ชนม์สวัสดิ์โดนข้อหาทำร้ายตร. เจ้าตัวแจงไม่เมา-ท้าดูวงจรปิด
ออกหมายเรียก "ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม" เจอ 2 ข้อหา เจ้าตัวโต้ไม่เมา-ทำร้าย ตร. พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ด้าน "โย ยศวดี" ยันไม่ได้อยู่ในรถ ขณะเกิดเหตุถ่ายแบบอยู่หัวหิน ขณะที่เหยื่อ ส.ต.ท.ผวาชายลึกลับโทรขู่ บอกจะเอาเรื่องถึงที่สุด
จากเหตุการณ์ที่ ส.ต.ท.ปรารภ แสงนิล ผบ.หมู่งานจราจร สน.มักกะสัน กล่าวหาถูกลูกชายอดีตรัฐมนตรีชื่อดัง พาลูกน้อง 2 คนรุมทำร้าย หลังไม่พอใจที่ถูกเรียกตรวจแอลกอฮอล์ ขณะขับรถเก๋งยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู สีดำ ทะเบียน วอ 2222 กรุงเทพมหานคร มากับนางแบบชื่อดัง ผ่านด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ตรงข้ามบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 พฤษภาคม พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ ผบก.น.1 ได้เรียกประชุม โดยมี พ.ต.อ.จีรศักดิ์ ขำคง ผกก.สน.มักกะสัน พ.ต.ท.วิชานนท์ นิติกุล รอง ผกก.สส.สน.มักกะสัน และตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าร่วม
ออกหมายเรียก"ชนม์สวัสดิ์"
พล.ต.ต.มานิต กล่าวภายหลังว่า ส.ต.ท.ปรารภ ให้การยืนยันว่า ถูกนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม อายุ 39 ปี นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสมุทรปราการ กักขังหน่วงเหนี่ยว โดยให้ลูกน้อง 2 คน ล็อกคอพาเข้าไปในปั๊มน้ำมันและโชว์รูมขายรถ
นอกจากนั้นยังให้ ส.ต.ท.ปรารภ ชี้รูปถ่ายนายชนม์สวัสดิ์ โดยสามารถชี้ได้อย่างถูกต้อง พนักงานสอบสวนจึงออกหมายเรียกนายชนม์สวัสดิ์ ในข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน ปรับไม่เกิน 500 บาท และข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3,000 บาท
ส่วนลูกน้อง 2 คนของนายชนม์สวัสดิ์นั้นอยู่ระหว่างการสืบสวนว่าเป็นใคร เพื่อจะออกหมายเรียกมาให้ปากคำ และผู้หญิงที่นั่งมาด้วยในรถ 3 คน ซึ่งคนที่นั่งด้านหน้าคู่กับนายชนม์สวสัดิ์เป็นนางแบบชื่อดัง พนักงานสอบสวนคาดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงไม่ออกหมายเรียก
"คดีนี้เราต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย เมื่อออกหมายเรียกไปแล้ว ก็ต้องให้เวลานายชนม์สวัสดิ์มาให้ปากคำด้วย คาดว่าพอออกหมายเรียกไปแล้วไม่นานคงจะมาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน แต่ถ้าไม่มาก็จะออกหมายจับทันที คดีนี้ผู้บังคับบัญชากำชับให้ทำคดีอย่างถึงที่สุด โดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพล เพราะเป็นเหตุอุกอาจ กระทำการโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย อีกทั้งยังทำร้ายตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่" ผบก.น.1 ระบุ
พล.ต.ท.อดิศร นนทรีย์ ผบช.น. กล่าวว่า ได้สั่งการให้ ผบก.น.1 กำกับดูแลทางคดีอย่างใกล้ชิด ให้ทำอย่างตรงไปตรงมา โดยให้ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นคนที่มีชื่อเสียง ส่วนการออกหมายเรียกนั้นขอยืนยันว่า ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งใคร พนักงานสอบสวนทำไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม
"เสรีพิศุทธ์"ระบุเป็นความผิดเล็กๆ
ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาการ ผบ.ตร. กล่าวว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดฐานขัดขวางการทำงานของเจ้าพนักงาน ไม่มีอะไรมาก เป็นความผิดเล็กๆ ความผิดแบบนี้คนเรามีได้เสมอ ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ตำรวจก็ปฏิบัติงานไปตามหน้าที่ ส่วนที่ลากตำรวจติดไปกับรถถือเป็นรื่องปกติ ไม่ใหญ่โตอะไร เมื่อเกิดเหตุขึ้นทุกคนก็ทำไปตามหน้าที่ กฎหมายว่าอย่างไรก็ว่าไปอย่างนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บมาแจ้งความแล้วเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากคู่กรณีเป็นลูกนักการเมืองใหญ่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า "ไม่เห็นมีอะไรเลย ก็แค่ปากน้ำ ประเด็นไม่มีอะไร ลูกใคร พ่อใครก็ว่าไปตามกฎหมาย ปัจจุบันตำรวจก็ทำหน้าที่เต็มที่อยู่แล้ว เรื่องพวกนี้อย่าไปคิดเป็นเรื่องใหญ่ เป็นนิสัยของคนธรรมดาที่บางคนเป็น แต่คนส่วนใหญ่ไม่เป็นกัน ไม่มีอะไรมาก"
"ส.ต.ท."เผยถูกชายลึกลับโทรขู่
ส.ต.ท.ปรารภ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุยังคงมาปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม ไม่รู้สึกเกรงกลัว เพราะทำทุกอย่างไปตามหน้าที่ ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร แม้ผู้บังคับบัญชาจะให้เปลี่ยนมาปฏิบัติหน้าที่ในช่วงกลางวันก็ตาม แต่ยังจะขอปฏิบัติหน้าที่ช่วง 3 ทุ่มถึง 6 โมงเช้าเหมือนเดิม ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริง และจะขอต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด เพราะขนาดตำรวจในเครื่องแบบยังกล้าทำแบบนี้
"หลังเกิดเรื่องมีผู้ชายโทรเข้ามือถือผม บอกว่า ระวังไว้ถ้าถูกยิงเมื่อไร ก็ไม่ใช่ฝีมือพวกกูนะ แล้วก็วางหูไป ผมบอกได้เลยว่าไม่กลัว เพราะตลอด 10 ปีที่เป็นตำรวจ ผมผ่านเรื่องร้ายมาไม่น้อย เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเคยสกัดจับรถซิ่งที่แยกอโศกตัดเพชรบุรี ก็ถูกยิงมาแล้ว โชคดีที่ไม่โดน" ส.ต.ท.ปรารภ กล่าว
"น.พ.แท้จริง"รุดให้กำลังใจ
เมื่อเวลา 15.30 น. น.พ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เดินทางมาที่ สน.มักกะสัน เพื่อให้กำลังใจและมอบของที่ระลึกให้แก่ ส.ต.อ.ปรารภ โดยมี พ.ต.อ.จรัญ ชิตะปัญญา รอง ผบก.น.1 ร่วมเป็นสักขีพยาน
น.พ.แท้จริง กล่าวว่า หลังทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่าตำรวจจราจร สน.มักกะสัน ถูกล็อกตัวเข้าไปในโชว์รูมและปั๊มน้ำมัน หลังจะขอตรวจวัดปริมาณแฮลกอฮอล์ ไม่น่าเชื่อว่าบ้านเมืองเราจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ทุกวันนี้มีเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อย แต่ไม่เป็นข่าว อยากให้สื่อมวลชนช่วยกันเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้
"ขนาดตัวผมเป็นถึงเลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ก็ยังเคยถูกคนเมาขับรถชนเลย ซึ่งตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤษภาคม พบว่า มีผู้ที่เมาแล้วขับถูกตรวจจับถึง 276 ราย โดยเฉพาะในกรณีนี้ ผู้ก่อเหตุเป็นลูกนักการเมือง ซึ่งเวลาเกิดเหตุก็ผ่านมาแล้ว หากจะเชิญตัวมาตรวจวัดปริมาณแฮลกอฮอล์ก็คงไม่พบ จึงไม่มีหลักฐานที่จะสามารถเอาผิดได้ แต่ถ้ามีกล้องถ่ายวิดีโอบันทึกภาพขณะเกิดเหตุไว้ ก็จะนำมาเป็นหลักฐานยืนยันได้" น.พ.แท้จริง กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.พ.แท้จริง ได้มอบกล้องวิดีโอ 1 ตัว เสื้อ 2 ตัว และวีซีดี เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการเมาไม่ขับ และขอให้ตำรวจทุก สน. แจ้งความจำนงมาได้ที่มูลนิธิเมาไม่ขับ หากต้องการอุปกรณ์ เช่น กล้องวิดีโอ เครื่องตรวจวัดปริมาณแฮลกอฮอล์ เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่
"ชนม์สวัสดิ์"ออกทีวีโต้ไม่เมา
นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสมุทรปราการ บุตรชาย นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยเล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ได้กลับจากการเที่ยวเตร่ กินเหล้าเมาสุรา เนื่องจากขณะนั้นอยู่ในชุดกางเกงขาสั้น ใส่เสื้อยืด และสวมรองเท้าแตะ จะไปเที่ยวได้อย่างไร
โดยได้ขับรถผ่านด่านตรวจมาแล้ว แต่ ส.ต.ท.ปรารภ ยืนอยู่เป็นคนสุดท้าย และโบกให้จอด ในขณะที่หัวรถได้เลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมัน ซึ่งเป็นบ้านพักไปแล้ว จึงลดกระจกลง พร้อมบอกไปว่า "พี่ ผมกำลังจะเข้าบ้าน" โดยไม่ได้มีการพูดจาที่ปรากฏในข่าวว่า "มึงเป็นใคร ไม่รู้หรือกูลูกใคร" แต่อย่างใด เนื่องจากด้วยหน้าที่การงาน ประกอบกับนิสัยส่วนตัว จึงไม่มีความจำเป็นต้องพูดเช่นนั้น
"ผมจะเข้าบ้านอยู่แล้ว เขาบอกให้จอด ซึ่งในใจขณะนั้นคิดว่าเลยด่านมาแล้วและกำลังจะเข้าบ้าน เขาก็พยายามผลัก พยายามดันให้ผมไปยังจุดตรวจ จะพูดอย่างไรก็ไม่ยอม จะผลักผมตลอดเวลา ผมมีภาพจากกล้องซีซีทีวี (กล้องวงจรปิด) ที่ติดอยู่ในบ้าน เป็นหลักฐานที่จะเปิดให้สื่อดู ว่าผมไปเตะต้องตัวเขาหรือไม่ ผมมีภาพจับตลอดเวลาที่หน้าบ้าน ตั้งแต่เวลาเกิดเหตุ จนถึงเลี้ยวรถเข้าบ้านเป็นชั่วโมง ขอให้ดูภาพ และขอให้ไปเปิดดูตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่มีการตัดต่อ" นายชนม์สวัสดิ์ กล่าว
นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสมุทรปราการ กล่าวต่อว่า ตนได้พยายามอธิบายว่า การกระทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง เมื่อผ่านด่านตรวจมาแล้ว และกำลังจะเข้าบ้านก็มาเกิดเรื่องอีก ถือเป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง อีกทั้งตนจะกินเหล้าเมาสุราได้อย่างไร ในเมื่อด่านตรวจตรงบริเวณดังกล่าวตั้งเป็นประจำ
อ้างไม่มีนางแบบในรถ
"เรื่องนางแบบผมยังงง นางแบบตรงไหน ไม่ใช่นางแบบ มีแต่เพื่อนไปกินข้าว เขาเข้ามาคนเดียว ไม่รู้เป็นตำรวจที่ไหน ผมก็ลดกระจกลง บอกจะเข้าบ้าน ไม่มีการกดกระจกหนีบมือ แต่เขาเดินตามมา มือจับปืนตลอด เขาผลัก เขาดัน เขาเข้ามาคนเดียว ไม่รู้จะเข้ามาทำอะไร หลังจากนั้นสักพักก็มีการเถียงกัน จนเพื่อนผมที่ขับรถตามมาเข้ามาห้าม และถามตำรวจคนนั้นไปว่า คุณไปทำอย่างนี้ได้อย่างไร เขาเป็นประชาชน" นายชนม์สวัสดิ์ กล่าว
นายชนม์สวัสดิ์ กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้ดื่มสุรา ไม่ได้เอะอะโวยวาย ไม่ได้กระชากคอเสื้อ อีกทั้งเมื่อผู้บังคับบัญชาของตำรวจคนดังกล่าวมาถึง ก็มีการยืนพูดคุยกันปกติ ภาพจากกล้องซีซีทีวีทั้ง 3 ตัว ก็จับภาพอยู่ตลอดเวลา และไม่ทราบจุดประสงค์ว่า ตำรวจคนดังกล่าวทำเพื่ออะไร เมื่อตื่นขึ้นมาทราบเรื่องยังงงไม่หาย ทั้งนี้ พร้อมจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และหากตำรวจมีหมายเรียกมาก็พร้อมที่จะไปให้การ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนเรื่องฟ้องกลับไม่เคยคิดที่จะฟ้องร้อง
ทั้งนี้ นายชนม์สวัสดิ์ กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า จะนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้ทั้งหมดไปมอบให้ นายสรยุทธ์ สุทัศนจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าวทางช่อง 3 พิสูจน์ด้วย
"โย"ยันถ่ายแบบอยู่หัวหิน
ส่วนนางแบบสาวคนดังที่ระบุว่าร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วยนั้น ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปหา น.ส.ยศวดี หัสดีวิจิตร หรือโย ที่ถูกพาดพิงถึง ปรากฏว่าครั้งแรกเป็นคุณยายของนางแบบชื่อดังเป็นคนรับสาย บอกว่า หลานสาวเดินทางไปทำงาน แต่ไม่ทราบว่าที่ไหน ทั้งนี้ เมื่อพยายามติดต่อไปอีกเลขหมายหนึ่ง นางแบบสาวก็เป็นคนรับสาย และได้ถามกลับด้วยน้ำเสียงงุนงงเล็กน้อยว่า หนังสือฉบับไหนลงข่าว
"โยไม่ทราบข่าวเลย แต่คงไม่ใช่โยแล้ว เพราะโยอยู่ต่างจังหวัดตั้งแต่วันศุกร์แล้ว โยมาถ่ายแบบที่ อ.หัวหิน ตอนนี้ก็ยังอยู่หัวหิน โยว่าไปสัมภาษณ์ให้ถูกตัวดีกว่านะพี่ โอเคนะคะ" น.ส.ยศวดี กล่าวสั้นๆ พร้อมวางสายทันที
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังพยายามติดต่อไปที่ นางนันทิดา อัศวเหม นักร้องคนดัง ภรรยาของนายชนม์สวัสดิ์ แต่ได้รับคำตอบจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของแกรมมี่ ซึ่งเป็นต้นสังกัดว่าไม่สะดวกให้สัมภาษณ์
ที่มาจาก
ตำรวจโต้ภาพทีวีวงจรปิด เป็นช่วงเหตุการณ์ยุติแล้ว
จากเหตุการณ์ ส.ต.ท.ปรารภ แสงนิล ผบ.หมู่งานจราจร สน.มักกะสัน ถูกกลุ่มนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสมุทรปราการ ลูกชายนายวัฒนา อัศวเหม อดีตนักการเมืองชื่อดัง รุมทำร้ายภายในปั๊มน้ำมันเพียว ของบริษัทเงินวัฒนา ออโตเซลส์ ริมถนนเพชรบุรีขาออก เพราะไม่พอใจที่ถูกเรียกตรวจวัดแอลกอฮอล์ ขณะขับรถเก๋งบีเอ็มดับบลิว ซีรีส์ 7 ทะเบียน วอ 2222 กรุงเทพมหานคร พานางแบบสาวคนดังและเพื่อนอีก 2 คน นั่งรถออกมาจากสถานบันเทิงย่านอาร์ซีเอ เมื่อกลางดึก วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา
ต่อมานายชนม์สวัสดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันก่อนเกิดเหตุไม่ได้กลับจากเที่ยวกินเหล้าเมาสุรา และไม่ได้พูดจาอย่างที่ปรากฏในข่าว พร้อมกับอ้างภาพวงจรปิดเป็นหลักฐานยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผิดนั้น
วันนี้ (22 พ.ค.) ร.ต.ต.ธนากร พิมพ์ชัย รอง สว.จร.สน.มักกะสัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาจุดตรวจขณะเกิดเหตุ ให้สัมภาษณ์รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ยืนยันว่าเห็นชัดเจนว่าขณะเกิดเหตุ ส.ต.ท.ปรารภ ลูกน้องของตนกำลังถูกชาย 3 คนรุมล็อกตัว โดยที่ชายสวมเสื้อขาว กางเกงขาสั้น ซึ่งทราบภายหลังว่าคือนายชนม์สวัสดิ์ เป็นคนล็อกตัว ส.ต.ท.ปรารภ ไว้ จึงตะโกนบอกให้หยุดและให้ปล่อยตัวตำรวจ แต่นายชนม์สวัสดิ์ ตะคอกกลับมาว่า "มึงไม่รู้จักกูเหรอ ว่ากูเป็นใคร มึงไปตามหัวหน้ามึงมา" และไม่ยอมปล่อยตัว ส.ต.ท.ปรารภ ยื้อยุดกันไปมาจนกระทั่งล้มลงไปทั้ง 3 คน ตนจึงเข้าไปดึงตัว ส.ต.ท.ปรารภ ออกมาได้
ร.ต.ต.ธนากร กล่าวต่อว่า ส่วนภาพวงจรปิดที่นายชนม์สวัสดิ์ นำมาอ้างเป็นหลักฐานนั้น เป็นภาพที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ยุติแล้ว เป็นภาพช่วงที่ตน นำตัว ส.ต.ท.ปรารภ ออกมาจากบริเวณประตูบ้านของนายชนม์สวัสดิ์
"เวลานั้น ผมต้องนำตัวลูกน้องผมออกมาให้ได้ก่อน และก็ได้ยินชายชุดดำอีก 2 คน เขาเรียกกัน "คุณเอ๋" ผมก็เริ่มรู้แล้ว จึง ว.เรียกกำลังร้อยเวร 20 ปรึกษาเจ้านายก่อน ว่าจะให้ทำยังไง เพราะถ้าจะให้จับ ผมไม่กล้าจับเขาแน่นอนอยู่แล้ว" รอง สว.จร.สน.มักกะสัน กล่าว และยืนยันว่าขณะเกิดเหตุกลุ่มนายชนม์สวัสดิ์ มีอาการเมาสุรามาก จนแทบจะทรงกายไม่อยู่ และขอตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าหากนายชนม์สวัสดิ์ ยืนยันว่าไม่เมา เหตุใดเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโบกให้หยุดจึงไม่หยุด และไม่พูดจาดีๆ ทั้งยังดันทุรังขับรถต่อไปทั้งที่ตำรวจติดไปกับรถด้วย
ร.ต.ต.ธนากร กล่าวว่า พร้อมจะเป็นพยานให้ ส.ต.ท.ปรารภ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความจริงทุกประการ "ผมเห็นคุณชนม์สวัสดิ์ บอกว่าเขานับถือพระ ท้าให้สาบาน จริงๆ แล้วไม่น่าจะกล้าพูดนะ เพราะมันไม่ใช่อย่างนั้น มันตรงกันข้ามเลย"
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ 
ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ใหญ่คับฟ้า!! ลูกนักการเมืองดัง ไม่พอใจ ตร.เรียกตรวจเมา พาพวกรุมตื้บ
อ่านข่าวเด่น ประเด็นร้อนได้ที่นี่
โดย :
pOtAtoCheEsecAke
อีเมล์ :
วันที่ : 2007-05-22 01:44:59
Tags : ชนม์สวัสดิ์ ข้อหา ทำร้าย ตร. เมา วงจรปิด