เจ๊งน้ำมันแพง! โละร้านเลหลัง
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง ว่าร้านอาหารเยาวราชทะเลเผา บริเวณสี่แยกแคราย ถนนติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ขึ้นป้ายขายกิจการทิ้ง เพราะทนพิษน้ำมันแพงไม่ไหว จึงเดินทางไปยังร้านดังกล่าว พบว่า ด้านหน้าร้านมีการเขียนป้ายผ้าข้อความว่า น้ำมันก็แพง ข้าวของก็แพง แล้วเราจะอยู่ยังไง เลิกกิจการ น้ำมันแพง ขายทุกอย่างในร้าน ขณะเดียวกันมีการนำจานชาม อุปกรณ์ทำครัว โต๊ะ เก้าอี้ ตู้โชว์ของเก่า ฯลฯ มาวางขายชนิดลดแลกแจกแถม โดยมีลูกค้าจำนวนมาก สาละวนกับการคัดเลือกสิ่งของที่ต้องการ
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายสมศักดิ์ ศรีเพ็ชร หรือเค เยาวราช อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 ม.5 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านว่า เดิมทีมีอาชีพขายของเก่าจำพวก โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เตียง บ้านไม้เก่า อยู่ย่านเยาวราช กระทั่งเก็บหอมรอมริบได้เงินมากพอสมควร จึงตัดสินใจลงทุนเปิดร้านอาหารที่นี่เมื่อต้นปี 2550 และนำบ้านไม้ทรงไทยที่ซื้อสะสมไว้ มาตกแต่งร้านเพื่อดึงดูดความสนใจ บนบ้านมีการโชว์ของเก่า ของโบราณ จำพวกเครื่องเงิน ของหายากต่างๆ ให้ลูกค้าได้ชมระหว่างรอรับประทานอาหาร ซึ่งใช้เงินลงทุนไปประมาณ 22 ล้านบาท
เจ้าของร้านเยาวราชทะเลเผากล่าวต่อว่า ระยะแรกกิจการไปได้ดี มีลูกค้าแห่มาอุดหนุนกันอย่างคับคั่ง รายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท หักต้นทุนแล้วยังได้ กำไรหลายแสนบาท กระทั่งช่วงต้นปีที่ผ่านมา เจอวิกฤติน้ำมันแพงราคาสูงขึ้นไม่หยุดหย่อน ส่งผลให้วัตถุดิบภายในร้าน ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา ผัก น้ำมันพืชถ่านหุงข้าว ต่างถีบตัวสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว อย่างเมื่อก่อนขับรถกระบะไปตลาดมหาชัย เติมน้ำมัน 250 บาท ตอนนี้ต้องเติม 500 บาท น้ำมันพืชจากเดิมถังละ 380 บาทขึ้นราคาเป็นถังละ 740 บาท ปูม้าจาก กก.ละ 320 บาทขึ้นราคาเป็น 500 บาท ปลาหมึกจาก กก.ละ 100 บาท ขึ้นราคาเป็น กก.ละ 180 บาท แม้แต่รากผักชีที่ร้านสไตล์ซีฟู้ดต้องใช้ ราคาพุ่งไป กก.ละ 300 บาท หรือถ่านหุงข้าวที่ต้องใช้ปิ้งย่างจาก กก. ละ 11 บาท ขึ้นไปเป็น กก.ละ 19 บาท ต้องทนแบกรับภาระมาตลอด เคยขอลูกค้าขึ้นราคาอาหารมาแล้ว บางคนเข้าใจ บางคนต่อว่าต่อขานว่าทำไมต้องโยนภาระให้ สุดท้ายเอาไม่อยู่ ขาดทุนตลอด ทั้งวัตถุดิบและน้ำมัน ขึ้นราคาเป็นรายวัน ส่งผลให้ร้านขาดทุนเฉลี่ยวันละ 7 พันบาท มาไม่ต่ำกว่า 5 เดือนแล้วไหนจะต้องดูแลลูกน้องอีกร่วม 50 คน ยอมรับว่าเป็นภาระหนักมาก
นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า เมื่อประสบภาวะขาดทุนถึงขีดสุด จึงตัดสินใจปิดกิจการ พยายามดึงต้นทุนกลับคืนมาบางส่วนเพื่อนำไปใช้หนี้ ด้วยการโละข้าวของทุกอย่างภายในร้าน โดยเรือนไทยขายราคา 12 ล้านบาท ต้นไม้ ขนาดใหญ่ภายในร้านทั้งหมดจากเดิมราคาไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท ขายเพียง 5 หมื่นบาท ถ้วยชามอุปกรณ์ทำครัวทุกชนิดลดสะบั้นหั่นแหลก อาทิ ตู้เย็นแช่ผัก แช่อาหารสด จากราคา 4 หมื่นบาท ขายเพียง 1.5 หมื่นบาท เตาแก๊สชุดใหญ่ราคา 45,000 บาท ขาย 1.5 หมื่นบาท จานขนาดใหญ่ใบละ 150 บาท ลดเหลือใบละ 30 บาท แก้วใบละ 39 บาท ลดเหลือ 10 บาท โดยข้าวของทุกชิ้นลูกค้าที่แห่ มาซื้อต่างพอใจ เนื่องจากลดต่ำกว่าทุนมาก เงินจากการขายของจะนำไปใช้หนี้ แล้วค่อยคิดหาทางทำอย่างอื่น อย่างไรก็ตาม อยากให้กรณีของตนเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ที่คิดจะเปิดร้านอาหารว่า ธุรกิจประเภทนี้มาเร็วไปเร็ว ยิ่งเจอรัฐบาลบริหารงานไม่เป็น ข้าวของแพงทุกอย่าง น้ำมันแพง เอาแต่ทะเลาะกับคนโน้นคนนี้ ทะเลาะกับม็อบ แทนที่จะ คิดหาทางแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านจะดีกว่า ขืนบริหารประเทศด้วยปากอย่างเดียว ควรพิจารณาตัวเองได้แล้ว
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 
ทางเลือกใหม่สำหรับ สมาชิก Mthai.com รับข่าวผ่านมือถือ
โดย :
Supawan
อีเมล์ :
วันที่ : 2008-06-02 14:19:38
Tags :
เจ๊ง
น้ำมัน
แพง
โละร้าน
เลหลัง