
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไซโคลน นาร์กีส ที่พัดถล่มภาคใต้ของพม่า โดยเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ความช่วยเหลือจำนวนมากจากนานาชาติยังเข้าไปไม่ถึงมือผู้ประสบภัยจำนวนหลายแสนคน เพราะรัฐบาลทหารพม่ายังไม่เปิดไฟเขียวให้ดำเนินการได้อย่างสะดวก ขณะที่นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวที่กรุงจาการ์ตา เมืองหลวง อินโดนีเซีย เรียกร้องถึงรัฐบาลนานาประเทศ ที่ร่วมให้ความช่วยเหลือแก่พม่า ให้นำสิ่งของอุปโภคบริโภคทั้งหมดลำเลียงพักในประเทศไทยก่อน เพื่อรอการนำส่งต่อให้ รัฐบาลพม่าต่อไป โดยอาเซียนอยู่ระหว่างช่วยเจรจากดดันรัฐบาลทหารพม่า ให้เปิดทางยอมรับความช่วยเหลืออย่างสะดวก ก่อนที่สถานการณ์ร้ายจะสายเกินแก้
ทั้งนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติพายุไซโคลนนาร์กีสในพม่า พุ่งถึงกว่า 22,980 คน ชาวบ้านยังสูญหายราว 42,119 คน ผู้คนได้รับผลกระทบเดือดร้อน ไร้ที่อยู่อาศัยและกำลังรอความช่วยเหลือแทบทุกด้านราว 1 ล้านคน ขณะที่เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯในพม่า แถลงระบุยอดผู้เสียชีวิตท้ายที่สุดแล้วอาจถึงกว่า 1 แสนคน เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีอาหารและน้ำสะอาดอุปโภคบริโภคปลอดภัยเพียงพอ ผนวกกับสภาพแวดล้อมเลวร้าย เสี่ยงต่อการเกิดภาวะโรคระบาดตามมาอย่างยิ่ง แม้ความช่วยเหลือของสหประชาชาติบางส่วน ได้รับอนุญาตส่งถึงพม่าบ้างแล้ว แต่ก็ยังถือว่าน้อยนิด ทางการพม่าเพิ่งอนุญาตออกวีซ่า ให้เจ้าหน้าที่เอเชียของสหประชาชาติ เข้าไปประเมินสถานการณ์ความเสียหายแค่ 4 คน อีก 1 คน ยังต้องรออนุมัติ ส่วนความช่วยเหลือจากสหรัฐฯยังไม่ได้รับอนุญาตเข้าประเทศ
นายพอล ริสลีย์ โฆษกโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติในกรุงเทพฯ ระบุเที่ยวบินลำเลียงความช่วยเหลือของสหประชาชาติ 3 ลำ รวมน้ำหนักราว 50 ตัน ยังจอดอยู่ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บังกลาเทศและประเทศไทย เพื่อรออนุญาตเดินทางเข้าพม่า ข้าวของความช่วยเหลือเหล่านั้น ส่วนใหญ่คือขนมปังกรอบให้พลังงานสูง นอกจากนั้น ยังมีเรือและเครื่องบินลำเลียงความช่วยเหลืออีกหลายลำจากญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์ ลาว บังกลาเทศ จอดรออยู่หลายลำ พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านเวชภัณฑ์ เทียนไข บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เสื้อกันฝนและสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพอื่นๆอีกหลายรายการ
นายแอนโธนีย์ บันบูรี ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลกประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า เครื่องบินลำเลียงความช่วยเหลือของสหประชาชาติ ดำเนินการได้เพียงนำความช่วยเหลือมาส่งไว้ที่สนามบินแล้วบินกลับไปเท่านั้น โดยไม่สามารถรับประกันได้ว่า สิ่งของความช่วยเหลือจะถูกส่งถึงมือผู้ประสบภัยจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ภาพจากโทรทัศน์ของทางการพม่า เผยให้เห็นพลโทเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า กำลังแจกกล่องอาหารให้กับผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บจากหายนภัยไซโคลนนาร์กีส ในเขตพื้นที่ประสบภัยแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี พร้อมภาพทหารพม่ากำลังส่งอาหารให้ชาวบ้าน แต่ไม่ได้ระบุว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่
ส่วนสถานการณ์ทั่วไป ในพื้นที่ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส แถบปากแม่น้ำอิระวดี ยังมีสภาพน้ำท่วมขัง กินอาณาบริเวณกว้างราว 5,000 ตารางกิโลเมตร อาคารบ้านเรือนเสียหายยับเยิน ชาวบ้านบางส่วนยัง ต้องอาศัยอยู่บนวัสดุลอยน้ำ ใช้เศษผ้าห่มทำเป็นใบเรือ บ้าง ต้องอาศัยเปลื้องเสื้อผ้าจากศพคนตายเกลื่อนกลาด นำมาสวมใส่แทนเสื้อผ้าชุดเดิม บ้างต้องอาศัยน้ำจากลูกมะพร้าวดื่ม เพราะเป็นแหล่งน้ำสะอาดที่สุดเท่าที่หาได้ ส่วนร้านค้าที่เริ่มเปิดขายข้าวของ ถูกชาวบ้านบางส่วนปล้นสะดมสินค้า เพราะชาวบ้านเดือดร้อนกันแสนสาหัส ขณะที่หน่วยงานความช่วยเหลือจากต่างชาติ ต้องพยายามเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยทางเรือ หรือไม่ก็ทางเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งก็ประสบปัญหาหาพื้นที่ผิวดินไม่แห้งลงจอดไม่ได้ง่ายๆ
สำนักข่าวเอพีรายงานอ้างคำพูดของชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านรัฐบาลทหารพม่า ที่อยู่ระหว่างถูกกักบริเวณอยู่ภายในบ้านพักกลางนครย่างกุ้ง ระบุว่า เห็นหลังคาบ้านของนางซูจี ถูกกระแสลมพัดปลิว ระหว่างเผชิญพายุไซโคลนนาร์กีส ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งถูกกระแสลมแรงพัดหักโค่นด้วย ส่วนนางซูจีต้องจุดเทียนไขและพักอยู่ในบ้านท่ามกลางความมืดเพราะกระแสไฟฟ้าดับ เช่นเดียวกับชาวนครย่างกุ้งเกือบทั้งเมือง
ในส่วนความช่วยเหลือของไทยนั้น ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายอีริค จี จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย ได้เข้าพบนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี แจ้งว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯให้แจ้งว่า สหรัฐฯ มีความประสงค์ที่จะเข้าช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยชาวพม่า ตามโครงการช่วยเหลืออาหารโลก ซึ่งสามารถให้อาหารประชาชนได้วันละ 6 แสนคนนาน 6 เดือนติดต่อกัน โดยย้ำว่า เป็นการช่วยเหลือด้าน มนุษยธรรมเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่ยังติดขัดเรื่องปัญหาวีซ่าและยานพาหนะที่เป็นเครื่องบินรบทางทหาร จึงขอให้นายกรัฐมนตรีของไทยช่วยเจรจากับพม่า ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แจ้งกับเอกอัครราชทูตสหรัฐฯว่า ช่วงเช้าได้พบกับ รมว.แรงงานพม่า ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ได้แนะนำว่า หากมีปัญหาเรื่องวีซ่า ไปทำที่สนามบินจะสะดวกกว่า ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับปากที่จะโทรศัพท์ไปประสานงานกับผู้นำพม่าในเวลา 15.30 น. หากการเจรจาทางโทรศัพท์ไม่ได้ผล นายก รัฐมนตรีจะเดินทางไปยังประเทศพม่าด้วยตัวเอง
เมื่อถามว่า คิดว่าพม่าจะตอบรับแค่ไหน เพราะยังมีความระแวงอยู่ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เท่าที่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ บอกระบุว่ามีคนตายไปแล้วถึงประมาณ 1 แสนคน นายกรัฐมนตรีมีความเชื่อมั่นว่า พม่าน่าจะตอบรับความช่วยเหลือ เพราะเอกอัครราชทูตสหรัฐฯได้ย้ำว่า เป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเท่านั้น ซึ่งสหรัฐฯ คงจะส่งสิ่งของบินตรงจากสหรัฐฯ ไม่ได้ ขอใช้ยานพาหนะของไทย
ต่อมาเวลา 16.50 น. พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยอีกครั้งว่า ล่าสุดนายกรัฐมนตรียังไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อไปยังผู้นำพม่าได้ เนื่องจากการสื่อสารในพม่าล่มหมด เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้ นายกรัฐมนตรีจะต้องเดินทางไปพม่าด้วยตัวเองหรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ตอบว่า โดยส่วนตัวคิดว่าถ้าติดต่อไม่ได้ก็คงต้องไป ส่วนท่านจะเดินทางไปพม่าเมื่อใด อย่างไร ตอบล่วงหน้าไม่ได้ และเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องคุยกันถ้าท่านจะไปจริงๆ แต่ท่านก็ร้อนใจ เพราะรับปากกับเอกอัครราชทูตสหรัฐฯไว้แล้ว
อีกด้านหนึ่งวันเดียวกัน พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงการช่วยเหลือชาวพม่าว่า ไทยเป็นประเทศแรกที่ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งผู้ใหญ่ของพม่าได้ให้การขอบคุณ และได้ส่งข้อความขอบพระทัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พม่าได้ขอบคุณเรามาด้วยความจริงใจ ส่วนเรื่องการขนย้ายสิ่งของไปช่วยไม่ใช่เรื่องง่าย หากไปทางรถยนต์จะไปด้วยความยากลำบาก แต่หากไปด้วยเครื่องบิน ซี-130 จะเสียค่าเชื้อเพลิงเที่ยวละ 5 แสนบาท และขนได้จำกัดครั้ง ต่อไปอาจจะใช้เรือพาณิชย์ในการขนย้าย อาจมีความล่าช้าแต่คุ้มค่ากว่า
พล.อ.บุญสร้างกล่าวอีกว่า สำหรับการชันสูตรศพ จำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ทางนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย ได้พูดคุยกับทูตพม่าเบื้องต้นแล้ว ส่วนจะให้ประเทศใดเข้ามาช่วยเหลือบ้างนั้น ไม่ทราบว่าพม่าเปิดรับประเทศไหนบ้าง ทั้งนี้มีหลายประเทศได้ติดต่อมาทางเรา เพื่อให้เป็นตัวประสานกับทางการพม่าเพื่อเข้าไปช่วยเหลือด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบว่ามีพม่าที่ประสบภัยหนีเข้ามาทางชายแดนไทย ขณะนี้สหรัฐฯได้มีการติดต่อมายังกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อให้เป็นตัวประสานในการให้ความช่วยเหลือประชาชนชาวพม่า ล่าสุดรัฐบาลพม่ายอมที่จะให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงเปิดให้นำอากาศยานของสหรัฐฯเข้ามาช่วยเหลือด้วยแล้ว
ขณะที่ พล.ท.สุรัตน์ วรรักษ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร แถลงว่า พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้มอบหมายให้กรมกิจการพลเรือนทหาร จัดตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพม่าของกองทัพไทย โดยมี พล.อ.บุญสร้าง เป็นผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือชาวพม่า ตลอด 24 ชั่วโมง โดยศูนย์บริจาคตั้งอยู่ที่ชั้น 1 อาคาร 6 กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ โทร.0-2572-1500 0-2572-1599 0-2575-6285 0-2575-6288 หรือโทรสาร 0-2575-6289-90
ด้าน พล.ต.ภุชพงศ์ พงษ์ศิริ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ เสนาธิการทหาร ได้นำสิ่งของอุปโภค-บริโภคไปมอบให้กับพม่าในเที่ยวบินแรกนั้น ได้พบ กับ พล.ท.มิ้ง ฉ่วย ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 5 ของสหภาพพม่า พล.ท.มิ้งได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใย การที่พม่าต้องประสบความเดือดร้อนและไทยได้เร่งให้ ความช่วยเหลือเป็นชาติแรก จึงเปรียบเสมือนเป็นมิตรแท้ และหลังจากที่ได้รับมอบสิ่งของในวันดังกล่าวแล้ว พม่าได้จัดเฮลิคอปเตอร์จำนวน 4 ลำ นำสิ่งของออกแจกจ่ายประชาชนในทันที โดยได้ส่งไปในพื้นที่ภาคอิระวดี ซึ่งเป็นเขตที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด สำหรับความต้องการเร่งด่วนในขณะนี้ คือเต็นท์ผ้าใบหรือผ้าพลาสติก เครื่องมุงหลังคา โทรศัพท์ผ่านดาวเทียม เนื่องจากโทรศัพท์พื้นฐานภายในประเทศ ไม่สามารถใช้การได้ หลอดไฟ โคมไฟ สำหรับเสาไฟฟ้าตามท้องถนน อาหารสำเร็จรูป และยาสำหรับนำไปทำให้น้ำสะอาด ซึ่ง พล.อ.ทรงกิตติได้นำข้อเสนอต่างๆ ของพม่า แจ้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อเสนอรัฐบาลให้ความช่วยเหลือต่อไป
นอกจากนี้ พล.ท.กิตติทัศน์ บำเหน็จพันธ์ ผอ.สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ช่อง 5) และเจ้ากรมการทหารสื่อสาร เผยว่า กองทัพบก โดย ททบ.5 ได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือชาวพม่าผู้ประสบภัยพายุนาร์กีส ที่ช่อง 5 ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.เป็นต้นไป รับบริจาคสิ่งของต่างๆ รวมทั้งรวบรวมทุนทรัพย์เป็นกองทุน ผ่านบัญชีธนาคาร ทหารไทย สาขาสนามเป้า ชื่อบัญชี ศูนย์ ททบ.5 ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติพายุนาร์กีส เลขที่บัญชี 021-2-75422-0 โดยบริจาคได้ที่ธนาคารทหารไทยทุกสาขา สิ่งของที่ขาดแคลนและต้องการเร่งด่วนคือน้ำดื่ม อาหารแห้ง เครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรค เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้เตรียมทีมข่าวเฉพาะกิจติดตามภาพการช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในนามชาวไทยสู่พม่าตลอด 24 ชม. เพื่อเผยแพร่ออกอากาศและรายงานข่าวทุกช่วงเหตุการณ์ ผู้สนใจร่วมบริจาคสอบถามได้ที่ 0-2278-5555 ตลอด 24 ชั่วโมง
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังนายเลนนาต ลินเนอ เอกอัครราชทูตประเทศสวีเดน ประจำประเทศไทย และนายเดวิด สเพรา เอกอัครราชทูตประเทศแคนาดาประจำประเทศไทย เข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ว่า เอกอัครราชทูตทั้ง 2 ประเทศ เข้าเยี่ยมคารวะและแสดงความชื่นชมรัฐบาลไทยที่ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวพม่าอย่างรวดเร็วทันใจ และทั้ง 2 ประเทศ ต้องการที่จะส่งอาสาสมัครเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ แต่ได้รับการปฏิเสธจากประเทศพม่า จึงต้องการที่จะให้รัฐบาลไทยช่วยประสานให้พม่าเปิดช่องทางให้ต่างชาติเข้าไปช่วยเหลือ โดยไม่ได้หวังผลประโยชน์ทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น แต่ต้องการที่จะช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม
พญ.ศิริพร กัญชนะ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังรับมอบน้ำดื่มตราด็อกเตอร์คูล ขนาด 500 ซีซี จำนวน 10,000 ขวด ที่ผลิตโดยโรงพยาบาลนครปฐม จังหวัดนครปฐม และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 10,000 ซอง เพื่อนำไปช่วยเหลือชาวพม่าที่ประสบภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีสว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือโรคระบาดต่างๆที่เกิดขึ้นภายหลังภัยพิบัติ จากปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดเพื่อใช้ดื่มและใช้ประจำวัน ปัญหาขยะมูลฝอยจำนวนมาก และกระทรวงได้เปิดรับบริจาคสิ่งของ น้ำสะอาด อาหารกระป๋อง ยารักษาโรค ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0-2590-1011 ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ในวันราชการ
นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า เหตุภัยพิบัติพายุไซโคลนนาร์กีส พัดถล่มพม่า ก่อความเสียหายอย่างมหาศาลทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ประชาชนกว่าล้านคนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก บริษัทบุญรอดฯในฐานะตัวแทนคนไทย ตระหนักดีถึงความสูญเสียและความเดือดร้อนดังกล่าวของพี่น้องชาวพม่า จึงไม่รั้งรอที่จะเข้าไปมีส่วนช่วยเหลือในทันที โดยได้จัดคาราวานรถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวน 20 คัน บรรทุกน้ำดื่มกว่า 2 หมื่นแพ็ค หรือประมาณ 2 แสนลิตร นำไปมอบผ่านนาวาอากาศเอกอนิรุท กิตติรัต รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ลำเลียงขึ้นเครื่องบิน ซี-130 ส่งไปแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ภัยชาวพม่า และจะร่วมมือกับหน่วยงานราชการและองค์กรบรรเทาทุกข์ต่างๆ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้ต่อไป
เย็นวันเดียวกัน ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ อเมริกา ประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ นายอิริค จี จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนายบิลล์ เบอร์เกอร์ หัวหน้าทีมกู้ภัยฉุกเฉิน ยูเอสเอด (USAID) และนายโอลิเวียร์ ซี คาร์ดูเนอร์ ผอ.ภูมิภาคเอเชีย ยูเอสเอด (USAID) พร้อมทีมกู้ภัยจำนวน 4 คน ร่วมกันแถลงถึงความพร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ชาวพม่า โดยนายอิริค จี จอห์น กล่าวว่า สหรัฐฯ พร้อมแล้วที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือชาวพม่าอย่างเร่งด่วน เพราะหากปล่อยไว้นาน ความสูญเสียจะเพิ่มมากขึ้น อยากให้ทางการพม่าอนุมัติวีซ่าให้เจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัย ฉุกเฉินทั้ง 4 คน เข้าไปเพื่อประเมินสถานการณ์เบื้องต้นว่าจุดไหนต้องการอะไรบ้าง แล้วจะส่งอุปกรณ์ อาหาร และความช่วยเหลือ รวมทั้งเครื่องทำน้ำดื่มสะอาด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากทางการพม่า ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลทหารพม่าไม่เชื่อใจสหรัฐฯ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลพม่าปล่อยให้เข้าไป จะรู้เองว่ามันคือการปฏิบัติการเพื่อมนุษยธรรมจริงๆ ตอนนี้รู้สึกอัดอัดมากที่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือชาวพม่าได้ อย่างไรก็ตาม เราจะเดินหน้าหาทางเข้าไปช่วยเหลือต่อไป
ที่ จ.ระนอง ซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศพม่าทางเกาะสอง ได้มีการตั้งศูนย์รับบริจาคเพื่อนำไปช่วยเหลือชาวพม่า โดยนายอรชุณห์ นุ้ยบ้านด่าน รอง ผวจ.ระนอง ได้รับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคจากพระราชรณังคมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดระนอง ขณะที่บริษัทสยามชัยอาหารสากล หรือ SIFCO มอบข้าวสาร 100 กระสอบ น้ำดื่มขวดขนาด 500 ซีซี จำนวน 500 โหล พระราชรณังคมุนีกล่าวว่า คณะสงฆ์ จ.ระนอง มอบสิ่งของทั้งหมดที่รวบรวมได้ ส่งไปช่วยเหลือชาวพม่าที่ประสบภัยครั้งนี้ ในฐานะที่เป็นชาวพุทธด้วยกัน มีการติดต่อไปมาหาสู่กับคณะสงฆ์ของเกาะสองเป็นประจำ เมื่อครั้งประเทศไทยเจอเหตุการณ์สึนามิ ทั่วโลกได้ให้ความช่วยเหลือ เมื่อพม่าประสบภัยเชื่อว่าทั่วโลกจะให้ความช่วยเหลือเช่นกัน
ล่าสุดค่ำวันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลทหารพม่าได้อนุญาตให้กรีซส่งเครื่องบินลำเลียงแบบ ซี-130 บรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหนึ่งลำ เข้าสู่พม่าแล้วเป็นประเทศแรกนอกจากไทย เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์เหยื่อไซโคลนนาร์กีส โดยบรรทุกเต็นท์ ผ้าห่มและเวชภัณฑ์ ที่ได้รับบริจาคจากองค์การกาชาดกรีซ และองค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอต่างๆของกรีซเข้าพม่าเป็นเที่ยวแรก ส่วนเครื่องบินลำเลียงเที่ยวที่ 2 คาดว่าจะออกเดินทางในวันเสาร์ที่ 10 พ.ค. นอกจากนี้รัฐบาลกรีซยังบริจาคเงินอีก 200,000 ดอลลาร์ ช่วยพม่าด้วย
ก่อนหน้านี้เล็กน้อย เครื่องบิน 2 ลำของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ก็เดินทางถึงกรุงย่างกุ้งแล้ว โดยลำเลียงขนมปังให้พลังงานสูง เวชภัณฑ์ และเครื่องบรรเทาทุกข์อื่นๆ ส่วนอีก 2 ลำ คาดว่าจะเดินทางถึงย่างกุ้งในค่ำวันเดียวกัน ด้านวุฒิสภาสหรัฐฯ ออกมติเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าอนุญาตให้นานาชาติส่งความช่วยเหลือเข้าสู่พม่าโดยด่วน ขณะที่รัฐบาลคูเวตส่งเงินช่วยเหลือพม่า 5 ล้านดอลลาร์
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 
โดย :
Supawan
อีเมล์ :
วันที่ : 2008-05-09 09:49:25
Tags :
หลัง
ยึกยัก
มานาน
พม่า
โอเค
ให้ต่างชาติ
เข้าช่วย
![]() |
| ความคิดเห็นที่ 10 | |
โดย :
55555555555555555555
วันที่ :2008-05-09 16:19:11 IP :192.168.0.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 9 | |
โดย :
55555555555555555555
วันที่ :2008-05-09 15:38:34 IP :210.1.9.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 8 | |
โดย :
==
วันที่ :2008-05-09 14:20:04 IP :10.192.48.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 6 | |
โดย :
Awake.MaaAke
วันที่ :2008-05-09 12:19:47 IP :118.173.149.xx |
|
| ความคิดเห็นที่ 5 | |
โดย :
a
วันที่ :2008-05-09 12:15:12 IP :202.149.24.xx |
|
| เว็บเพื่อนบ้าน : | YenTa4 | GossipStar | | เอ็มไทยเมล์ | Tarad | มูลนิธิ ดร.พิชนี โพธารามิก | Fwdder | ThaiSecondhand | TLC Center |
| เว็บผู้สนับสนุน : | | | | | | |
| mthai service : | blog | video | album | club | picpost | forums | sticker | email | chat | pal | e-card | memory | hotsite |
| ข้อความทีท่านได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ |
|
copyright ® MThA!.com all right reserved all comments are welcome at webmaster@mthai.com |
|