กรุงเทพโพลล์ "ทักษิณ" นำโด่ง เหมาะเป็นนายกฯ 55.30 % ส่วน"มาร์ค" ตามหลังมาลิบๆ 17.10 %
หัวข้อ : "ประชาชนคิดอย่างไรกับการเมืองไทยหลังยุบสภา"
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ :.
เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนชาวกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกี่ยวกับทิศทางการเมืองไทยภายหลังการยุบสภา ในประเด็นต่อไปนี้
1. ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่กับการ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจยุบสภาแล้วให้มีการเลือกตั้งใหม่
2. ในการเลือกตั้งครั้งใหม่ประชาชนจะเลือกพรรคไทยรักไทยหรือไม่
3. ใครคือบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
ระเบียบวิธีการสำรวจ :
การสุ่มตัวอย่าง
การสำรวจใช้วิธีสุ่มตัวอย่างประชาชนอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) โดยการสุ่มเขตการปกครอง (ในกรุงเทพฯ เก็บข้อมูล 30 เขตจาก 50 เขต และปริมณฑล เก็บจังหวัดละ 3 อำเภอ) จากนั้น สุ่มถนน และประชากรเป้าหมายที่จะสัมภาษณ์ ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 1,460 คน เป็นชายร้อยละ 47.3และหญิงร้อยละ 52.7
กลุ่มตัวอย่างมีอายุ 18-25 ปีร้อยละ 23.7 อายุ 26-35 ปีร้อยละ 30.9 อายุ 36-45 ปีร้อยละ 28.5 และอายุ 46 ปีขึ้นไปร้อยละ16.9 กลุ่มตัวอย่างมีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีร้อยละ 52.6 ปริญญาตรีร้อยละ 40.8 และสูงกว่าปริญญาตรีร้อยละ 6.6 กลุ่มตัวอย่างประกอบอาชีพรับราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจร้อยละ 15.3 ค้าขายและธุรกิจส่วนตัวร้อยละ 22.3 รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 12.3 พนักงานลูกจ้างบริษัทเอกชนร้อยละ 33.4 พ่อบ้าน แม่บ้าน และเกษียณอายุร้อยละ 5.8 นิสิตนักศึกษาร้อยละ 6.5 และอื่นๆ ร้อยละ 4.4
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error) : ในการประมาณการขนาดตัวอย่างใช้ความคลาดเคลื่อน 3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล : . การเก็บข้อมูลใช้แบบสอบถามสัมภาษณ์ความคิดเห็นของประชากรเป้าหมายที่สุ่มได้ จากนั้นนำแบบสอบถามทุกชุด มาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนทำการบันทึกข้อมูลและประมวลผล
ผลการสำรวจ :
1. เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจยุบสภาแล้วกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 เมษายน 2549 พบว่า
ประชาชนร้อยละ 45.6 เห็นด้วยกับการยุบสภาแล้วจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ
ขณะที่ร้อยละ 29.0 ไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่าไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องเพราะปัญหาอยู่ที่ตัวนายกฯ ไม่ใช่สภา ต้องเสียงบประมาณแผ่นดินมาจัดการเลือกตั้งใหม่ ควรรอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนค่อยยุบสภา และการยุบสภาทำให้สังคมไม่มีโอกาสได้รู้เบื้องหลังเรื่องการขายหุ้นชินคอร์ป และร้อยละ 25.4 ไม่แน่ใจ
2. ส่วนคำถามที่ว่าในการเลือกตั้งครั้งใหม่จะเลือกพรรคไทยรักไทยหรือไม่ พบว่า ร้อยละ 45.8 ระบุว่าจะเลือกพรรคไทยรักไทย ขณะที่ร้อยละ 31.3 จะไม่เลือกพรรคไทยรักไทย และร้อยละ 22.9 ไม่แน่ใจ
โดยกลุ่มที่ระบุว่าจะไม่เลือกพรรคไทยรักไทยนั้น ระบุว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ (ร้อยละ 12.8) เลือกพรรคชาติไทย (ร้อยละ 1.7)เลือกพรรคมหาชน (ร้อยละ 0.2) เลือกพรรคอื่น (ร้อยละ 1.0) และยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใด (ร้อยละ 15.6)
3. สำหรับบุคคลที่ประชาชนเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เรียงลำดับคะแนนจากมากไปน้อย ได้ดังนี้
1. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร.....ร้อยละ 55.3
2. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ.... ร้อยละ 17.1
3. นายอานันท์ ปันยารชุน.....ร้อยละ 3.4
4. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์..ร้อยละ 2.1
5. นายบรรหาร ศิลปอาชา ....ร้อยละ 1.6
6. อื่น ๆ เช่นนายชวน หลีกภัย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์.......ร้อยละ 3.7
7. ยังตัดสินใจไม่ได้.............ร้อยละ 8.9
8. ไม่ตอบ.........................ร้อยละ 7.9
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล : 26 - 27 กุมภาพันธ์ 2549 วันที่เผยแพร่ข้อมูล : . 28 กุมภาพันธ์ 2549
สำรวจโดย : ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1776
http://research.bu.ac.th/poll/poll_list.php
โดย : กบเหลาดินสอ
อีเมล์ : koblaodinsor@thaimail.com
วันที่ : 2006-02-28 20:13:38