คว่ำร่างรธน. 50แค่ต้องการเอาชนะ คมช. หรือ เพราะมาตราเหล่านี้ขัดผลประโยชน์ทุนระบอบทักษิณ !
............................ผมอ่านร่าง รธน. 50 หมดทั้งเล่มแล้วครับ ..........แล้วก็มาเจอบางมาตราซึ่งทำให้ ผมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุผลที่แท้จริงในการการพยายามล้ม รธน. ปี 50 ของกลุ่มที่สนับสนุนระบอบทักษิณ .............ก็เพราะว่า รธน. ปี 50 มีบางมาตรา ที่ขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ และการเข้าผูกขาดอำนาจของพวกกลุ่มทุนทักษิณและเหล่าเครือข่ายบริวารทั้งโดยตรงและโดยอ้อม .............. เพียงแต่หากจะออกมาค้านเฉพาะบางมาตราที่ว่านี่ตรงๆ ก็ไม่ได้ .............เพราะประชาชนจะรู้ได้ทันทีว่า แก๊งค์คว่ำรธน. นี้มีจุดประสงค์อะไร ...........
...........มาตราที่ว่า มีดังนี้ครับ ...........
............มาตรา 48 .....ที่ ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นใน หนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือ โทรคมนาคม ......... ไม่ว่าในนามของตนเอง หรือ ให้ผู้อื่นเป็นเจ้าของกิจการหรือ ถือหุ้นแทน หรือจะดำเนินการโดยวิธีการอื่นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ที่จะสามารถเข้าไปบริหารกิจการดังกล่าวได้ในทำนองเดียวกันกับการเป็นเจ้าของกิจการ ก็ไม่ได้ทั้งนั้น ..........
..............จะเห็นว่ามาตรานี้ .......มีข้อดีคือ ......จะเป็นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนอย่างแท้จริง ........เพราะปัจจุบัน และ อนาคต การคุกคาม การริดรอนสิทธิเสรีภาพสื่อ จะไม่ได้มาจากเผด็จการทหาร .....แต่จะมาจากเผด็จการทุนผูกขาด ...........หมายความว่า นายทุน นักธุรกิจที่เข้าไปมีอำนาจทางการเมือง ก็เข้าซื้อ หรือ เป็นเจ้าของกิจการสื่อสารมวลชนหรือ โทรคมนาคม แล้วก็ ให้นำเสนอแต่ข้อมูลข่าวสารตามใบสั่ง ..........ให้ประชาชนรับรู้แต่ด้านดีของตน ......หรือ ใช้สื่อของตนเอาเปรียบ หรือ ทำลายคู่แข่งทางการเมือง ............หากพวก นักธุรกิจการเมืองชั่วๆ เข้าไปมีอำนาจ โกงชาติโกงเมือง .....ประชาชนก็จะไม่มีทางรับรู้ หรือตรวจสอบ อะไรได้ .......เพราะถูกปิดหูปิดตาหมด .....................ซึ่ง พฤติกรรมเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ ระบอบทักษิณถนัด .......และ วิกฤติที่ผ่านมา ส่วนหนึ่ง ก็เกิดจากระบอบทักษิณ ใช้เงินทุนเข้าครอบงำสื่อ ทำให้สังคมแตกแยก .ที่สำคัญกลุ่มทุนระบอบทักษิณ คือกลุ่มทุนที่เติบโตมาจากธุรกิจ(กึ่ง)ผูกขาด โทรคมนาคม .....และได้ประโยชน์จากสัมปทานต่างๆโดยใช้อำนาจทางกาเมืองเอื้อประโยชน์ให้ (อย่างเช่น กรณี ITV ) ..
..........
.....................มาตรานี้ ใช่หรือไม่ ที่ขัดผลประโยชน์ ทางธุรกิจ ของระบอบทักษิณ จนต้องออกมารณรงค์คว่ำร่างรธน.
.....*****************************************************************
................มาตรา 84 (10) ที่เขียนว่า
.................จัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐในทางเศรษฐกิจ และต้องมิให้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน อยู่ในความผูกขาดของเอกชน อันอาจก่อความเสียหายแก่รัฐ
.......................มาตรานี้ ขัดผลประโยชน์ ทางธุรกิจของ กลุ่มทุนระบอบทักษิณใช่หรือไม่ ? ...............
***********************************************************************
.......................มาตรา 104 ............ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฏร จะมีการควบรวมพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมิได้
.
...................มาตรานี้มีเพื่อป้องกันเผด็จการรัฐสภา หมายถึงพรรคการเมืองได้รับเลือกตั้งเข้าไปเป็นรัฐบาล แล้วก็ บริหารราชการแผ่นดินด้วยความทุจริต ฉ้อฉล หาผลประโยชน์โดยมิชอบ เสร็จแล้ว ก็กลัวว่าจะถูกอภิปราย กลัวถูกตรวจสอบ ก็ใช้เงินซื้อ ส.ส. พรรคอื่น ให้ พรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นเข้ามาควบรวมเป็นพรรคใหญ่เสียงข้างมากพรรคเดียว ........เพื่อทำให้ การตรวจสอบ การอภิปรายไม่สามารถทำได้ ...และ กลไกป้องกันการทุจริตก็ไม่สามารถทำงานได้ ............................
.............ซึ่งการผูกขาดกินรวบเป็นเผด็จการรัฐสภา ในลักษณะนี้ เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในยุค ทักษิณ และ เป็นสาเหตุของวิกฤติทางการเมือง เพราะ ฝ่ายค้านไม่สามารถตรวจสอบ หรือ ลงโทษรัฐมนตรีที่ทุจริตโกงกินได้ (เช่น กรณี CTX ) ....
..............รธน. 50 จึงมีการเขียนมาตรานี้เพื่อ อุดช่องโหว่ ป้องกันการผูกขาดกินรวบอำนาจในลักษณะดังกล่าว
...........คำถามก็คือ มาตรานี้ใช่หรือไม่ ที่จะทำให้การโกงชาติบ้านเมืองของ ไอ้พวกนักการเมืองเฉาฉุ่ยทั้งหลายทำได้ยากขึ้น ................ดังนั้น พวกลิ่วล้อทักษิณ กลุ่มอำนาจเก่า ที่เคยบริหารราชการแผ่นดินในลักษณะทุจริตฉ้อฉล(จนเป็นเหตุให้ คปค.ต้องเข้ามายึดอำนาจ) จึงต้องออกมาต่อต้าน ร่าง รธน. 50 นี้ให้ได้ ...........
*************************************************************************
.....................มาตรา 115 (5) ......ที่ห้าม บุพการี คู่สมรส หรือ บุตรของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หรือ ผู้ดำรงตำแน่งทางการเมือง เข้ามาสมัครรับเลือกตั้ง หรือรับการเสนอชื่อ เป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) .........................
..................สรุปง่ายๆก็คือ ห้ามคนในครอบครัว เครือญาติของ ส.ส. หรือ ผู้มีตำแน่งทางการเมือง มา เป็น ส.ว. หรือ สมาชิกวุฒิสภา ......................
...............ถามว่าทำไมต้องห้าม .............
.........ก็ต้อง ถามก่อนว่า ...........เคยได้ยินคำว่า "สภาผัวเมีย" มั๊ย ...........สภาผัวเมียนี่แหล่ะ ก็เป็นอีกสาเหตุของวิกฤติทางการเมือง ที่ระบอบทักษิณ ทำให้เกิดขึ้น .........
..............ก่อนอื่นก็ต้องเข้าใจกันก่อนว่า.............. ส.ส. หรือ รัฐบาลนั้น คือฝ่ายบริหาร ที่ทำงานบริหารประเทศ ซึ่ง เกี่ยวข้องกับ เงิน งบประมาณแผ่นดิน นับ แสนล้าน หรือ นับ ล้านๆ บาท ................มันก็ย่อมก่อให้เกิดการหาช่องเพื่อทุจริต ฉ้อฉลปล้นชาติ โดยฝีมือของ นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลได้ .
....................จึงต้องมี องค์กรอิสระ เป็นกลไกในการตรวจสอบ และ ลงโทษ ส.ส. รัฐมนตรี นายกฯ หรือนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่ทุจริต ................. องค์กรอิสระที่ว่านี้ ........ได้แก่ ปปช. (ป้องกันการปราบปรามการทุจริต) ..................สตง(สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน) .................กกต.(คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ..................รวมไปถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ................
..............ซึ่งผู้ที่จะมาทำหน้าที่ในองค์กรอิสระ หรือในกระบวนการยุติธรรม (ที่ตรวจสอบ และ ลงโทษ นักการเมืองที่ทุจริต) .........นั้น มันต้องถูกสรรหา ถูกคัดเลือกโดย ส.ว. หรือ วุฒิสภา ..............
..................แล้วถ้า ส.ว. หรือ สมาชิกวุฒิสภาที่ว่านี้ เป็น ลูก เมีย พ่อ แม่ เครือญาติ ของ ส.ส. หรือ นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล .................มันจะเกิดอะไรขึ้น .............
.......................พวกนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล (ส.ส. - รัฐมนตรี - นายกฯ) มันก็สามารถสั่ง ให้ ส.ว. หรือ วุฒิสภา (ที่เป็นญาติตัวเอง) ........ส่งพรรคพวกของตน เข้าไปนั่งใน องค์กรอิสระ ส่งพวกของตน เข้าไปนั่งใน ปปช. ใน กกต. ในศาล ............
............แล้วทีนี้ พวก นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล ส.ส. - รัฐมนตรี - นายกรัฐมนตรี ....ทำทุจริตโกงกิน .......แล้วถามว่า ใครจะตรวจสอบ ใครจะลงโทษพวกมัน ..........ในเมื่อ องค์กรที่มีอำนาจลงโทษนักกาเมืองโกงกิน ล้วนแต่เป็น พวก เป็นญาติพี่น้อง เป็นคนในครอบครัว ของพวกมันทั้งนั้น .................
............หรือ แม้แต่การออกกฏหมาย ........ถ้า ฝ่ายรัฐบาล (ส.ส.) ต้องการจะออกกฏหมาย อะไรที่เอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของตัวเอง แต่เป็นผลเสียต่อประชาชนส่วนรวม .........กฏหมายพวกนี้เมื่อส่งขึ้นไปให้ วุฒิสภาตรวจสอบ มันก็จะผ่านได้ง่ายๆ ...เพราะ ส.ว. หรือ วุฒิสภา ก็ล้วนแต่เป็น ญาติ หรือ คนในครอบครัวกันเองทั้งนั้น .......
.............ซึ่งปัญหาที่ยกมาเป็นตัวอย่าง นี้ ก็เป็นปัญหาที่ทำให้เกิดวิกฤติมาแล้ว ในยุคที่ระบอบทักษิณครองเมือง .................... ระบอบทักษิณ เป็นเผด็จการรัฐสภา พยายามจะแทรกแซง ครอบงำสภาสูง(วุฒิสภา) .โดยส่ง เครือญาติ พรรคพวก ลงสมัคร ส.ว. แล้วก็แทรกแซง บ่อนทำลาย กลไกการตรวจสอบ อย่างองค์กรอิสระต่างๆ จนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ(ปี40) ...............* (ระบอบทักษิณ คือ ผู้ริเริ่มฉีกรัฐธรรมนูญ ปี 40 ตัวจริง ก่อนที่ คปค.จะเข้ามายึดอำนาจเสียอีก)
........................เพราะฉะนั้น ถ้า ส.ว. เป็นเครือข่าย เป็นเครือญาติ คนในครอบครัวของ ส.ส. ..........มันก็จะเกิดการฉ้อฉลปล้นชาติ กันอย่างมโหฬาร ขนาดไหน เพราะ องค์กรที่จะมาตรวจสอบ ลงโทษพวกมัน ก็แล้วแล้วแต่ "คนกันเอง" ทั้งนั้น ....มันคงจะลงโทษพวกเดียวกันเองหรอก ..............
................มาตรา 115 (5) นี้จึงถูกใส่ไว้ใน รธน. ปี 50 เพื่อป้องกัน ปัญหาตรงนี้ จะทำให้ การทำงานบริหารประเทศ เป็นไปด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล น่าเชื่อถือในสายตาอารยประเทศมากขึ้น .........
...............แต่มาตรานี้ จะไปขัดผลประโยชน์ ไปขัดขวางการเป็นเผด็จการรัฐสภา ของ ระบอบทักษิณ อีกนั่นแหล่ะ ..................
............นี่หรือเปล่า ที่พวกลิ่วล้อทักษิณ มันถึงต้องออกมาคว่ำ ร่าง รธน.ให้ได้
************************************************************************
................มาตรา 265 (2) ที่ห้าม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไปแทรกแซง ก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ หรือ เข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ อันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน หรือ เป็นหุ้นส่วน หรือ ผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือ บริษัทที่รับสัมปทาน หรือ เข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือ ทางอ้อม
.......................มาตรานี้ ........ก็เพื่อป้องกัน ผู้มีตำแหน่งทางกาเมือง เข้าไปมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือ เข้าไปหาผลประโยชน์โดยมิชอบ (ภาษาชาวบ้าน ก็คือ "โกงชาติ" .) ..........กับ โครงการต่างๆของภาครัฐ ....................
.................คำถามคือ มาตรานี้ ขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจของ กลุ่มทุนระบอบทักษิณ และ พรรคพวกหรือเปล่า...................
.....**************************************************************
..............นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายๆมาตราที่น่าคิด น่าตั้งคำถามว่า ........." นี่คือสิ่งที่ไปขัดผลประโยชน์ของพวกระบอบทักษิณจนพวกลิ่วล้อซากเดนทั้งหลายต้องออกมารณรงค์คว่ำร่าง รธน. หรือไม่ " .................
.............มาตราเหล่านี้ได้แก่ มาตรา 106 (6) มาตรา 164 มาตรา 270 มาตรา 267 และ มาตรา269 .........มาตรา 279 และ 280 ........................
..................อยากให้ทุกท่านลองไปอ่านมาตราเหล่านี้ให้ดี แล้วลองพิจารณาดู ว่า มาตรา เหล่านี้ ไปขัดผลประโยชน์ของพวกลิ่วล้อระบอบทักษิณหรือเปล่า..........ถ้าขัดผลประโยชน์จริง ก็เท่ากับว่า
.............ไอ้แก๊งค์ที่ออกมารณรงค์คว่ำร่าง รธน. 50 ขณะนี้ ..........ก็เป็นการทำเพื่อผลประโยชน์ของคนตระกูลใดตระกูลหนึ่ง หรือ เพื่อ คณะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง .....ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนรวมอย่างแท้จริง ......
*************************************************************************
.............ก่อนจบ ......... ผมมี ข้อคิด เกี่ยวกับ รธน. ปี 50 ที่ท่าน ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ ในรายการ ตัวจริง ชัดเจน ทาง TITV ออกอากาศเมื่อคืนวันพฤหัส ที่ 9 สิงหาคม ......................อย่างเช่น
............รธน. ของอารยประเทศที่เจริญแล้ว อย่างเช่น อเมริกา ฝรั่งเศส และ อีกหลายประเทศ ทางตะวันตก ....ก็เริ่มมาจากเผด็จการทั้งนั้น
....( อันนี้ผมคิดเอง : คำพูดที่ว่า งาช้างไม่มีวันงอกออกจากปากสุนัขฉันท์ใด ประชาธิปไตยไม่มีวันเกิดจากเผด็จการฉันท์นั้น .............จึงเป็นการพูดของคนที่มีความรู้แค่หางอึ่ง .... ไม่รู้ว่าประวัติศาสตร์การสร้างประชาธิปไตยในอารยประเทศหลายๆประเทศ เป็นยังไง) ...................
................มาตรา 309 ........ความจริง ในรธน. ชั่วคราว เขานิรโทษกรรมให้ คมช.ไว้เรียบร้อยแล้ว มาตรา 309 ใน รธน.50 แค่เอามาเขียนซ้ำเท่านั้น ..........(ต้านไปก็เท่านั้น ........และในความเป็นจริง คณะปฏิวัติ รัฐประเหารไม่ว่าประเทศไหนในโลก เขาก็ต้องมีการนิรโทษกรรม กันเอาไว้ทั้งนั้น ..เป็นตัวคุณเอง คุณก็ต้องทำ.......ยอมรับความจริงเถอะ พวกสุดโต่งทั้งหลาย) ............
............ถึง รธน. 50 ไม่ผ่าน ......คมช. ก็ต้องเอา ปี 40 มาแก้ไข แล้วก็ต้องเอา 50 มาใส่ อยู่ดี ..........รธน. 50 ผ่าน หรือ ไม่ผ่าน ก็ไม่ต่างอะไร ...........เพียงแต่ ถ้า ไม่ผ่าน ก็ต้องเลือกตั้งช้าไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน (แต่ เศรษฐกิจ ของรอไม่ได้อีกแล้ว : อันนี้ท่านเฉลิมไม่ได้พูด แต่ผม เขียนเพิ่มมาเอง) .............
.................การมีรัฐบาลผสมทำให้อ่อนแอ ..........อันนี้ ก็ไม่จริงอีก .......... การมีรัฐบาลผสมนั่นแหล่ะ .จะดีกว่า .....มีการ อภิปราย แลกเปลี่ยน กลั่นกรอง กันได้ดีกว่า ........และ ส.ส. ก็จะเป็นตัวแทนประชาชนอย่าง แท้จริง ...........แต่ถ้า เป็น พรรคใหญ่พรรคเดียวกุมเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จ....... ส.ส. แทนที่จะเป็นตัวแทนประชาชน ก็กลับกลายมาเป็น ทาสรับใช้ หัวหน้าพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล .........ไม่สามารถ โต้แย้ง ไม่สามารถอภิปรายได้ ........ต้องฟังคำสั่งและ ปกป้องผลประโยชน์ของ หัวหน้าพรรครัฐบาล อย่างเดียว ..........(แบบนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย) .....
.........บอกว่า ...รัฐบาลผสม เป็นการแบ่งเค้ก .......ถ้างั้น รัฐบาล พรรคใหญ่พรรคเดียว (แบบยุคทักษิณ) ก็เป็นการ ฟาด สเต็กชิ้นโต ใช่รึเปล่า...........(ความจริงท่านเฉลิม ใช้คำว่า กินกล้วยแขก แต่ผมใช้คำว่า ฟาด สเต็กแทนเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น) .......
................เกือบลืมไป ......... นอกจาก หลายๆมาตรา(ซึ่ง ขัดผลประโยชน์ของกลุ่มทุนระบอบทักษิณ) ที่อาจจะเป็นเหตุผลที่แท้จริง ของ แก๊งค์รณรงค์คว่ำร่าง รธน. ปี 50 ........................ยังมี อีกเหตุผลหนึ่ง ซึ่ง อาจจะทำให้ แก๊งค์คว่ำร่าง รธน. ถูกประณาม ได้ ไม่น้อยหน้ากัน ..............ก็คือ เหตุผลที่ว่า.............ต้องการแสดงให้เห็นว่า คว่ำ รธน.สำเร็จ ก็คือ ชนะ คมช. ในทางการเมือง เท่านั้น ...............(แต่ เศรษฐกิจ การเมือง ส่วนรวมเสียหายยังไง ไม่สน) .....................
.......สุดท้าย ........อยากให้กลับไปอ่าน แล้วใช้ความคิด .......อย่าให้ใครเอาเงิน 200 มาสนตะพายจมูก เอาได้ !
Mr.K.Cheng Gong (จิ้งจอกหน้าหยก เซียวอิงจวิ้น)
โดย :
จิ้งจอกหน้าหยก_เซียวอิงจวิ้น (Guest !)
อีเมล์ : yoknoi16@thaimail.com
วันที่ : 2007-08-11 14:58:52
Tags :
จิ้งจอกหน้าหยก