ไต้หวันถูกกีดกันจากองค์การสหประชาชาติอย่างไม่เป็นธรรม
ผลสรุปจากการทำแบบสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดยคณะกรรมาธิการจีนแผ่นดินใหญ่ของไต้หวันเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2550 ปรากฏว่ากว่า 77 %ของประชาชนที่ตอบแบบสอบถาม สนับสนุนให้ใช้ชื่อใต้หวันในการยื่นขอเข้าเป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ รวมถึงองค์การสหประชาชาติ ท่ามกลางความคิดเห็นของประชาชนที่เห็นพ้องกันเช่นนี้ ประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยน ซึ่งเป็นผู้นำจากการเลือกตั้งของไต้หวันจึงมีภารกิจที่จะผลักดันให้นานาประเทศตระหนักถึงความมุ่งมั่นของประชาชนชาวไต้หวันทั้ง 23 ล้านคน ที่จะขอเข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติภายใต้ชื่อ ไต้หวัน
ประธานาธิบดีเฉินได้กล่าวไว้ในจดหมายที่ยื่นถึงนายบันคีมุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ทุกวันนี้ สังคมโลกต่างเพิกเฉยต่อความพยายามของชาวไต้หวันในการแสวงหาศักดิ์ศรีและความสงบสุข ลองตั้งคำถามกับประเทศต่างๆ ที่ยึดถือหลักการส่งเสริมเสรีภาพ ประชาธิปไตย เสรีภาพและความสงบสุข ว่าหากต้องถูกคุกคามเสถียรภาพ และไม่ได้รับการยอมรับ ประเทศเหล่านั้นจะสามารถนิ่งเฉยอยู่ได้หรือไม่ ในขณะที่กระแสโลกาภิวัฒน์ทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต้องพึ่งพาอาศัยกันมากขึ้น องค์การสหประชาชาติกลับสร้างกำแพงขึ้นกีดกันไต้หวันตลอดมา ทำให้ไต้หวันถูกโดดเดี่ยวทางการเมือง การปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้
เป็นที่ทราบกันดีว่า ไต้หวันมีบทบาทที่สำคัญในสังคมโลก และในยุคโลกาภิวัตน์เช่นนี้ องค์การสหประชาชาติ ซึ่งมีหน้าที่หลักในการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศต่างๆ จึงสมควรยอมรับไต้หวันเข้าเป็นสมาชิก เพื่อป้องกันมิให้เกิดช่องว่างในการปฏิบัติงานของเครือข่ายที่มีอยู่ทั่วโลกได้
สังคมโลกได้รังแกไต้หวันมาเป็นเวลานาน การถูกกีดดันจากองค์การสหประชาชาติถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ และคุกคามศักดิ์ศรีของประชาชนชาวไต้หวัน นี่จึงถือเป็นการท้าทายหลักมนุษยธรรมและกฎหมายในสังคมโลก นี่ควรเป็นโอกาสที่องค์การสหประชาชาติจะได้ใคร่ครวญข้อเรียกร้องจากชาวไต้หวัน 23 ล้านคนอีกครั้ง
อ่านข่าวเด่น ประเด็นร้อนได้ที่นี่
โดย :
TECO
อีเมล์ : nuuging@yahoo.com
วันที่ : 2007-08-03 17:33:34
Tags : ต่างประเทศ