แฉรัฐบาลใช้ตร.ทำลายระบบราชการ-สยบอำนาจการเมือง
"พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์" แฉ ระบบฟอนเฟะ รัฐบาลใช้ตำรวจเครื่องมือทำลายระบบราชการ สยบอำนาจการเมือง หนุนนำร่องจังหวัดปฏิรูปรัฐตำรวจ
พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ / อดีตส.ว.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตนคิดว่าต้องมองภาพรวมของประเทศไม่ใช่มองว่าบริษัทนี้ใหญ่เกินไปต้องกระจายอำนาจออกไป ตนมองดูในฐานะที่เคยเป็นตำรวจและผ่านงานตำรวจมา อย่างรธน. ม.78 เขียนไว้ชัดเจนว่ารัฐต้องกระจายอำนาจการปกครอง ไม่ใช่มองในจุดใดจุดหนึ่ง เพราะมีผลกระทบต่อการปกครองของชาติ ตนอยากถามว่าขณะนี้ตำรวจใช้ระบบการสอบสวนดำเนินคดีอะไร ของเราเป็นระบบกล่าวหา ถ้าทำไปแล้วจะต้องปรับระบบการสอบสวนไปด้วย ขณะนี้ตำรวจมีการสอบสวนถ่วงดุลย์แล้วไปอัยการ แต่ถ้าไปอยู่จังหวัดเมื่อส่งไปอัยการใครจะตรวจสอบความเรียบร้อย ให้ความยุติธรรมประชาชน ตนเห็นว่าประชาชนยังไม่พร้อมกับระบบตำรวจแบบอเมริกา ดังนั้นเราต้องทำไปพร้อมกันหากจังหวัดใดมีการเลือกตั้งก็ค่อยจัดไปว่าจังหวัดนั้นมีความพร้อมหรือไม่ ซึ่งเรื่องการบริหารต้องดูภาพรวมว่ากระทรวงต่างๆ มีความพร้อมหรือไม่ที่จะขึ้นกับผู้ว่าฯ
"บางรัฐบาลหากทำไม่ดี มีนายกฯแบ่งเรื่องการแต่งตั้งอธิบดี 50:50 และตำรวจคนนี้ก็เป็นหัวคะแนนนายกฯด้วย บางรัฐบาลทำลายระบบราชการหมด ทำให้สับสน เพื่อให้สยบอำนาจการเมือง ตำรวจเห็นชัดเจนขณะนี้ถูกยำใหญ่ เพราะรัฐบาลต้องการที่จะใช้ตำรวจแบบทำลายราชการ ดังนั้นจะแก้ปัญหาแบบบริษัทไม่ได้ รธน.ออกมาตั้งแต่ปี 40 ไม่มีรัฐบาลไหนมองเรื่องกระจายอำนาจมองแต่ดึงอำนาจ ความจริงผมตั้งใจจะไปมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดในการแก้ปัญหาโครงสร้างตำรวจจึงอยากฝากอาจารย์สังศิตขอให้มองในภาพรวมว่าประชาชนจะเสียหายหรือไม่ ส่วนที่พล.ต.อ.อชิรวิทย์บอกว่าถ้าทำอย่างนี้จะลุกเป็นไฟ ผมไม่ได้มองอย่างนั้น การกระจายต้องอาศัยทางรัฐศาสตร์ด้วย" พล.ต.อ.สวัสดิ์ กล่าว
พล.ต.อ.สวัสดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับรูปแบบโครงสร้างของตำรวจนั้น ตนเห็นว่าเดี๋ยวนี้บางจังหวัดมีความพร้อม เช่น สมุทรปราการ และเชียงใหม่ ซึ่งสมุทรปราการมีโรงงาน 300 กว่าแห่งเก็บภาษีได้มากที่สุด น่าจะให้เขาได้บริหารเอง เพราะมีทั้งรายได้และความพร้อมที่จะบริหารจังหวัด และสามารถจัดตำรวจและเลือกตั้งเองได้ แต่ที่ตนยังไม่ค่อยเข้าใจคือเรื่องงบประมาณ เพราะที่เสนอสภาเป็นการเสนองบประมาณรายจ่าย แต่รายรับไม่รู้เลย ดังนั้นหากงบประมาณไม่อิสระจะแน่แค่ไหนงบประมาณก็เป็นตัวบีบรัฐบาลได้เหมือนกัน ถ้าเราจะทำต้องทำแล้วประชาชนต้องได้ตลอดไป อย่างไรก็ตามตนมองการกระจายอำนาจกับมอบอำนาจต่างกัน แต่มีสิ่งที่เหมือนกันคือการปรับปรุงจะต้องให้ความมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์ดีขึ้น เราเห็นความเสียหายของการปรับแก้ที่เสียหายแล้วยังไม่ปรับแก้ คือ งานทะเบียน นอกจากนี้รัฐบาลต้องทำให้ชัดเจนในส่วนของงานต่างๆ ต้องไปในทิศทางเดียวกัน เพราะการบริหารงานภายในของตำรวจขณะนี้ กฎหมายต่างๆ จะส่งให้ผู้บัญชาการภาคดูแลเรื่องการอบรมทำให้เละเทะ ส่วนดีเอสไอต้องทำคดีพิเศษจริงๆ ไม่ใช่เป็นเครื่องมือฟาดฟันการเมือง
ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า สิ่งที่ตนคิดไม่ใช่หมายความว่าคณะทำงาน 28 ท่านจะเห็นด้วยกับตนทั้งหมด แม้แต่ปลัดกระทรวงยุติธรรมเสนอมาก็แตกต่างกับตน เมื่อมีความเห็นเป็นมติไม่ใช่ถือว่าสิ้นสุด ต้องเสนอไปที่นายกฯ และต้องผ่านสภานิติบัญญัติซึ่งต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ การที่ตนเสนอจึงถือเป็นรูปแบบหนึ่ง และระหว่างนี้ก็ต้องฟังเสียงประชาชน ทั้งนี้ระบบยุติธรรมต้องปรับปรุงทั้งระบบทั้งทหาร ตำรวจ และกระบวนการยุติธรรม โดยตำรวจต้องเป็นองค์กรแรกที่ต้องทำให้กระบวนการนี้เพิ่มความยุติธรรมให้ประชาชนได้อย่างไร ซึ่งท่านจรัลเห็นว่ารูปแบบเป็นเหมือนกองทัพซึ่งใหญ่เกินไป และส่วนตัวเห็นว่าองค์กรที่รวมศูนย์จะทำให้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เกิดส่วยอยู่ทั่วไปทั้งจากหวยใต้ดิน มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ถ้าจะปราบส่วยก็ต้องทำให้ศูนย์รวมอำนาจเล็กลง โดยการกระจายอำนาจ และอาจไปเป็นตำรวจจังหวัดไม่ใช่ขึ้นกับผู้ว่าฯลอยๆ แต่ต้องมีคณะกรรมการตำรวจจังหวัดโดยมีผู้พิพากษา อัยการจังหวัด และให้สภาทนายความ และสื่อมีส่วนเป็นคณะกรรมการตำรวจจังหวัดด้วย แต่ในส่วนกลางยังคงมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ ส่วนตำรวจหากหน่วยงานใดไม่จำเป็นต้องเป็นของตำรวจ เช่น ตม.ก็ให้เป็นของท้องถิ่น
การเริ่มต้นขณะนี้น่าจะทำได้ เพราะระบบการทำงานต้องใช้ในรูปของคณะกรรมการ และความห่วงใยต่างๆ เช่น ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ดังนั้นหากช่วยกันสะท้อนความห่วงใยเข้ามาเต็มที่รวมถึงตำรวจต้องช่วยระดมปัญหาเข้ามา จะทำให้เรามีความระมัดระวังมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรต้องตระหนักว่าความสมบูรณ์ไม่มี แต่ส่วนใดที่มีจุดอ่อนเราก็จะปรับปรุงไปเรื่อยๆ นอกจากนี้อาจจะต้องจัดประชุมรับฟังความเห็นมาปรับปรุงการทำงานระบบยุติธรรม และตนไม่ได้หมายความว่าการปฏิรูปตำรวจจะเสร็จสิ้นในรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ เพียงแต่ให้มีการเริ่มต้นก่อน
ดร.สังศิต กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เราคิดอยู่คือปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ โดยเริ่มต้นจากที่เราพร้อมก่อนได้หรือไม่ และมาดูว่าอะไรที่เสี่ยงน้อยหน่อย ซึ่งสภาสนช.ก็ต้องมีการปฏิรูปด้วย เพราะไม่ให้พูดถึง พ.ร.บ.การเงิน ให้พูดถึงการจัดเก็บภาษี แต่ไม่ให้พูดเรื่องการตรวจสอบ รวมทั้งการใช้จ่ายเงินที่กำหนดไว้ในรธน.ปี 40 หากปฏิรูปตำรวจ การบริหารราชการ ก็ต้องมาดูว่ารัฐจะสร้างเงื่อนไขอยางไรให้องค์กรภาคประชาชนมาตรวจสอบนักการเมืองได้ ซึ่งเป็นงานที่ต้องมาคิดทุก 4 ปีเราก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ความกล้าหาญต้องใช้หลายๆ หัวไม่ใช่ให้ประธานเป็นคนตัดสินคนเดียว การที่ระบบตำรวจใหญ่เกินไปก็จะเจอปัญหางบประมาณ ถ้าจะคิดปฏิรูปโครงสร้างแล้วประชาชนต้องได้ประโยชน์กว่าเดิม เราไม่มีเจตนาปฏิรูปแล้วระบบจะแย่กว่าเดิม ที่ว่ามีงานศึกษาของ กพร.เป็นอันดับ 2 ตนก็จะไปดู แต่กพร.ก็ยังเป็นหน่วยราชการ หากเป็นมหาวิทยาลัยก็จะเป็นอีกอย่างก็ได้ เพราะนักวิชาการไม่ได้ดูที่ผลจะดูที่วิทยาการวิจัย ดังนั้นที่ดีที่สุดต้องให้ประชาชนเป็นผู้ประเมิน
ดร.สุรัตน์ โหราชัยกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โดยรวมถือเป็นแนวทางที่หลายคนต้องการให้เป็น แต่สิ่งที่สำคัญมากๆคือวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องคอรัปชั่น แต่เป็นเรื่องการอุ้มฆ่า เป็นเครื่องมือการเมืองซึ่งเกินขอบเขต ขณะเดียวกันเงินเดือนของตำรวจน้อยมากๆ ซึ่งเป็นต้นทางของความอยุติธรรม หากกระจายไปยังพื้นที่ที่ต้องการกำลัง รวมถึงเรื่องน้ำมันสายตรวจ คอมพิวเตอร์ ปืน ก็ต้องดูว่าพร้อมหรือไม่ เรื่องของสิทธิมนุษยชนก็ต้องทำให้กระจ่างขึ้น และถึงแม้จะไปอยู่ภายใต้ผู้ว่าฯ แต่หน่วยงานตำรวจต้องมีความเป็นอิสระเพื่อไม่ให้การเมืองเข้าไปแทรกแซง หากผู้ว่าฯทำผิดก็จัดการผู้ว่าฯได้ ตนเป็นห่วงว่าหากมีเอฟบีไอจะเหมาะกับเราหรือไม่
ดร.สุรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนงบประมาณอิสระ เมื่อให้งบประมาณมาตั้ง หากไปตัดงบฯ ตำรวจก็ไม่สามารถป้องปรามอาชญากรรมได้ นายกฯก็คงไม่ชอบเพราะกระทบต่อคะแนนเสียง จะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนควรถามประชาชน แต่ถ้าไม่เริ่มนับหนึ่ง 2 3 4 5 ก็คงไม่มา ดังนั้นจึงต้องกระจายอำนาจไปก่อน เมื่อได้หลักการแล้วก็มาดูปัญหาเพื่อแก้ไข
พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐบาลจะทำเราปฏิเสธไม่ได้ แต่ในฐานะที่ตำรวจเป็นเจ้าของบ้านหากไม่แสดงครามคิดเห็นว่ารู้สึกอย่างไร ก็ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย ตนแสดงความคิดเห็นไปว่าถ้าไปอยู่กับผู้ว่าฯ เงื่อนไขควรมีอย่างไร ไปอยู่ท้องถิ่นจะมีปัญหาอะไร ซึค่างท้องถิ่นเลี่ยงต้วเองไม่ได้ และอิทธิพลมหาศาล เหมือนหนังไทยระเบิดภูเขา กระท่อม ซึ่งจะเป็นปัญหา ในรอบย 2-3 ปีการแย่งผลประโยชน์ในท้องถิ่นเปผ็นผลให้ฆ่ากันตายไม่ต่ำกว่า 30 ศพ เพมื่อรู้สภาพอย่างนี้การจะเปลี่ยนแปลงอะไรต้องรอบคอบ และหากไปอยู่แล่วการจัดสรรงบฯยังเป็นแบบเดิม ปัญหายังมีอยู่ ดังนั้นหากจะทำก็ต้องทดลองทำเป็นพื้นที่ แล้วระยะรัฐบาลแค่ปีเดียว จะทำให้จบลงไปไม่ง่าย ตนไม่ปฏิเสธเรื่องความดีความเชื่อ แต่ต้องยอมรับว่าทุกองค์กรมีทั้งคนดีและไม่ดี แต่ถ้าจะยกความไม่ดีอย่างเดียวไม่เป็นธรรม ถ้าจะแก้ปัญหาก็ต้องร่วมมือทุกฝ่าย ไม่ใช่อยากจะทำอะไรก็ทำ ม่นักการเมืองบางท่าสนเสนอให้นายกฯปลดผม ผมไม่ว่า แต่อยากกราบเรียนว่า ตำรวจภาษาอังกฤษ ROYAL THAI ARMY เราไม่อยากเป็นตำรวจของท้องถิ่น
"ที่ว่าโครงสร้างตำรวจเทอะทะ การกระจายอำนาจน่าจะเหมาะสม กม.ตร. 2547 ไม่ได้อยู่ที่ ผบ.ตร.คนเดียว อำนาจทั้งหมดตอนนี้อยู่ที่วาทุกส่วนแต่ละกองบัญชาการไปดำเนินการเองตั้งแต่คน วัสดุ คนมีอำจาจแต่งตั้งตั้งแต่ผบ. การจะพูดอะไรต้องดูกฎหมายให้ถ่องแท้ ผมยอมรับถ้าจะทำอะไรต้องคิดถึงผลดีผลเสีย ทุกคนมีศักดิ์ มีศรีเหมือนกันร ตำรวจยอมรับต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ผมพูดถึงความดีก็ไม่ยอมรับ ซึ่งการประเมินค่าของ กพร.ทำออกมาแล้วตำรวจเป็นอันดับ 2 ของประเทศ แล้วจะไม่ฟังหรือครับ การตรวจสอบเราทำอยู่แล้ว ที่แสดงความคิดเห็นไปเป็นการสะท้อนมุมมองของตำรวจ ที่เป็นมนุษย์ มีอิ่ม ร้อน หนาว สุข ทุกข์ " พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว
พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้เฉพาะกระบวนยุติธรรมว่าด้วยการปรับปรุงกฎหมายพิจารณาคดีอาญา ตำรวจไม่มีอำนาจอยู่เลย มีอำนาจอยู่อย่างเดียวคือขอหมายเรียก จะจับก็ต้องไปขอหมายศาล ลองนึกดูบางจังหวัดจากสถานีตำรวจไปศาล ไม่ใช่ลอกเลียนเขามาแล้ว เราไม่ใช่ประเทศที่มีเทคโนโลยีสูง คดีปัจจุบันการออกหมายค้น หมายจับลดลง เพราะน้ำมันแพง การปรับปรุงหน่วยงานราชการเป็นพลวัตรอยู่ตลอดเวลา งานตำรวจปรับตัวเองตลอดเวลา ผมไม่ว่าใครจะปรับใครจะมีอำนาจแต่ต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าตำรวจทำงานลำบากขึ้นทุกทีคนที่ลำบากคือประชาชน ข้อจำกัดที่รัฐบาลมีกับตำรวจไม่ว่ารัฐบาลไหน เงินค่าปฏิบัติการที่ทำให้ตำรวจอยู่แบบมีศักดิ์ศรีถ้าแก้ไม่ได้ อยู่ตรงไหนก็ทำไม่ได้ จะแก้ปัญหาได้ไม่ต่ำกว่า 20 ปี
ที่มาจากหนังสือพิมพ์
โดย :
cakehero
อีเมล์ :
วันที่ : 2006-11-17 08:11:31