ยามฯสุดทน ปล่อยขิงแก่ กับ แม้วชิงอำนาจกันเอง !
สนธิ -ท่านผู้ชมครับ เมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมานี้ วันพุธ ท่านผู้ชมคงได้เห็นการถ่ายทอดสดเอเอสทีวีในเรื่องการอภิปราย หลายๆ เรื่องใน สนช. เป็นที่น่าเสียดาย เรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ ที่มีความสำคัญต่อชาติบ้านเมือง เช่น เรื่องหวยบนดิน เรื่องการพูดถึงจริยธรรมของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาลชุดนี้ เรื่องเขายายเที่ยง กลับไม่มีสื่อมวลชนใดให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อมวลชนโทรทัศน์ ที่น่าเสียใจมากไปกว่านั้นคือ ช่อง 9 ซึ่งเป็นของรัฐบาล และช่อง 11 ตลอดจนช่องทีไอทีวี ซึ่งรัฐบาลยึดคืนมาแล้วเอาไปดำเนินการต่อไป ไม่ให้ความสนใจเลยแม้แต่นิดเดียว มีเฉพาะเอเอสทีวีเท่านั้นที่ลงทุนไปถ่ายทอดสด นำความรู้อันนี้มาให้ ก็เป็นที่เข้าใจกันได้ว่าเมื่อเป็นการวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรี ทั้งรัฐมนตรีที่ดูแลช่อง 9 และรัฐมนตรีที่ดูแลช่อง 11 และทีไอทีวี ก็ย่อมที่จะต้องไม่ยอมถ่ายทอด
สนธิ -การไม่ยอมถ่ายทอดนั้นก็เพื่อปกป้องนายกรัฐมนตรี เพื่อไม่ให้การกล่าวหาของสมาชิก สนช.บางท่านได้เข้าไปสู่หูของประชาชนและสายตาของประชาชน มันทำให้เราอดคิดไม่ได้ใช่ไหมท่านผู้ชมว่า ลักษณะแบบนี้เป็นลักษณะที่เอเอสทีวียืนหยัดต่อสู้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในรอบปี 2548-49 มาตลอด เหมือนกันเลย มาวันนี้ไม่นึกว่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก ไม่นึกว่าเอเอสทีวีจะต้องถูกโดดเดี่ยวอีกครั้งหนึ่ง เพื่อสู้ให้กับประชาชนในยุคที่เราคิดว่าสิทธิเสรีภาพในการรับฟังข่าวสารน่าจะเปิดกว้างได้แล้ว
สนธิ -ในการต่อสู้กับรัฐบาลชุดที่แล้วนั้น เราสู้ในเรื่องของความโปร่งใส สิทธิที่จะรับรู้ข่าวสารที่เท่าเทียมกัน ที่น่าสนใจคือ ผู้นำรัฐบาลชุดนี้ คือ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน คนพวกนี้เป็นคนที่ยอมรับในช่วงเวลาที่สู้กับระบอบเก่า ว่าเหตุผลหนึ่งที่ประชาชนโง่เขลา ด้อยปัญญา แล้วทำให้ระบอบเก่านั้นสามารถเข้ามาครอบงำสังคมไทยได้ เพราะสื่อมวลชนถูกจำกัดเสรีภาพ เพราะว่าปัญญาไม่ลงไปสู่ประชาชน คำพูดพวกนี้
สนธิ -วันนี้เปรียบเสมือนน้ำลายที่ถ่มขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วตกลงมาโดนหน้าของตัวเอง วันนี้คนซึ่งกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดทักษิณ ชินวัตรนั้น ปิดหูปิดตาประชาชน วันนี้ตัวเองก็มาปิดหูปิดตาประชาชนเช่นกัน บางครั้งประวัติศาสตร์นั้นไม่ต้องใช้เวลานานนักมันก็ย้อนยุคกลับมาให้เราเห็นกันอย่างชัดๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก นอกจากเป็นเรื่องของสื่อมวลชนแล้ว มันยังเป็นเรื่องของการกระทำของคนบางคน กลุ่มบางกลุ่ม ที่ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะเริ่มตั้งข้อสงสัยในเรื่องของจริยธรรม ของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเรา ไม่ใช่เพียง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
***************************************************************************
สนธิ -วันนี้เรามาทบทวนบทเรียนต่างๆ ของเราแล้ว พ่อแม่พี่น้องถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องปล่อยให้พวกเขาเผชิญหน้ากันเอง วันนี้เรามาสู้กับทักษิณ เอาเป็นเอาตาย กลับมาเมื่อไรตายเป็นตาย เขานั่งไขว่ห้างและเขานั่งหัวเราะ เขาบอกดี ให้มันไปสู้กันตาย แล้วพอตายแล้วเดี๋ยวเขาจัดการเอง คิดให้ดีๆ พี่น้อง ยุทธศาสตร์เราผิดหรือเปล่า ยุทธวิธีเราผิดหรือเปล่า ทำไมเราไม่ถอยออกมา อุปมาอุปไมยเหมือนสามก๊กเลย เราถอยมาก๊กหนึ่ง เราไม่ยุ่ง เราดูแลซึ่งกันและกันให้ดี สามัคคีกันให้ดี ปกป้องพวกเรากันให้ดี อย่าให้ใครมารังแกพวกเรา ส่วนการแย่งชิงอำนาจให้ระบอบทักษิณกับพวกเขาชิงกันเอง ให้เขาฆ่าฟันกันเอาเอง ให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา วันนี้ ให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน วันนี้ ให้ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล วันนี้ ให้พวกขิงแก่พวกนี้เจอกับพวกพลังประชาชน รับกันไปเอง บางคนพวกเขาอาจจะรับเงินทักษิณมาก็เรื่องของเขา ให้เขาเสียต้นทุนบ้างสิ เพราะว่าปี 48-49 คนที่ใส่ต้นทุนลงไป คือพวกเรา เหมือนเราสร้างบ้าน สร้างเสร็จเรียบร้อยเขาเข้ามาอยู่แล้วเขาถีบเราออกมา ทั้งๆ ที่เราสร้างบ้านหลังนี้ ให้ทุกๆ คนมาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข คิดให้ดีๆ ผมเคยมีความคิด เขาอยากคอร์รัปชั่นให้เขาคอร์รัปชั่นไป เขาไม่อยากให้ช่อง 9 ช่อง 11 ออก ก็ไม่ต้องให้ออก พวกเราดูกันเอง เอเอสทีวีนี่ล่ะ
สนธิ -ต้นปีหน้าเรามีหนังสือพิมพ์ยามเฝ้าแผ่นดิน เราก็ซื้อยามเฝ้าแผ่นดินมา เราศึกษา เราเก็บความรู้กันเอาไว้ เราไปสร้างพันธมิตรเรา เพื่อนบ้านเราไม่รู้เรื่อง เราไปสอนเขา แล้วเก็บไว้ แล้วบอกว่า ให้เรายึดมั่นกันดีๆ นะ เราออมกำลังเอาไว้เพื่อเป็นกำลังสนับสนุนทหารที่เป็นมืออาชีพที่ซื่อสัตย์และเพื่อราชบัลลังก์ ส่วนพวกตัวปลอมให้เขาไปกัดกันเอง ให้เขาไปแย่งขนมกินกัน ให้เขาไปแย่งอาหารกินกัน ทุบตีกัน ให้เขาไปแย่งตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้กันไป ให้เขาไปสนับสนุนเซ็นทรัล ให้เขาไปสนับสนุนเจ้าโน้นเจ้านี้ ให้เขากินกันเสียให้เข็ด แล้วให้เขากัดกันเสียให้เข็ด ทำไมเราต้องไปเป็นตัวแทนรบให้เขา ไม่มีประโยชน์ อาจจะต้องถึงเวลาพวกเราต้องถอยนะ
สนธิ -แต่ถอยนี่ไม่ใช่ถอยเฉยๆ ไม่ใช่ยอมแพ้ การถอยคือการรุก ปล่อยวางบ้าง เราไปจุ้นกันทุกเรื่อง อย่าไปจุ้น มันจะโกงกินอะไรปล่อยมันไป เพราะอะไร เพราะเราต่อสู้มาตลอดปีกว่าๆ ทุกเรื่อง เราได้อะไร เราโดนเหยียดหยาม เราโดนดูถูก การถอยคือการสู้อีกรูปแบบหนึ่ง พี่น้องท่านผู้ชม อย่าไปคิดว่าการถอยคือการแพ้ ไม่ใช่ การถอยคือการออมกำลังเอาไว้ จากนี้ไปจนถึงปีหน้า ถึงอีกปีต่อไป ปี 52 เป็นช่วงของการรวมตัวกันของคนที่มีจิตใจมีอุดมการณ์เหมือนกันให้อยู่ร่วมกัน คนดูเอเอสทีวีมีกี่คนล่ะ พวกนี้ล่ะ รวมตัวกัน รวมตัวกันให้เต็มที่ ให้การศึกษากัน พวกเราเดินสายไปให้การศึกษาท่านได้ เดินสายบอกต่อๆ กันไป เรามีจุดยืนที่มั่นคง แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เราเข้าไปแล้วเราต้องเปลืองตัว ทำไมเราต้องไปแบกประเทศทั้งประเทศ แบกไปทำไม เรามาดูแลกันดีกว่า พวกนี้เขาไม่อยากให้เราโตหรอก เพราะฉะนั้นแล้ว การจัดรายการของผมไม่หยุดหรอก ยามเฝ้าแผ่นดินก็ไม่หยุด แต่จะเป็นการมุ่งมั่นให้ปัญญามากกว่า ให้คนไทยรู้ทัน แต่เราจะไม่ออกไปชนกับใครเพื่อใครทั้งสิ้น เราจะไม่ชนให้อีกแล้วต่อไป
สนธิ -คุณสพรั่งนี่ถ้าเขาไม่มายืนข้างเรานี่นะ วันนี้เขาได้เป็น ผบ.ทบ. แต่เพราะคุณสพรั่งมายืนข้างเรา เขาก็กลัวว่าถ้าคุณสพรั่งเป็นผู้บัญชาการทหารบกแล้ว มันจะส่งเสริมให้พันธมิตรเข้มแข็ง ให้พวกเราเข้มแข็ง พอพวกเราเข้มแข็งแล้ว ตาย! พวกนี้มันหัวดื้อ สั่งให้หันซ้ายมันไม่หันซ้าย สั่งให้หันขวา มันถามว่าคุณเป็นใครมาสั่งผม เพราะพวกเราเป็นผู้มีสติปัญญา มีความคิด พี่น้องเห็นหรือยัง แต่คุณสพรั่งก็เป็นลูกผู้ชาย ท่านพูดทั้งต่อหน้าและลับหลังมาหลายครั้ง ท่านบอกมาตลอดเวลาว่าไม่ได้นะ ประเทศไทยเป็นหนี้พวกเรา ถ้าไม่มีพวกเราวันนี้จะมีสนธิ บุญยรัตกลิน จะมีสุรยุทธ์ จุลานนท์ จะมีบุญรอด สมทัศน์ จะมีวินัย ภัททิยกุล ได้หรือ
สนธิ -จะมีสมเจตน์ บุญถนอม ได้หรือ คุณสพรั่ง แต่ความซึ่งเขาเห็น เขาเป็นคนรู้ ว่าบุญคุณเป็นอย่างไร ผมจำได้ตอนที่ผมสู้อยู่ที่สวนลุมฯ จู่ๆ ผมได้รับโทรศัพท์จาก พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาค 3 โทรมาให้กำลังใจให้สู้ต่อไป ให้รู้ว่ามีผมยืนอยู่ข้างหลัง เต็มที่ เพราะว่าสิ่งที่คุณทำนั้นถูกต้องแล้ว เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีคนเดียวที่โทรหาผม โทรหา อ.เจิมศักดิ์ ด้วย ให้กำลังใจ พล.อ.สนธิ ไม่เคยสนใจ นอกจากไม่เคยสนใจแล้ว วันที่ไปยื่นหนังสือ วันรุ่งขึ้นกลับออกมาด่าผมอีก พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ก็ไม่เคยแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่ายืนข้างความถูกต้องหรือเปล่า พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม วันนั้นอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ จู่ๆ วันนี้ลุกขึ้นมาทำปากกล้าในสภาฯ
สนธิ - พี่น้องครับ ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องทบทวนบทบาท อย่าไปสู้เพื่อใครต่อไป สู้เพื่อตัวพวกเราเองดีกว่า เขามองเราเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นอย่าไปเป็นเครื่องมือใครอีกต่อไป ถ้าวันนี้ทักษิณจะกลับให้เขากลับไป กลับมาเลย พรรคพลังประชาชนหาเสียงสนามหลวงอยู่เฉยๆ อย่าไปสนใจมัน จะด่า วันนี้ชมสุรยุทธ์ จะด่า พล.อ.สนธิ ก็ด่าไป แต่วันนี้เขาฉลาด เขาชมสุรยุทธ์ และชม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ตามสบาย จะให้เงินให้ทองกันก็ไม่ว่ากัน เรารวมตัวรวมใจกันเอาไว้ ให้รู้ว่าเรานี่คือบางระจันตัวจริง แต่เป็นบางระจันยุคดิจิตอล รวมตัวเอาไว้ เหมือนวันนี้พันธมิตรกำแพงเพชรมาพบผม 20 กว่าคน ทุกคนยังยืนหยัดอยู่ ผมก็อธิบายวันนี้ สิ่งที่ผมพูดวันนี้ เวลานี้ ให้กับพี่น้องประชาชนที่มาจากกำแพงเพชร ทุกคนเข้าใจ
***********************************************************************
ที่มา .......(ดูฉบับเต็มได้ที่ นี่
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9500000121330
**********************************************************************
Mr.K.Cheng Gong (จิ้งจอกหน้าหยก เซียวอิงจวิ้น)
โดย :
จิ้งจอกหน้าหยก_เซียวอิงจวิ้น
อีเมล์ : yoknoi16@thaimail.com
วันที่ : 2007-10-15 22:11:56
Tags :
จิ้งจอกหน้าหยก