home   |   blog   |   video   |   album   |   club   |   picpost   |   sticker   |   email   |   chat   |   e-card   |   memory   |  
''จรัญ'' นำชำแหละ ''ทักษิณ'' ใช้ทุนครอบงำ

''จรัญ'' นำชำแหละ ''ทักษิณ'' ใช้ทุนครอบงำ

ปลัดยุติธรรม ชำแหละ"การเมือง-กลุ่มทุน-อิทธิพลเถื่อน" จวก"ทักษิณ"สั่งฆ่าตัดตอน คิดบ้องตื้นทำเสียสถาบัน"ด็อกเตอร์" ด้าน"บรรเจิด"ชี้ถ้าคุมทุนไม่ได้ ไทยมีสิทธิ์เสียเอกราชอีก พร้อมเสนอ ส.ว.มาจากการแต่งตั้ง ขณะที่ "ธีรภัทร์"ชูลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน
 

วันที่ 29 พ.ย. ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีการจัดประชุมวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศานศาสตร์แห่งชาติครั้งที่ 7 หัวข้อเรื่อง "เสรีภาพ อำนาจ จริยธรรมกับการเมืองไทย" โดยนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า สิทธิเสรีภาพของประชาชนไทยนั้นถูกกดและครอบด้วยอำนาจรัฐ อำนาจการเมือง อำนาจกลุ่มทุนและอิทธิพลเถื่อน โดยผ่านระบบราชการ ระบบกฎหมาย ระบบงานยุติธรรม

ทั้งนี้ เพราะการเมืองไม่ได้ยืนอยู่กับประชาชน แต่ส่วนใหญ่คือผู้ที่เข้ามาแย่งชิงอำนาจรัฐ โดยอ้างฐานจากประชาชน สำหรับสภาพของระบบราชการถูกฝ่ายการเมืองจับเอาไปเป็นทาส เหมือน"พ่อมดจับยักษ์เอาไว้ในตะเกียงวิเศษ" แล้วสามารถใช้ยักษ์ทำความชั่วช้าทุจริต ตามที่ต้องการได้ทุกอย่าง

สำหรับกลุ่มทุนก็เช่นเดียวกัน ไม่เคยสำนึกว่าเติบโตมาจากประชาชน กลุ่มทุนจะสนับสนุนผู้ที่ครองอำนาจรัฐไม่ว่าระบอบใดเพื่อหาช่องทางให้ฝ่ายการเมืองเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ ดังนั้น การออกกฎหมายเกณฑ์อำนาจเหนือตลาด ซึ่งเป็นกฎหมายป้องกันการครอบงำตลาดจึงออกไม่ได้ถึง 7 ปี

"สมัยที่ผมทำได้สรุปเพดานเอาไว้ ให้กลุ่มไม่ควรมีกำไรในตลาดเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ แต่สุดท้ายเราถูกหักหลัง เพราะกฎหมายถูกถอนออกจาก ครม.โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ หลังจากนี้ผมจะเชิญนักเศรษฐศาสตร์เพื่อประชาชน เข้ามาช่วยดูว่าเกณฑ์รายได้ที่เหมาะกับประเทศเราที่สุดควรจะเป็นเท่าไหร่ เพื่อออกกฎหมายป้องกันการครอบงำตลาดของทุนใหญ่ นี่เป็นการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มทุน การเมืองและอำนาจรัฐ ที่ไม่เคยคำนึงถึงสิทธิของประชาชนเลยแม้แต่น้อย"

นายจรัญ กล่าวว่าเมื่ออำนาจต่างๆ เชื่อมโยงกันหมดจึงล้อมกรอบประชาชนที่ตกอยู่ในความไม่รู้ อ่อนล้า ไม่มีกำลัง กดสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้แบนราบติดดิน แม้จะเขียนรัฐธรรมนูญสวยหรูเพียงใด ก็ไม่ทำให้ประชาชนมีเสรีภาพได้ ขณะที่ระบบตรวจสอบเช่นศาลรัฐธรรมนูญก็ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง กลายเป็นกำแพงปกป้องคนใช้อำนาจรัฐโดยไม่ถูกไม่ควร สมควรแล้วที่ถูกปฎิวัติล้มล้างไป ไม่มีใครเห็นใจเลยแม้แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนยังบอกว่าดีแล้วล้มๆ มันไปได้ก็ดี เช่นเดียวกับ ส.ว.ที่ถูกจับเข้าไปอยู่ในตะเกียงด้วยเงิน ส่งคนของเขาเข้าไปเป็นกรรมการองค์กรอิสระ"

"ขณะนี้เราอยู่ในยุคที่คุณธรรมตกต่ำที่สุด ทั้งๆ ที่คุณธรรมเป็นตัวคานสังคม ถึงแม้ผมเป็นโจร ถ้าผมมีคุณธรรมผมก็จะไม่ปล้นคนยากจน คนมีเงินที่อยู่ในศีลธรรม ผมจะเลือกปล้นเศรษฐีหน้าเลือดที่ขูดเลือดขูดเนื้อชาวบ้าน เอามาช่วยเหลือคนยากจนได้บ้าง แม้แต่โจรผู้ร้ายถ้ายังมีคุณธรรม ประชาชนก็ยังพอได้ประโยชน์บ้าง"

ซัดตั้งวังการเมือง อัดทักษิณทำเสียดอกเตอร์

ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวด้วยว่า ถึงเวลาต้องปฎิรูประบบตรวจสอบ เอาจริยธรรมกลับคืนมาให้ได้ ขอย้ำกับฝ่ายการเมือง ไม่ว่าพรรคการเมืองไหน ถ้าทรยศต่อประชาชนพรรคนั้นต้องอยู่ไม่ได้ พรรคการเมืองต้องเป็นของมหาชน ไม่ใช่ของตระกูล หรือกลุ่มที่ซอยนั้นซอยนี้ จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ วังนั้นวังนี้

"ปัดโธ่ แกนึกว่าเป็นเจ้ามาจากไหนไปตั้งวังของแก ก็เป็นแค่ไพร่ติดดินเหมือนเรานี่แหละ ดันตั้งเป็นวัง ไม่สำนึกตัวเลย เป็นความอหังการ์ของพวกนักการเมือง ส่วนกลุ่มทุนไหนที่เอารัดเอาเปรียบประชาชนจะต้องถูกคว่ำบาตร จำกัดขนาด จำกัดกำไร ให้ลดน้อยลง ไม่ว่าโดยวิธีใด และกระบวนการยุติธรรมต้องเป็นของประชาชน ตำรวจต้องเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของนายกรัฐมนตรี แม้แต่ศาลและอัยการต้องมีประชาชนเป็นเป้าหมาย รวมทั้งระบบราชการทั้งระบบต้องทำเพื่อประโยชน์ประชาชน"

ต่อมา เขาได้กล่าวถึงกรณีฆ่าตัดตอนว่า ไม่เข้าใจ ทำไมถึงทำได้ คนที่ทำนึกว่าชาญฉลาดทำให้สิ่งที่มนุษย์คนอื่นทำไม่ได้ แต่ความจริงเป็นนโยบายที่โง่ที่สุด ไม่ต้องเอาพันตำรวจโทมา ให้เอาพลทหารมาเป็นนายกฯ ก็ทำได้ เมื่อมียาเสพติดก็ฆ่ามันให้หมด

"เป็นนโยบายของคนที่ไร้สติปัญญา เช่นเดียวกับปัญหาภาคใต้ฆ่าตัวก่อการให้หมดก็จบ คิดง่ายๆ ตื้นๆ อย่างนี้ เราก็ยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะเป็นคนเก่ง เสียสถาบันดอกเตอร์หมด เขาห่วงประชาชนมากพร้อมที่จะเอาเศษเงินไปแจก ทั้งที่สิ่งสำคัญที่สุดของประชาชนคือสิทธิเสรีภาพ ลองนึกว่าคนมีเงินเป็นแสนล้านแต่ไม่มีสิทธิกลับบ้านเกิดเมืองนอนมันน่าเศร้าหรือไม่"

'บรรเจิดชี้คุมทุนไม่ได้ไทยเสียเอกราช

ต่อมา นายบรรเจิด สิงคะเนติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้อภิปรายเรื่อง "รัฐธรรมนูญกับการปฏิรูปการเมือง" โดยกล่าวว่า การปฏิรูปการเมืองไม่ได้เกิดจากการแก้รัฐธรรมนูญแต่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

นายบรรเจิด กล่าวอีก ความล้มเหลวของรัฐธรรมนูญปี 2540 คือชัยชนะของทุนเหนืออำนาจรัฐ บนโครงสร้างของการผุกร่อนของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นถ้าจะมีการปฏิรูปการเมืองต้องดูความล้มเหลวต่างๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะเรื่องอำนาจทุน ที่ต่อไปในอนาคตจะมีความซับซ้อนมากกว่านี้ ซึ่งน่าจะเป็นหัวใจของการปฏิรูปการเมือง

"ทำอย่างไรให้รัฐคุมทุนได้ ซึ่งจะมีอยู่ในการปกครองแบบสังคมนิยมเท่านั้น ที่ผู้นำถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น แต่ในปกครองในระบอบประชาธิปไตยไม่สามารถทำได้ ซึ่งเป็นเรื่องอันตราย ถ้าเรามีโครงสร้างที่ไม่เข้มแข็งพอ เพราะถ้ายังควบคุมทุนไม่ได้ เชื่อว่ารัฐไทยต้องเสียประเทศครั้งที่ 3 แน่นอน"

เขากล่าวอีกว่า การปฏิรูปการเมืองต้องดูกระบวนการในการปฏิรูป ซึ่งคงไม่ต้องพูดถึงเพราะเราคงไม่สามารถมีความหวังกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มากนักเพราะมีทั้งสมัชชาแห่งชาติ หรือ สมัชชามีชัย ก็ไม่คาดหวัง ซึ่งส่วนตัวก็แปลกใจว่าอุตส่าห์ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง แต่ไม่มีความกล้าหาญกลับเอาสองส่วนมาผสมกัน พยายามให้เห็นว่ามีส่วนร่วมท้ายที่สุดก็ถูกครอบงำ

'ธีรภัทร์เสนอเพิ่มอำนาจ ปชช.ลดอำนาจรัฐ

ขณะที่นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้กำลังมีการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประชาธิปไตยอาจจะเป็นเพียงส่วนเดียวของการปฏิรูปการเมือง แต่วิถีชีวิตของประชาชนจะมีความสำคัญกว่าที่จะต้องมีวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมแบบประชาธิปไตย ซึ่งครอบครัวจะเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดรวมถึงสื่อและสถาบันการศึกษาที่ควรมีบทบาทอย่างเต็มที่

"ในส่วนของรัฐบาลนั้นได้พยายามส่งเสริมการปฏิรูปการเมือง ด้วยการทำสภาพัฒนาการเมือง ที่ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ รวมถึงการส่งเสริมให้สื่อมีอิสระ เพื่อให้สามารถเสนอข่าวสารที่เป็นกลาง และมีความเห็นที่เป็นอิสระเพื่อส่งข้อมูลไปถึงประชาชนมากที่สุด"

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ระบุด้วยว่า ต้องสร้างวัฒนธรรมการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เพื่อความสมานฉันท์ ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้คือวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการปฏิรูปการเมืองคือการสร้างกลไกการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นด้วยหลักธรรมาภิบาล "เพิ่มอำนาจประชาชน ลดอำนาจรัฐ" ซึ่งวิถีเช่นนี้เป็นวิถีประชาธิปไตยแบบเสรีอย่างแท้จริง

------------------

* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ "เวทีความคิด ฝ่าวิกฤติสังคม"

กรุงเทพธุรกิจ

โดย : rainmaker
อีเมล์ :
วันที่ : 2006-11-29 21:56:35


   


 
โดยคุณ :
อีเมล์ :
รายละเอียด :
รูปแสดงอารมณ์ :
      กติกา มารยาท



ความคิดเห็นที่ 80
สวยได้ใน 90 วัน สุดยอด!
o พี่สาวผมลดน้ำหนักได้ 12 กก.ใน 3 เดือน
o เดือนแรกลดได้ 5 กก. เดือนที่สองลดได้ 8 กก.
o เดือนที่สามลดได้ 12 กก.
o ปัจจุบัน ผิวสวยเป็นสีชมพู หน้าใสไร้ฝ้า สุขภาพดี มีรายได้เสริม 200,000-320,000 ทุกเดือน
อยากเป็นเหมือนพี่ผมคลิ๊กที่นี่ด่วน
http://www.owow4u.com/winss
โดย : a     วันที่ :2007-02-19 06:19:37    IP :61.91.168.xx   
ความคิดเห็นที่ 77
อยากเชียร์บอลให้สนุก เข้าไปที่นี่เลยครับ ทีเด็ดแม่นมากๆ ลองเข้าไปชมดูกันก่อนได้ครับ

http://www.lomtoe.com/index.php?refer=1186
โดย : tae     วันที่ :2006-12-06 17:29:25    IP :202.12.74.xx   
ความคิดเห็นที่ 76
ศาลมันชุ่ยทุกวัน มีแต่พวกพ้อง ต้องมีการคานอำนาจ ให้มีการตรวจสอบได้
โดย : di6''gmr     วันที่ :2006-12-06 16:32:47    IP :58.136.70.xx   
ความคิดเห็นที่ 75
ปากดีกันจริง ๆ นะ ครับ แล้วจะคอยดูว่าพวกคุณเคยพูดอะไรกันเอาไว้
โดย : กบดาน     วันที่ :2006-12-06 11:55:40    IP :58.9.15.xx   
ความคิดเห็นที่ 73
คุณจรัลอยากให้ลูกคุณติดยาบ้าง คุณพูดอย่างนี้ไหม
โดย : เหลี่ยม     วันที่ :2006-12-04 21:57:23    IP :124.120.97.xx   
ความคิดเห็นที่ 69
คุณ จรัญ มองคนไทย เป็น 2 แบบ
1.พวกมีการศึกษา ได้แก่ กลุ่มพันธมิตร ที่ขับไล่ทักษิณ มีอยู่ หนึ่งแสนคน บุคคลเหล่าเป็นปูชนียบุคคล
2.พวก ราก หญ้า พวก นี้ มี 16 ล้านเสียง ที่สนับสนุน ทักษิณ เพราะ ทักษิณ เอาเป็น ฐานเสียง และ ให้ความช่วย เหลือ คุณจรัญ กับ มองฝคนเหล่านี้ ไม่ สมควรเป็น คน หลือเป็น พลเมืองชั้น 2 ความคิด จะเทียบ เท่า พลเมือง ข้อ 1 ไม่ได้
โดยเฉพาะ คุณ แก้วสรร ว่า บุคคลเหล่านี้เป็น ควาย ระวัง ควายเหล่านี้
โดย : qwww     วันที่ :2006-12-01 13:45:52    IP :203.151.82.xx   
ความคิดเห็นที่ 68
ก็พูดไปเรื่อยน่ะครับ เค้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจฉะลอตัว ด้วยการอัดฉีดเงินเข้าระบบเพื่อให้ประชาชนมีเงินมากขึ้นแล้วจะได้เกิดการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ มีเงินให้กู้มาลงทุนก็ทำให้เกิดงานผมว่าทักษิญแก้ถูกจุดแล้วครับธุรกิจต่าง ๆ ที่พัฒนาได้ก็เพราะเงินกู้ทั้งนั้นแหละไม่ว่าเล็กหรือว่าใหญ่ต้องกู้เค้ามาทำทั้งนั้น คนจนไม่มีเงินทำทุนจะให้ไปกู้นอกระบบมาทำทุนหรอครับทำอย่างนี้ถูกใจรัฐบาลนี้แล้วละครับ คนจนกลับไปอยู่ที่เดิมห้ามพูดเอาปืนปิดปากไว้ ตานี่พี่แกมาสรุปบอกใช้ทุนครอบงำ โห คิดได้ยังไง งั้นต้องปล่อยให้ประเทศล่มจมแล้วละมั่งครับ ถ้าท่านคิดแก้ปัญหาไม่เป็นก็อย่ามาว่าวิธีการแก้ปัญหาของคนอื่นเค้าเลยน่ะครับผมว่าพิจารณาตัวเองได้แล้ว ที่ออกมาพูดก็จะเอาใจเผด็จการใช้ใหมละครับเนี้ย เอาใจกันเข้าไปเถอะถึงวันนึงประชาชนลึกขึ้นต่อสู้ท่านจะไม่มีแผ่นดินอยู่
โดย : ความจริง     วันที่ :2006-12-01 11:39:06    IP :124.120.117.xx   
ความคิดเห็นที่ 66
พูดได้ดีมากเลยครับ อาจารย์ แฉความชั่วมันออกมาให้หมดเลยครับ ผมเอาใจช่วย
โดย : เด็กรู้กฏหมาย     วันที่ :2006-11-30 21:47:56    IP :125.24.174.xx   
ความคิดเห็นที่ 65
พอมีอำนาจอยู่ที่กระบอกปืนก็พุดเอาดีไสตัวเอาชั่วไส่คนอื่นที่ไม่มีโอกาศตอบโต้ ควายทั้งนั้นที่เชื่อ
โดย : koko     วันที่ :2006-11-30 21:40:09    IP :58.9.197.xx   
ความคิดเห็นที่ 63
ปลัดเก่งจังเลยนะค้าบเยย สุดยอด น่านับถือ กลับไปเป็นศาลเหอะ
โดย : power     วันที่ :2006-11-30 19:15:20    IP :124.121.136.xx   
ความคิดเห็นที่ 47
เขาใช้ทุนใช้เงินครอบงำ แต่มรึงใช้ปืนครอบงำ
ครอบงำความคิด การแสดงความคิดเห็น
ครอบงำปัญญา
ครอบงำสื่อ
ครอบงำคนไทย
ครอบงำหัวครวย
โดย :     วันที่ :2006-11-30 17:03:42    IP :203.113.112.xx   
ความคิดเห็นที่ 46
เฮ่อ คนเข้ามาทำงานกับการเมืองนี่เป็นต้องโดนด่าทุกคนนั่นแหละ
ไอ้ที่จะไม่โดนด่าก็เป็นพวกที่ไม่ได้ทำอะไรเลยเท่านั้นแหละ
แต่อย่างท่านจรัญท่านก็รู้ดีนะีว่าถ้าเข้ามาแล้วต้องโดนด่าแต่ก็เำำพราะมีอุดมการณ์ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินนั้นแหละ จึงกล้าเสียสละเข้ามา
ถ้าท่านทำไม่ดีจริง ต่อให้คนทั่วประเทศจะชมสรรญเสริญ มันก็ไม่มีประโยชน์หรอก เพราะตัวเองรู้แก่ใจ
แต่ถ้าท่านถ้าท่านทำ่ดีจริงหวังดีต่อแผ่นดินจริง แม้คนเขาจะด่าจะว่าหยาบคายยังไง แต่เทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็รู้และสรรเสริญ
โดย : คนรู้จัก     วันที่ :2006-11-30 16:24:36    IP :58.9.175.xx   
ความคิดเห็นที่ 45
เกลียดแม่งจริงๆ มีมึงเป็นปลัด คงเจริญกันหล่ะคราวนี้
โดย : hate you!!!!     วันที่ :2006-11-30 16:15:38    IP :203.107.176.xx   
ความคิดเห็นที่ 44
จรัญ หนักแผ่นดิน
โดย : เกลียด     วันที่ :2006-11-30 15:50:14    IP :124.121.21.xx   
ความคิดเห็นที่ 43
ไอ้ 41 กุ ว่าทักษิน อยู่สบายดี นะ ใช้เงินสนุกเลยหว่ะ ดีกว่ามรึงมานั่งเกรียน หว่ะ

พวกไอ้กะทิ นี่แหละน้า
โดย : soslaos     วันที่ :2006-11-30 14:19:41    IP :124.120.169.xx   
ความคิดเห็นที่ 41
สมน้ำหน้าไอ้ คนชั่วหน้า เหลี่ยม ป่านนี้ ยังไม่มีที่ไป ฮอ่าาาาาาาาาาาาาาาาาา
อิอิอิอิอิอิออิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิออิอิอิอิอิ
ไอ้กังฉินขายชาติ เอ๋ยยยยย
ก็ มีแต่พวกหน้าด้านขาย ชาติ ที่ยัง เลีย อยู่ อิอิอิอิอิอิ....ด้านจริง
โดย : คนช่างคิด     วันที่ :2006-11-30 12:58:14    IP :72.83.140.xx   
ความคิดเห็นที่ 39
ทักษิณ มีความผิด ข้อเดียว เท่านั้น คือ ช่วยคนจน ไม่เหลียวแลคนรวย
โดย : รากหญ้าปริญญาเอก     วันที่ :2006-11-30 12:29:15    IP :124.121.160.xx   
ความคิดเห็นที่ 38
ระบบทุนครอบงำ ก็ยังดีกว่าโจรถือปืนครอบงำ ง่ะ เพราะระบบทุนที่ เงินยังมีโอกาสได้สัมผัสกับเงินที่มีจากงบประมาณแผ่นดินโดยตรงและเกิดประโยชน์กับตนเองซะด้วยซิ แต่ลูกปืนมีแต่โทษเท่านั้นเอง งิงิงิ
โดย : นิวส์     วันที่ :2006-11-30 12:23:32    IP :203.114.127.xx   
ความคิดเห็นที่ 36
ถ้าจะเอาผิดเรื่องหวย 80 กระทง ก็ต้องเอาผิดกับรัฐบาลใหม่ด้วย เพราะหลัง คปค ทำรัฐประหารแล้วก็ยังให้มีหวยบนดิน รู้สึด จะ 4 งวด นะครับ 4 งวด ก็ 4 กระทง นะ อยาลืมละ
โดย : 123     วันที่ :2006-11-30 11:36:00    IP :124.120.147.xx   
ความคิดเห็นที่ 35
แล้วตอนนี้องกรอิสระไม่โดน คมช กับ รัฐบาลครอบงำเหรอคับ นี้ คตส ยังฟังคำสั่ง ของ คมช เลย ให้เอาผิดทักษิณ แบบผมว่าก็เหมือนครอบงำ ไว้เลยครับ
โดย : 1234     วันที่ :2006-11-30 11:33:37    IP :124.120.147.xx   
ความคิดเห็นที่ 34
จรัญ แม่งมั่วอะ ทักษิณเค้าใช้ "หญ้า" ครอบงำพวกมันตะหาก
โดย : 789     วันที่ :2006-11-30 11:15:47    IP :58.64.109.xx   
ความคิดเห็นที่ 32
ขอให้คนที่ใส่ร้ายคนอื่นอย่างไอ้ปลัดหขิกคนนี้ จงมีอันเป็นไปขอให้มันตาย
อย่างทรมารด้วยมะเร็งลำไส้ ขอให้ครอบครัวของมันต้องฉิบหายวายวอด สาธุๆๆ
โดย : คนไทย     วันที่ :2006-11-30 10:36:21    IP :124.121.161.xx   
ความคิดเห็นที่ 31
นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม
"ถึงแม้ผมเป็นโจร ถ้าผมมีคุณธรรมผมก็จะไม่ปล้นคนยากจน "
นายจรัญ แกมันมหาโจร ได้ตำแหน่งเพราะช่วยเหลือโจรปล้นประธิปไตย
นายบรรเจิด สิงคะเนติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์
"เชื่อว่ารัฐไทยต้องเสียประเทศครั้งที่ 3 แน่นอน"
นายบรรเจิด ก็เพราะมีอาจารย์อย่างแกนั้นแหล คงอย่าได้ตำแหน่งจนตัวสั่นละซิ
นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
"ที่ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ รวมถึงการส่งเสริมให้สื่อมีอิสระ "
นายธีรภัทร์ ที่ช่อง 9 วุ่ยวายอยู่ทุกวันนี้ แกอยากให้สือมีอิสระ ทำไมแกแอบมุบมิบไปเจรจา กับกลุ่มเดอะเนชั่น และผู้จัดการ
โดย : คนมันชั่ว     วันที่ :2006-11-30 10:31:15    IP :125.24.164.xx   
ความคิดเห็นที่ 28
แกนนำ 19 กันยา ฉะ หัวขบวนภาคประชาชนดีแต่วิพากษ์นักการเมืองแต่หนีการตรวจสอบ
ประชาไท—30 พ.ย. 2549 แกนนำกลุ่ม 19 กันยาต้านรัฐประหาร ฉะ หัวขบวนภาคประชาชนหนีการตรวจสอบ หลังพิภพ ธงไชยและสุริยะใส กตะศิลา ปฏิเสธการร่วมเวทีเสวนา ‘ปฏิรูปการเมือง’ กะทันหัน

การเสวนาปฏิรูปการเมืองครั้งที่ 1 ‘โจทย์ปฏิรูปการเมือง 2550’ ซึ่งเป็นเวทีเสวนาวิชาการ จัดโดยทีมวิจัย ‘การสร้างองค์ความรู้เพื่อการปฏิรูปการเมือง’ สนับสนุนโดย สกว. ร่วมกับ คณะทำงานสัมมนาและเผยแพร่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
โดยมีผู้ร่วมเสวนาได้แก่ รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย, ศ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์, ผศ.ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย, ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์, รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์, ผศ.สิริพรรณ นกสวน, ดำเนินรายการโดย อ.ปกป้อง จันวิทย์ ทั้งนี้ตามกำหนดเดิม วิทยากรอีก 2 คนประกอบด้วย นายพิภพ ธงไชยและนายสุริยะใส กตะศิลา แต่หลังจากที่การเสวนาเริ่มไปได้ประมาณ 15 นาที ผู้ดำเนินรายการได้แจ้งให้ผู้เข้าร่วมการเสวนาทราบว่าทั้งสองปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการเสวนาอย่างกะทันหัน
ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่การเสวนาจะเริ่มขึ้น กลุ่มนักศึกษา 3 คนได้แก่ นายอุเชนทร์ เชียงแสน นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง และนายปรัชญา สุรกำจรโรจน์ ซึ่งทั้งหมดเป็นแกนนำกลุ่ม 19 กันยาต้านรัฐประหารได้ทำการประท้วงนายพิภพ ธงไชย และนายสุริยะใส กตะศิลา ด้วยป้ายผ้าระบุข้อความว่า “ยินดีต้อนรับพันธมิตรประชาชนเพื่อทำลายประชาธิปไตย” และ “ครป. = คณะกรรมการรณรงค์เพื่อยกเลิกประชาธิปไตย” พร้อมทั้งแจกใบปลิวข้อความซึ่งป็นบทสัมภาษณ์ของทั้งสองต่างต่อมุมมองเกี่ยวกับรัฐประหารก่อนและหลังการเกิดการรัฐประหาร

ภายหลังจากที่ทราบแน่ชัดว่าแกนนำภาคประชาชนทั้งสองเดินทางไม่มาร่วมงานเสวนาเป็นที่แน่นอนแล้ว นายอุเชนทร์ เชียงแสน หนึ่งในผู้ประท้วงได้กล่าวกับประชาไทว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำในนามส่วนตัวไม่เกี่ยวกับกลุ่ม 19 กันยา โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะประท้วงแกนนำเครือข่ายภาคประชาชนทั้งสองคนที่เข้าร่วมกับการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
โดยนายอุเชนทร์กล่าวว่าการที่บุคคลทั้งสองปฏิเสธที่จะมาร่วมงานเสวนาดังกล่าวโดยที่เขาทราบว่าทั้งสองอยู่ระหว่างการเดินทางแต่เปลี่ยนใจกะทันหันนั้นเป็นการตอกย้ำปัญหาของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าภาคประชาชนซึ่งพยายามตรวจสอบนักการเมืองอะไรต่างๆ มากมาย แต่ตัวเองกลับไม่เคยถูกตรวจสอบเลย
ทั้งนี้ นายอุเชนทร์กล่าวว่า ที่เขามาร่วมการเสวนาครั้งนี้ก็เพื่อตั้งฟังการเสวนาตามปกติและต้องการฟังว่าบุคคลทั้งสองจะพูดถึงการปฏิรูปการเมืองอย่างไร โดยตัวเขาเองมีคำถามที่จะถามทั้งสองคน 2 ข้อ
“ผมอยากถาม 2 คำถามหลักๆ คือข้อแรก คุณปูทางการเคลื่อนไหวมาสู่การฉีกรัฐธรรมนูญตั้งแต่มาตรา 7 แล้ว คุณก็รู้ว่าจะมีการรัฐประหารแล้วคุณไม่พูดซักแอะ ทำไมคุณไม่แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอะไรเลย คุณด่านักการเมืองว่าไมมีจริยธรรม แต่คุณก็ไม่ต่างกัน
อีกข้อหนึ่ง ผมจะถามเขาว่าภายใต้เงื่อนไขที่มี คปค. นี้ จะปฏิรูปการเมืองได้หรือเปล่า ในเมื่อปฏิรูปการเมืองภายใต้เงื่อนไขทางการเมืองที่ปิดแบบนี้ คุณเชื่อหรือว่าจะทำได้ เพราะผมไม่เห็นด้วยกับการปฏิรูปการเมืองภายใต้เงื่อนไขแบบนี้ ผมคิดว่าทำไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำคือไล่ คปค. ออกไปแล้วก็สู้กันหลังจากมีการเลือกตั้งใหม่” นายอุเชนทร์กล่าวและว่า เขาไม่ได้ยืนยันว่าสิ่งตัวเองคิดนั้นถูกต้อง แต่ต้องการให้มีการแลกเปลี่ยนในที่สาธารณะ
“เราไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกัน แต่เรามีปัญหาแง่หลักการ มันไม่ใช่เรื่องคุยกันสองคนแล้วก็จบ...ไม่ได้ประโยชน์ เวลาถกเถียงกันด้วยเหตุผล เราอยากสนทนากับเขามากแต่ต้องผ่านสาธารณะ ไม่ใช่ไปนั่งกินเหล้าคุยกันแบบที่พวกเขาชอบน่ะ และการใช้วัฒนธรรมแบบนั้นเป็นการใช้ระบบอาวุโสมาจัดการเรา ซึ่งเราคิดว่าการท้าทายในแง่ที่เป็นประเด็นถกเถียงแบบสาธารณะเป็นการตรวจสอบอย่างหนึ่ง คุณเคยแต่ด่ารัฐบาล แต่คุณไม่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบในที่สาธารณะ เพราะการเมืองของคนเหล่านี้คือการเมืองเชิงภาพลักษณ์ เป็นการเมืองแบบประแป้งแถลงข่าว เวลาคนอื่นตรวจสอบในหลักการคุณ คุณก็บอกว่าพวกนี้เป็นนักวิชาการหอคอย พวกประชาธิปไตยต่างประเทศแบบตะวันตก ซึ่งมันไม่เนื้อหาอะไรเลยนอกจากการด่าเฉยๆ น่ะ
“เวลาเราพูดแบบการเมืองสมานฉันท์ เราเห็นต่างกันได้ เราไม่จำเป็นต้องสมานฉันท์กับคุณ การเรียกร้องให้คนอื่นสมานฉันท์หมายความว่าคุณต้องไม่ท้าทายฉัน ต้องไม่วิพากษ์วิจารณ์ฉัน ต้องเดินตามหลังฉันแล้วพวกผู้นำภาคประชาชนใช้วิธีการแบบนี้มาโดยตลอดตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก” นายอุเชนทร์ กล่าวในที่สุด
หมายเหตุ
ข้อความต่อไปนี้เป็น ส่วนหนึ่งของข้อความในใบปลิวที่แกนนำกลุ่ม 19 กันยาต้านรัฐประหาร แจกแก่ผู้เข้าร่วมการเสวนา
000
เมื่อพฤษภาคมผมคิดว่านั่นจะเป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้าย แต่วันนี้ผทคิดว่าการรัฐประหารเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา…อำนาจเก่ามันก็มีหลายระดับ มันเลยทำให้พวกนี้มันยังมีพื้นที่ของมัน และมันก็พร้อมที่จะแสดงอำนาจตลอดเวลา และผมก็เชื่อว่าอำนาจแบบนี้อาจจะเกิดได้หลังวันที่ 5
ซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นด้วยเงื่อนไขของการประท้วง เพราะพวกที่ต่อต้านทักษิณอยู่ส่วนหนึ่งก็เป็นกลุ่มอำนาจเก่า
ตรงนี้ผมจะเสียใจมาก ถ้าเป็นเงื่อนไขจากเรานะ ผมจะโทษตัวเองเลยนะ คงต้องหยุดทำงานสัก 2-3 ปี ไปบวช ชาร์จแบต ค่อยกลับมาใหม่ เราไม่ปรารถนาเลยรัฐประหาร มาฉีกรัฐธรรมนูญ พอกันที
สุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการ ครป. ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ
ไทยโพสต์, แทบลอยด์, 5 มีนาคม 2549
000
…แต่ผ่านไปแค่ชั่วข้ามคืนของการรัฐประหาร สัญญาณหลายๆอย่างในทางบวกก็เริ่มปรากฏอย่างที่ผมไม่คิดมาก่อน และคำประกาศกระทั่งคำสั่งของคณะปฏิรูปก็มีท่วงทำนองที่ระมัดระวังในการใช้อำนาจ มีลักษณะยิดหยุ่น อะลุ่มอะหล่วยกับทุกฝ่ายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในการรัฐประหารที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และบรรยากาศของความแตกแยกและความตึงเครียดเริ่มคลี่คลาย กระทั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปฯ ให้สัญญาฯ กับประชาชนว่าจะถืออำนาจไว้เพียง 2 สัปดาห์และจะเร่งคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว
ผมจึงไม่อยากไปกล่าวโทษหรือพิพากษาใคร และไม่อยากมองว่า นี่เป็นลิขิตของฟ้สดินที่ต้องทำใจ แต่เป็นเพราะความจริงที่แสนเจ็บปวดว่าสังคมไทยยังไปไม่ถึงฟากฝั่งแห่งสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง...
กล่าวอย่างถึงที่สุด เป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องรับผิดชอบและตระหนักร่วมกันครับ
สุริยะใส กตะศิลา, open online, October 4, 2006
000
จากปากพิภพ ธงไชย
....ถ้ามีรัฐบาลพระราชทาน ต้องแตกหักกับรัฐบาลพระราชทาน ผมไม่คิดว่ารัฐบาลพระราชทานจะเกิดเพราะข้อเสนอของพันธมิตร ถึงมีรัฐบาลพระราชทาน พันธมิตรก็สลายไปแล้วเมื่อถึงตอนนั้ร ถ้ามีรัฐบาลพระราชทานได้ นายกรัฐมนตรีต้องลาออก หรือต้องมีการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งตอนนั้นมันเป็นโจทย์ใหม่แล้ว ไม่ใช่พันธมิตรที่รวมตัวอยู่ตอนนี้แล้ว แต่ครป.ยืนยันว่า ครป. คัดค้านแน่....
บางส่วนจากเวทีเสวนาเรื่อง
มาตรา 7 ทางออกหรือทางตันของภาคประชาชน
12 มีนาคม 1549 ณ ห้องประชุม 13 รัฐศาสตร์ จุฬา
โดย : คนนอกคอก     วันที่ :2006-11-30 10:04:00    IP :203.150.150.xx   
ความคิดเห็นที่ 27
"ถ้าท่านทำไม่ได้ให้ท่านล่าออก ไม่ใช่ให้รัฐบาลลาออก..."

จนป่านนี้ไม่เห็นหมาตัวไหนลาออก เห็นมีแต่หมาบางตัวไปแย่งแบ่งกระดูก

หมาบางตัวยังหน้าด้านไปนั่งเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม
โดย : จรัญพันบาท     วันที่ :2006-11-30 09:43:14    IP :202.12.97.xx   
ความคิดเห็นที่ 26
คำสัมภาษณ์ พระกิตติศักดิ์ จากสำนักข่าวประชาไท

อยากให้วิเคราะห์ว่าทำไมรัฐบาลสุรยุทธิ์- คมช.จึงมุ่งสนใจคดีทนายสมชาย แต่คดีเจริญ วัดอักษร หรือคดีพระสุพจน์ สุวโจ ที่ถูกลอบสังหารอย่างอุกอาจจึงดูเหมือนไม่ได้ให้ความสนใจ?

คือจะว่าไปแล้วทั้ง 3 คดีนี้ ไม่ได้รับความสนใจหรือไม่ได้รับความใส่ใจจากรัฐมาตั้งแต่ต้น แล้วก็ไม่มีความแตกต่างกันระหว่างรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร หรือรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ นั่นเท่ากับว่า นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนไม่ได้มีความสำคัญอะไรที่รัฐจะต้องมาดูแลหรือว่ามาทำให้เกิดความเป็นธรรม



อันนี้เป็นความคิดหลัก แล้วมันก็แสดงให้เห็นถึงแนวทางการทำงานของทั้ง 2 รัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ที่ไม่แตกต่างกัน รัฐบาลทักษิณเอง เมื่อคุณอังคณา(ภรรยานายสมชาย นีละไพจิตร)ไปพูดที่เจนีวา ก็มีความจำเป็นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะต้องตอบคำถามของที่ประชุมให้ได้ ก็มีการสั่งการมาให้คณะกรรมการคดีพิเศษรับคดี



ก่อนหน้านั้น คดีทนายสมชาย พอเป็นกระแสใหญ่ทางสังคมก็ต้องออกมารับ พอมาถึงรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธิ์ ภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือคณะปฏิรูปการปกครองของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกะลิน คุณอังคณาก็ไปยื่นหนังสือเพื่อขอความเป็นธรรม ตอนนั้นก็ไม่ได้รับความสนใจจากหัวหน้าคณะปฏิรูปฯ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ก็นับถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับคุณสมชาย นีละไพจิตร และคุณอังคณา



แต่ต่อมาเมื่อรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ และ คมช.ถูกกดดันจากกระแสสังคม หลังจากไม่ปรากฎผลงานเด่นชัดตามข้อที่ตนเองตั้งไว้ในการปฏิวัติหรือในการรัฐประหาร ก็มีการหยิบยกคดีนี้ขึ้นมาพูด ซึ่งถ้าพูดในแง่ของคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีนี้ การที่รัฐมาให้ความสนใจหรือผู้ใหญ่ในรัฐมาให้ความสนใจ มันก็เป็นขวัญกำลังใจของคนที่เกี่ยวข้อง ถ้าเราเป็นคุณอังคณา เราก็ต้องดีใจที่ว่า มันจะทำให้เกิดความเป็นธรรมกับคดีที่สามีสูญหายไป



แต่ถ้ามองรายละเอียดในอีกด้านหนึ่ง มันก็เหมือนกับว่า คดีของคุณสมชายก็กำลังตกเป็นเหยื่อของสงครามแย่งชิงมวลชน ของการโฆษณาชวนเชื่อ ของคณะปฏิรูปฯ หรือของรัฐบาลที่มาจากคณะปฏิรูปฯ ซึ่งในความเป็นจริงสิ่งที่เขาทำคือสิ่งที่ต้องทำ แล้วต้องทำอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าคุณอังคณาจะไปยื่นจดหมายหรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งหรือมาจากการรัฐประหารก็ตาม นี่เป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจในการปกครองจำเป็นต้องให้ความสนใจ เมื่อมีประชาชนภายใต้การปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ทำประโยชน์ต่อสาธารณะ เกิดการสูญเสียหรือบาดเจ็บล้มตาย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ เราจึงมองว่าถึงจุดนี้ คดีของคุณสมชายกำลังตกเป็นเครื่องมือ ซึ่งถ้าหากว่ากระแสสังคมในด้านอื่นให้ความชื่นชมนิยมชมชอบ หรือถ้าพูดกันเป็นภาษาชาวบ้านหน่อยก็คือเรตติ้งของรัฐบาลภายใต้ คมช.สูงขึ้น คดีนี้ก็จะตกไป



เหมือนอย่างตอนที่คุณเจริญ วัดอักษร เสียชีวิตใหม่ๆ คุณทักษิณก็พูดถึง ใครๆ ต่างก็พูดถึง แต่ต่อมาก็ปรากฏว่า คดีของคุณเจริญ วัดอักษร ไม่มีความคืบหน้าไปถึงไหน คืบหน้าในที่นี้มันไม่ได้คืบหน้าเพราะว่าหน่วยงานของรัฐมาแถลงข่าว หรือรัฐมนตรีมาแถลงข่าว แต่คืบหน้าหมายถึงว่า มันจับกุมผู้กระทำความผิดได้หรือไม่ มันสามารถสืบสาวไปถึงผู้บงการหรือไม่ อันนั้นเป็นประเด็นสำคัญกว่า



แล้วไม่ใช่เฉพาะคดีทนายสมชาย คดีเจริญ วัดอักษร หรือคดีพระสุพจน์ 3 คดีนี้เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายต่อหลายคดีที่ผู้นำชุมชนหรือนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่ถูกกระทำ มันต้องได้รับการปกป้อง ต้องได้รับการดำเนินการให้ถึงที่สุดด้วย อันนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องทำ เพราะฉะนั้น สรุปว่า สิ่งที่เขาต้องทำและต้องทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และความรับรับผิดชอบมากกว่าทำเพื่อการหาเสียง หรือทำเพื่อช่วงชิงมวลชน


อย่างนี้ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่?

คือจริงๆ แล้วตั้งแต่ไหนแต่ไรมา อย่างกรณีคดีพระสุพจน์ ก็ไม่ค่อยได้รับความสนใจหรือไม่ค่อยได้รับการเหลียวแลจากแทบทุกฝ่ายอยู่แล้ว อันนี้แม้กระทั่งสื่อมวลชนเองก็ตาม เมื่อเวลาผ่านมาก็ให้ความสนใจกับเรื่องนี้น้อย อาจจะเป็นว่า พระสุพจน์ไม่ได้มีชื่อเสียงอย่างทนายสมชายหรือว่า คุณเจริญ วัดอักษร ซึ่งอันนี้มันก็เป็นปรากฎการณ์ทางสังคมที่น่าศึกษาที่น่าจะต้องทำความเข้าใจหรือว่าน่าจะต้องแก้ไขกันต่อไป



แต่พูดถึงในส่วนของรัฐบาลภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ เรามองว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกาล เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ แล้วถึงแม้ว่าจะเป็นที่ชุมนุมของผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในภาครัฐหรือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นลักษณะของผู้ที่ติดกับกรอบคิดเดิมๆ ดังนั้น ยิ่งพระสุพจน์เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงน้อย ก็ยิ่งทำให้เขาสนใจน้อยไปด้วย



เพราะฉะนั้น จะเรียกว่าเมื่อเห็นข่าวคราวต่างๆ ก็น่าผิดหวัง แต่ในขณะเดียวกัน ถ้ามองอย่างคนที่มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการทำงานของภาครัฐมาพอสมควร เราก็เห็นว่า ก็เหมือนกับที่เราตอบคำถามแรกก็คือว่า เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของการสร้างกระแสมากกว่า เป็นไปได้ว่า รัฐบาลนี้คาดหวังว่า การที่มาจับคดีทนายสมชายแล้วก็มาทำให้เป็นข่าวครึกโครม อาจจะมีผลไปถึงการแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ อาจจะมีผลไปถึงภาพพจน์ของรัฐบาลต่อสายตาของต่างชาติ ต่อสายตาของนักสิทธิมนุษยชนในวงกว้าง



ซึ่งตรงนี้ถือว่า น่าเสียดายที่เป็นความอ่อนหัดของรัฐบาลนี้ ความที่ว่าน่าจะหยิบยกการต่อสู้ของนักสิทธิมนุษยชนทั้งหมดขึ้นมาพูดถึง ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลนี้เป็นที่ยอมรับของต่างชาติมากกว่าแสดงความอ่อนหัดออกมาให้เห็นว่าหยิบยกมาเพียงบางคดี



หรืออาจเป็นเพราะว่า คดีสมชายเป็นคดีที่เกี่ยวโยงกับตัว พ.ต.ท.ทักษิณ?

ใช่ ก็คือพยายามที่จะหยิบยกคดีนี้ขึ้นมาเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ อีกด้านหนึ่งก็เป็นเครื่องมือในการทำลายศัตรูทางการเมือง ซึ่งก็เป็นพฤติกรรมเดียวกับรัฐบาลทักษิณเคยทำมา ก็ไม่ได้มีความก้าวหน้ามากไปกว่ากัน



สรุปแล้วไม่เชื่อมั่นรัฐบาลสุรยุทธิ์ กับคมช.?

สรุปแล้วก็คือว่า มันมีภาษิตฝรั่งอยู่ว่า “บางทีก็กระโดดออกมาจากกะทะร้อนๆ แต่ลงไปในกองไฟ” ก็คือประชาชนคนไทยที่เคยเฮฮาเคยช่วยเหลือคุณทักษิณตอนที่โดนคดีซุกหุ้น มันก็อีหรอบเดียวกับคนที่มอบช่อดอกไม้ให้กับทหารที่ปฏิวัติ พอถึงที่สุดประชาชนก็อกหัก แล้วก็อกหักอยู่ร่ำไป นี่เป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความอ่อนด้อยหรือความไร้เดียงสาในทางการเมืองของประชาชน
โดย : คนนอกคอก     วันที่ :2006-11-30 09:39:48    IP :203.150.150.xx   
ความคิดเห็นที่ 25
เป็นคนรวยมากก็แบบนี้แหละ อิจฉากันจนเป็นเรื่องใหญ่โต ทุกขลาภจริงๆ
โดย : เซ็งจริงๆ     วันที่ :2006-11-30 09:22:08    IP :58.136.53.xx   
ความคิดเห็นที่ 24
ก็รอดูอยู่ค่ะเนี่ย ว่าคุณทักจะผิดเรื่องไหนได้

สุดท้ายก็เห็นแค่ว่า ผิดเพราะรวยเกินหน้าเกินตา ผิดเพราะมีความสามารถมากเกินไป

จนเป็นที่ริษยาของพวกโดโนเสาร์เต่าล้านปี และพวกประชาชนโง่เง่าหูเบา ใจอกุศลเท่านั้นเอง
โดย : มิ้นท์     วันที่ :2006-11-30 09:16:12    IP :124.120.148.xx   
ความคิดเห็นที่ 23
ไอ้ปารัดขิกนี้ชอบดูถูกคนไทยด้วยกัน คราวที่แล้วประชาชนเลือก ทรท.ได้หัวละ 1000 บาท พอปฏิวัติ เสือกได้ดีเป็น ปลัดขลิก เฮ้อประเทศไทย
โดย : รักชาติ     วันที่ :2006-11-30 09:18:30    IP :203.151.15.xx   
ความคิดเห็นที่ 22
ชอบอาจารย์มากค่ะ เห็นด้วยค่ะ
โดย : a     วันที่ :2006-11-30 09:02:23    IP :24.7.158.xx   
ความคิดเห็นที่ 21
สุดยอด เอาความชั่วของไอ้หน้าเหลี่ยมออกมาให้หมด ประชาชนรักท่านครับ
โดย : อิ     วันที่ :2006-11-30 08:45:33    IP :75.23.30.xx   
ความคิดเห็นที่ 20
สุดยอด เอาความชั่วของไอ้หน้าเหลี่ยมออกมาให้หมด ประชาชนรักท่านครับ
โดย : อิ     วันที่ :2006-11-30 08:45:06    IP :75.23.30.xx   
ความคิดเห็นที่ 19
ที่นี้ละพูดเก่งขึ้นมาเชียวนะ......กลับไปคิดใหม่ดีกว่ามั๊งว่าเคยทำอะไรดีๆไว้บ้าง .....โธ่
โดย : ฟฟ     วันที่ :2006-11-30 08:41:05    IP :203.170.231.xx   
ความคิดเห็นที่ 18
รัฐบาลนี้ ตัวเองขี้ทิ้งไว้ แต่ปัดไปให้คนอื่น แหวะ...............
โดย : เหม็นจังกั๊บ     วันที่ :2006-11-30 08:24:35    IP :124.157.165.xx   
ความคิดเห็นที่ 17
เที่ยวไปให้ร้ายคนอื่นเขา ประชาชนไม่โง่ให้ใครมาครอบงำหรอกอย่าพูดมากให้เสียหายตัวเองเลยภาพพจน์ปัจจุบันก็เสียหายมากแล้วรัฐบาลชุดนี้อย่าให้มันเสียหายมากไปกว่านี้นะหยุดให้ร้ายคนอื่นเขาเถอะนะ
โดย : วิน     วันที่ :2006-11-30 07:50:32    IP :202.183.215.xx   
ความคิดเห็นที่ 16
ประเทศ บ้ากันใหญ่ แล้ว ดร.ที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ บอกว่าเสียหมา ไอ้ ดร.ที่ไม่นำความรู้ที่เรียนมา แทจริงหรือไม่ ซื้อจากห้องแถว มาคิดสร้างสรรประเทศชาติ กับว่าดี นี่แหละ คนไทยเผากรุงศรี ฯ ไม่ใช่พม่า เขียนประวัติศาสตร์ใหม่ สะ แพ้ประเทศเขมรเป็นแน่แท้
โดย : ป.น้อย     วันที่ :2006-11-30 05:41:25    IP :124.120.60.xx   
ความคิดเห็นที่ 14
ชอบลุงมากเลย พอทราบข่าวลุงได้ตำแหน่งนี้ หนูก็รู้สึกว่าเราต้องได้ความยุติธรรมกลับมาบ้าง สู้ๆ
โดย : P     วันที่ :2006-11-30 03:13:55    IP :161.51.11.xx   
ความคิดเห็นที่ 12
เห็นพยายามเอาแต่เรื่องทักษิณอ่ะครับผมว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะกลับแล้วก็ทักษิณไม่
มีความผิดแต่พยายามจะปล่อยแต่ข่าว พอเขาจะเข้าประเทศก็ไม่ให้เข้าอ้างว่าแต่เขา
ทำผิดกฎหมาย เรื่อง CTX ก็เริ่มชัดเจนแล้วว่าไม่มีการทุจริตแต่ก็ไม่ออกมาล้างความผิดให้เขา
เอาแต่เงียบไปเลย
โดย : จูกัดเหลียง     วันที่ :2006-11-30 01:26:20    IP :58.147.84.xx   
ความคิดเห็นที่ 11
อืม เท่าที่อ่านแบบเต็ม ๆ

สรุป ทั่นปลัด บอกว่า รัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ (ปี 40 ร่างโดยประชาชนคนไทย) มันไม่เป็นธรรม ปกป้องอำนาจชั่ว และไม่มีเสรีภาพที่แท้จริง ดังนั้น เดี๋ยวทหารร่างให้เอง

อืม รัฐบาลไหนที่รับผิดชอบตอนนั้น ออกมารับผิดชอบหน่อยเร้วววว
โดย : 555 ไอ้เกียน     วันที่ :2006-11-30 00:47:54    IP :58.147.92.xx   
ความคิดเห็นที่ 10
รู้สึกแกพูดไม่ดูอะไรเลย มีปากไว้พูดอย่างเดียว (ตอนนี้คมช. คงสะดุ้งนึกว่าโดนแกด่า)

ใครช่วยไปตบเกรียนแตกหน่อย

อืม ไหนใครว่า ศาลเป็นกลางวะ แบบนี้ลำเอียงชัด ๆ มิน่ากลายเป็นทักษิณผิดกฎหมายเลือกตั้งเลย
โดย : 555 ไอ้เกียน     วันที่ :2006-11-30 00:44:01    IP :58.147.92.xx   
ความคิดเห็นที่ 8
เก่งไม่เก่ง สิ่งที่พูดมันเป็นจริงหรือเปล่าละ มัวแต่สร้างภาพ แต่โกงกิน และเอาเศษตังมาแจกชาวบ้าน สร้างกระแสจอมปลอม เสียความรู้ดอกเตอร์แต่โดนเขมรหลอก ใช้ ยังไงก็สะใจอยู่ดี ตะลอนอยู่ทั่วโลกแบบไม่เป็นสุข เพราะเงินตอนนี้ ซื้อชีวิตและความอบอุ่นในบ้านเกิดไม่ได้
โดย : น หนู     วันที่ :2006-11-30 00:31:31    IP :213.217.44.xx   
ความคิดเห็นที่ 4
ทุกวันนี้รู้สึกเบื่อมากเบื่อข่าวเบื่อสังคมเบื่อชีวิตเบื่อของแพง ทำเท่าไหร่แทบไม่พอจ่ายแต่ละเดือนรู้สึกหดหู่จังคงจะต้องเลิกเล่นเน็ตสักระยะเพราะเบื่อและก็เหนื่อยอย่างน้อยก็ประหยัดค่าไฟได้อีกหน่อย บ๊ายบายจ้า
โดย : คนดอน     วันที่ :2006-11-29 23:09:17    IP :124.121.164.xx   
ความคิดเห็นที่ 2
What are you talking about? It doesn''t make sence. Look at yourself and think again.
โดย : Non-Sence     วันที่ :2006-11-29 22:23:13    IP :70.108.201.xx   
ความคิดเห็นที่ 1
เก่งจังนะ
ปฎิวัติปุ๊ป ได้เป็นปลัดปั๊ป
โดย : ป.     วันที่ :2006-11-29 22:18:05    IP :124.121.0.xx   

เว็บเพื่อนบ้าน : YenTa4  |  เอ็มไทยเมล์  |  ThaiSecondhand  |  Tarad  |  มูลนิธิ ดร.พิชนี โพธารามิก  |  GossipStar  |  Mono2U  |  Monoplanet  |  Passionasia  |  hotelsthailand  
เว็บผู้สนับสนุน : วัน-ทู-คอล!  |  Net Design  |  IT Education (Australia)  |  IT Education (England)  |  Samsung MP3 Player  
mthai service :   blog  |  video  |  album  |  club  |  picpost  |  forums  |  sticker  |  email  |  chat  |  pal  |  e-card  |  memory  |  hotsite  
ข้อความทีท่านได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ

copyright ® MThA!.com all right reserved
all comments are welcome at
webmaster@mthai.com