home   |   blog   |   video   |   album   |   club   |   picpost   |   sticker   |   email   |   chat   |   e-card   |   memory   |  
เรื่องที่คุณเข้าใจผิด จากอาหารเสริมสุขภาพ -=Byหมอแมว=-

ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าขึ้น เหล่านี้จริงๆน่าจะทำให้คนเราถูกหลอกน้อยลง แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วผมเข้าใจว่าเรื่องความเชื่อเหล่านี้เป็นเรื่องของจิตใจที่ยากที่จะแก้ไข
อาหารเสริมสุขภาพ เป็นสิ่งที่บูมขึ้นมาเป็นระยะๆ ยิ่งในระยะหลัง มีการโฆษณาชวนเชื่อกล่าวอ้างทางวิทยาศาสตร์มากมายเพื่อผลทางการค้า จนกระทั่งปัจจุบันในหลายๆประเทศกำหนดไว้เลยว่าต้องระบุให้ชัดเจนว่าสิ่งนี้เป็น"อาหาร" ไม่ใช่ "ยารักษาโรค"
ด้วยราคาที่แพง ดังนั้นก่อนจะซื้อผมจึงคิดว่าลองรับทราบรายละเอียดบางอย่างเอาไว้ก่อนดีกว่าครับ จะได้รู้ว่าซื้อไปแล้วคุ้มกันกับสิ่งที่คาดหวังหรือไม่


1. มันเป็นสารที่อยู่ในส่วนที่เราจะบำรุง ก็เลยต้องกิน
ฟังดูแล้วอาจจะงง ดังนั้นผมยกตัวอย่างของโบราณดีกว่า ....
เคยได้ยินใช่ไหมครับเรื่องยาสมุนไพรบำรุงที่ได้จากสัตว์ เช่น อยากให้ปึ๋งปั๋ง ก็ต้องกินกระจู๋เสือ นอแรด ปวดข้อ ก็ต้องเอาน้ำมันเลียงผา กินดีเสือดีหมีแล้วจะเก่งกล้า
คนโบราณกินจู๋สัตว์ นอแรด เพื่อให้อวัยวะเพศชายแข็งมีกำลัง เพราะเชื่อจากลักษณะของสิ่งที่กิน ที่ชูชันตั้งตระหง่าน Note : เสือใช้เวลาผสมพันธุ์3นาที
น้ำมันเลียงผา ก็เชื่อจากการที่เลียงผาอยู่ตามภูเขา เลยคิดกันไปว่าเวลามันตกเขาขาหัก มันสามารถสมานกระดูกได้ Note : เคยเห็นเลียงผาตัวจริงไหมครับ
ดีเสือ ดีหมี เชื่อกันว่าคนที่กินจะมีความเก่งกาจ Note : จะกินให้ได้สรรพคุณต้องกินสดๆ คนสมัยก่อนที่กล้าไปล่าสัตว์พวกนี้แบบมีแต่ดาบแหลนธนู ก็ต้องมีความกล้าตั้งแต่ก่อนไปกินแล้ว
ของเหล่านั้นเป็นความเชื่อโบราณ ปัจจุบันคงหาคนเชื่อได้น้อยลงหน่อย ... เพราะเราหันไปเชื่ออาหารเสริมเหล่านี้
กินคอลลาเจนแล้วจะทำให้ผิวสวย เพราะคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อ , กินแคลเซี่ยมมากๆ กระดูกจะแข็งแรงเพราะกระดูกประกอบจากแคลเซี่ยม , กินคลอโรฟิลล์แล้วเลือดลมจะไหลเวียนดีเพราะว่าคลอโรฟิลล์มีส่วนประกอบโครงสร้างเหมือนฮีโมโกลบินสารจับออกซิเจนในเม็ดเลือด
..... สังเกตสิครับ เหตุผลไม่ต่างจากสมุนไพรจากสัตว์ที่ผมกล่าวไปเลย ... คือ กินเพราะเหตุว่าคุณสมบัติเข้ากันกับอวัยวะที่เราต้องการให้มันดีขึ้น .... ทีนี้เรามาลุยกันทีละข้อ
- คอลลาเจน
ในบรรดาคนที่รักสวยรักงาม จะเคยได้ยินเจ้าสารตัวนี้ว่ามันเป็นส่วนประกอบของผิวหนัง ... บางคนก็คิดว่าการจะมีผิวเนียนนุ่มต้องมีเจ้าคอลลาเจนมากๆ
ที่จริงแล้วกลับกันนิดหน่อยครับ จริงๆเจ้าสารคอลลาเจนนี้ก็เป็นเส้นใยโปรตีนที่ถูกสร้างขึ้นในผิวหนังจริง และมีส่วนเรื่องความยืดหยุ่นจริง ... หากแต่ว่าถ้ามีมันมากๆจะทำให้ผิวนั้นแข็งครับ ไม่ใช่ยืดหยุ่น ... ความยืดหยุ่นของผิวนั้นเกิดจากเส้นใยอิลาสติกเสียมากกว่าคอลลาเจน ... ชนิดของผิวหนังที่จะพบคอลลาเจนได้มากๆก็คือส่วนที่เป็นแผลเป็น ส่วนผิวที่เนียนนุ่มจะมีสัดส่วนคอลลาเจนน้อยกว่า
อีกข้อนึง คอลลาเจนเป็นเส้นใยโปรตีน เวลาเรากินเข้าไปทางปาก มันก็จะเจอน้ำย่อยกลายเป็นกรดอะมิโน .... ไม่เหลือสภาพคอลลาเจนไว้อีกเลย
เทียบกันแล้ว ถ้าจะกินคอลลาเจนเพื่อบำรุงผิว กินไข่ไก่อาจจะคุ้มราคากว่าครับ
- คลอโรฟิลล์
รายงานทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้ระบุไว้ว่าคลอโรฟิลล์เป็นสารที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกันกับฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นสารที่ทำหน้าที่จับกับออกซิเจนแล้วขนส่งไปสู่ส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งในโฆษณาหลายชิ้นจะชี้ชวนว่าการกินคลอโรฟิลล์นี้จะช่วยในการขนส่งออกซิเจนได้
ความจริงแล้วเจ้าคลอโรฟิลล์นี้มันไม่สามารถดูดซึมได้ครับ กินไปแล้วก็อยู่ในลำไส้ ไม่โดนย่อยออกมา และต่อให้ดูดซึมได้ ความที่รูปร่างคล้ายกันก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำหน้าที่ได้เหมือนกันแต่อย่างใด ... สรุปแล้วกินเข้าไปก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยร่างกายในการขนส่งออกซิเจนได้แต่อย่างใด
- แคลเซี่ยม
ตามความรู้ที่เราทราบกัน กระดูกนั้นมีส่วนประกอบส่วนใหญ่เลยทีเดียวที่เกิดจากแคลเซี่ยม ทำให้มีความเข้าใจว่าถ้าจะต้องการให้กระดูกแข็งแรงก็ต้องกินแคลเซี่ยม ดังนั้นอาหารหลากหลายชนิดต่างก็มีการโฆษณาว่ามีการเสริมแคลเซี่ยมเพื่อเป็นจุดขาย
แต่แคลเซี่ยมนั้นไม่ใช่คำตอบที่สุดนะครับ เพราะกระบวนการสร้างเสริมกระดูกนั้นไม่ใช่แค่การอัดแคลเซี่ยมเข้าไป หากแต่ต้องประกอบไปด้วยการนำเอาแคลเซี่ยมที่ดูดซึมจากลำไส้ไปได้นั้นไปสร้างด้วย ซึ่งในขั้นตอนการดูดซึมแล้วนำไปสร้าง ต้องอาศัยวิตามินD(ที่ได้จากการถูกแสงแดด) และยังต้องอาศัยการใช้งานด้วย ... หากมีแคลเซี่ยมแล้วไม่ได้ออกกำลังไม่ได้ใช้งานเลย ร่างกายก็จะเห็นว่ากระดูกในส่วนนั้นไม่จำเป็นต้องแข็งแรงมากก็ได้ ... ในทางกลับกัน หากมีการใช้งานอย่างสม่ำเสมอเช่นต้องวิ่งต้องเดินบ่อยๆ ร่างกายก็จะมองว่ามีความจำเป็นที่กระดูกต้องแข็งแรงแล้วนำเอาแคลเซี่ยมไปสร้างเสริมความแข็งแรงต่อไป
ดังนั้นบางครั้งกินเข้าไปมากๆ ถ้าไม่ออกกำลังและไม่ออกแดด กระดูกก็ไม่แข็งแรงครับ

2. เวลาเป็นโรคขาดสารไหน ก็กินสารนั้นเอาไว้ก่อน
ในสมัยนึง นักวิจัยตะวันตกเสนอแนวคิดใหม่ออกมา กล่าวคือ เวลาคนเราป่วยจะเกิดความไม่สมดุลของสารต่างๆในร่างกายขึ้น ดังนั้นหากสามารถดูได้ว่าในร่างกายเวลาป่วยเป็นโรคใดโรคหนึ่งแล้วเกิดมีสารใดผิดปกติ ก็หาทางทำให้มันปกติซะ ร่างกายก็น่าจะกลับมาเป็นปกติ
หากมีสารใดมากขึ้นกว่าปกติ ก็จัดการทำให้มันลดลง เป็นแนวคิดของการขับสารพิษ หรือ Detox
หากมีสารใดต่ำกว่าปกติ ก็จัดการเพิ่มเติมมันเข้าไป เป็นแนวคิดของการเสริมอาหาร
- โคเอนไซม์ Q 10
สารตัวนี้เป็นสารที่ค้นพบเมื่อ50ปีก่อน โดยพบครั้งแรกในกล้ามเนื้อวัว ... หลังจากนั้นมีการค้นพบว่าเนื้อเยื่อที่ใช้พลังงานมากๆเช่น สมอง ไต หัวใจ กล้าม จะมีสารนี้เยอะ โดยพบว่าเจ้าสารตัวนี้จะมีส่วนในกระบวนการขนส่งพลังงานในระดับเซลล์และต่อมายังพบว่ามันมีส่วนเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนซ์
มีงานวิจัยที่พบว่าในกล้ามเนื้อหัวใจของคนที่เป็นโรคหัวใจวาย จะมีสารตัวนี้ลดต่ำลง ... ซึ่งในช่วงราวยี่สิบปีที่ผ่านมา มีความพยายามนำสารตัวนี้มาใช้ในการรักษาโรคหัวใจ และโรคอีกหลายโรค เช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ... จนมีช่วงที่บูมมากจนกระทั่งมีการเรียกชื่อ โคเอนไซม์Q10 ว่า วิตามินQ10
แต่ที่จริงแล้ว จนถึงปัจจุบัน เจ้าโคเอนไซม์Q10 ยังอยู่ในขั้นตอนของการทดลองวิจัย และผลที่ได้ยังไม่ชัดเจนพอที่จะเอาไปใช้รักษาโรคทั่วๆไปได้จริง
- วิตามินซี
ในแนวเดียวกันกับโคเอนไซม์ Q10 มีการทดลองที่พบว่าในคนที่เป็นหวัด จะมีวิตามินซีในกระแสเลือดต่ำลง ... ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะใช้วิตามินซีในการป้องกันหวัด มีการใช้วิตามินซีเป็นจุดขายในอาหารเสริมสุขภาพหลายตัว
แต่โดยสรุปแล้วจนถึงปัจจุบัน วิตามินซียังมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนอยู่ตัวเดียวคือ ใช้รักษาโรคลักปิดลักเปิดครับ ส่วนเรื่องหวัด ไม่พบว่าสามารถป้องกันได้อย่างชัดเจนแต่อย่างไร

3. เอาความรู้เก่าของเรามายำ
ตอนเด็กๆ พวกเราหลายๆคนจะได้เรียนเรื่องคุณสมบัติของยาหรืออาหารบางตัว ... ซึ่งบางครั้งก็ถูก บางครั้งก็ผิด บางครั้งถูกครึ่งเดียว ยกตัวอย่างเช่น
- วิตามินA
ตอนเด็กๆ หลายคนจะถูกสอนมาว่าวิตามินAนั้นบำรุงสายตา ทั้งที่จริงๆแล้ววิตามินA ช่วยป้องกันโรคกระจกตาลอกจากการขาดวิตามินA ... ส่วนคนที่เป็นสายตาสั้นสายตายาวสายตาเอียงตาเข กินเข้าไปอย่างไรก็ไม่ได้ช่วยอะไร
- เบตาแคโรทีน
เบตาแคโรทีน เป็นสารที่ถูกสอนกันว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีคนนำไปโยงว่าสามารถป้องกันมะเร็งได้ ทำให้บางคนไปซื้อมากินกัน .... ทั้งที่จริงๆแล้วยังไม่มีการค้นพบว่าจะลดมะเร็งได้จริง ซ้ำบางการทดลองยังพบว่าการได้เบตาแคโรทีนเข้าไปมากๆอาจจะเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งในผู้ที่สูบบุหรี่เสียด้วยซ้ำ ... เรียกว่าดีไม่ดีเสียเงินเพิ่มเพื่อเป็นมะเร็งเสียอีก
- สังกะสี
หลายคนทราบว่าการขาดสังกะสีสามารถทำให้เกิดโรคผมร่วงได้ ... จนบางคนเชื่อไปว่าถ้าผมร่วงให้กินสังกะสีเพื่อทำให้ผมกลับดก ... ซึ่งที่จริงแล้วโรคขาดสารสังกะสีจนผมร่วงไม่ได้พบกันบ่อยๆ และโรคผมร่วงมีสาเหตุจากเหตุอื่นๆมากมาย

ดังนั้นก่อนจะเสียเงินซื้อ ลองหาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาดูก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวนี้ของมันแพง เก็บเงินไว้ซื้อสิ่งที่ได้ประโยชน์จริงๆจะดีที่สุดครับ

ปล. ช่วงนี้กำลังเผางานครับ ยุ่งมากๆ


แฟชั่น อินเทรน ดารานางแบบ เรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิง

โดย : หมอแมว
อีเมล์ : mor_maew@yahoo.co.uk
วันที่ : 2008-02-28 23:41:20
Tags : อาหารเสริม    หมอแมว   


   



 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท

ความคิดเห็นที่ 130
Unicity จริงแท้แน่นอนคะ ถ้าไม่เชื่อไที่บริษัท เข้าไปฟังห้องล้างสมองเอ้ยไม่ใช่ ห้อง ป.1- ป.3คะ แล้วคุณจะรู้ว่าอาหารเสริมที่ดีจริงๆเป็นอย่างไร
โดย : ระษา     วันที่ :2008-08-13 20:57:50    IP :192.168.1.xx   
ความคิดเห็นที่ 129
อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับงานวิจัยเรื่องของคลอโรฟิลด์กับการดีท็อกซ์คะเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบก่อนใช้คะ
เห็นโฆษณาบอกว่าช่วยให้ผิวสวยคะ
โดย : yong     วันที่ :2008-06-12 23:03:10    IP :202.91.19.xx   
ความคิดเห็นที่ 128
ลองศึกษาดูดีๆก่อนก็ได้นะครับ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
http://www.ok-agel.com/index.php?code=torlo15
อาหารเสริมในรูปแบบเจล ทานง่าย พกพาสะดวก
ปล.บริษัทของเรามีแพทย์เป็นที่ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์หลายท่านเช่นกัน

อาหารเสริมก็มีข้อควรระวังในการใช้เช่นกัน ถ้าจะให้ดีควรปรึกษาผู้มีความรู้ก่อนใช้
โดย : tor     วันที่ :2008-05-18 14:01:24    IP :125.25.152.xx   
ความคิดเห็นที่ 127
หุ่นเพรียว สวย ใส กับสารอาหารอารมณ์ดี
ลดน้ำหนักลงอย่างถาวร 10-12 ก.ก.ภายใน 3 เดือน กับสารอาหารอารมณ์ดี
หุ่นเพรียว สวย ใส ไม่เสียสุขภาพจิตและร่างกายแข็งแรง ด้วยสมุนไพรธรรมชาติ
(ไม่ใช่ยาลดน้ำหนัก ไม่กดประสาท ไม่ปวดหัว ไม่หิวน้ำปากแห้ง) การันตีไม่มี โย่โย่เอ๊กเฟค
รับปรึกษาโภชนาการที่ดีฟรี
ติดต่อคุณหนู อารมณ์ดี - - > 086-696-4994
thaihealthcare@gmail.com

http://www.freewebs.com/dietniceguy/

โดย : คุณหนู อารมณ์ดี     วันที่ :2008-05-07 20:52:12    IP :125.24.207.xx   
ความคิดเห็นที่ 126
คุณหมอแมว คงยังไม่เข้าใจอาหารเสริมดีเท่าไหร่ และคงยังไม่เคยอ่านหนังสือเรื่อง หลอดเลือดแข็งตีบตันป้องกันได้และคงยังไม่รู้จักกับบริษัท unicityซึ่งเป็นอาหารเสริมกึ่งยาที่ออกฤทธิ์เหมือนยาโดยไม่มีผลข้างเคียงและที่สำคัญได้บรรจุในหนังสือPDRด้วยเจ๋งไหมยกตัวอย่างเช่น BIOSLIFEซึ่งสามารถลดระดับคลอเลสเตอรอล ลดระดับนำตาล มีหนังสืออ้างอิงมากมาย เช่นหนังสือของอ.นพ.เฉลียวหน้า206ในหนังสือชื่อ หลอดเลือดแข็ง ตีบตัน ป้องกันได้ ถ้าดครชอบที่จะรับประทานอาหารเสริมแบบนี้ติดต่อได้ที่ จุ๋ม 081-9756500
โดย : จุ๋ม     วันที่ :2008-04-05 16:37:12    IP :125.26.172.xx   
ความคิดเห็นที่ 125
คุณแม่หลังคลอดลดน้ำหนักอย่างไร......
คุณสนมสิริ
ดิฉันรู้จักโปรแกม Diet@home เนื่องจากเป็นคุณแม่หลังคลอดเคยมีน้ำหนักตัวถึง 80 กก.
ทำให้มีปัญหาสุขภาพตามมา คือ ความดันโลหิตสูง โลหิตจาง ปวดหลัง
ปวดหัวเข่า ปวดขา พยายามลดน้ำหนักมาทุกวิธี นานเป็นปี แต่ได้ผลน้อย
และทำให้ สุขภาพเสื่อมโทรมลง แต่พอเข้าโปรแกรม Diet@home
1 เดือนแรก ลดได้ 5 กก. 5 เดือน ลดได้ 27 กก.ปรับสัดส่วน สมส่วน
ทั้งตัว จากเสื้อผ้า Size XXL มาใส่ Size M ที่สำคัญน้ำหนักลดลง
แต่สุขภาพกลับดีขึ้นมาก ผิวพรรณสดใส ประทับใจจริงๆ คะ
ปัญหาเหล่านี้ป้องกันและแก้ใขได้ด้วย "โภชนาการบำบัด"
เราช่วยท่านได้ 100% ติดต่อเราได้ที่ 084-0720876
http://www.goodlookclub.com/imp/master/answer.html
ดูดี สุขภาพดี .com
โดย : chanu     วันที่ :2008-03-24 10:17:16    IP :124.120.16.xx   
ความคิดเห็นที่ 124
โปรโมชั่นสุดพิเศษ ประจำเดือนมีนาคม มาแล้วค่ะ ** สวย เปล่งปลั่ง ตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า ด้วยคุณค่าการบำรุงอันลึกล้ำของเหล่าพืชพรรณ สมุนไพรธรรมชาติ ที่บรรจงคัดมาชิ้นต่อชิ้น เพื่อให้คุณเกิดความพึงพอใจทั้งในด้านการบริการ และคุณภาพสินค้าที่ดีที่สุดจากเราค้นหาความแตกต่างที่ดีขึ้นด้วยตัวคุณเองที่ nature
byjarin ดอทคอม
โดย : gg     วันที่ :2008-03-14 12:44:41    IP :58.64.70.xx   
ความคิดเห็นที่ 123
ถ้าเพื่อนๆว่างละก็มาที่ http://ktkahanger.igetweb.com/index.php ทุกอย่างที่ท่านต้องการ เว็ปดีๆของคนมีสาระ
โดย : ktk     วันที่ :2008-03-10 13:24:57    IP :117.47.80.xx   
ความคิดเห็นที่ 122
ไม่อยากเป็น มนุษย์อมโรค ดูดี หุ่นสวย แข็งแรง จากที่บ้าน เป็นอาหารจากธรรมชาติ100% อย.65ประเทศ 45ล้านคน บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า กินง่าย อิ่มอร่อย สดชื่น มั่นใจได้เลย ว่าพร้อมสำหรับทุกภาระกิจในแต่ละวัน ดิฉันเองใช้เดือนแรก ลด 5โล ที่เคยท้องผูก7วันครั้ง ถ่ายได้ทุกวัน แพ้อากาศไม่เป็นบ่อยเหมือนเมื่อก่อน ปีกว่าแล้วสัดส่วน กระชับ เอวสะโพกหายไป 3 นิ้ว และไม่ได้หาหมอทานยาอีกเลย ไม่ลองไม่รู้ว่าความสุข สบายกาย มั่นใจ กลับมีมากขึ้น
โดย : นก 0894796600     วันที่ :2008-03-07 16:58:06    IP :58.8.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 121
รู้สึกกระทู้คุณหมอแมวกระทู้นี้จะไปเหยียบเท้านักขายตรงอาหารเสริมเข้าอย่างจังนะครับ
ขอบคุณ คุณหมอทุกๆ ท่านที่ได้ออกมาให้ความรู้เรื่องอาหารเสริม
ขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอทุกๆ คนนะครับ สู้ๆ
โดย : xxx     วันที่ :2008-03-07 15:32:10    IP :222.123.202.xx   
ความคิดเห็นที่ 120
ดิฉันควบคุมได้ 14 kg. ในระยะเวลา 2 เดือนอย่างปลอดภัย อยากทราบเชิญคลิ๊กค่ะ เคยใช้วิธีควบคุมหลายวิธี เช่น อดอาหาร, กินยาลด ฯลฯ ซึ่งไม่ได้ผล แถมได้สุขภาพ ที่ทรุดโทรม ตามมา จึงหันมาศึกษาอย่างจริงจัง หาวิธีควบคุมน้ำหนักที่ถูกต้อง ซึ่งก็คือ ทานอาหาร ที่มีแคลอรี่ต่ำ ปลอดภัยได้ อ.ย.ก่อนด้วยและที่สำคัญไม่แพงซึ่งทุก อย่างรวมอยู่ ในผลิตภัณฑ์ อาหาร ซึ่งทำมาจาก สมุนไพร 100% ทานง่าย พกพาสะดวกนำไปได้ทุก ๆ ที่รสชาติอร่อย ได้ อ.ย.ด้วย ไม่ใช่แค่ประเทศไทยนะ ได้ตั้ง 58 ประเทศ ไม่แพงอีกตะหากราคาเริ่มต้น คิดเฉลี่ยต่อมื้อ แล้ว ประมาณ 35-50 บาทเก็บตังค์เป็นค่าขนมได้ ตั้งเยอะ แถมผิวพรรณดีตามมาด้วยค่ะ ตอนนี้ทาน ต่อเนื่องมา 1 ปีเต็มแล้วค่ะ เมื่อน้ำหนักลดจนพอใจ แล้ว จึงหันมา สู่โปรแกรมรักษาสุขภาพต่อเลย น้ำหนักไม่เคยขึ้นไปอีกเลย มีแต่ผู้คนทักถามสนใจ ผลิตภัณฑ์นี้เป็น จำนวนมาก สนใจติดต่อสั่งซื้อ หรือสอบถามวิธีการ รับประทานได้ค่ะที่ ยินดีให้คำปรึกษาฟรีนะคะ ++ ++ที่ เว็บข้างล่างนี้ปล. พิมพ์ติดกันเลยนะคะ
ไม่ต้องพิมพ์ VV.VV.VV. นะคะ

s u r a c ha t e . t r e n d y c a r e . c o m
โดย : VV     วันที่ :2008-03-07 13:18:10    IP :222.123.68.xx   
ความคิดเห็นที่ 119
อืมคุณ คห.115 เราก็เคยกินนะเฮอร์บาไลฟ์อ่ะ แต่เรากินแล้วผมร่วง แล้วก็ผิวหนังมันแห้ง ๆ ก็เลยเลิกกิน แต่จะบอกว่าก็ผอมลงอ่ะค่ะ แต่เรารู้สึกตัวว่าโทรม ก็เลยเลิกกินนะ

แต่ไม่ได้ว่าของเค้าไม่ดีนะคะ แต่อาจจะไม่เหมาะกับร่างกายของเราเท่านั้นเอง เราแค่แสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นทางเลือกให้คนที่กำลังคิดจะทาน จะได้มีข้อมูลในการตัดสินใจเยอะ ๆ ค่ะ
โดย : Wanna Be     วันที่ :2008-03-07 11:12:05    IP :124.121.82.xx   
ความคิดเห็นที่ 118
ของamwayกินได้เลยจริงๆไม่ต้องถามมากสินค้ามันบอกตัวมันเอง
โดย : รักสุภาพ     วันที่ :2008-03-07 10:18:38    IP :58.10.149.xx   
ความคิดเห็นที่ 117
ดีจริงๆนะ
โดย : p     วันที่ :2008-03-07 02:06:57    IP :125.24.177.xx   
ความคิดเห็นที่ 115
กินของ herbalife ดีกว่าครับ ผมกินอยู่ ลดไป จะ 20 โลแล้ว ไม่ได้โฆษณาให้นะ แต่ดีจริงๆ

เอาผลิตภัณฑ์ของเค้าไปค้นหาข้อมุลจากเว็บต่างๆเอานะครับ ผมศึกษาก่อนกินทุกยี่ห้อ อันนี้เวิคร์สุดจริงๆครับ
โดย : เอม     วันที่ :2008-03-06 20:42:54    IP :58.136.117.xx   
ความคิดเห็นที่ 107
เห็นด้วยกับคห. 39 เหมือนกัน เพราะพ่อผมก็เป็นเบาหวาน ทานยามา 3-4 ปี ไม่เห็นจะดีขึ้น แต่ทรงๆ แต่น้ำตาลก็ค่อยๆ เพิ่ม แต่มาทานอาหารเสริม ก็ปกติเพียงแค่ 1 เดือนเอง คำอธิบายนี้ ทำให้ผมต้องมาทานบ้างเลย ทั้งๆ อายุแค่ 20 กว่า แต่ก็อยากมีสุขภาพดี และชีวิตที่ยืนยาว เหมือนกัน ไม่อยากเป็นเบาหวานตามพ่อ

ตอนนี้2 ปีแล้ว หน้าเด็กลง สุขภาพดีขึ้น หน้าใส

แต่ก็ก็อยากที่หมอแมวบอกครับ ว่าต้องเลือกสินค้าที่ดีจริง ไม่หลอกลวง มีผลลัพธ์ให้เห็นจริงๆ จากคนใกล้ตัว หรือกับตัวเอง

ลองหาดูครับ ของดีจริง ยังมีในโลก แต่ราคาก็สูงตามคุณภาพนะครับ พวกราคาถูกๆ ผมไม่กล้ากินเลย
โดย : โจ     วันที่ :2008-03-06 14:23:27    IP :58.136.74.xx   
ความคิดเห็นที่ 106
แล้วอาหารเสริม Nutirite ของ amway ล่ะค่ะ เชื่อถือได้ไหมที่จะรับประทาน
โดย : nook     วันที่ :2008-03-06 13:59:25    IP :192.168.128.xx   
ความคิดเห็นที่ 105
สวัสดีครับคุณนกความเห็นที่ 94
ความคิดเห็นของคุณน่าสนใจทีเดียวครับ ผมขอเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมนะครับ
1. หมอท่านนั้นเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์หัวเขียว ผมเคยอ่านและแพทย์อีกหลายท่านเคยอ่านและมีความเห็นคล้ายกันว่า สิ่งที่ท่านเขียนยังไม่เคยมีข้อมูลอะไรออกมารับรองว่ามันถูกต้อง และบางครั้งสิ่งนั้นทางการแพทย์เราได้ข้อมูลออกมาแล้วว่า มันไม่เป็นความจริงอีกแล้ว และข้อมูลที่กล่าวอ้างมันเก่าไปแล้ว และถูกหักล้างด้วยการศึกษาค้นคว้าที่น่าเชื่อถือกว่า แต่อย่างไรก็ตามเท่าที่อ่านมันก็ไม่ได้เกิดผลร้ายแรงอะไรหากผู้อ่านบางท่านจะอยากปฏิบัติตาม
2. ผมว่าที่คุณจะดูอ่อนกว่าวัยก็ไม่แปลก เพราะคุณไม่มีบุตร ไม่มีครอบครัว ผู้หญิงบางท่าน พอแต่งงาน ก็มีปัญหาครอบครัวให้ปวดหัว มีลูกก็ต้องเลี้ยงลูก ไหนตอนท้องจะน้ำหนักขึ้น ฝ้าขึ้นหน้า เสียเลือดเสียเนื้อไปตอนคลอดอีกเท่าไหร่ และเท่าที่อ่านดูคุณก็เป็นคนดูแลตัวเองดีมากๆคนหนึ่งก็คงไม่แปลกหากจะมีใครทักคุณว่าคุณดูอ่อนกว่าวัยครับ
3.ผมไม่ได้ค้านซะทีเดียวครับว่าอาหารเสริมมันเลวร้ายหรือไม่ดี แต่ผมขอบอกว่าประเทศไทยเรา เรื่องการควบคุมคุณภาพพวกอาหารเสริมยังไม่แข็งแรงพอ บางครั้งมีคนซื้อกินกันตั้งนานแล้ว พอมีอันตรายเกิดขึ้นมาถึงเพิ่งจะออกมาตรวจสอบกัน และก็ทำกันได้พักเดียวก็เหมือนเดิมอีก พี่ของผมทำงานอยู่ต่างประเทศคล้าย อ.ย บ้านเราครับ เขาบอกว่า กว่าอาหารเสริมแต่ละตัวจะวางขายได้ หืดขึ้นคอ
เพราะมีบ่อยว่าตรวจสอบแล้ว อาหารเสริมดีจริง แต่แคปซูลที่บรรจุมีการปนเปื้อนของแบคทีเรียครับ
อย่างไรก็ตามหากท่านจะทานผมก็ไม่คัดค้านแต่พิจารณาดูให้ดีก่อนครับ เพราะโฆษณา ก็ใช่ว่าจะเชื่อถือได้ ขนาดฉลากที่ติดยังมี อ.ย ปลอมได้เลยครับ
4. บางครั้ง โรคบางโรคก็ไม่สามารถป้องกันได้ครับ เช่นมะเร็ง เราพบว่า ปัจจุบันกำลังทำการศึกษาเรื่องของยีน p 53 ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งและอีกหลายๆโรค ซึ่งยีนตัวนี้อธิบายได้ง่ายๆก็เหมือน ชิพ ที่ฝังติดตัวเรามาตั้งแต่เกิดแล้ว และถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษของเรา รอวันปรากฎโรค หรือรออะไรไปกระตุ้น ส่วนมากก็มักจะเป็นอายุที่มากขึ้น หรือการได้รับสารก่อมะเร็งบางอย่างไปนานๆ
ยังมีอีกหลายโรคครับที่มีลักษณะคล้ายๆกันนี้
แต่ผมไม่แปลกใจครับ เพราะนั่นอาจจะถูกกำหนดมาแล้วให้เราต้องตายจากมัน ในวันนึง เพียงแต่มนุษย์ ก็ยังอยากจะมีชีวิตให้ยืนยาวขึ้นเพื่ออยู่กับคนที่เรารักให้นานๆ
5. เท่าที่ผมมีประสบการณ์ มาบนโลกใบนี้อย่างน้อยก็เกินครึ่งชีวิตมาแล้ว ผมมักจะพบบ่อยๆว่า เวลามีกระแสให้กินอะไรอยู่พักนึง คนก็จะนิยมกินกันอย่างมาก ขายดิบขายดี แต่พอซักพักนึงมันก็เริ่มปรากฎให้เราเห็นว่า ไอ้ที่ว่าดีนั้นมันไม่ได้ดีจริงเลย แถมมีข้อเสียด้วย
แต่ถามว่าถ้าหากไม่มีคนที่กินมันเข้าไปแล้วเกิดผลเสียนั้น เราจะรู้มั๊ยว่ามันไม่ดี อย่างน้อยก็ต้องขอบคุณคนเหล่านั้นด้วยความจริงใจ ที่เป็นบทเรียนให้เราได้รู้ว่า อย่าไปกินมันอีกนะ
นั่นก็อยู่ที่เราแล้วล่ะครับ ว่าจะเลือกที่จะเรียนรู้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากที่คนอื่นได้เสียสละให้เราได้เห็นหรือเราจะเป็นคนเสียสละที่จะเป็นกรณีศึกษาให้คนอื่นได้เรียนรู้อีกที
ฝากไว้แค่นี้ครับ
โดย : jo     วันที่ :2008-03-06 13:31:45    IP :192.168.50.xx   
ความคิดเห็นที่ 103
กระทู้นี้เกี่ยวกับอาหารเสริมนะครับ มีบางคนบอกว่า ขายตรงไม่ดี หลอกลวง ขอถามหน่อยไอ้คนบอกเนี่ยเค้าไปหลอกญาติแกหรือแกโง่เอง โลกมันไปไกลมากแล้วตามให้ทันหน่อย อย่าโง่ดักดานนัก เดาได้เลยว่าคนที่บอกว่าขายตรงไม่ดี เป็นคนไม่มีวิสัยทัศน์ ง่ายๆจนเกือบจะ 100% ขอร้องอย่าเหมา บริษัทดีๆเค้าก็มี ใครจะด่าผมก็เชิญขอให้มันคืนสนองคนด่านะ
โดย : นักการตลาด     วันที่ :2008-03-06 10:36:11    IP :118.175.64.xx   
ความคิดเห็นที่ 102
ผมว่าความเห็น ที่ 5o คงไม่เกิน 30 แหงเลย
โดย : คนดี     วันที่ :2008-03-06 10:24:16    IP :118.175.64.xx   
ความคิดเห็นที่ 101
ลองไปหาอ่านดูนะ หนังสือ ของ นายแพทย์ กฤษดา ศิรามพุช แล้วจะรู้ความสำคัญ ถ้าอยากทราบประวัติผู้เขียนก็ ใช้ Google ดูนะเพราะมันยาวมาd
โดย : คนกินอาหารเสริม     วันที่ :2008-03-06 10:15:56    IP :118.175.64.xx   
ความคิดเห็นที่ 97
ขอบคุณหมอโจ และ แพทย์ผู้อยากระบาย สำหรับคำตอบ

ไม่คิดว่าจะได้คำตอบ ยาวละเอียดขนาดนี้สำหรับเรื่องยา ละเอียดจริงๆ ค่ะยังงัยจะหาโอกาสไปเทสต์ภูมิแพ้สักครั้ง อย่างที่หมอว่า

ส่วน เรื่องทานอาหารไม่น่าห่วงค่ะ แต่ออกกำลังกายนี่สิปัญหา น้อยมากค่ะ ทำงานหนักเหนื่อย แล้วก็นอน ก็รู้ค่ะ ว่ามันจำเป็น แต่.... ยังงัยหมอมาเตือนอีกที ก็จะคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอแล้วกันสำหรับเรื่อง ออกกำลังกาย

ดิฉันคิดว่าเรื่อง ออกกำลัง นี่เป็นปัญหาสำหรับคนส่วนใหญ่เลยจริงๆ เรื่องง่ายๆ ใกล้ตัว แต่มักถูกมองข้าม
โดย : ลูกเกด     วันที่ :2008-03-06 00:41:47    IP :202.149.25.xx   
ความคิดเห็นที่ 96
ต่อจากข้อความที่ 95 ครับ ตามปรกติแล้วร่างกายต้องการผักและผลไม้เฉลี่ยแล้วตกอยู่ที่ 9 จานต่อวันจึงจะเพียงพอ(เป็นข้อมูลที่วิจัยมาแล้ว)ถ้าไม่มีอาหารเสริมต้องอดทนกินผักต่างสีผลไม้ต่างชนิดไม่รู้กี่อย่างต่อกี่อย่าง คนนะครับ ไม่ใช่กระต่ายจะได้กินผักได้ทุกมื้อขนาดนั้น ขนาดกระต่ายยังกินไม่ถึงขนาดนั้นเลย ในความคิดของผมนะ อาหารเสริมก็ยังช่วยอยู่ ป้องกันดีกว่ารักษา จริงมั๊ยครับหมอแมว
โดย : โป๊ยเซียน     วันที่ :2008-03-05 23:01:47    IP :202.91.19.xx   
ความคิดเห็นที่ 95
ผมค่อนข้างไม่เห็นด้วยนะ คุณหมอแมวเคยอ่านหนังสือ "เมื่อหมอไม่รู้จักอาหารเสริม"รึเปล่าครับ จริงๆแล้วอาหารเสริมมันมีหลายประเภทเช่นอาหารเสริมกึ่งยา ที่ อย.ของทางอเมริการับรองเป็นทางเลือกในการรักษาโรค และอาหารเสริมกึ่งยาบางชนิดไม่มีสารตกค้างในตับ เพราะผลิตจากธรรมชาติ ผมศึกษาข้อมูลมาเยอะพอสมควรครับก่อนที่จะตัดสินใจซื้ออาหารเสริมแต่ละอย่าง ผมจึงไม่เห็นด้วยนะกับกระทู้นี้
โดย : โป๊ยเซียน     วันที่ :2008-03-05 22:45:21    IP :202.91.19.xx   
ความคิดเห็นที่ 94
ขอบคุณหมอแมว และหมอโจมากเลยค่ะ ที่ให้ข้อมูล ดิฉันคงมีข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาโรค ได้ไม่เท่าคุณหมอหรอกค่ะ เพราะดิฉันไม่ใช่หมอ แต่ดิฉันก็มีความรู้ในการป้องกันและดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคได้ อาจจะไม่ต่างจากหมอ นะคะ เพราะว่า เราสามารถหาความรู้ได้จากแหล่งทั่วไป ข้อมูลจริงที่พิสูจน์ได้เป็นวิทยาศาสตร์ ทั้งทฤษฏีและปฏิบัติ และเกิดผลลัพธ์กับตัวเอง มีใครรู้จัก ดร. สาทิศ มั้ยคะ ไม่แน่ใจว่าดิฉันเขียนชื่อท่านถูกหรอเปล่า ใครเคยได้ยินชีวจิตมั้ยคะ คุณเคยได้ยินน้ำ RC มั้ย และอะไรอีกหลายๆ อย่าง คนเราหันมาบริโภคธัญพืชกัน มากใช่มะคะ เพราะแต่ละตัวให้สรรพคุณไม่เหมือนกัน คุณมีเวลามากพอ ที่จะมานั่งต้มธัญพืชเหล่านั้น หาผักผลไม้ให้ได้ครบ ไม่กินเนื้อสัตว์ หรือทำอะไรอีกมากมายตามแนวชีวจิต ซึ่งมันเป็นวิธีที่ดีมากๆ แต่คุณทำได้มั้ยคะ เชื่อมั้ยคะ หลายคนทำได้ แต่นั่นคือ เหมือนกับว่าคุณต้องเป็นอะไรสักอย่างแล้ว ไม่เป็นมะเร็งระยะเกือบสุดท้าย ก็เหมือนกับชีวิตคุณใกล้.... มาก คุณจึงยอมแลกได้ทุกอย่างใช่มั้ยคะ สำหรับตัวดิฉันเอง อายุ 30 มีออกกำลังกายบ้าง บริโภคอาหารปกติ ที่คนรักสุขภาพทำกัน แต่ก็กินตามใจตัวเองบ้าง ไม่ได้เคร่งครัดอะไร ใช้ชีวิต แบบไม่เครียด และก็ไม่ได้อยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็ง หรือว่าหัวใจ เบาหวาน อะไรก็ตามแต่ด้วยซ้ำ ไม่มีสามี โสด ไม่ได้กินเหล้า หรือสูบบุหรี่ คุณคิดว่า อย่างดิฉันจำเป็นต้องกินอาหารเสริมมั้ยคะ หลายคนอาจตอบว่าไม่ แต่สำหรับดิฉันตอบว่าจำเป็น แล้วดิฉันเองก็กินอย่างต่อเนื่องด้วย เพราะอะไรหรอคะ เพราะดิฉัน รู้ว่าร่างกายดิฉันได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการที่จะไปเสริมสร้าง และซ่อมแซมเซล์ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง เพราะร่างกายคนเราแก่ขึ้นทุกวัน เซล์ต่างๆ ในร่างกายก็เสื่อมลง ๆ คุณเคยเห็นคน อายุเท่ากัน แต่แก่ไม่เหมือนกันมั้ยคะ เกิดจากอะไรหรอคะ ไม่ใช่แค่หน้าแก่โดยกำเนิดอย่างเดียวหรอกค่ะ เกิดจากการดูแลตัวเองมากกว่า และดิฉันเองก็รู้ว่า ในแต่ละวัน เราต้องรับสารพิษโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว คุณกินอาหารตามร้าน เขาใส่สารอะไรลงไปบ้าง คุณเห็นมั้ย เส้นเกี๋ยวเตี๋ยวมีสารกันบูด หมูกระทะ ก็สารฟอร์มอรีน เนื้อสัตว์ก็มีสารเร่งเนื้อแดง ผักก็มียาฆ่าแมลง และอื่นๆ อีกมากมาย มีข่าวให้เห็นกันตลอด แล้วคุณป้องกันตัวเองยังไงคะ ไม่กินอะไรแล้วหรอชีวิตนี้ คุณทำได้มั้ยคะ และคุณกินผัก กินน้ำผักต้ม ทำเอง อย่างชีวจิตได้มั้ยคะ ต้องใช้เวลาแค่ไหน ดิฉันรู้ไงคะ ว่าดิฉันทำอะไรไม่ได้เลย ผักก็ไม่ได้ปลุกเอง หมูก็ไม่ได้เลี้ยงเอง กับข้าวก็ไม่ได้ทำเองค่ะ ร้านจะใส่ชูรสมากแค่ไหนก็ไม่รู้ สำหรับดิฉันก็เลยเสือกทานอาหารเสริม พวกวิตามินต่างๆ ที่สกัดมาแล้วจากพืชผักหลากหลายชนิด ที่ดิฉันไม่สามารถหากินเองได้ครบ และได้ในปริมาณที่ร่างกายต้องการขั้นพื้นฐาน เพื่อช่วยในการขับสารพิษ ป้องกันโรคที่จะเกิด และก็จะได้มีร่างกายที่แข็งแรง ไปต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ ที่มันยังไม่เกิด และก็จะได้มีความสุขในการกินอาหารหลัก อย่างไม่กลัว ต่อไปไงคะ แต่สุดท้ายก็ขอยืนยันเหมือนเดิมนะคะ คุณต้องออกกำลังกาย รับประทานอาหารหลักให้ครบ 5 หมู่ ให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม มองโลกในแง่ดี ทำจิตใจให้มีความสุข และเลือกรับประทานอาหารเสริมโดยใช้วิจารญาณและวิทยาศาสตร์ในการพิจารณานะคะ
โดย : นก     วันที่ :2008-03-05 22:22:48    IP :58.9.65.xx   
ความคิดเห็นที่ 93
อ่านจบแล้วกระจ่างขึ้นเยอะเลย
ขอบคุณ หมอทุกๆ ท่านมากครับ ที่สละเวลาส่วนตัวเพื่อส่วนรวม

ปล. เมื่อไรหมอแมวจะรวมเล่มขายซะที : )
โดย : แฟนพันธุ์แท้หมอแมว     วันที่ :2008-03-05 22:14:01    IP :58.64.40.xx   
ความคิดเห็นที่ 92
เห็นด้วยกับความเห็น 54 somtao เป็นอย่างยิ่งค่ะ
โดย : gop     วันที่ :2008-03-05 19:06:57    IP :10.22.15.xx   
ความคิดเห็นที่ 91
และนี่ก็เป็นตัวสะท้อนอย่างนึงว่า
ไอ้คำพูดติดปากที่ชอบพูดว่า หมอไม่บอกอะไรเลย หรือ หมอไม่บอกให้ระวัง
น่ะ จริงๆแล้ว หมอบอกแล้ว เตือนแล้ว แต่เลือกที่จะไม่ฟังหรือไม่เชื่อเท่านั้นเอง

ยกมาจากคุณหมอโจนะ แบบนี้มีทั้งนั้นครับ จังหวัดที่ผมอยู่นี่รณรงค์
มากๆเลยว่าอย่ากินยาชุด ผมก็บอกคนไข้ผมเสมอ แต่มีครั้งนึงผมเดิน
ผ่านกลุ่มคนไข้ ได้ยินคนไข้พูดว่า " หมอบอกว่าไม่ให้กินยาชุด แต่กิน
แล้วมันหายปวดดี อดไม่ได้หรอก " นี่ไงครับอีกตัวอย่างหนึ่ง ผมบอก
เลย หมอไม่ได้มีหน้าที่ดุคนไข้ มีหน้าที่ให้คำแนะนำที่ดีและให้การรัก
ษาหรือให้ยาที่เหมาะสมกับคนไข้ คนไข้จะไม่ทำตามคำแนะนำอันนี้
ก็เป็นสิทธิของพวกเค้า แต่ว่าหากผมแนะนำแล้วไม่เชื่อไม่ทำตาม
แล้วต่อมาเกิดผลร้ายตามมา แล้วยังมีหน้ามาด่าผมว่าไม่แนะนำ รักษา
ไม่ดี บอกเลยว่าต้องดุกันบ้างล่ะ
โดย : แพทย์ผู้อยากระบาย     วันที่ :2008-03-05 18:06:53    IP :61.7.133.xx   
ความคิดเห็นที่ 90
ผมเห็นด้วยกับความเห็นของคุณหมอไทยมากๆครับ

เป็นตัวอย่างที่ดีมากๆและอยู่ใกล้ตัวเรา
พี่ผมเคยเล่าว่าสมัยเขาได้ทุนไปเรียนที่ญี่ปุ่น
มีคนญี่ปุ่นหัวใส ออกแบบการทดลอง เอาหนู มาสองกลุ่ม
แบ่งเป็นกลุ่มนึงกินเกลือ อีกกลุ่มให้กินผงชูรส
ผลปรากฎว่า หนูกลุ่มที่กินเกลือตายหมด แต่กินผงชูรสไม่ตาย
(แต่พี่ผมบอกว่าถึงหนูมันจะไม่ตาย แต่มันขนร่วงหมดเลยครับ แทบจะไม่เหลือเค้าของความเป็นหนูไว้) ที่ต้องวงเล็บไว้ เพราะนี่เป็นความจริงครับ และเขาไม่ได้ตีพิมพ์ไว้ในรายงานหรอกครับ เขาสรุปแต่แค่ว่าหนูไม่ตายจากการกินผงชูรส นั่นเพราะเขาเลือกที่จะให้เรารู้ความจริงเพียงแค่ที่เขาต้องการเท่านั้น

แล้วทำไมต้องทำเหรอครับ เพราะเขาจะได้ส่งผงชูรสไปขายที่อื่นไงครับ แต่ขอโทษครับ บ้านเขาเองเขาไม่กินกันหรอกครับ
พี่ผมบอกว่าคนญี่ปุ่น ได้รับการคุ้มครองเรื่องอาหารมาก และคนญี่ปุ่นไม่กินผงชูรสกันครับ

ผมว่าก็คงไม่ต่างกันหรอก ถ้าผมทำวิตามินชนิดนึงหรืออาหารเสริมออกมาขาย ผมก็จะทำเหมือนกับกรณีผงชูรสนี้เหมือนกันครับ

โดย : Jo     วันที่ :2008-03-05 17:43:27    IP :192.168.50.xx   
ความคิดเห็นที่ 89
ขอแก้นิดนึงครับผมคงพิมพ์ตกไป

คือไม่มียาตัวไหนไม่มีผลข้างเคียงครับ
โดย : Jo     วันที่ :2008-03-05 17:32:28    IP :192.168.50.xx   
ความคิดเห็นที่ 88
ถึงคุณพล ความเห็นที่ 83

ผมไม่ทราบว่าพ่อคุณเสียด้วยสาเหตุอะไรครับ และคุณพ่อคุณอายุเท่าไหร่ครับ
ถ้าการกล่าวว่า คุณไม่เชื่อหมออีกต่อไปเพราะพ่อคุณตายจากยาที่รักษาพ่อคุณ
ดูจะเป็นคำกล่าวหาที่เกินไปหน่อยนะครับ และดูจะเป็นการมองโลกเพียงด้านเดียวจริงๆ ถ้าให้ดี ควรจะเอาความจริงมาพูดครับ (Fact)
เพราะมีบ่อยครั้งที่เวลาเราไม่พอใจอะไรก็มักจะพูดแต่ สิ่งที่เข้าข้างตัวเราเอง
ถ้าคุณพ่อคุณเสียในขณะที่อายุมากกว่า 55 ปีซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยอายุของผู้ชายไทย
แล้ว ผมถือว่าไม่ได้เป็นการจากไปก่อนเวลาอันควรแล้วครับ

แล้วที่คุณบอกว่าหมอไม่บอกว่ายาจะมีผลอะไรบ้าง
ผมขอเรียนคุณพลว่า ถ้าจะเอาผลข้างเคียงของยาทุกตัวและทั้งหมดยาวครับ
เพราะยาแต่ละตัวไม่มีตัวไหนที่มีผลข้างเคียง และผลข้างเคียงนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดกับคนไข้ทุกคน และเกิดทุกๆข้อที่กล่าวมา
ถ้าคุณเห็นว่า ยาที่ใช้ในการรักษาไม่มีความจำเป็นก็สุดแล้วแต่คุณครับ
แต่ถ้าคุณเปิดใจให้กว้างไม่คิดถอยหลังลงคลองกลับไปสู่ยุค ที่ แม่นาคคลอดลูกแล้วตายที่บ้าน หรือ พระมเหสีเจ้าของตำนานทัชมาฮาลที่ประสูติกาลแล้วสิ้นพระชนม์
จนทำให้พระราชาเศร้าโศกเสียใจจนต้องสร้างทัชมาฮาลขึ้นมา
นั่นก็เพราะการแพทย์แผนปัจจุบันที่ผลิดยาออกมารักษาเหล่ามวลมนุษย์เรานี่แหละครับ ถึงแม้ยาทุกตัวจะไม่มีตัวไหนดีที่สุด และก็ไม่ใช่ว่าจะมีประสิทธิภาพเหนือเงื้อมือมัจจุราชจนทำให้ทุกคนไม่มีใครตาย แต่ตัวเลขของการเสียชีวิตของมนุษย์เราก็น้อยลงอย่างมาก และมีนัยสำคัญ(ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก )ยกตัวอย่างง่ายๆ
อย่างที่คุณหมอแมว เขียนให้คุณอ่านมายาวๆนี่ไงครับ ก็มีนี่ครับที่เข้ามาต่อว่า
หรือรวมถึงคุณเองก็ยังมีความคิดตามอัตตาของคุณ ว่าไม่เชื่อ
ใครจะไปบังคับให้คุณกินหรือไม่กินอะไรได้ล่ะครับ ถ้ามือของคุณ ไม่ได้ผ่านการรับคำสั่งจากสมองของคุณให้บรรจงหยิบ อาหารเสริมที่คุณคิดว่ามันดีนักดีหนาหย่อนลงปากของคุณ

เอาเป็นว่าที่หมอแมวเขาเขียนมาให้อ่านกัน คงไม่ได้คาดหวังสูงถึงขนาดว่าจะไปเปลี่ยนอัตตาของใครได้หรอกครับ แต่ถือว่าเป็นคำเตือนในฐานะแพทย์คนนึง ซึ่งคุณจะเลือกที่จะเชื่อหรือฟัง ก็สุดแล้วแต่คุณ

และนี่ก็เป็นตัวสะท้อนอย่างนึงว่า
ไอ้คำพูดติดปากที่ชอบพูดว่า หมอไม่บอกอะไรเลย หรือ หมอไม่บอกให้ระวัง
น่ะ จริงๆแล้ว หมอบอกแล้ว เตือนแล้ว แต่เลือกที่จะไม่ฟังหรือไม่เชื่อเท่านั้นเอง

โดย : Jo     วันที่ :2008-03-05 17:29:24    IP :192.168.50.xx   
ความคิดเห็นที่ 87
โรคอ้.วนมิได้เป็นปัญหาเพียงแค่บุคลิกภาพเท่านั้น หากแต่แฝงด้วยอันตรายร้ายแรง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเว็บ => http://xiy.net/TpQlm
โดย : H2U     วันที่ :2008-03-05 17:24:33    IP :125.27.17.xx   
ความคิดเห็นที่ 86
สวัสดีเช่นกันครับคุณลูกเกด ไม่ได้คุยกันนานเลย ผมกะจะพูดเรื่องยา
ทาให้ฟังแต่ว่าคุณหมอ JO พูดไว้ละเอียดดีมากๆเลย ผมคงไม่มีอะไร
ต้องเสริมอีกแล้ว ส่วนที่คุณบอกว่ากินผักครึ่งนึงอย่างอื่นครึ่งนึงนั้น ก็
ถือว่าพอแล้วล่ะครับ ผักนอกจากจะมีวิตามินแล้วยังมีเส้นใยอาหารซึ่ง
จะช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยขัดขวางการดูดซึมของไขมัน
และน้ำตาลไม่ให้มากเกินไปด้วย ดังนั้นคนกินผักมากๆจึงมีโอกาสจะ
อ้วนน้อยมาก

อีกอย่างที่อยากแนะนำคือการออกกำลังกายครับคุณควรออกกำลัง
กายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 20-40 นาที แต่ไม่เกิน 1 ชั่ว
โมง และควรเป็นชนิดแอโรบิก เช่น เดินเร็ว วิ่งจ็อกกิ้ง ว่ายน้ำ เต้น
แอโรบิก การออกกำลังกายแบบนี้ช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น และกระ
ตุ้นการใช้ไขมันและน้ำตาลส่วนเกินในร่างกายด้วย ผมจึงแนะนำให้คน
ทุกคนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกคนครับ

ส่วนคุณพล คหที่ 83 ผมก็เสียในด้วยเรื่องพ่อของคน แต่หมอทุกคนไม่
ได้เห็นคนไข้กับญาติโง่หรอกครับ อย่ามองโลกในแง่ร้ายนักเลย การ
ให้ยาคนไข้แต่ละครั้งนั้นผมจะดูเสมอว่าควรได้ยาตัวนั้นหรือไม่ อย่าง
เช่น คนเป็นเบาหวาน เป็นโรคหัวใจไม่ควรได้ยาแก้ปวดบางกลุ่ม เพราะ
มันจะทำให้อาการของโรคเลวลง เป็นต้น ผมรบกวนถามหน่อยครับ
เหตุใดคุณจึงไม่ยอมเชื่อหมอเลย ใช่มันเป็นสิทธิ์ของคุณครับที่จะเชื่อ
หรือไม่เชื่อ แต่คุณจะไม่ยอมเชื่อหมอทุกคนโดยไม่มองว่าหมอหวึงดี
กับคุณหรือไม่เลยหรือ อย่างนี้ผลเสียจะตกอยู่กับคุณเองนะครับ
พูดง่ายๆคือ ฝั่งหมอไม่เดือดร้อนหรอกครับที่คุณไม่กินยาไม่รักษาตัว
แต่คนเดือดร้อนคือคุณนั่นล่ะครับ อย่างเช่นคุณเป็นเบาหวาน เป็น
ความดันโลหิตสูง เป็นไขมันในเลือดสูง หมอแนะนำให้กินยา แต่คุณ
ไม่เชื่อ คุณบอกว่าจะกินอาหารเสริม ผลของโรคพวกนี้หากไม่ควบคุม
ก็รบกวนอ่านคหที 62 ก็แล้วกันครับ ผมก็เตือนคุณหน่อยแล้วกัน ทำ
ตามหรือยังไงก็แล้วแต่ ตามใจคุณครับ สุขภาพของคุณ คนดูแลได้ดี
ที่สุดคือคุณเอง หมอมีหน้าที่ช่วยเหลือเท่านั้น หากหมออยากจะช่วย
แต่คุณปฏิเสธเพราะคุณไม่เชื่อ ก็เป็นสิทธิ์ของคุณ
โดย : แพทย์ผู้อยากระบาย     วันที่ :2008-03-05 17:14:40    IP :61.7.133.xx   
ความคิดเห็นที่ 85
ถ้าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับ น.น ลองเข้ามาดูที่ sdaz.spb.to
โดย : lk     วันที่ :2008-03-05 17:12:10    IP :202.44.71.xx   
ความคิดเห็นที่ 84
ผงชูรส หรือโมโนโซเดียมกลุตาเมดนั้น กินมากผมจะร่วง คันศรีษะ ไม่ได้ทำให้อาหารอร่อย แต่ทำให้เราหิวน้ำ จึงกินอาหารเข้าไปเยอะๆ แทนการกินน้ำ
เลิกเติมผงชูรสในอาหารเถอะพ่อค้า, แม่ค้า
โดย : หมอไทย     วันที่ :2008-03-05 17:09:41    IP :125.25.209.xx   
ความคิดเห็นที่ 83
เห็นด้วยว่าควรศึกษาให้ละเอียด อย่าเอาแต่อ่านบทความหรือคำแนะนำจากหมอครับ แพทย์เรียนเพื่อรักษาไม่ได้เพื่อป้องกันครับ รักษาจุดนึงถึงจะมีผลกระทบอีกจุดหนึ่งหมอก็จะพูดเสมอว่า มันจำเป็นครับ พอจุดนึงหายค่อยไปรักษาอีกจุดที่ตามมา นั้นเป็นคำพูดของหมอที่รักษาพ่อผม ผมจำได้ขึ้นใจ แล้วพ่อผมก็ตายไป เพราะหมอไม่ยอมให้ผมป้องกัน บอกแต่ว่ากินยานี้เข้าไปจะรักษาอาการนี้ แต่ผลกระทบจากการกินยา หมอไม่บอกให้ระวัง

ผมเข้าใจว่าถ้าของเสียต้องซ่อม อุปมาเหมือนถ้าเป็นโรคที่เกิดจากการผิดปกติหรือเชื่อโรคต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ แต่การใช้ยากกับรางกาย เหมือนการเอาเหล็กเข้าไปผสมในทอง ยิ่งนานมีแต่จะขึ้นสนิม ท่านจะรักษาด้วยยาควรบอกผมด้วยว่ายาท่านกระทบต่อส่วนอื่นอย่างไร ผมจะได้บำรุงดูแลส่วนนั้นให้มันไม่สึกหรอ แต่หมอมักเห็นคนไข้และญาติโง่

บางทีผมคิดว่าหมอไม่โง่ แต่หมอมองอะไรด้านเดียว ตั้งแต่พ่อตาย ผมไม่เคยเชื่อหมอเลยครับ ขอโทษผมยินดีกินอาหารเสริม (ที่พิสูจน์ว่ามาจากธรรมชาติ หมายถึงสกัดจาหสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ เพื่อดูแลร่างกายผม ดีกว่าจะตายแล้วค่อยให้หมอยัดยาให้ครับ)

การดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องผิด พิจารณาให้ดี เงินไม่ได้มีไว้จ่ายค่าโรงพยาบาลเวลาเจ็บป่วยนะครับ

ผมเห็นด้วยกับท่านคำเดียวว่า กรุณาพิจารณาทุกอย่างให้ถ่องแท้เสียก่อนและอาหารเสริมไม่ใช่คำตอบสุดท้าย อาหารทำงานด้วยกระบวนการอย่างไรอาหารเสริมก็เช่นกัน ถ้าไม่ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ บางทีมันก็ช่วยคุณไม่ได้ จงดูแลตัวเอง จากหลายๆด้าน กินให้อิ่ม นอนให้หลับ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ส่วนใครอยากทานส่วนที่ขาด หรือเพื่อทดแทนสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ ก็แล้วแต่ท่าน

คำที่คุณพูดมาทั้งหมด ผมว่าบางทีก็ไม่ถูกหรอก และสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าไม่มี วิทยาศาสต์เกิดทีหลังธรรมชาติ มันก็แค่ความอยากรู้อยากเห็นในธรรมชาติของมนุษย์เท่านั้น ถ้ายาดีจริงคนก็คงไม่ตาย ถ้ายามีประโยชน์ต่อร่างกาย คนคงไม่ต้องกินข้าวแล้ว กินยาแทน
โดย : พล     วันที่ :2008-03-05 15:11:44    IP :202.91.18.xx   
ความคิดเห็นที่ 82
มาสนใจ เอนไซม์บำบัดมหัศจรรย์เพื่อชีวิตมนุษย์ ดีกว่าครับ
1. เอนไซม์ที่ช่วยในการเผาผลาญพลังงาน (metabolic enzyme) เอนไซม์ชนิดนี้อยู่ในเลือด เนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆ เช่นในวงจรเคมีที่เรียกว่า วงจรเครป (Kreb''s cycle) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานในเซลล์ของคนเรา ปฏิกิริยาเครปก็ต้องอาศัยเอนไซม์หลายตัว กระตุ้นให้วงจรเคมีดำเนินไปได้ และเกิดเป็นพลังงานให้เซลล์ของเรา ในเซลล์ร่างกายของเรายังมีเอนไซม์อีกบางจำพวก เอาไว้สลายสารเสียที่เซลล์ไม่ต้องการ เช่น เอนไซม์ SOD ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

2. เอนไซม์ในอาหาร (food enzyme) เอนไซม์ชนิดนี้มีอยู่ในอาหารสด ในเซลล์สัตว์และเซลล์พืช เอนไซม์เหล่านี้บรรจุอยู่ในถุงเรียกว่าไลโซโซม (lysosome) เมื่อถุงของมันแตกออกก็จะย่อยสลายสารอาหารให้กลายเป็นโมเลกุลเล็ก ๆ เพื่อจะได้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของคนเราได้ง่ายขึ้น

3. เอนไซม์ย่อยอาหาร (digestive enzyme) เอนไซม์ชนิดนี้อยู่ในระบบทางเดินอาหารของคนและสัตว์ มันหลั่งออกมาจากเยื่อเมือกบุกระเพาะลำไส้ จากตับและตับอ่อน ทำหน้าที่ย่อยอาหารจากโมเลกุลใหญ่ให้เล็กลง ทำให้ถูกดูดซึมได้

ขาดเอนไซม์ทำให้ร่างกายเกิดโรค
ตั้งแต่ปี 1968 เป็นต้นมานักวิจัยด้านชีวเคมีได้สรุปว่า มีเอนไซม์มากกว่า 1,300 ชนิดที่เกี่ยวข้องในร่างกายของเรา และการพร่องเอนไซม์ก่อให้เกิดโรคหลายชนิด แบ่งได้เป็น 5 กลุ่มดังนี้คือ

1. โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร การย่อยอาหารในระบบทางเดินอาหารตั้งแต่ในปาก กระเพาะ และลำไส้เล็กล้วนแล้วแต่อาศัยเอนไซม์ช่วยย่อยทั้งสิ้น หากพร่องเอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร เราจะมีอาการท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย แน่นน้อง ท้องผูก ท้องผูกสลับท้องเสีย ทุกวันนี้เรามีเอนไซม์ช่วยย่อยใช้ในการบำบัดอาการที่กล่าวมา เช่น สารสะกัดจากตับอ่อน ซึ่งเป็นเอนไซม์ช่วยย่อยที่หมอตามโรงพยาบาลและคลินิกจ่ายให้กับผู้ป่วย

แนวคิดใหม่คือ หากเรากินผักสด ผลไม้สด อาหารสด ในอาหารสดมีเอนไซม์อยู่แล้ว เอนไซม์นี้จะช่วยย่อยอาหารที่เรากินเข้าไปด้วย เป็นการผ่อนภาระการย่อยของตับอ่อน อาการอาหารไม่ย่อยก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าใครกินแต่ของสุกทุกมื้อ ทุกวัน เอนไซม์จะหายไปกับความร้อนที่ใช้ปรุงอาหาร ตับอ่อนของคุณก็จะต้องผลิตเอนไซม์ย่อยอาหารออกมามากกว่าจึงจะย่อยอาหารได้ ดังนั้นคนกินอาหารสุกตลอดก็จะเสี่ยงต่อภาวะอาหารไม่ย่อยมากกว่าคนที่กินผักสดและผลไม้สดเป็นประจำ

ในมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสต์เทิร์นมีงานวิจัยเกี่ยวกับเอนไซม์อะไมเลสในกล้าข้าวบาร์เลย์สดว่าสามารถย่อยแป้งในกระเพาะอาหาร และในลำไส้เล็ก แสดงว่าหากเรากินผักสดและผลไม้สดที่มีเอนไซม์ในตัวมันเองอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งของอาหารในกระเพาะ เช่น แป้ง จะถูกเอนไซม์ในอาหารสดย่อยไปขั้นหนึ่งก่อนที่อาหารจะผ่านไปถึงลำไส้เล็กแล้วรับเอาเอนไซม์จากตับอ่อนที่หลั่งออกมาย่อยอาหารนั้น ๆ ต่อไป นับว่าการกินอาหารสดจะช่วยผ่อนเบาการทำงานของตับอ่อนไปได้มาก

2. โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ภูมิคุ้มกันส่วนหนึ่งประกอบไปด้วยเม็ดเลือดขาวหลายชนิด เม็ดเลือดขาวเหล่านี้มีหน้าที่คอยทำลายสิ่งแปลกปลอม แบคทีเรีย ไวรัส และโปรตีนแปลกปลอมที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ เม็ดเลือดขาวจะกลืนกินสิ่งเหล่านี้เข้าไป แล้วอาศัยเอนไซม์ในตัวของมัน มีอะไมเลส ไลเปส และโปรตีเอสเป็นต้น กำจัดสารพิษเหล่านี้ทิ้งอีกทอดหนึ่ง หากร่างกายขาดเอนไซม์ เม็ดเลือดขาวจะไม่สามารถกำจัดโปรตีนแปลกปลอมทิ้งก็จะเกิดอาการของโรคภูมิแพ้ และหากเม็ดเลือดขาวกลืนกินแบคทีเรียและไวรัสเข้าไปโดยไม่มีเอนไซม์ไปกำจัดเชื้อโรคทิ้ง ภูมิต้านทานก็จะอ่อนแอลง คนคนนั้นก็จะป่วยง่าย

แนวคิดใหม่ก็คือ หากเรากินอาหารสดที่มีเอนไซม์ มันจะย่อยโปรตีนแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่ร่างกาย จึงสามารถลดอาการของภูมิแพ้ลง ดังนั้นคนที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือภูมิต้านทานไม่แข็งแรงจะต้องกินผักสดและผลไม้สดปริมาณมากพอเป็นประจำทุกวัน

3. โรคอ้วน คนที่อ้วนมาก ๆ มักขาดเอนไซม์ไลเปส ถ้าไม่มีเอนไซม์ตัวนี้ไขมันก็จะพอกพูนตามผิวหนังทำให้อ้วนขึ้น แนวคิดใหม่ก็คือ หากเรากินผักสดและผลไม้สดเพิ่มมากขึ้น ด้านหนึ่งร่างกายจะไม่ขาดเอนไซม์ทำให้ไขมันไม่ไปพอกพูนตามผิวหนัง และอีกด้านหนึ่งผักสดและผลไม้สดมีแคลอรี่ต่ำ ทำให้ไม่อ้วน

4. โรคของหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจและอัมพาต ในกรณีนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับโรคอ้วน หากขาดเอนไซม์ไลเปส ไขมันก็จะไปพอกตามหลอดเลือดด้วย ทำให้เกิดโรคหัวใจ และอัมพาตตามมา พบว่าใครก็ตามที่ขาดเอนไซม์ไลเปสจะมีอัตราเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหลอดเลือด และความดันเลือดสูง ในทางตรงข้ามหากใครกินผักสดผลไม้สดมากกว่าก็จะเสี่ยงต่อโรคดังกล่าวน้อยกว่า

5. โรคเสื่อมและโรคเรื้อรัง เช่นโรคเบาหวาน โรคเกาต์ โรคกระเพาะ โรคตับอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ โรคกระดูกผุ โรคภูมิแพ้ โรคผื่นแพ้เรื้อรัง ก็ล้วนเกิดขึ้นได้ หากคนคนนั้นไม่กินอาหารสดที่มีเอนไซม์เข้าไป

ยกตัวอย่างการเกิดโรคเบาหวาน เป็นที่รู้กันว่าตับอ่อนมีหน้าที่ทั้งสร้างเอนไซม์และสร้างอินซูลิน เมื่อคนไม่กินผักสดผลไม้สด ไม่มีเอนไซม์จากอาหารช่วยในการย่อย ตับอ่อนจึงต้องทำงานหนัก และในที่สุดก็สร้างอินซูลินน้อยลงด้วย การเกิดโรคเก๊าต์ก็เช่นเดียวกัน ทุกวันนี้ชีวิตคนสมัยใหม่ ห่างเหินจากการกินอาหารสด ร่างกายไม่มีโอกาสได้รับการช่วยเหลือจากเอนไซม์ธรรมชาติในอาหารสดเลย เป็นผลให้อวัยวะต่างๆ ที่สร้างเอนไซม์ภายในตัวเรา ต้องทำงานหนักในการสร้างเอนไซม์มาย่อยอาหารสุกเหล่านี้ นาน ๆ เข้าอวัยวะสร้างเอนไซม์ก็เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ร่างกายก็จะพร่องเอนไซม์ที่ใช้สลาย สารพิวรีนให้หมดไป ดังนั้นสารพิวรีนก็จะกลายเป็นกรดยูริกสะสมอยู่ และตกผลึกในข้อ เกิดอาการปวดข้อเป็นโรคเกาต์

เอนไซม์บำบัด
ปัจจุบันมีเอนไซม์ขายเป็นอาหารเสริมหลายรูปแบบ เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพที่กล่าวมา เช่น SOD เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ใช้ป้องกันโรคเสื่อม, สารสกัดจากตับอ่อนซึ่งก็คือเอนไซม์ใช้ช่วยย่อยอาหาร สารสกัดจากกล้าข้าวสาลีสดใช้เสริมสุขภาพร่างกายโดยรวม รวมทั้งมีสารสกัดเอนไซม์จากธรรมชาติหลายชนิดเช่นจากมะละกอ สับปะรด ฯลฯ ขายเป็นเม็ด เพื่อใช้แก้ปัญหาสุขภาพในขอบเขตที่กล่าวมาในข้างต้น
โดย : จักร 089-6442625     วันที่ :2008-03-05 14:37:41    IP :118.172.142.xx   
ความคิดเห็นที่ 78
แด่ คห.50 เป็นเพราะมันยังไม่ถึงเวลาของคุณ ถ้ามันถึงเวลาเมื่อไหร่คุณจะได้รับสิทธิ์นั้นทันที
โดย : อึ้งทึ่ง     วันที่ :2008-03-05 13:30:56    IP :203.146.192.xx   
ความคิดเห็นที่ 77
ได้สาระดีค่ะ

อย่างน้อยคนที่คิดจะซื้อมารับประทานก็ได้ฉุดคิดถึงประโยชน์-โทษที่แท้จริง

คิดว่าบางที...น้ำเปล่าน่าจะดีต่อสุขภาพเรามากกว่านะค่ะ
โดย : เอพี     วันที่ :2008-03-05 11:48:41    IP :61.7.174.xx