
"นาร์กิส" ธรรมชาติพิโรธ ถล่มพม่า!
เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาได้ยินข่าวทางสื่อบ้านเรา เป็นอันต้องตกใจกับข่าวการเสียชีวิตของประชาชนชาวพม่าที่มีมากถึง 20,000 กว่าราย (จากการค้นหาก็ทำให้มีมากขึ้นเรื่อยๆ) หลังจากโดนมหันตภัยจากธรรมชาติ ที่มีชื่อว่า "นาร์กิส" เข้าถล่มตั้งแต่วันที่ 3 ที่ผ่านมา
พายุไซโคลน "นาร์กีส" ซึ่งมีความเร็วลม 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้พัดกระหน่ำเข้าพื้นที่แถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี และนครย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าของประเทศสหภาพพม่า
ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไซโคลน "นาร์กีส" ในประเทศสหภาพพม่าเพิ่มอย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดว่าบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี ได้รับผลกระทบหนักมากที่สุด
อาคารมากกว่า 20,000 หลังในแถบดังกล่าวได้พังทลาย ไฟฟ้า โทรศัพท์และประปาใช้การไม่ได้ การติดต่อสื่อสารกับนครย่างกุ้งเป็นไปอย่างยากลำบาก
หลายประเทศ หลายองค์กรของโลก ได้พยายามส่งความช่วยเหลือเข้าไปสู่พม่า แต่ประชาชนของพม่าก็ยังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักอยู่ดี
"นาร์กีส" ถึงจะสร้างความเสียหายให้พม่าเพียงประเทศเดียวในตอนนี้ แต่อย่าลืมว่าบนโลกใบนี้ภัยธรรมชาติเกิดได้ทุกที่ ทุกเวลา ว่าแต่ประเทศใดจะเจอแจ๊กพ๊อตเท่านั้นเอง
ถึงแม้ว่ามนุษย์เราจะฉลาดและปราดเปรื่องสามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อเอาชนะสิ่งต่างๆ ได้มากมายจนจะล้นโลก
แต่สิ่งหนึ่งที่สัตว์ประเสิรฐ์ที่เรียกว่า "คน" ไม่เคยเอาชนะได้เลยก็คือ "ภัยธรรมชาติ" ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในรูปแบบใด ก็ล้วนแต่สร้างความเสียหาย จนยากที่จะประมาณค่าได้ทั้งสิ้น



สึนามิ

เมื่อเวลา 9.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ของเช้าวันที่ 26 ธ.ค. 2546 กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนประชาชนว่า ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย วัดแรง สั่นสะเทือนได้ 8.9 ริกเตอร์

มีรุนแรงอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์ และรุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปถึงหลายประเทศ เช่น ไทย อินเดีย ศรีลังกา และ เกิดคลื่นยักษ์สูง 6-7 เมตร กวาดต้อนคนลงทะเล ตายนับหมื่น เจ็บอีกร่วมแสน

คลื่นลูกยักษ์ได้โถมตัวเข้าฝั่งไทยจากทะเลอันดามันและกวาดนักประดาน้ำ และนักท่องเที่ยวที่กำลังอาบแดดอยู่ในชายหาดหลายแห่ง เช่น หาดสุรินทร์ หาดกมลา หาดป่าตอง
หาดกะรน หาดกะตะ สร้างความเสียหายให้แก่โรงแรมหลายแห่ง โดยเฉพาะชั้นใต้ดินที่จมอยู่ในกระแสน้ำ และคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตในชั้นใต้ดินเป็นจำนวนมาก

สนามบินภูเก็ตต้องถูกสั่งปิดโดยไม่มีกำหนด เพราะเกิดน้ำท่วมและดินโคลนไหลท่วมรันเวย์ของสนามบิน ด้านพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้รีบบินได้ดูที่เกิดเหตุ

ส่วนนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.สาธารณสุข ได้สั่งการระดมทีมแพทย์ พยาบาล แพทย์ดมยา ทีมผ่าตัด ทีมกู้ชีพพร้อมรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวนกว่า 100 ทีม จากจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่
รวมทั้งจากจังหวัดใกล้เคียงได้แก่สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง ลงไปช่วยเหลือประชาชนนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุนี้เป็นการด่วน

ส่วนศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ 149 กม. นอกชายฝั่งด้านทิศใต้ของเกาสุมาตรา ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดเป็นลำดับที่ 5 ของแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในโลก นับตั้งแต่ปีค.ศ.1900 หรือ พ.ศ.2453 เป็นต้นมา

โดยแผ่นดินไหวครั้งที่รุนแรงที่สุดนั้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2503 แรงสั่นสะเทือน 9.5 ริคเตอร์ ที่ประเทศชิลี นอกจากนั้นก็ยังมีแผ่นดินไหวที่เมืองปรินซ์ วิลเลียม ซาวน์ รัฐอลาสก้า เมื่อปี 2507 แรงสั่นสะเทือน 9.2 ริคเตอร์ ถือว่าเป็นลำดับที่ 2

ส่วนลำดับที่ 3 แผ่นดินไหว 9.1 ริคเตอร์ ที่หมู่เกาะแอนเดรียนอฟ รัฐอลาสก้าเมื่อปี 2500 ลำดับที่ 4 แผ่นดินไหว 9.0 ริคเตอร์ บนคาบสมุทรคัมชัตกาแถบภาคตะวันออกไกลของประเทศรัสเซียเมื่อปี 2495

ลำดับที่ 6 แผ่นดินไหว 8.8 ริคเตอร์ ที่ประเทศเอกวาดอร์เมื่อปี 2449 ลำดับที่ 7 แผ่นดินไหว 8.7 ริคเตอร์ รัฐอลาสก้า เมื่อปี 2508 ลำดับที่ 8 แผ่นดินไหว 8.5 ริคเตอร์ คาบสมุทรคัมชัตกา รัสเซีย เมื่อปี 2466

ลำดับที่ 9 แผ่นดินไหว 8.5 ริคเตอร์ ประเทศอินโดนีเซียเมื่อปี 2481 และ ลำดับที่ 10 แผ่นดินไหว 8.5 ริคเตอร์ หมู่เกาะคูริล เมื่อปี 2506ซ้ำรอยหนึ่งปีที่อิหร่าน

สำหรับอดีตที่ผ่านมานั้น เคยเกิดคลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่งด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศปาปัวนิวกินี เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2541 เป็นคลื่นยักษ์ถึง 3 ลูกด้วยกันที่พัดถล่ม ยังผลให้มีผู้เสียชีวิตไปถึง 2,500 ศพ

นอกจากนั้นในวันที่ 26 ธ.ค.2546 ก็เคยเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 6.5 ริคเตอร์ ในเมืองบามทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอิหร่าน คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 41,000 ศพเช่นกัน
ยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
ข้อมูล: 19 ม.ค. 02.00 pm EST
จังหวัด เสียชีวิต บาดเจ็บ สูญหาย
พังงา 4,177 5,597 2,001
กระบี่ 687 1,376 827
ภูเก็ต 260 1,111 657
ระนอง 170 246 12
สตูล 6 15 0
ตรัง 5 112 1
ไม่ทราบ 8 0 0
รวม 5,313 8,457 3,498
ข้อมูล: 19 ม.ค. 02.00 pm EST
ประเทศ เสียชีวิตแล้ว สูญหาย
Indonesia 166,320 6,245
Sri Lanka 29,854 6,007
India 10,749 5,640
Thailand 5,313 3,396
Somalia 150 0
Maldives 82 26
Malaysia 68 6
Myanmar 59 0
Tanzania 10 0
Bangladesh 2 0
Kenya 1 0
Seychelles 3 0
รวม 212,611 21,32


ตะลุมพุก

เมื่อวันที่ 25-26 ตุลาคม พ.ศ.2505 ได้เกิดมหาวาตภัยขึ้น ในภาคใต้ของประเทศไทย โดยที่แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
มีการสูญเสียอย่างหนักกว่าที่ใด คลื่นใหญ่มหึมาม้วนตัวจากทะเลขึ้นบนบก กวาดสรรพสิ่งที่กีดขวาง ไม่ว่าจะเป็นเรือแพที่จอดอยู่ หรือบ้านเรือนริมทะเล ต้นไม้ ชีวิตคน สัตว์เลี้ยง
ล้วนถูกคลื่นยักษ์ม้วนหายลงไปในทะเล โดยไม่มีโอกาสได้รู้ตัวล่วงหน้า ที่อยู่ห่างชายฝั่งลึกเข้าไปในแผ่นดิน ก็ถูกพายุโถมกระหน่ำโครมเดียว ปลิวว่อนบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน

คลื่นยักษ์กวาดบ้านเรือนและราษฎร ลงไปในทะเลเกือบทั้งตำบล เรียกว่าวาตภัยในครั้งนี้ มีความร้ายแรงที่สุด ในรอบศตวรรษเลยทีเดียว ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชที่มีอายุ 70-80 ปี บอกว่า เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็น ความร้ายแรงของธรรมชาติ และเคยเห็นความเสียหายอย่างมากครั้งนี้เอง
จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในสภาพเหมือนถูกปล่อยเกาะ เส้นทางที่จะติดต่อกับจังหวัดอื่น ถูกทำลายพินาศหมด ทั่วทุกหัวระแหงในจังหวัด อยู่ในสภาพขาดแคลนทั้งเสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย อาหาร ยารักษาโรค ไฟฟ้าในจังหวัดก็ดับหมด
9 จังหวัดในภาคใต้ ได้รับความเสียหายอย่างมาก สถานที่ราชการ อาคารบ้านเรือน โรงเรียน วัด ถูกพายุพัดพังระเนระนาด การไฟฟ้าและสถานีวิทยุตำรวจเสียหายหนัก ไม่สามารถติดต่อกันได้ เรือที่ออกทะเลเสียหายมากมาย
ต้นยาง ต้นมะพร้าว และต้นไม้อื่นๆ ล้มพินาศมหาศาล สวนยางนับแสนๆ ต้นโค่นล้มขวางเป็นสิบๆ กิโลเมตร หลายร้อยคนหาทางออกไม่ได้ คนภายนอกจะเข้าไปช่วยเหลือก็ไม่ได้ การช่วยเหลือต้องส่งเครื่องบินไปทิ้งอาหารให้
กองทัพเรือออกปฏิบัติการ ช่วยเหลือค้นหาเรือประมง ในหลายจังหวัดทางภาคใต้ ที่สูญหายไปเป็นจำนวนมาก และได้ค้นพบศพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในทะเลและบนบก
รองอธิบดีกรมตำรวจสั่งการไปยังหน่วยบิน และหน่วยปฏิบัติการใต้น้ำ แห่งกองบังคับการตำรวจน้ำ ออกค้นหา แต่ต้องเผชิญกับอุปสรรคคลื่นลมพายุ จนหมดความสามารถ ที่จะค้นหาผู้รอดชีวิตในทะเลได้
การรถไฟแห่งประเทศไทย ประกาศงดเดินขบวนรถด่วนสายใต้ เพราะภูเขาดินพังทลาย ทับรางระหว่างสถานีช่องเขา กับสถานีร่อนพิบูลย์ ในทะเลศพเริ่มลอยเกลื่อน ไม่เหลือผู้รอดชีวิตให้ช่วยเหลือ
จากเครื่องบินหรือเรือรบเลย และผู้ที่เหลือรอด เผชิญกับปัญหาความอดอยาก และพบซากเรือแตกทั่วท้องทะเล จังหวัดนครศรีธรรมราชเวลากลางคืน มืดทึบไปหมดทั้งเมือง เพราะไฟฟ้าใช้การไม่ได้
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ปราศรัยถึงผู้ประสบวาตภัยว่า รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง คนไทยทั้งชาติ รวมทั้งต่างชาติ อาทิ อังกฤษ, อิตาลี, เวียดนาม, สวีเดน, สหรัฐ ฯลฯ ตกตะลึงต่อข่าวมหาวิปโยค ต่างก็เข้ามาช่วยเหลือ และบริจาคให้กับผู้ประสบภัย ที่รอดชีวิตในครั้งนั้น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ด้วยความโทมนัสพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วิทยุ อ.ส.พระราชวังดุสิต กระจายข่าวอย่างละเอียด
เชิญชวนให้ประชาชน ร่วมบริจาคกับในหลวง รวบรวมสิ่งของ เครื่องใช้ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และเงินตามศรัทธา
เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยดังกล่าว เพียงเวลาไม่นานนัก ประชาชนที่รับฟังข่าวจากวิทยุ อ.ส.พระราชวังดุสิต ต่างก็หอบหิ้วสิ่งของ ตามที่มีอยู่และซื้อหามาได้ ทั้งถุงข้าว เสื้อผ้า จอบ เสียม หม้อ กระทะ เข้าสู่พระราชตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นทิวแถว ได้ข้าวของมากมายกองเต็มไปหมด
ทรงพระราชกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ร.ส.พ. รถไฟ เครื่องบินของกองทัพอากาศ เรือของกองทัพเรือ รถยนต์ของหน่วยราชการ ทั้งหมดที่มีที่ช่วยได้ ก็ระดมกันมาช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายเป็นการด่วน
และเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้เกิด มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้พระราชทานเงินบริจาค ให้นำไปบรรเทาทุกข์อย่างทั่วถึง แล้วยังมีเงินเหลืออยู่
จึงทรงพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ ขอจดทะเบียนตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2506 โดยได้พระราชทานเงินจำนวน 3 ล้านบาท ให้เป็นทุนประเดิม ของมูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที
มีการบริจาคเงิน ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยอย่างคึกคัก ทั้งทางสถานีวิทยุ และสภากาชาดไทย
สรุปยอดความเสียหาย ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ จากเหตุการณ์แหลมตะลุมพุก พ.ศ. 2505
* เสียชีวิต 911 คน
* สูญหาย 142 คน
* บาดเจ็บสาหัส 252 คน
* ไม่มีที่อยู่อาศัย 10,314 คน
* บ้านเสียหาย 42,409 หลังคาเรือน
* โรงเรียน 435 หลัง
รวมมูลค่าความเสียหาย 377 ล้านบาท
เกร็ดจากเหตุการณ์ "ตะลุมพุก"
* ตำบลตะลุมพุก ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 18 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 29.14 ตารางกิโลเมตร หรือ 10,212.50 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไป เป็นที่ราบชายฝั่งทะเล
สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1-5 เมตร สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ ใช้ประโยชน์ในการปลูกมะพร้าว และเลี้ยงกุ้งกุลาดำ
ตำบลแหลมตะลุมพุก อันเป็นแหลม ที่ยื่นออกไปในทะเลอย่างโดดเดี่ยว ปราศจากภูเขาบัง และเป็นเส้นทางที่พายุโซนร้อน พาดผ่านไปพอดี
* มหาวาตภัยครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งเกิดจากพายุโซนร้อนที่ชื่อ แฮเรียต พัดผ่านเข้ามาทางตอนใต้ของไทย นำความเสียหายให้แก่ จ.นครศรีธรรมราชมากที่สุด
รวมทั้งจังหวัดอื่นๆ ที่ใกล้เคียงอีก 12 จังหวัด เครื่องมือสื่อสารถูกทำลายหมด ทางรถไฟขาด น้ำท่วมทาง เพราะพายุพัดแรงจัด ข่าวต่างๆ กว่าจะเข้าถึงกรุงเทพฯ ได้ ต้องใช้เวลาถึง 2 วัน
* 24 ตุลาคม 2505 วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ออกประกาศว่า ได้เกิดพายุโซนร้อน อยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 200 กิโลเมตร มีความเร็วลม 180-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
อยู่นอกฝั่งของจังหวัดสงขลา ประกาศเตือนให้ประชาชนระวัง เพราะพายุนี้จะขึ้นฝั่ง ประมาณวันที่ 25 ตุลาคม 2505
* นายแจ้ง ฤทธิเดช นายอำเภอปากพนังในเวลานั้น พูดถึงความไม่รู้จักคำว่า "พายุโซนร้อน" ของประชาชนว่า "ประชาชน ฟังประกาศ ของกรมอุตุนิยมไม่รู้เรื่อง การที่ราษฎรชาว จ.นครฯ ต้องสูญเสียอย่างมากมายครั้งนั้น เพราะเป็นเส้นทางของพายุ ผ่านตลอดทั้งจังหวัด
วิทยุประกาศพวกเขาก็รู้แต่ฟังไม่เข้าใจ ถ้าใช้คำชาวบ้านเตือนกันก็จะเข้าใจมากกว่า พวกเขาจะได้รู้ว่า พายุเหล่านั้นมีความร้ายแรงแค่ไหน..."
* คำสารภาพของทางราชการ "ทางราชการไม่รู้ว่า จะบอกให้ราษฎรรู้ตัวก่อน เพื่อป้องกันพายุได้อย่างไร เพราะไม่รู้แน่ว่า พายุจะมาหรือไม่ ถ้าพายุไม่มาจริง ราษฎรก็จะสวดเอา
ถ้ามาจริง ก็ไม่รู้ว่าจะให้อพยพไปอยู่ที่ไหน เรื่องนี้เป็นเรื่องของเคราะห์กรรม ทางราชการก็ไม่รู้ว่า จะช่วยให้ความเสียหาย เบาบางลงได้อย่างไร"
* สภาพแหลมตะลุมพุกหลังพายุนั้น ไม่มีบ้านเรือนราษฎรเหลืออยู่เลย ศพลอยเกลื่อนน้ำมากมาย แทบจะหาผืนดินฝังศพไม่ได้ หลุมศพ 1 หลุ่มต้องฝังศพประมาณ 6-7 ศพ
โดยมีการฝังรวมกัน ที่ปลายแหลมชั่วระยะหนึ่ง ก่อนจะขุดศพเหล่านั้น ขึ้นมาทำพิธีทางศาสนาอีกครั้งในภายหลัง
* ชาวบ้านเล่าถึงสภาพหมู่บ้านหมู่ที่ 4 ของแหลมตะลุมพุก ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ปลายแหลมสุดว่า ที่หมู่บ้านนี้ถูกคลื่นกวาดลงทะเลทางด้านอ่าวไทย เรียบไม่มีเหลือ ที่บ้านนี้มีบ้านประมาณ 40 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่เป็นบ้านที่ไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าใดนัก
ดังนั้นผู้คนส่วนมาก จึงมารวมกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน สง่า วงศ์เจียสัจ ซึ่งเป็นบ้านที่แข็งแรง กว่าทุกบ้านในหมู่บ้านนี้ แต่แล้วพอคลื่นมาระลอกแรก ก็ซัดเอาบ้านทั้งหลัง และชาวบ้านที่มารวมตัวกันกว่า 200 คน หายไปในพริบตา สุดท้ายหมู่บ้านแห่งนี้ ก็เหลือผู้รอดชีวิตเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น
* เรือ "บ้านดอน" ที่มีระวางขับน้ำ 245 ตัน ราคา 3 ล้านบาท ของบริษัทเดินเรือไทย ซึ่งอับปางลง โดยมีลูกเรือคือ นายปาน สมรรถ กับ นายโมห์ วาฮับ ลอยคอเกาะเศษไม้อยู่ในทะเลถึง 4 วัน จนได้รับความช่วยเหลือ จากชาวประมงมลายูที่กัวลาลัมเปอร์
* นายแพทย์สง่า รามณรงค์ กลายเป็นนายแพทย์ตัวอย่าง ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ด้วยการรับรักษาผู้บาดเจ็บ ในสถานพยาบาลส่วนตัวของตนเอง โดยไม่คิดค่ารักษาแต่อย่างใด ซึ่งคนไข้โดยส่วนใหญ่ เป็นคนจากตะลุมพุก จนได้รับคำยกย่องว่าเป็น "หมอใจพระ"
อีกครั้งกับพายุไต้ฝุ่น"เกย์" ถล่มใต้
นับจากพายุโซนร้อน "แฮเรียต" พัดถล่มแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ไปในปี 2505 มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 1,000 คน ภาคใต้ก็ไม่เคยพานพบกับพายุรุนแรงอีกเลย ส่วนใหญ่จะลดระดับลงเป็นดีเปรสชั่นเสียก่อน

27 ปีถัดมา พายุไต้ฝุ่น "เกย์" สร้างประวัติศาสตร์ไต้ฝุ่นลูกแรกที่รุนแรงที่สุดในรอบ 35 ปี พัดผ่านอ่าวไทยเข้าสู่ภาคใต้ตอนบนด้วยความเร็วลม 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเวลา 08.30 น.
ของวันที่ 4 พฤศจิกายน 2532 เข้าถล่ม อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ อ.บางสะพานน้อย อ.บางสะพานใหญ่ นานหนึ่งชั่วโมง ก่อนเคลื่อนตัวลงมาที่ อ.ท่าแซะ และ อ.ประทิว จ.ชุมพร
ลมพายุ ลมฝน และเศษฝุ่น กระหน่ำใส่พื้นที่ฝั่งตะวันออกของ 2 จังหวัดอย่างรุนแรงนาน 4 ชั่วโมง ส่วนความเร็วลมบวกกับความแรงของพายุทำให้เกิดคลื่นสูงในทะเลประมาณ 5-10 เมตร
เมื่อซัดเข้าฝั่งสูงประมาณ 1-5 เมตร ทะลักเข้าท่วมตัวเมืองบางส่วน ที่ อ.บางสะพานน้อย และ อ.บางสะพานใหญ่ บ้านเรือนประมาณ 100 หลังพังยับเยิน ถนนและสะพานหลาย 10 แห่งใช้การไม่ได้
หลังจากพายุสงบลง อ.ประทิว และ อ.ท่าแซะ กลายเป็นจุดที่วิกฤตที่สุด ที่ทำการอำเภอ บ้านเรือน สถานที่ราชการ โรงพยาบาล เรือกสวนไร่นา และอื่นๆ ถูกพายุถล่มราบเป็นหน้ากลอง

นับเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ของภาคใต้ มียอดผู้เสียชีวิต 446 คน บาดเจ็บประมาณ 154 คน บ้านเรือนเสียหายกว่า 38,002 หลัง ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 153,472 คน เรือล่ม 391 ลำ ถ
นนเสียหาย 579 สาย สะพาน 131 แห่ง ทำนบและฝาย 49 แห่ง โรงเรียนพัง 160 หลัง วัด 93 แห่ง มัสยิด 6 แห่ง พื้นที่การเกษตร 80,900,105 ไร่ สัตว์เลี้ยงตาย 83,490 ตัว ประเมินค่าเสียหายทั้งหมด 11,257,265,265 บาท
พายุไต้ฝุ่น "เกย์" จึงถูกจัดเข้าในสารบบภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของไทย
เหตุสลดที่บ้านน้ำก้อ...
"ในค่ำคืนหนึ่งที่ฝนตกลงมาโปรยปราย ในความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัว ขณะที่ผู้ไม่รู้ชะตากรรมของตนเอง หลับใหลกันอยู่อย่างสงบเงียบ มัจจุราชจากภูผาในความมืดมิด ได้เข้าจู่โจม นำพาน้ำโคลน
ท่อนซุง ผสานความโหดเหี้ยมแห่งธรรมชาติ ซึ่งซึมซับจากจิตใจอันละโมบของมนุษย์ ที่ได้กระทำกับมันไว้ ทะลักทะลวง สู่เบื้องหน้าลงไปยังพื้นเบื้องล่างที่ต่ำกว่า สู่หมู่บ้านที่มีชื่อว่า"น้ำก้อ" อย่างรวดเร็ว

พร้อมเสียงกึกก้องปานฟ้าถล่ม มันเป็นเสียงแห่งพิพากษาจากพระเจ้าต่อคนนับร้อยที่จะต้องเผชิญกับวาระสุด ท้ายของชีวิต เพียงเสี้ยวนาที เสียงปืนจากผู้ปกครองหมู่บ้านก็ดังตามขึ้นมาอีกหลายนัด เป็นสัญญาณเตือน ให้รู้ถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า

แต่นั่น...อาจจะสายเกินไป สำหรับบางคน บางสิ่ง ที่จะถูกกลืนกินลงสู่ ห้วงแห่งมฤตยู ห้วงแห่งความตายที่บ้าคลั่ง ห้วงแห่งบาปที่ตนมิได้ก่อไว้ ผู้คนพากันแตกตื่น โกลาหลอลหม่าน เมื่อน้ำได้ทะลักเข้ามาสู่ที่ๆตนเคยหลับใหลอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ท่อนซุงโหมเข้ามาปะทะตัวบ้านอย่างบ้าคลั่ง หลายชีวิตลอยคออยู่กลางทะเลแห่งความตาย บ้างก็เกาะท่อนซุง บ้างก็ตะเกียกตะกายเพื่อหนีความตายที่รออยู่ตรงหน้า เสียงกรีดร้อง เสียงสบถสาปแช่ง เสียงร้องขอชีวิตจากเบื้องบน ของผู้ที่หมดหวัง ผู้ที่รู้ตัวว่ากำลังจะตาย ผู้ที่ใกล้ตาย และผู้ที่กำลังจะตาย ดังระงมไปทั่ว

เคล้ากับเสียงร่ำไห้ของผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งบ้างก็เกาะอยู่บนต้นไม้ บ้างก็อยู่บนหลังคาบ้าน ที่ต่างก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ รอความตาย รอการมีชีวิตอยู่ต่อไป.........จนกระทั่งเหตุการณ์สงบลงในเช้าที่สายฝนยัง คงตกโปรยปราย ซึ่งไหลลงประสมกับน้ำตา....น้ำตาของผู้รอดชีวิต"
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในบ้านเราเท่านั้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเองหรือว่าเป้นน้ำมือของมนุษย์ เมื่อดูจากอำนาจการทำลายล้างแล้ว ล้วนแต่เพิ่มกำลังเป็นทวีคูณทั้งสิ้น
ถึงตอนนี้คงไม่ต้องมามัวรีรออะไรอีกแล้ว ควรจะหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันให้มากขึ้น หากยังปล่อยปะละเลยอยู่ ในไม่ช้าเหตุการณ์ดังกล่าวก็คงกลับย้อนกลับมาอีกครั้งเป็นแน่
Hanoiii
ข้อมูลจาก
namkoa
http://www.geocities.com/namkoa/
สึนามิ
http://www.thainewyork.com
http://medinfo2.psu.ac.th/gallery/thumbnails.php?album=23
ตะลุมพุก http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/newmovie/taloompuk/taloompuk.html
ไต้ฝุ่นเกย์
http://www.yenta4.com/webboard/viewtopic.php?cate_id=64&post_id=284866
โดย :
pOtAtoCheEsecAke
อีเมล์ :
วันที่ : 2008-05-07 17:05:19
Tags :
นาร์กิส
ธรรมชาติ
พิโรธ
ถล่ม
พม่า
![]() |
| ความคิดเห็นที่ 31 | |
โดย :
สุรชา
วันที่ :2008-05-14 21:54:20 IP :125.24.25.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 30 | |
โดย :
สุรชา
วันที่ :2008-05-14 21:51:01 IP :125.24.25.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 29 | |
โดย :
jaydy
วันที่ :2008-05-14 21:28:23 IP :124.121.76.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 28 | |
โดย :
ปอป้อ
วันที่ :2008-05-14 16:08:53 IP :58.8.20.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 27 | |
โดย :
วายุ
วันที่ :2008-05-14 15:09:23 IP :119.42.64.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 26 | |
โดย :
เจ๊กว่างงาน
วันที่ :2008-05-14 14:53:55 IP :192.168.1.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 25 | |
โดย :
พระเจ้าอวยพร
วันที่ :2008-05-14 13:26:01 IP :125.24.141.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 24 | |
โดย :
kiki
วันที่ :2008-05-14 10:17:21 IP :124.157.203.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 23 | |
โดย :
เตยเต้ย
วันที่ :2008-05-14 01:19:17 IP :61.91.84.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 22 | |
โดย :
nongnoi
วันที่ :2008-05-13 20:29:49 IP :202.149.25.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 21 | |
โดย :
วันที่แสนดี
วันที่ :2008-05-13 11:14:02 IP :222.123.244.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 20 | |
โดย :
kunoriwchin
วันที่ :2008-05-13 03:37:26 IP :82.201.236.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 18 | |
โดย :
กุเซง
วันที่ :2008-05-12 18:18:22 IP :192.168.1.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 17 | |
โดย :
นู๋...ใหม่
วันที่ :2008-05-12 17:19:51 IP :118.172.68.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 16 | |
โดย :
111
วันที่ :2008-05-12 17:07:35 IP :124.122.210.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 15 | |
โดย :
0
วันที่ :2008-05-12 16:39:22 IP :203.156.36.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 14 | |
โดย :
ออ
วันที่ :2008-05-12 15:53:56 IP :118.174.84.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 13 | |
โดย :
หดหู่
วันที่ :2008-05-12 11:11:43 IP :202.12.73.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 12 | |
โดย :
ตาล
วันที่ :2008-05-12 10:32:56 IP :125.24.80.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 10 | |
โดย :
- -
วันที่ :2008-05-11 23:18:04 IP :65.100.75.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 9 | |
โดย :
กก
วันที่ :2008-05-11 16:23:36 IP :61.7.179.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 8 | |
โดย :
sicyozaa
วันที่ :2008-05-11 03:51:28 IP :61.7.171.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 7 | |
โดย :
ดีคับ
วันที่ :2008-05-10 23:29:22 IP :125.24.238.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 5 | |
โดย :
yaSo O hung
วันที่ :2008-05-10 13:52:30 IP :124.120.64.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 4 | |
โดย :
ทอแสง
วันที่ :2008-05-10 13:27:48 IP :192.168.0.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 3 | |
โดย :
บางแสนที่รัก
วันที่ :2008-05-10 13:20:59 IP :117.47.223.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 2 | |
โดย :
พระเจ้ามีตา
วันที่ :2008-05-10 00:58:06 IP :218.254.241.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 1 | |
โดย :
อบเชย
วันที่ :2008-05-07 18:41:42 IP :117.47.169.xx |
|
| เว็บเพื่อนบ้าน : | YenTa4 | GossipStar | ThaiSecondhand | เอ็มไทยเมล์ | Tarad | มูลนิธิ ดร.พิชนี โพธารามิก | Fwdder | Wedding Gift | TLC Center |
| เว็บผู้สนับสนุน : | วัน-ทู-คอล! | Net Design | IT Education | Samsung MP3 Player | koh chang | web hosting |
| mthai service : | blog | video | album | club | picpost | forums | sticker | email | chat | pal | e-card | memory | hotsite |
| ข้อความทีท่านได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ |
|
copyright ® MThA!.com all right reserved all comments are welcome at webmaster@mthai.com |
|