home   |   sticker   |   picpost   |   memory   |   music   |   mtravel   |   chat   |   email   |  
การป้องกันครอบจักรวาล คืออะไร ทำไมต้องรู้ -=by หมอแมว=-


อ่านชื่อเรื่องแล้วหลายคนอาจจะงงว่าผมกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ แต่หากคนที่อ่านอยู่ทำงานเกี่ยวกับสาธารณสุข การเกษตร หรือชีวภาพ อาจจะพอคุ้นเคยกับเรื่องนี้ในชื่อภาษาอังกฤษที่ว่า Universal Precaution ทำไมคนทั่วไปที่ไม่ได้ทำงานด้านนี้ถึงควรรู้..... ลองอ่านดูครับ

ในปัจจุบันนี้ มีโรคติดต่อร้ายแรงหลายชนิด ซึ่งสามารถติดต่อได้ทั้งจากการสัมผัส ,น้ำคัดหลั่งจากร่างกาย , การหายใจ .. ไข้หวัดนก SARS เอดส์ วัณโรค ตับอักเสบฯลฯ บุคคลที่มีความเสี่ยงสูงได้แก่คนที่ทำงานใกล้ชิดผู้ป่วย เนื่องจากจำเป็นต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมนี้ทุกๆวัน และทำงานที่มีความเสี่ยงนี้ทุกวัน

เมื่อมีความกังวลเกิดขึ้นว่าคนที่ไปรักษาที่โรงพยาบาลด้วยโรคหนึ่ง อาจจะไปติดอีกโรคจากโรงพยาบาลโดยมีบุคลากรทางการแพทย์เป็นพาหะนำโรค จึงก่อกำเนิดวิชาว่าด้วย Universal Precaution (อยู่ในกลุ่มวิชาว่าด้วยการควบคุมโรคติดเชื้อ หรือ infection control…IC )ขึ้น เพื่อจุดประสงค์ที่ว่า คนทำงาน จะได้ไม่ติดโรคจากคนไข้ และคนไข้ จะไม่ติดโรคจากคนทำงาน ซึ่งวิชาUniversal Precautionนี้ กล่าวถึงกรรมวิธียุ่งยากวุ่นวายหลายขั้นหลายชั้น ที่ทำให้มั่นใจได้ว่า เชื้อโรคจะไม่แพร่ไปไกลกว่าเครื่องป้องกัน (หรือคนที่สวมอยู่)

กั๊กมาพอสมควรแล้ว ก็ขอเฉลยว่า เหตุผลที่คนทั่วไปที่ไม่ได้ทำงานเรื่องนี้ควรรู้เรื่องนี้เพราะว่า เราทุกคนเป็นผู้รับบริการของงานสาธารณสุข การเกษตร และงานด้านชีวภาพ ซึ่งผุ้ให้บริการจะต้องระวังป้องกันตลอดเวลา ซึ่งการป้องกันและมาตรการต่างๆที่ทำไป มักก่อให้เกิดความไม่พึงพอใจ เพราะว่า ช้า ยุ่งยาก และบางครั้งทำให้ไม่ได้รับความสะดวกสบาย สำหรับผมเองที่ทำงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข ก็รู้สึกว่ากรณีร้องเรียนหลายๆครั้งก็เกิดจากการที่คนไข้หรือญาติไม่เข้าใจในมาตรการป้องกันที่ได้ทำไป

ผมจะลองแจงแถลงไขเป็นกรณีๆดีกว่า เริ่มจากเรื่องดังๆก่อนดีกว่า

ไข้หวัดนกและ SARS
ไข้หวัดใหญ่นก (และSARS ที่จะไม่พูดถึงเพราะไม่ดังแล้ว) เป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มเชื้อไวรัสที่ติดทางทางเดินหายใจและการสัมผัส และเนื่องจากความรุนแรงอยู่ในขั้นเสียชีวิต และอาจเกิดการระบาดได้ถ้าไม่ป้องกัน ดังนั้นจึงมีการป้องกันตรวจสอบอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มจาก เมื่อคนไข้ที่มารพ.ด้วยอาการไข้หวัดและมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกตาย จะถูกกันให้ไปอยู่ที่ห้องตรวจที่ห่างจากคนไข้ทั่วไปรายอื่นๆ แพทย์จะถูกตามไปตรวจร่างกาย โดยแพทย์จะใส่เครื่องป้องกันเป็นชุดคลุมทั้งตัว หน้ากากN95 และ แว่นตากูเกิล จากนั้นก็จะซักประวัติตรวจร่างกาย อาจส่งตรวจx-ray และส่งตรวจหาการติดเชื้อไข้หวัดนกถ้าสงสัย.... และหากไม่สงสัยว่าเป็นไข้หวัดนก ก็จะมีคนไปรับยามาให้ผู้ป่วยโดยที่ผู้ป่วยจะเดินกลับออกอีกทางที่ไม่ผ่านผู้ป่วยทั่วไปคนอื่นๆ ขั้นตอนทั้งหมดกินเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงไม่รวมเวลาสวมชุดป้องกัน

ปัญหาก็คือ รพ.ที่ผู้ป่วยไข้หวัดนกจะมามักเป็นโรงพยาบาลชุมชนที่มีหมอน้อยอยู่แล้ว (มี1-2คน หรือ 1คนเพราะผอ.ถูกเรียกเข้าประชุมที่จังหวัดบ่อยๆ) ถ้ามีคนที่ต้องสงสัยเข้ามา1คน งานตรวจประจำที่มีคนไข้ 200-400คน/8ชม. จะโดนกินเวลาไปราวๆ30นาที

และคนที่ถูกตรวจ บางครั้งจะรู้สึกว่าการตรวจชักช้าเสียเวลามาก เพราะตนเองไม่ต้องรอคิวเลย แต่เวลาตรวจจะกินเวลานานกว่าคนอื่นๆ และเสียเวลาไปกับการรอผลตรวจพิเศษอื่นๆ

เมื่อไม่นานมานี้ตัวผมเองก็มีโอกาสตรวจคนไข้คนนึง ซึ่งระหว่างตรวจก็ไอจามอยู่ในห้อง ผมเองก็ไม่ได้ถามเรื่องการสัมผัสไก่เพราะมีพยาบาลถามและเขียนไว้เรียบร้อยแล้วว่าปฏิเสธประวัติสัมผัสสัตว์ปีกตาย แต่พอตรวจๆไปคนไข้ก็ขอให้ตรวจเรื่องไข้หวัดนกไปด้วยเพราะไก่ชนที่เลี้ยงไว้ตาย....... (บอกหลังจากไอจามแบบเต็มที่ในห้องตรวจแคบๆ) พอถามถึงเหตุผลที่โกหกเรื่องประวัติสัมผัสไก่ ก็ได้คำตอบว่ากลัวถูกรังเกียจและได้ยินว่าเสียเวลา

หรืออีกคนนึง บอกว่าไก่ตายหมดทั้งเล้า แต่พอผ่านขั้นตอนและเสียเวลาไป10กว่านาที คนไข้ก็บอกผมว่าขอยาเลยได้ไหม เพราะไก่ที่ตายน่ะเป็นของเพื่อนบ้านและแกไม่ได้สัมผัสไก่เลย..... ส่วนสาเหตุที่ให้ประวัติเหมือนสัมผัสไก่ก็เพราะเห็นว่าไม่ต้องรอคิวตรวจ น่าจะเร็วดี...

แต่ไม่ว่าจะเสียเวลายังไง มาตรการที่ทางโรงพยาบาลทำก็ยังต้องทำต่อไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก.. ดังนั้นก็อยากจะให้ทำความเข้าใจว่า
- ถ้ามีคนไข้ต้องสงสัยหวัดนกเข้ามาในขณะที่ท่านรอตรวจอยู่ ให้ทำใจได้เลยว่าท่านต้องเสียเวลาแน่ๆ
- ถ้าท่านเองต้องสงสัยไข้หวัดนก ท่านก็เตรียมตัวเสียเวลาได้เลย นานเหมือนกัน
- ไม่มีหมอหรือพยาบาลคนไหนอยากทำงานชักช้า แต่การช้านั้นเกิดจากมาตรการป้องกันที่เป็นนโยบายระดับประเทศและเป็นการทำเพื่อปกป้องส่วนรวม

ถัดไป .... โรคที่ติดต่อจากเลือดและน้ำคัดหลั่ง
ที่สำคัญคือไวรัสตับอักเสบและเอดส์ ซึ่งอาจจะนับเป็นโรคหลักที่ทำให้หลักการป้องกันแบบครอบจักรวาลแพร่หลายก็ว่าได้ โดยเฉพาะหลักการในการผ่าตัด

โดยทั่วไปแล้วการผ่าตัดจะมีการป้องกันการติดเชื้อจากผู้รักษาไปยังผู้ถูกผ่า ตั้งแต่การใส่หน้ากากและหมวก ขั้นตอนการล้างมือ ลำดับการแต่งกาย การหยิบถุงมือ วิธีการใส่เสื้อ เรื่อยไปจนถึงวิธีการเดินในห้องผ่าตัด ล้วนแล้วแต่มีวิธีและหลักการทั้งสิ้น .... แต่สิ่งหนึ่งที่สมัยนี้ไม่มีก็คือ หากระหว่างผ่าตัดแล้วเลือดหรือเข็มหรือมีดผ่าตัดเปื้อนเลือดมาบาดถูกตัวผู้ผ่า การผ่าตัดก็ดำเนินต่อไป (ถ้าโดนถุงมือ ก็เปลี่ยนถุงมือเพื่อกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่สู่คนไข้)

เมื่อการแพทย์รู้จักโรคติดต่อที่แพร่ได้ทางเลือด ก็มีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในหลักและวิธีการผ่าตัด ทั้งเทคนิกการผ่าตัด หลักการรับส่งเครื่องมือ ตำแหน่งการยืนและการช่วยเหลือผ่าตัดของพยาบาลและแพทย์ผู้ช่วย ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่า

- จะไม่มีการติดเชื้อเอดส์และโรคอื่นๆจากคนไข้มาสู่ผู้รักษา และ
- จะไม่มีการติดเชื้อเอดส์(หรือโรคอื่นๆ)จากผู้ที่รักษาไปสู่คนไข้ที่ถูกผ่าอยู่
อย่างไรก็ดี อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้เสมอ หลายครั้งที่เข็มหรือใบมีดที่ใช้อยู่ พลาดมาถูกมือ หรือเลือดคนไข้กระเด็นเข้าตาเข้าปาก... หลักการที่ปฏิบัติกันก็คือ ซักถามถึงความเสี่ยง(ที่จะเป็นโรค)ของคนไข้ เจาะเลือดคนไข้ และเจาะเลือดผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และหากว่าผลออกมาว่าคนไข้เป็นโรค หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสูง หมดหรือพยาบาลที่บาดเจ็บจากการทำงานนั้นก็ต้องได้รับยาป้องกัน ...นี่คือหลักการ
แต่ในความเป็นจริง มีปัญหาในทางปฏิบัติกล่าวคือ น้อยคนจะบอกความจริงเรื่องที่ตนเองมีความเสี่ยง คนไข้หลายคนปฏิเสธไม่ให้เจาะเลือด หรือแม้แต่มีการไม่เห็นความสำคัญของผู้บังคับบัญชา
ผมเองเคยเกิดเรื่องเช่นนี้ตอนที่ทำแผลคนไข้อุบัติเหตุ แต่โชคดีที่คนไข้เองเข้าใจ และมีแพทย์ที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ก็เลยทำให้ผมทั้งโล่งใจและไม่ต้องกินยาป้องกัน

แต่เพื่อนบางคนโชคร้าย เพราะเมื่อเกิดเรื่องขึ้น คนไข้ไม่ยอมให้ประวัติรวมทั้งปฏิเสธไม่ยอมเจาะเลือด ทำให้ต้องกินยาต้านไวรัส(ที่กินไปอ้วกไป) และใจหายใจคว่ำกับผลเลือดที่จะออกมา
หรือไม่นานมานี้ก็ได้รับการปรึกษาทางโทรศัพท์จากนักเรียนพยาบาลที่ฝึกงาน(ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง)อยู่ว่าถูกเข็มตำนิ้ว พอเกิดเรื่องได้รายงานพยาบาลหัวหน้าเวร แต่กลับได้รับคำตอบว่าคนไข้เป็นโสดไม่เป็นเอดส์หรอกแล้วก็ลักษณะไม่เหมือนคนเป็นตับอักเสบ... นอกจากจะไม่ได้ให้เจาะเลือดคนไข้ตรวจแล้ว กลับยังบังคับให้เจาะเลือดตรวจว่านักเรียนคนนั้นติดเชื้อHIVและตับอักเสบหรือไม่ และเมื่อเจาะมาและไม่พบว่าติดเชื้อหรือมีภูมิคุ้มกันต่อโรค ก็กลับบอกว่าโรคนี้ไม่ได้ติดกันง่ายๆ ไม่ต้องรับยาป้องกันหรอก ผมก็เลยแนะนำให้นักเรียนคนนั้นรายงานเรื่องนี้กับแพทย์เวรในโรงพยาบาลนั้น..ซึ่งในที่สุดนักเรียนคนนี้ก็ต้องไปฉีดวัคซีนและยาป้องกันตับอักเสบ... กรณีนี้นับว่าโชคร้ายที่ไปเจอผู้ดูแลที่ขาดความรู้และทัศนคติในการทำงานเข้า....(โชคดีที่คนแบบนี้ไม่ได้เจอบ่อยๆ)

สุดท้าย.. โรคจากการสัมผัส
สมัยเรียน มีหลายครั้งหลายหนที่ผมถูกคนไข้หรือญาติบางคนกระแนะกระแหนเรื่องล้างมือบ่อยทำตัวเป็นเด็กอนามัย ผมบอกได้เลยว่าผมไม่เห็นชอบการล้างมือเลย และจะไม่ล้างบ่อยด้วยถ้าไม่ใช่เพราะการล้างมือเป็นวิธีป้องกันโรคที่ดีและประหยัดที่สุด....

โรคติดต่อทั้งหลายที่ปรากฎในโรงพยาบาล มีจำนวนมากที่สามารถติดต่อจากมือ....(ปอดบวมยังติดได้เลย เชื่อไหมล่ะ) เพราะมือเป็นอวัยวะที่สามารถเข้าถึงทวารต่างๆได้ หรือแม้แต่ตอนที่SARSระบาดใหม่ๆ และหมอชาวอิตาลี(ดร.คาร์โล เออร์บานี)ที่ติดซาร์สและบินจากเวียดนามมารักษาที่ไทย ตอนลงจากเครื่องบินยังยอมเสียมารยาทไม่ยอมจับมือกับคนไทยที่ไปต้อนรับที่สนามบินเลย

เรามาสมมติกันเล่นๆว่า ผมเองพอไปตรวจคนไข้มาหลายๆเตียง แล้วเดินมาตรวจคนแก่คนนึง จับชีพจรแล้วเดินไป.... คนแก่คนนั้นเอามือไปถูๆข้อมือ(ที่โดนผมจับ) แล้วก็...

- เอานิ้วแคะจมูก..... ติดเชื้อปอดบวมดื้อยาจากเตียง4 อีกสามวันต่อมาชักจะเริ่มมีไข้ไอหอบ
- เอานิ้วไปเกาตุ่มยุงกัด .... ติดเชื้อหนองดื้อยาจากเตียง9 สองวันต่อมาเริ่มมีหนองขึ้นบ้าง
- เอานิ้วไปแคะฟัน .... เชื้ออหิวาห์....ขออภัย เชื้อท้องร่วงรุนแรงลงท้อง เย็นนั้นเริ่มท้องเสียจู๊ดๆ
ดังนั้นถ้าหมอพยาบาลที่ดูแลคนไข้ หมั่นเดินไปล้างมือหลังจากตรวจคนไข้คนอื่นจนเสียเวลารอของท่าน ก็ขอให้เข้าใจด้วย.....

ในทางกลับกัน หากญาติเตียงข้างๆ จะเดินมาพูดคุยนั่งเอามือเท้าเตียงที่ท่านนอนอยู่ ก็เล็งเอาไว้ดีๆแล้วกันว่าเตียงข้างๆป่วยเป็นโรคอะไร ตัวใครตัวมันละครับ

เรื่องเล่าจากผมในวันนี้อาจจะหนักและเน้นวิชาการไปสักนิด แต่อย่างหนึ่งที่อยากจะให้ทุกคนได้รู้ก็คือ เรื่องของการป้องกันโรคติดต่อในปัจจุบันมีหลักการปฏิบัติที่เป็นสากลและทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม หากไม่มีความจำเป็น ก็ไม่มีคนทำงานคนใดต้องการให้งานช้าหรือยุ่งยากโดยไม่มีความจำเป็น ......

และนี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเล่าในวันนี้ สวัสดีครับ

====================
Editor Note:

รู้ไว้ก่อนไปทะเล -=by หมอแมว=-  2 ธ.ค. 48
รวมบทความของหมอแมว

โดย : หมอแมว
อีเมล์ : mor_kaew@hotmail.com
วันที่ : 2005-12-06 13:13:09

 


 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท
ความคิดเห็นที่ 2
ส ว ยได้ใน 9 0 วัน ส ุ ด ยอ ด!
o พี่สาว ผ ม ล ดน้ำ ห น ักได้ 12 กก.ใน 3 เดือน
o เดือ นแ รกล ด ได ้ 5 กก. เดือนที่ส องล ดได้ 8 กก.
o เดือ นที่ส ามล ดได้ 12 ก ก.
o ปัจจุ บัน ผ ิว สว ยเ ป็ นส ีช มพู หน้ าใสไร้ฝ้า สุ ขภ าพดี ม ีรา ยได ้เ สริ ม 200,000-320,000 ท ุก เดือน
อย ากเ ป็น เหมือน พี่ผม คลิ๊กที่น ี่ด่วน
w w w . o w o w 4 u . c o m / w i n s s
โดย : bee     วันที่ :2007-09-12 02:29:38    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 1
โกยเงินดอลล่าร์($)เข้ากระเป๋า วิธีหารายได้จากการโพสเวปบอร์ด และส่งอีเมล (บริษัทนี้มี intel เป็นหุ้นส่วน)
รายได้พิเศษ รายได้เสริม งานเสริม งานพิเศษ งาน parttime ของจริงไม่หลอกลวงแน่นอน
w w w . r i c h 2 u . t h . g s
ด่วน!!!! แค่คุณรับ--ส่งอีเมลล์หรือโพสเว็บ เป็นก็มีรายได้ทุกสัปดาห์แบบไม่มีขีดจำกัด บอกต่อรับ $1/คน /เดือน ทุกๆเดือน
บอกต่อ 100 คน ก็รับเดือนละ $1 ใครอยู่ใต้คุณ ไม่ว่าจะเป็นลูกคุณ ลูกของลูก ลูกของลูกของลูก ก็ได้ $1ทั้งหมด
ถ้ามีคนสมัครต่อคนละ 5 คน ก็จะมีรายได้ $3900 ต่อเดือน (136,500 บาท) จริงๆ ไม่ได้พูดเล่น

ถ้าหาได้ 5 คนในอาทิตย์เดียวก็รับโบนัสเลย $100 USD ผมเริ่มลองได้อาทิตย์เดียว ชื่อผมก็ขึ้นบอร์ดรายชื่อผู้มีสิทธิรับโบนัสแล้วครับไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะมีงานอะไรทำง่ายขนาดนี้มา ก่อน เพราะผมไม่ชอบงานขาย คุยไม่เก่ง ชวนคนไม่เป็น
และงานนี้ไม่มีการรักษา ยอดใดๆ ทั้งสิ้น เขาไม่ได้ชวนเราไปขายสินค้าใดๆ เลย แต่งานนี้รับส่ง-เมลล์เป็น
และตามโพสต์กระทู้-เวปบอร์ดเป็นก็ได้ตังค์แล้วครับ รีบสมัครด่วนนะครับ มาก่อนมี สิทธิก่อนครับ รวยก่อนนะครับ

รายละเอียด
1. แค่รับ-ส่ง email เป็น โพสเวปบอร์ดเป็น คุณก็สามารถร่วมงานกับเราได้ ผู้สนใจต้องสมัครสมาชิกก่อน
2. ได้เวปเป็นของตัวเอง เอาไปใช้โพสประกาศ
3. ไม่ต้องซื้อสินค้า ไม่ต้องรักษายอดใด ๆ
4. ค่าตอบแทนคิดตามผลงาน จ่ายผ่านบัญชีทุกสัปดาห์ ไม่จำกัดรายได้ ขยันมาก ได้เงินมาก
5. สามารถใช้คอมฯที่ใด ๆ ทำงานก็ได้
6. การันตีรายได้ 20,000 บาท/เดือน ถ้าทำตามคำแนะนำ (ทำทุกวัน 2-3 ชม.หลังเลิกงานก็ดี)

ที่สำคัญ คุณทำได้แน่นอน
ทำเล่นๆ - ไม่ได้ตังค์
ทำตั้งใจ - สัปดาห์ละ $100 USD
ทำจริงจัง-สัปดาห์ละมากกว่า $200 USD+++ มากเท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีจำกัด
ถึงตรงจุดนี้คุณคงจะเข้าใจแล้วนะครับ เรื่องการรับเงิน จ่ายเงินก็ไม่ใช่เรื่องยาก ทางผมจะแนะนำให้ในทุกขึ้นตอน เพียงคุณพร้อมที่จะทำ เท่านั้นเอง
หากคุณต้องการสมัคร หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ให้คุณเข้าไปที่เวปไซต์ หรือคุณสามารถคุยกับผมได้ตลอดผ่านทาง Msn :g d i r i c h 2 @ h o t m a i l . c o m สุดท้ายขอให้ทุกท่านโชคดี มีเงินใช้ครับ เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
w w w . r i c h 2 u . t h . g s
หรือ
h t t p : / / t i n y u r l . c o m / 2 o u 8 y d
โดย : bee     วันที่ :2007-09-10 20:57:47    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 73
รับโอกาสนี้เป็นร่มกันฝนในชีวิตคุณ...
สนใจดูรายละเอียดได้ที่

h t t p : //ti n y u r l. c o m /jjyz5
เรื่องสมมุติ...
วันนี้ ฝนตก...
ถ้าคุณลืมร่มคุณเปียกฝน. คุณคิดว่าคุณโชคร้าย
ที่คุณเปียกฝน โชคร้ายกว่านั้นคุณอาจไม่สบาย
แต่ถ้าคุณไม่ลืมร่มล่ะ คุณคิดว่าคุณโชคดี
ที่คุณไม่เปียก !
แต่กลับกัน ถ้าวันนี้ฝนไม่ตก! คุณอาจไม่เห็นคุณค่าของร่ม
มันก็เหมือนชีวิตจริง เราไม่รู้หรอกว่าฝนจะตกเมื่อไหร่
แล้วถ้ามีคนมาบอกคุณว่าฝนจะตกวันนี้
คุณจะติดร่มไปด้วยหรือเปล่า?
ถ้าฝนเปรียบเหมือนความไม่แน่นอนในงานหรือสิ่งที่คุณทำอยู่
โอกาสที่เรากำลังบอกคุณก็เปรียบเหมือนร่มที่มีไว้กันฝนกับ
สิ่งที่ไม่แน่นอนที่จะเข้ามาในชีวิตคุณ...

++CLICK Now!!!++
อาชีพสำรองทางการเลือกที่ 2 ของชีวิต
โดย : aa     วันที่ :2006-06-21 11:04:47    IP :58.8.150.xx   
ความคิดเห็นที่ 72

เ พ ร า ะ เ ป็ น > จากธรรมชาติ # # # # #
((( สำหรับผู้ที่ต้องการ ล ด + น้ำ ห นั ก ) ) ) หรือ (( มี ปั ญ ห า -สุ ขภาพ)))))
มี ส า ร อาหารหลักครบ 5 ห มู่ทั้ง แ ร่ ธ าตุ วิ ต ามินที่ ร่างกายเราต้องการ
(ไม่ ต้ อง อ ด อ า ห า ร ) ( ไม่ทำอ่อนเพลีย) ( ห งุ ด ห งิ ด เมื่ อทา นผลิตภัณฑ์ของเรา)
((ช่ วยแก้ ปัญหา ภู มิ แ พ้ ไม เ ก รน คว ามดัน เ บ าห ว าน เก็ าต์))
>
มี ค น ใช้แล้ วเห็นผลใน 62 ประเทศทั่วโลก (ประเทศที่ 63 จะตามมาเร็ว เร็วนี้)^i^
รั บ ป ร ะ กั น คื น เ งิ น ไ ด้ ภ าย ใ น 3 0 วั น สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ
((( ( ( http://2ch2.net/.l?=Xa1j ) ) )))
*** ( อ ย่ า ลั ง เ ล ที่ จ ะรั กษ า หุ่ น เ ล ย ค่ะ)xxxxx
ถ้าคลิ๊กไม่ได้ ให้ COPY ไปไว้ที่ address ได้เลย
โดย : ascha     วันที่ :2006-05-02 00:45:11    IP :58.9.38.xx   
ความคิดเห็นที่ 71
เยี่ยมมากๆค่ะ
โดย : สมหญิง     วันที่ :2006-04-25 11:11:50    IP :202.28.76.xx   
ความคิดเห็นที่ 70
อยากได้ ข้อมูลเกี่ยวกับ การทำกายภาพ บำบัด
คุณ พอจะให้ข้อมูลได้บ้างรึป่าวค่ะ
ทุกอย่างที่เป็น กายภาพบำบัด เช่น ธาราบำบัด เป็น ต้น

โดย : ชาช่า     วันที่ :2006-02-12 22:43:30    IP :203.113.76.xx   
ความคิดเห็นที่ 69
เอออันนี้ค่อยเป็นประโยชน์หน่อย
โดย : อันนี้ดีเห็นด้วย     วันที่ :2006-01-20 11:03:24    IP :203.114.120.xx   
ความคิดเห็นที่ 68
เป็นบทความที่ดีจริง ๆ
โดย : nee_on     วันที่ :2006-01-09 14:44:18    IP :58.10.26.xx   
ความคิดเห็นที่ 67
อยากทราบว่า โรงพยาบาลไหนที่ต้องมีการเตรียมการในการรับมือกับผู้ป่วยไข้หวัดนกนะค่ะ และเค้ามีมาตรการกันอย่างไรบ้าง
โดย : นิววิ่     วันที่ :2005-12-15 20:52:27    IP :203.121.152.xx   
ความคิดเห็นที่ 66
หมอแมวไปไหนมาอ่าคับ คิดถึง
โดย : pai     วันที่ :2005-12-08 21:45:15    IP :203.114.108.xx   
ความคิดเห็นที่ 65
ในขณะที่กำลังนั่งคิดว่าหมอแมวหายไปไหน หมอก็กลับมา ดีใจจริงๆๆๆๆๆๆๆ ชอบอ่านกระทู้หมอสุดๆ เข้าใจง่ายไม่ยืดเยื้อใช้ศัพท์แพทย์แล้วก็ตรงประเด็นที่สุด
โดย : m     วันที่ :2005-12-08 18:45:11    IP :24.126.15.xx   
ความคิดเห็นที่ 64
หมอค่ะ ทำงานกับเจ้านายที่เจ้าอารมภ์ และงาบเลขาในห้อง พฤติกรรมน่ารังเกียจทั้งผู้หญิงผู้ชายมีวิธีใช้ชีวิตการทำงานให้มีความสุขอย่างไรค่ะ จะลาออกก็ไม่รู้จะไปทำงานอะไร เครียดมาก เบื่อ ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นและได้รับรู้ในชีวิต.....
โดย : บีม     วันที่ :2005-12-08 17:05:25    IP :203.154.50.xx   
ความคิดเห็นที่ 63
สิ่งคัดหลั่งคือของเหลวทุกชนิดที่ออกมาจากร่างกาย ส่วนใหนก็ได้ทางแผล ปาก ทางเดินอาหาร น้ำย่อย น้ำตา น้ำาลาย อวัยวะเพศ(ยกเว้นน้ำปัสสาวะแต่น้ำปัสสาวะอาจมีมูก สารหล่อลื่น น้ำอสุจิซึ่งเป็นสิ่งคัดหลั่งปนมาด้วย) ทวรหนัก(ไม่ใช่เนื้ออึที่เป็นกากอาหารนะ แต่มูกที่เคลือบอึก็เป็นสิ่งคัดหลั่งเหมือนกันมีเชื้อ HIV เยอะด้วยละ)
โดย : dr.Sue     วันที่ :2005-12-08 16:16:14    IP :202.129.37.xx   
ความคิดเห็นที่ 62
ไร้สาระมาก
โดย : 2     วันที่ :2005-12-08 16:00:21    IP :202.183.244.xx   
ความคิดเห็นที่ 61
อึมหมอคะ นอนใกล้สามี หายใจทางปาก จะเป็นอะไรไหมน้อ
ได้แต่คิดว่า สามีเป็นคนดีเหล้าบุหรี่ไม่แตะ แต่ชอบเป็นหวัด อ่า
โดย : จูน     วันที่ :2005-12-08 15:47:01    IP :61.106.217.xx   
ความคิดเห็นที่ 57
รักหมอแมว (อีกแล้ว)
โดย : kurama     วันที่ :2005-12-08 14:11:40    IP :58.147.7.xx   
ความคิดเห็นที่ 56
จัดว่าเป็นบทความได้เลยล่ะ ดีมากๆ แถมเขียนมาให้อ่านฟรีๆอีก รักหมอแมวจัง
โดย : ผึ้ง     วันที่ :2005-12-08 12:32:51    IP :202.28.25.xx   
ความคิดเห็นที่ 54
ดีจังมีหมอที่สละเวลาเขียนความรู้ให้อ่านฟรีๆ ขอบพระคุณค่ะ
โดย : อิอิ     วันที่ :2005-12-08 10:54:36    IP :202.12.74.xx   
ความคิดเห็นที่ 53
น้ำคัดหลั่ง คืออะไรเหรอ
โดย : สงสัย     วันที่ :2005-12-08 09:28:19    IP :203.156.82.xx   
ความคิดเห็นที่ 52
ขอบคุณค่าหมอแมว ^ ^ ยังอ่านได้ประโยชน์อยู่เหมือนเดิม
โดย : S|Gn     วันที่ :2005-12-08 07:42:23    IP :58.10.215.xx   
ความคิดเห็นที่ 51
คห ที่ 49 วิจารณ์อะไรอะดูหน่อย อันนี้ mthai นะครับ ไม่ใช่ healty care เค้านำเสนอ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ ไม่อาจรู้มาก่อน ส่วนจะหาอ่าน main หลักต้องนู่นเลยคุณ เว็บสาธารณสุขอะ ไปหาเลย ได้ชัวร์
วิจารณ์แบบใช้สมองหน่อยนะ ไม่ใช่ใช้แต่อารมณ์

โดย : LoVeLy     วันที่ :2005-12-08 04:53:27    IP :61.91.77.xx   
ความคิดเห็นที่ 49
ขอบคุณ
แต่ขอวิจารณ์หน่อย
เนื่อหา ไม่ค่อยมี มีแต่น้ำ
ควรเขียนว่าแต่ละโรคติดกันด้วยวิธีใดบ้าง ป้องกันยังไง ง่าย ๆ สั้น ๆ
อย่างไวรัสตับอักเสบ บี นี่สำคัญมาก ก็ไม่เห็นอ่านแล้วจะได้อะไรมาก

การล้างมือ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าสำคัญ แต่ว่าแต่ละคนให้ความสำคัญมากน้อยเท่านั้นเอง
โดย : วิจารณ์หน่อย     วันที่ :2005-12-07 23:30:29    IP :58.10.30.xx   
ความคิดเห็นที่ 48
ขอบคุณ ครับผม
โดย : topgun007     วันที่ :2005-12-07 23:19:13    IP :61.91.89.xx   
ความคิดเห็นที่ 47
ข้อมูลแบบนี้ดีนะจะได้ระวังตัว
โดย : ยายมา     วันที่ :2005-12-07 20:19:12    IP :203.107.142.xx   
ความคิดเห็นที่ 46
ขอบคุณมากนะคะที่ให้ความรู้กับพวกเราคะ
โดย : wan     วันที่ :2005-12-07 18:46:55    IP :158.108.12.xx   
ความคิดเห็นที่ 45
thank you 44
โดย : ..     วันที่ :2005-12-07 18:35:09    IP :82.121.105.xx   
ความคิดเห็นที่ 42
เดี่ยวไปล้างมือก่อนนะคะ
โดย : นก     วันที่ :2005-12-07 18:04:03    IP :203.151.227.xx   
ความคิดเห็นที่ 41
ขอบคุณหมอแมวค่ะ
โดย : นู๋ชม     วันที่ :2005-12-07 17:46:32    IP :58.8.246.xx   
ความคิดเห็นที่ 37
ขอบคุณหมอแมวค่ะ
โดย : m     วันที่ :2005-12-07 16:17:37    IP :203.172.181.xx   
ความคิดเห็นที่ 34
ขอบคุณค่ะที่ให้ความรู้
โดย : ...     วันที่ :2005-12-07 14:22:26    IP :58.11.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 33
งี้ก็กลายเปนโรครังเกียจชาวบ้านอ่ะดิ อย่ามาจับช้านนะ ตัวเชื้อโรค และเด๋วตัวคุนเองก็กลายเปนตัวน่ารังเกียจในที่สุด
โดย : กวาง     วันที่ :2005-12-07 13:25:31    IP :161.246.1.xx   
ความคิดเห็นที่ 31
ขอบคุณ คุณหมอแมวมาก มีประโยชน์มากจริง ๆ
โดย :     วันที่ :2005-12-07 12:40:01    IP :203.146.57.xx   
ความคิดเห็นที่ 30
ขอบคุณครับคุณหมอ
โดย : ...     วันที่ :2005-12-07 11:46:10    IP :203.147.18.xx   
ความคิดเห็นที่ 29
ขอบคุณหมอแมวค่ะ
โดย : minnie     วันที่ :2005-12-07 10:54:24    IP :61.19.196.xx   
ความคิดเห็นที่ 28
คุณหมอแมวหายไปไหนมาค่ะ เป็นห่วงมากค่ะ ดิฉันรออ่านบทความของคุณหมอทุกวันเลยค่ะ
โดย : ใฝ่รู้     วันที่ :2005-12-07 10:39:54    IP :202.183.233.xx   
ความคิดเห็นที่ 27
ขอบคุณ คุณหมอแมวมากค่ะ.. ได้ความรู้ใหม่ๆอีกแยะ..
ยังงัย คุณหมอก็ต้องรักษาสุขภาพด้วยนะคะ
โดย : โมโมจัง     วันที่ :2005-12-07 10:38:53    IP :220.169.181.xx   
ความคิดเห็นที่ 26
ขอบคุณครับได้ความรู้เยอะเชียว
โดย : ตัวป่วน     วันที่ :2005-12-07 09:45:13    IP :202.28.248.xx   
ความคิดเห็นที่ 25
ขอบคุณครับที่คอยนำความรู้ดีมาแบ่งปันเสมอ เฮ้อ อ่านแล้วรู้สึกเห็นใจหมอและพยาบาลทุกๆคน ขอให้มีกำลังใจ ที่จะ รัก
ษาผู้ป่วยต่อไป อย่าท้อนะครับ
โดย : โหระพา     วันที่ :2005-12-07 09:42:27    IP :203.151.140.xx   
ความคิดเห็นที่ 24
ทำให้รู้ว่างานของหมอ หนักและเสี่ยง จริง ๆ สู้ต่อไปนะค่ะคุณหมอทั้งหลาย เชียร์ค่ะ
โดย : ไม่บอก     วันที่ :2005-12-07 09:35:06    IP :210.86.142.xx   
ความคิดเห็นที่ 23
ดีมากเลยครับ ได้ประโยชน์
จะได้ระวังตัวมากขึ้น
โดย : ออสระโอ     วันที่ :2005-12-07 08:46:39    IP :58.11.33.xx   
ความคิดเห็นที่ 22
very good ขอบคุณครับ
โดย : seng     วันที่ :2005-12-07 03:55:47    IP :58.8.25.xx   
ความคิดเห็นที่ 21
หมอแมวครับ
สรุปแล้วก็คือว่า
1.เราต้องคิดว่าทุกคนมีเชื้อ สามารถแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้(ไว้ก่อน) ต้องป้องกันไม่ให้เชื้อจากเค้ามาติดเรา
2.เราต้องคิดว่า ตัวเองมีเชื้อ ต้องป้องกันไม่ให้ไปติดผู้อื่น
ถึงจะเรียนกว่า การป้องกันแบบครอบจักรวาล Universal Precaution
ผมสรุปเอาไปใช้เอง แบบนี้ได้ไหมครับ
โดย : ...     วันที่ :2005-12-07 00:53:28    IP :158.108.133.xx   
ความคิดเห็นที่ 20
เอาไปสอนพยาบาลบุ้คด้วยสิ
จะได้เก่ง
โดย : แบง     วันที่ :2005-12-07 00:43:57    IP :196.202.53.xx   
ความคิดเห็นที่ 8
หมอแมวเก่ง สอนคนอื่นด้วยดีๆ
โดย : koten9@hotmail.com     วันที่ :2005-12-06 20:55:16    IP :203.154.27.xx   
ความคิดเห็นที่ 7
ท่านเป็นคนใจกว้างที่สร้างเกราะป้องกันตัวเองและยังบอกวิธีป้องกันที่ง่าย ๆ ทุกคนมองข้ามหมด "ป้องกันยังดีกว่ารักษา"
โดย : รักสุขภาพ     วันที่ :2005-12-06 20:50:10    IP :58.147.91.xx   
ความคิดเห็นที่ 6
ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องดีๆ....อย่าหายไปอีกนะคะ ชาวเอ็มไทยคิดถึงค่ะ
โดย : นางฟ้าซามูไร     วันที่ :2005-12-06 20:15:26    IP :203.151.140.xx   
ความคิดเห็นที่ 3
เพื่อนผมเข้าทำผ่าตัดทำคลอดแล้ว มันพลาดโดนเข็มเย็บปักทะลุถุงมือเลย ซวยตรงที่ดันเป็นเคสเอช ไอ วี โพสซิทีฟ ไปแจ้งไอซี อาจารย์ให้กินยาต้าน อ้วกแตกอ้วกแตน จากผลค้างเคียงของยากนไปได้สามวันมันเลิกกินทนไม่ไหว เดี๋ยวรอลุ้นผลเอา
ส่วนผมก้อโดนเข็มจิ้มบ่อย จนเฉยๆไม่คิดจะไปเปิดชาทดูแล้วว่าคนไข้ positivveป่าว นี่ขนาดprecuationสุดๆแล้วนะ
โดย : หมอที่ยังมีดวง     วันที่ :2005-12-06 19:53:03    IP :203.151.141.xx   
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณหมอแมวมากๆค่ะ
โดย : บ่องบ๊อง     วันที่ :2005-12-06 18:49:59    IP :61.19.198.xx   
ความคิดเห็นที่ 1
อยากรู้ว่าหมอแมวทำงานที่รพ.อะไรคะ....
โดย : คาราเมล     วันที่ :2005-12-06 18:11:49    IP :203.170.251.xx   

เว็บเพื่อนบ้าน : YenTa4  |  เอ็มไทยเมล์  |  ThaiSecondhand  |  Tarad  |  มูลนิธิ ดร.พิชนี โพธารามิก  |  GossipStar  |  Mono2U  |  Monoplanet  |  Passionasia  |  Hotel2thailand  
เว็บผู้สนับสนุน : วัน-ทู-คอล!  |  Net Design  |  IT Education (Australia)  |  IT Education (England)  |  Samsung MP3 Player  
ข้อความทีท่านได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ

copyright ® MThA!.com all right reserved
all comments are welcome at
webmaster@mthai.com
home   |   sticker   |   picpost   |   memory
  |   music   |   chat   |   email