>>> มิวกับโต้ง ไฮไลน์ของเรื่อง ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีงาม ๆ กับพี่น้องชาวห้องเฉลิมไทย แห่งเว็บไซด์เอ็มไทยแห่งนี้เม..." />
home   |   blog   |   video   |   album   |   club   |   picpost   |   sticker   |   email   |   chat   |   e-card   |   memory   |  
ประกาศผลอย่างเป็นทางการ "รักแห่งสยาม" >>>> มิวกับโต้ง ไฮไลน์ของเรื่อง

ประกาศผลอย่างเป็นทางการ


*กระทู้นี้ ทั้งเนื้อหาและความคิดเห็น เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของหนัง ยังไม่ได้ดูข้ามไปก่อนนะครับ

ประกาศผลอย่างเป็นทางการ "รักแห่งสยาม" >>>> มิวกับโต้ง ไฮไลน์ของเรื่อง
ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีงาม ๆ กับพี่น้องชาวห้องเฉลิมไทย แห่งเว็บไซด์เอ็มไทยแห่งนี้

เมื่อก่อนก็เข้ามาทักทายพอหอมปากหอมคอไปแล้วนะครับ สำหรับหนังที่ทุกคนรอคอยมานานแสนนานเหลือเกิน นั่นคือ "รักแห่งสยาม"

มา ณ วันนี้ ไปดูมากับตาเรียบร้อยแล้วครับ ก่อนที่จะเข้าเนื้อหาของกระทู้ในบรรทัดต่อ ๆ ไป

วันนี้เลิกงานห้าโมงเย็น ก็เป็นตัวโดนเพ่งเล็งจากเพื่อนร่วมงานเลยครับ เพราะว่าชัตดาวน์เครื่องคอมพิวเตอร์ เวลา 17.00 น.พอดี

ก็แหม อุตส่าห์รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ถึงเวลาแล้วก็ต้องรีบไปตามนัดเป็นธรรมดา

ทีแรกจองบัตรไว้รอบ 18.30 น.แต่ไปถึงก่อน เลยได้รอบเวลา 17.00 น. ก็เลยตัดสินใจดูรอบนี้ทันทีเลยนะครับ ที่เมเจอร์ฮอลีวู้ด สาขาราม

คำแหง

โดยที่ก่อนหนังจะเข้าฉายประมาณสองอาทิตย์หวังว่าหลาย ๆ คนคงจำผมได้นะครับ ที่เข้ามาตั้งกระทู้หนังเรื่องนี้เป็นว่าเล่น จนโดนด่าไป

เยอะ

และไม่ได้ตั้งกระทู้เฉย ๆแต่ดันตั้งประเด็นซ้ำ ๆ อยู่ได้ทุกวี่ทุกวันว่าหนังเรื่องนี้ Y แล้ว Y อีก

ทั้ง ๆ ที่การโปรโมทไม่เห็นมันจะบ่งบอกว่าวายตรงไหน มีแต่ภาพน่ารัก ๆ ดูจะเป็นหนังรักหวาน ๆ แนวซีซั่นเช้น อะไรประมาณนี้

สุดท้ายแล้ว ผมก็ยังมั่นใจว่าหนังเรื่องนี้มีวายแน่นอนและประเด็นอยู่ที่มิวกับโต้ง

ไหน ๆ ก็ไปดูมาแล้วเข้าสู่เนื้อเรื่องกันดีกว่าเนอะ อาจจะสปอยล์ด้วย ถ้าใครยังไม่ได้ไปดูให้ข้ามหรือหยุดอ่านซะและให้ไปอ่านหลังบรรทัดดอกจันทร์ได้เลย


*************************************

มิวกับโต้ง เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก
โดยที่มิวอยู๋กับอาม่ามาโดยลำพัง
ส่วนโต้งอยู่กับครอบครัวที่อบอุ่นมีพี่สาว พ่อ แม่ และโต้ง
แต่อยู่มาวันหนึ่งครอบครัวโต้งต้องเสียพี่สาวไปโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังจากไปเที่ยวพักผ่อนที่เชียงใหม่
พ่อกับแม่โต้งเสียใจมากที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น โดยฝั่งพ่อโต้งเอาแต่ศรึมและเศร้า บวกกับกินเหล่าจนเสียสุขภาพ

ภาระทั้งหมดต้องมาตกอยู่กับแม่ของโต้ง (สุนี)

สุนีย์มีแต่เรื่องร้าย ๆเข้ามาในชีวิตเหลือเกิน เสียทั้งลูกสาว สามีกินเหล้า
ไม่หนำซ้ำต้องมาเห็นลูกชายต้องมามีความรักกับเพื่อนชายอีก

- หันมาดูที่มิวกันบ้าง
มิวกับโต้งต้องจากกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะว่าโต้งต้องย้ายที่อยู่ใหม่
วันหนึ่งมิวเรียน ชั้นมัธยมปลาย และได้เป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียง โด่งดัง

โต้งเคยเป็นเพื่อนกับมิวมาตั้งแต่เด็กเลย มาเจอหน้ากันและจำกันได้ ทั้งโต้งและมิว

โต้งชอบเพลงที่มิวร้องมาก ๆ แต่แผ่นที่วางขายหมดแล้ว มิวเลยไดรลงแผ่นซีดีให้ โดยที่ความสัมพันธ์หลังจากที่จากกันมานานแสนนาน

ของมิวกับโต้งเริ่มกลับมาอีก

ในเมื่อทั้งสองคนเป็นวัยรุ่นแต่ภาพความทรงจำในอดีตนั้น ทั้งสองไม่สามารถที่จะลืมมันไปได้เลย

จึงนำมาซึ่งความรักของมิวกับโต้ง ซึ่งสาเหตุเป็นผลมาจากทั้งสองมีทางเดินที่ขรุขระเหลือเกิน
มิวต้องเสียอาม่า โต้งต้องเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน เลยทำให้ทั้งคู่ต้องโคจรมาพบกันท่ามกลางความสับสนโดยเฉพาะโต้ง

ทั้งสองคนอธิบายที่มาที่ไป ถึงการจากกันตั้งแต่เด็กว่าชีวิตเป็นไงบ้าง และได้ปลอบใจกัน

แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองมีมากกว่านั้นเมื่อเกิดถูกคอกันและได้จูบกันดั่งกับว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกันแล้ว

ความรักของชายหนุ่มทั้งสองเริ่มที่จะไม่ราบรื่น เมื่อแม่ของโต้ง มาเห็นทั้งคู่นั่งกอดและจูบกันสองต่อสอง

สุนีย์(แม่โต้ง) ได้อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นกับมิว
ทำนองเดียวกันก็อธิบายกับโต้งด้วย

ทำให้ทั้งคู่ต้องมาหม่นหมองและเริ่มที่จะจากกันห่างไกลออกไปเรื่อยๆ

มา ณ วันหนึ่ง สยามดิฟคัพเวอร์รี่ ได้เป็นลานแสดงคอนเสิรตของมิวอีกครั้ง

โต้งชอบเพลงที่มิวร้องมากเป็นพิเศษ

หลังจากมิวลงจากเวที จึงได้เดินเข้าไปทักทายกันอีกครั้งนึง

และโต้งซึ่งได้รับคำอฺธิบายเรื่องความรักจากแม่และเพื่อนๆ จึงให้คำตอบกับมิวว่าคบกันเป็นแฟนไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่รักมิว และ

ได้มอบของขวัญพิเศษให้มิว

ส่วนมิวก็เศร้านิด ๆ เพราะว่ารักโต้งมาตั้งแต่ไหนแต่ไร และเกือบจะสมหวังอยู่แล้ว ท่ามกลางความสับสนของโต้ง แต่สุดท้ายมิวต้องเศร้า

เพราะว่าโต้งเริ่มเข้าใจความรักที่แท้จริงจากคำอธิบายของแม่

จบบริบูรณ์ท่ามกลางความซึมเศร้าของมิวที่ต้องมาร้องให้กับความผิดหวังที่ไม่ได้โต้งเป็นแฟน

นี่คือเนื้อเรื่องหลัก ๆ สำหรับหนังเรื่อง รักแห่งสยามครับ

ส่วนประกอบของหนังที่แทรกเข้าไปจากแก่นแท้ ๆ ของมิวกับโต้งมีดังนี้
-หญิงกับโดนัท ที่เคยแอบรักหรือเป็นแฟนกับมิวและโต้งมาก่อน โดยที่อกหักจากอีกคนต้องมาเจออีกคนที่คอยให้กำลังใจ และคิดจะคบหา

เป็นแฟนด้วย
-จูน ซึ่งแรกเริ่มทำงานเป็นคนคุมน้อง ๆวงออกัส แต่ต้องมาทำงานเป็นส่วนนึงของครอบครัวโต้ง เพื่อให้พ่อของโต้งสบายใจว่าแตงลูกสาว

ตัวเองกลับมาแล้วจริงๆ
แต่สุดท้ายแล้ว จูนต้องจากครอบครัวนี้ไปด้วยความจำเป็น ส่วนนึงจูนเคยเป็นแตงมาก่อนหรือป่าว ตัวแตงก็ไม่รู้ แม่ของโต้งก็ไม่รู้ เพราะว่ามันนานมาก


***********************
บทสรุป/บทวิจารณ์ ของหนังเรื่อง "รักแห่งสยาม"
- หลายคนถามว่าเป็นหนังเกย์ไหม ตอบได้ร้อยเปอร์เซ็นครับ เป็นหนังเกย์แน่นอน และเป็นแก่นแท้ของหนังเรื่องนี้
-เนื้อหาของหนังที่ทุกคนดูจบ ถ้าไม่มีมิวกับโต้งในเนื้อเริ่องเข้ามา เชื่อได้เลยว่า ทุกคนจะโฟกัสไปที่ พี่นก สินใจ เพราะว่าเป็นจุดเด่นของ

หนังเรื่องนี้ และสะท้อนปัญหาสังคมได้ดี
-ไฮไลน์ของหนังรักแห่งสยาม อยู่ที่มิวกับโต้งครับ เพราะว่าถ้าไม่มีสองคนนี้ เป็นเหมือนหนังครอบครัวทั่วๆ ไปที่ไม่มีจุดเด่นอะไรเข้ามาใน

เนื้อเรื่อง และไม่แตกต่างอะไรจากเรื่อง วัยอลวน 4 ตั้ม โอ๊ รีเทิร์น
- เนื้อหาโดยรวมถือว่าสอบผ่านสำหรับหนังเรื่องนี้ เพราะว่าแทรกไปด้วยข้อคิดตลอดทั้งเรื่อง โดยเฉพาะครอบครัวของโต้ง ที่ลูกชายเริ่ม

สับสนกับตัวเอง นำมาซึ่งความเป็นเกย์ในที่สุด

- จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ เหมือนกับผู้กำกับต้องการสะท้อนให้เห็นและชี้แนะ ให้กับผู้ชมว่า ความรักนั้น มีได้หลากหลายรูปแบบ และไม่จำ

เป็นต้องชายรักหญิงเสมอไป แต่จะเป็นไปได้อย่างไร ถ้าชายกับชายจะรักกัน อนาคตต่อไปจะแตกต่างกับชายรักหญิงแน่นอน

-หนังเรื่องนี้ แก่นแท้แล้วผู้กำกับต้องการโฟกัสไปที่ครอบครัวของโต้ง กับ ความรักของมิวกับโต้ง นี่คือจุดเด่นที่เห็นได้ชัดเจนในสังคมไทย

*** รักแห่งสยาม คะแนนเต็ม 100 ให้ 85 คะแนนครับ ประทับใจมาก แต่ยังไม่ถึงที่สุดของหนังไทยปีนี้***

***ถ้าให้ถามว่า ไชยา กับ รักแห่งสยาม คุณภาพเรื่องไหนมาก่อน ผมบอกได้เต็มปากเลยครับว่า ยกให้ ไชยาแน่นอน ถ้าให้คะแนนแล้วไชยา

ได้ 90 คะแนนครับ สาเหตุที่ให้ไชยาเหนือกว่าเพราะว่า ไชยาครบเครื่องและ ถึงพริกถึงขิง อารมณ์เข้าถึงคนดูมากกว่าเรืองรักแห่งสยาม

ครับ***

แต่ก็ถือเป็นหนังไทยที่ดีที่สุดทั้งสองเรื่องของปีนี้เลยทีเดียว ทั้งไชยาและรักแห่งสยาม

นาน ๆทีจะได้เห็นหนังไทยมีคุณภาพเท่ากับสองเรื่องนี้ ดีกว่าเห็นตลกคาเฟ่ ตลกปัญญาอ่อน บนจอภาพยนตร์

ไงเราคนไทย ช่วยกันสนับสนุนหนังไทยนะครับผม

ขอบคุณมากครับ


 ดูหนังตัวอย่าง รักแห่งสยาม และอ่านเรื่องย่อ

 MV กันและกัน ost. รักแห่งสยาม คิววงฟลัวร์ร้อง

 รวมภาพมาริโอ งานแถลงข่าว

 รวมภาพ พิช งานแถลงข่าว

 สองสาว ตาล เบสท์ ในงานแถลงข่าว

 วงออกัสของพิชและเพื่อนๆใน รักแห่งสยาม

 รวมภาพงานรอบปฐมทัศน์ รักแห่งสยาม ที่ลานสยามดิส

 มาริโอ เตรียมแจ้งเกิด ดาราหน้าใหม่

 บทสัมภาษณ์น้องเบสท์ อธิชา

 นักแต่งเพลง-ผู้กำกับฯ ตัวตนอันบรรจบสมบูรณ์ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล

 “ตาล” ปลื้ม! ถูกใจบทสาวแบ๊ว ใน “รักแห่งสยาม”

 ดูเบื้องหลังมิวสิควีดีโอ "กันและกัน" เวอร์ชั่น ฟลัวร์

 มะเดี่ยวเตรียมปั้นดาวดวงใหม่ใน รักแห่งสยาม สองหนุ่ม สองสาว หน้าใส


ลุ้นทองกับข่าวฮอตของเหล่าดารา จาก Gossip Star พิมพ์ GE ส่งมาที่ 4825989 สมัครวันนี้ทดลองใช้ฟรี 15 วัน ค่าบริการ 39 บาท/เดือน


ข่าวบันเทิง ตัวอย่างภาพยนตร์ เช็ครอบหนัง อัพเดตทุกวัน

โดย : tas_amata@hotmail.com (Guest !)
อีเมล์ : tas_amata@hotmail.com
วันที่ : 2007-11-22 23:18:00
Tags : tas_amata@hotmail.com   


   



 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท



ความคิดเห็นที่ 807
รักพีพีชมากคะไม่ว่าใครจะว่าพีพีชเป็นเกย์แต่จีจ้าก็ยังรักพีพีชเสมอ
โดย : จีจ้า     วันที่ :2008-06-06 15:26:31    IP :10.250.32.xx   
ความคิดเห็นที่ 806
เท่าที่ดูหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีมากซึ้งดี(แต่บางตอนยังงงอยู่)แสดงให้เห็นถึงรักหลายรูปแบบถ่ายทอดสังคมไทยในปัจจจุบันได้ดีมาก...คนดูที่มีวุฒิภาวะแล้วจะมองออกว่าหนังไม่ได้แสดงให้เห็นความรักด้านใดด้านหนึ่ง...ถ้าท่านจะกรุณาทำต่อภาคสองที่ต่อเนื่องจากภาคแรกและมีบทสรุปก็จะดีมาก...ลบคำสบประมาทของคนที่วิจารณ์หนังของท่านในทางที่ไม่ดี.....
โดย : คนวัยทำงาน     วันที่ :2008-05-01 17:49:37    IP :202.149.25.xx   
ความคิดเห็นที่ 805
อยากให้สร้างภาคสองเพราะอยากดูบทสรุปของโต้งว่าจะลงเอยกับใครมิวจะลงกับใครและหญิงกับโดนัทด้วยถ้าไงก็สร้างด้วยนะครับ จะได้ซื้อหนังไว้สะสมครับ
โดย : เด็กนครสวรรค์     วันที่ :2008-05-01 11:24:53    IP :202.149.24.xx   
ความคิดเห็นที่ 804
ถ้ามีภาค 2 คงจะเจ๋งสุดๆไปเลย

เพาะตอนจบมันก็ยังค้างๆคาอยู่

ขอนักแสดงคนเดิมด้วย

รอดูภาค 2 นะคะ
โดย : 888     วันที่ :2008-03-06 22:27:47    IP :202.149.25.xx   
ความคิดเห็นที่ 803
เป็นหนังไทยที่เนื้อหาดีที่สุดอีกเรื่องที่เคยดูมาเลยค่ะ
อยากบอกทุกๆคนที่เป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ว่า...ขอบคุณนะคะ
โดย : 123     วันที่ :2008-02-27 19:02:25    IP :58.9.118.xx   
ความคิดเห็นที่ 802
ผมคิดว่าหนังอ่าสนุกนะครับ ถ้าทำเพิ่มคล้ายๆ Seasons Change ทะลุเป้าแน่เลยหนังเรื่องนี้ เพลงก็เเมร่งโคตรเพราะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หวานๆๆๆ
เนื้อหาก็ดี แต่มันน้อยไปหน่อย ควรใส่ให้เยอะกว่านี้นะ

เรื่องหนังเกย์อะไรอ่า ดูแล้วไม่เห็นจะคิดมากเลย ธรรมดามากครับ พวกอคติพวกนี้ไม่มีสมองมากเลยนะ ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ตอบเมื่อ: Thu Dec 13, 2007 10:23 am เรื่อง: ภาคต่อ รักแห่งสยาม แรงบันดาลใจจากแฟนคลับ(ยาวนิดนะ)

--------------------------------------------------------------------------------

รักแท้บทที่ 2.... (รักแห่งสยาม)

หลังจากงานวันคริสมาสต์โต้งและมิวต่างก็แยกย้ายกันไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง
- โต้งหันมาให้ความสำคัญและความสนใจกับครอบครัวของเขามากขึ้น กรค่อยๆ เลิกกินเหล้า กินยาจนอาการดีขึ้นมาก และได้ช่วยทำงานบ้านแทนสุนีย์ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน โต้งไปเรียนตามปกติตกเย็นก็เรียนพิเศษหลังจากนั้นก็จะกลับบ้านทันทีเพื่อไปช่วยเหลืองานบ้านและนั่งสนทนากันภายในครอบครัว ความรักความอบอุ่นค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในครอบครัวนี้อีกครั้งจนบ้านเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น และกรก็ยอมรับได้แล้วว่าขณะนี้ในบ้านเหลือเพียงสามคนเท่านั้น
- มิวหลังจากงานคอนเสิร์ตมิวเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นพร้อมๆกับวงออกัส มีค่ายเพลงยักษ์ใหญ่เข้ามาทาบทามติดต่อโดยยงคงให้วงออกัสทำงานเพลงเองในสไตล์ของตัวเองแต่ทางค่ายจะรับหน้าที่วางงาน โปรโมทและจัดการเรื่องต่างๆ ที่นอกเหนือจากเรื่องดนตรีให้ วงออกัสมีแน้วโน้มในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกับจิตใจของมิว หลังผ่านเหตุการณ์ที่โต้งมอบของขวัญให้มามิวกลายเป็นคนเงียบกว่าเดิมจนทำให้เพื่อนๆในวงเป็นห่วงมาก เอ็กซ์มักจะคอยอยู่เป็นเพื่อนมิวตลอดเวลา ไปค้างที่บ้านบ้างเป็นบางครั้งคราวทำให้จิตใจของมิวดีขึ้น เริ่มเปิดใจให้กับคนอื่นมากขึ้น ประจวบกับที่มีหน้าที่ที่ต้องทำเรื่องของโต้งจึงค่อยๆ เลือนหายไป ไม่มารบกวนจิตใจของมิวมากนัก
ผ่านไปประมาณ 1 ปี โต้งสอบติดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในสาขานิเทศศาสตร์โดยเลือกสาขาการสื่อสาร ที่บ้านของโต้งดีใจมากกับการที่โต้งสอบติดเลยจัดงานปาร์ตี้เล็กๆ ขึ้นในบ้าน ด้วยมื้อเช้าที่พิเศษ
“แล้วชัวร์หรือยัง ดูจากอินเตอร์เน็ตมันจะมั่นใจได้เหรอเดี๋ยวขับรถไปดูบอร์ดที่เกษตรอีกทีไหมโต้ง” สุนีย์กล่าว
“โถ่แม่ เขาบอกว่าติดก็ติดสิ แต่ยังไงเดี๋ยวเรากินข้าวเสร็จแล้วโต้งจะไปดูอีกที”
“คุณนี่ก็ยังไงนะ เจ้าโต้งมันตั้งในเรียนจะตายมันก็ต้องติดสิใช่มั้ยโต้ง”
“ครับพ่อ โต้งก็ว่างั้น” โต้งทำหน้ามัดใจปนทะเล้นใส่ ทุกคนก็หัวเราะกันออกมา

“ไปก่อนนะพ่อ แม่”
“ไม่ให้แม่ไปส่งจริงๆ เหรอ”
“ไปได้น่าแม่ โต้งจะเข้ามหาลัยแล้วนะ เดี๋ยวก็โดนบอกว่าเป็นลูกแหง่อีก”
“เออ ก็ไปให้ดีๆ แล้วกัน แล้วอย่าไปเล่นอะไรมากมาย แล้วก็รีบกลับด้วยเข้าใจไหม”
“ไปได้แล้วโต้ง ยิ่งอยู่แม่แกก็ยิ่งพูดไปเรื่อยนั่นและ”
“งั้นผมไปล่ะ”
โต้งก็ออกไปนั่งรถแท็กซี่เพื่อไปมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สถานที่สำหรับประกาศผลผู้ผ่านการสอบเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัย
“พี่ๆ ผมขอเปลี่ยนคลื่นวิทยุนะ” คนขับรถไม่ว่าอะไร ได้แต่พยักหน้าตอบไปเท่านั้น โต้งจึงนั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆ ซักพัก
…. “วันที่ผมขอเปิดผลงานชิ้นแรกของวงดนตรีน้องใหม่ของค่ายเราให้ได้รับฟังกันนะครับ ผมว่าความจริงแล้วบางคนอาจเคยได้ยินเพลงนี้แล้วด้วยซ้ำ ถ้าใครเคยติดตามผลงานของศิลปินกลุ่มนี้ตั้งแต่เริ่มออกเป็นแนวอินดี้มาก่อนครับ ฟังที่นี่เป็นที่แรกเลยนะครับ”
เสียงเมโลดี้ที่คุ้นเคยผ่านเข้ามาในหูของโต้งจนโต้งหยุดและตั้งใจฟัง

~ ~ ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม
มันอาจไม่เพราะ ไม่ซึ้งไม่สวยงามเหมือนเพลงทั่วไป

อยากให้รู้ ว่าเพลงรัก ถ้าไม่รัก ก็เขียนไม่ได้
แต่กับเธอคนดีรู้ไหม ฉันเขียนอย่างง่าย...ดาย

เธอคงเคยได้ยินเพลงรักมานับร้อยพัน
มันอาจจะโดนใจ แต่ก็มีความหมายเหมือนๆกัน

แต่ถ้าเธอฟังเพลงนี้ เพลงที่เขียนเพื่อเธอเท่านั้น
เพื่อเธอเข้าใจความหมายแล้วใจจะได้มีกันและกัน

มีความจริงอยู่ในความรักตั้งมากมาย
และที่ผ่านมาฉันใช้เวลาเพื่อหาความหมาย

แต่ไม่นานก็เพิ่งรู้ เมื่อทุกครั้งที่มีเธอใกล้
ว่าถ้าชีวิตคือทำนอง เธอก็เป็นดังคำร้องที่เพราะและซึ้งจับใจ

ให้มันเป็นเพลง บนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน
อยู่ด้วยกันตราบนานๆ ดั่งในใจความบอกในกวี

ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง
คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจ ฉันมีปลายทาง

มีทางเดินให้เราเดินเคียง และมีเสียงของเธอกับฉัน
มีทางเดินให้เราเดินร่วมเคียง และมีเสียงของเธอกับฉัน ~ ~
นี่เป็นผลงานชิ้นแรกของวงออกัสน้องใหม่มาแรงของค่ายเราครับ คือเพลงกันและกัน มีคนเล่าให้ฟังว่าเพลงนี้มีที่มาที่ไปเดี๋ยวยังไงในวันแถลงข่าวซึ่งผมได้รับไปเป็นพิธีกร (หัวเราะ) ผมจะถามเรื่องนี้มาให้ด้วยแล้วกันนะรับท่านผู้ฟัง และหลังจากงานแถลงข่าวเราจะได้พบกับพวกเขาทุกคนที่คลื่นของเราอย่างแน่นอนครับ”

โต้งอึ้งไปชั่วครู่ ภาพความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาในสมองของเขา ภาพห้องของมิว ภาพคอนเสิร์ตในงานปาร์ตี้ ภาพคอนเสิร์ตในวันคริสมาสต์ปีที่ผ่านมา ต่างไหลเข้ามาในสมองเขาอีกครั้งหลังจากที่เขาลืมไปมันไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง มียิ้มเล็กๆ ขึ้นมาบนใบหน้าของเขา โต้งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหารายชื่อจนมาถึงชื่อ มิว เขานั่งนิ่งมองชื่อนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
“น้องๆ จะให้พี่เข้าไปเลยไหมหรือว่าลงข้างนอก รถมันเยอะน่ะนะเป็นไปได้จริงๆ พี่ก็ไม่อยากเข้าไปเท่าไหร่ กว่าจะเข้ากว่าจะออก ให้พี่ไปหากินต่อดีกว่าไหมน้อง พี่คิดว่าถ้าน้องเดินเข้าไปมันน่าจะไวกว่าพี่ขับเข้าไปอีกมั้ง…”
“พี่ พี่ พี่ครับ” โต้งเรียกเสียงดัง “เดี๋ยวผมลงตรงนี้แหละ ผมเดินเข้าไปเอง นี่ตังค์ครับ”
โต้งลงจากแท็กซี่เก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงแล้วเดินเข้าไปในตัวมหาวิทยาลัย

เสียงจากกลุ่มและซุ้มต่างๆ ดังมาไม่ขาดระยะ โต้งเดินเข้าไปหาบอร์ดของมหาวิทยาลัยและคณะที่ตนเองเลือกไว้ ไม่นานก็เจอชื่อตัวเอง เพราะว่ารู้อยู่แล้ว โต้งยิ้มนิดๆ จากนั้นก็มีรุ่นพี่เดินเข้ามาล้อมโต้งถามโน่นถามนี่ ชื่ออะไรน้อง ติดไหม เอกไหน คณะไหน พร้อมกับเสียงแซวของรุ่นพี่ผุ้หญิงและรุ่นพี่กระเทยไม่ขาดระยะ น้องคนนี้หล่อจังรู้จักทางไปมหาลัยไหม เด๋วไปพาไปส่ง และก็ส่งเสียงหัวเราะกันอย่างดัง โต้งทำหน้างงๆ แล้วก็ยิ้มเจื่อนๆ ออกมา
“ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับพี่ ปวดฉี่มากทนไม่ไหวแล้ว” โต้งหาทางเลี่ยงสุดชีวิต แล้วก็หลุดมาได้ “ต้องกลับมานะน้องโต้งไม่กลับมาเจอกันที่มหาลัยพี่หอมแก้มแน่เลยนะ” รุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนไล่หลังมา โต้งหันไปยิ้มเจื่อนๆให้

จากนั้นโต้งก็เดินไปอีกด้านหนึ่งของบอร์ดเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำ (ปวดจริง) ต้องเดินผ่านคนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งกำลังล้อมดูอะไรซักอย่าง ด้วยความสงสัยจึงหยุดดู ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือ ภายในกลุ่มดังกล่าวมีคนที่เขารู้จักอยู่สองคน คนหนึ่งเป็นคนที่เขารู้จักดี หรือแทบจะดีมากด้วยซ้ำ โดนล้อมถ่ายรูป พูดคุยและขอลายเซ็นต์อยู่กับเพื่อนอีกคนหนึ่ง สองคนนั้นคือมิวกับเอ็กซ์นั่นเอง โต้งยิ้มนิดๆ และจะเดินเข้าไปทัก แต่เห็นจากคนอยู่เยอะและไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรและพูดคุยอะไรกันดี ทักทายยังไงดีนะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ไม่ได้คุยกันตั้งนาน ดีไหมนะ โต้งทำหน้าเศร้าๆไปเล็กน้อยแล้วตัดสินใจเดินไปเข้าห้องน้ำดีกว่า เพราะไม่รู้จะเข้าไปทักอย่างไร และมิวจะรู้สึกอย่างไรที่เจอเขาอีกครั้ง โต้งจึงกลับหลังหันเดินไปอีกทาง

เอ็กซ์เงยหน้าขึ้นมาจะถ่ายรูปและพูดคุยกับแฟนเพลงที่รายล้อมอยู่ จึงมองเห็นโต้งแวบๆ พอดีแต่ก็ไม่แน่ใจ จึงสะกิดให้มิวดู “เฮ้ย ไอ้มิวนั่นโต้งหรือเปล่าวะ”
“ไหนๆ”มิวถามพร้อมเขย่งมอง
“นั่นไงที่เดินไปตรงมุมนั่นแล้วไง กำลังเลี้ยวไปที่มุมตึกนั่นไง” เอกซ์บอกมิวพลางเขย่งดูไปด้วย
“เออใช่จริงๆ ว่ะ” “ขอโทษนะครับขอตัวก่อนนะครับ” มิวค่อยๆ แทรกตัวออกไปจากกลุ่มคนตรงนั้นแล้ววิ่งตามไปที่มุมตึก พอไปถึงเห็นผู้คนอยู่บริเวณนั้นมากมายแต่ไม่พบโต้งแล้ว มิวหน้าเศร้าลงทันที เอ็กซ์วิ่งตามมา “ไง เจอไหมวะ” มิวส่ายหน้า
หลังจากโต้งเข้าห้องน้ำเสร็จโต้งหยิบมือถือขึ้นมาดูอีกครั้ง หน้าจอมือถือยังคงเป็นหน้าที่เป็นชื่อและเบอร์โทรของมิวอยู่ โต้งถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วจึงตัดสินใจนำโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกไปยังเบอร์มิว “หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…” โต้งกดวางสายแล้วเก็บโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงตามเดิม

“มึงก็โทรไปหาโต้งสิวะไอ้มิว” เอ็กซ์บอกเพื่อนอย่างห่วงใย แต่ไม่วายทำหน้ากวนๆ ใส่
“มึงก็รู้ไอ้เอ็กซ์ โทรศัพท์กูหาย เบอร์ใครก็หายหมด เบอร์มึงกูยังไม่ได้เม็มเลย” มิวตอบแบบผสมบ่นเพื่อนเล็กน้อย
“หญิงไง ไปขอกับหญิงสิ เออแต่ไม่เห็นหญิงมาซักที ไหนๆ ก็ไหนๆ มึงโทรไปถามแล้วก็โทรไปตามหญิงด้วยเลยแล้วกัน”
“ฮัลโหลหญิงเหรอ อยู่ไหนเนี่ยไอ้เอ็กซ์มันรอนานมากแล้วนะ” มิวตะโกนใส่โทรศัพท์แข่งกับเสียงกลองที่ดังอยู่รอบๆตัวเขา
“ฮัลโหลมิวเหรอ เราอยู่ที่นี่แล้วล่ะเพิ่งตรวจบอร์ดเสร็จความจริงโทรหาเอ๊กซ์แล้วแต่โทรไปก็ไม่รับ” หญิงตอบป่านสายโทรศัพท์มาในที่ที่อึกทึกไม่ต่างกัน “มิวอยู่หน้าบอร์ดคณะมิวนะเดี๋ยวเราไป ฝากล๊อคตัวเอ็กซ์ไว้ด้วย เจอนะจะตีให้หน้าพังเลย”
“อืมๆ หน้าบอร์ดศิลปกรรมนะ มาให้ไวเลย”
“โอเคๆ แค่นี้นะ” แล้วหญิงก็โผล่พรวดเข้ามาจากด้านหลังแล้วกอดมิวแบบแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้
“โอ๊ย อะไรเนี่ยหญิงตกใจหมด แล้วมากอดเราขนาดนี้ไม่อายคนอื่นมั่งหรือไง” มิวถามหลางเอี้ยวตัวไปมองทำหน้าแหยๆ
“จะอายทำไม ให้เขาเห็นก้ดีเขาจะได้คิดว่าหญิงมีแฟนเป็นนักร้องดัง เก๋จะตายไป” หญิงตอบลอยหน้าลอยตากวนประสาทใส่มิว
“แต่ไอ้เอ็กซ์มันจะเคืองเอานะ พอได้แล้วคนมองใหญ่แล้ว”
“ 555 มิวนี่อายน่ารักเหมือนเดิมเลยเนอะ” หญิงยังคงกวนมิวต่อไป “เออเราติดบัญชีจุฬาแหละมิว แล้วเอ็กซ์ล่ะ”
“แหมอยากรู้เรื่องของใครก็ถามเจ้าตัวสิคร้าบบบ แล้วนี่จะปล่อยแฟนผมได้ยังครับคุณมิว” เอ็กซ์พูดพลางแกะมือหญิงออกจากมิว
“กูว่ามึงแกะตุ๊กแกของมึงออกไปจากกูดีกว่านะ ชอบแกล้งอยู่เรื่อยเลย” มิวบ่นขำๆ
“หญิงครับแฟนมาแล้วก็มาอยู่กับแฟนดิ่ครับคุณ มานี่ๆๆๆๆ” หญิงละจากมิวมายืนจับมือกับเอ็กซ์
“ว่าไงเอ็กซ์มีชื่อไหม ไม่มีแน่เลยวันๆ นอกจากซ้อมดนตรีก็ไปเหล่สาวๆ ทำตัวเจ้าชู้ติดก็บ้าและ” หญิงหันไปกวนใส่เอ็กซ์
“โหปาก ทำไมจะไม่ติดล่ะ ได้เรียนที่เดียวกับไอ้มิวเลย พลาดโควตาไปได้ไงไม่รู้ แต่สอบติดก็โอเคแล้ว”
“เก่งจังเลย” หญิงชมเอ็กซ์พลางกระโดดดีใจไปกอดคอเอ็กซ์ เอ็กซ์ยิ้มๆใส่มิว
“เออหญิง หญิงมีเบอร์โต้งไหม เมื่อกี้เราเห็นโต้งมาแถวนี้แวบๆ” มิวถาม
“น่าจะมีนะ แต่ไม่แน่ใจว่าใช้อยู่ไหมก็ตั้งแต่…. เอ่อ ช่างมันเถอะ ไม่ได้คุยกันนานแล้วน่ะ” หญิงตอบพลางเปิดดูโทรศัพท์ตัวเองและค้นรายชื่อของโต้ง ในที่สุดก็เจอ “นี่ไงมิว เบอร์นี้” หญิงยื่นโทรศัพท์ให้มิว มิวรับไปและกดเบอร์ลงในโทรศัพท์ของตัวเอง
“ตรงนี้เสียงมันดัง เดี๋ยวขอไปโทรศัพท์แป๊บนะคู่รักทั้งสอง” มิวบอก พลางล้อเลียนหญิงและเอ็กซ์ก่อนจะวิ่งหนีเท้าเอ็กซ์ไปได้อย่างฉิวเฉียด

มิวเดินไปจนไกลจากบริเวณบอร์ดพอสมควรจึงกดโทรออก
“ฮัลโหล ใครน่ะ”
“……” มิวนิ่ง
“ฮัลโหล ใครครับไม่ได้ยินเสียงพูดเลยได้ยินแต่เสียงอะไรดังๆ น่ะ”
มิวกดวางสาย เขาเองก็สับสนไม่รู้ว่าจะเริมยังไงดีจะพูดยังไงดีนะ ตอนนี้โต้งเป็นอย่างไร มีความรู้สึกอย่างไรกับเขา ความสับสนเข้ามาในหัวของมิว
ตื๊ด~ตื้ด~ “ฮัลโหลโต้งเหรอนี่มิวเองนะ”
“มิว***ไรของมึงวะ ก่อนรับดูชื่อด้วย กูเอ็กซ์โว้ย กูจะโทรมาบอกว่าก่อนถึงช่วงซ้อมกูจะไปสยามกับหญิงกูเลยโทรมาชวนมึงน่ะ มึงไปไหม”
“เออ ไปกันก่อนแล้วกันถ้ากูจะไปเดี๋ยวกูโทรไปหา” มิวกดวางโทรศัพท์แล้วเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ทำไมนะ ทำไมเขาถึงทำอะไรไม่ถูก ทำไมไม่กล้าที่จะโทรไปคุยกับโต้งเหมือนเมื่อก่อน เดินไปพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเม็มเบอร์โต้งไว้ ตอนนี้ในรายชื่อติดต่อในโทรศัพท์มิวมีสองเบอร์แล้วคือ โต้งกับหญิง มิวเดินต่อไปเรื่อยๆจนถึงหน้ามหาวิทยาลัยเห็นโต้งกำลังขึ้นแท็กซี่ออกไป มิววิ่งตามแต่ทว่าไม่ทันซะแล้วรถออกไปไกลมากแล้ว มิวยืนนิ่งอยู่ริมถนนมองรถแท็กซี่คันนั้นเคลื่อนที่ลับไปอย่างเหม่อลอย ภาพในอดีตถูกจุดขึ้นในสมองมิวอีกครั้ง ภาพที่โต้งในวัยเด็กนั่งรถเคลื่อนออกไปจากสายตาเขาขณะที่โต้งย้ายบ้าน ความเหงาเข้าปะทะจิตใจอีกครั้ง เกิดคำถามขึ้นในใจมิว ทำไมนะทั้งๆ ที่เราเข้มแข็งขึ้นแล้ว เรามีเพื่อน เรามีดนตรี แต่ทำไมความรู้สึกนี้ยังคงกลับมาทักทายเข้าอยู่เสมอๆ
โต้งเอาเบอร์โทรศัพท์สายที่ได้รับล่าสุดขึ้นมาดูและโทรกลับไป แต่ไม่มีคนรับสาย เขาจึงไม่ใส่ใจคิดว่าคงมีคนโทรผิดมา โต้งกดโทรศัพท์ไปที่เบอร์มิวอีกครั้ง “หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…” โต้งกดโทรศัพท์แล้วกดวางสายเก็บใส่กระเป๋าไป
กลับมาถึงบ้านโต้งเดินไปบอกพ่อที่ดูโทรทัศน์อยู่
“ดูแล้วมีชื่อนะพ่อ” โต้งบอก
“เออมันก็ต้องมีอยู่แล้วล่ะ ในเน็ตมีที่บอร์ดไม่มีก็แปลกอยู่ แล้วนี่ทำไมกลับไวจังล่ะ ไม่มีทำกิจกรรมอะไรกับเขาเหรอ” กรถามลูกชาย
“ไม่อ่ะ ขี้เกียจอยู่ ไม่ค่อยชอบ”
“เราต้องมีกิจรรมมั่งนะ พ่อเห็นเพื่อนชวนไปไหนเราก็ไม่ไปเลยนี่เดี๋ยวนี้ ไม่มีเพื่อนเดี๋ยวก็เฉาตาย แล้วนี่เพื่อนๆ มีใครติดที่เดียวกับโต้งไหมล่ะลูก”
“พวกกลุ่มโต้งมันไปเรียนเอกชนกันหมด แต่วันนี้ผมเจอ…. เอ่อ…. เจอมิวด้วย”
“เหรอดีสิ ได้คุยกันหรือเปล่าลูกไม่รู้ว่ามิวสอบติดที่ไหนนะ ว่าแต่มิวก็หายหน้าหายตาไปเลย”
“เอ่อ….. เขาเป็นนักร้องแล้วน่ะพ่อเขาไม่ค่อยมีเวลาหรอก เดี๋ยวขึ้นข้างบนก่อนนะรู้สึกเพลียๆ”
“เดินทางไกลมั้ง อืมๆ ไปเถอะเดี๋ยวตอนเย็นแม่กลับมาเดี๋ยวไปปลุก”
โต้งเดินเข้าห้องไปนอนแผ่หงายอยู่บนเตียง ถอนหายใจยาวๆ โต้งลุกไปเปิด CD เพลงที่มิวเคยไรท์ให้ฟัง ~ ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม~ โต้งกลับมานอนหงายที่เตียง มองขึ้นเพดานอย่างเหม่อลอยพร้อมพึมพำกับตัวเอง “เพลงนี้ยังเป็นของเราอยู่มั้ยนะ” ๆ ๆ ๆ ๆ ….. ซ้ำไปซ้ำมาจนเผลอหลับไป
ตกเย็นสุนีย์กลับมาบ้านพร้อมอาหารชุดใหญ่ กว่าทุกวัน
“โต้ง โต้งเอ้ยมากินข้าวเร็วลูก” กรตะโกนเรียก “ผมว่าสงสัยหลับอยู่นะ” กรบอกสุนีย์
“งั้นเดี๋ยวชั้นขึ้นไปตามลูกเอง คุณตักข้าวรอเลยแล้วกันนะ”
“ได้จ้ะ ตามลงมาเร็วๆ ล่ะ เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นหมด”
สุนีย์ยิ้มพลางพยักหน้า จากนั้นก็เดินขึ้นไปตามโต้ง เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องโต้งกำลังจะเคาะประตู เห็นว่าประตูแง้มอยู่จึงเปิดเข้าไป เห็นโต้งนอนหลับถือโทรศัพท์ในมืออยู่ และได้ยินเสียงเพลงเปิดอยู่ ~ ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม~ เพลงเล่นย้อนกลับมาที่เพลงนี้พอดีสุนีย์มองโต้งพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ เดินไปปิดเพลงแล้วจึงกลับมาปลุกลูกชาย
“โต้ง โต้ง ตื่นได้แล้ว นอนตอนนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก ผ้าก็ไม่ห่ม” สุนีย์เรียกโต้งพลางหยิบโทรศัพท์ออกจากมือ เหลือบเห็นในโทรศัพท์เป็นชื่อมิวค้างอยู่
“อะไรนะแม่” โต้งถามงัวเงีย
“แม่บอกให้ตื่นได้แล้ว ไปล้างหน้าล้างตาไปแล้วลงไปกินข้าวกัน เตรียมไว้หมดแล้ว พ่อก็รออยู่ที่โต๊ะ เร็วๆด้วยนะ”
“งั้นเดี๋ยวตามลงไปแม่” โต้งลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไป
สุนีย์วางโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะข้างเตียงของโต้ง แล้วเดินลงไปรอที่โต๊ะอาหาร

ซักพักโต้งเดินตามลงมาที่โต๊ะ ทุกคนสวดพร้อมกัน

และลงมือทานอาหารเย็นกัน กรยิ้มให้ทั้งคู่อย่างมีความสุข สุนีย์ยิ้มตอบ พลางมองโต้ง
“แม่มีอะไรหรือเปล่า” โต้งถามทำน่าสงสัย
“เปล่าก็แค่มองเด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยน่ะ แล้ววันนี้เป็นไงไม่เห็นเล่าให้แม่ฟังมั่งเลย” สุนีย์ถามกลับ
“ไม่รู้ดิ่ ก็ดีอ่ะแม่”
“เออคุณ ผมว่าเราจัดงาเลี้ยงฉลองที่เจ้าโต้งสอบเข้าดีไหม ชวนเพื่อนๆ ของโต้งมาด้วยไง” กรเสนอความคิดเห็น
“ไม่ต้องหรอกพ่อ แค่สอบได้ทำอะไรยุ่งยาก” โต้งบอกว่าไม่เห็นด้วย
“ก็ต้องแล้วแต่เจ้าตัวเขา แล้วเราอยากจัดไหม” สุนีย์ถามโต้ง
“เฉยๆ น่ะ ไม่ได้คิดไรมาก พวกเพื่อนๆ มันก็ไม่ค่อยจะมากันหรอกมั้ง”
“ก็ลองชวนก่อนไง ชวนมิว ชวนเพื่อนๆ ที่เป็นนักดนตรีมาด้วย งานจะได้สนุกไง” กรเสนอต่อ
โต้งกับสุนีย์หันมามองหน้ากันแล้วทำหน้าอึกอักๆ ใส่กันครู่หนึ่ง
“เขาคงไม่ว่างหรอกพ่อ เขาเป็นนักร้องดังแล้วกำลังจะออกอัลบั้มด้วย”
“เหรอมิวนี่ก็เก่งนะ ไม่รู้ว่าอาม่าสอนเปียนโนให้เด็กๆ แล้วจะโตขึ้นมาทั้งเก่งทั้งหล่อ 555” กรพูดพลางหัวเราะ
โต้งกับสุนีย์ก้มหน้าก้มตากินไม่พูดอะไร
“ลองๆคิดดูแล้วกัน ไม่แน่นะมิวอาจจะอยู่ที่เดียวกับโต้งก็ได้ เพราะวันนี้ก็เจอกันนี่”
สุนีย์เหลือบมองหน้าโต้ง โต้งหลบตา พร้อมตอบปัดๆ ไป “ก็ไม่ได้คุยกันหรอก เค้าดังแล้วคนรุมเยอะเลยไม่ได้ทักกัน”
การสนทนาจบลงแค่นั้นจนจบมื้อเย็น ทั้งสามคนช่วยกันเก็บโต๊ะ โต้งกับสุนีย์ช่วยกันล้างจาน สุนีย์ล้างน้ำยา ส่วนโต้งช่วยล้างน้ำเปล่า
“แล้วอยากจัดไหมล่ะงานน่ะ แม่ยังไงก็ได้ตามใจเรา”
“เฉยๆน่ะ เดี๋ยวลองถามเพื่อนๆก่อนแล้วกันว่าพวกมันจะมาหรือเปล่า”
“เอ่อ… อย่าลืมชวนมิวล่ะ”
โต้งมองหน้าสุนีย์อย่างแปลกใจ แล้วก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้วน่ะแม่ ไม่รู้ว่ายังใช้เบอร์เดิมหรือเปล่าด้วย”
“อืมๆ คิดได้ยังไงก็บอกแล้วกันนะ บอกล่วงหน้านานๆ ล่ะ จะได้มีเวลาเตรียมตัว”
“ได้ๆ แม่”
……………………………………………………………………………………….

มิวกลับมาที่บ้านทักทายแม่กับเฮียของหญิงแล้วเดินเข้าบ้านไปนั่งลงที่เปียนโนหลังเก่า มิวนั่งเล่นเพลงที่อาม่าชอบเล่นพร้อมกับพูดกับตัวเองว่า เพลงนี้แปลว่าคิดถึงนะ แต่จะส่งไปถึงไหม อาม่าคิดว่ายังไงพลางมองรูปอาม่าและรูปที่ถ่ายกับโต้งตอนเด็กสลับกันไป
ที่ห้องซ้อม เพื่อนๆ ในวงออกัสไปกันเกือบหมดแล้วเหลือแต่เอ็กซ์กับมิวที่ยังไม่ไป
“ใครโทรไปตามไอ้มิวทีซิ เดี๋ยวกูโทรหาไอ้เอ็กซ์เอง”
“เออๆ กูอยู่บนรถเนี่ยใกล้ถึงแล้ว ยังไม่ถึงเวลาซ้อมเลยโทรมาตามทำไมวะ” เอ็กซ์ตอบปิงปองผ่านสายโทรศัพท์มา “เฮ้ยๆๆ ไม่ต้องโทรแล้ว ไอ้มิวมาโน่นแล้ว”
“เออขอโทษที่มาช้าว่ะ บังเอิญกลับไปเอาของที่บ้านเลยเผลอนอนหลับไปน่ะ” มิวตอบ
“ไม่เป็นไรหรอกยังไม่ถึงเวลาซ้อมซะหน่อย อีกตั้ง 1 นาทีแน่ะ” ทุกคนรวมทั้งมิวหัวเราะชอบใจกันใหญ่กินขนมก่อนแล้วกันซื้อมาฝากถือว่ารอไอ้เอ็กซ์มัน
ทุกคนวิ่งมารุมถุงขนมเหมือนกับแร้งลง กินไปได้จนขนมเกือบหมดเอ็กซ์ก็มาพร้อมกับหญิง
“โทดทีเว้ยมาช้าไปนิดรถมันติดต้องทำใจ” เอ็กซ์ตอบไปตามสไตล์ พร้อมทำท่าเก๊กหล่อ ทำให้ทุกคนอ้วกแล้ววิ่งมารุมเอ็กซ์
“เอาๆๆๆๆ ซ้อมเหอะเดี๋ยวจะดึกนะ” มิวตะโกนบอกทุกๆ คน จึงได้เริ่มซ้อมกัน หญิงนั่งดูอยู่ในห้องซ้อมด้วย ซํกพักมีโทรศัพท์เข้ามาหาหญิง
“อาหญิงอ่า นี่มังมืดแล้วนะ ทำไมลื้อยังไม่กลับบ้านอีกล่ะ” หม่าม้าของหญิงอยู่ในสาย
“ซักพักนะม้า หญิงก็มาดูมิวซ้อมดนตรีน่ะ เดี๋ยวกลับพร้อมกัน” หญิงตะโกนตอบกลับไปแข่งกับเสียงดนตรี
“เออๆๆๆ อย่าให้มังดึกมากน้า หม่าม้าเป็นห่วง บอกอามิวอีด้วย”
“จ้าๆๆๆๆๆ” หญิงวางสายโทรศัพท์ ก็เห็น miss call ขึ้นที่โทรศัพท์จึงกดดู ปรากฏว่าคนที่โทรมาเป็นโต้ง หญิงจึงโทรกลับไป “ไงโต้งมีอะไรเหรอ พอดีเราปิดเสียงไว้ตอนดูหนังน่ะเลยไม่รู้” มิวได้ยินชื่อโต้งเลยหยุดร้องไปครู่หนึ่งแล้วมองหญิงที่โทรศัพท์อยู่
“เออโต้งรอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวหญิงออกไปโทรข้างนอกก่อนข้างในนี้มันดัง” หญิงค่อยๆ เดินเปิดประตูออกไปคุยข้างนอก
“หญิงเป็นไงมั่ง สบายดีไหม”
“ก็ดี โต้งล่ะ เป็นไง นึกยังไงโทรมาได้เนี่ย”
“ก็เรื่อยๆ แหละ วันนี้ไปดูผลสอบเลยโทรมาหา หญฺงเป็นไงบ้างเรียนต่อที่ไหน”
“บัญชีจุฬาน่ะ”
“เฮ้ย จริงเหรอที่เดียวกันเลย เราก็เรียนจุฬาเหมือนกัน เราติดนิเทศน่ะ”
“เหรอ ดีๆ จะได้มีโอกาสเจอกันบ่อยๆ”
“หญิงเจอมิวมั่งหรือเปล่า”
“ทำไมจะไม่เจอล่ะ อยู่บ้านตรงข้ามกันนะ โต้งล่ะไม่ได้ติดต่อมานานเลยนะ ได้คุยกับมิวมั่งหรือเปล่า”
“อืม ไม่เลยอ่ะ แต่เราฟังเพลงนะ เห็นว่าอยู่ค่ายใหญ่แล้วด้วย มิวคงจะดีใจมาก”
“ก็งั้นแหละ ดังขึ้นเวลาก็ลดลง ควมเป็นส่วนตัวก้น้อยลง ยิ่งได้ค่ายใหญ่โปรโมทให้น่าจะดังขึ้นอีกนะ”
…….(คุยกันไปเรื่อยเปื่อย)

“พัก 15 นาทีนะ เดี๋ยวซ้อมต่อ” มิวบอกเพื่อนๆ ออกไมค์ เพื่อนๆนั่งอยู่ในห้องกินขนมบ้าง คุยเล่นกันบ้าง ส่วนมิวกับเอ็กซ์เดินออกมาข้างนอก
“จะไปไหนวะไอ้มิว”
“เข้าห้องน้ำปวดฉี่ แล้วมึงล่ะ ปวดเหมือนกันเหรอ” เอ็กซ์ไม่ตอบ แต่ยิ้มแล้วชี้ไปที่หญิงแทนคำตอบ “อ๋อๆๆๆ เออเอาเหอะตามสบายเลย”

“โต้งแป๊บนึงนะ มีคนจะคุยด้วย แล้วหญิงก็วิ่งเอาโทรศัพท์มาให้มิวคุย” มิวรับโทรศัพท์ไปทำหน้างงๆ หญิงหันมายิ้มให้แล้วทำปากบอกว่าโต้ง แล้วก็เดินออกไปกับเอ็กซ์

มิวยืนมองโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งแล้วเอาขึ้นมาคุย “ฮัล..ฮัลโหล สวัสดีครับ ใครน่ะ”
“มิวเหรอ นี่โต้งนะ” แม้แต่มิวเองก็อธิบายความรู้สึกตัวเองไม่ถูก มันทั้งดีใจ ตื้นตันใจ สับสน และเคว้งคว้างยังไงบอกไม่ถูกเมื่อได้ยินเสียงนั้นอีกครั้ง
“มิว ใช่มิวหรือเปล่า” เสียงของปลายสายถามอย่างกระวนกระวายใจ
“อืมเราเอง เป็นไงบ้างโต้งไม่ได้คุยกันนาน”
“ไม่รู้สิมันก็เรื่อยๆ นะชีวิตเรียบๆ ง่ายๆ เรียน เรียนพิเศษ กลับบ้าน ไม่งั้นคงสอบไม่ติดหรอก”
“เหรอแล้วโต้งสอบติดที่ไหนล่ะ”
“จุฬาน่ะ นิเทศน์ ที่เดียวกับหญิงเลย มิวล่ะ” มิวได้ยินก็ใจเต้นตุบๆๆๆขึ้นมาอย่างรุนแรง
“เราได้โควตาศิลปกรรมที่จุฬาน่ะ เอ๊กซ์ก็เรียนที่เดียวกับเราเลย”
“เหรอดีจังนะ เราจะได้อยู่ด้วยกันอีก” คำว่าอยู่ด้วยกันอีกพุ่งลงไปแทงใจของมิวอย่างรุนแรง เขาเริ่มรู้สึกตัวสั่นและสมองเบลอๆ “ตอนนี้มิวดังแล้ว ดีใจด้วย เรายังซื้อแผ่นของมิวเลยเปิดฟังบ่อยๆ”
“อืมๆ โต้ง…โต้งชอบเหรอ เราขอบใจนะที่โต้งชอบ เออโต้งเราใช้เบอร์ใหม่แล้วนะ เบอร์เก่ามันหายน่ะเลยไม่อยากทำใหม่ เดี๋ยวเรายิงไปนะ”
“ได้ๆ งั้นแค่นี้ก่อนนะมิว แม่เรียกแล้ว โชคดีนะ”
“อืมๆ เหมือนกัน” โต้งวางสายไป “มิวคิดถึงโต้งนะ” มิวพูดต่อแม้จะวางโทรศัพท์ไปแล้ว ทำไมความรู้สึกและคำพูดมันช่างดูห่างเหินกันจังนะ เราคิดไปเองหรือเปล่า หรือว่ามันเป็นยังไงกันแน่ มิวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“เฮ้ยไอ้มิว ซ้อมๆ เดี๋ยวดึกหญิงโดนด่า” เอ็กซ์มาลากตัวเพื่อนเข้าห้องซ้อมโดยการล๊อคคอลากเข้าไป ทำให้มิวดึงสติกลับมาได้บ้าง
ซ้อมเสร็จทุกคนกำลังแยกย้ายกันกลับบ้าน เหลือเอ็กซ์ มิว หญิง
“เอ็กซ์ไม่ต้องไปด้วยหรอกนะ เดี๋ยวหญิงกลับกับมิวสองคนเอ๊กซ์กลับไปก่อนเหอะ อีกอย่างถ้าหม่าม้ามาเห็นจะโดนดุเอา”
“อืมๆ เอางั้นก็ได้ แต่พอถึงบ้านแล้วหญิงโทรหาเราด้วยนะ”
“ได้งั้น บายๆ นะ” หญิงโบกมือลาเอ็กซ์ที่เดินไปขึ้นรถ
“เออพรุ่งนี้เจอกันไอ้มิว” มิวพยักหน้าตอบพาหญิงไปขึ้นแท็กซี่กลับบ้าน
พอกลับถึงบ้านหญิงก็ลามิวแล้วเข้าบ้านไป มิวเดินเข้าบ้าน เขารู้สึกตัวลอยๆ เดินไปหยิบตุ๊กตามาจากโต๊ะเอามาไว้ที่เตียง “มันจะเป็นยังไงต่อไปนะ ความเข้มแข็งเฮือกสุดท้ายมิวใช้ไปหมดแล้วนะ” มิวพูดกับตุ๊กตา แล้วมิวก็หยิบโทรศัพท์มาส่งข้อความไปหาโต้งว่า “นี่เบอร์เรานะ”
โต้งกำลังนอนฟังเพลงอยู่ ได้ยินเสียงแมสเสจเข้าก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความที่มิวส่งมา เซฟเบอร์ลงเครื่องไว้นอนเอาโทรศัพท์แนบอกไว้ยิ้มและอย่างมีความสุข
วันรุ่งขึ้นหญิงมาเรียกมิวที่หน้าบ้าน มิวก็ลงมาเปิดประตูให้
“มีอะไรเหรอหญิงเพิ่งจะแปดโมงกว่าเองนะ” มิวเดินขยี้ผมยุ่งๆ ลงมาเปิดประตู
“หญิงมีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ” มิวทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่หญิงทำหน้าเคร่งขรึม
“อืมๆ เข้ามาก่อนแล้วกันเดี๋ยวเราไปล้างหน้าแป๊บนึงนะ”
“ไปเหอะ เดี๋ยวรอ” พูดจบหญิงก็เดินขึ้นไปข้างบนตามมิวไป มิวแยกไปห้องน้ำส่วนหญิงนั่งอยู่ในห้อง มองดูตุ๊กตาไม้ที่ตอนนี้อยู่บนเตียง หญิงยิ้มเล็กๆ พร้อมถอนหายใจออกมา
“เสร็จแล้ว ขอโทษนะห้องรกยังไม่ได้เก็บที่นอนเลย” พูดพลางเก็บตุ๊กตาไม้ไว้บนโต๊ะอย่างเดิม แล้วจัดแจงเก็บที่นอน “ตกลงมีอะไร” มิวถาม
“เมื่อวานคุยอะไรกับโต้งเหรอ”
“ถามทำไม ไม่มีอะไรหรอก ก็ถามนู่นถามนี่ เป็นไงสบายดีไหม”
“แค่นั้นแน่นะ”
“ไม่แค่นั้นแล้วจะแค่ไหนเล่า”
“มิว ตอนนี้มิวคิดยังไงกับโต้ง” มิวถึงกับสะอึกไปกับคำถามแทงจุดตายของหญิง
“ก็ เอ่อ…ไม่ยังไงหรอกเพื่อนกันน่ะ”
“ให้มันแน่ใจนะมิว ตอนนี้มิวมีหน้าที่เยอะ มีงาน หญิงไม่อยากให้มิวเครียด ตั้งแต่นั่งรถกลับบ้านเมื่อวานมิวดูเบลอๆ ชอบกล”
“เราไม่รู้สิหญิง เราสับสน การที่เรามีความหวังแล้วเราผิดหวังมันทำร้ายเรามากเลยนะ กว่าเราจะกลับมาเป็นมิวในวันนี้ หญิงก็รู้ว่ามันยากมันนานขนาดไหน เรากลัว เรากลัวที่จะมีความหวัง เรากลัวการเริ่มต้น แต่อีกใจนึงเราก็อยากยอมรับมัน และอีกสิ่งหนึ่งที่เราคิดว่ามันน่ากลัวก็คือความไม่แน่นอน”
“ค่อยๆ คิดนะ มิวแล้วตอบตัวเองให้ได้ ถ้ามีรักย่อมมีหวังจำไว้ แต่ผลสรุปจะเป็นยังไงมันคือสิ่งที่เราต้องเผชิญ ไม่ใช่คาดเดาเอาเอง เราไม่รู้หรอกว่าวันหน้าจะเป็นยังไง แต่เราต้องรู้ว่าปัจจุบันเราจะทำอะไร เรารู้สึกอย่างไร แล้วก็ทำตามหัวใจตัวเองก็พอ”
“อืม ขอบใจนะหญิง”
“หญิงแค่ไม่อยากให้มิวเป็นเหมือนตอนนั้นอีก หญิงรู้ว่ามันไม่สนุกเลยที่ต้องอยู่กับความรู้สึกนั้น”
“แต่หญิงก็ผ่านมาได้”
“มิวเองก็เหมือนกัน ครั้งที่แล้วมิวผ่านมาได้ครั้งนี้มิวก็ต้องผ่านไปให้ได้”
มิวและหญิงยิ้มให้กันอย่างอบอุ่น
“วันสัมภาษณ์วันไหนนะโต้ง” สุนีย์ถามก่อนออกไปทำงาน
“อีกสองวันน่ะแม่ วันจันทร์นี้แหละ”
“แล้วเตรียมตัวหรือยังล่ะ ทำอะไรให้พร้อมนะ ไม่ใช่มากระวีกระวาดก่อนไป”
“รู้แล้ว แม่ไม่ต่องห่วงหรอก”
“ก็ดีแล้ว เอ้อวันนี้จะไปไหนหรือเปล่า”
“ไม่อ่ะ ไม่แน่ใจ แต่คงไม่ไปมั้ง”
“อืมๆ ไปแล้ว” สุนีย์ขับรถออกไปทำงานตามปกติ โต้งเดินกลับมาเตรียมจะขึ้นบนบ้าน

“ขึ้นแล้วเหรอโต้ง พักนี้ขลุกอยู่ในห้อง เตรียมตัวสอบสัมภาษณ์เหรอ”
“ก็ทำนองนั้นแหละพ่อ โต้งขึ้นแล้วนะ”
“เออ แล้วตกลงเรื่องงานเลี้ยงว่าไง”
“ยังไม่ได้คุยเลยพ่อ เดี๋ยวตอนเย็นบอกแล้วกัน เดี๋ยวไปข้างบนก่อนนะ”
“เออๆ ไปเถอะตั้งใจล่ะ”
โต้งเดินขึ้นห้องไป หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู กดเบอร์ไปเรื่อยๆ โทรถามเพื่อนกลุ่มเก่าๆ ของเขา ส่วนมากบอกว่าไม่ค่อยสะดวก ถ้าจะเลี้ยงฉลองให้ไปบ้านเขาดีกว่า โต้งจึงบอกไปว่าไม่เป็นไร แล้วค่อยว่ากันอีกที โทรไปจนหมดทุกคนจนมาถึงหญิงกับมิว โต้งเลือกที่จะโทรหามิว
“มิวเหรอ โต้งนะ”
“ว่าไงโต้ง มีอะไรหรือเปล่า”
“เอ่อไม่มีอะไรหรอก คือว่ามิวมาเที่ยวบ้านเราไหม”
“อะไรนะ ไปบ้านโต้งเหรอ” มิวถามอย่างแปลกใจ
“อืม พ่อเราเขาอยากฉลองที่เราสอบติดน่ะ พ่อบอกให้มาชวนมิวแล้วก็คนอื่นๆ ในวงมิว”
“เหรอ ยังไงเดี๋ยวเราไว้โทรไปบอกนะโต้ง ตอนนี้เราต้องไปทำงานน่ะ แล้วคุยกันนะ”
“อืม งั้นแค่นี้นะ” โต้งนอนลงทอดสายตาไปที่เพดานอย่างเหม่อลอย

มิวและเพื่อนๆ ในวงมีคิวให้สัมภาษณ์วันนี้ที่สถานีวิทยุแห่งหนึ่ง ทุกคนเตรียมตัวเสร็จแล้วเหลือมิวที่ยังง่วนกับโทรศัพท์
“เร็วๆ มิว เหลือ สปอตอีกสองตัวก็เข้าสัมภาษณ์แล้วนะ” ผู้จัดการวงเรียกมิวอย่างรีบร้อน
“ครับๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละพี่” มิวกดส่งแมสเสจแล้วรีบร้อนเข้าห้องจัดรายการไป
เสียงแมสเสจดังขึ้นที่โทรศัพท์ของโต้ง โต้งหยิบขึ้นมาอ่าน
“วันนี้เราสัมภาษณ์วิทยุวันแรก ฟังด้วยนะโต้ง คลื่น….. นะ”
โต้งลุกจากเตียงอย่ารีบร้อนไปเปิดวิทยุคลื่นดังกล่าว

….. ผมเพชรครับ กีต้าร์ครับ
“และน้องคนนี้คนสุดท้าย แนะนำตัวเลยครับ”
“ผมมิวครับ ร้องนำครับ”
“ตอนนี้ก็รู้จักกันไปทุกคนแล้วนะครับ เยอะจริงๆ จำไม่หวัดไม่ไหวกันเลยทีเดียว”
“พี่ว่าเข้าคำถามสามัญประจำบ้านดีกว่าว่ามารวมกันได้ยังไง”
……………….(การสัมภาษณ์ต่อไปเรื่อยๆ)………………………..
“อ่ะมาถึงผลงานปัจจุบันบ้าง เพลงกันและกันที่เป็นซิงเกิ้ลแรกนี้ พี่ได้ข่าวว่ามิวเป็นคนแต่งเองเหมือนอีกหลายๆ เพลง แต่มันค่อนข้างพิเศษกว่าทุกเพลงนะพี่ว่า มันเหมือนมิวเขียนให้ใครเลยใช่ไหม”
“ใช่ครับ เพลงนี้ผมแต่งขึ้นจากแรงบันดาลใจจากใครคนนึงน่ะครับ”
“แล้วเพลงหวานซะขนาดนี้แปลว่ามิวมีแฟนแล้วสิครับ”
“ผมยังไม่มีแฟนครับ”
โต้งซึ่งฟังอยู่รู้สึกจุกที่คอ มิวก็พูดอะไรไม่ผิดนี่หน่า เพราะมิวยังไม่มีแฟนจริงๆ แต่โต้งก็รู้สึกแน่นในอกอย่างบอกไม่ถูก
“งั้นสาวๆ ยังมีสิทธิอยู่ เอาล่ะครับมาถึงช่วงสุดท้ายแล้วขอให้ตัวแทนฝากอะไรถึงแฟนเพลงหน่อย”
“ก็แฟนเพลงที่เคยฟังผลงานของพวกเรามาก่อนก็ขอให้รักกันต่อไปนะครับ ส่วนคนที่ไม่เคยฟังก็ขอให้ลองฟังดูแล้วกันครับ ยินดีทุกคำติชม แต่ชมเยอะๆ ก็ดีครับ” เอ็กซ์พูดทิ้งท้าย ทุกคนหัวเราะกันใหญ่
“งั้นช่วงนี้เราลาไปด้วยเพลงกันและกันเลยแล้วกันนะครับ ขอบคุณวงออกัสด้วยคร้าบบบบบ”
จบการสัมภาษณ์ทุกคนทยอยออกไปขึ้นรถตู้มิวกับเอ็กซ์เดินรั้งท้าย
“มึงแม่งสงสัยจะเป็นดาราแล้วว่ะ” เอ็กซ์บอกมิว
“ยังไงวะ”
“ก็มึงตอบ ผมยังไม่มีแฟนครับ 555 โครตเหมือนเลย ดีนะมึงไม่พูดว่ามีแต่เพื่อนสนิท”
“อ้าวกูพูดเรื่องจริงทั้งนั้น”
“แล้วไอ้เจ้าของเพลงกันและกันล่ะ” มิวนิ่งไปเล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนไป
“มันไม่ใช่อย่างนั้นแล้วล่ะ”
โต้งนอนฟังเพลงไปคิดไป ผมยังไม่มีแฟนครับ เสียงของมิวยังดังอยู่ในหัว ไม่กล้าตีความหมายของคำพูดนั้น
ก็เราเองไม่ใช่เหรอที่พูดอย่างนั้นไปเมื่อตอนคริสต์มาส แต่ตอนนี้อะไรๆ มันดีขึ้นแล้วนี่หน่า มิวยังรออยู่ไหมนะ สายตาแห่งความเหงาของโต้งมองไปที่ วิทยุอย่างเหม่อลอย

บนรถตู้มิวถามขึ้นมาว่าพ่อโต้งชวนไปปาร์ตี้ที่บ้าน เขาจะฉลองให้โต้งที่สอบติดใครจะไปมั่ง ส่วนมากต้องการพักผ่อนจึงไม่มีใครไป
“ถ้ามึงไปกูก็ไปแหละไอ้มิว กูไปเป็นเพื่อนมึง”
“แล้วมึงว่ากูควรไปไหมล่ะ”
“อ่าวไอ้นี่ แล้วมาถามกูได้วะ มึงอยากไปก็ไป”
“เอองั้นเดี๋ยวกูไปถามหญิงก่อน”
“งั้นหญิงไปได้ กูถึงไปนะ 555”
“อ่าวไอ้นี่ เห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อน”

มิวกลับมาบ้านจึงโทรไปถามหญิง “เดี๋ยวเราไปหาที่บ้านแล้วกันนะ”
“ไปก็ดีนะ ไหนๆ ก็จะเรียนที่เดียวกัน ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้วด้วย ไปดูว่าโต้งหล่อขึ้นไหม”
“จะบ้าเหรอ เอาให้มันเป็นจริงเป็นจังหน่อยสิ ตกลงไปใช่ไหม”
“อืมไปเหอะมิว เผื่อมิวจะมีทางออกอะไรที่ดีกว่านี้ด้วย” หญิงพูดกับมิวด้วยสีหน้าและแววตาเป็นห่วง
“อืมๆ ไปก็ไปงั้นมีสามคนนะ หญิง เอ็กซ์ แล้วก็มิว”
“อะไรเนี่ย เอ็กซ์ไปด้วยเหรอ แย่ๆ กะว่าจะไปจีบโต้งซะหน่อย” หญิงพูดพลางหัวเราะให้มิวสบายใจขึ้น
“ทำเป็นเล่นไปเหอะ เดี๋ยวไอ้เอ็กซ์มันโกรธจริงแล้วจะเป็นเรื่อง” มิวดูผ่อนคลายขึ้น

หญิงกลับบ้านไปแล้ว มิวหยิบมือถือมาจะโทรหาโต้ง แต่เปลี่ยนใจส่งข้อความไปแทน
“ตกลงไปกันสามคนนะ มิว หญิง เอ็กซ์” โต้งอ่านข้อความในมือถือแล้วยิ้ม
แต่ทำไมมิวไม่โทรมานะ มิวไม่อยากคุยกับเราแล้วหรือเปล่า มิวเปลี่ยนไปแล้ว เพราะเหตุการณ์วันนั้น เพราะเราไม่ได้คุยกันตั้งนาน หรือมันเพราะอะไรกันแน่
…………………………………………………………………………………………..
วันรุ่งขึ้น
“ฮัลโหลหญิงเหรอ วันนี้ไปไหนหรือเปล่า ไปเจอกันที่สยามหน่อยสิ”
“ก็ว่างนะโต้ง มีอะไรเหรอ”
“ก็ไม่มีอะไร อยากหาคนคุยด้วยน่ะ เจอกันที่สยามบ่ายโมงนะ”
“อืม ได้ๆ ให้ชวนมิวไปด้วยไหม”
“เอ่อ.... ไม่เป็นไรหรอกเราอยากคุยกับหญิงมากกว่า”
หญิงทำหน้างงๆ นิดๆ แต่ก็พอคิดอะไรออก “แล้วเจอกันบ่ายโมงนะ ตรงน้ำพุแล้วกัน”
“โอเคงั้นแค่นี้นะ”โต้งวางสายไป หญิงทำหน้าคิดอะไรบางอย่างแล้วมองไปที่บ้านมิว

ลานน้ำพุที่สยาม
“ไงโต้งมานานหรือยัง”หญิงถามขณะที่กำลังวิ่งเข้ามา
“เพิ่งมาเมื่อกี๊เมื่อกัน”
“แล้วมีอะไรเหรอถึงชวนเรามา หรือว่าชวนมาเดท”
“ไปคุยที่ร้านไอติมดีกว่า เงียบดี”
“อืม ไปๆ” แล้วหญิงก็มาคล้องแขนโต้งเดินไปแบบทีเล่นทีจริง โต้งมองหญิงแล้วยิ้มๆ
“โต้ง” มีเสียงๆ หนึ่งเรียกมาจากด้านหลังของทั้งสองคน
“โดนัท” โต้งทำหน้าตกใจเล็กน้อยที่หันมาเจอโดนัทมากับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง
“นี่แฟนใหม่เหรอ คบกันตั้งแต่ที่เมื่อไหร่ล่ะ คงไม่ใช่เมื่อคริสต์มาสที่ผ่านมานะ”
หญิงเริ่มรู้สึกตัว กระวีกระวาดเอาแขนออกจากแขนโต้ง
“ป่าว นี่เพื่อนน่ะ ชื่อหญิง หญิงนี่เพื่อนเราชื่อโดนัท เราไปก่อนนะโดนัท โชคดีนะ” โต้งบอกลาแล้วหันหลังเดินต่อไป หญิงผงกหัวยิ้มแหยๆเป็นการลาแล้ววิ่งตามโต้งไป
“คนนี้เหรอแฟนโต้งน่ะ สวยนะ”
“ก็เคยคบกัน”
“อืมๆ ถึงและเข้าไปกันเถอะ” ถึงร้านพอดีและหญิงก็ไม่อยากซักไซร้อะไรให้มากความ

“ตกลงโต้งมีอะไรจะคุยกับเราเหรอ” หญิงพูดไปพลางตักไอศกรีมกินไป
“อ๋อ ตกลงเรื่องปาร์ตี้น่ะ พรุ่งนี้ว่างไหมไปกินข้าวเย็นที่บ้านโต้งแล้วกัน ไม่มีใครมามากก็จัดเล็กๆ”
“ก็ช่วงเช้ามีสอบสัมภาษณ์ นะถ้ามื้อเย็นก็พอได้ โต้งบอกมิวหรือยังไม่รู้มิวมีคิวซ้อมหรือเปล่า”
“ยังหรอกกะฝากให้หญิงไปบอกด้วย” โต้งก้มหน้าตาบอกหญิง
“โต้งมีอะไรกับมิวหรือเปล่า ทำไมไม่คุยกัน” หญิงถามพลางจ้องหน้าโต้ง
“เราไม่รู้จะคุยยังไงน่ะ เราทำตัวไม่ถูก เราไม่รู้ว่ามิวคิดยังไง เหมือนว่ามิวไม่ค่อยอยากจะคุยกับเราเท่าไหร่”
“ทำไมคิดอย่างงั้นล่ะ มิวบอกเหรอ”
“ก็ป่าวหรอก เหมือนความรู้สึกมันดูห่างๆ กันน่ะ”
“ถ้ายังไม่รู้จริงก็อย่าเพิ่งคิดไปไกลสิ คิดมากเกินไปก็ไม่ดีนะ เครียดเปล่าๆ” หญิงทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เออโต้งยืมโทรศัพท์หน่อยสิ ของเราแบตหมดน่ะจะโทรหาที่บ้านซักหน่อย” หญิงทำสีหน้าอ้อนวอน
“อืม เอาสิ” โต้งตอบพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ให้ หญิงรับไปกดเบอร์อย่างรวดเร็ว
“ฮัลโหล” เสียงปลายสายตอบรับโทรศัพท์ หญิงรีบยื่นโทรศัพท์คืนให้โต้ง ทำท่าทำทางบอกให้โต้งคุยแล้ววิ่งหนีออกไปนอกร้าน โต้งรับโทรศัพท์มาอย่างงงๆ ดูที่โทรศัพท์ปรากฏว่าเป็นชื่อมิว โต้งขมวดคิ้วเล็กน้อยมองหาหญิงแต่ก็ไม่เห็นแล้ว
“เอ่อ… มิวเหรอสบายดีไหม”
“ก็เรื่อยๆ แหละ มีอะไรเหรอโต้ง”
“ตกลงเรื่องงานน่ะ เป็นมื้อเย็นพรุ่งนี้นะ ช่วงเช้าเราไปสอบสัมภาษณ์แล้วช่วงบ่ายๆ ค่อยเจอกันที่สยามดีไหม”
“ตามนั้นก็ได้นะ เราสบายๆ อยู่แล้วเพราะพรุ่งนี้ พวกมิวก็ไปที่จุฬาอยู่แล้วล่ะ”
“แล้วมิวต้องรีบกลับไปซ้อมหรือเปล่า”
“เอ่อ… ไม่มีหรอกพรุ่งนี้ไม่มีซ้อมน่ะ”
“เหรองั้นพรุ่งนี้ค่อยเจอกันนะ”
“อืม ได้ๆแล้วเดี๋ยวไปถึงสยามแล้วโทรหาอีกทีนะ โต้ง….”
“ว่าไงมิว ฟังอยู่”
“เอ่อไม่มีอะไรหรอกแล้วเจอกันแล้วกัน” มิววางสายไป ยิ้มด้วยความดีใจ จากนั้นก็โทรศัพท์ไปหาผู้จัดการวง “พี่ครับวันพรุ่งนี้ผมขอลาวันนึงนะครับ ไปซ้อมไม่ได้จริงๆมีธุระด่วนมากๆเลยครับ นะนะนะนะครับผม ขอโทษจริงๆ ครับเดี๋ยววันอื่นผมไปซ้อมให้สองเท่าเลย ขอบคุณครับพี่ ขอบคุณมากๆ เลยครับ”
โต้งทำหน้างงๆ เดินไปจ่ายค่าไอศกรีม และเดินออกมาหน้าร้านมองหาหญิงอีกครั้งแต่ไม่เจอ โต้งยิ้มและเดินไปขึ้นรถกลับบ้าน

“ตกลงพรุ่งนี้นะแม่ นัดเพื่อนไปแล้วมากันสามคน เดี๋ยวกลับจากมหาลัยก็มาพร้อมกันเลย”
“อืม บอกแล้วว่าอย่าบอกกระชั้นชิดยังไม่ได้เตรียมอะไรเลย”
“ไม่ต้องเตรียมอะไรมากหรอกแม่ มีกันแค่หกคน กินข้าวง่ายๆ ก็พอแล้ว”
“อืมก็ดีนะคุณ คนน้อยๆ ไม่วุ่นวายดีด้วยแล้วตกลงใครมามั่งล่ะ” กรถามอมยิ้มอย่างมีความสุข
“ก็มี…มิว เอ็กซ์ แล้วก็หญิง”
“เอ็กซ์กับหญิงนี่ใครนะ” กรถามด้วยความสงสัย
“เอ็กซ์เป็นกีตาร์วงมิว แล้วหญิงก็เพื่อนข้างบ้านมิว ที่ย้ายมาอยู่บ้านเก่าเราน่ะ”
“อ้อ ดีๆ น่าสนุกนะงานนี้ คุณว่าเราทำอะไรกินกันดีล่ะ บาร์บีคิวดีไหมไม่ได้กินกันตั้งนานแล้วนะ”
“แล้วแต่เลยค่ะ ฉันยังไงก็ได้ เราว่าไงโต้ง” สุนีย์ถาม
“ก็แล้วแต่แม่เลย ตามใจพ่อกับแม่แล้วกัน”

“ไงมิววันนี้โต้งโทรมานัดหรือยัง”
“อืมโทรมาแล้ว รู้ได้ไงว่าโต้งจะโทรมาวันนี้ โต้งโทรไปบอกแล้วเหรอ”
“อ๋อเปล่าหรอก ก็เห็นว่าตอบรับว่าไปแล้ว เลยถามเฉยๆว่าโทรมาบอกวันหรือยัง” หญิงตอบทำหน้าตาเลิ่กลั่กพร้อมหัวเราะกลบเกลื่อน
“ก็บอกให้ไปวันพรุ่งนี้นะ ไหนๆ เราก็ไปที่มหาลัยอยู่แล้วก็ไปเจอกันที่สยามเลย” มิวมองหญิงทำหน้าสงสัย
“เหรอๆ งั้นตามนั้นหญิงกลับบ้านก่อนนะ” หญิงลุกพรวดพราดไปจนชนที่วางหมวกหญิงหันมาหัวเราะแหะๆ แล้ววิ่งออกนอกประตูไป
มิวทำหน้างงๆ แล้วยิ้มแบบแปลกใจ
…………………………………………………………………………………………..
วันรุ่งขึ้นที่จุฬาการสอบสัมภาษณ์ของทั้งสามคนผ่านไปด้วยดี ยกเว้นมิวที่ไม่ต้องสอบแล้ว หลังจากสอบสัมภาษณ์เสร็จก็มีกิจกรรมกับรุ่นพี่เล็กน้อย เอ็กซ์กับหญิงไปถึงสยามก่อนจึงโทรมิวกับโต้ง
“อืมเรากำลังไป รุ่นพี่ไม่ยอมปล่อยให้ไปเลย กำลังหาทางชิ่งอยู่” โต้งตอบ “แค่นี้ก่อนนะเค้าปล่อยไปกินข้าแล้ว แล้วเจอกัน”
โต้งทำทีจะไปเข้าห้องน้ำก่อนไปกินข้าวกับรุ่นพี่และเพื่อนๆ แต่ก็แอบแว่บหนีไปสยามทันที

“อ๋อกูอยู่ที่ร้านค้าน่ะ กูดูของอยู่แปบเดียวเดี๋ยวกูไปหา มึงอย่าบ่นได้ไหม เดินอยู่กับหญิงไม่ใช่เหรอ โอเคๆ เดี๋ยวเจอกัน”
มิวเดินดูตุ๊กตาหมีตัวเล็กๆ สำหรับแขวนกระเป๋าจนไปเจอตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลถือไมค์ร้องเพลงอยู่ มิวหยิบขึ้นมาดูแล้วยิ้มออกมาอย่างดีใจ
“พี่ครับๆ ตัวนี้ไม่มีราคาติดอยู่ ตัวนี้เท่าไหร่ครับ”
“อ๋อตัวนั้นพี่ทำไว้โชว์น่ะ มีตัวเดียวด้วย ผ้าแบบนั้นยังไม่มีผลิตออกมาพี่เลยทำเล่นไว้ ลองดูตัวอื่นดีกว่าไหม”
มิวทำหน้าจ๋อย เจ้าของร้านเห็นก็เริ่มสงสาร และจำได้ “น้อง น้องใช่คนที่ร้องเพลงกันและกันหรือเปล่า น้องใช่นักร้องวงนั้นหรือเปล่า ใส่ชุดนักเรียนที่จำไม่ได้เลย พีชอบเพลงของน้องมากนะ”
“ครับ ขอบคุณครับ” มิววางตุ๊กตาหมีลงไว้ที่เดิม แต่สายตายังคงมองไปที่ตุ๊กตาอยู่อย่างอาลัยอาวรณ์ จากนั้นจึงตัดใจกำลังจะเดินออกจากร้านไป เจ้าของร้านตะโกนตามมา
“เอางี้ ตัวนี้น่ะพี่ให้ เพราะไม่รู้จะตั้งราคายังไง แต่พี่ให้น้องถ่ายรูปคู่กับตุ๊กตา ถ่ายคู่กับพี่ แล้วเซ็นต์ลายเซ็นต์ให้หน่อยแล้วกันนะพี่จะได้เอาไว้ติดที่ร้าน”
“ขอบคุณครับพี่ ได้เลยครับ ถ่ายกี่รูปก็ได้เลยครับพี่” มิวตอบพลางกระโดดยิ้มดีใจ
หลังจากถ่ายรูปเสร็จ พี่ก็เอาตุ๊กตาหมีมาให้
“เอานี่ พี่เย็บชื่อไว้ให้ที่ใต้เท้าหมีตามที่น้องมิวบอกแล้วนะ แล้ววันหลังแวะมาที่ร้านพี่อีกล่ะ”
“ขอบคุณครับพี่” มิวยกมือไหว้ รับตุ๊กตามา ยิ้มแล้ววิ่งออกไปจากร้าน

“ไปไหนมาตั้งนานวะไอ้มิว กูรอจนรากจะงอกติดม้านั่งแล้วเนี่ย”
“มึงนี่อะไรวะ ขี้บ่น อย่างกับคนแก่”
“เอาน่าๆ พอเหอะเถียงกันอยู่ได้ ยังไงก็ต้องรอโต้งอยู่ดี” หญิงสงบศึกสงครามฝีปากลงได้ทันเหตุการณ์
“โทดทีนะที่ให้รอ กว่าจะหลุดมาได้” โต้งบอกพร้อมหอบไปด้วยเนื่องจากวิ่งมา
“ไม่เป็นไรหรอกเข้าใจ หนุ่มหล่อก็มีรุ่นพี่มาติด” หญิงกระเซ้าเอ็กซ์สะกิดแขนหญิงเหมือนเตือนว่าชั้นยืนอยู่นี่นะ
“แล้วมากันครบหรือยัง มิวล่ะ” โต้งถามพร้อมกวาดสายตาไปรอบๆ มองมิว พบว่ามิวกำลังอยู่ห่างออกไปอีกพอควรพร้อมกับกลุ่มนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งที่กำลังพัลวันถ่ายรูป ให้ของขวัญและขอลายเซ็นมิวอยู่ มิวเองก็หัวเราะมีความสุขอยู่ตรงนั้นในมือมีดอกไม้ ตุ๊กตาและก็การ์ดอยู่รวมๆก็สี่ห้าชิ้น พอดีกับนักเรียนกลุ่มนั้น โต้งมองมิวอย่างไม่ละสายตา เขาคิดว่าตอนนี้มิวเหมือนอยู่ไกลเขาเหลือเกิน ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ อาจจะรวมถึงตัวมิวเองด้วย โต้งยืนมองมิวอยู่อย่างนั้นด้วยหัวใจที่สับสนและหวาดกลัว
“อ้าว มาแล้วเหรอ เดี๋ยวพี่ขอตัวก่อนนะครับ ขอบคุณสำหรับของขวัญนะ” มิวกล่าวลากลุ่มแฟนเพลงของเขาแล้ววิ่งเข้ามาหาเพื่อนๆ ที่รออยู่ “ไปกันเลยเถอะ เดี๋ยวจะเย็นมากไม่ได้ช่วยงานอะไรเลยพอดี” มิวบอกพลางมองหน้าโต้ง โต้งยิ้มให้เล็กน้อย มิวยิ้มตอบ ทั้งคู่มองตากันอยู่ครู่หนึงก่อนที่โต้งจะบอกว่า “เราไปเรียกแท็กซี่กันเถอะ”
ทั้ง 4 คนจึงเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ ให้หญิงนั่งหน้า มิวเข้าไปด้านหลังคนแรก โต้งยืนรอให้เอ็กซ์เข้าไปนั่งก่อน
“เข้าไปเลยโต้ง เราไม่ชอบนั่งกลางว่ะ อึดอัด ไม่อยากเบียดกะไอ้มิว” เอ็กซ์พูดกวนๆ หันไปมองหน้าหญิงแล้วยักคิ้วให้ เอ็กซ์ดันโต้งให้ขึ้นรถไป โต้งจึงเข้าไปนั่งข้างมิว โต้งมองหน้ามิวเหมือนมีอะไรอยากจะพูดด้วย มิวที่มองไปนอกกระจกอยู่หันมาเห็นประสานตากับโต้งพอดีก็ตกใจเล็กน้อย โต้งเลยแก้เก้อด้วยการหันไปชวนหญิงคุย มิวเศร้าลงทักทีโดยไม่มีใครสังเกตเห็น
“แล้วพอเอ็กซ์มาบ้านมิวบ่อยๆ หญิงก็เลยจีบเอ็กซ์ซะเลย” หญิงที่ชวนคุยมาตลอดทาง พูดพลางหัวเราะ
“เอาให้มันน้อยๆหน่อยครับ คุณผู้หญิง เดี๋ยวโต้งก็เข้าใจผิดหมด” เอ็กซ์บอกทำเสียงปรามๆ
“ไม่เป็นไรหรอก สนุกดี” โต้งตอบเอ็กซ์ยิ้มๆ
“ไอ้มิว มึงเป็นใบ้เหรอวะ ไม่พูดอะไรเลยตลอดทาง”
“กูคิดอะไรเพลินๆ อยู่ มึงนี่หาเรื่องกูจัง” มิวหันไปว่าเอ็กซ์ทำให้หันมาเจอโต้งพอดี มิวนิ่งไปพักนึง
“ตกลงโต้งเรียนอะไรนะ” มิวถามแก้เก้อ
“อ๋อ นิเทศน์น่ะ สาขาวิชาภาพยนตร์ มิวล่ะ สาขาไหน”
“สาขาดุริยางคศิลป์ตะวันตกน่ะ”
“ก็ดี ได้เรียนแบบที่มิวชอบพอดี”
“อืม เรียนในแบบที่ชอบ” มิวตอบโต้งไปสายตายังคงมองกันอยู่
รถมาจอดถึงบ้านโต้งพอดี
ทุกคนทักทายพ่อโต้งที่ออกมารับหน้าประตูบ้าน
“น้านีย์ล่ะครับ” มิวถาม
“อ๋อเตรียมอะไรอยู่ในครัวแหละ เข้ามากินน้ำกินท่ากันก่อน อีกเดี๋ยวก็เสร็จ” กรเรียกเด็กๆ เข้าบ้าน “เดี๋ยวโต้งไปติดเตานะ พ่อจะยกของออกมาให้”
“ได้พ่อ เดี๋ยวขอไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ”
“เออ หนูคนนี้น่ารักดีนะ แฟนมิวเหรอได้ข่าวว่าบ้านอยู่ใกล้กัน”
“ไม่ใช่ค่ะ หนูกับมิวเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กๆ น่ะค่ะ”
“อ๋อ ขอโทษที เห็นมิวเขาหล่อแล้วก็เป็นนักร้อง นึกว่าจะมีแฟนมาด้วยซะอีก”
“แฟนหญิง ก็อยู่หน้าบ้านนั่นไงพ่อ” โต้งพยักหน้าไปทางเอ็กซี่ยืนอยู่หน้าประตู เอ็กซ์ยิ้มเขินๆ
“แล้วโต้งกับมิวยังไม่มีแฟนเหรอ” กรถามต่อ
มิวก้มหน้าก้มตาไม่ตอบอะไร
“พ่อถามอะไรเนี่ย ไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ” แล้วโต้งก็วิ่งขึ้นบ้านไปเปลี่ยนชุด
“ครัวไปทางไหนคะ เดี๋ยวหนูไปช่วยในครัวดีกว่า” หญิงขันอาสา
“ทางโน้นแน่ะ เดี๋ยวโต้งลงมาค่อยให้พาไปแล้วกัน หนูนั่งเล่นไปก่อน แล้วเราชื่ออะไรนะ”
“เอ็กซ์ครับ” เออเอ็กซ์ไปช่วยน้ายกของหน่อยแล้วกัน “ได้ครับ”

มิวกับหญิงไปนั่งรอในตัวบ้าน
“ดังแล้วนะเนี่ย มีแฟนคลับให้ของด้วย” หญิงพูดชมเชิงล้อ
“อะไรกัน นิดหน่อยน่า” มิวตอบเขินๆ
“ตุ๊กตานี่น่ารักจังเลย เด็กคนไหนให้เนี่ย มิวต้องเทคแคร์แฟนเพลงคนนี้มากๆ นะ ทำให้ขนาดนี้เลย มีชื่อมิวติดอยู่ด้วย”
“อันนี้ไม่ใช่หรอก เราไปเดินดูมาก่อนมาเจอหญิงนั่นแหละ”
“เหรอ น่ารักดีนะ ผ้าที่เอามาทำตุ๊กตาก็แปลกดี”
“เหลือตัวเดียวในร้านด้วย”
โต้งเดินลงมาพอดีพร้อมเสื้อและกางเกงสองชุด
“เผื่อใครอยากจะเปลี่ยนน่ะ”
“ไม่เห็นเอามาเผื่อหญิงเลยโต้ง”
“เฮ้ย หญิงจะใส่เสื้อผ้าผู้ชายเหรอ”
“ล้อเล่นน่า โต้งนี่ตลกดีเนอะมิวเนอะ”
“อืมๆ” มิวตอบแบบเขินๆ

มิวขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าบนห้องโต้ง ก็เห็น CD ที่เคยไรท์ให้วางอยู่ในซอง CD สีเขียว มีลายมือเขียนที่ปกว่า เพลงของมิว วางอยู่ที่บนเตียง มิวยิ้มปลื้มใจ จัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ลงไปข้างล่าง เอ็กซ์จึงขึ้นไปเปลี่ยนบ้าง

มิวเดินออกไปที่สนามหน้าบ้านเห็นโต้งกำลังจุดไฟเตาย่างอยู่ มิวเดินเข้าไปเพื่อจะช่วย
“มีอะไรให้ช่วยไหม” มิวเดินเข้าไปหา
“งั้นมิวคอยดูนะว่าไฟติดไหมแล้วเอาถ่านใส่เข้าไป”
“ติดแล้วๆ โอเคแล้วล่ะถ่านติดหมดแล้ว” มิวบอก “หน้าเปื้อนแน่ะโต้ง”
“เหรอเปื้อนตรงไหนอ่ะ เยอะมั้ย”
“ก็เยอะอยู่นะ ทั้งหน้าผากทั้งแก้ม” โต้งทำหน้าเหรอหลาเอาหลังมือเช็ด “มือก็เปื้อนอยู่เช็ดมันคงจะหมดหรอกนะ” มิวพูดพลางหัวเราะนิดๆ ไปล้างหน้าล้างมือเถอะเดี๋ยวจะได้ลงมือกัน
“อืม มิวก็ไปล้างสิ มือมิวก็เปื้อน” มิวก้มมองมือตัวเองที่เปื้อนเหมือนกัน จึงลุกขึ้นไปล้างมือพร้อมโต้งที่ห้องครัว

“แม่ อ้าวสงสัยออกไปแล้วมั้ง” โต้งบอกแล้วหันไปคุยกับมิว
“งั้นเปิดเองก็ได้เดี๋ยวก็ล้างก๊อกเอา” มิวและโต้งล้างมืออยู่ข้างๆ กันโดยใช้ก๊อกคนละอัน มิวล้างเสร็จก่อนเพราะมิวล้างแต่มืออย่างเดียว เหลือแต่โต้งที่ต้องล้างหน้าด้วย มิวจึงยืนคอยอยู่ข้างๆ
“หมดยังอ่ะมิว” โต้งเงยหน้ามาให้มิวดู
“ยังเหลือที่ด้านขวาอีกหน่อย” มิวชี้บอกห่างๆ โต้งเอามือเช็ดหน้าแบบถูๆไปทั่วๆ
“หมดยังอ่ะมิว” โต้งถูไปพลางถามไป
“มาๆ เดี๋ยวเช็ดออกให้” มิวเดินไปใกล้ๆ โต้งพร้อมหยิบทิชชู่มาจากบนโต๊ะ
มิวมองที่รอยเปื้อนด้านล่างแก้มขวาของโต้งแล้วค่อยๆ เช็ด โต้งมองหน้ามิวอยู่โดนตลอดจนมิวรู้สึกตัวจะผลักตัวออก “เสร็จแล้ว…” โต้งคว้ามิวเข้ามากอดไว้ มิวอึ้งอยู่พักนึงแล้วกอดตอบ โต้งน้ำตาไหลออกมาโดยไม่พูดอะไร มิวน้ำตาคลอตาม ครู่หนึ่งมิวตั้งสติได้ก่อนจึงแกะแขนโต้งออกเช็ดน้ำตาแล้วเดินออกไปก่อน
“โต้งมากินข้าวลูก” เสียงกรเรียก โต้งล้างหน้าอีกครั้งแล้ววิ่งตามออกไป

ที่สนามหน้าบ้านทุกคนอยู่ครบแล้ว มิวนั่งคุยอยู่กับกับสุนีย์และกรเรื่องอาม่า เรื่องการเรียน และเรื่องที่ได้เป็นนักร้อง หญิงกับเอ็กซ์ช่วยกันปิ้งบาร์บีคิวอยู่ที่เตาถัดไปไม่ไกล
“แล้วมิวอยู่ยังไงคนเดียว ไม่เหงาเหรอ” กรถามคำถามแทงใจมิว
“เหงาครับ ผมคิดถึงอาม่าอยู่บ่อยๆ แต่ก็ยังเหงา เล่นดนตรี แต่งเพลงไปเรื่อยเปื่อย แล้วหลังๆ มาทำอัลบั้มก็ทำให้มีอะไรทำมากขึ้น เลยไม่ค่อยคิดมากเหมือนเก่า”
สุนีย์มองหน้ามิวก็ถอนหายใจ “แต่มันก็ทำให้มิวเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทำให้มิวเข้มแข็งขึ้น”
“ก็คงงั้นมั้งครับ ผมก็ไม่แน่ใจ”
“ถ้าเหงาๆ ว่างๆ ก็มาเล่นที่บ้านน้าก็ได้ ตอนเด็กๆ เจ้าโต้งก็ไปค้างกับมิวอยู่บ่อยๆ” กรบอกมิวพลางตบไหล่
“ครับ” มิวตอบอย่างไม่เต็มคำ
โต้งเดินไปปิ้งบาร์บีคิวด้วยท่าทางลอยๆ ตาเหม่อไปที่มิวบ่อยครั้ง
“ไหม้แล้วโต้ง รีบๆ กลับสิ ไม่ดูเลยเสียดายของ” สุนีย์เดินเข้ามาช่วยที่เตา “กินเยอะๆ นะหนูสองคน ไม่ต้องเกรงใจ”แล้วสุนีย์ก็เดินกลับไปหากรในบ้าน มิวเดินเข้ามาสมทบที่เตาคุยกับเอ็กซ์กับหญิงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“มิว เราขอโทษ” โต้งโพล่งออกมาขณะที่สามคนคุยกันอยู่ เอ็กซ์กับหญิงมองหน้ามิว
“ไม่เป็นไรหรอก แค่ถ่านเลอะเราแค่นี้ ล้างก็ออกหมดแล้วเห็นไหม” มิวตอบหน้าตาเฉย สร้างความงุนงงให้กับเอ็กซ์ และหญิงมาก พอตั้งสติได้เอ็กซ์กับหญิงเลยบอกว่าจะไปเอาน้ำจากในตู้เย็นมาเพิ่มให้ ที่เตาเหลือเพียงมิวและโต้ง “มิวไม่อยากให้โต้งทำแบบนั้นอีก ไม่ใช่ว่ามิวเกลียดโต้ง แต่ความใกล้ชิดของเราเคยทำให้เราต้องจากกันมาแล้วครั้งนึง มิวไม่อยากให้มันเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นอีก มิวไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี แต่ ณ ตอนนี้ เรารักษาระยะห่างของเราไว้ก่อนดีกว่าไหม” มิวพูดน้ำตาคลอ “ครอบครัวโต้งกำลังไปด้วยดี ถ้ามันมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น มันอาจจะไม่ดีกับใครเลยก็ได้”
“อืม เราเข้าใจ” โต้งมองเข้าไปในบ้านและหันกลับมามองมิวด้วยดวงตาเศร้าสร้อย หญิงกับเอ็กซ์เดินมาเอาน้ำมายื่นให้ทั้งสองคน มิวเช็ดน้ำตาบอกว่าควันเข้าตาและขอตัวไปเข้าห้องน้ำ โต้งยืนมองมิวเดินไปโดยไม่ละสายตา
งานดำเนินไปเรื่อยๆ จนสองทุ่มก็ช่วยกันเก็บของ แล้วมิว เอ็กซ์ และหญิงก็ขอตัวกลับก่อน โต้งเดินไปส่งเพื่อนๆที่หน้าบ้าน ทั้งสามคนนั่งแท็กซี่กลับ โต้งโบกมือลาตายังมองมิวอยู่ มิวหันมาแล้วยิ้มให้ โต้งจึงยิ้มขึ้นมาได้เล็กน้อย รถเคลื่อนออกไปแล้ว โต้งเข้าบ้านไปช่วยแม่ล้างจานเหมือนที่เคยทำ
“มีเรื่องอะไรกับมิวหรือเปล่า เห็นไม่ค่อยคุยกัน” สุนีย์ถาม
“เปล่าหรอกแม่ ไม่รู้จะคุยอะไรน่ะ”
“อืมๆ” สุนีย์ตัดบทไม่อยากถามอะไรมาก ล้างจานเสร็จก็เดินกลับเข้าบ้านกัน
“วันหลังชวนเพื่อนๆ มาอีกก็ได้นะโต้ง พ่อเห็นโต้งไม่ค่อยพาเพื่อนมาบ้านเลย โต้งจะได้ไม่เหงาไง”
“ได้ๆ พ่อ” โต้งตอบพร้อมกับเดินขึ้นบ้านไป
โต้งเดินเข้ามาในห้องเดินไปจะหยิบ CD มาเปิดฟัง แต่ก็ต้องแปลกใจที่เห็นตุ๊กตาหมีทับอยู่พร้อมโน้ต
{เราให้เป็นของขวัญที่โต้งสอบติดที่เดียวกับเรานะ เราอยากบอกว่าระยะที่ผ่านมาเราคิดถึงโต้งมาก แต่เราก็รู้ว่าสิ่งที่โต้งต้องเจอ สิ่งที่โต้งต้องทำมันคืออะไร มันยากนะที่คนเราจะมองเห็นคนที่รักโดยไม่ได้ใกล้ชิด ไม่ได้อยู่ข้างๆกัน แต่เราก็พยายามทำให้ได้ พอผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มา มันทำให้เราเรียนรู้ว่า ความรักไม่จำเป็นจะต้องอยู่ด้วยกันเสมอไป เรารอจนมาถึงวันที่ได้กลับมาเจอโต้งอีกครั้ง เราดีใจมากแต่ต้องเก็บมันไว้ข้างในเพราะไม่อยากให้โต้งสับสน และไม่รู้ว่าโต้งเป็นยังไงอยู่บ้าง เราคิดถึงโต้งตลอด ถ้าโต้งเหงาโต้งโทรมาหาเราก็ได้ แต่เราชินแล้วล่ะ ที่มีความเหงาอยู่ข้างตัวตลอดเวลา เรารอแค่ว่าซักวันถ้ามันยังมีโอกาสของเราสองคน แล้ววันนั้นมันก็จะมาหาเอง ปล.ถ้าลองดูดีๆ มิวอยู่กับโต้งได้แทบตลอดเวลาเลยล่ะ” มิว

โต้งอ่านแล้วยิ้ม หยิบตุ๊กตาขึ้นมาดู สังเกตเห็นชื่อมิวที่ใต้เท้าตุ๊กตา ก็ยิ้มออกมาแล้วนอนแผ่ลงไปที่เตียงอย่างมีความสุข เอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความไปว่า “ขอบคุณนะ ที่ยังเป็นสิ่งดีๆ ให้เราอยู่เสมอ”
บนรถเอ็กซ์ลงไปแล้ว หญิงถามขึ้นมา
“แล้วตุ๊กตาไปไหนแล้วล่ะมิว ลืมไว้ที่บ้านโต้งหรือเปล่า”
เสียงข้อความดังขึ้นมาจากเครื่องของมิว มิวกดอ่านข้อความ
“เปล่าหรอกเราคืนเจ้าของเขาไปแล้วน่ะ” มิวตอบและยิ้มเล็กน้อย หญิงยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน

วันรุ่งขึ้นวงออกัสต้องเข้าไปเตรียมตัวสำหรับงานมินิคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม โดยเข้าไปคุยและวางคอนเซ็ปต์กัน
“พี่อยากให้จัดที่สยามสแควร์นะ เพราะพวกเรามาจากที่นั่น ถ้ากลับไปในที่ที่วงออกัสมาพี่ว่ามันขลังดี”
“ผมก็ว่าดีครับพี่ วันรุ่นก็เยอะ เราเข้าไปถึงแหล่งเลย ได้ทั้งสื่อมวลชนได้ทั้งตลาด”
“แล้วพวกเราล่ะว่าไง” ทีมงานหันมาถามวงออกัส ทุกคนหนไปมองมิว
“ก็ดีครับพี่ พวกผมเคยเล่นที่นั่นอาจทำให้ไม่ค่อนตื่นเต้นก็ได้”
“งั้นตกลงตามนี้นะ” หัวหน้าการประชุมงานวันนี้กล่าวสรุป “เพลงที่จะโชว์วันนั้นพี่เลือกไว้ให้แล้ว เดี๋ยวเอาให้พวกน้องๆ ดูด้วยแล้วกันนะ แล้วช่วงนี้ก็ซ้อมวันเว้นวัน แล้วพวกที่เข้ามหาลัยแล้วเนี่ย เปิดเทอมวันไหน” ทีมงานถาม
“ก็อีกเดือนนึงครับพี่ เดี๋ยวมีไปมหาลัยอีกทีก็ใกล้ๆ จะเปิดเลย เลยงานไปแล้วล่ะครับ”
“อืม ดีๆ เลย ไม่งั้นปวดหัวแน่”
“เอาล่ะงั้นจบการประชุมแค่นี้ก่อน วงออกัสไปซ้อมเถอะ เดี๋ยวพี่คุยงานโปรดัคชั่นกันต่อเอง”
“ครับ” ทุกคนตอบรับแล้วทยอยเดินออกจากห้องประชุมไป

“เดี๋ยวจะมีนิตยสารมาขอสัมภาษณ์มิวนะ ไปรอที่ห้องประชุมเล็กเลย” พนักงานคนหนึ่งเดินมาบอก “คนอื่นๆไปพักก่อนแล้วกันนะ ครึ่งชั่วโมงกลับมาใหม่”
มิวเดินไปที่ห้องประชุมเล็ก เข้าไปเจอนักข่าวของนิตยสารคนหนึ่งนั่งอยู่
“สวัสดีครับพี่”
“สวัสดีจ้ะน้อง ไม่ต้องเป็นการเป็นการอย่างนั้นหรอก เอาสบายๆนะ เคยสัมภาษณ์มามั่งยัง”
“ถ้าเป็นแบบนี้ คนเดียวด้วยก็ครั้งแรกครับ”
“เอานะๆ ใจเย็นๆ พี่เป็นนิตยสารวัยรุ่น คำถามก็ชิลๆ ทั่วไปแหละ เดี๋ยวเริ่มเลยนะ เขาให้เวลาน้อย”
“ครับ” นักข่าวคนดังกล่าวกดเริ่มการทำงานของที่อัดเสียง
“แนะนำตัวหน่อยค่ะ”
“ชื่อมิวครับ อายุ 18 ปี นักร้องนำวงออกัสครับ เรียนจบจากโรงเรียนเซนต์นิโคลัส”
“พูดถึงผลงานหน่อยค่ะ”
“งานนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้รับการโปรโมตเยอะขนาดนี้ ทำให้มีผู้คนในวงกว้างรู้จักมากขึ้น ยังไงก็ขอฝากด้วยครับ”
“เพลงที่ใช้โปรโมทเป็นเพลงแรกชื่อเพลงกันและกัน พูดถึงถึงเพลงนี้หน่อยค่ะ”
“เพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้แต่งโดนวงผมเอง เพลงนี้เป็นเพลงที่มีความหมายมากครับ อยากให้ลองฟังกัน”
“น้องมิวมีแฟนหรือยังคะ”
“เอ่อ ยังครับ”
“แล้วน้องมิวมีผู้หญิงในสเปคยังไงครับ”
“คือ ผมไม่มีสเปคนะครับ ขอแค่ผมรักเขาก็พอแล้วครับ”
“โอเคค่ะจบค่ะน้องมิว ถ้าลงเมื่อไหร่พี่จะส่งมาให้ที่บริษัทนะคะ แต่มันอยู่กรอบเล็กนะคะ พี่ไปก่อนล่ะ”
“ครับ ขอบคุณครับพี่” มิวเดินไปส่งที่หน้าห้อง โบกมือลาพี่นักขาว ทำหน้าเจื่อนๆเล็กน้อย ถ้าต้องโดนคำถามเรื่องความรักไปเรื่อยๆ จะทำไงดีนะ มิวเดินไปหน้าห้องซ้อมแต่ยังไม่ค่อยมีใครมา เสียงโทรศัพท์มิวก็ดังขึ้น
“ไงโต้ง มีอะไรเหรอ”
“ไม่มีอะไรหรอก”
“อ้าวไม่มีอะไรแล้วโทรมาทำไมเนี่ย”
“พรุ่งนี้เราจะไปซื้อชุดนักศึกษาที่สยาม เอ่อ…มิวว่างไหม”
“พรุ่งนี้เหรอว่างนะ ไม่มีซ้อม”
“งั้นเจอกันที่สยามบ่ายโมงนะ”
“เอ่อ…โต้ง โต้ง” โต้งชิงวางสายไปก่อนแล้ว มิวยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินเข้าห้องซ้อมไป ไปเฉยๆ คงไม่เป้นไรมั้ง
การซ้อมดำเนินไปอย่างเข้มข้นจนถึงเที่ยงคืน ทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับ มิวนึกถึงวันพรุ่งนี้แล้วยิ้มอย่างมีความสุข
“นี่เพลงพวกเราขึ้นอันดับหนึ่งประจำวันนะ เป็นอย่างนี้อาทิตย์นี้น่าจะขึ้นถึงที่ 1 นะ” พี่คนดูแลวงยิ้มอย่างภูมิใจ “ยังไงก็เก็บเนื้อเก็บตัวหน่อย เพราะว่าเขาไม่อยากให้ช้ำมากก่อนวันออกคอนเสิร์ตน่ะ ตอนนี้ทีเซอร์ก็ยิงไปแล้วด้วย”
มิวฟังทำหน้าเจื่อนๆ แต่คิดว่ายังไงพรุ่งนี้ก็ต้องไปให้ได้

วันรุ่งขึ้นโต้งนั่งรออยู่ที่น้ำพุ
“โต้งรอนานไหม”
“ไม่นานหรอก ไปกันเถอะ”
โต้งกับมิวเดินไปดูนู่นดูนี่ทั่วสยาม อย่างมีความสุข มีคนเข้ามาทักและขอถ่ายรูปกับมิวประปราย แต่มิวก็ไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนดังเลยซักนิดเวลาที่อยู่กับโต้ง โต้งก็มีความสุขมากกับวันนี้ ทั้งสองคนเดินดูและซ้อของนิดหน่อยจนมาถึงร้านขายชุดนักศึกษา
“ถ้าใส่ชุดนักศึกษาแล้วจะดูตลกไหมนะ” มิวถาม
“คงไม่หรอกน่า” โต้งยิ้มให้
“พี่ครับ ลองได้ไหมครับ”
“ลองได้เลยค่ะ เอ๊ะน้องที่เป็นนักร้องวงออกัสใช่ไหม”
“เอ่อ ใช่ครับ” มิวตอบพลางฝากของให้โต้งถือเพื่อลองเสื้อ
“พี่ชอบเพลงน้องมากเลยนะ เดี๋ยวซื้อแล้วพี่ลดให้พิเศษเลย”
“ขอบคุณครับ” มิวหันไปหาโต้งเพื่อให้ดูเสื้อที่ลอง เลิกคิ้วเชิงถาม โต้งยิ้มพร้อมพยักหน้า
“น้องคนนี้อยู่ในวงด้วยหรือเปล่าคะ”
“อ๋อเปล่าๆ ครับ ผมไม่ได้เล่นดนตรีหรอกครับ” โต้งตอบแล้วยิ้มให้เจ้าของร้าน
“อืม เห็นว่าหน้าตาน่ารัก นึกว่าเป็นดารากับเขาด้วย” โต้งยิ้มเขินๆ พยักหน้าเชิงขอบคุณ
“เราเลือกได้แล้ว โต้งไปดูสิ” มิวบอกให้โต้งเลือกเสื้อบ้างพร้อมกับหยิบของที่โต้งถือมาถือเอง
“เลือกไมค่อยเป็นน่ะ มิวเลือกทีสิ” โต้งเอาของกลับไปถือตามเดิม มิวหยิบเสื้อแบบคล้ายๆ ของเขาออกมาตัวหนึ่งบอกให้โต้งหันหลังแล้วเอาเสื้อทาบ
“คงใส่ไซส์เดียวกันแหละเนอะ แบบนี้ชอบไหม”
“ก็ดี มิวเลือกมาเหอะ เราดูไม่เป็น” เจ้าของร้านมองสองคนด้วยสายตาประหลาดๆ
“พี่ครับ หกตัวลดได้เท่าไหร่”
“พี่ลดให้ตัวละห้าสิบบาทแล้วกัน”
“โอเคครับ นี่เงินครับ”
“พี่ขอถ่ายรูปด้วยหน่อยได้ไหม”
“ได้ๆ ครับ” มิวถ่ายรูปคู่กับเจ้าของร้าน แล้วถ่ายกับลูกน้องในร้านด้วย จากนั้นก็เดินออกไป

“หนูว่ามันแปลกๆ นะพี่ ผู้ชายหน้าตาดีมาเดินซื้อของด้วยกันสองคน”
“แกจะบ้าเหรอ เขาก็เพื่อนกัน”
“ไม่รู้สิหนูว่าหนูว่ามันแปลกๆ”
คนในร้านพูดคุยกันหลังทั้งสองคนเดินออกไป

โต้งและมิวเดินซื้อของอีกพักนึง ไปเลือกร้านตัดกางเกงและจึงไปนั่งพักกินไอศกรีมกันที่ร้านประจำ พลางนั่งคุยกันไป
“วันนี้โต้งยิ้มทั้งวันเลย”
“เหรอ ไม่เห็นรู้สึก” โต้งตอบยิ้มๆ
“ตอนนี้ยังยิ้มอยู่เลย”
“เหรอ” พูดไปก็ตักไอศกรีมกินไปแก้เขิน
พอกินไอศกรีมจนหมด ทั้งสองคนก็เดินไปขึ้นแท็กซี่ “เราไปส่งมิวที่บ้านนะ”
“ก็ตามใจสิ”
ทั้งสองคนนั่งรถจนมาถึงบ้านของมิว โต้งลงมาด้วย
“อ้าว ลงมาทำไม ทำไมไม่รั่งคันนั้นกลับต่อไปเลย”
“อยากขึ้นไปดูอะไรก่อนน่ะ”
“เดี๋ยวน้านีย์ก็ว่าเอาหรอก”
“ไม่หรอก บอกไว้แล้วนี่ก็ยังไม่เปิดเทอมด้วย”
“อืมๆ ตามใจแล้วกัน”
โต้งกับมิวเดินขึ้นไปบนบ้านด้วยกัน
“อ้าวไม่พอดีกันเหรอ”
“อืม ใส่ไม่ลงน่ะ”
“ยังไงมันก็ของคนละตัวกันน่ะนะ”
โต้งถามเรื่องตุ๊กตาไม้ ที่อยู่ที่หัวเตียง

“เออโต้งเรามีอะไรให้ดู” มิวพูดจบพลางเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์
“นี่รูปบรรยากาศงานคริสต์มาสปีที่แล้ว ที่เราเล่นคอนเสิร์ตน่ะ”
มิวเปิดดูรูปไปเรื่อยๆ “นี่ๆ มีรูปโต้งกับหญิงด้วยนะ” มิวเรียกให้ดูรูปโต้งกับหญิงเล็กๆ ในรูปบรรยากาศคนที่มาดูคอนเสิร์ต
“ไหนๆ” โต้งเอาหน้าก้มลงมาที่จอคอมพิวเตอร์ที่มิวนั่งอยู่ในลักษณะเท้าแขนไว้โต๊ะข้างหนึ่ง มิวขยับตัวเล็กน้อยให้ห่างจากแขนโต้ง โต้งหันหน้ามาทางมิว ทั้งสองคนสบตากันอยู่ครู่หนึ่งโต้งค่อยๆ เลื่อนหน้าเข้ามาใกล้กับหน้ามิว มิวหลับตาลง โต้งบรรจงริมฝีปากแตะริมฝีปากของอีกฝ่าย ทั้งคู่ตกอยู่ในห้วงความรักของกันและกัน…..

บนที่นอนโต้งและมิวนอนหงายมองเพดานอยู่
“หลังจากคอนเสิร์ต มิวกลับมาแล้วรู้สึกยังไง”
“อย่าถามเลย เราไม่อยากพูดถึงน่ะ”
“มิวเหงาไหม”
“อืม”
“เราก็เหงา เราพยายามทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แม้ครอบครัวเราจะมีความสุขดีแล้ว แต่เราก็ยังรู้สึกเหงา”โต้งบอก
“ความเหงาก็เป็นอย่างนี้แหละ ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ และไม่เคยปราณีใคร”
“แต่ตอนนี้ เราจะไม่เหงาแล้วล่ะมิว”
“ทำไมเหรอ “เพราะเรามีมิวไง” โต้งยื่นแขนไปให้มิวนอนหนุนแล้วโต้งก็ดึงตัวมิวมากอดไว้

ช่วงสายๆ โต้งและมิวตื่น โต้งลากลับบ้านมิวลงมาส่งที่หน้าบ้าน
“ทีหลังจะไปค้างก็บอกก่อน ไม่ก็โทรมาบอก ไม่ใช่ส่งข้อความมาอย่างนี้ แม่เขาเป็นห่วง” กรบอกโต้ง
“อืม คราวหลังจะโทรมาบอก”
“แล้วไปค้างบ้านใครมาล่ะ”
“บ้านเพื่อนกลุ่มเก่าน่ะพ่อ มีปาร์ตี้กันนิดหน่อยฉลองสอบติด เดี๋ยวขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะ”
“ไปเหอะ จัดการตัวเองซะให้เรียบร้อย”
โต้งเดินขึ้นไปบนบ้าน หยิบตุ๊กตาของมิวมาดูแล้วนอนยิ้มอย่างมีความสุขจนหลับไป
…………………………………………………………………………………………..

ช่วงเย็นที่บริษัทวงออกัสทุกคนโดนเรียกประชุมด่วน พอมิวไปถึงพบว่าคนยังมาไม่ครบ เอ็กซ์กำลังจะเข้ามาคุยด้วยแต่มิวโดนดึงตัวไปซะก่อน มิวโดนพาไปที่ห้องประชุมเล็ก
ในห้องประชุมเล็ก มีคนรออยู่แล้ว มิวเดินเข้าไปอย่างหวาดๆ มองไปรอบๆ มีผู้ใหญ่สองคน และพี่ๆที่รับหน้าที่ดูแลวงของเขา พี่คนดูแลวงพามิวไปนั่งตรงหัวโต๊ะ
“เอาหนังสือพิมพ์ให้มิวดู” ผู้ใหญ่คนนึงบอก
“เอ้าดูซะมิว”
ในหนังสือพิมพ์พาดหัวกรอบเล็ก [ลือกระฉ่อนนักร้องหนุ่มน้อยหน้าใหม่ ควงเพื่อนชายเที่ยวสยาม]
“แต่ผมแค่ไปเที่ยวกับเพื่อนเหมือนปกตินะครับ” มิวตอบอย่าเซ็งๆ
“พี่ไม่รู้นะ แต่พี่เตือนแล้ว พี่บอกไปแล้วว่าให้มิวเก็บตัวช่วงนี้ แล้วนี่อะไร มิวไม่ฟังพี่เลย มิวอยากทำไหมงานเพลงเนี่ย”
“ผมขอโทษครับพี่ ผมไม่รู้ว่ามันจะเป็นเรื่องเป็นราวได้ ผมก็แค่จะไปซื้อ…”
“พอมิว เอาเป็นว่าพี่เข้าใจแล้ว แต่พี่ขอว่าคราวหลังอย่าให้มีเรื่องอย่างนี้อีก พี่พูดอะไรบอกอะไรขอให้ฟัง จะได้ไม่มีเรื่องอะไรอีก เข้าใจไหม”
“ครับพี่” มิวตอบน้ำเสียงจ๋อยสนิท
“นี่ยังดีนะ ที่เป็นหนังสือพิมพ์บันเทิงเล็กๆ ฉบับเดียวที่เขียน พี่จะไม่พูดอะไรมากแล้วนะ มิวรับภาระอะไรอยู่ มิวมีวง มีเพื่อน มิวต้องเข้าใจจุดนี้ด้วย ว่าเดี๋ยวนี้มิวไม่ใช่เด็กนักเรียนเด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ แล้ว”
“ครับผมเข้าใจ” มิวตอบเสียงเศร้า
“ถ้ามีเรื่องอีก พี่จะพักโปรเจคออกัส แล้วก็หยุดการโปรโมต เอาล่ะมีอะไรจะพูดไหม”
“ไม่มีครับ”
“ถ้าไม่มีก็ออกไปซ้อมได้แล้ว”
มิวเดินคอตกออกจากห้องไป เพื่อนๆ ในวงที่แนบหูฟังอยู่หน้าห้องรุมถามจนฟังไม่ได้ศัพท์
มิวขออยู่คนเดียวสักพัก บอกเพื่อนๆ ว่าเดี๋ยวจะกลับมาซ้อมต่อ มิวเดินอย่างหมดอาลัยตายอยากไปที่บันไดหนีไฟ มิวหลังพิงกำแพงแล้วทรุดตัวลงไปนั่งก็พื้น เอามือกุมหัวน้ำตาคลอเบ้าแต่ก็ไม่ไหลออกมา อยากจะร้องก็ร้องไม่ออก ความทุกข์ ความสับสนมันอัดอยู่ข้างใน
ตื๊ด~ตื๊ด~ เสียงโทรศัพท์ของมิวดังขึ้น มิวมองที่หน้าจอเห็นว่าเป็นชื่อโต้งที่โทรมา
มิวรับโทรศัพท์ สูดลมหายใจเข้าลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วคุยตอบไป
“ว่าไงโต้ง”
“ไม่มีอะไร โทรมาเฉยๆ แล้วนี่อยู่ไหนน่ะ”
“อ๋อ อยู่บริษัท วันนี้ซ้อม” มิวคุยตะกุกตะกัก เพราะตั้งกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา
“อืมๆ ยังไงก็ดูแลสุขภาพด้วย ฟังเสียงมิวไม่ค่อยดีเลย ไม่สบายหรือเปล่า”
“อืม เป็นหวัดนิดหน่อยน่ะ ช่วงนี้เราซ้อมเยอะ คงได้เจอกันนะโต้ง”
“ไม่เป็นไร แล้วไว้โทรหานะ”
“โต้ง… มิว ไม่มีอะไรหรอก แค่นี้นะ”
“อืมๆ บายนะ” โต้งวางหูไปแล้ว ความรู้สึกเดียวดายและอ้างว้างโหมเข้าซัดจิตใจมิวอีกครั้ง ความทุกข์ที่มากมายนี้จะบอกใครก็ไม่ได้ เขาต้องแบกมันไว้คนเดียว คนที่รักก็ไม่สามารถไปหาได้ แถมยังมีภาระหน้าที่อีกมากมายที่จะต้องรับผิดชอบ มิวก้มหน้าลงกับเข่าตัวเองแล้วร้องไห้ออกมา น้ำตาไหลอย่างไม่หยุดยั้ง เสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นดังอย่างไม่ขาดระยะ จากก้นบึ้งของหัวใจหลั่งไหลออกสู่ภายนอก ณ บันไดหนีไฟนี้มิวรู้สึกเหมือนทั้งโลกเหลือตัวเขาเพียงคนเดียว
มิวเดินตัวลอยเข้าไปในห้องซ้อมเพื่อนๆ ซ้อมเพลงคืนอันเป็นนิรันดร์กันอยู่ มิวเดินเข้าไปนั่งลงดูเพื่อนๆ ซ้อมอย่างเหม่อลอยจนจบเพลง
~เหมือนว่าเราจะมอง ไม่เห็นหนทางใด
ตกอยู่ในความมืดบอด ตกอยู่ในห้วงใจที่อ่อนไหว
เหมือนจะเป็นกลางคืนอันยาวนาน เมื่อฟ้าไม่มีแสงใด
มองไปรอบกาย หัวใจก็พลัน หวาดกลัว
ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที
จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม
แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันยังที่ฉายในวันต่อไป
แต่ไม่รู้ต้องรอเมื่อไหร่ หรือใจเราคงจะอยู่กับคืนอันเป็นนิรันดร์
ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที
จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม
แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันยังฉายในวันต่อไป
เมื่อเรามีเช้าวันใหม่ หวังใจว่าจะมีหนทาง
เมื่อทุกข์ในวันเมื่อวานคืนกลับมาหาใจอันอ่อนแอ
เหตุที่ใจแพ้ เพราะเราต่างหากที่แพ้ใจ
ความทุกข์จึงเป็นกลางคืนอันยาวนาน แต่แล้วมันจะผ่านไป
ตราบใดเวลายังหมุนผ่าน ความทุกข์จะผ่าน เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์
วันคืนต้องผ่าน นั่นคือเวลาอันเป็นนิรันดร์~

เอ็กซ์เดินเข้ามาหามิวเป็นคนแรก ตามด้วยเพื่อนๆ คนอื่นๆ ในวง
“เป็นอะไรวะมิว ไม่สบายหรือเปล่า” เพื่อนๆ ในวงถาม มิวไม่ตอบอะไร แค่ส่ายหน้าเล็กน้อย
“พี่ๆ เขาว่าอะไรเหรอพี่มิว” เพชรถามอย่างเป็นห่วง มิวยังเงียบอยู่
“ไอ้มิว ถ้าเรื่องข่าวพวกกูรู้แล้วล่ะ กูเห็นแล้ว ถ้ามันก็แค่ข่าวว่ะ” เอ็กซ์บอกหัวเสีย
“ช่างมันเหอะ กูก็ไม่ได้ใส่ใจหรอก ซ้อมกันต่อดีกว่า” มิวบอกน้ำเสียงเรียบเฉย
เอ็กซ์มองหน้าเพื่อนอย่างห่วงใย แล้วหันไปมองคนอื่นๆ ในวง “เอ้าๆ ซ้อมโว้ย ซ้อม”
การซ้อมผ่านไปอย่างยากลำบาก มิวร้องไม่ออกบ้าง ไม่เต็มเสียงบ้าง การซ้อมวันนี้จึงจบลงก่อนครบเวลา

“มึงมีอะไรก็บอกกูได้นะ กูเพื่อนมึงไอ้มิว มึงยังมีกูอยู่”
“กูไม่รู้จะพูดยังไงดี ทำไมกูถึงเป็นคนทำให้อะไรๆ แย่ลงทุกที”
“มึงโทษตัวเองมากไป มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก”
“แล้วมันอย่างไหน พี่ขาบอกว่าถ้ากูมีข่าวอีก เขาอาจพักวงเรา” เอ็กซ์นิ่งไปครู่หนึ่ง
“เราเป็นนักดนตรีนะไอ้มิว เราขายดนตรี เรื่องส่วนตัวมันก็อีกเรื่องนึง”
“พูดง่ายแต่ทำยาก คนในวงซ้อมกันแทบตาย พังเพราะกูคนเดียว” มิวพวกเสียงเครือ
“ยังหรอก วงไม่มีวันพังเชื่อกูสิ” เอ็กซ์ลูบหัวเพื่อนอย่างปลอบโยน มิวหันมามองหน้าเพื่อนเชิงขอบใจ
“นี่มันอะไรโต้ง” สุนีย์ถือหนังสือพิมพ์บันเทิงเข้าไปหาโต้งในห้องนอนทันทีหลังกลับมาจากที่ทำงาน
“อะไรอ่ะแม่” โต้งถามด้วยความงุนงง
“ทำไมเหรอ แม่เคารพการตัดสินใจของโต้ง แต่โต้งก็ต้องรักษาน้ำใจแม่บ้าง”
โต้งหยิบหนังสือพิมพ์มาดู เห็นข่าวของเขาและมิว
“วันนี้แม่ตอบคำถามที่บริษัททั้งวัน มีแต่คนเดินมาถามแม่ โต้งจะให้แม่ตอบเขายังไง”
“ก็แค่ไปเดินซื้อของ...เป็นเพื่อนกัน แล้วเขาก็พูดกันไปเอง”
“โต้งต้องระวังกว่านี้ ถ้าพ่อรู้พ่อจะรู้สึกยังไง กว่าเราจะมาอยู่ที่จุดนี้ได้…”
“โต้งรู้ รู้ว่าโต้งต้องทำอะไรเพื่อใคร แม่ไม่ต้องห่วงหรอก”
“ก็ดี แม่พูดเพราะแม่เป็นห่วง ทั้งโต้ง ทั้งพ่อ แม่แค่ไม่อยากให้ใครโดนทำร้าย”
“โต้งจะเป็นห่วงทุกคนมากกว่านี้” สุนีย์เดินออกจากห้องไป “ยกเว้นตัวเอง” โต้งพึมพำออกมา
“แม่เขามาว่าอะไรล่ะโต้ง” กรเดินเข้ามาถามลูกชายด้วยความเป็นห่วง
“เรื่องทั่วไปน่ะพ่อ” โต้งตอบน้ำเสียงเรียบเฉย แต่สีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ถ้าทุกข์นักก็วางมันซะ พักเสร็จแล้วค่อยหาทางไปต่อ”
“ถ้ามันไม่มีทางให้ไปล่ะพ่อ”
“มีสิทางมันต้องมีให้ไปอยู่แล้ว”
“แล้วถ้าทางที่ต้องไปกับทางที่ต้องการมันอยู่คนละเส้นกันล่ะพ่อ”
กรนั่งลงกอดลูกชาย “ทำตามใจเถอะโต้ง ถ้ามันไม่ใช่ทางที่เลวร้ายทำไปเถอะ เราไม่ได้กอดกันนานแค่ไหนแล้วนะ” โต้งมองหน้าพ่ออย่างมีความนัยน์จะบอก แต่ก็ไม่มีคำพูดใดออกไป
ความสับสนพุ่งเข้าหาโต้งอีกครั้ง เขาเลือกในสิ่งที่ต้องการแล้ว แต่ทางที่เขาเลือกเดินนั้นไม่สามารถเดินไปได้ เขาควรจะทำอย่างไรดี
โต้งเดินออกไปอาบน้ำ กรกำลังจะเดินออกนอกห้องเจอหนังสือพิมพ์วางอยู่จึงหยิบมาดู เห็นข่าวมิวกับโต้งแล้วช๊อคไปครู่หนึ่ง วางหนังสือพิมพ์ไว้ที่เดิมแล้วค่อยๆเดินออกจากห้องไป

วันต่อมาวงออกัสมีคิวถ่ายมิวสิควีดีโอ ทุกคนไปรวมตัวกันที่สถานที่ถ่ายทำเป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง
“ตามเรื่องมิวต้องร้องเพลงบอกรักแฟน เนื้อเรื่องมีง่ายๆแค่นี้เข้าใจไหม แค่ปล่อยอารมณ์ไปตามเพลง”
“ครับ” มิวตอบคำพูดเรียบเฉยๆ
“เอ้า แล้วนางเอกมิวสิคมาหรือยัง”
“มาแล้วค่ะพี่ แต่งหน้าอยู่ทางนู้น”
“เดี๋ยวมิวไปแต่งหน้าทำผมพร้อมกันเลยดีกว่าไป จะได้พูดคุยอะไรกันกับนางเอกก่อนด้วย จะได้สนิทๆ กันหน่อย”
“แล้วคนอื่นๆ ไปแต่งหน้าทำผมให้เรียบร้อยเลยนะ ไม่ต้องทำไรมากวันนี้ เล่นๆไปเหมือนที่เคยเล่นแค่นั้นเอง”
มิวเดินตามพี่สตาฟไปแต่งหน้าทำผม เมื่อเดินไปถึงเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งแต่งหน้าอยู่ คาดว่าน่าจะเป็นนางเอกมิวสิค มิวจึงยกมือไหว้ทักทายทุกคนและทักทายผู้หญิงคนนั้น
“สวัสดีครับ เราชื่อมิวนะ”
“หวัดดี เราโดนัท” มิวเห็นหน้าโดนัทแล้วรู้สึกคุ้นๆ จนจำได้ว่าเคยเจอที่สยาม
“เราว่าเราคุ้นหน้าเธอนะ”
“คงเคยเจอกันมั้ง โดนัทเดินเล่นแถวสยามบ่อย”
“อืมเราก็ไปที่นั่นบ่อย” มิวตอบไป
โดนัทชวนคุยนู่นคุยนี่ไปเรื่อย มิวก็ตอบไปเรื่อยจนทั้งสองคนแต่งหน้าทำผมเสร็จ

“คัทๆๆๆๆ มิว มิวเอาซักอย่างสิ จะหวาน จะก้อร่อก้อติก ไม่ใช่เฉยไร้อารมณ์อย่างนี้”
“ครับๆ ขอโทษครับ”
“เอาใหม่นะ” ………………………………………………………
การถ่ายทำผ่านไปเรื่อยๆ จนแดดหมด
“เอาเท่าที่ได้นี่แหละ” แดดหมดแล้ว ถือซะว่าหน้าใหม่แล้วกัน ผู้กำกับสั่งเลิกกอง เก็บของไปถ่ายต่อที่สตูดิโอ
“มิวเขินโดนัทเหรอ ถึงเล่นไม่ออก”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก”
“แล้วยังไงล่ะ หรือว่ามิวไม่เคยมีแฟน”
“ทำนองนั้นมั้ง”
“มิวนี่ประหลาดดีเนอะ ถามคำตอบคำ”
“เราไม่ค่อยมีอารมณ์น่ะ”
“เครียดเหรอ มีอะไรคุยกับโดนัทได้นะ”
“ขอบใจนะ”
“เฮ้ยไอ้มิว น้ำเว้ย กูเอาไว้ให้ เดี๋ยวจะได้ขึ้นรถ” เอ็กซ์ตะโกนเรียก
“เอาน้ำไหมเดี๋ยวเราเอามาให้” มิวบอกโดนัท
“อืม ก็ดีเหมือนกัน” โดนัทตอบพร้อมยิ้ม
มิวเดินกลับมา พร้อมส่งน้ำให้โดนัท
“ขอบใจนะ มิวนี่สุภาพบุรษดี”
“เหรอๆ แล้วนี่กลับยังไงล่ะ มืดแล้วนะ”
“อ๋อโดนัทก็มีถ่ายที่สตูด้วยเหมือนกัน”
“มิว โดนัทขึ้นรถเร็ว” เสียงพี่สตาฟเรียกให้ขึ้นรถได้ ส่วนรถตู้อีกคันขนวงออกัสคนอื่นๆ ออกไปก่อนแล้ว
มิวกับโดนัทขึ้นรถไปคุยกันไปเรื่อยๆ ตลอดทาง จนมีเสียงโทรศัพท์ของมิวดังขึ้น ปรากฏเป็นชื่อโต้ง
“ว่าไงโต้ง”
“ทำไมวันนี้ไม่รับโทรศัพท์เลยล่ะ”
“วันนี้มีงานน่ะ ถ่าย mv ทั้งวันเลย นี่ยังต้องไปถ่ายต่ออีก”
“เสียงเหนื่อยๆ นะ รักษาสุขภาพด้วย”
“อืม ขอบใจนะ”
“มิวเห็นข่าวหรือยัง”
“อืม เห็นแล้ว” มิวตอบน้ำเสียงเรียบเฉย
“ไม่เป็นไรนะ” โต้งถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่หรอก เราไม่คิดมากกับเรื่องพวกนี้หรอก ตลกดีออก” มิวฝืนหัวเราะแข็งๆ ออกไป
“แป๊บนึงนะมิว………..เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะมิว ที่บ้านไม่รู้เสียงดังโวยวายอะไรกัน”
“อืมๆ หวัดดี” มิววางโทรศัพท์แล้วถอนหายใจยาว
“มิวมีเพื่อนชื่อโต้งด้วยเหรอ” โดนัทถามอีกครั้งหลังจากที่มิววางโทรศัพท์
“อืม ใช่”
“โดนัทก็มีเพื่อนเก่าชื่อนี้นะ แต่คงไม่ใช่คนเดียวกันหรอกมั้ง”
“ไม่รู้สิ” มิวตอบพลางถอนหายใจอีกครั้งแล้วหลับตาลง

“ทำไมคุณถึงกินเหล้าอีก” เสียงสุนีย์ตะโกนใส่กร
“ผมเครียด ผมก็กินเหล้า แล้วไงล่ะ” กรตอบเสียงอ้อแอ้แต่ดูดุดัน
“คุณมีอะไรต้องเครียดอีก อยู่บ้านดูแลบ้านนี่นะเครียด ก็บอกมาสิ ชั้นจะได้เป็นคนทำ”
“ไม่เกี่ยวหรอก”
“แล้วมันเรื่องอะไรกัน กว่าคุณจะเลิกมันได้ กว่าคุณจะมีสุขภาพกลับมาได้ แล้วคุณยังกลับไปกินอีก”
“อย่ามายุ่งได้ไหม” กร พูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ และผลักสุนีย์ออกไปให้พ้นทาง
“มีอะไรทำไมไม่พูดเล่า ใครมันจะไปรู้ว่าเป็นอะไรกันไป” สุนีย์พูดเสียงดัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธ
“คุณอยากพูดให้ผมฟังเหรอ ผมมันเป็นไอ้โง่ของบ้านนี้”
“คุณพูดอะไรของคุณเนี่ย ชั้นงงไปหมดแล้ว”
“คุณรู้เมื่อไหร่ ว่า…ว่าไอ้โต้งมันเป็น…เป็นเกย์” กรถามด้วยเสียงสั่นเทา โต้งลงมาทันได้ยินประโยคนี้พอดี
“คุณว่ายังไงนะ”
“ผมถามว่าคุณรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าไอ้โต้งมันเป็นเกย์” กรตะคอกเสียงดัง
“คุณไปเอามาจากไหน คุณพูดได้ยังไงว่าลูกเป็นแบบนั้น” สุนีย์เปลี่ยนน้ำเสียง พยายามถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่เสียงยังคงสั่น
“ผมเห็นหนังสือพิมพ์เมื่อวานที่คุณไปว่าไอ้โต้งในห้อง ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกว่าคุณว่ามันเรื่องอะไร แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะ”
“มันไม่ใช่”
“ไม่ใช่อะไร จะโกหกอะไรกันอีก ผมเห็นโน้ตที่เจ้ามิวเขียนให้ไอ้โต้งด้วย”
“โน้ตอะไร” สุนีย์ถามด้วยสีหน้าสงสัยปนร้อนใจ
“พ่อค้นห้องโต้งเหรอ”โต้งตะโกนมาอย่างไม่พอใจ
“ถ้าชั้นไม่ค้นห้องแกชั้นจะรู้ไหม ว่าแกมันเป็นยังไง”
“แล้วมันเป็นยังไงล่ะ” โต้งเสียงแข็งใส่
“แก…แกมันไอ้ตัวอุบาทว์ แกทำตัวน่าเกลียดน่าขยะแขยงแบบนี้ได้ยังไง”
“พอเถอะคุณ ค่อยๆ พูดกันนะ โต้งขึ้นไปข้างบนก่อนลูก” สุนีย์หันมาบอกโต้งน้ำตาไหล พร้อมจะเดินเข้าไปโอบตัวกรให้ใจเย็นลง
“ไม่ต้องมายุ่ง” กรผลักสุนีย์กระเด็นไปกองอยู่ที่พื้น โต้งรีบวิ่งเข้าไปพยุงแม่
“แกจะไปเป็นตุ๊ดเป็นเกย์อะไรกันแกไปที่อื่น ไม่ใช่ที่นี่”
“โต้งก็แค่รัก…”
“รัก เริกอะไรกัน ผู้ชายรักกันมันก็ตุ๊ดเหมือนกันหมดแหละ แกอย่ามาอ้างรักเริกอะไรของแกเลย” กรตวาดเสียงดังขึ้น
“พ่อก็ดีแต่ใช้กำลัง กินเหล้า เคยสนใจคนอื่นไหม เคยสนใจหัวใจของคนอื่นมั่งไหม”
“สนใจลูกที่ทำตัวชั่วๆ อย่างนี้น่ะเหรอ สนใจแม่ที่มันปกป้องให้ลูกทำชั่วน่ะเหรอ” กรตวาดใส่โต้งเสียงดัง
“แม่ไม่เกี่ยว อย่าไปทำแม่สิ ถ้าจะทำก็ทำโต้งคนเดียว” โต้งตะโกนใส่หน้ากร
“นี่แน่ะทำแกคนเดียว” กรตบหน้าโต้งอย่างจัง “แกจะไปไหนก็ไปชั้นไม่อยากเห็นหน้าแก” กรตกใจกับการกระทำตัวเองเหมือนกัน
โต้งอึ้งไปครู่หนึ่ง น้ำตาไหลออกมา สุนีย์กรีดร้องวิ่งเข้ามาทุบตีกรแล้วกรกอดไว้พลางบอกให้โต้งขึ้นไปข้างบนก่อน โต้งกัดฟันแล้วยิ้มอย่างโกรธแค้นแล้ววิ่งขึ้นห้องไป
สุนีย์นอนเป็นลมหมดสติอยู่ที่โซฟา กรนิ่งกินเหล้าอยู่ใกล้ๆ กันนั้น พักใหญ่โต้งเดินลงมาพร้อมเป้ใบหนึ่ง และถือตุ๊กตาของมิวไว้ในมือ
“นี่แกจะไปไหน” กรตะโกนถามโต้ง โต้งไม่ตอบอะไร เดินผลุนผลันออกนอกบ้านไปทันที

“หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดติดต่อได้ในขณะนี้….” โต้งซึ่งอยู่หน้าบ้านมิว กดโทรศัพท์หามิวเป็นสิบๆ รอบแต่ยังคงติดต่อไม่ได้ มองไปที่บ้านหญิงก็มืดสนิท โต้งตัดสินใจโทรหาหญิง
“มีอะไรเหรอโต้งโทรมาตอนดึก”
“หญิงอยู่บ้านหรือเปล่า”
“นี่เรามาหาญาติที่ต่างจังหวัดน่ะ มีอะไรเหรอ”
“อ๋อเปล่าๆ ไม่กวนแล้วล่ะนะ” โต้งวางสายทอดสายตามองไปตามทางที่มืด เงียบ วังเวงและดูว่างเปล่าเหมือนจิตใจของโต้งเอง

ที่สตูดิโอ การถ่ายทำ mv ยังคงดำเนินต่อไปในลายร้อง โดยมีให้โดนัทเข้ามาร่วมแจมบ้าง ถ่ายจนเช้าจึงถ่ายเสร็จ รถตู้คนที่ไปทางเดียวกันก็นั่งไปด้วยกัน โดนัท มิว และเอ็กซ์นั่งไปด้วยกัน เอ็กซ์นอนตรงกลางสุด มิวกับโดนัทนั่งเบาะแถวหน้า โดนนัทหลับไปแล้ว มิวเอาผ้าห่มที่อยู่ในรถมาห่มให้โดนัท โดนัทรู้สึกตัวแต่แกล้งทำเป็นหลับต่อ และแอบอมยิ้ม
มิวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูปรากฏว่าแบตหมด จึงเก็บใส่กระเป๋าไว้อย่างเดิม รถมาจอดที่บ้านโดนัท โดนัทลงรถไปบอกลาเอ็กซ์ จากนั้นหันมาทางมิวและบอกว่า “ขอบคุณนะ”
มิวพยักหน้ารับอย่าง งงๆ และยิ้มให้ เอ็กซ์มองหน้าทั้งสองคนสลับไปมา ประตูรถปิดลง โดนัทโบกมือลาจนรถตู้ขับออกไป
“กูว่าโดนัทชอบมึงว่ะ” เอ็กซ์โดดมานั่งเบาะแถวหน้ากับมิว
“เฮ้ย จะบ้าเหรอก็แค่คุยกันเยอะสุดเลยสนิทกัน” มิวตอบขำๆ
“ไม่แน่นะไอ้มิว อย่าไว้ใจผู้หญิง มึงอาจไปทำอะไรโดนใจเขาเข้าให้ก็ได้”
“ไม่พูดกับมึงแล้วไอ้เอ็กซ์ ปากเหม็น”
เอ็กซ์ตบหัวมิวไปทีนึง
รถมาส่งถึงบ้านมิว มิวสังเกตมีก้นบุหรี่อยู่หน้าบ้าน มิวทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยและเข้าบ้านไป เมื่อขึ้นถึงห้องมีข้อความเข้าว่าโต้งโทรหาคุณจำนวน 15 ครั้ง โทรกลับไปที่เครื่องโต้งแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ มิวกระวนกระวายใจอย่างมากตัดสินใจเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วจะออกตามหา

ขณะที่มิวกำลังจะเดินออกจากบ้านสุนีย์ขับรถมาหาพอดี มีรอยเขียวช้ำตามแขนปรากฏให้เห็นอยู่ประปราย
“มิว โต้งได้มาที่นี่หรือเปล่า” สุนีย์ถามโต้งด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“เปล่าครับน้านีย์ ผมเพิ่งกลับจากทำงานมาเหมือนกัน” มิวตอบด้วยน้ำเสียงแปลกใจ แต่สีหน้าร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
“แล้วโต้งติดต่อมามั่งไหมมิว” สุนีย์ถาม น้ำเสียงสั่นเครือ
“โต้งโทรมาแต่ผมแบตหมดครับเลยไม่ได้รับ โทรกลับไปก็ไม่ติด มีอะไรหรือเปล่าครับน้านีย์” มิวถามอย่างร้อนใจ
“มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ นี่เบอร์น้านะ ถ้าโต้งติดต่อมาให้โทรมาหาน้าด่วนเลยนะ” สุนีย์ยื่นนามบัตรตัวเองให้มิวรับไว้
“ครับๆ” มิวตอบ ตอนนี้จิตใจมิวไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว
สุนีย์กลับไปแล้ว มิวลืมง่วงเป็นปลิดทิ้งรีบออกไปตามหาโต้งทันที เป้าหมายคือที่สยาม
มิวเดินซอกแซกไปทั่วสยาม สลับกับการที่ต้องหยุดพูดคุยกับแฟนเพลงที่เข้ามาทักทายบ้างเป็นครั้งคราว มิวเดินไปจนเย็นก็ยังไม่เจอ เขานั่งพักที่ร้านไอศกรีมสั่งกาแฟมากินแก้วหนึ่ง ขณะนั่งพักมิวก็ยังคงนั่งหันหน้าออกไปนอกร้าน เพียงหวังว่าโต้งอาจจะเดินผ่านมา แต่คนที่เดินผ่านมากลับเป็นโดนัทแทน โดนัทเห็นมิวยิ้มและโบกมือทัก แล้วเดินเข้ามาในร้านนั่งลงข้างๆ มิว
“มาเดินเล่นเหรอมิว” โดนัทถามเสียงสดใส
“อืม ทำนองนั้นแหละ” มิวตอบแบบขอไปที
“มากับใครล่ะมิว”
“คนเดียวน่ะ”
“โดนัทก็มาคนเดียว เบื่อๆ เลยออกมาเดินเล่นน่ะ มิวเดินดูของเป็นเพื่อนโดนัทหน่อยสิ”
“แต่ว่า…”
“ถ้ามิวไม่ว่างก็ไม่เป็นไร เดินกับโดนัทมันคงน่าเบื่อ โดนัทเดินคนเดียวก็ได้”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ คือว่า…”
“งั้นก็แปลว่ามิวไม่ปฏิเสธ โอเคงั้นเราไปกันเถอะเดี๋ยวจะมืด” โดนัทดึงแขนมิวออกจากร้านไป
มิวไม่กล้าปฏิเสธออกไปตรงๆ เลยต้องเดินเป็นเพื่อนโดนัทไปพลางชะเง้อมองหาโต้งไปพลาง
แต่ก็ไม่เจอแม้แต่เงา มิวกับโดนัทเดินไปจนถึงหน้าร้านของเล่น มีตุ๊กตาไม้ที่ไม่มีจมูกตั้งโชว์อยู่โดยไม่ติดป้ายราคา มิวหยุดเดินและยืนดูตุ๊กตาไม้อย่างตั้งใจพร้อมถอนหายใจออกมา
“มิวชอบตุ๊กตาไม้นี่เหรอ”โดนัทถาม
“อืม ก็น่ารักดี”
“ทำไมพวกผู้ชายนี่ชอบตุ๊กตาไม้กันเยอะจังนะ” โดนัทพูดพลางขมวดคิ้วใส่มิวเชิงสงสัย
“ไม่รู้สิ เพราะมันทำให้เรารู้สึกดีมั้ง” มิวตอบโดนัททั้งที่ตายังจ้องไปที่ตุ๊กตา ยิ้มเล็กน้อยแต่สีหน้าเป็นกังวล
โดนัทชวนมิวเดินต่อไปเรื่อยๆ จนประมาณหนึ่งทุ่มก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
มิวกลับมาถึงบ้านเห็นบ้านหญิงเปิดไฟจึงไปเรียกหญิง หญิงและมิวนั่งคุยกันในบ้านชั้นล่าง มิวเล่าเหตุการณ์ต่างๆพอที่มิวทราบให้หญิงฟัง
“เดี๋ยวหญิงโทรเช็คกับเพื่อนๆ ก่อนว่าโต้งได้ไปหาพวกลุ่มเพื่อนโรงเรียนโต้งหรือเปล่า” หญิงตอบกระตือรือร้น แล้วรีบกดโทรศัพท์หาเพื่อนสองสามคนที่น่าจะพอรู้ความเคลื่อนไหวของโต้ง แต่เมื่อโทรหมดแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า “ไม่มีใครรู้เลยมิวนอกจากพวกนั้นเราก็ไม่รู้แล้วว่าโต้งจะไปที่ไหนได้อีก”
มิวหน้าตาเป็นกังวลอย่างมาก มองไปที่รูปโต้งตอนเด็กที่อยู่บนเปียโน

ที่บ้านของโต้งสุนีย์รับโทรศัพท์บ้านปรากฏว่าเป็นเสียงโต้งสุนีย์ดีใจมาก
“แล้วโต้งอยู่ไหนล่ะลูก เดี๋ยวแม่ไปรับ”
“ยังก่อนดีกว่าแม่ โต้งโทรมาบอกว่าโต้งโอเค แม่เป็นยังไงบ้าง”
“ไม่เป็นไร แม่เป็นห่วงนะโต้งโต้งเข้าใจไหม กลับบ้านเถอะลูก”
“พ่อคงไม่อยากให้โต้งกลับไป เขาทำอะไรแม่หรือเปล่า”
“ก็กินเหล้าหลับไปทุกวันแหละ โต้งอย่าไปโกรธพ่อนะ พ่ออาจจะยังรับไม่ได้อยู่”
“เหรียญหมดแล้วแค่นี้ก่อนนะแม่ ไว้วันหลังโต้งจะโทรไปหาใหม่”
“โต้ง เดี๋ยวก่อน โต้ง” สุนีย์ตะโกนตามสายโทรศัพท์น้ำตาคลอ สายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและกังวล
“โต้ง อยู่ไหนลูก มาหาพ่อทีสิลูก อย่าหนีพ่อไปอีกคนนะ” กรละเมอรำพึงรำพัน สุนีย์มองด้วยความท้อใจ
…………………………………………………………………………………………

เวลาผ่านไป 6 วันหลังจากโต้งหนีออกจากบ้านไป ครั้งสุดท้ายที่โต้งโทรเข้าบ้านก็ไม่มีใครได้รับข่าวคราวของโต้งอีกเลย มิวมีคิวซ้อมตามปกติ mv ที่ถ่ายกับโดนัทมีคิวออกอากาศวันนี้ โดนัทมาหามิวที่บริษัทบ่อยขึ้นและมักชวนมิวไปที่สยาม ซึ่งมิวก็ไปประจำเพื่อตามหาโต้ง จนมีข่าวตามหนังสือพิมพ์และหนังสือซุปซิปว่ามิวกับโดนัทเป็นแฟนกัน ทำให้ทางบริษัทของมิวพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ฉวยโอกาสเอาข่าวนี้กลบข่าวเก่าระหว่างมิวกับโต้งไป
“นั่นไงมึง ข่าวเก่าไม่จบ ข่าวใหม่มาแล้ว”
“ข่าวอะไรของมึงวะไอ้เอ็กซ์” เพื่อนในวงถามขึ้นมา
“ก็ข่าวไอ้มิวกับโดนัทน่ะสิ” เพื่อนในวงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บางคนพ่นสำลักขนมที่กินอยู่
“แล้วมึงเป็นไงมั่งวะไอ้มิว เดี๋ยวนี้ซึมเอาๆ เดี๋ยวๆ ก็ดี เดี๋ยวๆ ก็ซึม” เพื่อนในวงหันไปถามมิว
“ไม่เป็นไงหรอก” มิวตอบอย่างไร้อารมณ์
“ไปนั่งดู mv ที่ห้องพักกันเถอะเดี๋ยวค่อยมาซ้อมต่อ จะได้เวลาออนแอร์วันแรกแล้วว้อย” เพื่อนในวงคนเดิมกล่าว ทุกคนในวงทยอยเดินออกไป เหลือมิวที่ยังคงนั่งเงียบๆ อยู่ในห้องนั้น เอ็กซ์เดินย้อนกลับมาพร้อมน้ำอัดลมในมือ
“เอ้า ไอ้มิวแดกซะจะได้ลืมๆไปมั่ง”
“ทำอย่างกับส่งเหล้าให้กูกิน”
“มึงจะแดกไหมล่ะ จะทำอะไรก็ทำให้มึงหายเป็นอย่างนี้ กูเป็นห่วงมึงนะโว้ย”
“บ้านโต้งแตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะกู ตอนนี้วงก็ลุ่มๆ ดอนๆ เพราะกู ไอ้ตัวซวย” มิวสบถด่าตัวเอง”
“นิสัยโทษตัวเองของมึง เมื่อไหร่จะหายวะ เรื่องโต้งมันก็ส่วนของไอ้โต้ง เรื่องมึงกส่วนของมึง มึงไม่ใช้ superman นะว้อยจะได้คอยช่วยเหลือปกป้องได้ทุกคน ตอนนี้สิ่งที่อยู่ข้างหน้ามึงคือวง มึงต้องเลือกแล้วล่ะ ว่าจะทำอะไร ระหว่างทำหน้าที่ข้างหน้าหรือว่าจมอยู่กับใจที่มืดมน”
“อืม ขอบใจนะ” มิวพูดพลางกระดกน้ำอัดลมใส่ปากอย่างไม่ยั้ง
…………………………………………………………………………………………

“ขอบคุณนะครับพี่ ที่ให้ผมมารบกวน” โต้งตอบพลางกินมาม่าไป
“ไม่เป็นไร ยังไงก็พี่น้องกัน เรียนที่เดียวกัน”
“ผมจะได้เรียนหรือเปล่ายังไม่รู้เลย” โต้งวางชามมาม่าลง
โต้งกับผู้ชายอีกคนนั่งคุยกันอยู่ในห้องพักแห่งหนึ่งใกล้ๆ มหาวิทยาลัยที่โต้งสอบติด
“พี่ว่าโต้งโทรกลับไปให่แม่มารับดีกว่านะ ถามก็ไม่ตอบว่ามีเรื่องอะไร เกิดโต้งไปทำอะไรผิดกฎหมายมาพี่ก็ยุ่งสิวะ”
“ไม่ใช่อย่างงั้นหรอกพี่เต้”
“โทรศัพท์ก็เขวี้ยงซะพัง แล้วพ่อกับแม่จะติดต่อมายังไง”
“ผมโทรกลับไปหาแม่ที่บ้านแล้วล่ะ”
เต้เป็นรุ่นพี่ของโต้งที่เคยเจอกันที่มหาวิทยาลัย ทำงานพิเศษเป็นพนักงานร้านไอศกรีม บังเอิญเจอกับโต้งตอนที่โต้งไปเดินแถวสยาม โต้งเลยขอมาอาศัยอยู่ชั่วคราว เต้เป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งถึงขนาดเป็นเดือนคณะ ผิวขาวจากการที่เป็นคนเหนือมาแต่กำเนิด พอสอบติดก็เข้ามาเรียนที่กรุงเทพและอยู่หอคนเดียว
“หลักฐานอะไรก็ไม่มี แล้วจะไปทำงานได้ไงวะพี่ไม่เข้าใจ”
“ลองดูแหละ ให้อยู่เฉยๆ เกรงใจ”
เต้หันไปเปลี่ยนช่องจากข่าวเป็นรายการเพลง
“วันนี้เราจะออกอากาศ mv ตัวนี้เป็นที่แรกที่นี่เลยนะครับ เพลงของวงออกัสที่ hit จนติดอันดับ 1 ในหลายๆคลื่นแล้ว ยังไงเราไปชมกันเลยดีกว่า กับเพลง กันและกัน”
~ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม…..
โต้งนั่งมองตาไม่กระพริบ
“ชอบเหรอโต้ง พี่ก็ชอบนะเพลงนี้ พี่ฟังตั้งแต่วงนี้ไปงานคอนเสิร์ตคริสมาสต์ที่สยามเลยนะ”
โต้งไม่ตอบ แต่ยังคงนั่งฟังเพลงและดูโทรทัศน์ตาไม่กะพริบ ตกใจเล็กน้อยที่นางเอก mv เป็นโดนัท แต่ก็ไม่ใช่สลักสำคัญอะไรที่โต้งจะไปคิดในตอนนี้ เพราะใจโต้งคิดถึงมิวมาก แต่ถ้าเขาไปหามิวแม่หรือพ่อจะตามไปเจอและส่งให้มิวมีปัญหาได้ พอเพลงจบลงโต้งยังคงเหม่อลอย
“เฮ้ย เป็นอะไรพี่คุยด้วยไม่คุย”
“อ้อ ป่าวๆ พี่เต้ว่าอะไรนะ”
“พี่บอกว่า ไม่รู้ว่ารักจริงหรือโปรโมทนะ ลงแทบทุกฉบับเลยว่านักร้องนำกับนางเอก mv เป็นแฟนกัน”
“เหรอ” โต้งซึมลงนิดหน่อย
“นี่ไงหนังสือเล่มนี้พี่ยืมที่ร้านมา ลงปกเลยนะ มีรูปตอนไปเที่ยวสยามกันด้วย”
“เป็นอะไรวะ ทำหน้าอย่างกับอกหัก”
“ไม่มีอะไรหรอกพี่ ไปเหอะพี่เต้เดี๋ยวกว่าจะคุย พี่เต้เข้างานอีก”โต้งชวน
“เออพี่เปลี่ยนเสื้อแป๊บ” โต้งออกไปยืนรอที่หน้าห้อง ครู่หนึ่งเต้ที่เปลี่ยนเป็นชุดพนักงานร้านไอศกรีมแล้วก็เดินตามออกมา
“ไป” พี่เต้บอกกอดคอโต้งเดินไป

“มิวถามจริงๆ นะ ทำไมมิวชอบมายืนดูตุ๊กตานี่จังเลย” โดนัทถาม
“ไม่รู้สิ” มิวตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“มิวนี่เย็นชาจังเลยนะ ไม่เห็นมาทีไรมิวจะสนุกเลย”
“เราเครียดๆ น่ะ ไม่ค่อยมีอารมณ์สนุก”
“อืมๆ เราเข้าใจ ไปดูอย่างอื่นต่อเถอะ”
โดนัทควงแขนมิวเดินต่อไป ขณะออกจากซอยและกำลังจะข้ามถนน มิวเห็นโต้งอยู่ฝั่งตรงข้ามมีผู้ชายคนนึงยืนกอดคอคุยกันอยู่ ลดโล่งแล้วผู้คนกำลังเดินข้ามถนน มิวกับโดนัทเดินข้ามไปสวนกับโต้งและพี่เต้ โดนัทเห็นโต้งจึงขยับตัวเข้าใกล้มิวมากขึ้น โต้งและมิวมองหน้ากันขณะสวนกันที่กลางถนน ต่างคนต่างมองกันอย่างไม่ละสายตา จนเดินสวนกันไปแล้วทั้งคู่ยังเหลียวหลังตามไปมองอีกฝ่ายจนต่างฝ่ายต่างเดินสุดถนนไป
มิวหยุดเดินทำให้โดนัทต้องหยุดตาม มิวกลับหลังหันไปมองโต้งอีกครั้ง เช่นเดียวกับโต้งที่มองข้ามฝั่งมา
“เดินต่อเถอะ” โดนัทลากแขนมิวไป แต่สายตามิวยังมองโต้งอยู่

“เฮ้ย บ้าดาราด้วยเหรอ” พี่เต้เดินกลับมากอดคอโต้งเดินไปต่อ

“โดนัทเรามีงานด่วนน่ะ วันนี้เราเดินเป็น

ขึ้นไปข้างบน


Mr.Write

เข้าร่วม: 23 Nov 2007
ตอบ: 4

ตอบเมื่อ: Thu Dec 13, 2007 3:03 pm เรื่อง:

--------------------------------------------------------------------------------

” มิวบอกเสียงสั่น
“ไม่สบายหรือเปล่ามิว หน้าตาไม่ค่อยดี”
“ไม่เป็นไรหรอก เราไปก่อนนะ” มิวบอกลาแล้วรีบเดินไปขึ้นแท็กซี่ทันที
มิวกลับมาถึงบ้านก็ขึ้นห้องนอนทันทีโดยไม่สนใจเสียงเรียกของหญิง มิวค่อยๆ ถอดตุ๊กตาไม้ออกทีละชิ้นๆ เก็บลงกล่อง น้ำตาก็หลั่งไหลลงมาไม่หยุด มิวเก็บกล่องใส่ตุ๊กตาไว้ที่ใต้เตียงจากนั้นเดินลงมาด้านล่าง นั่งลงที่เปียโนค่อยๆ บรรจงเล่นเพลงที่เล่นกับอาม่า มองรูปอาม่าและร้องไห้ออกมาไม่หยุดจนเล่นต่อไปไม่ไหว มิวหยิบรูปที่ถ่ายคู่กับโต้งลงมาดูและนำมันขึ้นไปใส่กล่องเดียวกับตุ๊กตาไม้ มิวนอนอยู่บนที่นอนสีเขียวของเขา ร้องไห้ออกมามากมายอย่างไม่สามารถหยุดยั้งได้ ความเศร้า ความเหงา ความอ้างว้างเกาะกินใจมิวอีกครั้ง มิวรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ไม่ได้ยินแม้เสียงเรียกของหญิงที่ตะโกนเรียกจากด้านล่าง

“พี่เต้ ผมไม่ไปแล้วครับวันนี้ ผม…ปวดหัวน่ะ”
“อะไรวะไอ้นี่ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย เอานี่กุญแจ มียาอยู่ที่โต๊ะน่ะ หากินเอานะ”
“ครับๆ” โต้งรับกุญแจแล้วรีบวิ่งกลับห้องไป
โต้งนอนอยู่ในห้องคิดอะไรไม่ออก หัวมันตื้อไปหมด ภาพเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ ที่ได้ผ่านมาไหลวนเวียนอยู่ในหัว ภาพมิวคล้องแขนเดินกับโดนัท ภาพตอนทะเลาะกับพ่อ ไหลวนเวียนซ้ำๆ อยู่ในหัว โต้งน้ำตาคลอคิดอะไรไม่ออก เขาไม่มีที่พึ่งไหนๆ หยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาลองเปิดก็เปิดไม่ติด ซ้ำยังหน้าจอแตกอีก โต้งเดินไปหยิบบุหรี่แล้วไปนั่งสูบอยู่ที่ระเบียง พลางเดินไปหยิบเบียร์ที่อยู่ในตู้เย็นมาเปิดกินไปน้ำตาไหลไปอย่างเหม่อลอย

“เฮ้ย ไอ้โต้งเป็นไรวะ” พี่เต้กลับมาห้องร้องถามอย่างตกใจ เมื่อเห็นโต้งนั่งคุกเข่าสูบบุหรี่น้ำตาไหลอยู่ ข้างๆ มีกระป๋องเบียร์วางอยู่สามกระป๋อง
“ผมไม่มีใครแล้วพี่” โต้งตอบพลางทิ้งบุหรี่ลงข้างตัว “ผมไม่เหลือใครเลย” โต้งก้มหน้าลงซุกเข่าตัวเองแล้วร้องไห้ออกมา
“เอ่อ…โต้งมีพ่อ มีแม่ไง” พี่เต้นั่งลงข้างๆ ปลอบใจ ด้วยการตบไหล่เบาๆ
คำว่าพ่อทำให้โต้งนึกไปถึงตอนที่พ่อด่าว่าเรื่องโต้งเป็นตุ๊ดเป็นเกย์ โต้งยิ่งเศร้าหนักกว่าเดิม แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาแล้ว ความเศร้าแสดงลนสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด
“อย่างน้อยตอนนี้โต้งก็มีพี่” พี่เต้ยื่นมือไปโอบไหล่โต้งไว้ โต้งหันหน้ามาหาพี่เต้ ทำให้หน้าของทั้งสองคนใกล้กันมากจนหายใจรดกัน
“พี่เต้” โต้งมองหน้าพี่เต้ พี่เต้ค่อยๆ เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ พี่เต้หลับตาลง… หน้าของทั้งคู่กำลังจะถูกผสานกันโดยริมฝีปากของทั้งสองคน

ผัวะ!
โต้งผลักพี่เต้ออก “ผมขอโทษพี่ ผมทำไม่ได้ มันไม่ใช่แบบนี้” โต้งก้มหน้าลงกับเข่าตัวเอง
เต้ตกใจเล็กน้อย ลูบหัวโต้งเบาๆ “บอกไม่เป็นไรโต้ง”
“คนเมื่อตอนเย็นนี่แฟนโต้งใช่ไหม เป็นพี่ พี่จะไปคุยให้รู้เรื่องไปเลย ดีกว่าต้องมานั่งเศร้าอยู่อย่างนี้นะ คนเราบางครั้งมันก็ต้องคุยกัน ถ้าต่างฝ่ายต่างคิด ความเข้าใจผิดมันก็เกิดกันได้”
“ขอบคุณครับพี่เต้” โต้งยกมือไหว้
โต้งจัดแจงอาบน้ำแต่งตัวเก็บข้าวของ ลาพี่เต้ และเดินออกจากห้องไป พี่เต้มองตามอย่างเป็นห่วงเป็นใย
“แล้วไปหาลูกสาวเขาดึกๆ ดื่นๆ อย่างนี้ที่บ้านเขาไม่ว่าเอาเหรอ” พี่เต้ถามไล่หลังมา
“ไม่หรอก” โต้งหันมาตอบยิ้มๆ
“พี่ว่าแฟนโต้งคงคบไอ้นักร้องนั่นประชดโต้งนะ ยังไงก็ขอให้โชคดี”
โต้งโบกมือลาเล็กน้อยแล้วหันหลังเดินออกไปจากหอพักไป

“มิว มิว มิวอยู่หรือเปล่า มิว” โต้งตะโกนเรียกมิวอยู่หน้าบ้านของมิวเอง
“ใครมันมาตะโกนวะ ดึกดื่นคนจะหลับจะนอนกัน” เสียงชาวบ้านละแวกนั้นตะโกนต่อว่ากลับมา
“มิว ลงมาคุยกันก่อนมิว” โต้งไม่สนใจเสียงชาวบ้านที่ยังคงตะโกนด่าอยู่
“ถ้ามิวไม่ลงมาเราก็จะตะโกนอยู่อย่างนี้แหละ” โต้งตะโกนบอก พร้อมทุบประตูเหล็กไปด้วย
ชั้นบนมิวเกาะที่หน้าต่างมองลงไปด้านล่างตามเสียงโต้งที่ตะโกนขึ้นมา และมองไปรอบๆตามเสียงชาวบ้านที่ด่าเป็นครั้งคราวจนพบว่า ไฟที่ห้องของหญิงเปิดอยู่และหญิงก็ยืนมองมิวอยู่ด้วยสายตาที่เป็นห่วง พร้อมพยักหน้าให้มิวหันหลังให้หน้าต่าง ถอนหายใจช้าๆ ยาวๆ และเดินลงไปด้านล่างช้าๆ มิวค่อยๆ เปิดประตูออก เห็นโต้งยืนเรียกมิวอยู่น้ำตาคลอเบ้า
“นึกว่าเราจะไม่มีอะไรคุยกันอีกซะแล้ว” มิวบอกโต้งน้ำเสียงเรียบเฉย
“เราอยากมาเคลียร์” โต้งตอบตั้งท่ากำลังจะเดินเข้าบ้าน มิวเอาตัวขวางไว้
“เพราะเราไม่ใช่โดนัทเหรอ มิวเลยไม่ให้เราเข้าไป” โต้งบอกน้ำเสียงหงุดหงิด แต่ใบหน้าดูเศร้า
“ไม่เกี่ยวกับคนอื่น ทำไมไม่ดูตัวเองก่อนว่าทำอะไรอยู่ อย่ามาใส่ใจเราเลย” มิวตอบเสียงสั่นน้ำตาคลอ
“มิวเข้าใจผิด มันไม่มีอะไร…”
“ใครๆ ก็พูดได้ว่ามันไม่มีอะไรทั้งๆ ที่เห็นๆ กันอยู่” มิวเริ่มน้ำตาไหล
“มันไม่มีอะไรจริงๆ เราจะบอกมิวทุกอย่างขอแค่มิวฟัง” โต้งพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าอ่อนโยน ส่งสายตาวิงวอน
“อย่าเลยโต้ง พอเถอะนะ” มิวหันหลังให้โต้งเพราะว่าตอนนี้น้ำตามิวเอ่อล้นออกมาอย่างหยุดไม่ได้ มิวเริ่มสะอื้นและเดินหนี
“อย่าไปนะมิว อย่าไป” โต้งเดินตามเข้าไปกอดมิวไว้ มิวสะอื้นดังขึ้น “เราไม่เคยทำแบบนี้กับใคร เรากอดคนอื่นไม่ได้ เราไม่มีอะไรกับผู้ชายคนนั้นจริงๆ” มิวร้องไห้หนักขึ้น โต้งเอาหน้าซุกลงบนหลังมิว “มิว…เราขอโทษ” โต้งน้ำตาซึม มิวหันหน้ามาหาโต้ง สายตาที่มิวมองโต้งนั้น แม้จะดูเศร้าน้ำตาและก็ดูอ่อนโยนอย่าน่าอัศจรรย์ “เรารักมิวนะ” โต้งดึงมิวมาสวมกอด มิวค่อยๆ ยกมือขึ้นกอดโต้งกลับเช่นกัน
เหมือนเวลาถูกหยุดไว้ ณ จุดนั้น จุดเล็กๆ ที่มีคนสองคน จุดเล็กๆ แต่อัดแน่นไปด้วยความรักที่อบอุ่นของคนสองคน

บนห้องของมิว มิวนั่งอยู่ที่เตียง โดยมีโต้งนั่งอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ โต้งเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้มิวฟังทั้งหมด สายตาเหงาๆ ของโต้งเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง มิวนั่งฟังอย่างตั้งใจสายตาอ่อนโยนของมิวมองโต้งอยู่ตลอดเวลา
“แต่ยังไงโต้งก็น่าจะกลับบ้าน น้านีย์ร้อนใจมากนะ” มิวบอกโต้งอย่างอ่อนโยน
“เราก็คิดอยู่ แต่เราทำตัวไม่ถูกตอนที่ต้องเจอหน้าเขา” โต้งบอกมิว สีหน้าเป็นกังวล
“ถ้าไม่รู้จะทำยังไงต่อไป ก็ไปเจอเลยจะได้รู้ไงว่าโต้งจะทำยังไง” มิวบอกโต้งและยิ้มให้
“แล้วเรื่องวงโอเคมั้ยมิว” โต้งถามมิว
“ก็เรื่อยๆ แหละ โดนว่าบ้างตอนซ้อมเพราะร้องไม่ค่อยออก”
“ทำไมล่ะ”
“ไม่ค่อยมีอารมณ์ร้องน่ะ แต่ก็พยายามเพื่อวง เพราะในวงมีคนอื่นที่พยายามอยู่ด้วยไม่ได้มีเราคนเดียว”
“ดีแล้วล่ะ เราจะเป็นกำลังใจให้นะ”
“พูดจาแบบนี้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” มิวถามพลางยิ้ม
“อย่าแซวสิ” โต้งหันหน้าหนีและยิ้มเขินๆ “แล้วมิวสนิทกับโดนัทตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ”
“ก็ถ่าย mv ด้วยกันตอนที่โต้งหายไปโดนัทชอบชวนไปสยามน่ะ เราไปตามหาโต้งก็เลยไปด้วยกัน”
“แล้ว…โดนัท” โต้งทิ้งประโยค คิดว่าจะถามดีหรือไม่
“ไม่รู้หรอก เราไม่ได้บอกว่าไปทำอะไร ก็เหมือนไปเดินเที่ยวกัน”
“ก็เลยกลายเป็นแฟนกัน” โต้งพูดทำหน้ากวนๆ ใส่
“ก็ทำนองนั้น” มิวกวนตอบไป “สิ้นเดือนนี้จะมีมินิคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม จัดที่สยามด้วยนะ ที่เดิมที่เคยเล่นเลย”
“ไว้เราจะไปดูนะ ไปฟังเพลงของเรา” โต้งหันมายิ้มให้อย่างมีความสุข มิวยิ้มให้อย่างเขินๆ
“คืนนี้ดึกมากแล้ว นอนก่อนเถอะโต้ง เรื่องของพรุ่งนี้ค่อยคิดกันว่าจะเอายังไง” มิวบอกโต้งพลางเดินไปจับไหล่อย่างห่วงใย
“อืมๆ” โต้งลุกขึ้นไป ล้มตัวลงนอนบนที่นอน มิวเดินอ้อมเตียงไปนอนอีกฝั่ง
“เขาบอกว่า คนเราถ้ามีความรักโลกจะหยุดหมุน”มิวที่นอนหันมาทางโต้งบอกโต้งที่นอนหงายมองเพดานอยู่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“เหรอ ใครบอกล่ะ” โต้งถามทั้งที่ยังมองเพดานอยู่
“เคยอ่านผ่านๆ ตามาน่ะ จำไม่ได้ว่าที่ไหน”
“ตอนนี้โลกคงหยุดหมุนอยู่สินะ” มิวบอกยิ้มๆ
“คงงั้นมั้ง” โต้งละสายตาจากเพดาน มองมาที่มิวหันไปสวมกอดมิว
“ฝันดีนะ” มิวตอบและหลับตาลงนอน

โต้งตื่นมาราวๆ บ่ายสองโมง ค่อยพยุงตัวลุกขึ้นยืนขยี้ตา และเดินไปเปิดม่านให้แดดส่องเข้ามา มองหามิว แต่ไม่เจอมิวอยู่ในห้องนอน โต้งเดินลงบันไดมา พร้อมส่งเสียงร้องเรียกมิว
“มิว อยู่ไหนน่ะ”

“งั้นตามนั้นนะครับน้านีย์ แล้วเดี๋ยวผมจะบอกให้โต้งเตรียมตัวไว้ แค่นี้นะครับ” มิวกดวางโทรศัพท์
“คุยกับใครเหรอมิว” โต้งเดินลงมาถามมิว
“เราโทรบอกน้านีย์แล้วนะ เดี๋ยวน้านีย์มารับ” มิวบอกและยิ้มให้
“อืม” โต้งก้มหน้าก้มตาตอบ น้าเศร้าลงไปเล็กน้อย เดินหันหลังขึ้นไปเก็บข้าวของ และอาบน้ำ
มิวเดินตามขึ้นมาบนห้อง ดูไปรอบๆห้องเห็นเป้ของโต้ง มีตุ๊กตาที่มิวให้แขวนอยู่มิวแกะออกและหยิบมันขึ้นมาดูเห็นว่า พี่เท้าอีกข้างมีชื่อโต้งเย็บติดในลักษณะเดียวกัน รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏบนหน้ามิว โต้งที่อาบน้ำเสร็จแล้ว เดินเข้ามาในห้องพอดีเห็นมิวกำลังนั่งดูตุ๊กตาอยู่
“เห็นแล้วเหรอ” โต้งถามขณะเดิน “ไม่อยากให้มีชื่อมิวคนเดียวน่ะ กลัวมิวจะเหงา” โต้งบอกพลางยิ้มให้ พร้อมกับเช็ดหัวที่เปียกอยู่ไปด้วย
“ขอบใจนะ” มิวตอบและยิ้มอีกครั้งสายตายังคงมองทีชื่อโต้งอยู่ “สงสัยน้านีย์มาแล้ว” มิวบอกหลังจากได้ยินเสียงจอดรถและเสียงเปิดประตู “เดี๋ยวเราลงไปก่อนนะ โต้งเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บของเสร็จแล้วตามลงไปนะ” มิวลุกขึ้นเดินผ่านหน้าโต้ง โต้งดึงมือมิวไว้
“ไม่ว่าต่อจากนี้จะมีอะไรเกิดขึ้น มิวจำคำที่เราบอกมิวเมื่อคืนไว้นะ” โต้งบอกมิวด้วยคำพูดที่อ่อนโยน แต่สายตาสื่อความหมายมากกว่าคำที่พูดออกมาหลายร้อยหลายพันเท่า
“แล้วเราจะไปดูคอนเสิร์ตของมิวนะ”มิวพยักหน้า ยิ้มๆ เป็นการตอบ และเดินออกจากห้องไป

“โต้ง อยู่ไหนน่ะ กลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ” กรโวยวายอยู่ชั้นล่างของบ้านมิวแทนที่จะเป็นสุนีย์ มิวตกใจและรีบวิ่งลงไป
“หวัดดีครับน้ากร” มิวยกมือไหว้ แต่กรไม่ใส่ใจ
“ไอ้เจ้าโต้งมันอยู่ไหน” กรถามอย่างคนเมาแต่น้ำเสียงเฉียบขาด และดุดัน
“เดี๋ยวลงมาครับน้ากร เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้” มิวตอบ เสียงสั่นด้วยความกลัวเล็กน้อย
“ไม่ต้อง” กรตอบ
“พ่อ” โต้งร้องเสียงดังด้วยความตกใจเมื่อเห็นกร ขณะเดินลงมาจากชั้นบน
“กลับบ้านเดี๋ยวนี้” กรเดินไปดึงมือโต้งรีบเดินออกไปจากบ้าน
“แล้วแม่ล่ะ”
“แม่แกให้พ่อมารับแทน ไม่ต้องพูดอะไรมากไปขึ้นรถ”
โต้งหันมามองมิว มิวมีสีหน้าเป็นกังวลพยักหน้าให้ไปเถอะ
กรลากโต้งไปขึ้นรถโต้งยอมตามไป นั่งในรถแต่สายตายังคงมองมิวอยู่ตลอดเวลา กรถอยรถออกไปอย่างรวดเร็ว มิวเดินออกไปหน้าบ้านมองรถโต้งขับออกไป

หญิงเดินเข้ามาหาจับไหล่โต้งสีหน้าเป็นห่วงเพื่อนมาก
“ไม่เป็นไรนะมิว”
“อืมไม่เป็นไรหรอก”
โทรศัพท์ของมิวดังขึ้น “มิว นั่นมิวใช่มั้ย นี่น้านะ น้ากรไปที่นั่นหรือเปล่า” เสียงสุนีย์ดังมาจากโทรศัพท์น้ำเสียงรอนรน
“ครับ น้ากรมาที่นี่ครับน้านีย์” มิวตอบด้วยความสงสัยปนตกใจ
“มิวให้โต้งรั้งตัวไว้นะ น้ากรเมาอยู่และหยิบกุญแจขับรถออกมาก่อน น้ากำลังรีบนั่งแท็กซี่ตามมา” สุนีย์รีบพูดด้วย
“น้ากรกับโต้งขับรถออกไปแล้วครับ น้านีย์ไปเมื่อกี๊นี้เอง” มิวตอบน้ำเสียงร้อนรนไม่แพ้อีกฝ่าย
“โอเค งั้นไม่เป็นไรนะมิว แค่นี้นะ” สุนีย์วางสายไป มิวสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“มีอะไรเหรอมิว” หญิงถาม
“น้านีย์ไม่ได้เป็นคนให้น้ากรมารับโต้ง และน้ากรก็เมาอยู่ด้วย” มิวตอบเสียงสั่น
“ตายจริง ทำไงดีล่ะ”
“เราจะตามไป” มิวบอกแล้วรีบเข้าบ้านไปหยิบของ จัดแจงปิดบ้าน หญิงรีบวิ่งเข้าไปหยิบของในบ้าน เสียงหม่าม้าหญิงโวยวายตามหลังหญิงที่วิ่งอย่างรีบร้อนมา
“เราไปเป็นเพื่อน” หญิงตอบ มิวพยักหน้าแล้วทั้งคู่รีบวิ่งไปเรียกรถแท๊กซี่

บนรถที่แล่นด้วยความเร็วสูง กรและโต้งระเบิดอารมณ์ใส่กันอีกครั้ง
“พ่อไม่ได้อยากเลี้ยงโต้งมาให้เป็นคนแบบนี้”
“โต้งไม่ได้ทำอะไรผิด” ทั้งคู่ตะโกนใส่กันอย่างไม่ยั้งอารมณ์
“แกเป็นผู้ชายแต่แกชอบผู้ชายมันไม่เรียกว่าผิดแล้วให้เรียกว่าอะไร” กรหันมาตะคอกใส่โต้ง
“โต้งไม่ได้ชอบมิวเพราะมิวเป็นผู้ชาย โต้งไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นกับผู้ชายคนไหน โต้งรักมิวเพราะมิวคือมิว”
กรอึ้งไปเล็กน้อยกับคำพูดนั้น แต่ก็หันมาระเบิดอารมณ์ใส่โต้งต่อ “ฉันเสียใจที่เลี้ยงแกไม่ได้ดี”
“พ่อเลี้ยงเหรอ แม่ต่างหาก โต้งก็เสียใจที่มีพ่อที่ไม่เปิดใจรับฟังใคร” โต้งยังคงเถียงต่อ
“แก ไอ้โต้ง…”
เสียงแตรรถบีบเสียงดังยาว กรและโต้งหันไปทองเห็นรถของเขากำลังจะพุ่งชนรถเมล์ กรหักหลบทำให้รถเสียหลักไถลไปตามถนนพุ่งเข้าชนกับต้นไม้ข้างทางอย่างแรงจนต้นไม้แทบจะหักลงมา ทั้งกรและโต้งมีเลือดออกตามตัวและหมดสติไป

บนรถแท็กซี่มิวและหญิงนั่งชะเง้อมองตลอดทาง หน้าตามิวเป็นกังวลอย่างมาก หญิงคอยตบไหล่มิวปลอบให้มิวใจเย็นลง แต่เหมือนไม่เกิดผลรถแล่นไปไกลเท่าไหร่ใจมิวยิ่งร้อนขึ้นเท่านั้น
“พี่คะๆ ขับไวๆกว่านี้หน่อยค่ะ” หญิงบอกคนขับ “ขับไวได้ไงหนู รถมันติดเห็นไหมข้างหน้ารถชนกันมั้ง”
มิวใจหายวูบที่ได้ยินคำว่ารถชน หญิงเปิดกระจกชะเง้อมองเอาตัวออกไปนอกรถเขย่งดูเหตุการณ์ด้านหน้า “มีรถชนจริงๆ แหละคนมุงเต็มเลย” มิวนั่งบีบมือตัวเองจนสั่น หญิงหันมามองเพื่อนสังเกตเห็นจึงเข้ามานั่งโอบไหล่มิว “ไม่ใช่หรอกมิว ไม่ใช่หรอก” มิวกุมมือตัวเองก้มหน้าลงหลับตา คิดในใจว่าต้องไม่ใช่ๆ ๆ ๆ ๆ”
รถยังไม่สามารถขยับไปไหนได้ หญิงและมิวได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนดังมา ทำให้หญิงชะโงกตัวขึ้นไปดูอีกครั้งพบว่ามีรถกู้ภัยและรถตำรวจขับสวนมาจากอีกเลนเข้าจอดตรงที่เกิดเหตุ มิวทนไม่ไหวลงจากรถวิ่งไปดูที่เกิดเหตุ หญิงเห็นดังนั้นรีบจ่ายเงินค่าแท็กซี่แล้ววิ่งตามไป
มิววิ่งจนมาถึงที่เกิดเหตุพยายามแทรกตัวเข้าไปตามไทยมุงที่มุงกันอยู่เต็มไปหมด เขาหัวใจแทบสลายเมื่อเห็นว่ารถคันที่เห็นมีลักษณะเหมือนรถที่โต้งนั่งกลับไป เขามองดูที่ทะเบียนรถแต่เขาจำไม่ได้ว่ารถบ้านมิวทะเบียนอะไร พยายามนึกแต่นึกไม่ออก อธิษฐานในใจว่าไม่ใช่ๆๆๆ เสียงผู้คนรอบข้างวิจารณ์เหตุการณ์ดังกล่าวอย่างไม่ขาดสาย เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินไปด้านข้างของรถเรื่อยๆ เพื่อจะได้เห็นในตัวรถ พยายามสั่งให้เท้าก้าวออกไปแต่เท้าก้าวไม่ค่อยจะออกตามใจนึก จนในที่สุดมิวมองเห็นด้านข้างรถเห็นพนักงานกำลังนำร่างหนึ่งออกมาจากตัวรถด้านซ้ายที่มิวยืนอยู่ มิวแทบหยุดหายใจรู้สึกชาไปทั่วร่าง เมื่อเห็นใบหน้าของเจ้าของร่างนั้น โต้งกำลังถูกนำร่างขึ้นเปลสนาม พยาบาลรีบสิ่งเอาอุปกรณ์ช่วยหายใจมาครอบจมูกและปากให้โต้ง ทุกคนค่อยๆ นำโต้งไปที่รถพยาบาลที่จอดรออยู่ด้านข้าง มิวน้ำตาไหลออกมา ร้องไห้เหมือนจะขาดใจ ปากตะโกนร้องเรียกชื่อโต้งตลอดเวลาพร้อมกับวิ่งไปที่กลุ่มอาสาที่นำโต้งไป พยาบาลกับอาสาจำนวนหนึ่งเข้ามาพูดคุยและดึงตัวมิวไว้ แต่มิวไม่มีสติจะฟังใครพยายามสะบัดตัวให้พ้นจากคนที่ดึงเขาไว้ โต้งถูกนำขึ้นรถพยาบาลปิดประตูแล้วออกไป ขณะเดียวกันร่างของกรถูกนำไปขึ้นรถพยาบาลอีกคัน มิววิ่งสะบัดตัวหลุดร้องเรียกและวิ่งตามไปอย่างไม่คิดชีวิต หญิงวิ่งตามมาทันคว้าตัวมิวไว้หญิงน้ำตาไหลร้องเรียกมิวให้ได้สติ มิวทรุดลงนั่งกับพื้นร้องไห้สะอื้นเหมือนใจจะขาดหญิงร้องไห้และสะอื้นตามมิว ทั้งเป็นห่วงโต้งทั้งสงสารมิว หญิงกอดมิวไว้มีพยาบาลเดินมาดูทั้งสองคน
หญิงตั้งสติถาม “พี่คะพี่เขาพาคนเจ็บไปที่โรงพยาบาลไหนคะ”
“โรงพยาบาล…น้อง ไปรถพี่ไหมเดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงกับพี่พยาบาลอีกคนช่วยกันพยุงมิวที่ร้องไห้อยู่ตลอดเวลาขึ้นรถพยาบาลไป

ทางด้านสุนีย์นั่งรถแท็กซี่ตามมาจนถึงที่เกิดเหตุ สุนีย์รีบลงไปดูทันทีเมื่อฝ่าฝูงคนเข้าไปได้ ก็ได้เห็นรถที่มีสภาพเสียหายแต่ยังจำได้ว่าเป็นรถของเธอ สุนีย์เดินเข้าไปใกล้รถพบคราบเลือดอยู่บริเวณหน้ารถมีตำรวจมากันตัวสุนีย์ออกไป สุนีย์เป็นลมล้มลงทันที
ที่บริษัทเพลง วงออกัสทุกคนอยู่ในห้องซ้อม มีผู้จัดการวงมาดูวงซ้อมด้วยวันนี้ เอ็กซ์กำลังโทรตามมิวอยู่
“โทรไปหลายรอบแล้วไม่มีคนรับเลยครับ” เอ็กซ์บอกหัวหน้าวง
“ไม่สบายหรือเปล่า” เพชรบอก
“ถ้ามันไม่สบายมันก็น่าจะโทรมาบอก” ผู้จัดการวงตอบอย่างหัวเสีย “เหลวไหลขนาดนี้พี่ไม่เอาไว้หรอกนะ นี่ขนาดยังไม่ดังมากเหลิงขนาดนี้”
“เดี๋ยวผมโทรถามเพื่อนข้างบ้านมิวดูครับ” เอ็กซ์ตอบ
“เพื่อนข้างบ้านไอ้มิวก็แฟนมึงแหละพูดให้ยาว” เพื่อนในวงคนหนึ่งแซวขึ้นมา คนอื่นหัวเราะแต่โดยสายตาของผู้จัดการวงปรามไว้
“หญิงเหรอ ไอ้มิวมันไปไหนน่ะ พี่เค้ามารอแล้ววันนี้มีเล่นให้พี่ๆ เค้าดูด้วย” เอ็กซ์ทำหน้าตื่นและกดวางโทรศัพท์
“หม่าม้าหญิงรับน่ะ หม่าม้าบอกว่าหญิงไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปด้วยแต่หญิงไปกะไอ้มิว แต่ไม่รู้ไปไหน” เอ็กซ์บอกกับทุกๆ คน
“เหลวไหล งั้นวันนี้พักวง พี่ให้เวลาได้ไม่มากนะ ถ้ามิวไม่กลับมาซ้อมพี่จะตัดคิวของออกัสไปเสริมเวลาให้วงอื่นที่ขึ้นคอนเสิร์ตวันนั้นเหมือนกันแทน” ผู้จัดการเดินออกไปอย่างหัวเสีย ทุกๆ คนในวงจ๋อยไปตามๆกัน
“ไอ้มิวแม่งเห็นแก่ตัว ชอบสร้างปัญหาทุกที” เพื่อนคนนึงในวงโพล่งขึ้นมา
“พี่เค้าอาจจะมีเหตุผลอะไรก็ได้ พี่รอฟังพี่มิวก่อนสิ” เพชรบอก
“เหตุผลอะไรมันจะสำคัญไปกว่าหน้าที่วะ กูซ้อมแทบตายสุดท้ายก็เป็นศูนย์” คนเดิมกล่าวเสียงดัง
เอ็กซ์วิ่งไปกระชากคอเสื้อเพื่อนคนดังกล่าวทุกๆ คนตกใจรีบวิ่งมาดึงเอ็กซ์ออก “มันพยายามกว่าพวกเราหลายเท่า มันต้องแต่งเพลง มาให้พวกมึงเล่น มันต้องมาซ้อมร้องกับมึง แต่มันไม่เคยเรียกร้องอะไรจากมึงเลยซักอย่าง มันไม่เคยสำคัญตัวว่ามันยิ่งใหญ่กว่าคนอื่น แล้วนี่คือสิ่งที่มึงให้มันเหรอ ไอ้มิวเป็นเพื่อนมึงหรือเปล่าวะ” เอ็กซ์ที่โดนเพื่อนๆ รั้งไว้ตะโกนใส่หน้าเพื่อนที่ต่อว่ามิว
เพื่อนคนดังกล่าวสลดลงไป “กูขอโทษ กูแค่กลัวว่าเราจะโดนยุบวง”
…………………………………………………………………………………………

ที่โรงพยาบาลโต้งและกรถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินคนละชั้นกัน ทั้งคู่ยังคงแน่นิ่งไม่ได้สติ
“อาการคนไข้เป็นยังไงบ้าง” เสียงแพทย์ที่รีบวิ่งเข้ามาในห้องฉุกเฉินถามผู้ช่วยแพทย์ สมองได้รับความกระทบกระเทอนแต่ไม่มีอาการบวมและศรีษะไม่แตก อวัยวะภายในได้รับความกระทบกระเทือนเล็กน้อย ข้อมือมีแผลกระจกบาด คนไข้เสียเลือดมาก ตอนนี้ให้เลือดไว้แล้ว แต่ว่าเลือดสำรองกรุ๊ปโอเราจะหมดแล้วครับเพราะว่ามีคนไข้อีกคนใช้เลือดกรุ๊ปนี้เหมือนกัน”
“ประสานงานไปให้ติดต่อโรงพยาบาลใกล้เคียงหรือหน่วยงานอื่นขอเลือดกรุ๊ปโอด่วนนะ เราอาจจะต้องผ่าตัด”
“ผลเอ็กซ์เรย์มาแล้วค่ะ”พยาบาลเอาผลเอ็กซ์เรย์มาให้แพทย์ดู
“เอ็นและเส้นเลือดขาดนะ เตรียมตัวผ่าตัด”

มิวกับหญิงมาถึงโรงพยาบาล ทั้งคู่รีบวิ่งไปที่เคาท์เตอร์
“คนไข้ที่รถคว่ำที่เพิ่งมาถึงเมื่อกี๊อยู่ห้องไหนนะ” หญิงถามด้วยความเร่งรีบ
“ห้องฉุกเฉินชั้น 3 ค่ะ อีกคนก็ชั้น 4 ค่ะ”
“ลูกเค้าน่ะค่ะ เด็กผู้ชายอยู่ชั้นไหนคะ”
“ชั้น 4 ค่ะทางขึ้นทางนั้นนะคะ” พยาบาลบอกพร้อมชี้มือบอกทาง
หญิงกับมิววิ่งไปที่ลิฟท์ มิวมือสั่นหญิงบีบมือมิวไว้ให้มิวคลายเครียดลงบ้าง เมื่อลิฟท์มาถึงชั้น 4 หญิงและมิววิ่งหาห้องที่โต้งอยู่จนพบ เห็นพยาบาลกำลังจะเข้าห้องไป มิวฉุดแขนไว้
“โต้งเป็นยังไงมั่งครับ” มิวถามเสียงเครือน้ำตายังไม่หยุดไหล
“คนไข้เสียเลือดมากนะคะ เส้นเลือดฉีกขาด คุณหมอกำลังเตรียมผ่าตัดค่ะ คุณเป็นญาติของคนไข้หรือเปล่าคะ”
“ผมเป็นเพื่อนน่ะครับ”
“เราต้องการติดต่อญาติให้มาเซ็นต์ยินยอมการผ่าตัดนะคะ คุณพวกติดต่อเขาได้ไหม”
“ดิฉันเป็นแม่ค่ะ” สุนีย์เดินมาทันพอดี
“งั้นเดี๋ยวตามชั้นมาเซ็นต์เอกสารทางนี้นะคะ” พยาบาลนำทางไป มิวและหญิงมองตามสุนีย์ไปจนลับไปที่หัวมุม

หญิงและมิวนั่งอยู่บริเวณม้านั่งหน้าห้องผ่าตัด
“ไม่เป็นไรหรอกมิวเป็นแผลที่แขนเท่านั้นเอง” หญิงพยายามปลอบมิว
“เพราะเราหญิง เพราะเรา” มิวพร่ำบ่นออกมาน้ำตาไหลรินอาบแก้มหยดลงสู่พื้นเบื้องล่าง
“คุณเลือดกรุ๊ปบีค่ะให้เลือดลูกชายไม่ได้ค่ะ เราต้องการเลือดกรุ๊ปโอตอนนี้กำลังประสานงานให้อยู่นะคะคุณใจเย็นๆ” พยาบาลเดินนำมาที่ห้องผ่าตัดโดยมีสุนีย์เดินตามมาข้างๆ
“จะให้ชั้นใจเย็นได้ยังไงกันเล่า ลูกชั้นทั้งคนนะคุณพยาบาล”สุนีย์เดินตามมา ร้องไห้พร้อมต่อว่าพยาบาลอย่างหัวเสีย
“ผมเลือดกรุ๊ปโอครับ ผมจะให้เลือด” มิววิ่งเข้าไปหาพยาบาลแล้วบอก
“ไหวแน่เหรอคะ” พยาบาลมองแล้วถาม สุนีย์มองมิวอย่างอ่อนโยน
“ไหวครับ ยังไงก็ไหว” พยาบาลนำมิวเข้าไปในห้องให้เลือดทำการตรวจและเจาะเลือดมิว มิวบีบเลือดใส่ถุงอย่างรวดเร็วถุงจนผ่านไปสามถุง
“พอแล้วค่ะพอก่อน น้องจะไม่ไหวเอานะคะ” พยาบาลบอกให้พอ ทำการดึกเข็มออกทำแผลและให้มิวนอนพักอยู่บนเตียงก่อน จากนั้นพยาบาลนำถุงเลือดรีบเดินออกไป สุนีย์และหญิงเดินสวนเข้ามา สุนีย์มองมิวและค่อยๆ เดินไปที่เตียง
“ผมขอโทษครับน้านีย์ ผมขอโทษ” มิวร้องไห้อีกครั้ง พยายามจะลุกขึ้นไหว้ขอโทษสุนีย์
“อย่าโทษตัวเองเลยมิว มิวช่วยเค้านะ น้าต้องขอบใจมิวสิ” สุนีย์ยิ้มเล็กๆ ให้มิว
“ผมอยากไปเฝ้าโต้ง ได้ไหมครับ”
“ไปสิ” สุนีย์กับหญิงช่วยกันประคองโต้งลุกขึ้นและเดินไปที่ม้านั่ง มิวหน้าซีดและดูอ่อนแรง
“นอนลงไปเลยดีกว่ามิว มิวนั่งไม่ไหหรอก เดี๋ยวจะพาลเป็นลมเอา” หญิงบอกให้มิวนอนไปกับม้านั่ง มิวไม่ยอมแต่สุนีย์เข้ามาจับให้มิวนอนลงมิวจึงยอม
“หนูฝากมิวแป๊บนะคะ หนูออกมาไม่ได้บอกหม่าม้านะค่ะ” สุนีย์พยักหน้า หญิงวิ่งไปโทรศัพท์บอกที่บ้าน เพราะเพลียจากเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมา และการให้เลือด สุนีย์เดินมาใกล้กับตัวมิว มองหน้ามิวพลางลูบศีรษะ “คนที่ทำให้เป็นแบบนี้อาจเป็นเพราะพวกน้าก็ได้” สุนีย์พูดน้ำตาคลอ
สักพักหญิงเดินกลับมาเห็นภาพดังกล่าวก็ยิ้มได้เล็กน้อย
“น้าคะ น้าไปดูน้าผู้ชายเถอะค่ะ ทางนี้มีหนูกับมิวอยู่แล้ว เดี๋ยวมีอะไรหนูจะลงไปเรียกให้นะคะ” หญิงบอก สุนีย์ขอบใจและเดินลงไปชั้นสาม

“คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ หมอเย็บแผลที่ศีรษะให้และทำแผลตามที่อื่นๆที่โดนกระจกบาด หมอให้เลือดไว้ ส่วนอื่นๆ ไม่กระเทือนอะไรมาก แต่ว่าคนไข้สุขภาพไม่ค่อยดีมาก่อนแล้วอาจต้องพักฟื้นซักระยะ” สุนีย์ใจชื้นขึ้นเดินตามเตียงที่เข็นกรออกไปสู่ห้องพักฟื้น จัดแจงเรื่องห้องพักให้กรจากนั้นจึงตามไปเฝ้าอาการโต้งต่อ

ทางด้านโต้งเวลาผ่านไปราวชั่วโมงครึ่งหมอจึงออกมา สุนีย์ หญิงและมิวที่ตื่นแล้วรีบเข้าไปถามอาการโต้งในทันที
“คนไข้เกร็ดเลือดน้อย เลือดไม่ค่อยแข็งตัวทำให้เสียเลือดมาก ขณะผ่าตัดคนไข้มีอาการช๊อค ตอนนี้หมอต่อเส้นเลือดและเส้นเอ็นที่ขาดให้แล้ว บาดแผลตามที่ต่างๆ หมอให้พยาบาลทำแผลให้อยู่ แต่ว่ามีรอยช้ำที่บริเวณหน้าผากนะ หมอคิดว่าศีรษะอาจได้รับความกระทบกระเทือนบางส่วนแต่ว่าเอ็กซ์เรย์ไม่พบอาการผิดปกติ ยังไงเดี๋ยวทำแผลเสร็จพักสักหน่อยอาการน่าจะดีขึ้น คอยเฝ้าระวังอาการทางสมองที่ตรวจไม่พบเท่านั้นเอง” แพทย์กล่าว
“แล้วมันจะมีผลยังไงมั่งไหมคะหมอ อาการที่ตรวจหาไม่เจอ” สุนีย์ถามหมออย่างร้อนรน
“เป็นได้หลายอย่างนะครับ แต่ที่น่าเป็นห่วงขอคนไข้เคสนี้ก็คือ…”
“คืออะไรครับหมอ” มิวถามเสียงดัง
“ถ้าคนไข้ไม่ฟื้นหรือไม่รู้สึกตัวภายใน 7 วัน คนไข้อาจจะเป็นเจ้าชายนิทราได้ครับ แต่โอกาสมีไม่สูงหรอกครับ หมอขอให้พวกคุณอย่าวิตกกันมากนะ หมอขอตัวก่อนนะครับ” หมอพูดจบก็เดินจากไป สุนีย์และหญิงยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้น มิวทรุดลงกับพื้นน้ำตาไหลแต่ไม่มีเสียงใดๆ ออกมาจากมิว

ผ่านไปพักหนึ่งสุนีย์ตั้งสติได้จึงบอกมิวกับหญิงให้กลับบ้านไปก่อน
“มิวกับหญิงกลับบ้านไปก่อนเถอะ ป่านนี้แม่หญิงคงรอแย่แล้ว”สุนีย์บอกทั้งสองคน
“ผมอยากอยู่ดูโต้งครับน้านีย์ น้านีย์อย่าไล่ผมไปเลยนะครับ” มิวบอกเสียงอ่อนเพลีย
“เราสองคนก็ไม่ไหวเอา วันนี้ยังไงก็ยังทำอะไรไม่ได้ พากันกลับไปก่อนแล้วพรุ่งนี้มาใหม่ จะได้มาเปลี่ยนกับน้านะ” สุนีย์เข้าจับไหล่ทั้งสองข้างให้มิวลุกขึ้น และตกไหล่เล็กน้อยเป็นการปลอบมิว “หญิงพามิวกลับไปก่อนนะลูก”
“ค่ะน้า” หญิงยกมือไหว้ มิวไหว้ตาม สุนีย์ยกมือขึ้นรับไหว้ จากนั้นหญิงจึงจับมือมิวพาเดินออกไปขึ้นแท๊กซี่กลับบ้าน ขณะอยู่บนรถทั้งคู่ไม่ได้คุยอะไรกันแม้แต่คำเดียว มีเพียงเสียงเพลงจากวิทยุแว่วมาเท่านั้น มิวมองออกไปด้านนอกผ่านกระจกรถ ทอดสายตาให้ไกลออกไปอย่างไร้จุดหมาย
~เหมือนว่าเราจะมอง ไม่เห็นหนทางใด
ตกอยู่ในความมืดบอด ตกอยู่ในห้วงใจที่อ่อนไหว
เหมือนจะเป็นกลางคืนอันยาวนาน เมื่อฟ้าไม่มีแสงใด
มองไปรอบกาย หัวใจก็พลันหวาดกลัว

ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที
จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม
แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันยังที่ฉายในวันต่อไป
แต่ไม่รู้ต้องรอเมื่อไหร่ หรือใจเราคงจะอยู่กับคืนอันเป็นนิรันดร์

ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที
จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม
แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันยังฉายในวันต่อไป
เมื่อเรามีเช้าวันใหม่ หวังใจว่าจะมีหนทาง

เมื่อทุกข์ในวันเมื่อวานคืนกลับมาหาใจอันอ่อนแอ
เหตุที่ใจแพ้เ พราะเราต่างหากที่แพ้ใจ
ความทุกข์จึงเป็นกลางคืนอันยาวนาน แต่แล้วมันจะผ่านไป

ตราบใดเวลายังหมุนผ่าน ความทุกข์จะผ่าน
เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์
วันคืนต้องผ่าน นั่นคือเวลาอันเป็นนิรันดร์~

“มิวไม่ให้เราอยู่เป็นเพื่อนแน่เหรอ” หญิงถามด้วยความเป็นห่วง
มิวส่ายหน้า “งั้นให้เอ็กซ์มาอยู่เป็นเพื่อนไหม เดี๋ยวเราโทรตามให้” หญิงเสนอีก
“เราอยากอยู่คนเดียวมากกว่า หญิงเข้าบ้านเถอะ” มิวพูดจบก็หันหลังเข้าประตูบ้านไป หญิงมองตามอย่างห่วงใย

มิวขึ้นไปอยู่บนห้องมืดๆ ไม่เปิดไฟเลยแม้แต่ดวงเดียว มีเพียงแสงไฟจากถนนที่ลอดเข้ามาเท่านั้น มิวเห็นตุ๊กตาหมีของมิวตกอยู่บนเตียง เขาหยิบขึ้นมา พลิกดูชื่อโต้งและกอดมันไว้น้ำตาคลอ “อย่าเป็นอะไรนะโต้ง” มิวบรรจงวางตุ๊กตาลงหมอนด้านข้างตัวเขา ก้มลงหยิบกล่องใส่ตุ๊กตาไม้ออกมาต่อทีละชิ้นทีละชิ้น มิวคิดถึงตอนที่ได้ตุ๊กตานี้มาตอนเด็ก คดถึงเหตุการณ์ต่างๆ ระหว่างเขากับโต้งยิ่งตุ๊กตาไม้เป็นรูปเป็นร่างมิวก็ยิ่งร้องไห้เสียใจมากขึ้น เมื่อต่อตุ๊กตาเสร็จมิวหยิบรูปที่มิวและโต้งถ่ายด้วยกันตอนเด็กออกมานั่งดูอยู่ในห้องสลัวๆ และเงียบสงบมีเพียงเสียงสะอื้นและเสียงร่ำไห้ของเขาเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อน
“สิ้นเดือนนี้จะมีมินิคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม จัดที่สยามด้วยนะ ที่เดิมที่เคยเล่นเลย”
“ไว้เราจะไปดูนะ ไปฟังเพลงของเรา”
เสียงโต้งดังอยู่ในหัวมิวตลอดเวลา

มิวเผลอหลับไปตอนไห