ส่งไป บอกว่าห้องตรวจปกติหมอไม่อยู่แล้ว ไปประมาณบ่าย 3 - 4 ต้องไปห้องฉุกเฉิน ก็ได้ยามากินปกติ แต่ราคา 2 เท่าอะ
โดย : โอ๋     วันที่ :2005-12-17 17:59:58    IP :61.47.111.xx   
ความคิดเห็นที่ 33
คนที่จะอ่านแล้วรู้สึกเข้าใจเห็นใจคงมีแต่คนที่มีความรู้แล้วเข้ามาท่องเวปหรือเจ้าหน้าที่ ER มั้งค่ะเพราะส่วนใหญ่เมื่อถึงเวลามาที่รพจริงๆทุกคนมักเห็นว่าตนเองสำคัญที่สุดที่ต้องได้รับบริการที่ดี่ทีสุดเร็วที่สุด คนอื่นยังงัยก็ช่างเป็นส่วนใหญ่อันนี้ไม่ใช่ว่าคนที่มาไม่มีความรู้นะ แต่เมื่อตัวเองป่วยมักมีความเห็นแก่ตัวมากกว่าที่จะเห็นแก่บุคคลอื่น
โดย : orair     วันที่ :2005-12-17 17:11:29    IP :203.151.140.xx   
ความคิดเห็นที่ 29
ค.ห.18 เม็ดเลือดแดงผิดปกติใช่มั้ยคะ

แล้วเค้าแนะนำว่าให้ตรวจหาภาวะโลหิตจาง ก็ลองทำตามเค้าบอกเลยนะ

ภาวะโลหิตจางมันมีหลายแบบ

เช่น โลหิตจางเพระขาดธาตุเหล็ก, เป็นภาวะของโรค /พาหะ ธาลัสซีเมีย ,

เสียเลือดมาก ( มั่นใจนะว่า ขณะตรวจสุขภาพตอนนั้น ไม่ได้อยู่ในช่วงมีประจำเดือน ) ฯลฯ

ถ้าเค้าแนะนำมาว่าควรตรวจหา ภาวะโลหิตจาง ก็ลองตรวจไปเลยจ้า

มันตรวจได้จากเลือด ก็ดู เซลล์เม็ดเลือดแดงซ้ำ แล้วก็ ทำ Hemoglobin typing ดู ดูว่า มีภาวะเป็น ธาลัสซีเมีย หรือเปล่า

จากที่อ่านมานะ เห็น เจ้าของกระทู้บอกว่า เค้าดูให้แล้วบอกว่าเม็ดเลือดแดงผิดปกติ ตรงนี้ไม่รู้ว่าผิดแบบไหน เม็ดเลือดแดงซีด ขาว หรือรูปร่าง ผิดแบบ

แต่คิดว่าคงทั้ง 2 อย่างรวมกัน

ยังไงก็เพื่อสุขภาพของตัวเอง ตรวจไปเลย นะ

โดย : jjj     วันที่ :2005-12-17 11:13:28    IP :203.156.36.xx   
ความคิดเห็นที่ 28
นิถ้าไปโรงบาลแล้วมาบ่นนะกูว่าเอาญาติมึ-งเผาวัดไปเลยดีก่ามั้ยโรงบาลไม่ได้มีมึ-งคนเดียวเจ็บนะคนเยอะก็เป็นเรื่องปกติไรวะรอแค่นี้ทำบ่นกูแนะนำไปวัดสิเผาแป๊บเดียวเองไม่ต้องต่อคิวยาวด้วยไม่ต้องให้ใครมาเฝ้าด้วย
โดย : กูหล่ะเซ็ง     วันที่ :2005-12-17 08:30:36    IP :61.91.174.xx   
ความคิดเห็นที่ 27
ถ้าผู้มารับบริการเข้าใจเราแบบหมอแนวก็ดีซิคะ มีแต่เป็นแบบที่หมอแนวบอกทั้งนั้นเลย เหนื่อยจริงๆเลยทำดีไม่ได้ดี ไม่มีใครเห็นใจเราเลยว่าเหนื่อยแค่ไหน
อยู่ห้องฉุกเฉินเหมื่อนถูกพายุสึนามิถล่มบ้าง บางทีเหมือนทะเลที่คลื่นลมสงบบางทีคลื่นลมแรงเพราะคนไข้เยอะบ้างน้อยบ้างไม่สม่ำเสมอ
อยากให้เห็นใจหมอกับพยาบาลห้องฉุกเฉินบ้าง
โดย : เจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน     วันที่ :2005-12-17 05:08:10    IP :203.114.106.xx   
ความคิดเห็นที่ 24
หมอ แมว

ไม่ไช่ หมอ เมา ครับ

ถ้า หมอ เมา นี่ สงสัย หมอ จะอ้วก นะครับ

55555555555555555555555555
โดย : หมาเฟีย     วันที่ :2005-12-16 23:55:59    IP :58.9.194.xx   
ความคิดเห็นที่ 23
หมอแมว บุรุษผู้ให้ความรู้ ขอบคุณมากๆเลยครับ ว่าแต่ หมอเป้นหมอทางไหนอ่า?
โดย : ball     วันที่ :2005-12-16 22:17:42    IP :61.91.212.xx   
ความคิดเห็นที่ 22
คุณหมอเมาอยู่โรงบาลไหนครับ
โดย : FIGO     วันที่ :2005-12-16 21:59:23    IP :203.151.140.xx   
ความคิดเห็นที่ 21
_/\_ ขอบคุณหมอแมวค่ะ ที่ให้ความรู้
โดย : ...     วันที่ :2005-12-16 21:24:59    IP :61.91.77.xx   
ความคิดเห็นที่ 20
คุณหมอแมวทำไมเป็นคนดีอย่างนี้!
ขอให้คุณหมอสุขภาพแข็งแรง
และเจอแต่คนไข้ที่ไม่ดื้อนะคะ :)
โดย : Um     วันที่ :2005-12-16 20:56:17    IP :203.209.91.xx   
ความคิดเห็นที่ 19
ก็ไปหาเด็กฝึกงานดิถามได้.........ไปให้เด็กๆทดลองยา .... ไปมา 7 ปีแล้วยังต้องไปต่อไปอีก....กี่ปีก็ไม่รุ...ยิ่งไปก็ยิ่งได้โรคมากขึ้น......ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯนี่แหละ
โดย : แม้ว     วันที่ :2005-12-16 20:30:11    IP :203.151.140.xx   
ความคิดเห็นที่ 18
อยากถามคุณหมอแมว หรือผู้รู้คะ คือเพิ่งเคยตรวจสุขภาพประจำปีน่ะคะ แล้วผลบอกว่าเม็ดเลือดแดงมีรูปร่างผิดปกติ เกิดจากอะไรได้บ้างคะ และก็แนะนำว่าควรตรวจหาภาวะโลหิตจางด้วย ขอความรู้หน่อยคะ
โดย : พนักงาน office     วันที่ :2005-12-16 20:27:37    IP :203.151.140.xx   
ความคิดเห็นที่ 16
ขอบคุณนะค่ะ ที่ได้บอกให้คนอื่นอีกหลายๆๆคนที่ยึดเอาความสะดวกของตนเองเป็นหลักใหญ่ๆๆได้เห็นใจคนที่เจ็บหนักๆๆจริงๆบ้างนะค่ะ
โดย : ER     วันที่ :2005-12-16 19:42:27    IP :203.188.54.xx   
ความคิดเห็นที่ 14
ตามหมอแมวมาเช่นเคยครับ...ขอให้กำลังใจหมอแมวเอาความรู้มาเป็นวิทยาทานอีกต่อไป...
โดย : เด็กป.6     วันที่ :2005-12-16 18:28:57    IP :203.151.140.xx   
ความคิดเห็นที่ 13
จีบพยาบาล อะครับ น่ารัก

-
-
โดย : ปอ     วันที่ :2005-12-16 18:13:32    IP :61.90.239.xx   
ความคิดเห็นที่ 10
เห็นด้วยกับหมอแมว อย่างยิ่ง เพราะว่าทำงานอยู่ให้ห้อง ER
เจอมาทุกอย่าง ที่หมอแมวเล่า แถมมีอีกเยอะเลย
อยากให้คนที่ไม่เข้าใจมาอ่านจัง
โดย : pee     วันที่ :2005-12-16 17:53:58    IP :58.136.194.xx   
ความคิดเห็นที่ 9
ขอบคุณคร๊าบบบบ
โดย : ได๋     วันที่ :2005-12-16 17:51:16    IP :58.8.251.xx   
ความคิดเห็นที่ 8
เห็นด้วยกับคุณหมอค่ะ ตอนนี้ฝึกงานที่ ER โรงพยาบาลกลางนะ เข้าใจแล้วว่างานมันยุ่งมากๆๆเลย
โดย : ต้องแต้ง     วันที่ :2005-12-16 17:48:46    IP :58.10.56.xx   
ความคิดเห็นที่ 7
จริงแฮะ
ไป รพ.ราชวิถี ตอน 6 โมงเช้า
คอเป็นหนอง ไข้ขึ้น กินข้าวไม่ได้มา 2 วัน
นอนรอคิวอยุ่ครึ่ง ชม. ไม่มีหมอมาถามอาการซักคน
จนต้องลุกขึ้นนั่งแล้วส่งสายตาอ้อนวอนหาคุณหมอใจดีซักคนมาช่วยดู
เท่าที่รู้ มีคุณหมอที่เป็น นศ แพทย์มาตรวจให้อ่ะ<