home   |   blog   |   video   |   album   |   club   |   picpost   |   sticker   |   email   |   chat   |   e-card   |   memory   |  
เงินนอกหนุนตลาดหุ้น-ค่าเงินบาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ10ปี

เงินนอกหนุนตลาดหุ้น-ค่าเงินบาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ10ปี



ดัชนีหุ้นไทยพุ่งกว่า 20 จุด ปิดทะลุระดับ 800 จุด และเงินบาทแข็งค่าสร้างสถิติใหม่ในรอบ 10 ปี เนื่องจากเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า ด้านสมาคมนักวิเคราะห์เล็งปรับเป้าดัชนีสิ้นปี คาดมีลุ้นแตะ 840 จุด

: บรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์วานนี้ (3 ก.ค.) ดัชนีปิดการซื้อขายที่ระดับ 813.52 จุด เพิ่มขึ้น 20.81 จุด หรือ 2.63% ระหว่างวันดัชนีปรับตัวแตะระดับสูงสุดที่ 818.98 จุด และอ่อนตัวต่ำสุดที่ 797.14 จุด มูลค่าการซื้อขาย 46,927.77 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติยังซื้อต่อเนื่องอีก 7,833.08 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 1,008.58 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนทั่วไปขายสุทธิ 8,841.65 ล้านบาท

ทั้งนี้ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่ระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี นับจากวันที่ 2 มกราคม 2540 ที่ดัชนีปิดการซื้อขายที่ระดับ 803.13 จุด หรือคิดเป็นระดับดัชนีที่สูงสุดหลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ขณะที่มูลค่าการซื้อขายมากสุดในรอบ 6 เดือน แต่ยังไม่ทำลายสถิติเดิมเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2549 ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 55,217 ล้านบาท

นายกิตติ เหมนิลรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะเงินลงทุนจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเงินลงทุนทั่วโลกกำลังไหลเข้าลงทุนในตลาดหุ้น แทนตลาดพันธบัตรหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐคงดอกเบี้ยไว้ ส่งผลให้ผลตอบแทนในตลาดหุ้นสูงกว่าตลาดพันธบัตร และวานนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นถ้วนหน้า ทั้งตลาดหุ้นดาวโจนส์ ยุโรป และเอเชีย โดยเฉพาะตลาดหุ้นประเทศจีนและญี่ปุ่น

เขากล่าวต่อว่า ในขณะนี้ปัจจัยพื้นฐานในประเทศ ยังไม่ใช่สิ่งจูงใจนักลงทุนต่างประเทศ แต่เป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนในประเทศมั่นใจยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเลือกตั้งในปลายปี

"มุมมองของเราจึงเป็นบวกต่อเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง และประเมินเป้าหมายดัชนีสิ้นปีที่ 840 จุด จึงแนะนำให้นักลงทุนขายทำกำไรระยะสั้นเมื่อดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าในระยะสั้น จะมีแรงขายทำกำไรออกมาเป็นระยะ โดยให้ขายหากดัชนีปรับเพิ่มขึ้นถึง 815 จุด" นายกิตติ กล่าว

หุ้นไทยขึ้นต่อมั่นใจเลือกตั้ง

นายกำพล อัศวกุลชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ธุรกิจกองทุนรวม บลจ.ไทยพาณิชย์ เชื่อว่า ดัชนีหุ้นไทยยังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง ภายใต้ความเชื่อมั่นจะมีการเลือกตั้ง แม้ว่ายังมีความเสี่ยงเรื่องการล้มร่างรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีทางออกสำหรับการเมืองไทย โดยการนำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาใช้ก่อน จึงทำการแก้ไขหลังมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

บลจ.ไทยพาณิชย์ จึงปรับเป้าดัชนีเพิ่มเป็น 820-850 จุด จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 780-800 จุด ภายใต้พื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นต่อเนื่อง เห็นสัญญาณจากการเติบโตของภาคส่งออกที่เพิ่มขึ้น 18-19% ในขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพบริษัทจดทะเบียนไทย

หุ้นเอเชียยกแผงปิดแดนบวก

ด้านตลาดหุ้นฮ่องกง ทะยานแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพราะได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ขณะที่หุ้นไชน่า โมบายล์ นำการปรับตัวขึ้นและราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวสูงขึ้นดันหุ้นปิโตรไชน่า และหุ้นกลุ่มน้ำมันให้ปรับตัวขึ้น

ทั้งนี้ ดัชนีหั่งเส็ง ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 22,151.14 พุ่งขึ้น 378.41 จุด หรือ 1.74 % และหุ้นเอชหรือหุ้นบริษัทจีนที่จดทะเบียนในฮ่องกงแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 12,406.39 ทะยานขึ้น 3.4%

ขณะที่ ดัชนีนิกเคอิ ปิดตลาดขยับขึ้น 3.60 จุด หรือ 0.02% สู่ระดับ 18,149.90 ภายหลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน ในช่วงเช้า ส่วนปริมาณการซื้อขายอยู่ในระดับเบาบางที่ 1.78 พันล้านหุ้น

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปิดพุ่งขึ้น 34.15 จุด หรือ 1.93% อยู่ที่ 1,805.50 โดยขยายช่วงบวกที่ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มชิปปิง ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิจากการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท

ตลาดหุ้นไต้หวัน ปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี อีกครั้ง นำโดยการพุ่งขึ้นของหุ้นอัสซุสเทค ซึ่งได้ประกาศรายละเอียดแผนการแยกธุรกิจการผลิต โดยดัชนีเวทเต็ด ปิดตลาดพุ่งขึ้น 56.71 จุด หรือ 0.63% อยู่ที่ 8,996.20 มีวอลุ่มซื้อขาย 1.8311 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน

ส.นักวิเคราะห์เล็งเพิ่มเป้าดัชนี

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า สมาคมนักวิเคราะห์จะส่งแบบสอบถามเกี่ยวกับเป้าหมายดัชนีสิ้นปีให้กับบริษัทสมาชิก เพื่อรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับเป้าหมายดัชนีอีกครั้งในอีก 2-3 สัปดาห์หน้า ซึ่งมีแนวโน้มบริษัทสมาชิกจะปรับเป้าดัชนีใหม่

หลังจากที่ดัชนีปรับขึ้น โดยค่าเฉลี่ยดัชนีเป้าหมายเดิมที่เคยรวบรวมไว้อยู่ที่ระดับ 731 จุด ส่วนกรอบดัชนีใหม่จะอยู่ในช่วง 780-840 จุด และยังต้องปรับเป้าการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มพลังงานและธนาคาร รวมทั้งปรับราคาเป้าหมายด้วย

"ค่าเฉลี่ยใหม่น่าจะไม่ต่ำกว่า 780 จุด เท่าที่บริษัทสมาชิกทยอยประกาศอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งมีบางรายประเมินกรอบใหม่ไว้ถึง 900 จุด ด้วย จึงคาดว่ากรอบใหม่น่าจะอยู่ที่ 780-840 จุด" นายสมบัติ กล่าว

นายสมบัติกล่าวอีกว่า นักลงทุนต่างประเทศน่าจะซื้อสุทธิต่อเนื่อง และมีโอกาสซื้อสุทธิในรอบการลงทุนครั้งนี้มากกว่าค่าเฉลี่ยการซื้อสุทธิที่ผ่านมา 2 ปี ที่มีค่าเฉลี่ยที่ 1-1.5 แสนล้านบาท ซึ่งรอบนี้ปัจจัยการเมืองจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ประกอบการลงทุน และตั้งแต่กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยประมาณ 1 แสนล้านบาท

บาทแข็งค่ารอบ10ปี

ทั้งนี้ นักบริหารเงินจากธนาคารพาณิชย์ กล่าวว่า ค่าเงินบาทวานนี้ปรับตัวแข็งค่าตลอดทั้งวัน โดยเปิดตลาดที่ระดับ 34.44-34.47 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และระหว่างวันมีแรงขายดอลลาร์สหรัฐจากผู้ส่งออก รวมทั้งมีเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่องในตลาดหุ้น ทำให้ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 34.30-34.32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่าสุดของวัน และแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 10 ปี

"เงินบาทวันนี้แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเมื่อวาน เนื่องจากมีความต้องการขายดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่มีความชัดเจนทางด้านการเมือง ซึ่งจะส่งผลดีกับแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีที่น่าจะฟื้นตัวดีขึ้นได้ "

ส่วนทิศทางในวันนี้ คาดว่าเงินบาทยังมีโอกาสที่จะแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.20-34.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ธปท.ระบุยังไม่จำเป็นต้องดูแล

ดร.อัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการสายเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นวานนี้ (3 ก.ค.) เป็นไปตามทิศทางของค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค ที่แข็งค่าขึ้นโดยเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ และเงินบาทได้แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องมาเป็นเวลา 2 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม แล้ว การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นตามภูมิภาคนี้ ไม่มีความจำเป็นที่ ธปท.จะต้องเข้าไปดูแล

"มีเงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งเห็นได้จากยอดการซื้อขายสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนค่าเงินบาทวานนี้ (3 ก.ค.) เปิดตลาดที่ระดับ 34.36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 34.49 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ" ดร.อัจนา กล่าว

ดร.อัจนา กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ ค่าเงินบาทโดยรวมเคลื่อนไหวเกาะกลุ่มกับสกุลอื่นๆ ในภูมิภาคมาตลอด ส่วนบางช่วงที่ไม่ถึงกับเกาะติดกับเงินสกุลอื่น เพราะช่วงนั้นการส่งออกขยายตัวได้ดี จึงมีการขายดอลลาร์สหรัฐแลกบาทบ้าง ซึ่งโดยรวมแล้วค่าเงินบาทก็มีระดับอยู่ระหว่างกลางหากเทียบกับค่าเงินสกุลอื่นๆ

โฆสิตเชื่อค่าเงิน "ธปท." จัดการได้

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงกรณีค่าเงินบาทที่แข็งค่าแตะระดับ 34.38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 10 ปี ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นข้อมูลว่าเงินที่ไหลเข้ามาในประเทศไหลเข้ามาลงทุนในส่วนใด ซึ่งเป็นไปได้ว่าเงินบางส่วนอาจจะไหลเข้าตลาดหุ้นก็ได้เพราะตลาดหุ้นของไทยน่าสนใจ ในขณะที่พื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศยังแข็งแรงอยู่

นายโฆสิต กล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอให้เลื่อนวันเลือกตั้งว่า ตนมองว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่เข้าใจรัฐบาลมีเจตนาชัดเจนที่จะให้มีการเลือกตั้งเร็วที่สุด และพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ก็ได้ระบุไว้เช่นนั้น หากมีการเลื่อนการเลือกตั้งไปเป็นต้นปีหน้า ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร หากมีความชัดเจนเกี่ยวกับการเตรียมการจัดการเลือกตั้ง และหากมีการเลื่อนการเลือกตั้ง เพราะความจำเป็นในเรื่องการเตรียมการก็เป็นสิ่งที่น่าจะยอมรับได้ และไม่น่าจะมีผลกระทบต่อนักลงทุน

หยวนแข็งทำนิวไฮ 3 วันติด

หยวนทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดเทียบดอลลาร์ นับตั้งแต่มีการปรับขึ้นค่าเงินเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน และหยวนสามารถดีดตัวข้ามระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 7.6000 หยวน/ดอลลาร์ ได้เป็นครั้งแรก โดยได้รับแรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางไว้ที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์

ก่อนที่การซื้อขายจะเริ่มต้นขึ้น ธนาคารกลางจีนได้กำหนดค่ากลางของหยวนไว้ที่ 7.5951 หยวน/ดอลลาร์ โดยเพิ่มขึ้นจาก 7.6075 เมื่อวานนี้ และถือเป็นค่ากลางที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่จีนปรับขึ้นค่าเงินหยวนในเดือนกรกฎาคม ปี 2548 เป็นต้นมา โดยจีนได้ยกเลิกระบบผูกติดค่าเงินหยวนกับดอลลาร์ในเดือนนั้นด้วย

ทั้งนี้หยวนทะยานขึ้นสู่ 7.5952 หยวน/ดอลลาร์ ถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่การปรับขึ้นค่าเงินหยวน แต่หยวนลดช่วงบวกลงเล็กน้อยสู่ 7.5954 หยวน/ดอลลาร์ เมื่อเวลา 10.29 น. ตามเวลาของไทย แต่ยังคงไต่ขึ้นจากระดับปิดวานนี้ที่ 7.6047 หยวน/ดอลลาร์

ที่มาจาก


อ่านข่าวเด่น ประเด็นร้อนได้ที่นี่

โดย : pOtAtoCheEsecAke
อีเมล์ :
วันที่ : 2007-07-04 03:03:52
Tags : เงิน ตลาดหุ้น ค่าเงิน สถิติ สูงสุด


   



 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท



ความคิดเห็นที่ 51
สุดยอดดดด!!! โปรแกรมควบคุมน้ำหนักและสุขภาพ รับประกันผล 200%
- คอร์สลดน้ำหนักและสัดส่วน สำหรับคนทั่วไป
- คอร์สลดน้ำหนักหลังคลอดบุตร
- คอร์สสุขภาพ สำหรับหญิงมีครรภ์ ที่ต้องการให้สารอาหารที่ดีกับลูกน้อยในครรภ์
- คอร์สเพิ่มน้ำหนักและกล้ามเนื้อ สำหรับคนที่ผอมไป หรือนักกีฬาที่ต้องการพลังงาน
- คอร์สรักษาสุขภาพ สำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น เบาหวาน ความดัน คลอเลสเตอรอล ไมเกรน ภูมิแพ้
- คอร์สชลอความชรา สำหรับคนที่ต้องการดู หนุ่ม สาว กว่าวัย
ทุกคอร์ส การันตีผล และความปลอดภัย
ดูรายละเอียดได้ในเว็บนี้นะ owow 4 u .com/winss (พิมพ์ติดกันนะคะ)
โดย : บี     วันที่ :2007-07-06 13:57:52    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 50
สุดยอดดดด!!! โปรแกรมควบคุมน้ำหนักและสุขภาพ รับประกันผล 200%
- คอร์สลดน้ำหนักและสัดส่วน สำหรับคนทั่วไป
- คอร์สลดน้ำหนักหลังคลอดบุตร
- คอร์สสุขภาพ สำหรับหญิงมีครรภ์ ที่ต้องการให้สารอาหารที่ดีกับลูกน้อยในครรภ์
- คอร์สเพิ่มน้ำหนักและกล้ามเนื้อ สำหรับคนที่ผอมไป หรือนักกีฬาที่ต้องการพลังงาน
- คอร์สรักษาสุขภาพ สำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น เบาหวาน ความดัน คลอเลสเตอรอล ไมเกรน ภูมิแพ้
- คอร์สชลอความชรา สำหรับคนที่ต้องการดู หนุ่ม สาว กว่าวัย
ทุกคอร์ส การันตีผล และความปลอดภัย
ดูรายละเอียดได้ในเว็บนี้นะ owow 4 u .com/winss (พิมพ์ติดกันนะคะ)
โดย : บี     วันที่ :2007-07-06 13:53:12    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 49
สุดยอดดดด!!! โปรแกรมควบคุมน้ำหนักและสุขภาพ รับประกันผล 200%
- คอร์สลดน้ำหนักและสัดส่วน สำหรับคนทั่วไป
- คอร์สลดน้ำหนักหลังคลอดบุตร
- คอร์สสุขภาพ สำหรับหญิงมีครรภ์ ที่ต้องการให้สารอาหารที่ดีกับลูกน้อยในครรภ์
- คอร์สเพิ่มน้ำหนักและกล้ามเนื้อ สำหรับคนที่ผอมไป หรือนักกีฬาที่ต้องการพลังงาน
- คอร์สรักษาสุขภาพ สำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น เบาหวาน ความดัน คลอเลสเตอรอล ไมเกรน ภูมิแพ้
- คอร์สชลอความชรา สำหรับคนที่ต้องการดู หนุ่ม สาว กว่าวัย
ทุกคอร์ส การันตีผล และความปลอดภัย
ดูรายละเอียดได้ในเว็บนี้นะ (พิมพ์ติดกันนะคะ)
โดย : บี     วันที่ :2007-07-06 13:51:27    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 48
jgh
โดย : fhfhf     วันที่ :2007-07-05 03:52:55    IP :61.7.133.xx   
ความคิดเห็นที่ 47
ครับ
โดย : F20B     วันที่ :2007-07-05 03:38:56    IP :203.156.24.xx   
ความคิดเห็นที่ 46
คห.30-35เนี่ย ระวังเขาตามเจอนะ ใช้โปรแกรมเปลี่ยนเลขไอพีเนี่ยตาม เดี๋ยวโดนเก็บหรอก
โดย : สาวกแม้ว..ระวังไว้เถอะมึน     วันที่ :2007-07-04 21:06:40    IP :124.120.37.xx   
ความคิดเห็นที่ 45
ข้างล่างก็ว่ากันไป เราซื้อ ตัว เคทีบี(ธ.กรุงไทย) แค่ 3 วันกำไร ไปแล้ว 26 %
หุ้นบางตัวเราซื้อเก็บ ตั้งแต่ปีที่แล้ว บางตัวกำไรเกิน 100 % ไปแล้ว หุ้นหลายตัว เราต้นทุนต่ำ เพราะเราช้อนซื้อเก็บไปก่อนเป็นปี รับเงินปันผลเป็นดอกเบี้ยค่าขนมไป 10 % ส่วนต่างที่ได้ก็ถือเป็นโบนัส

เราอ่านหนังสือพวก พ่อรวยสอนลูก นักลงทุนผู้ชาญฉลาด พยายามให้เงินทำงานแทนเราอย่างมีประสิทธิภาพ

หุ้นขึ้น ร้อนแรงตอนนี้เราไม่ทราบเหตุแน่ชัด รู้แต่ว่าหุ้นเราก่อนหน้านี้ราคาถูก แต่ ณ ตอนนี้ราคาไม่ถูกแล้ว ใครใคร่มาตอนนี้อาจช้าเกินไป รถไฟออกสถานีไปไกลแล้ว
โดย :     วันที่ :2007-07-04 20:37:30    IP :203.156.27.xx   
ความคิดเห็นที่ 44
นึกว่ากุโง่นักหรอ...
โดย : อะไรกันครับเนี้ย...     วันที่ :2007-07-04 20:29:18    IP :59.84.7.xx   
ความคิดเห็นที่ 43
เรืองหุ้นขึ้นหรือไม่นั้นมันสะท้อนอะไรบางอย่างที่คนส่วนมากไม่ค่อยได้คิด.....อย่าลืมว่าถ้าหุ้นขึ้นคนเล่นหุ้นก็ดีใจ...บอกรัฐบาลทำถูก....แต่ถ้าหุ้นติดลบบ่อย ๆ ก็บอกรัฐบาลไม่ได้เรื่อง...เรื่องทั้งหมดถ้าคิดดูว่าคนทุกคนมีความ "อยาก" ของตัวเองทั้งนั้น...โดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงของขณะนี้....ส่งออกตอนนี้เปรียบเสมือนคนไข้ที่อยู่ห้อง ICU จะทนได้เต็มที่อีกไม่นานประมาณ 2 เดือนเท่านั้น...เศรษฐกิจเราถูกทำลายโดยค่าเงินที่เข้ามามากเกินจริง (เป็นการโจมตีเรื่องเศรษฐกิจดีดีนี่เอง) จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ ขณะนี้เป็นการกลืนธุรกิจกัน....และถูกต้องด้วย ตอนนี้ใครที่เป็นหนี้หรือกู้ยืมมากและค่าใช้จ่ายสูง....ถ้าปรับตัวเองได้ก็รีบลดภาระให้มากที่สุดด้วยสภาวะแบบนี้เป็นมาตั้งแต่ เริ่มไตรมาส 3 ของปี 48 แล้ว....หลังจากนี้ก็ต้องค่อยคิดค่อยทำเท่าที่ทำได้....และห้างร้านทั้งหลายกำลังประสบอยู่.....
โดย : คนไทย     วันที่ :2007-07-04 19:24:42    IP :124.120.165.xx   
ความคิดเห็นที่ 42
เดียวรู้ IMF จะกลับมาหาคนไทยอีก อดยากปากแห้งยังจะบอกว่าดัชนีขึ้นถ้าขึนจริงทำไมคนตกงานเยอะห่าเอาสมองด้านไหนคิดว่ะ
โดย : เด็กคอนปากพนัง     วันที่ :2007-07-04 19:20:36    IP :58.8.150.xx   
ความคิดเห็นที่ 41
มันจะขึ้นซักกี่วัน กันวะ
ทำไมไม่ดู ภาพรวม
โดย : hgh     วันที่ :2007-07-04 18:40:21    IP :58.9.150.xx   
ความคิดเห็นที่ 40
มันก็มีข้อดีข้อเสียอ่ะนะ

เราอยู่ต่างประเทศลำบากมากเพราะส่งเงินให้ที่บ้านได้น้อยสุดๆ น้อยกว่าสองปีก่อนสิบบาทเลยละ..จะบ้าตาย
โดย : aa     วันที่ :2007-07-04 17:49:41    IP :122.17.36.xx   
ความคิดเห็นที่ 39
มันบ้าไปแล้วเหรอ เงินบาทแข็งตัวเกินจริง ส่งออกก็ส่งไม่ได้ ส่งเข้าเขาก็ไม่ขาย ตอนนี้ของแพงจะตาย แต่เงินเดือนไม่มีปัญญาขึ้นให้ ทุเรศ ฉันอยู่ต่างปท.ส่งเงินกลับบ้านไม่ได้เลย
เบื่อว่ะ นึกว่าตูโง่รึ
โดย : ต่างแดน     วันที่ :2007-07-04 17:36:30    IP :218.164.110.xx   
ความคิดเห็นที่ 38
โถ ไอ้พวกลิ่วล้อแม้ว
ตอนแม้วเป็นนายก ถ้าหุ้นขึ้นบอกฝีมือแม้ว ถ้าหุ้นลงบอกเป็นฝีมือม็อบสนธิ
ตอนนี้กลับไม่ให้เชื่อ...
โดย : ก้อนหินน้อย     วันที่ :2007-07-04 17:19:28    IP :124.157.151.xx   
ความคิดเห็นที่ 37
เฮ้อ... พวกสาวกแม้วนี่เป็นอย่างที่ผมว่าไว้ใน คห. 19 จริง ๆ

มาตอนนี้บอกอย่าไปดูตัวเลขดัชนี มันไม่ได้อิงถึงเศรษฐกิจ

แต่... ยังจำได้ไหมครับ วันที่ประกาศมาตรากันสำรองแล้วหุ้นดิ่งลง 100 กว่าจุด ไม่รู้ใครที่ไหนมันบอกว่า ดูสิ เผด็จการมาบริหาร นลท.ต่างชาติทิ้งหุ้นกระจุยเ หุ้นเลยลงไป 100 กว่าจุด

พอมาตอนนี้หุ้นขึ้นดันบอกอย่าไปดูตลาด มันอ้างอะไรไม่ได้

เออ...ดีว่ะ พออยากจะด่าก็ให้ดูตลาดหุ้นที่มันลง แต่พอตลาดขึ้นก็บอกอย่าไปสนใจ

โดย : K.J.     วันที่ :2007-07-04 17:07:18    IP :unknown, 58.64.91.xx   
ความคิดเห็นที่ 35
อย่าเพิ่งดีใจไปกับดัชนีหุ้นที่กำลังทยานขึ้นนี่เป็นเพียงขั้นตอนของการฉกฉวยโอกาสที่กำลังมีข่าวว่าจะมีการเลือกตั้งของนักต้มตุ๋นในตลาดหลักทรัพย์ แล้วคอยดูว่าถึงจุดจุดหนึ่งแล้วพวกนักต้มตุ๋นก็จะทำการเทขายออกมา ทีนี้แหละครับหุ้นร่วงราวกับผีพุ่งใต้เลยที่เดียว
และที่สำคัญที่สุดภาครัฐอย่าไปดีใจไปกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่กำลังทยานขึ้นนี่ไม่ใช่ฝีมือการบริหารของท่านเลยแม้แต่น้อยมันเป็นเพียงวิธีการหาเงินของนักลงทุนต้มตุ๋น แต่ ท่านเคยหันไปมองดูภาคการค้านอกตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ว่าธุรกิจต่าง ๆ กำลังจะตายอยู่แล้ว และถ้าหากว่าธุรกิจนอกตลาดหลักทรัพย์ล้มราวกับโดมิโน แล้วท่านจะรู้ว่า ตลาดหลักทรัพย์มันไม่ใชภาพที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง
แล้วภาครัฐเวลานี้ก็ดีใจไปกับการที่ภาคส่งออกกำลังไปได้ด้วยดี แต่ เคยลงไปเจาะถึงว่าสินค้าที่ส่งออกมันเป็นสินค้าประเภทอะไร มันเกี่ยวข้องกับปากท้องของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศหรือไม่
โดย : ต้มยำกุ้ง 3 (แมงเม่า)     วันที่ :2007-07-04 16:49:22    IP :222.123.12.xx   
ความคิดเห็นที่ 34
มันขึ้นเพราะอะไร
ชาวบ้านจะหาแดกกันไม่ได้แล้ว
ของที่พี่น้องตูผลิตขายตามหมู่บ้านก็เลิกผลิตกันหมด ไม่รู้จะไปขายที่ไหน
ไอ้เงินที่ คมช. ไปแจกตามหมู่บ้านภาคอีสาน หมู่บ้านละสองสามแสนนะไปแจกเพื่ออะไร ใครได้
โดย : 123258     วันที่ :2007-07-04 16:48:37    IP :58.9.187.xx   
ความคิดเห็นที่ 33
เป็นไปไม่ได้หรอกที่ว่าเศ็รษฐกิจจะดีขึ้น เพียงแค่ดูตัวเลขพวกนี้ มันจำกันไม่ได้เหรอที่เงินตก ไป60- $ น่ะ ตัวเลขสูงกว่านี้เยอะเลย มันจะดีได้ไงล่ะว่ะเนี้ ในเมื่อ ราก หญ้า หรือคน พื้นฐาน ยังไม่ค่อยจะมีเงินใช้กันเลย ใช้ความจริงมาพูดกันดีกว่าอย่าเอาข้อมูลที่เขาสั่งให้เขียนมาแสดงเลย น่ะ
โดย : จะหลอกคนอื่นทำไหม     วันที่ :2007-07-04 16:37:02    IP :125.24.17.xx   
ความคิดเห็นที่ 32
หลอกลวงตามเคยถ้าเกิดว่าหุ้นดีจริงประชาชนคงไม่อดยากปากแห้งหรอกครับตอนนี้นักศึกษาที่ตกงานมีเยอะประชาชนก็ไม่มีทางเลือกในการขายสินค้าทางการเกษตรที่มีราคาตกต่ำ ส่วนราคายางพาราที่บ้านผมราคาตกต่ำมาก จงอย่าเห็นแก่ที่ คมช. หยิบยื่นให้เพื่อสร้างภาพแล้วมาทำลายคนในประเทศเพราะอะไรก็แล้วแต่ที่ได้มาโดยการข่มขู่การยึดมาจากประชาชนคนพวกนี้ไม่จริงใจแล้วที่เห็นชอบกับ คมช. สักวันท่านจะรู้สึกว่าคิดผิดเพราะประเทศไทยกำลังลงดิ่งเหมือนพม่าเข้ามาทุกที โชคดีที่เกิดบนแผ่นดินแต่โชคไม่ดีที่คนไทยเห็นแก่ได้มากกว่า
โดย : ปากพนังคอน     วันที่ :2007-07-04 16:32:50    IP :58.8.150.xx   
ความคิดเห็นที่ 31
เอาน่า ได้กันคนละดอก จะคิดมากทำไม ทักได้แมนซิ และยังรอดการดำเนินคดีกว่าจะได้เรื่องได้ราวกันอีกนาน ส่วนหุ่นขึ้นก็ดีต่อหลายฝ่ายยกเว้นส่งออกมีแต่ส่งออกที่ดูกันไปยาว ๆ ว่าจะรวยกระจุกจนกระจายหรือเปล่า คิดซะว่าน้ำขึ้นให้รีบตัก เพราะอนาคตไม่แน่นอน อาจจะฮวบแบบร้องไม่ออกกันเลย
โดย : """     วันที่ :2007-07-04 16:23:07    IP :124.121.140.xx   
ความคิดเห็นที่ 30
สถาณการณ์แบบนี้เนี่ยนะ?
กลัวต่างชาติมันจะมาโจมตีค่าเงินบาทมากกว่าอะ
เกิดวันดีคืนดีพร้อมใจกันถอนหุ้นออกไปหมดก็เรียบร้อยครับท่าน
โดย : ระแวงอะ     วันที่ :2007-07-04 16:22:35    IP :58.136.133.xx   
ความคิดเห็นที่ 29
รำคาญพวกสาวกแม้ว สรุปแล้วรัฐบาลทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง ต้องให้แม้วโกงชาติบ้านเมืองน่ะสิถึงจะดีใช่มั้ย
โดย : e_kungwanjai     วันที่ :2007-07-04 16:18:41    IP :58.8.127.xx   
ความคิดเห็นที่ 28
แก้ไขเป็นคห. 25 ครับ ไม่ใช่ 15
โดย : K.J.     วันที่ :2007-07-04 15:50:19    IP :unknown, 58.64.91.xx   
ความคิดเห็นที่ 27
คห.15 ครับ
ก็ไอนักธรุกิจ นักลงทุน (แถมต่างชาติอีกต่างหาก) นั่นแหละครับที่เข้ามาซื้อหุ้น จนตลาดมันขึ้นมา แถมวันนี้ยังไปต่อ 15:46 บวกอยู่ 14.77 จุด ช่วงเช้าต่างชาติก็ยังซื้ออยู่อีก 2 พันกว่าล้าน ถ้ามันไม่ดีต่างชาติจะเข้ามาซื้อหรือครับ

เอาไว้ให้เข้าใจตลาดหุ้นมากกว่านี้ก่อนนะครับ ค่อยมาพูด
โดย : K.J.     วันที่ :2007-07-04 15:49:33    IP :unknown, 58.64.91.xx   
ความคิดเห็นที่ 25
ภาพลวงตา นักธุรกิจเขาไม่ดูตัวเลขพวกนี้หรอกเขาดู"งบการเงิน"ของบริษัทที่จะเข้าไปลงทุน
โดย : จูกัดเหลียง     วันที่ :2007-07-04 15:27:10    IP :222.123.14.xx   
ความคิดเห็นที่ 23
ตลาดหุ้นไทยน่าจะไปไกลตั้งนานแล้ว ดูอย่างเกาหลีกะมาเลย์สิ ดัชนีแตะหลักพันนานแล้ว เมื่อก่อนยังไกล้ๆกะของเราอยู่เลย เรามีปัญหาตุ้งแต่ปี 47 ทำให้ไปได้ช้า
โดย : เสียเล็ก     วันที่ :2007-07-04 14:43:27    IP :202.129.59.xx   
ความคิดเห็นที่ 22
ทักษิณขายชาติเรียนสูงมาสะป่าว ชาติชาด ชิหายมาเยอะแล้วไอ้นี้เลวมาตั้งแต่พ่อมันแล้วล่ะ ได้เมียรวยเกาะเมียกิน
โดย : ลาวจ่ะ     วันที่ :2007-07-04 14:03:35    IP :161.200.255.xx   
ความคิดเห็นที่ 21
เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ สิบแปด และสิบเก้า ผมอยากรู้จังว่าถ้าหากรัฐบาลชุดนี้ทำให้เศรษฐกิจเจริญทันตาเห็น และมีรากฐานที่มั่นคง ไอ้พวกลิ้วล้อ ลูกล่อลูกชนของทักษิณ จะพูดว่าอย่างไรอีก ผมเชื่อว่ามันจะพูดเอาดีใส่ตัวว่า เป็นเพราะทักษิณวางรากฐานที่มั่นคงเอาไว้ต่างหากเป็นแน่แท้ นี่แหละหนาพวกเห็นแก่ตัว เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น มีคนพวกนี้อยู่เยอะบ้านเมืองเลยไม่เจริญ เพราะโง่เง่าเต่าตุ่น ให้ทักษิณหลอกใช้ เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองและพรรคพวก
โดย : TheManCityLion     วันที่ :2007-07-04 13:47:58    IP :222.123.2.xx   
ความคิดเห็นที่ 20
สมัย ปชป หุ้นขึ้น แตะ 1500 ก็ทำมาแล้ว

แค่นี้ จิ๊บๆ
โดย : ddd     วันที่ :2007-07-04 13:26:25    IP :58.8.186.xx   
ความคิดเห็นที่ 19
ไอ้พวกฟาย แม้วจะอยู่รึใครจะมาจะไป คนก็ต้องกินต้องใช้ต้องซื้อขายโว้ย มันอยู่ที่ว่า อย่าโกงเงินภาษีไปเข้ากระเป๋าตัวเองจนต้องเอาประเทศไปจำนองอีก แล้วไอ้ต้มยำกุ้ง ฟองสบู่ เชี้ยไรของพวกมึงอ่ะ มันก็อยู่ที่วินัยการใช้เงิน ของพวกคุณ มึง มึง มีง ทังหลายสาด กู้มาแล้วก็ให้มันรู้จักมีปัญญาหาไปใช้จวย คนปล่อยกู้จะได้มีกะจิตกะใจให้กู้ง่ายๆสาด
โดย : สุขใจที่ได้ทับถม     วันที่ :2007-07-04 13:19:48    IP :124.121.83.xx   
ความคิดเห็นที่ 18
เฮ้อ... สาวกแม้วนี่ด่าได้ทุกเรื่องจริง ๆ

หุ้นลง... รัฐบาลเผด็จการต่างชาติไม่เชื่อถือ
หุ้นนิ่ง... เศรษฐกิจไม่แน่นอน นักลงทุนรอดูสถานการณ์
หุ้นขึ้น... ภาพลวงตา ระยะยาวจะแย่ โดนหลอก

เฮ้อ..... คนเรามันหาเรื่องด่าได้ทุกเรื่องจริง ๆ เอาเถอะใครจะว่า ภาพลวงตา แมงเม่า ระยะยาวจะแย่ยังไงก็ช่าง รู้แต่ว่าผมรับทรัพย์เรียบร้อย นี่ถ้าไม่ติดว่ากลัวพวกม๊อบสาวกแม้วจะประท้วง บ้าบอคอแตกอะไรอีก ผมคงกล้าถือยาวกว่านี้แล้ว

บอกไว้นิดตอนนี้กันสำรองยังไม่ยกเลิกนะ ต่างชาติยังกล้าเข้ามาลงทุน ถ้ายกเลิกตลาดจะวิ่งไปถึงไหน
โดย : K.J.     วันที่ :2007-07-04 12:10:21    IP :unknown, 58.64.91.xx   
ความคิดเห็นที่ 17
แมงเม่า ระวังตัวด่วน
โดย : เงิบ     วันที่ :2007-07-04 11:51:15    IP :58.8.170.xx   
ความคิดเห็นที่ 15
หากมองระยะยาว และ สภาพของไทย ไทยจะตกต่ำมาก และลำบากมาก หากยังคง มี คมช และ ปชป หน้าโง่ หลงเหลืออยู่
โดย :     วันที่ :2007-07-04 11:30:01    IP :125.24.135.xx   
ความคิดเห็นที่ 13
ตลาดจะลวงตาหรือไม่ลวงตา ผมก็ได้ตังค์มาเรียบร้อยแล้วครับ

ส่วนพวกสาวกแม้วก็รอเจ้านายกลับมาแล้วกัน ตอนนี้ก็นั่งน้ำลายยืดมองคนอื่นเอาเงินเข้ากระเป๋าไปก่อนนะ
โดย : K.J.     วันที่ :2007-07-04 10:30:55    IP :unknown, 58.64.91.xx   
ความคิดเห็นที่ 10
ภาพลวงตา
โดย : เอนโดฟิน     วันที่ :2007-07-04 10:21:40    IP :192.168.2.xx   
ความคิดเห็นที่ 9
สมัยแม้ว ที่ว่าเก่งนักหนา ไม่มีกันสำรองยังทำไม่ได้ขนาดนี้
แต่นี่มีกันสำรองยังตลาดยังมาได้

ตกลงแม้วเก่งจริงป่าวหว่า???
โดย : K.J.     วันที่ :2007-07-04 10:18:34    IP :unknown, 58.64.91.xx   
ความคิดเห็นที่ 8
นี่ขนาดยังไม่ได้ยกเลิกกันสำรอง 30 % นะ
ถ้าไม่มีม๊อบไม่มีกันสำรอง ตลาดจะไปเท่าไหร่ละนี้
ไหนพวกแม้วบอกว่าต่างชาติไม่เชื่อถือรัฐบาลชุดนี้ไง
โดย : K.J.     วันที่ :2007-07-04 10:16:02    IP :unknown, 58.64.91.xx   
ความคิดเห็นที่ 7
ปัญญาอ่อน ปั่นกันจัง เอากำลังใจตัวเองคืนมาหรอ อ่อน
โดย : 123     วันที่ :2007-07-04 10:11:45    IP :58.136.60.xx   
ความคิดเห็นที่ 6
แม้วเลิกยุ่งกะการเมืองไทยเมื่อไหร่ ศก.จะดีสุดๆ

พอสาวกแม้วมาโพสทีไร ผมชอบคิดตรงข้ามไว้ก่อนได้เลย

เอางี้ ถ้าโพสด้วยความคิด Individualism รักแม้วอย่างใจจริงขอให้ชีวิตเจริญๆ
ถ้าโพสเพราะได้อามิสสินจ้างขอให้ชีวิตตกต่ำ ไม่เจริญ
รวมถึงตัวผมด้วยน่ะ
แค่นี้แหละ
โดย : คำสาป     วันที่ :2007-07-04 09:02:31    IP :203.156.43.xx   
ความคิดเห็นที่ 5
มึงจะ สุดยอดมากๆ ไปถึงไหนวะ ไอ สั ด
โดย : ....     วันที่ :2007-07-04 07:55:42    IP :58.9.170.xx   
ความคิดเห็นที่ 2
ระวังมันกำลังมาอีกแล้ว ต้ม ยำ กุ้ง ภาค 3
โดย : อ้วนวันยาว     วันที่ :2007-07-04 06:32:54    IP :222.123.0.xx   
ความคิดเห็นที่ 1
ระวังโดนหลอกนะครับ นักธุรกิจทุกท่านโปรดฟังอีกครั้ง ระวังโดนหลอกนะครับ
โดย : ตีบรรหาร     วันที่ :2007-07-04 04:50:29    IP :204.97.106.xx   

เว็บเพื่อนบ้าน : YenTa4  |  เอ็มไทยเมล์  |  ThaiSecondhand  |  Tarad  |  มูลนิธิ ดร.พิชนี โพธารามิก  |  GossipStar  |  Mono2U  |  Monoplanet  |  Passionasia  |  hotelsthailand  |  TLC Center
เว็บผู้สนับสนุน : วัน-ทู-คอล!  |  Net Design  |  IT Education (Australia)  |  IT Education (England)  |  Samsung MP3 Player  
mthai service :   blog  |  video  |  album  |  club  |  picpost  |  forums  |  sticker  |  email  |  chat  |  pal  |  e-card  |  memory  |  hotsite  
ข้อความทีท่านได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ

copyright ® MThA!.com all right reserved
all comments are welcome at
webmaster@mthai.com