home   |   sticker   |   picpost   |   memory   |   music   |   mtravel   |   chat   |   email   |  
หลักประชาธิปไตย กับ ประชาชนไทย ในเหตุการวุ่นวาย

***จากการที่มีเรื่องราววุ่นวายต่อเนื่อง และ มีแนวโน้มความรุนแรงในประเทศไทย ***

..... เหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น เพราะนายก เป็นนักพัฒนามีผลงานเห็นได้ชัด
จึงมีประชาชนส่วนมาก ( ต้องยอมรับ) ยอมรับ และสนับสนุน ให้เป็นผู้นำต่อ ความหวังของคนเหล่านี้ คือต้องการแค่ ความพัฒนาชีวิต เลี้ยงปากเลี้ยงท้องให้ดีขึ้น ซึ่งนายกก็ให้เขาพอใจได้
จึงทำให้มีเสียงประชาชนข้างมากอย่างล้นหลาม.....

......แต่ทางฝ่ายนักวิชาการ นักการเมือง กลับมีความเห็นแตกต่าง เรื่องความ
โปร่งใสของนายก จะถูกกล่าวหา ( ต้องรียกว่าข้อกล่าวหา เพราะบางเรื่องยังไม่มีการตัดสินทางกฏหมาย บางเรื่องก็มีการตัดสินแล้ว จากหน่วยงานของรัฐเอง ) ว่า โกงกิน ธุจริต ไม่มีจริยธรรม
ไม่โปร่งใส ขายชาติ จึงเป็นเหตุที่ นักการเมือง(ฝ่ายค้าน) ครู(บางส่วน) นักวิชาการ(บางส่วน)
ได้ออกมาเคลื่อนไหว รวมตัว ขับใล่ให้นายกลาออก..............

......จากเหตุการณ ข้างต้น จึงเกิดปัญหาคือ ด้านนักวิชาการ ผู้ชุมนุม และนักการเมือง (เสียงข้างน้อย) เกิดไม่ยอมรับในเสียงข้างมากของประชาชนโดยรวม(เสียงส่วนใหญ่) รวมตัวกัน ต่อต้าน ประชาชนส่วนใหญ่ โดยอ้างเหตุผลใน จริยธรรม ........


**** สรุปความเห้นของผม ****
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มองเห็น ถึงความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ ที่ต้องการ เพียงแค่การดูแลจากหน่วยงานของรัฐ ในชีวิตของคนหลากหลายอาชึพ ที่สมัยก่อน
ไม่มีใครทำได้แบบนายกมาก่อน จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มองข้ามสิ่งที่ไม่ดีอื่น ๆ และทำให้ได้ใจคนไทยส่วนใหญ่ไป จะเห็นได้ว่า การที่ประชาชนชื่นชอบเป็นส่วนมากนั้น อาจจะเกิด
จากรูปแบบการเมืองสมัยเก่า ที่เน้นแต่การดูแลเศรษฐกิจ สังคม ในวงนอก ไม่สามรถดูแล ประชาชนได้ทั่วถึง จึ้งทำให้ไม่ได้รับความนิยม จากคนรากหญ้า ถึงคนชั้นกลาง เมื่อเกิดมี
รัฐบาลรุ่นใหม่ ที่มองเห็นในจุดนี้ จึงทำให้เกิดเหตุแห่งความนิยมในตัวนายกอย่างล้นหลาม.....

แต่ก็เป็นความไม่จีรังของคน รัฐบาลใหม่ก็เกิดมีนักวิชาการระดับสูง ออกมาเคลื่อนไหวขับใล่ รัฐบาล เพราะไม่ใว้ใจในความโปร่งใส และจริยธรรม ทำให้เกิดความขัดแย้ง กับประชาชนส่วนใหญ่ และขัดแย้งกับหลักประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่จะตัดสิน
ความเห็นรวมของคนหมู่มากได้ ...........

..... เพราะฉะนั้น ถ้าพูดตามหลักประชาธิปไตย การกดดันของนักวิชาการ นักการเมือง ที่ออกมากดดัน โดยมีเสียงส่วนน้อยนั้น จึงกลายเป็นว่า "ผิด" เพราะออกมาชุมนุมกดดัน
โดยไม่ฟังเหตุผลของคนส่วนใหญ่ ซึ่งเห็นด้วยกับรัฐบาล .....

.......ปัญหาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงมีความเกี่ยวข้องกับ ช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญ ซึ่ง
เป้นสิ่งที่คนสร้างขึ้นมา ในขณะนั้น ๆ ทำให้เราต้องแก้รัฐธรรมนูญ ให้ อุดช่องโหว่ ต่าง ๆ

..... และเหตุผล ของทางนักวิชากการ และการกระทำของนักการเมือง ก็ต้องถือว่าผิดด้วย เพราะไปกล่าวหารัฐ โดยไม่มีหน่วยงานรับรองความผิด ซึ่งก็เหมือนกับการปรักปรำ นั่นแหละ เพราะฉะนั้น ตอนนี้ก็ต้องถือว่ายกความผิดให้จำเลย ทางที่ถูกต้องของนักวิชาการ นักการเมืองเหล่านั้นทำได้ ก็คือ ไปแก้รัฐธรรมนูญ ( ที่ไม่ควรมีปัญหาเพราะยอมรับทุกฝ่ายแล้ว) หรือไปหาทางจับผิดรัฐบาลหรือฟ้องตามกฏของรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่มารวมตัว กันกดดันแค่เรื่องจริยธรรม ชึ้งไม่มีมาตราฐานรับรอง เหมือนคนไม่มีการศึกษา ...........

......ว่าถึงการแบนไม่ลงเลือกตั้ง ของ 3 พรรคฝ่ายค้าน อันนี้ประชาชนส่วนมาก ๆๆ
ที่รักในกฏของการอยู่ร่วมกัน( ประชาธิปไตย) ก็ไม่สามารถจะรับได้ มันก็เหมือนกับการ
หนีปัญหา ไม่เผชิญความจริง ทั้ง ๆ ที่ท่าน มีอาชีพ มีความตั้งใจ ที่จะรับใช้ประชาชน จะมาอ้างว่า เลือกตั้งก็แพ้ อย่างนี้ไม่ดีครับ เพราะ ประชาชนเลือกท่านมา ไม่ได้กำหนดว่า ท่านต้องได้เสียงส่วนมาก แล้วอีกอย่างก็ไม่ได้คาดหวังว่าท่านเป็นฝ่ายค้าน แล้วจะต้องล้มล้างรัฐบาลได้
เพราะฉะนั้น หน้าที่จริง ๆ ของท่าน ก็แค่เข้าไปจับผิดรัฐบาล และ เปิดโปงให้ประชาชนได้รู้
ความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลแค่นั้นเอง ส่วนจะว่ายังไง ประชาชนก็นำไปพิจารณา ว่าจะ
ให้ความใว้วางใจ โดยการเลือกตั้งสมัยหน้า หรือไม่ ...........

โดย : rockaun  
อีเมล์ : rockaun@mthai.com
วันที่ : 2006-03-04 09:52:12

 


 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท



ความคิดเห็นที่ 1
ส ว ยได้ใน 9 0 วัน ส ุ ด ยอ ด!
o พี่สาว ผ ม ล ดน้ำ ห น ักได้ 12 กก.ใน 3 เดือน
o เดือ นแ รกล ด ได ้ 5 กก. เดือนที่ส องล ดได้ 8 กก.
o เดือ นที่ส ามล ดได้ 12 ก ก.
o ปัจจุ บัน ผ ิว สว ยเ ป็ นส ีช มพู หน้ าใสไร้ฝ้า สุ ขภ าพดี ม ีรา ยได ้เ สริ ม 200,000-320,000 ท ุก เดือน
อย ากเ ป็น เหมือน พี่ผม คลิ๊กที่น ี่ด่วน
w w w . o w o w 4 u . c o m / w i n s s
โดย : bee     วันที่ :2007-09-06 19:19:05    IP :192.168.10.xx   
ความคิดเห็นที่ 22
การเมืองมีแต่การแก่งแย่งชิงดีกันไม่มีความั่นคง
อยากให้กลับมาสงบอย่างเดิมเอาเวลามาช่วยกันพัฒนาชาติดีกว่ามามัวนั่งประท้วงกันแบบนี้
โดย : ภรณ์นภา จอมประเสริฐ     วันที่ :2006-03-07 13:12:17    IP :203.172.145.xx   
ความคิดเห็นที่ 21
ประเทศ ต้องมีความมั่นคงทางการเมือง ผู้นำต้องเก่ง ทั้งใน และนอก ประเทศ ถ้าบ้านเมืองวุ่นวาย เลือกตั้งทีมีพรรค เล็กพรรค น้อย แบบเก่าๆ เดี๋ยวก็ ยุบสภาเพราะผลประโยชน์ ต่างๆ ควรดู มา เลย์ สิงคโปร์ เป็นแบบอย่างให้มากๆ น่าเสียดายที่พวกประท้วงกลับไปดู ฟิลิปปินส์ และเอาเป็นแบบอย่าง
โดย : นิรวาน     วันที่ :2006-03-05 11:38:04    IP :61.19.165.xx   
ความคิดเห็นที่ 20
งาน part time คีย์ข้อมูลลงเน็ตอยู่ที่บ้าน จ่าย 250-1,000 บ./วัน!! (ไม่ไช่งานขาย)

ไม่ใช่งานขายนะครับ
รายได้พิเศษ-รายได้เสริม Part Time มีวิธีทำงานง่ายๆ รายได้ดี 200-1000/วัน ขึ้นอยู่กับความขยัน
ทำมากได้มาก
ท่านกำลังหางานพิเศษอยู่ใช่มั๊ยครับ???
หากท่านมีเวลาสักวันละ 2-3 ชั่วโมง จะเช้า สาย บ่าย เย็นก็ตาม ไม่กระทบงานประจำ/เรียน
(หากเรารับสมัครเริ่มงานได้ทันที)

- มีงานประจำทำอยู่แล้ว ไม่มีงานทำ เบื่องาน ต้องการหารายได้เพิ่ม ท่านก็สามารถทำงานนี้ได้
รัฐบาลเป็นประกันคุ้มครองทั้งเรื่องงานและรายได้รับประกันถูกกฎหมาย รายได้วันละ 200-1,000
บาท/วันจ่ายโดยโอนผ่านธนาคาร(สรุปยอดทุกๆ 5วัน)>
การทำงานไม่ยากค่ะ!!
- แค่ท่านใช้คอมพิวเตอร์อยู่กับบ้าน ที่ทำงานหรือไม่ว่าสถานที่ไหนๆ
- ป้อนข้อมูลและงานที่เราส่งถึงอีเมลล์ของท่านลงในคอมฯ และเว็บไซด์ที่เราบอกไป (ส่งงานกันทางเมลล์ครับ)
- ท่านมีเวลาวันละ 2-3 ช.ม.จะเป็นตอนไหน ๆ ก็ได้แล้วแต่ท่าน
- มีความรู้ทางคอมพิวเตอร์เล็กน้อย เล่น Internetได้< >ชาย/หญิง อายุ 22 ปีขึ้นไป(ไม่จำกัดวุฒิ
สาขาใดก็ได้) ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ (สอนให้ก่อนเริ่มงานจริง) อยู่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล
แต่หากเป็นต่างจังหวัดต้องสะดวกเข้ามาแสดงตัวของท่านและยื่นหลักฐานพร้อมทั้งรับงานในวันก่อนเริ่มงานจริง
ก็ยินดีค่ะ
- ติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม และหลักฐานการสมัครได้ที่ คุณ
ปิยะศักดิ์ บุญญา
09-2968836 (ทุกวัน
07.30-22.30)
เท่านี้คุณก็จะมีรายได้ 6,xxx - 3x,xxx บาท/เดือน(ขึ้นอยู่กับความขยัน ทำมากยิ่งได้มาก)
อย่ามัวรีรอโอกาสอยู่ที่คุณตัดสินใจ
หวังว่าเราคงจะได้ร่วมงานกันในไม่ช้านี้นะครับ
ติดต่อผมได้ที่ คุณ
ปิยะศักดิ์ บุญญา
09-2968836 หรือ mytae_1415@hotmail.com , Kithichai_t@yahoo.com
โดย : ปิยะศักดิ์ บุญญา     วันที่ :2006-03-05 11:26:30    IP :203.155.189.xx   
ความคิดเห็นที่ 19
ไม่อยากตกอยู่ในระบบทักษิณต้องร่วมไปชุมนุมที่สนามหลวงอาทิตย์ที่5มี.ค.49นี้
4โมงเย็นเพื่อไล่นายกโดยพร้อมเพียงกันเป็นครั้งสุดท้าย
โดย : m     วันที่ :2006-03-05 10:14:55    IP :58.10.234.xx   
ความคิดเห็นที่ 18
เว็บนี้สำหรับคนอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองและรูปร่าง สุขภาพ ผิวพรรณ เท่านั้น เราให้คุณมากว่าที่คุณคิด ด่วน??
http://mnkk.radpages.com

http://mnkk.radpages.com

http://mnkk.radpages.com
โดย : สาว     วันที่ :2006-03-05 10:03:04    IP :58.10.184.xx   
ความคิดเห็นที่ 17
** (((เพิ่ม)))น้ำ*ห.นั**ก 5-10 กิโล ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป**)

http://eb.cx/zd

+++ ด่วน !!! 50 ท่านแรก รับการทำ treatment ปรนนิบัติผิวหน้า ฟรี +++
โดย : 50 ท่านแรก ++ ทำ treatment ฟรี     วันที่ :2006-03-05 09:20:07    IP :58.64.123.xx   
ความคิดเห็นที่ 16
ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน นักการเมืองน้ำเน่าคือตัวปัญหาของรัฐธรรมนูญ
โดย :     วันที่ :2006-03-05 01:54:03    IP :61.91.249.xx   
ความคิดเห็นที่ 15
นายประเสริฐ นาสกุล เป็นตุลาการเสียงข้างน้อย 7 ต่อ 8 ที่เห็นว่า "ทักษิณ" มีเจตนาจงใจ ซุกหุ้น

หลังตัดสินคดีซุกหุ้น ประเสริฐใช้ชีวิตแบบราษฎรเต็มขั้น มีปัญหาเรื่องสุขภาพบ้างอันเป็นไปตามวัย แต่หัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ครั้งหนึ่งอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญให้สัมภาษณ์นักข่าวถึงเบื้องหลังคำวินิจฉัยที่ฟันธงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซุกหุ้น ว่า "ผมไม่เคยขออะไรใคร จึงไม่มีใครมากล้าขออะไรผม ทุกคนก็รู้จักนิสัยดี ผมเห็นว่าหากเราเคยไปขออะไรใคร ถึงเขาจะไม่ให้เรา แต่ก็ถือว่ามีบุญคุณแล้วเขาก็จะมาทวงบุญคุณภายหลังได้ สู้เป็นตัวของตัวเองดีกว่า"

นี่คือคนจริงและความจริงที่ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการตกแต่ง สร้างนิยายเพื่อหลอกคนอื่น

"ประชาชาติธุรกิจ" ย้อนกลับไปดูคำวินิจฉัยส่วนตัวของนายประเสริฐ นาสกุล ที่เขียนไว้เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2544 อีกครั้ง เพราะเห็นว่าคำวินิจฉัยฉบับนี้มิได้มีแต่หลักกฎหมายอย่างเดียว แต่ยังเจาะทะลวงลงไปถึงก้นบึ้งของ "ธนกิจการการเมือง" อย่างแจ่มแจ้งดั่งแสงตะวัน

ลอกเลียนระบบทุนนิยม

ตอนหนึ่งของคำวินิจฉัยเขียนว่า การพัฒนาระบบการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยลอกเลียนความรู้จากกฎหมายของต่างประเทศในระบบทุนนิยมมาประยุกต์ใช้เพียงอย่างเดียว แต่ไม่ใช้สติและปัญญานำเอาวิธีปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม ตลอดจนวิธีการป้องกันการเอาเปรียบ การเลี่ยงปฏิบัติตามกฎหมาย ฯลฯ มาใช้ด้วย ประกอบกับการเอาความสะดวกสบายโดยไม่รู้จักคิดปล่อยหรือยอมให้ผู้อื่นคิดแทนโดยไม่มีการพิจารณาว่าระบบดังกล่าวสอดคล้องกับศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทยหรือไม่

เพราะผู้นำเข้ามุ่งแต่การมีระเบียบแบบแผน กฎหมาย และหวังในความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ขาดประสบการณ์ไม่ทราบหรือคาดคิดมาก่อนว่าความรู้ที่นำมานั้นอาจจะก่อให้เกิดปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม และเตรียมการป้องกันไว้ด้วย เช่น การประกอบธุรกิจแบบครอบครัวได้พัฒนาเป็นห้างหุ้นส่วน บริษัทเอกชน บริษัทมหาชน และกลุ่มบริษัท โดยมีตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นแหล่งระดมเงินทุน และต่อไปจะมีตลาดกลางสินค้าเกษตรล่วงหน้า

แต่มีผู้คิดหาช่องทางต่างๆ ของกฎหมาย เช่น การค้าเสรีเปิดโอกาสให้ใครมือยาวสาวได้สาวเอา โดยใช้ความได้เปรียบในฐานะทางเศรษฐกิจ ถิ่นที่อยู่และการศึกษา การเอาประโยชน์โดยใช้ผู้ใกล้ชิดให้มีจำนวนเพียงพอที่จะก่อตั้งบริษัท แล้วโอนลอยหุ้น การใช้ชื่อบุคคลอื่นถือหุ้นแทนการปล่อยเงินกู้เฉพาะแกคนรู้จัก การโอนถ่ายกำไรระหว่างบริษัท การใช้ข้อมูลภายในของบริษัทและกลุ่มบริษัทเพื่อขยายกิจการ การซื้อขายหลักทรัพย์ที่ไม่เป็นธรรม (มีการบอกกล่าวข้อความอันเป็นเท็จ การปล่อยข่าวลือ การอำพราง การใช้ข้อมูลภายใน-ดูรายละเอียดผู้ถูกคณะกรรมการ ก.ล.ต. ปรับและจำนวนเงินค่าปรับ กรณีการใช้ข้อมูลภายในได้จากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ประจำวันจันทร์ที่ 29-วันพุธที่ 31 มกราคม 2544)



โดย ประชาชาติธุรกิจ [3 ก.พ. 2549 , 11:21:46 น.]


ข้อความ 1

ความร่ำรวยท่านได้แต่ใดมา ?

ผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) จะทราบความจริงนี้หรือไม่ก็ตาม แต่ได้กล่าวอย่างภาคภูมิใจและชัดถ้อยชัดคำว่า การที่ผู้ถูกร้องประกอบธุรกิจประสบความสำเร็จจนมีบริษัทในเครือและทรัพย์สินมากมาย โอนลอยหุ้น และใช้ชื่อบุคคลอื่นถือหุ้นแทน นั้น "เป็นการประกอบธุรกิจตามปกติธรรมดาที่ใครๆ ก็ทำกันอย่างนั้น" ทั้งๆ ที่การทำธุรกิจในระบบนายทุนของต่างประเทศเป็นการกระทำมุ่งแสวงหากำไร เป็นความโลภและความฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ ไม่คำนึงถึงศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีงามของไทย

นอกจากนี้ ผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) อ้างว่าเลิกกระทำธุรกิจหันมาทำงานการเมืองแล้วตั้งแต่ปี 2537 และมองการบริหารธุรกิจในกลุ่มบริษัทให้แก่คู่สมรส (ในกรณีที่ผู้ถูกร้องเป็นผู้รับสัมปทานจากรัฐ อาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 110 (2)) บุตรและเครือญาติดำเนินการต่อไป (แทนที่จะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 209 โอนหุ้นให้นิติบุคคลซึ่งจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น เช่น การให้ทรัสต์จัดการทรัพย์สินในกรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นความคิดก้าวหน้าสำหรับประเทศไทย)

และผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) เข้าใจผิดว่า จำนวนประชาชนที่ออกเสียงเลือกผู้ถูกร้องในการเลือกตั้งทั่วไป เพราะผู้ถูกร้องและคู่สมรสมีทรัพย์สินและหนี้สินจริงในวันยื่นบัญชีฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 วรรคสอง เพราะประชาชน 11 ล้านกว่าคนนั้นไม่ทราบจำนวนทรัพย์สินและหนี้สินจริงของผู้ถูกร้อง และคู่สมรสดีไปกว่าเลขานุการส่วนตัวเพียง 2 คนของผู้ถูกร้องและคู่สมรสเพราะเป็นคนละเรื่องกัน

การกระทำคือผลของอดีต

การกระทำของผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) ดังกล่าวข้างต้นย่อมแสดงให้เห็นว่า ผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) ซึ่งเป็นผลของอดีตยังคงคิดและทำเหมือนเดิม เหมือนนักธุรกิจคนอื่นในระบบทุนนิยมในประเทศไทย แต่ยังคงเข้าใจผิดคิดว่าแนวความคิดที่จะบริหารประเทศของผู้ถูกร้อง เป็นการคิดใหม่และทำใหม่ ไม่เข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของชาติ ซึ่งแก้ไขไม่ได้ด้วย "เงิน" อย่างเดียว

ผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) โฆษณาให้ประชาชนทราบเพียงว่า ผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) ประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจมีเงินทอง มากมาย ไม่ทุจริต ผิดกฎหมาย และไม่อำพราง แล้วอุทิศตัวหันมาทำงานทางการเมืองโดยโอนการจัดการธุรกิจให้แก่คู่สมรส บุตร และเครือญาติ ผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) รู้ปัญหาของบ้านเมืองดี จึงอาสาเข้ามาแก้ไข แต่ผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) มิได้แสดงหรือเปิดเผยว่า ความสำเร็จในการประกอบธุรกิจในอดีตของผู้ถูกร้องภายในระยะเวลาอันสั้นนั้น กระทำได้อย่างไร และจะแก้ปัญหาการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ของครอบครัวกับประโยชน์ของส่วนรวมหรือของชาติอย่างไร

ปัญหาของบ้านเมืองบางอย่างอาจแก้ไขได้โดยไม่ต้องใช้เงินทองเลย เพียงแต่ผู้นำของประเทศต้องประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีโดยการคิด พูด และทำตรงกัน ชี้นำประชาชนในชาติว่าปัญหาของชาตินั้นอยู่ที่ทุกคนจะต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขด้วยการลด ละ และเลิก "ความเห็นแก่ตัว" เป็นอันดับแรก ยิ่งทำได้มากและรวดเร็วเท่าใด จะสามารถนำพาชาติบ้านเมืองให้รอดพ้นจากภาวะวิกฤตสู่ความเป็นปกติรวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น หากไม่แก้ไขความเห็นแก่ตัวก่อนแล้ว เห็นว่าหมดหวังเพราะไม่มีทางอื่นใดที่จะแก้ไขปัญหาของชาติในเวลานี้ได้

ธาตุแท้-ความเห็นแก่ตัว ?

อนึ่ง เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) กล่าวหาผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) ว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบว่ามีข่าวที่ค่อยๆ เบี่ยงเบนประเด็นที่ผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) ถูกกล่าวหาทีละน้อยๆ และเป็นระยะๆ ว่าผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) ประกอบธุรกิจจนร่ำรวยด้วยน้ำพักน้ำแรง ไม่มีการทุจริต ผิดกฎหมาย

ผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) เป็นคนแรกที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินให้ประชาชนทราบ ในขณะที่ยังไม่มีกฎหมายบังคับ ผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) สมัครใจยื่นรายการทรัพย์สินและหนี้สินเพิ่มเติมเอง หากศาลเห็นว่าผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท. ทักษิณ) กระทำผิดก็เป็นการทำผิดโดยสุจริต ควรใช้หลักรัฐศาสตร์ชะลอการตัดสินคดี หรือยกโทษให้ผู้ถูกร้อง ไม่ควรลงโทษผู้ถูกร้องซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน 10 กว่าล้านคนเพื่อให้โอกาสผู้ถูกร้องบริหารประเทศต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะไม่มีใครดีกว่าผู้ถูกร้อง ประเทศไทยขาดผู้ถูกร้องไม่ได้ ซึ่งไม่มีบทบัญญัติให้ศาลกระทำได้

และเมื่อใกล้จะถึงวันที่ศาลลงมติ มีข่าวหนาหูขึ้นว่า ฝ่ายผู้สนับสนุนผู้ถูกร้องจะชุมนุมกันเพื่อกดดันศาล จะวางเพลิงเผาศาล ตลอดจนจะทำร้ายตุลาการบางคนจนกระทั่งมีผู้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปให้ความคุ้มครอง ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินไปอย่างน่าเสียดาย เป็นต้น

ข่าวต่างๆ ดังกล่าวมานี้เกิดขึ้นได้อย่างไรหากมิใช่เป็นการแสดง "ความเห็นแก่ตัว" ของคน


โดย 2 [3 ก.พ. 2549 , 11:22:26 น.]

ข้อความ 2

วิธีคิด วิธีแสดงออกของประเสริฐ นาสกุล
คนอย่างนี้น่าอยู่เป็นหลักของบ้านเมืองต่อไป
โดย : -     วันที่ :2006-03-05 00:59:14    IP :61.7.158.xx   
ความคิดเห็นที่ 14
ผลสำรวจจากดุสิตโพลอยากให้ใครเป็นนายก
ทักษิณ-68 %
อภิสิทธิ์-12 %
บรรหาร-10%
ชูวิทย์-10%
ผลสำรวจสถาบันราชภัฎจันทรเกษมอยากให้ใครเป็นนายก
ทักษิณ-80%
อภิสิทธิ์-8%
บรรหาร-8%
อานันท์-4%
ผลสำรวจมณฑลทหารบกที่ 11อยากให้ใครเป็นนายก
ทักษิณ-92%
อภิสิทธิ์-5%
บรรหาร-3%
ว๊าวดูแค่นี้ก็น่าจะรู้ผลแล้วนะครับว่าใครที่จะได้เป็นนายกท่านต่อไปในไม่ช้านี้
โดย : คนไทยรักไทย     วันที่ :2006-03-04 22:15:40    IP :61.90.64.xx   
ความคิดเห็นที่ 13
พวกสว28คน พวกนักวิชาการ อาจารย์ในมหาลัยทั้งหลายที่ออกมาพ่นน้ำลายเหม็น ๆ มันบอกว่า พวกที่เลือกทักษิณเป็นพวกด้อยปัญญาพวกชนชั้นต่ำ จริงหรือเปล่า แล้วไหนบอกว่าครอบงำสื่อ แล้วทำไมสื่อด่านายกได้ทุกวัน แล้วการไม่เห็นด้วยกับปชป ก็แปลว่าเราชนชั้นต่ำเหรอ งง เอาอะไรมาวัดหรือคุณ แต่ถ้าเห็นด้วยกับปชป นักวิชาการ ก็แปลว่า เราจบด๊อกเตอร์งั้นสิ
โดย : kitty     วันที่ :2006-03-04 22:06:07    IP :58.8.108.xx   
ความคิดเห็นที่ 12
เมื่อกี๊ฟังท่านเจ้าคุณฯวัดสุทัศน์ทางช่อง 11 มา ท่านขอให้พรุ่งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมเปลี่ยนจากการเดินขบวนขับไล่นายกฯเป็นร่วมกันรวมพลังใจถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะเป้าหมายของพวกท่านที่ชุมนุมจริงๆก็ต้องการทำเพื่อในหลวงอยู่แล้วใช่มั๊ยครับ ดังนั้นถึงไม่พูดเกี่ยวกับนายกฯแต่ถวายพระพรแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็มีค่าเหมือนกันครับ (ถ้าจะให้ดีควรปฏิบัติธรรมด้วยความสงบสวดมนต์ภาวนาแผ่เมตตาให้กับพระองค์ท่านด้วยนะครับ)

ปล.ส่วนเรื่องนายกฯท่านเจ้าคุณฯท่านว่าให้รอดูไปสักประมาณ 4 เดือนครับ และในรายการพระคุณเจ้าทั้งสองรูปกับอ.บรรจบ บรรณรุจิ ให้ข้อคิดได้ดีมากเลยครับ (หัวข้อเรื่องพระพุทธศาสนากับความสงบสุขในสังคม) เมื่อเราเป็นชาวพุทธด้วยกันก็สามัคคีกันไว้ดีกว่า หันหน้าเข้ามาคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่าครับ ใจเย็นๆอย่ายึดมั่นหรือใจร้อนกันเกินไป จะเรียกร้องอะไรก็ควรใช้เหตุผลและรอจังหวะเวลากันดีกว่าครับ ไม่งั้นคนศาสนาอื่นอาจจะดูถูกเราชาวพุทธเอาได้ว่ามีแต่ทะเลาะโต้เถียงกันและอาจจะทำให้ชาวพุทธด้วยกันเองที่ยังไม่มั่นคงในหลักธรรมของพระพุทธเจ้าสักเท่าไหร่เกิดความหวั่นไหวและเสื่อมศรัทธาได้ครับ

การแก้ปัญหาที่แท้จริงต้องหาสาเหตุที่แท้จริงที่เป็นตัวต้นเรื่องทั้งหมดให้เจอแล้วก็แก้ปัญหาให้ตรงจุด ซึ่งหลักการและวิธีแก้ปัญหาในหลักพระพุทธศาสนาก็มีพร้อมอยู่แล้ว ผมว่าท่านเจ้าคุณฯวัดสุทัศน์ฯท่านมีสติปัญญาเฉียบแหลมและมีมุมมองที่กว้างขวางควรเชื่อถือและนำคำสอนของท่านมาปฏิบัติกันนะครับ ขอขอบพระคุณทุกท่านครับ _/\_
โดย : wit     วันที่ :2006-03-04 21:43:52    IP :58.8.36.xx   
ความคิดเห็นที่ 11
นายกขายหุ้นอย่างถูกกฏหมายโดยไม่ต้องเสียภาษี???โดนตั้งคำถาม ถามหาจริยธรรม
3พรรคร่วมฝ่ายค้าน บอยคอตไม่ลงสมัครเลือกตั้งอ้างว่าถูกต้องตามประชาธิปไตย??? แล้วจะมีใครถามหาจริยธรรมทางการเมืองบ้างไหม???
จริยธรรมเรื่องภาษีผมว่ายังไงประเทศชาติก็ไม่พังถ้าไม่มีการปลุกกระแส??????
จริยธรรมทางการเมืองโดยไม่ลงสมัครเลือกตั้งมีผลทำให้เกิดความแตกแยกภายในประเทศอย่างรุนแรง???? แล้วใครจะรับผิดชอบ???อย่าโยนบาปเลยครับเมื่อคุณๆพรรคฝ่ายค้านกล้าตัดสินใจฉนั้นคำว่าจริยธรรมทางการเมืองที่เกิดผลเสียต่อประเทศพรรคฝ่ายค้านต้องรับผิดชอบให้เต็มที่ให้สมกับผู้ที่มีจริยธรรมทางการเมืองสูง?????(ไม่ใช่สูงแต่ปากว่า)
โดย : ???     วันที่ :2006-03-04 19:46:03    IP :61.91.149.xx   
ความคิดเห็นที่ 10
นายกไม่ฟังใครหรอก ไม่งั้นมันควรลาออกไปตั้งแต่วันที่ 4 ธันวา 47 แล้ว
ไม่ควรรอจน 4 ธันวา 48 แล้วยังจะด้านอยู่จน 4 ธันวา 49 อีกเรอะ ด้านมากไอ้เหลี่ยม
โดย : สารเลวชิน     วันที่ :2006-03-04 18:06:39    IP :58.10.238.xx   
ความคิดเห็นที่ 9
คนใต้มันเห็นแก่ตัวไง
คนใต้มันเห็นแก่ตัวไง
คนใต้มันเห็นแก่ตัวไง
คนใต้มันเห็นแก่ตัวไง
คนใต้มันเห็นแก่ตัวไง
คนใต้มันเห็นแก่ตัวไง
คนใต้มันเห็นแก่ตัวไง
โดย : คนไทยรักไทย     วันที่ :2006-03-04 16:41:29    IP :58.9.194.xx   
ความคิดเห็นที่ 8
ฝ่ายค้านกลัวไม่มีเงินทุนลงเลือกตั้งหลังจากปรับรัฐธรรมนูญ เลยจำเป็นต้องขอเว้นวรรคเพราะประเมินสถานการณ์แล้วถึงเลือกมาก็ต้องเป็นฝ่ายค้านอีกอยู่ดี???ที่สำคัญเป็นได้แค่ปีกว่าก็ต้องยุบสภาเลือกตั้งใหม่???แล้วเงินที่จะใช้ในการหาเสียงจะเอามาจากไหน???เพราะใช้ไปกับการเลือกตั้งครั้งก่อน??? (หมด...ตูด)เลยหาข้ออ้างสารพัดที่จะอ้าง???จะยอมได้ก็คือรัฐบาลรักษาการ (เหตุผลคือไม่ต้องมีการเลือกตั้งแต่ต้องการให้ปรับรัฐธรรมนูญก่อน)จะได้ไม่ต้องมีการลงทุนซ้ำซ้อน(เดินเกมได้ฉลาดมาก)เวลาหาเสียงก็จะมีข้ออ้างได้สารพัด???แล้วก็จะจับมือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านถ้าได้เสียงข้างมากเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล(ฮั้วกันทางการเมือง)ฉนั้นตอนนี้ถึงให้ใครไปพูดฝ่ายค้านก็จะยืนกานว่ายึดมั่นในหลักการไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งแน่(จนกว่าจะมีการปรับรัฐธรรมนูญ) สาเหตุหลักคือต้องการถนอมกระสุนเอาไปสู้ศึกใหญ่เมื่อปรับรัฐธรรมนูญแล้ว????ซึ่งเลือกตั้งครั้งนั้นจะเป็นศึกเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์??? เพราะถ้า ปชป.แพ้อีกครั้งนั่นหมายถึง หมดตัว??? ข้อวิเคราะห์นี้ไม่ห่างจากความจริงมากนักไม่เชื่อก็โปรดค่อยๆคิดตาม????อย่างเป็นกลางๆคุณๆคอการเมืองก็จะเข้าใจเกมการเมืองครั้งนี้จริงๆๆๆๆๆ
โดย : ???     วันที่ :2006-03-04 15:09:28    IP :58.10.147.xx   
ความคิดเห็นที่ 6
แนะนำเว็บไซต์น้องใหม่ เป็นเว็บไซต์ ที่อบอุ่น เป็นกันเอง รวบรวม เรื่องราว และ สิ่งดี ๆ ไว้ให้คุณที่นี่ พร้อมทั้งสุดยอด คลิป เด็ด ๆ เพียบ
คลิกเลยค่ะ --> http://www.yeh-yeh.co.nr/
โดย : เสรีภาพ     วันที่ :2006-03-04 14:36:00    IP :203.151.141.xx   
ความคิดเห็นที่ 5
ความจริงที่คนไทยเจ็บปวด หลังจากเหตุการณ์ที่พรรคไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาลอีกสมัย (กว่าจะรู้ก็สายไปแล้ว)
1.มีการผลักดัน รัฐวิสาหกิจอื่นๆ เช่น การประปา สาธารณูปโภคทั้งหลายแหล่ เข้า ตลาดนัด เฮ้ย ไม่ใช่ ตลาดหลักทรัพย์
2.กฏหมายเกี่ยวกับนิติบุคคลจะถูกแก้ไขแบบแปลกๆ และถูกนำมาใช้อย่างสายฟ้าแลบหลังจากแก้ไขแล้วเสร็จทันที (ไม่เกิน 120 ชั่วโมง)
3.ประชาชนจะต้องเซอร์ไพร์สกับการประกาศขายกิจการของคนในคณะรัฐบาลอย่างกะทันหัน โดยไม่มีสัญญาณเตือนอะไรเลย (ไม่มีปี่กับขลุ่ยด้วย)
4.นายกฯ และคนใกล้ชิดนายกจะเป็นเจ้าของสาธารณูปโภคของประเทศทั้งหมดในอนาคต
5.ธุรกิจอื่นๆ ของนายกและคนใกล้ชิด จะเจริญเติบโตและมีผลกำไรเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทุกๆ ปี ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งบริหารประเทศ (และจะรวยจนติดอันดับโลก ซึ่งปัจจุบันนายกฯ อยู่ในอันดับที่ 14 ของผู้ที่รวยที่สุดในโลก)
โดย : แดน ดูดีดี     วันที่ :2006-03-04 13:24:24    IP :202.142.219.xx   
ความคิดเห็นที่ 4
เกิดระบบใหม่ขึ้นในประเทศนี้แล้วคือ ระบบอภิสิทธิ์ ระบบนี้คือ
1.ไม่จำเป็นต้องยึดมั่นระบบรัฐสภา เพียงแต่เป็นประชาธิปไตยก็พอ
2.ยึดสัจจะนิยมเป็นสำคัญ อยู่ในกติกาหรือนอกกติการะบอบประชาธิปไตยก็ได้
3.มีหรือไม่มีความชอบธรรมหรือจริยธรรมทางการเมืองก็ได้
โดย : อภิชัย     วันที่ :2006-03-04 12:53:50    IP :58.147.122.xx   
ความคิดเห็นที่ 3
กุมภาพันธ์ 2549 กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี
>>ผมเสียดายและเสียใจอย่างสุดซึ้งที่รัฐบาลเสียงข้างมากที่ล้นหลามในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
>>ซึ่งคงจะหาไม่ได้อีกแล้วในอนาคต กำลังจะต้องอับปางลง
>>นอกจากความถูกผิดของเรื่องต่างๆในตัวของมันเอง
>>สาเหตุของความเสียหายที่บานปลายขึ้น อาจจะเป็นเพราะกรรม 2
>>ตัวด้วยกันคือ หนึ่ง ท่านนายกฯมีความมั่นใจในตัวเองสูง
>>ไม่เห็นใครในสายตาและไม่ฟังใคร
>>อาจจะหลงคิดว่าตนตั้งใจทำความดีและได้ทำความดียิ่งใหญ่แล้ว
>>เหนือใครๆทั้งหมดทั้งสิ้นในแผ่นดิน ใครไม่เห็นด้วยล้วนแต่โง่เง่า
>>มองโลกด้านเดียว สอง บุคคลที่แวดล้อมรับใช้ใกล้ชิดท่านนายกฯ อาจ
>>"ป้อยอ สอพลอพลอย ทุกเช้าค่ำ"
>>ไม่กล้าหรือไม่รู้จักท้วงติงให้ความจริงต่อนายอย่างตรงไปตรงมา
>>ซ้ำยังจองหองพองขน ยกตนข่มท่าน ใครวิพากษ์วิจารณ์นายอย่างไรก็มิได้
>>หาว่าเป็นพวกฝ่ายค้านที่จ้องจะล้มรัฐบาลอยู่ร่ำไป
>>ก่อนออกจากดอนเมืองตอนเที่ยงคืนวันที่ 5 มีลูกศิษย์โทรมาอ่าน
>>นสพ.คมชัดลึกให้ฟังว่า ผมสัมภาษณ์ขับไล่ท่านนายกฯ
>>เพราะท่านนายกฯได้กลายเป็นปัญหาแทนที่จะเป็นทรัพยากรของชาติ
>>ซึ่งก็สอดคล้องกับกระแสที่เรียกร้องอยู่ขณะนี้
>>แต่ความจริงผมมิได้ให้สัมภาษณ์
>>แต่ไปพูดให้สมาชิกสถาบันวิถีทรรศน์และศูนย์นวัตกรรม ม.รังสิตฟัง
>>ผมเขียนหัวข้อคำบรรยายแจกเหมือนกับทุกครั้ง
>>เพื่อจะช่วยให้ผู้สื่อข่าวนำไปรายงานได้อย่างถูกต้อง
>>กลัวกลอนจะพาไปตามอุปาทาน หัวข้อที่พูดคือ "ทางออกของชาติในยามวิกฤต"
>>มีอยู่ 15 หัวข้อย่อย ที่เป็นหัวใจขีดเส้นใต้คือข้อ 12 เกี่ยวกับ Best
>>Case Scenarioหรือทางออกที่ดีที่สุด กับข้อ 13 เชื่อมโยงกัน คือ
>>ในหลวงหรือทักษิณจะเป็นผู้ตัดสิน มีข้อความเด่นว่า
>>โอกาสที่ดีที่สุดที่ทักษิณจะต้องฉกฉวยก็คือขอพึ่งพระบารมี
>>ขอเข้าเป็นส่วนหนึ่งของราชประชาสมาสัย
>>บรรดานักข่าวเป็นเด็กรุ่นใหม่ไม่เข้าใจราชประชาสมาสัย
>>ผมจึงยกตัวอย่างทางออกที่ดีที่สุดแบบที่หนึ่งมาอธิบายให้ฟัง คือ
>>นายกรัฐมนตรีลาออก-ตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน-นายกรัฐมนตรีใหม่นำแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงมาตราเดียวคือมาตรา
>>201
>>เปิดโอกาสให้ตั้งนายกรัฐมนตรีราชประชาสมาสัยตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน.ก-นายกรัฐมนตรีใหม่นำแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์เป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีมหากษัตริย์เป็นประมุข-เลือกตั้งทั่วไป
>>ผมจะอธิบายเพิ่มเติมในท้ายจดหมาย
>>ขอพูดถึงเรื่องที่ท่านนายกฯอาจจะไม่อยากฟังที่สุดเสียก่อน
>>ก็ด้วยความหลง 2 ประการที่กล่าวมา
>>ยังผลให้ท่านนายกฯบริหารประเทศผิดพลาด
>>หนีออกจากจารีตประเพณีและหลักกฎหมายของแผ่นดิน จนท่านผู้รู้
>>ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีฐานันดรและตำแหน่งสูงเป็นที่เคารพของบ้านเมืองออกมาประสานเป็นเสียงเดียวกันโดยมิได้นัดหมายว่า
>>หนึ่ง
>>ท่านนายกฯไม่เข้าใจหรืออาจจะจงใจทำลายระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
>>สำแดงความประมาทขาดความสำรวมเป็นทาสวจีกรรมที่จาบจ้วงล่วงเกินในหลวง
>>ต่างกรรมต่างวาระ ที่สาหัสมากก็คือคำกล่าวว่า "ถ้านายกฯไม่จงรักภักดี
>>ผีที่ไหนจะจงรักภักดีวะ" ทั้งๆที่มีพวกออกมาติติงทั่วเมือง
>>.กไม่นานนายกฯยังบังอาจพูด.กว่า มีทางเดียวเท่านั้นที่ท่านจะลาออก
>>ก็คือขอให้ในหลวงมากระซิบ คำพูดครั้งหลังนี้คนไทยรับไม่ได้
>>เพราะมีนัยลึกซึ้งหลายประการ ไม่ว่าจะตีความทางใดก็เสียหายทั้งนั้น
>>แสดงว่านายกฯไม่เข้าใจหรือแกล้งไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
>>แสร้งพูดจาบจ้วงเพื่อท้าทายในหลวงหรือให้พวกไร้การศึกษาบูชานายกฯเข้าใจว่า
>>ในหลวงยังสนับสนุนค้ำจุนนายกฯอยู่
>>ด้วยพระองค์ท่านยึดถือหลักประชาธิปไตย
>>ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงตามพระราชหฤทัยได้
>>ซ้ำนายกฯยังปล่อยให้สถานีทีวีแพร่คำพูดดังกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
>>แทนที่จะรีบไปกราบพระบาทขอพระราชทานอภัย
>>นอกจากนั้นนายกฯยังเฉยเมยทำเป็นทองไม่รู้ร้อน
>>เมื่อมีพระราชดำรัสในวันที่ 4 ธันวาคม 2548 ว่า
>>คนที่พยักหน้าน่ะผิดที่มิได้แก้ไข คนที่ทำอะไรไม่อยู่กะร่องกะรอยนี่
>>ถ้าหากลาออกไป ก็ไม่มีความผิด ที่สำคัญยิ่งพระองค์กล่าวว่า
>>ผู้ที่นั่งแถวหน้า รู้ว่าเป็นใคร ที่ตำหนิข้าพเจ้า
>>บอกว่าพระเจ้าอยู่หัวผิด พระเจ้าอยู่หัวทำไม่ดี
>>ผมมิได้ลอกคำต่อคำเพราะอยู่ในต่างประเทศ แต่รับรองว่าพลความไม่ผิด
>>เพราะผมก็เหมือนกับคนไทยทั่วๆไปที่คิดว่าพระองค์ท่านตรัสถึงเพียงนี้
>>สมควรที่นายกฯจะรีบแก้ไขและคลานเข้าไปขอพระบรมราชวินิจฉัย สอง
>>ท่านนายกฯทำลายรัฐธรรมนูญ
>>โดยกระทำการอุกอาจไม่คำนึงถึงหลักกฏหมายและจริยธรรม
>>ก่อให้เกิดคอร์รัปชั่นคดโกงอย่างใหญ่โตกว้างขวาง
>>ครอบงำสิทธิเสรีภาพของสื่อ รัฐสภาและองค์กรอิสระจนไม่อาจตรวจสอบ
>>ความหลงใหลในภาวะผู้นำแบบซี.โอในระบอบประธานาธิบดี
>>ทำให้ท่านายกฯรวบอำนาจเสมือนหนึ่งรัฐบาลเป็นบริษัทส่วนตัว
>>ครอบงำทำลายคุณค่าผู้ร่วมงานตั้งแต่รองนายกรัฐมนตรีลงมาถึงตำรวจทหารศาลข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจทุกระดับ
>>แถมระบาดผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปถึงรากหญ้านายกอบต.
>>ทำให้บรรดาซี.โอโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกฯต่างก็สร้างมูลค่าเพิ่มให้ตนเอง
>>ทำลายมูลค่าเพิ่มของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเพื่อนร่วมงาน
>>ขัดกับหลักการประชาธิปไตยที่มีส่วนร่วมเป็นอย่างยิ่ง
>>จนกระทั่งคุณเสนาะออกปากว่า นี่เป็นระบบทาส ขังผู้แทนไว้ในคุก
>>ทำลายศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ผมจึงอธิบายต่อง่ายๆว่า
>>ระบบนี้ถ้าเป็นระดับพรรคก็เรียกว่า
>>"รวมศูนย์-รวบอำนาจ-เป็นทาสหัวหน้า" ระดับรัฐบาลเป็น
>>"รวมศูนย์-รวบอำนาจ-เป็นทาสนายก"
>>สอดค้องและส่งเสริมระบบบริหารที่ทำลายประเทศไทยมานานคือระบบ
>>"รวมศูนย์-รวบอำนาจ-เป็นทาสส่วนกลาง"
>>ซึ่งบันดาลให้ต่างจังหวัดของเรากลายเป็น"สังคมชั่วคราว"ไปหมด
>>มีเจ้านายซี.โอย้ายไปมาปกครองเหมือนลัทธิเมืองขึ้น
>>จนประชาชนตกอยู่ใต้สามลัทธิอุบาทว์คือ "ลัทธิตามอย่าง ตามน้ำ ตามพึ่ง"
>>ซึ่งท่านนายกฯเป็นเอกอัครุปถัมภก ผมชื่นชมและขอบคุณท่านนายกฯ
>>ที่แสดงให้โลกเห็นว่าสังคมไทยมีวุฒิภาวะ ไม่ฆ่ากันตายในคืนวันที่ 4
>>กุมภา ส่วนการที่ท่านนายกฯจะตัดสินใจลาออกตามคำเรียกร้องหรือไม่
>>กรุณาอย่าไปอ้างในหลวง หรือแม้แต่ 19 ล้านเสียงก็ไม่สมควรอ้าง
>>เพราะจะเป็นการให้การศึกษาผิดๆแก่ประชาชน
>>ผิดทั้งตัวอย่างและทั้งทฤษฎี เพราะว่าแท้จริงนั้น
>>การเลือกตั้งเป็นเพียงสัญลักษณ์หรือพิธีกรรมอย่างหนึ่งของประชาธิปไตย
>>เพื่อยืนยันความชอบธรรมอย่างที่ท่านนายกฯอ้างว่า มาตามกติกา
>>แต่ความชอบธรรมดังกล่าวเป็นแค่กึ่งเดียว
>>จะต้องมาต่อเติมให้ครบ.กกึ่งหนึ่งด้วยการอยู่ตามกติกา.กด้วย
>>ข้อหลังนี้เป็นเรื่องที่สังคมไทยตัดสินว่าท่านนายกฯสอบตก
>>ไร้ความชอบธรรมที่จะอยู่ต่อไป
>>องค์ประกอบของสังคมไทยที่ผมอ้างมิใช่คนพวกเดียวจำนวนหยิบมือเดียวอย่างที่สื่อของรัฐบิดเบือน
>>แต่เป็นคนจำนวนมากต่างอาชีพต่างฐานันดร มิใช่มีแต่นักวิชาการ
>>หากมีศิลปินแห่งชาติ อดีตเอกอัครราชทูต ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ
>>วุฒิสมาชิก อดีตรัฐมนตรีว่าการ ศูนย์นิสิตนักศึกษา
>>ที่ลุกฮือขึ้นพร้อมกันโดยมิได้มีการจัดตั้ง
>>และนับวันก็นับจะขยายตัวใหญ่โตขึ้น
>>จนท่านนายกฯจะไม่สามารถบริหารราชการโดยราบรื่นได้ การอ้างเสียง 19
>>ล้านนั้นเป็นการบิดเบือนทฤษฎีตัวแทนในทางการเมือง
>>ซึ่งตัวการมีอำนาจเปลี่ยนได้ทุกเมื่อเมื่อหมดความไว้วางใจ
>>โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบเลือกตั้งโดยตรงแบบประธานาธิบดีและผู้ว่าราชการมลรัฐของอเมริกา
>>เมื่อเร็วๆนี้ผู้เลือกตั้งก็ลงคะแนนเสียงปลดหรือ recall
>>ผู้ว่าการรัฐคาลิฟอร์ เนีย โดยไม่มีข้อกล่าวหาใดๆ
>>ประธานาธิบดีนิกสันก็ลาออกไปด้วยความบีบคั้นของประชามติด้วยเรื่องที่คนไทยเห็นว่าจิ๊บจ๊อย
>>คือปิดบังความจริงและขัดขวางการสอบสวนคดีแอบเข้าไปจารกรรมสำนักงานหาเสียงของพรรคตรงกันข้าม
>>ยิ่งเป็นระบบรัฐสภาก็ยิ่งอ้างไม่ได้ว่าตนถูกเลือกมาโดยตรง
>>ตัวอย่างเช่น แธตเชอร์ ผู้นำพรรคเข้าหลักชัยล้นหลามถึง 3
>>สมัยถูกลูกพรรคปลดออกกลางเทอมเพราะประชาชนชักมีปฏิกิริยาไม่ดี
>>นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นนับไม่ถ้วนที่ประสบชะตากรรมเช่นนี้
>>ปัญหาต่อไปคือมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้นำประเทศ
>>ซึ่งถือกันว่าต้องสูงกว่าคนธรรมดาหรือแม้กระทั่งนักบุญ
>>เพราะผู้นำสามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่า จึงมีคำพังเพยว่า
>>ผู้ปกครองไม่ดีเหมือนมีห่าลงกิน
>>บุคคลธรรม.ระทำผิดท่านให้สันนิษฐานว่าบริสุทธิจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าผิด
>>นักบุญท่านให้สันนิษฐานว่าผิดจนกว่าพิสูจน์ได้ว่าบริสุทธิ์
>>สำหรับผู้ปกครองเพียงทำตนให้ต้องสงสัย ท่านให้ถือว่าผิด
>>ต้องเอาตัวไปลงโทษ
>>ผมไม่อยากกล่าวย้ำถึงความผิดต่างๆที่มีผู้กล่าวหาท่านนายกฯ
>>จะพูดถึงเรื่องซุกหุ้นเท่านั้น ในกรณีซุกหุ้นครั้งที่ 1
>>ถ้าตุลาการรัฐธรรมนูญมีมาตรฐาน ท่านนายกฯจะไม่มีทางรอด
>>นอกจากจะอ้างทฤษฎีสัญญาประชาคม
>>เพราะความผิดของท่านายกฯนั้นเป็นสิ่งที่กฎหมายห้าม ตามหลัก Mala
>>Prohibita คือห้ามแล้วยังกระทำ ต้องถือว่าผิด
>>โดยไม่ต้องสืบเจตนาหรือตีความใดๆทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น
>>เรื่องบริษัทแอมเปิลริชที่ท่านนายกฯไปแอบตั้งไว้ต่างประเทศ
>>และถูกวุฒิสมาชิกแก้วสรร อติโพธิ์และคณะร้องเรียนว่า
>>ท่านนายกฯกระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 209 นั้น ผมก็เห็นว่าเข้าข่าย Mala
>>Prohibita 100%% ท่านนายกฯไม่มีทางรอด
>>ที่เหลืออยู่ก็คือความสำนึกและมโนธรรมของท่านนายกฯเท่านั้น
>>หากท่านเลือกทางออกที่ผมเสนอว่าดีที่สุด
>>ก็คงจะดีที่สุดสำหรับท่านนายกฯและประเทศชาติด้วย
>>สถาบันนายกฯเป็นสถาบันทรงเกียรติ ผมไม่อยากเห็นใครถูกขับอย่างกุ๋ย
>>ผมอยากเห็นท่านนายกฯรักษาสถาบันและออกไปอย่างรัฐบุรุษเช่นเดียวกับพลเอกเกรียงศักดิ์
>>และพลเอกชวลิต ผมขออธิบาย Best Case Scenario คือขั้นที่ 1 นายกฯลาออก
>>และ 2 ตั้งนายกฯใหม่ ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน
>>อย่างน้อยก็ยังจะได้บุคคลที่เคารพนับถือท่านนายกฯ
>>ไม่ทำอะไรที่รุนแรงแบบน้ำลดตอผุด เปิดทางให้ท่านนายกฯเว้นวรรคอย่างสงบ
>>เมื่อนายกรัฐมนตรีใหม่นำแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 201
>>เปิดทางให้บุคคลทั้งนอกและในสภา
>>เราก็อาจจะใช้ขบวนการราชประชาสมาสัยเลือกนายกฯที่ไม่ต้องอ้างว่าเป็นนายกฯพระราชทาน
>>แต่เป็นบุคคลที่ทุกฝ่ายรวมทั้งในหลวงยอมรับ
>>จะได้เข้ามาบริหารและแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างแท้จริง
>>โดยการมีส่วนร่วมจากพระมหากรุณา รัฐสภาและบุคคลทุกหมู่เหล่า
>>โดยไม่ต้องทำลายตัวหนังสือที่เป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ
>>เพียงแต่ใช้วิธีเพิ่มเติมที่เรียกว่า extra constutional
>>ตามจารีตประเพณืและไม่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ
>>เสร็จแล้วจะได้มีการเลือกตั้งทั่วไปและเดินหน้าปฏิรูปการเมืองประเทศชาติอย่างจริงจังเสียที
>>ทำอย่างนี้ สังคมไทยจะได้แสดงวุฒิภาวะ สมกับเป็นประเทศเก่าแก่
>>มีพระมหากษัตริย์อันประเสริฐ สามารถเปลี่ยนแปลงอย่างราบรื่นต่อเนื่อง
>>ไม่มีอะไรเสียหายร้ายแรง ท่านนายกฯครับ เกือบสามสิบปีมาแล้ว
>>ผมนั่งอยู่กับอาจารย์ป๋วย เมื่อท่านเขียนจดหมายจากนายเข้ม เย็นยิ่ง
>>ถึงจอมพลถนอม
>>ผมเสียดายทีผู้นำและสังคมไทยมีอัตตาเกินไปที่จะฟังคำของอาจารย์
>>หาไม่เราอาจจะไม่มี 14 ตุลาคม และอาจจะพัฒนาการเมืองได้ราบรื่นกว่านี้
>>บัดนี้ โอกาสเป็นของท่านนายกฯแล้ว
>>วันนี้ผมมานั่งเขียนถึงท่านนายกฯอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติอังกฤษ
>>อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
>>มีนักนักคิดนักเขียนชั้นนำของโลกทุกยุคทุกสมัยมานั่งฝันที่จะสร้างสังคมในอุดมคติที่นี่
>>ผมจึงเขียนถึงท่านนายกฯด้วยความตั้งใจและภูมิใจยิ่งที่เกิดมาเป็นคนไทย
>>ผมอยากจะเล่าส่งท้ายว่าเดือนที่แล้ว เพื่อนเก่าที่ไม่ได้คุยกันมาเกือบ
>>50 ปีโทรมาหา เธอเป็นปัญญาชนชั้นนำของจุฬาฯ แตกฉานทั้งภาษาไทย อังกฤษ
>>ฝรั่งเศสและเยอรมัน เธอไปฟังและสนับสนุนสนธิทุกรายการ
>>ทั้งๆที่สามีและลูกหลานไม่ชอบเลย
>>แต่เธอเห็นว่าเป็นหน้าที่อันศักดิสิทธิ
>>เธอกลั้นสะอื้นอ่านกลอนของพันเอกมรว.เล็ก งอนรถ ให้ผมฟัง 2 บท
>>ผมขอเปลี่ยนวรรคที่ 1 และขอมอบให้ท่านนายกฯและพี่น้องชาวไทยทุกคน
>>"เจ้าเป็น ลูกเลิศ ของพ่อแม่ ก็จริงแหล่ แต่ชาติ สำคัญกว่า ทางที่ถูก
>>เจ้าเป็นลูก อยุธยา ก็เหนือกว่า พ่อแม่ มาแต่ไร เจ้าอาจเสีย พ่อแม่
>>ในวันหน้า แต่จะเสีย อยุธยา หาได้ไม่ เพระฉะนั้น จงรู้จัก รักเมืองไทย
>> รักษาไว้ ให้อยู่ คู่ฟ้าดิน" ปราโมทย์ นาครทรรพ
โดย : *-*     วันที่ :2006-03-04 12:11:11    IP :203.151.141.xx   
ความคิดเห็นที่ 1
ประเทศชาติกำลังล่มจม...ทักษิณอาสามาแก้..คนไทยลืมตาอ้าปากได้..........สนธิทำอะไร
นอนกลางดินทั่วไทย...นายกไทย...ต่อให้แสร้งทำก็ดีกว่าคนพูดแต่ไม่เคยทำ...........สนธิทำอะไร
ยาเสพติดทั่วไทย...พ่อแม่กลุ้มใจหมดปัญญาช่วยลูก...ทักษิณมา ยาหมดไป..............สนธิทำอะไร
สนามบินสี่สิบชาติ...ทักษิณไม่มา อีกกี่สิบชาติจะได้เห็นได้ภูมิใจสุวรรณภูมิ............ สนธิทำอะไร
การศึกษาคือคำตอบ...ดีแต่พูด...ทักษิณเปลี่ยนเงินหวยมาเป็นทุนให้ลูกหลานไทย...........สนธิทำอะไร
ปราบอิทธิพลมืดทั่วแผ่นดิน ช่วยคนจน...สำเร็จหรือเปล่าไม่รู้....แต่ทักษิณตั้งใจ..............สนธิทำอะไร
ผู้ว่าซีอีโอ...ดูเหมือนตลกเมื่อเริ่ม แต่ผลกระทบหยั่งรากลึกซึ้ง...ทักษิณมุ่งมั่น................สนธิทำอะไร
เขมรบุกเผาสถานทูต...สึนามิ...พวกเราเสียขวัญ...ทักษิณออกมาพวกเราอุ่นใจ..............สนธิทำอะไร
จากประเทศขอทาน...ทักษิณไปเวทีไหนคนไทยภูมิใจว่านี้นายกประเทศไทย...............สนธิทำอะไร
ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร...ทักษิณเดินออกมาข้างหน้า คนไทยอุ่นใน มั่นใจ....................สนธิทำอะไร

สนธิทำแค่....บังคับให้ทักษิณช่วยหนี้สินของตัวเอง....ทักษิณช่วยมากไม่ได้.....ก็ด่าเขาเหมือนหมา
คนหลายล้านกำลังมีหวังมีอนาคต...คุณทำเพื่อตนเองแต่ทำลายภาพพจน์ประเทศ...ขาดเหตุผล
คุณบีบทักษิณออก...ถึงออกไปทักษิณก็ไม่เดือดร้อนอะไร...เศรษฐกิจพัง...ใครเดือดร้อน
นักวิชาการก็ไม่เดือดร้อน...มีงานทำ มีเงินเดือนใช้อยู่ดี...ซุกหัวเงียบอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย
พวกชนชั้นสูงอย่างอภิสิทธิ์...ก็ไม่เดือดร้อน...ห่วงแต่อนาคตทางการเมืองของตนเอง
พวกสื่ออำมหิต (กลุ่มสนธิ) ที่ลงขันล้มรัฐบาล...ไม่เดือดร้อน...เพราะมีเงินตุนในกระเป๋าหลายปี
คุณทุบหม้อข้าวประชาชนเพราะพวกคุณมีโกดังข้าวสารอยู่ในบ้าน...อ้างนักหนาว่าเพื่อประชาชน
คนเดือดร้อนก็คือประชาชนตาดำดำ...ลูกหลานจบใหม่ไม่มีงานทำ...ตอนนั้นไปหดหัวที่ไหนกันหมด
ทักษิณจะขายหุ้นก็ขายไป...เงินของเขา...เขาไม่ให้....ก็สิทธิของเขา....เราคนไทย....ไม่ใช่ขอทาน
ขอแรงทักษิณทำงานให้ชาติสุดกำลังก็พอแล้ว....ยังต้องไปขอเงินเขาอีกหรือ....ละอายใจกันบ้าง....
พวกเราเสียภาษี...ทักษิณก็เสียภาษีตามกฎหมาย....จะบาทเดียวหรือหมื่นล้านมันก็หลักการเดียวกัน...

วันที่ 3 ทักษิณ ทำสัญญาประชาคม วันที่ 5 สนธิ ล้างสมองคนไทยให้เกียจทักษิณ เพื่อฉีกรัฐธรรมนูญ
อาจเกิดเหตุการณ์พาคนไปตาย

***************************** ท่านว่าใครควรอยู่ต่อเพื่อชาติ ***********************


ร่วมประนามเว็บ http://www.manager.co.th/ อะไรกันเว็บนี้ พอสนธิจัดชุมนุมละลงข่าวอลังการเลิศหรูพอทักษิณ จัดบ้างลงข่าวเงียบมากแ ถมยังกล่าวคำ ระดมต่างหาก ต่พอสนธิจัดละใช้คำ รวมใจกัน นี่มันอะไรกัน นี่หรือสื่อที่เป็นกลาง งี่เง่าสิ้นดีหมดกันประเทศไทยมีสื่อ บบนี้ไปเลี้ยงควายเถอะ
โดย : www.grandsport.com     วันที่ :2006-03-04 10:25:15    IP :58.10.160.xx   

เว็บเพื่อนบ้าน : YenTa4  |  เอ็มไทยเมล์  |  ThaiSecondhand  |  Tarad  |  มูลนิธิ ดร.พิชนี โพธารามิก  |  GossipStar  |  Mono2U  |  Monoplanet  |  Passionasia  |  Hotel2thailand  
เว็บผู้สนับสนุน : วัน-ทู-คอล!  |  Net Design  |  IT Education (Australia)  |  IT Education (England)  |  Samsung MP3 Player  
ข้อความทีท่านได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ

copyright ® MThA!.com all right reserved
all comments are welcome at
webmaster@mthai.com
home   |   sticker   |   picpost   |   memory
  |   music   |   chat   |   email